Fanfic
Daiya no A
Pocky Game
Pairing : Miyuki Kazuya x
Sawamura Eijun
Rating : SFW
“มิยูกิ คาซึยะ! มารับบอล...!”
“ม่าย~ อาว~ หรอก~”
พิชเชอร์ปีหนึ่งชูลูกเบสบอลค้างอยู่กับที่
ประตูห้องที่เปิดอ้าจากการผลุนผลันเข้ามาปิดตัวลงอย่างเงียบเชียบ
เหล่าสมาชิกชมรมเบสบอลคนอื่นซึ่งอยู่ห้องพักนักเรียนของแคชเชอร์ปีสองกลับไปทำกิจกรรมที่ตนทำค้างอยู่
หลังจากรู้ว่าไอ้บ้าที่พุ่งพรวดเข้ามากะทันหันเป็นใครก็เลิกสนใจโดยสิ้นเชิง
ซาวามุระ เอย์จุนเดินมาหยุดข้างกระดานโชงิ
ยูกิซึ่งกำลังเคร่งเครียดกับเกมกระดานเงยหน้าทันที
“จะมาเล่นต่อจากคุราโมจิไหม”
คุราโมจิซึ่งอยากหนีเต็มแก่ไม่ทันตอบรับเอย์จุนก็ตัดบทดังฉับ “ไม่เอาครับ”
มิยูกิหัวเราะคิกกับสีหน้าหวาดผวาของรุ่นน้อง
เอย์จุนเลิกสนใจกัปตันกับรูมเมทรุ่นพี่
เด็กหนุ่มก้มลงมองเป้าหมายซึ่งกำลังนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่ข้างกระดาน
ทรุดตัวนั่งทับส้นข้างๆ ด้วยใบหน้าจริงจัง
เขาอยากลองวิธีขว้างแบบใหม่ ยังไงก็ต้องลากมิยูกิไปด้วยกันให้ได้!
“รับลูกให้หน่อย...!”
“ม่าย”
“สักหน่อยเถอะน่า!”
“ก็บอกว่าม่าย”
“ไปซ้อมแคชกัน!”
“ม่ายอาว”
เอย์จุนร้องขออีกครั้งและอีกครั้ง...ไม่ยอมแพ้กลับไปง่ายๆ ทว่าไม่ว่าจะพูดกี่หนคนใส่แว่นก็เอาแต่ปฏิเสธเสียงกลั้วหัวเราะ
ไม่ยอมขยับตัว
เอย์จุนถอนใจเฮือกใหญ่...
วันนี้ก็เหลว
จังหวะที่กำลังจะตัดใจลุกกลับห้องตัวเอง
เสียงสวรรค์ดังมาจากคนโดนตามตื๊อ
“อยากให้ฉันรับบอลให้ขนาดนั้นเชียว?”
ฟังจากน้ำเสียงเหมือนอีกฝ่ายเริ่มใจอ่อน
ปฏิเสธมาตั้งนานดันกลับลำกะทันหันได้เหมือนกัน เอย์จุนหันหัวไปหาอย่างรวดเร็ว
ดวงตาใสแจ๋วมองรุ่นพี่อย่างคาดหวังเต็มที่ “จะไปกับฉันแล้วใช่ไหม!”
จะไปกับฉันแล้วใช่ไหม...?
