Fanfic
Jujutsu Kaisen
จริง x ลวง
Pairing : Gojo Satoru x Itadori Yuji
Rating : SFW
CW : Angst, Mental
Illness, Psychological, Death
ความอดทนของมนุษย์มีจำกัด
ทว่าข้อจำกัดนั้นสามารถขยายออกได้เมื่อรับแรงหนุนจากความรู้สึกอันรุนแรง
ตัวอย่างเช่น...ความรัก เป็นต้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงี่เง่าไร้แก่นสารจนไม่อาจทานทนเพียงใด ลองมีคำว่า ‘รัก’ มาข้องเกี่ยวก็เปลี่ยนเป็น ‘ทนอีกนิดเถอะ’ ได้ในทันที
อิตาโดริ ยูจิผู้งมงายในรักจนเกินเยียวยาเวทนาตัวเองจับใจ
สติปัญญาของเขาจากที่ไม่ได้มีมากมายลดเพดานจนเรี่ยพื้นเพราะคำว่า ‘รัก’ คำเดียว...ต่อต้านไม่ได้ ขัดขืนไม่ลง
แม้สำเหนียกดีว่าเป็นรักข้างเดียว ทำเพื่อเขาเท่าไรก็ไม่ได้รับอะไรตอบแทน
ก็ยังคงดันทุรังโง่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไม่เป็นไร อดทนอีกนิดเท่านั้น
อีกนิด
อีกนิดเดียว
...วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์
นับรวมครั้งนี้ด้วยก็เป็นครั้งที่ 8 แล้ว
“...-----มันคือคำสาป”
ความทรงจำเว้าแหว่งไม่เป็นชิ้นเป็นอันทำให้ไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
เวียนว่ายตายเกิดมาหลายชาติโดยมีความทรงจำในอดีตทำให้ชีวิตสับสนพอสมควร
ต่อให้นึกถึงเรื่องราวในชาติแรกแทบไม่ได้ ทว่าลำพังชาติถัดๆ
มาอีกไม่รู้กี่ชาติก็เพียงพอต่อการทำให้อิตาโดริ
ยูจิเหนื่อยล้าอย่างยิ่งยวดจนเกินพอ
ลองนับๆ ดู แม้ตอนนี้อายุยังไม่ถึงสามสิบ
กลับมีประสบการณ์การใช้ชีวิตมาเกือบห้าร้อยปี
ขนาดจำไม่ได้ทุกอย่างอิตาโดริยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตาแก่
บางทีก็สับสนวัฒนธรรมและเทคโนโลยีจากโลกก่อนๆ...ปรับตัวลำบากมาก
อิตาโดริจำเรื่องราวสมัยชีวิตแรกแทบไม่ได้
รู้แค่ทุกสิ่งเริ่มจากชาติภพนั้น แล้วชาติถัดๆ มาก็มีอันต้องถูกสาปให้หลงรักโกะโจ
ซาโตรุหัวปักหัวปำชนิดไม่เหลือใจให้คนอื่น...สิริรวมชาตินี้เป็น 8 ชาติพอดี
ลิ้มรสความรู้สึกขมขื่นใจสลายมาหมดทุกรูปแบบ ลำพังเขาไม่รักตอบนับว่ายังดี
ขอนอนร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรตามลำพังในวันที่คนคนนั้นแต่งงานยังดีกว่าโดนหลอกใช้แล้วแทงข้างหลังดับอนาถเป็นไหนๆ
น่าหัวร่อนัก ถึงขนาดเคยโดนใช้ความรักของตนเป็นเครื่องมือ
ทำประเทศตัวเองล่มจมเพื่ออีกฝ่าย ได้รับการตอบแทนด้วยการฆ่าประจานกลับไม่สำนึก
ชาติถัดมาก็ยังคงรักคนคนเดิม
เสียสติไปแล้ว
ความรู้สึกนี้มันไม่ปกติ
อิตาโดริดิ้นรนอย่างหนักเพื่อสลัดให้หลุดจากความรู้สึกอันชวนหนาวสันหลังนี้
การลุ่มหลงคนที่เคยฆ่าตัวเองไม่ใช่เรื่องตลก ไม่ปกติเลยสักนิด
ในอดีตเมื่อนานแสนนาน เขาเคยพบจิตแพทย์ ทว่าแพทย์แผนปัจจุบันช่วยเหลือตนไม่ได้
ไม่รู้ที่รักษาไม่หายขาดเสียทีเป็นเพราะรักษาไม่ตรงจุดหรือพลังใจอ่อนด้อยเกินไป
ดังนั้นจึงลองหนทางอื่น ไม่ว่าหมอพื้นบ้าน นักเวท นักอาคม ผู้ใช้คุณไสย และอื่นๆ
อีกมากมาย อิตาโดริลองเจอมาหมดแล้ว น่าเสียดายที่ไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง
ยอมแพ้
คงเป็นคำสาปจริงๆ
ถ้าไม่ใช่คำสาปยังจะเรียกอะไรได้อีก?
