Thursday, 28 January 2021

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GoYu] Intention Part II [END]

Fanfic Jujutsu Kaisen

Intention

Part II

 

 

Pairing   : Gojo Satoru x Itadori Yuji

Rating    : SFW

TW          : Age Gap, Toxic Relationship, Abusive

Note       : แอลฟ่าไม่มีความสามารถในการตั้งครรภ์ / สเปิร์มของโอเมก้าไม่ทำให้ตั้งครรภ์ / ฟีโรโมนจะส่งผลรุนแรงระหว่างโอเมก้ากับแอลฟ่ามากที่สุด ส่วนเบต้าจะได้รับผลกระทบน้อยลงกว่าครึ่ง

 

 

                ยามวิกาลเป็นเวลาพักผ่อน เป็นธรรมดาที่จะเงียบสงบกว่าในตอนกลางวัน ยิ่งกับคฤหาสน์กว้างใหญ่ของอิตาโดริที่กั้นเสียงวุ่นวายจากโลกภายนอกด้วยสวนขนาดใหญ่ตรงทางเข้า อาณาบริเวณบ้านยิ่งเงียบงันเป็นพิเศษ

                พออายุมากขึ้น ระยะเวลาที่ใช้ในการนอนตอนกลางคืนก็ยิ่งน้อยลง แต่แม้จะเข้านอนแต่หัวค่ำ สองทุ่มครึ่งก็ยังคงเร็วไปสำหรับการยกศีรษะหนุนหมอน ชายชราอิตาโดริ วาสุเกะกำลังนั่งดูรายการเพลงรอบค่ำ เขาตอบรับเสียงเคาะประตูที่ดังแทรกนักร้องผมสีดอกเลาในหน้าจอด้วยสุ้มเสียงหนักแน่นมั่นคง

                “เข้ามาสิ”

                อาคันตุกะจะเป็นใครไปได้...โกะโจ ซาโตรุอย่างที่คิด

                ในเมื่อเลี้ยงมาเหมือนลูกหลาน โกะโจ ซาโตรุย่อมพักอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน เทียบกับตอนที่เข้ามาอยู่วันแรก โกะโจกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ร่างกายสูงใหญ่ วาสุเกะคิดว่าเวลาช่างผ่านไปเร็วนัก

                หลานชายคนโตไปเที่ยวเตร่หลังพระอาทิตย์ตกดินเป็นปกติ แต่วันนี้ไม่เพียงหลานชายคนโตที่ไม่อยู่ หลานชายคนเล็กก็มีนัดดูตัวพอดิบพอดี การที่โกะโจแวะมาหาในเวลาเช่นนี้...ในช่วงเวลาที่สุคุนะกับยูจิไม่อยู่นี้ เห็นได้ชัดว่าจงใจหาจังหวะปลอดคนมาคุยเรื่องที่ไม่อยากให้ใครรับรู้

                ทั้งหมดเป็นเพียงการคาดเดา หวังผลได้ไม่ถึง 50%

นั่นเพราะวาสุเกะอ่านใจโกะโจไม่ขาดเหมือนสมัยอีกฝ่ายยังเป็นเด็กน้อย

                ในเชิงรายละเอียดลงลึก ชายชราไม่มั่นใจว่าจุดประสงค์ของการแวะมาเยี่ยมเยียนคืออะไร ดังนั้น เมื่อเก้าอี้ด้านข้างถูกจับจอง เขาจึงตัดสินใจลองเชิงด้วยการหย่อนทุ่นระเบิดกรุยทาง

                “มีเรื่องจะสารภาพรึไง?”

 

 

                จากสถานการณ์และคำพูดคำจาของปู่ อิตาโดริ ยูจิปลงแล้วว่าตนคงใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างเสรีได้ไม่กี่ปีก็ต้องรีบร้อนแต่งงานเพื่อเสริมสร้างแรงหนุนให้พี่ชายฝาแฝด แม้ปู่มีรายชื่อให้ดูมากมายและให้เลือกคบหาตามความสบายใจ แต่สีหน้าคาดหวังว่าอยากให้รีบแต่งงานโดยเร็ว

                ตัวยูจิไม่ได้ต่อต้าน เขามีเงื่อนไขข้อเดียวคืออยากแต่งงานกับคนคนเดียวที่ตัวเองรัก หากได้เจอคนที่มอบใจให้จากการดูตัวก็ไม่รังเกียจรังงอนหรอก จะคิดเล็กคิดน้อยก็ตรงถูกเร่งให้หาคนคนนั้นเจอโดยเร็วนี่แหละ แถมนัดดูตัวครั้งแรกโดยใช้คำว่านัดทานอาหารเป็นฉากบังหน้าเมื่อวานซืน...แค่คิดถึงก็ปวดกระเพาะ

                คนแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าอย่างยูจิถึงกับเสียเวลาทิ้งไปหนึ่งวันเต็มๆ เพื่อพักฟื้นร่างกายและจิตใจเชียวนะ

                ส่วนมันเกิดอะไรขึ้นนั้น...

                “แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะเมื่อวานถึงได้เอาแต่อุดอู้อยู่ในห้อง” วาสุเกะคาดคั้น

                เช้าวันถัดมาหลานชายไม่ยอมมารายงานความคืบหน้า คนรอก็คิดเอาเองว่าเดี๋ยวตอนบ่ายคงมาเล่า ที่ไหนได้...ไม่เพียงไม่ยอมรายงานผล อิตาโดริ ยูจิมุดหัวอยู่ในห้องหนึ่งวันเต็ม กว่าจะออกมาได้ก็ช่วงสายของวันที่สองจากวันนัดดูตัว ซ้ำสีหน้ายังอิดโรยอย่างกับคนป่วย

                ยูจิหยิบพิซซ่าบนโต๊ะมากัดทีเดียวครึ่งชิ้น ท้องโหยเป็นภัยเลยโดนปู่วางกับดักรวบตัวมาสอบปากคำ หนีไปไหนไม่รอด

                “มีอุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะฮะ”

                “อุบัติเหตุที่ว่า...?”

                “คุณมิวะฮีท”

                “...”

                “...”

                “...หรือว่าแก...!” สมมติฐานน่าสะพรึงกลัวผุดพรึบกลางมโนความคิดชายเฒ่า ความดันพุ่งกระฉูด หน้ามืดตาลายเหมือนจะล้ม

                ยูจิรีบโบกมือปั้ดๆ “ไม่ครับๆไม่มีอะไรแบบนั้น!

                กว่าจะทำให้วาสุเกะใจเย็นลงและปรับลมหายใจกลับสู่สภาวะปกติได้ ยูจิสิ้นเปลืองหยาดเหงื่อไปหลายหยด ครั้นเห็นว่าพอต่อบทสนทนาได้แล้วก็ดึงพิซซ่าอีกชิ้นมากินต่อพลางพูดเสียงทอดถอนใจ

                “ใจหายแว้บเลยล่ะครับ เพิ่งเคยเจอโอเมก้าฮีทกับตัวเป็นครั้งแรก ขนาดพกยาลดอาการไปแล้ว ฟีโรโมนยังทำเอาผมกับฟุชิงุโระมือไม้อ่อน น่ากลัวจริงๆ”

คุณหนูบ้านมิวะเป็นโอเมก้าชั้นเลิศอย่างไม่ต้องสงสัย แรงดึงดูดรุนแรงจนเบต้ายังข่มสัญชาตญาณแทบไม่อยู่ ลองเป็นแบบนี้โอกาสที่จะถูกใช้ประโยชน์เป็นเครื่องให้กำเนิดบุตรหลังแต่งงานย่อมสูงมาก มิน่าพ่อแม่เจ้าหล่อนถึงอยากเลือกเฟ้นคนดีๆ มาเป็นคู่ครอง

อย่างไรก็ตาม ยูจิมั่นใจมิวะไม่ได้จงใจปล่อยตัวให้ฮีทเพื่อรวบหัวรวบหางตน มันเป็นอุบัติเหตุ

สาเหตุที่มั่นใจนักน่ะหรือ?

เพราะมิวะ คาซุมิเป็นหญิงสาวผู้อยู่ในห้วงรัก

สีหน้าเจ้าหล่อนตอนรู้ตัวว่าฮีท...คนมองถึงกับปวดใจ เดิมทีโอเมก้าจะหน้าไหนๆ ก็ไม่ต้องการฮีทในที่สาธารณะอยู่แล้ว มีแต่จะระมัดระวังกินยาสม่ำเสมอตามกำหนดเพื่อควบคุมอาการ แล้วมีหรือจะมาจงใจละเลยไม่ทานยาจนฮีทต่อหน้าคนแปลกหน้า โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้อยากใช้ชีวิตด้วย

ยูจิเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยมีความรัก จนตอนนี้ใบหน้าคนคนนั้น...ใบหน้าของโอซาวะก็ยังชัดเจนในความทรงจำและเป็นเรื่องที่นึกถึงแล้วทำให้หัวใจอบอุ่นขึ้นมา โอซาวะเป็นโอเมก้า พลาดพลั้งต้องแต่งงานไปเพราะฮีทในจังหวะเลวร้าย แต่ได้ยินมาว่าเบต้าที่ได้แต่งงานด้วยเป็นคนไม่เลว หากสุดท้ายโอซาวะได้แต่งงานกับคนที่ดีและทำให้เธอมีความสุข...ยูจิย่อมยินดีกับเจ้าหล่อนเป็นล้นพ้น

ลองมีเรื่องโอซาวะสมัยก่อนอยู่ พอได้เจอโอเมก้าฮีทกับตัว สมองของยูจิสั่งแต่ให้ช่วยเหลืออย่างเดียว จนด้วยเกล้าก็ตรงร่างกายพ่ายแรงกระตุ้นของสัญชาตญาณ ตอนหยิบหลอดยาออกมาจากอกเสื้อมือไม้ถึงได้สั่นระริกอย่างน่าสมเพช แม้เปิดกล่องงัดเข็มฉีดยาออกมาฉีดให้มิวะได้ว่องไวก็ยังเสียเวลาจากการกดเข็มไม่เข้าไปเกือบนาที