สิ้นคำ
คนอื่นในห้องตัวแข็งไปเฮือกหนึ่ง จากนั้นพร้อมใจกันจ้องเอย์จุนเขม็ง
โดยเฉพาะมิยูกิ ดวงตาใต้เลนส์แว่นเบิกกว้าง
ทำหน้าเหมือนมีใครมาเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยของขวัญที่เจ้าตัวอยากได้ที่สุด
“ในที่สุดก็รู้สึกตัวแล้วเหรอ”
“ก็มิยูกิโคตรจะแสดงออกเลยนี่นะ”
“แต่ผมว่าสีหน้าซาวามุระมันนิ่งไปหน่อยนา”
เสียงพูดคุยไม่ใช่เสียงกระซิบ
ถูกรุ่นพี่คุยกันข้ามหัวเอย์จุนย่อมได้ยินทุกอย่าง ทว่าไม่เข้าใจว่ากำลังพูดอะไร
เด็กหนุ่มเอียงคอ จากนั้นกระตุกชายเสื้อคุราโมจิ
“อะไรๆ มีอะไรบอกผมมั่งสิ”
คุราโมจิซึ่งกำลังย่นคิ้วโต้เถียงกับมาสุโกะอย่างออกรสหันมาหาเมื่อรู้สึกถึงแรงกระตุกบริเวณชายเสื้อ
เจ้าของเสื้อหมายเลขหกตั้งท่าจะพูดอะไรสักอย่าง
แต่แล้วกลับยื่นหน้าเข้ามาจ้องตาเอย์จุนในระยะประชิดกะทันหัน
“ท่าทางจะไม่ได้คิดอะไรแฮะ”
คนถูกจ้องยังไม่ทันเข้าใจสถานการณ์ใบหน้ารุ่นพี่ก็ถอยห่างออกไป
มิยูกิคว้าคอเสื้อเพื่อนร่วมห้อง
มองอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่นเคืองนิดๆ “ใกล้ไปแล้ว”
“อย่ามาพาลถึงฉันนะเฟ้ย ขยะแขยงจริง!”
นักวิ่งฝีเท้าดีแยกเขี้ยวใส่ ว่าเสียงสูงขณะแกะมือเพื่อนออกแบบไม่เบาแรง
คนอื่นคุยกันรู้เรื่อง มีแต่ตนไม่รู้อยู่คนเดียว
รู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง...เอย์จุนหน้าบึ้ง
หากริมฝีปากโค้งลงได้ไม่ทันไรมิยูกิก็โยนเพื่อนทิ้งแล้วจับเขาให้หันไปนั่งประจันหน้ากับตน
ปีสามหลายคนกลืนน้ำลายเอื๊อก
จากที่นั่งกระจัดกระจายย้ายไปเกาะกันอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง
เกิดช่องว่างน่าพิศวงระหว่างมิยูกิและเอย์จุนกับคนอื่น
เหล่ารุ่นพี่อยากรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...แต่อีกใจก็ไม่อยากเห็นสถานการณ์ในอนาคตอันใกล้
สับสนชะมัด
“ซาวามุระ
นายเป็นคนรักษาคำพูดใช่ไหม”
เริ่มต้นมาแบบนี้คุราโมจิหัวไวเดาทางได้ทันที
กำลังจะโดดไปขวางแต่เรียวสุเกะจับล็อกแล้วยิ้มหวานให้ด้วยใบหน้าที่ดำมืดไปแล้วเกือบครึ่ง
เจอรุ่นพี่ขาโหดดักด้วยตัวเอง คุราโมจิไม่โง่และไม่กล้าขัดใจ
เห็นครั้งแรกย่อมคิดว่าคนคนนี้ไม่มีพิษภัย แต่เขาจับมือเล่นเป็นคู่หูกับอีกฝ่ายมานานดังนั้นจึงรู้ซึ้งว่าอย่าทำให้รุ่นพี่ร่างเล็กคนนี้ไม่พอใจเพื่อรักษาชีวิตจะดีที่สุด
กระนั้นเขาก็ทำใจไม่ได้ถ้าจะเห็นรุ่นน้องถูกหลอกล่อตรงหน้า
มิยูกิเห็นเหตุการณ์เล็กๆ
ตรงนั้นแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือจากบ่าเอย์จุนอยู่ดี เขาชั่งใจเรื่องที่จะทำเล็กน้อย
ก่อนเลือกปรับเปลี่ยนกลยุทธใหม่
“ออกไปข้างนอกก่อนแล้วกัน”
...ตรงนี้คนเยอะไป
ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
มิยูกิเดินไปหยิบของจากโต๊ะติดมือมาอย่างหนึ่งแล้วเดินนำออกไปข้างนอก
เอย์จุนรีบคว้าลูกบอลแล้วตามไปโดยไม่ติดใจอะไร ก่อนจะก้าวพ้นประตูห้อง
หนุ่มน้อยแอบเหลือบมองรุ่นพี่เล็กน้อย...นึกสงสัยเหตุการณ์เมื่อสักครู่
สรุปเมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ...