“รุ่นพี่ ผมรินเหล้าให้นะ”
‘คำสาปร้าย’ โผล่มาตรงหน้า
แย้มยิ้มพิมพ์ใจขณะถือวิสาสะฉวยแก้วไปจากมือ สติอิตาโดริกลับเข้าร่างบัดเดี๋ยวนั้น
ที่นี่คือร้านริมทาง
ชายหญิงร่วมสิบชีวิตอยู่ระหว่างการจัดงานเลี้ยงสละโสดของรุ่นพี่จากแผนกมาร์เกตติ้ง
งานแต่งอีกฝ่ายจะจัดสัปดาห์หน้า
เพราะช่วงใกล้วันจริงจะยุ่งมากจึงทยอยสังสรรค์ชีวิตคนโสดส่งท้ายและเพิ่งถึงคิวของกลุ่มเพื่อนร่วมงานเอาตอนนี้
อิตาโดริไม่นับว่าสนิทสนมกับอีกฝ่ายนัก ทว่าเขาเป็นคนเพื่อนเยอะ
มีอีเวนท์อะไรมีอันต้องถูกเชิญตลอด
การมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อกลางวงล้อมผู้คนที่เคยคุยด้วยเพียงผิวเผินไม่ถือว่าแปลกประหลาดแต่อย่างใด
นอกจากนี้คือมีโกะโจ ซาโตรุอยู่ด้วย
ได้แอบมอง ได้หายใจอากาศเดียวกัน ก็ไม่นับว่าเสียเวลาเปล่าแล้ว
บางคนอาจคิดว่าได้ชื่นชมไม่ได้ครอบครองเป็นความทรมานแสนสาหัส
อิตาโดริไม่มีข้อโต้แย้ง ทว่าด้วยประสบการณ์รักคนคนเดิม 8 ชาติ
โดยส่วนตัวเขายินดีกลืนรสชาติขมฝาดลงคออย่างทุกข์ระทมต่อไป เมื่อได้ตกหลุมรัก
หากกระทั่งทอดตามองยังทำไม่ได้จะทรมานเสียยิ่งกว่าอีก
ต่อให้คร่ำครวญว่าไม่น่าเจอโกะโจเลย
ถ้าไม่เจอคงไม่ต้องทรมานใจอย่างนี้...ในเมื่อเจอไปแล้ว ตกหลุมรักไปแล้ว
จะไปนึกถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้ได้อะไรขึ้นมาเล่า
สมมติไปมีแต่ทำให้ช้ำใจนั่นแหละ
ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้สักหน่อย
ในเมื่อยังไงก็หนีไม่พ้น ขอเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆ น้อยๆ
มาบรรเทาอาการบาดเจ็บหน่อยเถอะ ดีกว่านั่งเศร้าระทมอย่างเดียวเป็นไหนๆ
“คุณอิจิจิ ยินดีด้วยอีกครั้งนะครับ”
อิตาโดริกวาดตาผ่านโกะโจมาหยุดลงที่ดวงตาสีดำขลับของเจ้าภาพ
ยิ้มแฉ่งให้หนึ่งที จากนั้นยกแก้วขึ้นซดอย่างเป็นธรรมชาติ