เคราะห์ดีที่ยูจิไม่ต้องรับมือสถานการณ์เพียงลำพัง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่ามิวะเป็นคุณหนูตัวจริงเสียงจริง คุณสมบัติพรักพร้อมถึงขั้นเข้าตาผู้นำตระกูลอิตาโดริและทำให้ตาแก่คนนั้นโน้มน้าวหลานชายมาทานอาหารกับเธอได้...เธอก็เหมือนกับยูจินั่นแหละ

ไม่ได้มาเพียงลำพัง

ยูจิได้ยินมิวะเรียกชายหนุ่มผมยาวหน้าบากที่พุ่งปราดเข้ามาว่า ‘เมกะมารุ’ ผู้ชายคนนั้นเองก็รีบฉีดยาระงับให้เธอ พอได้รับยาไปสองเข็ม ฟีโรโมนเข้มข้นในอากาศเบาบางลงทันที จากนั้นเมกะมารุที่ตัวสั่นอยู่เล็กน้อยและมีสีหน้าเคร่งเครียดก็เอ่ยขอโทษพวกยูจิพร้อมขอตัวลา

อาจจะไม่เข้ากับสถานการณ์อยู่บ้างแต่ภาพเมกะมารุช้อนตัวอุ้มมิวะออกไปอย่างทะนุถนอมเอาใจใส่ช่างเป็นภาพที่เหมือนกับหลุดออกมาจากนิยายประโลมโลก เห็นสายตาของสองคนนั้นแล้ว ยูจิเพิ่งมารู้เอาตอนนี้ว่าความรักที่แสดงออกไม่ได้มีอยู่จริง ไม่ได้เป็นแค่เรื่องแต่ง

ฉะนั้นการแต่งงานระหว่างตนกับมิวะน่ะเลิกพูดไปเลย ยูจิอยากจะผลักดันช่วยมิวะสมหวังในรักกับเจ้าหนุ่มบอดี้การ์ดด้วยซ้ำ

เพราะยูจิชอบได้เห็นคนมีความรัก

พอตัวเองพ่ายแพ้ในสนามรบเลยอยากช่วยคนอื่นไม่ให้เป็นอย่างตนล่ะมั้ง

“หรือก็คือ คราวนี้ปิ๋ว ผมไม่ไปแทรกใครแน่นอน” คนดีศรีสังคมประกาศเจตนารมณ์ต่อผู้ปกครองวัยชราอย่างชัดเจน

 วาสุเกะลูบหน้าผากยับย่น พ่นลมหายใจออกมาหนึ่งเฮือก “เอาเถอะ ก็ไม่ได้จะบังคับอะไรหรอก แต่ในเมื่อระงับอาการฮีทของคุณหนูบ้านมิวะได้เร็ว ทำไมเมื่อวานถึงได้หมกตัวอยู่แต่ในห้องกันล่ะ”

                คนถูกถามห่อไหล่ลงเล็กน้อย “ผลกระทบจากความรู้สึกเหมือนเสียสติน่ะปู่ ขนาดผมเป็นเบต้ายังกลัวตัวเองเลย”

                “...”

                “ตอนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปทีละน้อยเพราะกลิ่นฟีโรโมน ผมกลัวจริงๆ นะ ทั้งกลัวทั้งสมเพชตัวเองเลยล่ะ...ถ้าไม่มีจิตสำนึกรู้คิดและควบคุมตัวเองไม่ได้ยังจะเรียกตัวเองว่ามนุษย์ได้ยังไง พอนึกย้อนถึงสภาพตัวเองตอนนั้นก็ทำเอาหมดอาลัยตายอยาก ต้องใช้เวลาปรับสภาพจิตใจกันหน่อย”

                ในคำบอกเล่าของหลานชายซุกซ่อนอะไรบางอย่างไว้ ดวงตาฝ้าฟางของวาสุเกะอ่อนลง และประโยคถัดมาของยูจิก็ช่วยยืนยันว่าชายชราเดาความกังวลแท้จริงของหลานชายไม่ผิด

                “ผมคิดว่าดีจริงๆ ที่ตัวเองกลายเป็นเบต้า ขืนยังเป็นแอลฟ่าอยู่คงได้ทำเรื่องที่ตัวเองต้องเสียใจภายหลังแน่ๆ”

 

 

                เวลาเดียวกับที่ยูจิกำลังรายงานสถานการณ์ให้ปู่ฟัง

                เบื้องหน้าคุกิซาคิ โนบาระผู้ก้มหน้าลงต่ำพร้อมประสานมือวางไว้บนโต๊ะอย่างอึดอัดคือฟุชิงุโระ เมงุมิ เทียบกับฝ่ายแรกที่ดูคับข้องใจ ฝ่ายหลังเผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อออกมา รูม่านตาขยายกว้าง

                “มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”

                “มีสิยะมีไปแล้ว บัดซบเอ๊ย!

                วันถัดมาหลังจากนัดดูตัวกับสาวโอเมก้าตระกูลมิวะ ยูจิซึ่งสภาพจิตใจยังไม่เสถียรดีขอตัดขาดจากโลกภายนอกชั่วคราวและทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่ในห้องตามลำพัง ฟุชิงุโระที่ไม่จำเป็นต้องมาบ้านหลักอิตาโดริจึงใช้เวลาวันหยุดพักผ่อนอยู่บ้าน พาหมาไปเดินเล่น รวมทั้งช่วยแม่ทำมื้อเย็น

                แต่ในวันที่ฟุชิงุโระและอิตาโดริไม่เคลื่อนไหวกลับมีเรื่องสะเทือนฟ้าดินเกิดขึ้น

                ด้วยอายุเท่ากัน มีเจ้านายหน้าตาเหมือนกัน แม้บุคลิกผิดกันหลายโยชน์ ฟุชิงุโระกับคุกิซาคิกลับสนิทสนมกันจนพูดได้เต็มปากว่าเป็นเพื่อนซี้ ฉะนั้น วันที่ฟุชิงุโระกลับมาทำงาน คุกิซาคิที่มีนิสัยช่างเมาท์เล็กน้อยจึงลากหัวที่สูงกว่าตนประมาณครึ่งศีรษะเอาไว้ ตั้งใจจะบอกว่าช่วงที่นายไม่อยู่มีเหตุการณ์ยากจะเอ่ยอุบัติขึ้น พลาดมากที่ไม่อยู่เป็นสักขีพยาน!

                หนนี้ไม่ใช่มีใครโดนวางยาหรือทำร้ายร่างกายหรอก

                ยังคงวนรอบโกะโจ ซาโตรุเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนเป็น...

                “ในเมื่อคุณโกะโจไม่ได้ตอบรับก็แสดงว่าไม่คิดจะย้ายไปอยู่กับตระกูลคาโมะไม่ใช่เหรอ?

                เมื่อวานมีการประชุมแนวทางการจัดการพื้นที่ใกล้หมดสัญญา ก่อนแยกย้ายหลังจบวาระการประชุม มีหน่วยกล้าตายคนหนึ่งพูดขึ้นมากลางวงว่าตระกูลคาโมะจากเมืองข้างเคียงมาทาบทามโกะโจพร้อมเสนอตำแหน่งระดับรองประธานให้

                คนพูดเป็นใครคุกิซาคิจำไม่ได้เพราะไม่รู้จัก แต่เข้าใจว่าที่ยกมาเป็นประเด็นก็เพื่อวัดใจโกะโจ ตอนเอ่ยพูด ผู้ชายคนนั้นแสดงสายตาต่อต้านออกมา คาดว่าน่าจะเป็นใครสักคนที่ถือหางสุคุนะเป็นบอสคนถัดไป ถึงอย่างนั้นแอลฟ่าต้นเรื่องผู้ตกเป็นประเด็นร้อนกลับยังรักษาสีหน้ายียวนไม่หวั่นลมฝนได้ดั่งเดิม คุกิซาคิเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้มาก

                “แล้วคุณวาสุเกะว่ายังไง จะให้หมอนี่นั่งตำแหน่งสูงกว่าสุคุนะกันไม่ให้ย้ายก้นไปอยู่กับคนอื่น?”

                “เปล่า”

                สมมติฐานของฟุชิงุโระฟังน่าสนใจ...แต่ผิด

                “คุณเกะโทพูดทีเล่นทีจริงขึ้นมาก่อน บอกว่าเลิกให้อิตาโดริคนน้องไปดูตัวแล้วแต่งงานกับคุณโกะโจก็ได้ ถ้าเป็นลูกเขยก็คงไม่สะบัดตูดไปเข้าร่วมกับคนอื่น”

                “...”

                “...”

                “แล้วคุณโกะโจ...?”

                “เขาบอกว่าแต่งพรุ่งนี้เลยยังได้”

                “...”

                ในหัวของฟุชิงุโระ เมงุมิมีความคิดว่า...ตลกนักเรอะ? ถัดมาก็เป็นคำผรุสวาทด่าทอวิ่งห้อยาวเหยียดด้วยความเร็ว 130 กม./ชม.