...เอาไว้ถามมิยูกิอีกทีแล้วกัน
“เอ้า นั่งสิ” เดินกันมาได้ไม่ไกล คนชวนออกมาข้างนอกพยักพเยิดไปทางม้านั่งใต้หอ
แบบนี้ผิดกับที่ตั้งใจ เอย์จุนกำลังจะโวยที่ไม่ได้ไปซ้อมแต่แคชเชอร์หนุ่มรู้งาน
รีบพูดขัดขึ้นมาก่อน “มาเล่นเกมกันเถอะ”
คำต่อว่าหายวับ เอย์จุนร้อง ‘หา’ ด้วยตามสถานการณ์ไม่ทัน
มิยูกิแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งมาตลอดว่ารู้สึกยังไงกับจอมซื่อบื้อตรงหน้า...ในชมรมรู้ก็กันหมดไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่ทั้งสาม
มีแต่เจ้าตัว...คนที่อยากให้รู้ที่สุดดันไม่แม้แต่จะระแวดระวังสงสัย
ตอนแรกมีคนพูดกับเขาทำนองว่าไม่เห็นด้วยที่ไปหลงรักผู้ชาย
แถมยังเป็นบากะมุระอีก...มีตัวเลือกที่ดีกว่าตั้งเยอะ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป
การแสดงออกอันชัดเจนเปลี่ยนทัศนคติให้คนอื่นๆ รู้สึกอยากเอาใจช่วย
ดูเหมือนคนที่เป็นห่วงในคราวแรกจะหันมาสงสารแทนเสียแล้ว
มิยูกิล่ะอยากจะซัดกกหูเหล่าคนที่กลัวตัวเองเสียคนเพราะเอย์จุน...หมอนั่นยังไม่รู้ตัวเลยเหอะ
ใครใช้ให้คนที่เขาชอบซื่อบื้อขนาดนี้กันล่ะ
แม้เป็นเรื่องดีที่มีกำลังใจจากหลายฝ่ายแต่ถ้าเป็นไปได้ขอให้ซาวามุระรักเขาก่อนจะได้ไหม?
เพราะเจ้าตัวดันพูดว่า
“จะไปกับฉันแล้วใช่ไหม!( จะคบกับฉันแล้วใช่ไหม!)”
เขาถึงได้ตัดสินใจจะลงมือให้หนักขึ้นอีกระดับ ตอนนี้มีกันอยู่สองคน
ไม่จำเป็นต้องเกรงใจใคร เอาล่ะ...จะเริ่มจากไหนดีนะ
สิ่งที่มิยูกิถือออกมาด้วยคือกล่องป๊อกกี้ เขาก้มหน้านิดๆ สบตาร่างบนม้านั่ง
“คนแพ้เกมจะต้องทำตามที่คนชนะพูด แบบนี้โอเคไหม”
เด็กหนุ่มมั่นใจว่าคนอย่างเอย์จุนไม่รู้จัก ‘ป๊อกกี้เกม’ ดังนั้นก่อนอื่นต้องตะล่อมหาทางให้ยอมเล่น หากตกปากรับคำไปแล้ว
ต่อให้รู้ในภายหลังว่าต้องทำอะไร คนรักหน้าอย่างหมอนั่นย่อมปฏิเสธไม่ออก
หรือถ้าคิดจะถอนตัวจริงๆ มิยูกิก็คิดคำพูดเตรียมไว้ได้แล้ว
กับคนซื่อตรงน่ะ รับมือไม่ยากหรอก...
แว่นตาโชนแสง มิยูกิหัวเราะหึๆ ในลำคอ
แทบเก็บสีหน้าไม่อยู่เมื่อนึกถึงอนาคตอันใกล้
“แล้วต้องทำอะไรล่ะ”
คนมั่นใจในตัวเองสุดๆ สนใจตามคาด
เรื่องความเจ้าเล่ห์ของมิยูกิ
เอย์จุนรู้ดี ซ้ำยังรู้สึกแปลกๆ กับสีหน้าฝ่ายนั้น
ทว่าผลลัพธ์ช่างดึงดูด...ถ้าชนะเกมที่มิยูกิว่า
คราวนี้อยากขว้างบอลเมื่อไหร่ก็ได้ขว้างสมใจในเมื่อคนแพ้ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
เอย์จุนชอบเบสบอลเป็นที่สุด เอาของที่ชอบที่สุดมาล่อมีหรือจะไม่งับเหยื่อ
“ป๊อกกี้เกมน่ะ รู้จักไหม”
เสียงมิยูกิมีจิตชั่วร้ายแอบแฝง
“ไม่แฮะ” หนุ่มน้อยผมน้ำตาลส่ายหัวดุกดิก
จิตชั่วร้ายกระทบผิวยังไม่รู้สึกตัว
“งั้นจะไม่เล่นสินะ?”