ขณะที่เขาประมานขีดจำกัดในการรับแอลกอฮอล์
เพื่อนร่วมงานบางรายซึ่งโดนสุรากร่อนสมองจนสติรับรู้หนีหายเปิดประเด็นไม่ดูกาลเทศะขึ้นมา
“เฮ้ย โกะโจ แกก็แนะนำเรื่องชีวิตคู่อิจิจิมันซะหน่อยสิ
เมียฟิวส์ขาดเพราะอะไร อิจิจิมันจะได้ไม่เตียงหักซ้ำรอยแกไง”
เสียงผิวปากโห่ฮาดังตามมา
แสลงหูพอกับเสียงหัวเราะอย่างไร้มารยาทที่ดังรายล้อมอยู่วงนอก
ว่าที่เจ้าบ่าวอิจิจิ คิโยทากะหน้าซีดหนึ่งระดับ ดวงตาเรียวเล็กแอบเหล่รุ่นน้องผู้ถูกพาดพิงอย่างหวาดๆ
ในใจก็ก่นด่าเจ้าคนปากเปราะไปด้วย...ลากใครไม่ลาก
ดันลากรุ่นน้องไม่น่ารักอย่างโกะโจ ซาโตรุมาเอี่ยว อยากซวยก็ซวยไปคนเดียวเซ่! ฉันไม่อยากเดือดร้อนเพราะหมอนี่เฟ้ย!
ชื่อเสียงเลื่องลือของหนุ่มหล่อตาฟ้าจากแผนก QC นอกจากชีวิตรักแสนมีสีสันชนิดตกเป็นขี้ปากชาวบ้านได้ทั้งปีทั้งชาติยังมีความใจคอคับแคบ
คอยจิกกัดเมื่อสบโอกาสด้วย หากไม่ระวังเผลอไปเป็นศัตรูเข้า
มีโอกาสสูงมากที่จะโดนฉีกหน้านิ่มๆ กลางสายตาประชาชีหากทำงานอะไรสักอย่างพลาด
พึงระลึกไว้เสมอว่าโกะโจ ซาโตรุเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถ
การแข่งขันกับคนพรรค์นี้ว่าใครจะล้มก่อนเป็นเรื่องสิ้นคิดอย่างยิ่ง
อิจิจิเคยเห็นโกะโจกระทืบคนล้มอย่างเลือดเย็นมาแล้ว
นับจากนั้นไม่เคยคิดอยากผิดใจกับรุ่นน้องคนนี้เลย
จากการคอยสังเกตสังกาด้วยความหวาดระแวงว่าจะไปแตะถูกเรื่องอ่อนไหวของอีกฝ่าย
แม้บางเรื่องโกะโจไม่คิดเล็กคิดน้อย
ทว่าประเด็นชีวิตคู่ไม่ใช่ประเด็นที่โกะโจยินยอมให้แตะต้องอย่างสนุกปาก
ไม่เพียงอิจิจิ ใครมีตาล้วนมองออกว่าสีหน้าผ่อนคลายของโกะโจเลือนหายไป
บัดนี้ใบหน้าถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ หนึ่งชั้น อิตาโดริเกรงว่าบรรยากาศดีๆ
จะเสียเพราะคนปากไม่มีหูรูดจึงรีบแก้สถานการณ์เร็วรี่
“หัวหน้ายากะ คาราโอเกะมั้ยคร้าบ!”
เบี่ยงประเด็นซะ!