                คุกิซาคิไม่ผิดหวังเมื่อเห็นสีหน้ามืดทึมของเพื่อน มีคนเออออตามน้ำสนุกกว่าคอยแย้งทุกประโยคอยู่แล้ว เธอเสริมต่อว่าชนวนที่เกะโทจุดเป็นที่สนใจของหลายคนในห้องประชุมมาก

                “แต่บอสไม่เล่นด้วยก็เลยจบประเด็นแบบไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดล่ะนะ”

                สรุปเรื่องวุ่นวายเมื่อวานแล้ว คุกิซาคิ โนบาระพุ่งเป้าไปยังประเด็นสำคัญถัดไปเพื่อทำเวลา จากการรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าโกะโจ ซาโตรุวางยาพิษตัวเอง รับบทนักแสดงและผู้กำกับดีเด่น จัดฉากทุกอย่างให้ภายในเกิดความระส่ำระสาย

                “ผู้หญิงคนที่เอายาพิษมาให้คุณโกะโจ พอให้เงินก็บริการดีขึ้นมาทันตา กระทั่งประวัติทดลองยาก็เอามาให้”

ฟุชิงุโระกางข้อมูลที่คุกิซาคินำมาเป็นหลักฐานรับรองความน่าเชื่อถือ ดูไทม์ไลน์ลำดับเหตุการณ์ ข้อมูลการติดต่อคนใกล้ชิดโกะโจกับคนนอก รวมทั้งข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ ขนาดยังไม่ได้เปิดคลิปเสียงยังฉุนแทบกระอัก ยิ่งเห็นยิ่งไม่อยากเชื่อ ไม่กี่ปีก่อนวางยาสุคุนะจนเกือบหมดคุณสมบัติผู้นำตระกูล ทำเรื่องที่อภัยให้ไม่ได้ แล้วยังมาเล่นมุกบอกจะแต่งงานกับยูจิเนี่ยนะ? ไร้จิตสำนึกได้ขนาดไหนกัน

“ตอนแรกสุคุนะจะเอาไปฟาดหน้าคุณโกะโจกลางที่ประชุม แต่คุณมาคิไม่เห็นด้วยเลยปรามไว้ เธอบอกว่าคนหนุนหลังคุณโกะโจเยอะเกินไป ไม่ควรใช้วิธีชนกันให้ยับไปทั้งสองฝ่าย ถ้าคิดจะเขี่ยคนคนนั้นออกก็ต้องเขี่ยไม่ให้เอิกเกริก ไม่อย่างนั้นก็ต้องดึงคนของโกะโจมาอยู่ทางเราให้ได้ก่อน”

“ถ้าดึงมาได้ง่ายคงไม่เป็นปัญหาเรื้อรังมาขนาดนี้หรอก” ฟุชิงุโระเอ่ยแย้ง

คุกิซาคิไม่มีข้อเห็นต่าง “ถูกต้องที่สุด”

                ปัญหาคือรอยร้าวภายในที่เป็นดั่งคลื่นใต้น้ำ เมื่อวานถูกฉุดกระชากขึ้นฝั่ง ขับเน้นให้เห็นชัดจนไม่อาจแสร้งทำเป็นตาบอดได้อีก ต่อให้โกะโจ ซาโตรุเป็นเพียงคนที่ถูกรับมาอุปการะ ไม่ถึงขั้นเป็นบุคคลที่จะสูญเสียไปมิได้ เขาก็ยังเป็นบุคลากรชั้นดีที่ไม่ควรปล่อยหลุดมือไปอยู่กับคู่แข่งอยู่วันยังค่ำ

                นี่ยังไม่นับว่าคู่แข่งพาราชรถทองคำมารอเกยถึงหน้าบ้านด้วยนะ

                เป็นเรื่องธรรมดาที่เบต้าทั้งหลายจะถูกแอลฟ่าชักนำให้คล้อยตามด้วยเสน่ห์แต่กำเนิด ไหนโกะโจ ซาโตรุจะเป็นแอลฟ่าที่โดดเด่นแม้ในหมู่แอลฟ่าด้วยกันอีกล่ะ คนของอิตาโดริจำนวนไม่น้อยมอบความเชื่อมั่นมากมายมหาศาลแก่โกะโจ พร้อมกันนั้นก็คิดว่าคนเก่งๆ เช่นนี้คู่ควรได้รับตำแหน่งอันเหมาะสม พวกเขาไม่ยินดีให้โกะโจออกจากอิตาโดริไปพึ่งใบบุญตระกูลคาโมะแน่นอน ฟุชิงุโระกับคุกิซาคิเอง ลองไม่ติดว่าผูกพันลึกซึ้งกับฝาแฝดคู่หนึ่งป่านนี้ก็คงร่วมด้วยช่วยถือหางชายผู้หยิ่งผยองคนนั้น

หากวาสุเกะจัดการปัญหาสมดุลอำนาจระหว่างสุคุนะกับโกะโจได้ไม่ดีมีหวังถูกกังขาเรื่องความสามารถในการใช้งานและปกครองคนใต้อาณัติเป็นแน่แท้

                แลกเปลี่ยนข้อมูลกันพอสมควร ฟุชิงุโระกับคุกิซาคิตั้งใจแยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง ทว่าระหว่างทางกลับเจอกลุ่มคนที่ไม่อยากเจอ ชายผมขาวผู้ยืนตรงกลางและส่งกลิ่นอายน่าเกรงขามออกมาคือโกะโจ ซาโตรุที่เพิ่งถูกยกมาเป็นหัวข้อสนทนาเมื่อกี้นี่เอง

“ไม่เจอกันนานนะ~

โกะโจยิ้มจนดวงตาหลังแว่นกันแดดหยีเป็นเส้นโค้ง เมื่อเดือนก่อนเขาวางยาพิษตัวเองสุมไฟความขัดแย้งภายในเสียจนผอมซูบลง มาตอนนี้แข็งแรงหล่อเหลาดั่งเก่า ผนวกเข้ากับรอยยิ้มยียวนยิ่งทำให้ผู้พบเห็นที่มีอคติเป็นทุนรู้สึกราวกับกำลังโดนกวนตะกอนให้ขุ่นใจ

                นอกจากนี้ ฟีโรโมนที่ลอยคลุ้งนั้น...แทนที่จะดึงดูให้ลุ่มหลง กลับกดข่มสำแดงอำนาจ เหยียดเย้ยเบต้าอย่างอวดดี

                ฟุชิงุโระกับคุกิซาคิร่างกายเครียดเกร็งตามสัญชาตญาณ ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายลืมตา เห็นชัดเจนว่าดวงตาสีฟ้าคมกริบไม่ได้ยิ้มตามมุมปาก เหงื่อกาฬของทั้งสองก็ไหลพรากจนสันหลังหนาวเหน็บ แรงกดดันไร้รูปร่างกดทับบ่า กล้ามเนื้ออ่อนแรงเสมือนว่าจะคุกเข่าศิโรราบได้ทุกเมื่อ สัญชาตญาณของผู้อ่อนแอกว่าสั่งให้ละทิ้งศักดิ์ศรีรักษาชีวิตรอด แอลฟ่าคือผู้นำ แข็งแกร่ง เป็นหนึ่ง...เบต้าอย่างพวกเขาจะดีเลิศเพียงใดก็มีกำแพงที่ไม่อาจก้าวข้าม

                นั่นคือโกะโจ ซาโตรุ

                ความรู้สึกคุกคามนี้รุนแรงยิ่งกว่าของสุคุนะ ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงกุมบังเหียนการจัดการภายในอิตาโดริได้ไร้ที่ติ ทั้งยังปะทะภัยจากภายนอกได้สมบูรณ์แบบ

                ฟุชิงุโระกัดฟันเค้นเรี่ยวแรงทั่วสรรพางค์กาย ขณะทนแล้วทนเล่าเพื่อรักษาการทรงตัวเอาไว้ เขาพลันเห็นรองเท้าขัดมันราคาแพงย่างเข้าประชิด

                โกะโจยืนอยู่ตรงหน้า...ในระยะที่ปลายรองเท้าแทบชนกัน

                ฝ่ายนั้นยืดตัวเต็มความสูง คอตั้งตรง ดวงตาสีฟ้าปรายลงต่ำมองผ่านจมูก ภาษากายแฝงนัยดูถูกอยู่ในที “ลูกชายของคุณฟุชิงุโระ โทจิที่เก่งนักหนา เอาเข้าจริงกลับดูจะเป็นหมากที่ใช้การไม่ได้แฮะ”

                แรงกดดันที่มองไม่เห็นเสมือนว่าหนักหน่วงขึ้น เข่าพลันอ่อนแรง แต่ก่อนจะทรุดลงไปอย่างน่าสังเวช มือข้างหนึ่งพลันคว้าแขนเอาไว้

“คุณโกะโจ สวัสดีครับ”

                เจ้าของมืออันทรงพลังเป็นคนคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าคุ้น เมื่อได้ยินเสียง พละกำลังที่หายไปวิ่งกลับเข้าร่างอย่างน่าประหลาด

                อิตาโดริ ยูจิยืนปักหลักมั่นคงเบื้องหน้าฟุชิงุโระกับคุกิซาคิ ประคองคนสนิทให้ยืนด้วยขาตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติจนไม่เป็นที่สังเกต น่าแปลกว่าทันทีที่เขาปรากฏตัว ความหนักอึ้งพลันมลายหายไปดั่งถูกปัดเป่า โกะโจซึ่งสงวนท่าทีทันควันคงจะตกใจอยู่ไม่น้อย เขาไม่เพียงเก็บกระแสคุกคามอันบ้าคลั่งกลับไป กริยาความเคลื่อนไหวรวมทั้งสีหน้าล้วนหยุดชะงัก หลายวินาทีถัดมาค่อยเผยยิ้มในแบบที่ต่างออกไปจากเมื่อครู่

                “ได้เจอซะที ยูจิ”

                จุดรวมความสนใจกลายเป็นผู้มาใหม่ ขยับเพียงครึ่งก้าว โกะโจซึ่งทอดเสียงนุ่มนวลลงสามระดับก็ใช้สองมือประคองใบหน้ายูจิได้อย่างง่ายดาย การเคลื่อนไหวทั้งมวลเป็นไปโดยลื่นไหลไม่ติดขัดดั่งสูดลมหายใจ ทั้งที่เมื่อครู่ยังกดดันพวกฟุชิงุโระไม่ไว้หน้า มาตอนนี้กลับมองเมินราวไม่มีตัวตน

                “ได้ยินมาว่าฟุชิงุโระคุงทำหน้าที่บกพร่องปล่อยให้เธอต้องลำบากเจอกับโอเมก้าที่กำลังฮีทด้วยนี่นา เป็นอะไรหรือเปล่าเมื่อวานก็ไม่ออกมาจากห้องด้วยนี่?”