“เล่นสิ!”
ปากทำงานไวกว่าสมองเสียอีก เห็นมิยูกิหันหลังเก็บกล่องขนม เตรียมเดินย้อนทางเดิม
เอย์จุนรีบรั้งตัวคู่กรณี แม้จะไม่รู้ว่าป๊อกกี้เกมคืออะไร
แต่ก็นะ...ป๊อกกี้เนี่ยจะแข่งได้สักกี่อย่างเชียว
จะกินเร็วหรือกินเยอะเขาก็พร้อมสู้ทั้งนั้น!
รอยยิ้มชั่วร้ายแต้มบนริมฝีปากคนมากเล่ห์
...เสร็จโก๋
มิยูกิหันกลับไปหาเอย์จุน
ยิ้มหวานเจิดจ้าราวกับจะส่องแสงได้ “ดีมาก งั้นฉันจะอธิบายกติกาให้ฟังนะ!”
เอย์จุนพยักหน้ารับแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว ลูบท่อนแขนที่โผล่พ้นเสื้อแขนสั้น
แปลกแฮะ...ทำไมมันหนาวได้ล่ะ
มิยูกินั่งลงยังม้านั่งตัวเดียวกัน
เอย์จุนรู้สึกว่าอีกฝ่ายจงใจนั่งชิดพิกลแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร
เขามองรุ่นพี่แกะกล่องขนมก่อนเห็นมือเรียวหยิบป๊อกกี้ออกมาหนึ่งแท่ง
แค่แท่งเดียว
จะเอามาทำอะไรได้ล่ะนั่น?
เพราะแสดงสิ่งที่คิดออกทางสีหน้าทุกอย่าง
มิยูกิจึงรู้ว่าจนถึงตอนนี้เอย์จุนก็ยังเดาสถานการณ์ไม่ออก
อา...ดูทำหน้าเข้าสิ
เดี๋ยวพ่อกอดซะหรอก
ใช้เวลาตั้งสติเล็กน้อยก่อนยื่นแท่งป๊อกกี้ไปจ่อปากเอย์จุน
“กติกาก็ง่ายๆ นายแค่คาบเอาไว้ก็พอ ถ้าถึงที่สุดแล้วยังไม่ยอมปล่อยจะถือว่าชนะ
แต่ถ้าปล่อยเมื่อไหร่ฉันจะเป็นฝ่ายชนะทันที”
“แค่คาบไว้เฉยๆ เหรอ
แล้วต้องคาบนานเท่าไหร่ล่ะ?”
“จนกว่าฉันจะกินหมด~”
“ได้” ไม่เสียเวลาคิดแม้แต่วินาที
เอย์จุนรับไปถือไว้ง่ายๆ อีกมือก็โบกไล่ให้รีบทำตามข้อตกลง
สายตามองไปยังถุงขนมซึ่งยังมีป๊อกกี้เหลืออีกหลายแท่ง
รอยยิ้มมุ่งมาดเปี่ยมความมั่นใจระบายเต็มหน้า “แค่นี้เอง
นายจะใช้เวลากินสักเท่าไหร่เชียว”
“ฉันไม่ได้บอกว่าจะกินเจ้าพวกนี้ซะหน่อย”
มิยูกิยิ้มกริ่ม แกว่งสิ่งที่เอย์จุนกำลังมอง
พอรุ่นน้องถามด้วยสายตาว่าหมายถึงอะไรก็ชี้ไปยังแท่งป๊อกกี้ที่เอย์จุนกำลังถืออยู่
“หมายถึงอันนั้นต่างหากล่ะ”
“ก็อันนี้ให้ฉันคาบไว้ไม่ใช่เหรอ...?” ...สรุปจะเอายังไงกันแน่เนี่ย
“ก็ใช่ นายมีหน้าที่คาบไว้
เดี๋ยวฉันกินเอง จำไว้ว่าถ้าปล่อยเมื่อไหร่นายแพ้
และคนแพ้จะต้องทำตามที่คนชนะสั่ง”
“...”
“...”