พอได้จับไมค์ มือมนุษย์แปรสภาพเป็นมือตุ๊กแกได้ รีบหันเหความสนใจไปที่คาราโอเกะแล้วเปิดสงครามแย่งไมค์ร้องเพลงดีกว่า
เนื่องจากต้องให้เกียรติพระเอกของงาน
อิจิจิถูกคะยั้นคะยอให้เลือกเพลงมาร้องเป็นคนแรก
หลังจากนั้นสงครามที่แท้จริงจึงค่อยอุบัติ อย่างไรก็ตาม การตีกันเล็กๆ น้อยๆ
เพื่อช่วงชิงคิวร้องเพลงดีกว่าการผิดใจกับโกะโจ
ซาโตรุเป็นเรื่องเป็นราวแน่นอนที่สุด
“คุณอิจิจิ”
ดึกดื่นค่อนคืนเข้าไปแล้ว
วันนี้อิตาโดริเหนื่อยล้าสะสมจากการวิ่งรอกไปโน่นมานี่ เห็นจะอยู่จนงานเลิกไม่ได้
เขาเก็บของลงกระเป๋า หลังเอ่ยลาอิจิจิพร้อมอวยพรส่งท้ายงานเลี้ยงสละโสดก็แอบชิ่งกลับบ้าน
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หลับเป็นตายทันทีที่หัวถึงหมอน
ความสามารถในการระลึกชาติส่งผลต่อการพักผ่อนของอิตาโดริ
จริงอยู่ว่าเขานึกเรื่องในอดีตออกได้ขณะใช้ชีวิตประจำวัน เพียงรู้สึก ‘อ๊ะ’ ขึ้นมา แล้วกระหวัดถึงความทรงจำเก่าเก็บเสมือนหนึ่งพลิกหน้ากระดาษบันทึก
ไม่ต่างอะไรจากการหวนย้อนถึงเรื่องที่เกิดเมื่อวาน อย่างไรก็ตาม
ตอนหลับใหลยังคงเป็นช่วงเวลาที่ภาพจำเก่าเก็บตีย้อนกลับมามากที่สุดและชัดเจนที่สุด
ในความทรงจำมากมายดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก
เขาจับเค้าลางความผิดแผกได้บางประการ
มีสิ่งนอกเหนือสามัญสำนึกเกิดขึ้นกับตน
ช่วงเวลาน่าจะเป็นช่วงหนึ่งจากชีวิตชาติภพแรก
ดูเหมือนอิตาโดริจะทำพันธสัญญากับปิศาจ...?
เสียงของตัวเองที่ไม่ต่างไปจากตอนนี้ ทว่าหนักแน่นสุขุมผิดหู
“มันเป็นความเห็นแก่ตัวของฉัน เป็นความต้องการของฉันคนเดียว
ดังนั้นฉันจะแบกรับทุกอย่างเอง”
“ ‘ ‘ ไม่ต้องรักฉันตอบหรอก
ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น”
“ต่อให้ต้องทุกข์ทรมานก็ไม่เป็นไร ฉันยินดี...ให้ฉันได้รักเขาเถอะ”
นอกจากนั้น
ยังมักได้ยินอีกเสียงหนึ่ง
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ายวนใจของบุรุษ กังวานแฝงรอยยิ้มเยาะในที
“จะขัดขืนโชคชะตางั้นรึ?”
“ย่อมได้”
“ข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าปรารถนา เจ้าหนู”
“ฮ่าๆๆๆ น่าสมเพช! น่าสมเพชนัก!!”
“ทุกข์ทรมานให้มากกว่านี้อีกสิ!!”