                ยูจิแกะมือสองข้างออกอย่างสุภาพ กริยาวาจาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “ฟุชิงุโระทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้วครับ และผมไม่ได้เป็นอะไร ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ”

                คู่สนทนาลอบหลุบมองมือสองข้างของตัวเองเล็กน้อยค่อยกลับไปยืนอย่างสำรวม ใบหน้าเปื้อนยิ้มยังคงเดาใจยากอย่างเคย

ยูจิมองแล้วอึดอัดในใจ เมื่อครู่คนของฝั่งตัวเองถูกคุกคาม แต่ไม่มีหลักฐานมาต่อว่าเพราะตอนนี้โกะโจดูสุภาพดี ต่อให้อยากเหน็บแนมสักคำสองคำก็เหมือนมีอะไรขวางคอเอาไว้ ไม่อาจต่อว่าได้เต็มเสียง คุกิซาคิเห็นเสี้ยวอารมณ์ความเป็นปรปักษ์บนใบหน้าอันคุ้นเคย เธอดึงแขนเสื้อยูจิจากด้านหลัง อาศัยจังหวะขยับตัวอำพรางว่ากำลังกระซิบอะไรบางอย่าง “หมอนี่เป็นตัวการวางยาพิษสุคุนะ”

                ความหมายคือ ‘ระวังตัวด้วย

                ท่าทางเหยาะแหยะของยูจิเคร่งขรึมขึ้นทันควันดั่งตอบสนองต่อคำเตือน

อาศัยว่าเป็นผู้ช่วยมือฉมังของสุคุนะ ประวัติขาวสะอาด คบหากับพวกตนพี่น้องฝาแฝดอย่างจริงใจ คำพูดของคุกิซาคิ โนบาระเชื่อถือได้ ไม่จำเป็นต้องตั้งข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น

เรื่องที่สุคุนะโดนวางยาพิษในอดีต ด้วยเหตุผิดพลาดบางประการทำให้คนได้รับผลกระทบกลายเป็นยูจิ และผลลัพธ์ของมันก็คือการที่เขากลายเป็นเบต้า

ในฐานะที่เป็นแอลฟ่ามาตลอดชีวิตยูจิย่อมไม่พอใจ เขาไม่ได้คิดว่าการเป็นเบต้าเป็นเรื่องเลวร้ายหรือด้อยค่า แต่ไม่ชอบคนที่วางตัววิเศษวิโสยิ่งใหญ่มาบีบบังคับคนอื่นตามใจตัวเอง

แอลฟ่า เบต้า โอเมก้า...สภาพแต่กำเนิดส่งผลต่อชีวิตคนคนหนึ่งอย่างใหญ่หลวง

เคยได้ยินมาบ้างว่ามีการเจ็บป่วยบางประเภทส่งผลกระทบต่อการผลิตและหลั่งฮอร์โมนจนสภาพแต่กำเนิดเปลี่ยนแปลงตามการหลั่งฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยนนั้นๆ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงที่พบมีแต่กรณีลดระดับชนชั้นลงหนึ่งขั้น จากแอลฟ่าเป็นเบต้า จากเบต้าเป็นโอเมก้า...ซึ่งก็ยังมีตัวอย่างน้อยมากอยู่ดี

ทว่ากรณียาพิษที่ส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนจากแอลฟ่ากลายเป็นเบต้า เพิ่งเคยพบเคยได้ยินเป็นหนแรกนี่แหละ หากตอนนั้นคนได้รับยาเป็นสุคุนะ เจ้านั่นจะกลายเป็นเบต้าและไม่ได้รับการยอมรับในฐานะบอสแน่นอน เท่ากับว่าคนที่ต้องเผชิญหน้ากับโกะโจจะกลายเป็นยูจิ

นับเป็นยาอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตคนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้เลย

                “จริงสิ ยูจิ ไปหาคุณวาสุเกะด้วยกันมั้ย?”

                เกะโท สุงุรุสะกิดโกะโจและกระซิบอะไรบางอย่าง พอโกะโจฟังจบแล้วหันกลับมาก็เอ่ยชวนยิ้มๆ

                ความจริงคนถูกชวนเพิ่งผละออกมาจากปู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินคำชวนของโกะโจ เขายังคงเก็บมาพิจารณา ไม่ได้ปฏิเสธออกไป

หากเป็นตัวยูจิตามปกติย่อมไม่คิดมากหรือหวาดเกรง ให้ไปเจอปู่อีกรอบก็ไม่มีอะไรเสียหาย ยังไงก็ไม่ได้มีธุระต้องรีบร้อนไปไหนต่อ แถมบ้านตัวเองย่อมเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยที่สุดมิใช่หรือ...อยู่ในบ้าน หนำซ้ำมีปู่หนุนหลัง ยังมีอะไรต้องกลัว?

ทว่า...

ก่อนนี้เชื่อมั่นว่าโกะโจเป็นคนดีมาตลอด อาจจะเข้าใจยากนิดหน่อย แต่ก็เป็นคนดี...พอได้ยินจากคุกิซาคิว่าแท้จริงโกะโจเป็นคนวางยาพิษสุคุนะ ยูจิพลันหาทางลงให้ตัวเองไม่เจอว่าควรปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างไร

ควรคล้อยตามไหม? หรือควรแสดงท่าทีต่อต้าน?

ภาพลักษณ์ของโกะโจ ซาโตรุในใจประหนึ่งถูกค้อนโปร่งใสทุบทำลาย

...กับคนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและไว้ใจไม่ได้เช่นนี้ ควรรักษาระยะห่างไว้ที่ระดับใดกันแน่?

                ราวกับอ่านใจได้ ดวงตาสีฟ้าอ่อนแสงลงเล็กน้อย “ไม่ไว้ใจผมเหรอ?”

                คนฟังกำลังจะตอบว่า ‘แน่นอน’ ก็โดนดักคออีกประโยค

                “หรือว่ากลัวอยู่น่ะ?”

                สวิทช์ในใจโดนกดพรึ่บ ยูจิตาแข็ง สวนทันควัน “ไปด้วยครับ!

                โกะโจยิ้มแฉ่ง

ส่วนคนเกลียดความพ่ายแพ้รู้ตัวเมื่อสาย แทบจะคุกเข่าตบปากตัวเอง...ทำไมปากไวแบบนี้!

 

 

                ไม่กี่วันที่ผ่านมามีเรื่องให้วาสุเกะต้องขบคิดมากมายมหาศาล ไม่เพียงแนวทางในอนาคตของตระกูลอิตาโดริ แต่ยังเกี่ยวพันไปถึงอนาคตของหลานชายสุดที่รัก ในการพิจารณารับมือเรื่องใหญ่ๆ สักเรื่องจะผลีผลามลงมือหรือตัดสินใจไม่ได้ ทว่าใครคนหนึ่งที่เพิ่งได้รู้ว่าเป็นพวกเนรคุณกดดันทุกวิถีทางจนผมสีดำที่ยังมีแซมอยู่เล็กน้อยบนศีรษะกลายเป็นสีขาวไปหมดแล้ว

                โกะโจ ซาโตรุเปิดเผยจุดประสงค์อย่างซื่อตรงคืนวันที่ยูจิออกไปดูตัวว่า

            “เลิกให้ยูจิไปดูตัวแล้วมาแต่งงานกับผมแทนเถอะ”

                โกะโจสนใจยูจิตั้งแต่สมัยอีกฝ่ายอยู่มัธยมปลาย...เป็นความสนใจอย่างบริสุทธิ์ใจ เขาเห็นสายตาอีกฝ่ายมองโอเมก้าคนหนึ่งแล้วคิดในใจว่าสายตาของคนมีความรักเป็นแบบนี้สินะ ชักอยากมีความรักที่มากกว่าสัมพันธ์ทางกายขึ้นมาบ้างเลยแฮะ...เพียงเท่านี้เอง

                สำหรับโกะโจที่สูญเสียครอบครัวไปทั้งหมดในคราวเดียว สายตารักใคร่อันอ่อนโยนจากคนใกล้ชิดก็เป็นดั่งภาพฝันอันเลือนรางในอดีต เขาคุ้นเคยกับสายตาเปี่ยมความใคร่ของคู่นอนหรือเคารพเทิดทูนจากเพื่อนร่วมงานมากกว่า หากได้มีความรักและถูกใครสักคนมองมาเหมือนที่ยูจิมองโอเมก้าคนนั้นก็คงดี

                จากนั้นก็บอกความลับอีกเรื่องว่าตัวการทำให้ยูจิกลายเป็นเบต้าก็คือตน...พ่นทุกสิ่งออกจากปากด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเหมือนชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ

                แรกเริ่มวาสุเกะนึกว่าตัวเองหูฝาด ต่อเมื่อโกะโจยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ชายชราแทบจะเอารีโมทโทรทัศน์ปาใส่หัวที่ขาวยิ่งกว่าหัวของตน

                ทั้งหมดพวกวาสุเกะเข้าใจผิดไปเอง วางยาพิษสุคุนะ? ผิดแล้ว โกะโจไม่ได้สนใจเป็นบอส ต่อให้สุคุนะกลายเป็นเบต้าและขาดเสียงสนับสนุนในการเป็นบอสคนถัดไปเขาก็ไม่แยแสเลยสักนิด

เป้าหมายคือยูจิมาตั้งแต่แรก

ทั้งโกะโจและยูจิเป็นแอลฟ่าทั้งคู่ ต่อให้แอลฟ่าสามารถรักกันได้ แต่แอลฟ่าตั้งครรภ์ไม่ได้ วาสุเกะไม่ยอมให้หลานชายแต่งงานกับแอลฟ่าด้วยกันแน่นอน