เอย์จุนนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ
ปั่นสมองเพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่รุ่นพี่พูด...ให้เขาคาบไว้แล้วหมอนั่นกินเหรอ...กินจนหมด...อ้าว
ถ้าแบบนั้น...
หันไปสบตาคนชวนเล่นเกมพิลึก ถ้าคิดไม่ผิดมันน่าจะ...แบบนั้นไม่ใช่เหรอ
แล้วมิยูกิไม่รู้เหรอ หมอนี่ออกจะฉลาดนี่นา เรื่องแค่นี้น่าจะคิดได้สิ หรือจริงๆ
มิยูกิโง่?
ระหว่างกำลังลังเล มิยูกิมัดมือชกด้วยการจับป๊อกกี้ยัดปากรุ่นน้อง
เอย์จุนรีบใช้ฟันคาบไว้โดยสัญชาตญาณ
“งั้นก็เอาล่ะนะ~”
เสียงนั้นแจ่มใสจนคนฟังอดประหลาดใจไม่ได้
เงยหน้านิดหนึ่งเพื่อรอดูว่ารุ่นพี่จะทำยังไงต่อไป
ทว่าเอย์จุนต้องสะดุ้งสุดตัว ปล่อยแท่งป๊อกกี้แทบไม่ทันเมื่อมิยูกิกำลังกินขนมด้วยความเร็วสูง!
ใบหน้าที่พุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วยังผลให้ตกใจจนหัวใจเกือบวิ่งสี่คูณร้อยหนีออกจากอก
อะไรเนี่ย น่ากลัวเป็นบ้า!
เอย์จุนนึกภาพแฮมสเตอร์แทะเมล็ดทานตะวันอย่างรวดเร็วขึ้นมา
บอกไม่ถูกว่าทำไมนึกถึงสัตว์ตัวเล็กน่ารักซึ่งหาจุดเชื่อมโยงกับมิยูกิแทบไม่เจอ
แคชเชอร์คนเก่งกินป๊อกกี้ที่เหลือจนหมด
เขาเผยความเสียดายผ่านสีหน้าออกมาเล็กน้อย แต่เอย์จุนไม่เข้าใจความหมายของสีหน้าดังกล่าว
“เอ้า ทีนี้นายก็แพ้นะ
ทำตามที่ฉันสั่งซะดีๆ”
อ๊ะ...
เอย์จุนเพิ่งนึกได้ว่ากำลังทำอะไรนาทีนั้น
แย่ล่ะ เขาต้องชนะสิ! “มะ...เมื่อกี้ไม่นับ ฉันไม่เคยนี่ ต้องให้โอกาสสิ ขออีกรอบ!”
...ฉันไม่เคยนี่ ขออีกรอบ...
...ทำเสียงแบบนั้นหมายความว่าไง
มิยูกิยกมือปิดครึ่งปากครึ่งจมูก
แย่ล่ะ...คิดอะไรเพ้อเจ้ออีกแล้ว ตั้งสติไว้ตัวฉัน
“ได้ แต่ครั้งสุดท้ายนะ”
คนอยากล่วงเกินชาวบ้านมีหรือจะไม่ยอมรับข้อเสนอ
คราวนี้มิยูกิเลือกกินช้าๆ
ไม่เหมือนทีแรก
เขาตั้งใจจะมองดูการเปลี่ยนแปลงอารมณ์บนใบหน้ารุ่นน้องผู้น่ารักให้เต็มที่
แน่นอนว่าใบหน้าแดงก่ำของเอย์จุนสร้างความพอใจให้อย่างมาก
แล้วไอ้ท่าข่มกลั้นความอายนั่นอีก...เส้นความอดทนของแคชเชอร์คนเก่งแทบจะขาดผึงกลางทางเสียหลายรอบ
ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...
ในที่สุดริมฝีปากก็ชนกัน
คนอ่อนวัยกว่าหลับตาปี๋ตั้งแต่กลางทาง
เอย์จุนหน้าแทบระเบิดทว่านิสัยไม่ยอมแพ้ง่ายๆ บีบให้ยังคาบป๊อกกี้ชิ้นเล็กๆ
นั่นต่อไป
มิยูกิตัดสินใจในนาทีนั้น
“เหวอ...!”