อิตาโดริ ยูจิปวดหัวตุ้บ เมื่อคืนไม่ได้ดื่มจนเมา
วันนี้กลับหนักอึ้งอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว...ฝันร้ายเป็นเหตุแน่ๆ
หลังสะบัดผ้าห่มดังชึ่บและพับเก็บอย่างเรียบร้อย
อิตาโดริเดินสะโหลสะเหลลงจากเตียง คุ้ยหาสมุดบันทึกที่พกติดตัวเป็นประจำ
จากนั้นจดทุกสิ่งเท่าที่นึกออกในความฝันลงไป
ทีละขีด ทีละตัว
ไม่ว่าระลึกชาติได้ตอนไหน ยูจิจะบันทึกทุกอย่างลงในสมุด ชาติก่อนๆ
ไม่เคยทำ เพิ่งเริ่มชาตินี้เมื่อตอนเรียนชั้นประถมปลาย
ทั้งหมดเพื่อสนองความสงสัยใคร่รู้ต่อสิ่งแปลกประหลาดที่ตนกำลังเผชิญ
จากประสบการณ์เวียนว่ายตายเกิด เนื้อคู่คือสิ่งที่เกี่ยวพันจากดวงวิญญาณ
ไม่ว่าจะเกิดตายกี่ครั้งกี่หน ด้ายแดงก็จะผูกคนคู่เดิมไว้ด้วยกัน
แต่คนคนนั้นเป็นข้อยกเว้น...คนที่ในชาตินี้ชื่อว่าโกะโจ
ซาโตรุ...อาจเพราะอิตาโดริยื่นมือเข้าแทรก
ในแต่ละชาติอีกฝ่ายจึงลงเอยกับคนแตกต่างกันไป
และสุดท้ายชีวิตรักก็ล้มเหลว
การขัดขวางความรักคนอื่นเช่นนี้ช่างหน้าไม่อายและต่ำทราม
เขาฝืนสะบั้นด้ายแดงของโกะโจ
หลอกตัวเองว่าสามารถรักอีกฝ่ายต่อไปได้เพราะทำให้ไม่ได้ครองคู่กับคู่แท้ไปแล้ว
สิ่งแลกเปลี่ยนคือความทรมานด้านจิตใจ
มารร้ายเที่ยงธรรมไม่เอนเอียง เมื่อได้รับจิตด้านลบเป็นอาหารหล่อเลี้ยง
ก็จะตอบแทนมนุษย์ผู้มอบอาหารให้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
ยิ่งจิตใจของอิตาโดริพังทลายเพราะความรัก รสชาติความรู้สึกที่ได้กลืนกินยิ่งเลิศรส
รายละเอียดสำคัญของพันธสัญญาบางส่วนยังแอบซ่อนอยู่ในม่านหมอก
ทว่าเส้นตายคือ 8 ชาติอย่างแน่นอน
บางทีหากจบสิ้นชีวิตในชาตินี้แล้วได้เกิดใหม่อีกครั้ง
เขาอาจไม่มีความทรงจำของชีวิตที่ผ่านมาอยู่อีกแล้วก็ได้
ทว่าความรู้สึกอยากเก็บความรักเอาไว้
อยากจดจำคนที่รักให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้...อิตาโดริในตอนนี้ยึดติดกับมัน
ยังปล่อยวางไม่ลง
ต่อให้เจ็บปวด เขาก็ไม่อยากลืมโกะโจ
อิตาโดริสำเหนียกได้ว่าตนบิดเบี้ยวไม่มากก็น้อย ต่อให้โดนทำร้าย โดนฆ่าตาย
เขากลับไม่แค้นเคือง มีแต่ความปรารถนาดีให้คนคนนั้น
ได้มีประโยชน์ต่อคนที่รัก ถึงเป็นชีวิตก็ยกให้ได้
หากต้องการตนเป็นบันไดก็เชิญเหยียบย่ำตามสบาย
วันนี้มีเอาท์ไซด์ เวลาเริ่มงานของอิตาโดริจึงกลายเป็น 10 โมง
มีเวลาให้จัดการสารรูปดูไม่จืดจากฝันร้ายและแอลกอฮอล์จากเมื่อคืนเหลือเฟือ