                ฉะนั้น...ไม่โกะโจก็ยูจิ หากใครสักคนกลายเป็นเบต้า โกะโจมั่นใจว่าวาสุเกะจะจับคู่หลานชายให้ตนแน่นอน

            “การเปลี่ยนสภาพแต่กำเนิดมีบันทึกวิชาการเขียนไว้เฉพาะกรณีที่เกิดจากเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุเท่านั้น ไม่เคยปรากฏว่ามียาตัวไหนเปลี่ยนแปลงแอลฟ่าเป็นเบต้าหรือโอเมก้าได้ แต่เพื่อนผมคนนึงทดลองทำยาตัวนี้อยู่ ก่อนเอามาให้ผม เจ้าตัวเคยจ่ายเงินให้คนมาลองกินยาสองเดือน ปรากฏว่ามีเบต้ากลายเป็นโอเมก้า 1 คน จากตัวอย่างทดลองทั้งหมด 6 คน อัตราสำเร็จอยู่ที่ 16.67เท่านั้นเอง หนำซ้ำยังไม่เคยลองกับแอลฟ่าด้วย...ก็ไม่มีแอลฟ่าคนไหนอยากลองนี่นะ” 

                คืนวันนั้นโกะโจเปิดเผยแม้แต่เรื่องพวกนี้

            “ลองเช็คจากส่วนประกอบยาดูน่าจะไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงร้ายแรงอะไร แต่ความเป็นไปได้มีอยู่ทั่วทุกที่ ยิ่งไม่เคยทดลองกับแอลฟ่ายิ่งเสี่ยงมาก ถ้าเอามาให้ยูจิกินแบบไม่คิดหน้าคิดหลังแล้วเกิดปัญหาขึ้นมาผมรับไม่ได้แน่ๆ ฉะนั้น...ผมลองกินยานี้ก่อนเอามาให้ยูจิแล้วล่ะ ต่อให้ยาได้ผลแล้วตัวผมกลายเป็นเบต้าก็ไม่เป็นไรหรอก แค่ได้แต่งงานกับยูจิก็พอแล้ว เสียดายก็แต่ลองอยู่ 3 เดือน ร่างกายไม่เห็นเปลี่ยนไป เลยเปลี่ยนแผนมาให้ยูจิกินแทน คิดว่าลองดูก่อนไม่เสียหาย ถ้าเขากลายเป็นเบต้าได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็คงต้องลองหาวิธีอื่น...ส่วนให้ยังไงขอปิดเป็นความลับสักเรื่องนะครับ เอาเป็นว่าผ่านไป 2 เดือน พอลองปล่อยฟีโรโมนกระตุ้นดูก็เช็คได้คร่าวๆ แล้วว่ายานั่นดันใช้ได้ผลกับยูจิ เขาไม่ได้เป็นแอลฟ่าอีกต่อไปแล้ว ทำเอาตกใจเลยล่ะ ไม่คิดว่าจะได้ผลแท้ๆ”

                ทั้งสุดโต่ง ทั้งเอาแต่ใจ บางทีเลือดแอลฟ่าของโกะโจคงแรงมากขนาดที่ยาครึ่งๆ กลางๆ ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่

            วาสุเกะฟังทั้งหมดด้วยร่างกายสั่นเทิ้ม โกรธจัดจนพูดไม่ออก

                ทว่าโกะโจเอาแต่ยิ้ม

            “รู้สึกผิดต่อยูจินิดหน่อยเหมือนกัน แต่พอคิดว่ายูจิมีลูกได้แล้วจะมียูจิตัวน้อยๆ ก็ทำเอาความรู้สึกผิดหายไปฮวบฮาบเลย ผมไม่เสียใจทีหลังหรอกนะที่เรื่องมันกลายมาเป็นแบบนี้น่ะ อ้อ จริงด้วย...ที่ผมเป็นแบบนี้ปัญหาไม่ใช่การเลี้ยงดูของคุณวาสุเกะหรอกนะครับ อยู่ที่สันดานของตัวผมเองล้วนๆ เลย อย่าโทษตัวเองล่ะ”

แรงกดดันจากโกะโจหนักข้อเพราะวาสุเกะเฟ้นหาสะใภ้อย่างจริงจัง ช่วงที่เลื่อนนัดแล้วเลื่อนนัดอีกยังพอทำเนา แต่ในคืนวันที่ยูจิออกไปดูตัวกับมิวะ คาซุมิเจ้าตัวถึงกับถ่อมาประกาศศึกถึงที่

ช่างน่าตกใจที่ความขัดแย้งไม่ได้เกิดจากการแย่งเก้าอี้บอสแต่เป็นการเตรียมการเพื่อรอคนคนหนึ่ง

ความยึดติดรุนแรงเป็นลักษณะแต่กำเนิดของแอลฟ่า เพื่อบรรลุความต้องการของตน พฤติกรรมบางอย่างบิดเบี้ยวอย่างไม่น่าอภัย ถือดีว่าตนดีเลิศ ลงมือเพียงเพื่อสนองปรารถนาอันบ้าคลั่ง สมัยหนุ่มๆ วาสุเกะเคยเลือดร้อนมาก่อน เข้าใจดีว่าการสูญเสียตัวตนไล่ตามสัญชาตญาณเป็นอย่างไรและขัดขืนยากแค่ไหน อย่างไรก็ดี...ทำไมถึงเป็นยูจิไปได้? การที่หลานชายกลายเป็นเบต้าเพราะความยึดติดอย่างบ้าคลั่งของแอลฟ่าอีกคนยังคงเป็นเรื่องเกินรับไหว

เพราะปกติพบเจอแต่แอลฟ่าที่ทะเยอทะยานเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่ออำนาจ วาสุเกะไม่เคยคิดมาก่อนว่าโกะโจจะหมายตาหลานชายคนเล็กของตน

                ทั้งสองคนใช้เวลาเปิดใจนับชั่วโมง ข้อมูลปริมาณมหาศาลค่อนข้างหนักเกินกว่าวาสุเกะผู้เตรียมตัวเกษียณจะรับมือไหวอยู่แล้ว นี่วันถัดมานอกจากยูจิจะขังตัวเองอยู่ในห้องเงียบๆ อย่างน่าสงสัย โกะโจยังใช้ไม้ไหนไม่รู้ทำให้มีคนพูดโพล่งกลางห้องประชุมว่ามีคนจากตระกูลคาโมะมาทาบทาม

            คิดจะทำไปจนถึงขั้นไหนหา!

                พอเปิดเผยธาตุแท้ โกะโจไม่ซ่อนเร้นเจตนาดั้งเดิมใดๆ อีก เพิ่งมาสารภาพผิดก็รุกคืบต่อเนื่องด้วยการใช้คนของอิตาโดริมากดดันด้วยการปล่อยข่าวเกี่ยวกับคู่แข่งหน้าใหม่อย่างตระกูลคาโมะ ที่น่าโมโหที่สุดคือตัวการนั่งหน้าซื่อตาใสจิบน้ำอัดลม มีเพียงวาสุเกะที่จับสารจากอีกฝ่ายได้

            ‘ไม่อยากให้ผมแต่งกับยูจิงั้นคงต้องใช้คนของคุณมากดดันให้คุณยอมแล้วล่ะ~’

หากใช้ความรู้สึกตัวเองคนเดียวตัดสินใจได้ วาสุเกะคงตบโต๊ะตวาดไปแล้วว่า ‘อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ!’ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนชอบบังคับใครและให้อิสระผู้ใต้บังคับบัญชาเต็มที่ ใครอยากอยู่ด้วยกันก็อยู่ ไม่อยากก็ไป

                ทว่าการดูแลองค์กรอันประกอบไปด้วยชีวิตหลายชีวิต ความเห็นคนคนเดียวชี้วัดทุกสิ่งไม่ได้ วาสุเกะต้องคำนึงถึงส่วนรวมก่อน ชายชรากดความรู้สึกพลุ่งพล่านชวนมือไม้สั่นลง จากนั้นพูดตัดบทด้วยหน้ากากบอสผู้เยือกเย็น อาศัยบารมีผู้นำที่มีติดตัวมานานทำให้ไม่มีใครกล้าหือ สามารถจบประเด็นด้วยการแยกย้ายอย่างสงบ

                กระนั้น สุคุนะเดินตามตนมา บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

                หลานชายคนโตบอกให้เซนอิงกับคุกิซาคิรอด้านนอก ขอร้องแกมบังคับปู่บังเกิดเกล้าให้เข้าไปนั่งคุยในห้องรับแขกซึ่งไม่มีใครใช้งาน ยังไม่ทันได้นั่งลงก็ส่งแท็บเลตให้ แล้วโยนปึกกระดาษลงบนโต๊ะกระจกชนิดไม่สนใจมารยาท

                สุคุนะรู้ในสิ่งที่โกะโจ ซาโตรุทำลงไปแล้ว

                ชายชราซึ่งหมดแรงจะขยับตัวขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง ถามหลานชายตามตรงว่าอยากจะทำยังไงต่อล่ะ ปรากฏว่าคนอ่อนวัยกว่าชะงัก ทำหน้าคาดไม่ถึงว่าปู่จะเฉยชาได้ขนาดนี้ เห็นดังนั้นแล้ว วาสุเกะตระหนักว่าสุคุนะน่าจะต้องการเวลาให้ตกตะกอนความคิดเหมือนกัน

            “ฉันจะเรียกซาโตรุมาหาพรุ่งนี้ตอนบ่ายสาม แกก็มาด้วยสิ”

 

 

                ด้วยเหตุนี้ที่ห้องโฮมเธียเตอร์เวลาบ่ายสามโมงครึ่ง ทุกฝ่ายนั่งเผชิญหน้ากัน

                แต่แรกวาสุเกะเรียกตัวไว้แค่สุคุนะกับโกะโจเพียงสองคน แต่เจ้าของชื่อหลังดันหนีบฝาแฝดอิตาโดริคนน้องมาด้วย แถมยังมาสายไปครึ่งชั่วโมงอีกต่างหาก

                “แกมาได้ยังไง” พอเห็นน้องชายฝาแฝด สุคุนะตาขวาง

                ยูจิแบมือระดับอก “มีขาก็เดินมาน่ะสิ”

                “...”