พิชเชอร์ปีหนึ่งร้องลั่น
ปลายลิ้นกวาดผ่านแนวฟันเพื่อดึงป๊อกกี้ชิ้นสุดท้ายกลับไป...สัมผัสเปียกชื้นสร้างความตกตะลึงให้แก่หนุ่มน้อยจนเผลอกระถดตัวหนีตามปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ
ทว่ามิยูกิที่ชนะเกมไปแล้วกลับทำเรื่องไม่คาดฝันยิ่งกว่าเดิมด้วยการรั้งท้ายทอยอีกฝ่ายเข้าหาแล้วแนบริมฝีปากลงไป
พอเอย์จุนลนลานผลักอกหนีก็ใช้มืออีกข้างโอบเอวอีกฝ่ายแน่นเข้ากว่าเก่า
มิยูกิจูบริมฝีปากนั้นทีหนึ่ง ต่อให้อยากล่วงล้ำเข้าไป
แต่ตอนนี้เอาเท่านี้ก็ได้ ครั้งแรกทำขนาดนั้น เดี๋ยวจะช็อคเกินจนสติหลุด
เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน...เด็กหนุ่มหมายมาดก่อนจุมพิตหนักๆ
อีกทีเป็นการส่งท้ายด้วยความเสียดายก่อนยอมคลายอ้อมแขนในที่สุด
เมื่อได้รับอิสระเอย์จุนลุกพรวดทันที ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำ
เจ้าตัวขยับปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงออกมา
มิยูกิหัวเราะคิกกับปฏิกิริยาเหล่านั้น
แต่พอเขาหัวเราะ ใบหน้าเอย์จุนกลับแดงกว่าเดิม
เสียงน้ำเดือดดังฟู่
แล้วพิชเชอร์ผู้ไม่เกรงฟ้าดินก็โกยอ้าวอย่างไม่คิดเหลียวหลัง
น่ารักจังน้า...
มิยูกิเท้าคางมองแผ่นหลังนั้นพลางยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย
ตอนแรกนึกว่าจะโดนต่อย...ผลออกมาเป็นแบบนี้แปลว่าเขาสามารถลงมือแบบเต็มตัวได้ใช่ไหม?
“หนีไปแล้วแน่ะเฮ้ย ถ้าหมอนั่นเจอแกแล้วหนีอีกจะทำยังไง”
คุราโมจิซึ่งไม่รู้ว่ามาแอบซุ่มอยู่เมื่อไหร่โผล่มาจากมุมหนึ่ง
เขาห่วงรุ่นน้องจึงแอบดอดจากเงื้อมมืออสุรกายสีชมพูมาดู...ดันได้เห็นช็อตเด็ดชวนช็อกเสียได้
ตอนแรกเจ้าของเสื้อหมายเลขหกไม่สนับสนุนมิยูกิหรอก แต่ไปๆ มาๆ
ดันสงสาร...ซาวามุระนี่ทึ่มชะมัด
แถมยังชอบลดการ์ดจนมิยูกิต้องเป็นฝ่ายระมัดระวังตัวเองบ่อยๆ
เห็นเรื่องพรรค์นี้ไปนานเข้าก็ขวางทางมิยูกิมันไม่ลง
คนมีความสุขยักไหล่น้อยๆ
มือควานหาป๊อกกี้ที่เหลือมากินเล่นขณะเงยหน้ามองจันทร์เสี้ยวบนฟ้า
“ไม่ต้องห่วง เพราะฉันยังไม่ได้ทวงสิทธิ์ของผู้ชนะเลยนี่นา~”
กรี๊ดดดดดด~~ฟินที่ซู้ดดดดด อีหมี! เเกร้ายมาก เเต่ก็ฟิน>_< สิทธิ์ผู้ชนะคืออะไรน่า~อยากรู้จัง คงไม่ได้ขอให้เล่นเกมอีกรอบหรอกนะ(ฮา) พี่เรียวนี่คงจะโหดใช่ย่อย-.- ขนาดคุณพ่อยังจอด55 ส่วนเอย์จุนหนูซื่อยังไงก็ยังซื่ออยู่เเบบนั้น โอ๊ยยย จะโดนหมีกินวันไหนนะอยากเห็-----เเค่ก!//โดนคุณพ่อโยตีกระบาล-_-"
ReplyDeleteสนุกมากค่ะ!! เเต่งไปเรื่อยๆเลยนะคะ