“รุ่นพี่ สวัสดีครับ”
“รบกวนด้วยนะ สุงุรุ”
ห้องเสื้อ JJK ได้รับการติดต่อให้นำสินค้าไปโปรโมทในรายการโทรทัศน์เพราะนักร้องดังท่านหนึ่งใส่ชุดของพวกเขาขึ้นแสดงจนเป็นกระแสในสังคมออนไลน์
คนที่ออกมายิ้มแย้มต้อนรับอย่างมีอัธยาศัยช่างคุ้นหน้าคุ้นตา เกะโท
สุงุรุเป็นคนเขียนบทประจำรายการและยังเป็นรุ่นน้องร่วมมหาลัยของอิตาโดริ
ดังนั้นแม้งานหลักของอิตาโดริคือล่าม
กลับถูกส่งมาประสานงานแทนฝ่ายขายและประชาสัมพันธ์
เกะโทเผยยิ้มจนดวงตาหรี่โค้ง บรรยากาศรอบกายอ่อนละมุนลงหลายส่วน
“โชคเกอร์เหมาะกับรุ่นพี่นะครับ”
“ขอบใจนะ”
อิตาโดริพยายามยกมุมปากสุดชีวิต
รอยยิ้มอันเจิดจ้าของเกะโทชวนให้อึดอัดจริงๆ...ใช่ว่าเขาไม่ชอบอีกฝ่าย
แต่เพราะอีกฝ่ายชอบเขาต่างหากถึงได้ทำตัวไม่ถูก
สมัยมหาลัย
พอได้ข่าวว่าเกะโท
สุงุรุประสบอุบัติเหตุ ตนตาลีตาเหลือกพุ่งออกจากบ้านตอนตีสามไปบริจาคเลือดก็เพราะโกะโจ
ซาโตรุชอบคนคนนี้
ถ้าเกะโทตาย
โกะโจจะเสียใจ
อิตาโดริรู้สึกเสมอว่าเกะโทไม่ควรมอบความรู้สึกอันลึกซึ้งให้แก่ตนเลย
ทว่าเขาอรรถาธิบายอย่างอ้อมค้อมสักเท่าไร รุ่นน้องเพียงผุดยิ้มอ่อนโยนทว่าดื้อดึง
แสดงออกชัดแจ้งว่าไม่รับฟังและยืนหยัดปักใจต่ออิตาโดริมาจนถึงทุกวันนี้
เจ้าถิ่นเดินนำไปยังห้องมีตติ้งด้านใน
นอกจากตัวเกะโทแล้วในห้องมีผู้ช่วย PD นั่งรออยู่ก่อน อิตาโดริทักทายอย่างมีมารยาท แอบโล่งใจที่ไม่ต้องอยู่กับรุ่นน้องตามลำพัง
อย่างไรก็ดี การมีเกะโทอยู่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายและพูดคุยได้อย่างราบรื่น
ใช้เวลาไม่นานก็กำหนดหัวข้องานและตกลงกันเรื่องคอลเลคชันที่จะนำเสนอเสร็จหมดจด
เกะโทไม่คิดปิดบังความเสียดายสักนิด
“เวลาผ่านไปไวจัง” ก่อนถามหยั่งเชิงว่า “ไว้ไปกินข้าวกันไหมครับ?”
แต่ไหนแต่ไรมาเกะโทไม่เคยปิดบังความรู้สึก
เขาแสดงออกอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกันก็เว้นระยะอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้อิตาโดริต้องรู้สึกอึดอัด
ดังนั้นแม้จะรุกคืบ ทว่าไม่เคยล้ำเส้น ในฐานะคนที่แอบรักชาวบ้านข้างเดียวเหมือนกัน
อิตาโดริมักเผลอใจอ่อนให้เกะโทอยู่เรื่อย
ถึงขั้นที่นึกอยากให้อีกฝ่ายดึงดันกว่านี้สักหน่อยจะได้ทำตัวร้ายกาจใส่ได้โดยไม่รู้สึกผิด
เพราะสีหน้าท่าทางเกะโทแฝงนัยกระเซ้าเย้าแหย่มากกว่ากดดัน
อิตาโดริจึงตั้งป้อมกีดกันไม่ลง เขาหรี่ตาถามยิ้มๆ “ติดสินบนเหรอฮึ?”