                “...”

                ประกายไฟแตกตัวดังเปรี๊ยะ

                ถ้าปล่อยให้พี่น้องทะเลาะกันจะเสียเวลาอีกนาน วาสุเกะห้ามปรามทั้งคู่เอาไว้ ไล่ให้แต่ละคนหาที่นั่งให้เรียบร้อยจะได้เข้าเรื่องเสียที สุคุนะกับยูจิยังคงง้างหมัดและทำหน้าผีหลอกใส่กันอยู่ แต่อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้ซัดกันนัวและยอมนั่งลงอย่างว่าง่าย ต่อให้ขัดตาที่เห็นโกะโจตีเนียนดึงยูจินั่งข้างตัวเอง วาสุเกะจะปล่อยไปก่อน

ชายชราเข้าประเด็นอย่างรวบรัด “นับวันกระแสความขัดแย้งในอิตาโดริยิ่งหนักข้อ ก่อนจะรุนแรงจนกู่ไม่กลับ วันนี้ฉันอยากจัดการให้จบซะ ซาโตรุ สุคุนะ พวกเธอคิดว่ายังไง ควรทำยังไงต่อไป”

                สองคนที่มีคำตอบในใจอยู่แล้วตอบรวดเร็วแทบประสานเสียง

                สุคุนะ “พวกเลี้ยงไม่เชื่อง ไม่เก็บไว้!

                โกะโจ “ให้ผมแต่งงานกับยูจิ~

                ...ก็เป็นไปตามที่คิดแหละนะ

                ก่อนหน้านี้ได้ฟังความคิดของทั้งโกะโจและสุคุนะมาก่อนแล้ว วาสุเกะจึงไม่ตระหนกตกใจ

                ข้อเรียกร้องของสุคุนะชัดเจนตรงไปตรงมา ทั้งยังอยู่ในความคาดหมาย แต่โกะโจออกจะเกินขอบเขตจินตนาการไปไกลลิบ หลานชายสองคนไม่ได้ร่วมวงสนทนายามค่ำคืนกับโกะโจด้วยกัน ดังนั้นสองหนุ่มที่หน้าเหมือนกันเปี๊ยบจึงหันขวับ ยูจิทำหน้าพิกล เสียงพูดกระอักกระอ่วน

                “เหมือนเมื่อกี้ได้ยินอะไรที่สุดยอดมากๆ ยังงั้นแหละ...”

                โกะโจหันไปยิ้มหวานให้ ใช้มือซ้ายยกมือยูจิขึ้นมาคลึงนิ้วเล่น “ให้พูดอีกรอบไหมล่ะ?”

                สงวนท่าทีคืออะไร โยนให้หมากินไปหมดแล้ว

                ปริมาณข้อมูลที่ได้รับไม่เท่ากัน สารที่ได้รับไม่ครบถ้วน ใจความสำคัญขาดหาย...แต่ละปัจจัยล้วนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด    และทำให้ความขัดแย้งภายในบานปลายมาถึงจุดนี้ แน่นอนว่าการแก้ปัญหามีหลากหลายวิธีการ ตัววาสุเกะเองหลังคิดแล้วคิดอีกก็ย่อมมีทางเลือกในใจ แต่อย่างที่เคยบอกไปว่าตนไม่สามารถตัดสินใจอะไรคนเดียวได้ วันนี้จึงเรียกผู้เกี่ยวข้องสำคัญมาหาข้อสรุป

                ซึ่งก่อนอื่น...

                “ให้ผมแก้ความเข้าใจผิดสินะ? ไม่มีปัญหา”

                โดนสายตาพิฆาตจากว่าที่คุณปู่ เพื่อซื้อใจแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี โกะโจยอมปล่อยมือคนข้างๆ แม้อาลัยอาวรณ์สุดแสน ชายหนุ่มยกขายาวๆ ขึ้นไขว้ขาอีกข้าง สองมือประสานกัน ผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้อยู่ในท่านั่งที่สบายตัวที่สุด จากนั้น ‘สารภาพความจริง’ อย่างสง่าผ่าเผย

                พอเล่าจบ อิตาโดริ ยูจิซึ่งตอนแรกแกะซองมันฝรั่งทอดหมายจะนั่งกินขนมสบายๆ ปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อ

                “คุณนี่มัน....!!

                หน้าตาตอนโกรธที่เพิ่งเคยเห็นชัดๆ เป็นครั้งแรกยังคงน่ารักสำหรับโกะโจ แต่ในเมื่อพูดชมออกไปจะทำให้โดนเกลียดเอาได้ โกะโจจึงสงบปากสงบคำแล้วฉวยโอกาสหายากมองใบหน้ายูจิในระยะประชิดเงียบๆ

                เทียบกับน้องชายแล้ว ทางสุคุนะใจเย็นกว่ามาก เขาเย็นลงจากตอนเข้ามาในห้องจนแทบเป็นคนละคนเลยทีเดียว “ไม่ใช่เพื่ออำนาจ?”

                “ไม่ใช่เพื่ออำนาจ” โกะโจรับ

                เท่านี้ก็ชัดเจน...ผลประโยชน์ของพวกเขาไม่ขัดแย้งกัน

                ไม่มีความจำเป็นต้องทะเลาะเบาะแว้ง

                “งั้นอยากแต่งกับไอ้เวรนั่นก็แต่งไปสิ”

                เมื่อไม่ยื้อแย่งทรัพยากรกับตน สุคุนะไม่ไยดีอะไรทั้งสิ้น หมดความสนใจโดยสิ้นเชิง กับเจ้าคนหน้าเหมือนกันที่ขวางหูขวางตามาแต่เกิดนั่น ถ้าอยากได้นักก็เอาไปเลย

คนเป็นปู่ฟังแล้วความดันพุ่งพรวด แต่กำปั้นของยูจิพุ่งนำไปก่อน

                “พูดอะไรของแกหา?”

                สมัยยังเป็นแอลฟ่าฝาแฝดคู่นี้มีความสามารถทัดเทียม จนยูจิกลายเป็นเบต้า อะไรที่เคยสู้ได้ก็เปลี่ยนเป็นสู้ไม่ได้ไปเสียหมด สุคุนะเพียงปัดป้องทิ้งส่งๆ กำปั้นซึ่งนับว่าทรงพลังเมื่อเทียบกับเบต้าทั่วไปก็กลายเป็นหมันในพริบตา แฝดคนพี่แค่นเสียงเหอะอย่างดูแคลน

                “ในเมื่อไม่เกี่ยวอะไรกับฉันแล้วก็ไม่เสียเวลาอยู่ต่อมันละ พวกแกจะเอายังไงก็เชิญตามสบาย”

                คนเอาแต่ใจโบกมือเหมือนไล่แมลงวัน ก้าวพรวดๆ ออกไป พริบตาเดียวก็ได้ยินเสียงหับประตูดังปังอย่างไร้มารยาท ห้องโฮมเธียเตอร์เหลือเพียงสามชีวิต...ทว่ามีเพียงคนเดียวที่ยังอมยิ้มอย่างรื่นรมย์

โกะโจ ซาโตรุเท้าคางมองอิตาโดริ ยูจิ ริมฝีปากวาดยิ้มเปี่ยมเสน่ห์

                “ถึงไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่แต่น่าจะนับว่าสารภาพความในใจได้นะ? ยูจิว่ายังไงล่ะ รับรักผมหน่อยสิ”

                “...” เจ้าของชื่อพูดไม่ออก ทำไมคนคนนี้ถึงหน้าด้านได้ขนาดนี้เนี่ย? “ผมมีเหตุผลอะไรต้องรับรักคนที่วางยาพิษคนอื่นด้วยเหรอ?”

                “ผมเองก็กินยาพิษด้วยนะ 2 ครั้งแน่ะ” โกะโจโอด

ยูจิไม่ใช่เด็กหัวอ่อน ไม่โดนกระแสชักนำจนสูญเสียความรู้สึกนึกคิดของตัวเองไปอย่างแน่นอน รู้อยู่แล้วว่าหนทางความรักไม่ราบรื่นง่ายดายอย่างหวัง แต่เพราะชอบยูจิคนที่เอาจริงเอาจังและเป็นตัวของตัวเองคนนั้น โกะโจจึงเฝ้ากดสัญชาตญาณอยากผูกมัดและครอบครองมาได้นานหลายปี

                นอกจากนี้การได้ดิ้นรนไขว่คว้ายังสร้างความหฤหรรษ์แก่โกะโจด้วย

                ผลไม้ที่ต้องรอคอยและทุ่มเทเพื่อได้มาย่อมอร่อยกว่าผลไม้ที่ตกลงมาจากต้นให้หยิบกินง่ายๆ

                “คุณกินแล้วไม่กลายเป็นเบต้าไม่ได้หมายความว่าคนอื่นต้องเป็นเหมือนคุณนี่ครับ อย่าเอามาอ้าง” ถ้อยคำตำหนิตัดรอน หากน้ำเสียงอ่อนลงจนรู้สึกได้

ยูจิอาจโมโหมากที่กลายเป็นเบต้าเพราะความหุนหันพลันแล่นของใครบางคน แต่พอนึกย้อนดูแล้วพบว่าตัวการก่อเหตุไม่เคยทำอะไรไม่ดีและวางตัวเป็นคนดีมาตลอดก็เก็บความโกรธเกรี้ยวไว้กับตัวได้ไม่นาน แอลฟ่ายึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง มีความอยากครอบครองรุนแรง ทว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมายูจิไม่เคยถูกโกะโจคุกคาม ถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายมีใจให้ตน...เก็บอาการได้มิดชิดขนาดนั้น

                ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ความทะนงตนอ่อนลงมากจากการกลายเป็นเบต้า ในเมื่อแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เขาปลงตกและคิดแค่ ‘ช่างมันเถอะ

                ด้านที่ใจอ่อนเช่นนี้โกะโจก็ชอบเช่นกัน

                โกะโจให้เหตุผลว่า ‘ยูจิเอาแต่เรียน ไม่คิดจะไปดูตัวหรือคบใคร ผมถึงได้ไม่ร้อนรน คิดว่าสร้างความประทับใจแบบค่อยเป็นค่อยไปน่าจะดีกว่าน่ะ

                ในเมื่อยูจิชอบ ‘คนดี’ โกะโจจึงตั้งใจจะแสดงความเป็น ‘คนดี’ ให้เห็น...และมันก็ได้ผลจริงๆ

 “ถ้าคุณวาสุเกะไม่ส่งเธอไปดูตัว ผมตั้งใจว่ารอเธอเรียนจบก่อนจะค่อยๆ รุกจีบ เพราะงั้นเรื่องคราวนี้คุณวาสุเกะต่างหากที่ผิด” โกะโจโบ้ยไปโน่น

นับจากยูจิกลายเป็นเบต้า โกะโจรอแล้วรอเล่า

ในเมื่อมีใครที่ไหนล่ะจะเป็นคู่ครองที่เหมาะสมกับยูจิไปมากกว่าโกะโจ ซาโตรุ?

                ประโยชน์หนึ่ง เป็นคนกันเองที่เห็นมานาน มั่นใจได้ว่าจะดูแลยูจิได้ดี ประโยชน์สอง ลดความเสี่ยงในการเสียคนในมากความสามารถ ประโยชน์สาม ตัดความเป็นไปได้ที่โกะโจจะแปรพักตร์ไปเข้ากับกลุ่มอื่นและปล่อยข้อมูลภายในรั่วไหล

                สมัยก่อนที่วาสุเกะโน้มน้าวให้ยูจิไปดูตัวเป็นสมัยอีกฝ่ายยังเรียนม.ปลายและยังเป็นแอลฟ่าอยู่ ยูจิปฏิเสธว่ามีคนในใจอยู่แล้ว นับแต่นั้นมาวาสุเกะไม่เคยให้ยูจิไปดูตัวอีก จนเด็กสาวโอเมก้าชื่อโอซาวะที่ยูจิหลงรักแต่งงานไปแล้ว บอสใหญ่ของอิตาโดริก็ยังคงไม่เคลื่อนไหวเป็นชิ้นเป็นอัน นานๆ ทีจึงจะได้ยินเสียงเปรยว่าอยากให้แต่งงาน

                กระทั่งยูจิขึ้นมหาลัยปีสุดท้าย ความระส่ำระสายภายในเกี่ยวกับตำแหน่งบอสคนถัดไปชักหนักข้อ...ชายชราเลิกประวิงเวลาและหว่านล้อมให้ยูจิมองหาคู่ครองที่เหมาะสม

แต่ไม่มีชื่อโกะโจ ซาโตรุในตัวเลือกเลย

                รายชื่อคู่ดูตัวทั้งหมดที่ไม่ถูกคัดออกมีแต่เบต้ากับโอเมก้า

                โกะโจเข้าใจในทันทีว่าทำไมตนไม่อยู่ในตัวเลือก ไม่เคยอยู่ในตัวเลือกคู่ครองของยูจิ...วาสุเกะไม่คิดจะให้หลานชายให้กำเนิดเหลน เท่ากับว่าไม่คิดให้แต่งงานกับแอลฟ่า

                ส่วนเหตุผล...คงเพราะแม่และย่าของยูจิกับสุคุนะล้วนด่วนจากไปหลังให้กำเนิดบุตร

โกะโจจึงต้องใช้คนของอิตาโดริมากดดัน ทำให้วาสุเกะผูกรั้งตนไว้กับตระกูลอิตาโดริด้วยการแต่งงาน ลงทุนใช้ยาแรงขนาดกลืนยาพิษอย่างไม่ลังเลเพื่อกระตุ้นความขัดแย้ง ผลจากการกินพิษยังพ่วงประโยชน์เสริมอีกอย่างคือทำให้บอสใหญ่หวาดระแวงเหตุลอบกัดจนยอมล่มงานดูตัวหลานชาย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว กระทั่งเกะโทเพื่อนสนิทยังบอกว่าเสียสติไปแล้ว

โกะโจ ซาโตรุมีแนวทางของตัวเอง ให้บีบคนอื่นเขาบีบได้ ให้บีบตัวเองเขาบีบได้ แต่ให้บีบยูจิเขาบีบไม่ลง

นับจากรู้ว่าหัวใจหลุดลอยไปอยู่กับคนอื่น ที่โกะโจทำมีแต่การพยายามเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อให้ตัวเองสามารถแต่งงานกับยูจิได้ ไม่เคยบังคับใจยูจิตรงๆ สักครั้ง กระทั่งรุกจีบอย่างออกนอกหน้ายังไม่เคย เฉพาะการวางยาที่ไม่ได้คาดหวังผลที่ดันมาถูกแจคพอตจังเบอร์...แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่โกะโจล้ำเส้นฝืนใจอีกฝ่าย

“ผมขอโทษจากใจจริงและรู้สึกผิด แต่ก็ยอมรับตามตรงว่าดีใจที่เธอกลายเป็นเบต้า ผมจริงใจขนาดนี้แล้ว หวังว่าจะเห็นใจและพิจารณานะยูจิ”

“ถ้าผมเกิดชอบคนอื่นขึ้นมาล่ะ?”

“แน่นอนว่าไม่มีทางบังคับเธอให้มาเป็นของผมทั้งที่ไม่เต็มใจหรอก”

“หือ?”

“...แต่จะทำให้คนที่เธอชอบหายไปน่ะ”

“...”

หรือก็คือจะกำจัดตัวเลือกอื่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหันมาหาตัวเองสินะ

นี่เรียกไม่บังคับเรอะ?

                ยูจิมองยิ้มหวานๆ จากนั้นก็ตั้งข้อสงสัยในใจว่าตนเองเข้าใจผู้ชายคนนี้ผิดพลาดไปมากมายขนาดไหนกันนะ?

                “ผมน่ะ ถ้าชอบคุณเสียอย่าง ต่อให้เป็นแอลฟ่าก็ยังจะชอบคุณ ถ้าชอบคุณเสียอย่าง ต่อให้ต้องกินยาเปลี่ยนเป็นเบต้าก็ไม่สนใจเลยสักนิด ถ้าชอบคุณน่ะนะ...”

                “ผมมั่นใจว่าเธอจะชอบผม” โกะโจตัดบทขึ้นมาก่อน เขาไม่ได้ขึ้นเสียง เป็นการพูดแทรกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างมาก “แต่ว่านะ...คนที่เดินทางกลางทะเลทราย บางทีเจอบ่อน้ำก็ปักหลักที่บ่อน้ำนั่นเลย ใครจะมัวมาคิดล่ะว่าข้างหน้าอาจมีทะเลสาบก็ได้ ก่อนที่เธอจะได้ชอบผม ถ้าหลงคารมคุณวาสุเกะแล้วหนีไปแต่งงานก่อนก็ไม่มีความหมาย ผมต้องลดความเสี่ยง”

                “...”

                ไอ้คนคนนี้ สมเป็นแอลฟ่าจริงๆ นั่นแหละ

                โลกไม่ได้หมุนรอบคุณเอ็งนะเฟ้ย!

                “ยูจิ” วาสุเกะมองหลายชายคนเล็ก เห็นหนุ่มน้อยเอามือกดข้างขมับ สีหน้าทั้งระอาทั้งจนใจ “ทั้งซาโตรุทั้งสุคุนะก็บอกหมดแล้วว่าตัวเองต้องการอะไร ตัวหลานล่ะ? อยากจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้?”

                พอเกะโทโยนระเบิดอันมีชื่อว่า ‘แต่งงาน’ ลงกลางห้องประชุมเมื่อวาน พรายกระซิบจะจากฝ่ายสุคุนะหรือฝ่ายโกะโจก็เห็นพ้องต้องกันว่ามันเป็นทางลงที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย พากันเกลี้ยกล่อมให้บอสลองนำไปพิจารณาดู

ทว่าวาสุเกะไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ให้ยูจิทราบ

                “ผมไม่ชอบการคลุมถุงชน ไม่คิดจะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้ชอบด้วย” อิตาโดริ ยูจิอ้าปากพูดขึ้นในที่สุด ทุกพยางค์หนักแน่นชัดเจน แต่ไม่ได้แฝงความประชดประชันหรือขุ่นเคือง เป็นเพียงการบอกเล่าอย่างตรงไปตรงมา

                นายใหญ่ของอิตาโดริพยักหน้ารับเนิบๆ ท่าทางพึงพอใจ

                ส่วนชายหนุ่มผมขาวอีกคนกดคางลงเล็กน้อย ประกายแสงในตาค่อยๆ จางหาย ฟันเฟืองในสมองทำงานเร็วจี๋ ทว่าก่อนฟันเฟืองจะประสานกันแล้วแสดงผลลัพธ์บางอย่างออกมา ยูจิเกิดเอ่ยต่อขึ้นเสียก่อน

                “แต่ถ้าผมชอบคุณโกะโจ ยังไงก็อยากแต่งงานด้วยอยู่แล้วล่ะ”

                กระแสพลังงานลึกลับจางหายก่อนมีใครสังเกตเห็น โกะโจเงยหน้าขวับ ประกายในตาเต้นริก “งั้นแต่งงานกันเลยเถอะ ผมมั่นใจในเสน่ห์ตัวเองมาก ถ้าช้าเร็วยังไงเธอก็ชอบผมแน่นอน รีบแต่งไว้ก่อนจะได้ประหยัดเวลา”

                “...ผมชกคุณได้ไหมเนี่ย...”

                “นั่นเป็นเงื่อนไขแหรอ? เอางั้นก็ได้ ยังไงผมก็ติดค้างเรื่องที่ทำให้ยูจิเป็นเบต้าอยู่ด้วยสิ” โกะโจตอบรับหน้าตาเฉย ไม่แม้กระทั่งเสียเวลาชั่งผลได้ผลเสีย

                “...”

                ปู่หลานอิตาโดริไม่เคยอับจนคำพูดขนาดนี้มาก่อน

นี่ไม่เข้าใจจริงๆ หรือคอยแต่จะดึงสถานการณ์เข้าข้างตัวเองกันแน่?

ภายในเวลาอันสั้น ยูจิเหมือนได้เปิดมุมมองต่อแอลฟ่าตรงหน้าให้กว้างขวางขึ้น เนื้อแท้ของโกะโจ ซาโตรุคือแอลฟ่านิสัยเอาแต่ใจที่ชอบแสดงความรู้สึกสุดๆ ต่อให้ยูจิเคยเป็นแอลฟ่าก็ไม่ใช่คนที่ดึงดันในระดับที่สูสีกับสุคุนะอย่างนี้ หลายปีที่ผ่านมาโกะโจอดทนขนาดไหนเพื่อเก็บความรู้สึกเนี่ย

ด้วยใจอ่อนอย่างไม่เข้าท่า เขาอ้ำๆ อึ้งๆ ทำท่าจะพูดไม่พูดอยู่เป็นนาน ในที่สุดหลังเกาท้ายทอยจนหลังคอแดงเป็นปื้นก็ร้อง ‘อ๊าก!’ เสียงดังลั่นออกมาหนึ่งครั้ง พอระบายความคับข้องจนทรวงอกปลอดโปร่งขึ้น มือข้างถนัดก็ยกไปทุบพนักโซฟาเข้าให้ แขนห่างจากโกะโจ ซาโตรุเพียงคืบ เห็นเป็นการยืนค้ำกลายๆ

                โกะโจเงยหน้ามองใบหน้าย้อนแสงของอีกฝ่าย

                เสียงของยูจิอ่อนโยนมาก เจือแววขอร้องอยู่ในที “คุณโกะโจฟังนะครับ เรื่องของความรัก ต้องเคารพความรู้สึกของกันและกัน ผมไม่คิดจะปิดกั้นตัวเอง คุณก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้น ตอนนี้ผมไม่ได้เกลียดคุณหรอก แต่ถ้าโดนบังคับอาจจะเกลียดก็ได้”

                ขนาดเป้ายิงเป็นตัวเอง อิตาโดริ ยูจิก็ยังคงอ่อนยวบเป็นเต้าหู้ นิสัยใจอ่อนเป็นพิเศษต่อโอเมก้ากับคนที่เสียเปรียบในสนามรัก จะว่าน่ารักก็น่ารัก ทว่าก็เปิดช่องให้ถูกเอาเปรียบได้ง่าย

                ดวงตาสีฟ้าโชนแสงประหลาดขึ้นมาแวบหนึ่ง สัญชาตญาณของยูจิกำลังจะร้องว่าอันตราย แต่ไม่ทันได้มีปฏิกิริยาถอยหนี เมื่อโกะโจกระพริบตาก็กลายเป็นแววตาเจือยิ้มดั่งเช่นที่เห็นตามปกติไปแล้ว

“ผมจะพยายาม”

                คนได้รับความรักเต็มปรี่คิดว่าควรตอบรับอะไรสักคำ แต่ในตอนที่กำลังคิด เขาค่อยรู้สึกตัวว่ามือข้างหนึ่งของโกะโจจับแขนข้างที่เท้ากับพนักโซฟาของตนเอาไว้แน่น

                ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนหาใดปาน “คนเราลองมีเป้าหมายแล้วก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ไปถึงนี่เนอะ?”

                คนฟังคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง กระนั้นก็เออออตามไ่ปก่อนเพราะตอบไม่ได้ว่ามีตรงไหนที่มันไม่ถูก “ก็...คงงั้นล่ะมั้งครับ?”

                “ผมจะรอฟังคำรักจากยูจินะ”

                ตอนที่เอ่ยประโยคนี้ มือของโกะโจลากเรื่อยจากแขนลงมา วาดผ่านข้อมือแข็งแรง ลูบข้อนิ้วอย่างทะนุถนอม ก่อนจะประสานนิ้วทั้งสิบกับยูจิ

                “จากนี้จะไม่ให้ใครมาขวางอีก...เด็ดขาดเลย”

 



 

                [Gojo’s side]

                สายสัมพันธ์ของครอบครัวแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเจ้านายลูกน้อง สถานะของโกะโจในตระกูลอิตาโดริแม้เห็นชัดว่าได้รับการดูแลใกล้ชิดยิ่งกว่าลูกน้องคนอื่น แทบไม่ต่างไปจากญาติสนิทเลยด้วยซ้ำ แต่ในทางกฎหมายก็ยังนับเป็นคนนอก

เมื่อยูจิเป็นเบต้า แอลฟ่าอย่างโกะโจมีวิธีล่อหลอกมากมาย แต่ลองยูจิไม่ยินยอมพร้อมใจ ผลลัพธ์นั้นก็ไม่หวานชื่นชวนลิ้มลอง ดังนั้นจึงต้องหวังพึ่งสถานการณ์ความขัดแย้งภายในเพื่อให้คนรอบข้างคอยกระตุ้นเตือนบอสสักหน่อยว่าจำเป็นต้องผูกมัดตนไว้ ยิ่งเมื่อใช้ยาพิษกับตัวจนต้องไปโดนหามส่งโรงพยาบาล สงครามภายในก็ยิ่งดุเดือด

                ...ถึงเห็นหน้ายูจิตอนมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วงที่โรงพยาบาลแล้วจะเจ็บมโนธรรมโคตรๆ ก็เถอะ

                อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของโกะโจทั้งหมดเป็นไปอย่างใจเย็น เก็บหลักฐานได้หมดจด แถมยืมมือคนอื่นก่อเรื่องวุ่นวายโดยไม่กระทบต่อภาพลักษณ์คนดี๊คนดีในสายตายูจิด้วย

เขาไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเป็นไปได้ขนาดนี้

เริ่มต้นจากความสนใจเรียบง่ายในระดับคนรู้จัก คิดว่าไอ้หนูที่ประกาศว่าจะแต่งงานด้วยความรักต่อหน้าปู่ช่างอ่อนต่อโลก ต่อเมื่ออีกฝ่ายย้ายมาอยู่ใต้ขายคนเดียวกันเพื่อให้สะดวกเดินทางไปมหาลัย พอได้พูดคุยกันมากขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้นโกะโจถึงรู้สึกตัวว่าความสนใจต่ออีกฝ่ายค่อยๆ เกินระดับความสนใจต่อเพื่อนมนุษย์ทั่วไป

อาจเป็นความหลงใหล

อาจเป็นความใคร่

หรืออาจเป็นความรัก

สายตาที่ยูจิใช้มองโอซาวะ เมื่อก่อนเห็นขันว่าเป็นเด็กน้อยไม่ประสา กลับกลายเป็นเพลิงริษยาคุโชน

โกะโจต้องการให้ดวงตาคู่นั้นทอดมองเพียงตน ต้องการให้รอยยิ้มอ่อนหวานนั้นมอบให้เพียงแค่ตน ต้องการให้อิตาโดริ ยูจิคิดคำนึงถึงตนเพียงคนเดียว

ชื่อเรียกความรู้สึกนี้คืออะไรไม่สำคัญ เขาแค่อยากได้เด็กคนนั้น

ต้องการเด็กคนนั้น

              ความปรารถนาที่เผาไหม้อยู่ในอก เป็นเปลวไฟที่โหมกระพือรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดมา

 

 


5 comments:

  1. อ่านอิ่มมาก ไม่ข้ามซักบรรทัด!
    สนุกจัง ยังไม่เคยเจอเนื้อเรื่องแบบนี้เลย
    หมั่นไส้คุณโกะโจ555555 ร้ายนักนะ
    เขียนดีมากๆเลยค่า
    ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ

    ReplyDelete
  2. คุณคะ มันดีมาก มันสุดยอดมาก มันดีไปหมดจนไม่รู้จะชมยังไงแล้ว ฮือออออ ขอบคุณที่แต่งเรื่องราวดีๆแบบนี้ขึ้นมานะคะ /ใส่พานเอาขึ้นหิ้ง ขอเป็นกำลังใจให้คุณคนเขียนไม่ใช่การเขียนแค่เรื่องนี้ รวมถึงฟิคเรื่องอื่นๆด้วยนะคะ

    ReplyDelete
  3. ขอบคุณที่แต่งนะคะะ ชอบมากเลย แต่งดีมากกกกจนอยากให้มีต่อเลยค่ะ 💕💕

    ReplyDelete
  4. อร่อยมากจริงๆ อร่อยจนค่อยๆละเลียดอ่านทีละคำเพราะไม่อยากให้จบ มันดีมากจริงๆ ชอบมากจนอยากเสียตังให้เลย ไม่ทราบว่ารับโดเนทมั้ยคะฮือออออ

    ReplyDelete
  5. โกะโจที่คลั่งรักน้องยูจินี่มันอร่อยจริงๆเลยวุ้ยยย สนุกมากค่ะ ชอบพล้อตด้วย จากแย่งชิงตำแหน่งมาเป็นคลั่งรัก ผมล่ะอย่างชอบเลยยยยยวยว

    ReplyDelete