“ใช้หน้าที่การงานเพื่อเรื่องส่วนตัวนิดหน่อยเองครับ”
เกะโทยกนิ้วระดับสายตา อวดช่องว่างเล็กๆ ระหว่างปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้
อิตาโดริหัวเราะชอบใจกับท่าทางขี้เล่นนั่น
“เห็นแก่วันนี้ได้งานออกทีวีเพราะนายช่วย ถึงเบิกงบบริษัทไม่ได้
รุ่นพี่ก็จะกลืนน้ำตาเจียดเงินเดือนน้อยนิดของตัวเองเลี้ยงข้าวสักหน่อยแล้วกัน”
ห้องเสื้อ JJK ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไร เพราะต้นทุนการเปิดหน้าร้านในทำเลดีๆ
สูงมากจึงทำการขายผ่านชอปออนไลน์เป็นหลัก และฝากขายตามร้านอื่นประปราย
มีหน้าร้านเป็นของตัวเองเพียงร้านเดียวเท่านั้น
อิตาโดริได้งานที่นี่ด้วยเส้นสายจากคุกิซาคิ
โนบาระ เธอถูกชักชวนเป็นดีไซเนอร์รองเท้าประจำร้าน
พอไปได้สวยจึงชักชวนอิตาโดริซึ่งขณะนั้นกำลังเตะฝุ่นหางานมาทำงานด้วยกัน
แม้บอกว่าเป็นล่าม แต่แบรนด์เสื้อผ้าขนาดเล็กยังไม่ได้ตีตลาดต่างประเทศ
หน้าที่ส่วนใหญ่ของอิตาโดริจึงเป็นการเช็กเอกสารสเปกวัตถุดิบการผลิตซึ่งนำเข้า
และช่วยปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยการแปลภาษาให้ชาวต่างชาติสามารถใช้งานได้สะดวก
อาชีพและรูปแบบการใช้ชีวิตไม่ได้มีความเสี่ยงสูงเลย
แต่แล้ววันนี้
ขณะรับไฟล์เอกสารมาแปลตามปกติ เสียงอันคุ้นเคยดังก้องในสมองโดยตรง
‘เอาการเอางานเสียจริง’
แม้ระลึกชาติได้โดยไม่เลือกเวลาและสถานที่
ทว่าพฤติกรรมของสุคุนะเป็นปัจเจก
รับรู้ได้โดยไม่ต้องให้ใครมาบอกว่าเจ้านั่นมีสตินึกคิดเป็นของตัวเอง ต่อให้ช่างพูดช่างจาอย่างไม่น่าเชื่อ
ทว่าหายากนักที่จะเข้ามาพูดด้วยตอนอิตาโดริมีสติรู้ตัว
ข้องเกี่ยวกันมาหลายชาติจนพอเข้าใจรูปแบบการกระทำของอีกฝ่าย
สุคุนะจะโผล่มาถากถางเหยียบย่ำอิตาโดริในโลกแห่งความฝันเป็นส่วนใหญ่
หากเข้ามาทักในเวลาแบบนี้เท่ากับกำลังส่งสัญญาณเตือน
ว่าอายุขัยใกล้หมดสิ้น
อิตาโดริรู้สึกตกใจ
เพราะไม่เคยตายตอนอายุน้อยขนาดนี้มาก่อน
ชาติภพก่อนๆ ส่วนใหญ่อิตาโดริไร้บุญวาสนาด้านครอบครัว
เรื่องแต่งงานนั้นแน่นอน...ในเมื่อมีคนนั่งอยู่กลางใจ
เขาไม่อาจแต่งงานกับใครสักคนแล้วลากผู้บริสุทธิ์คนดังกล่าวลงหุบเหวทุกข์ตรมจากการไม่ได้รับความรักจากสามี
ส่วนพ่อแม่พี่น้อง หากไม่พลัดพรากก็จะกำพร้าเพราะด่วนจากไปกันก่อนแทบทั้งสิ้น
ชาติไหนครอบครัวพร้อมพรักสุขสันต์ ก็เป็นอิตาโดริเอาตัวไปตายแทนผู้ชายคนหนึ่งแทน
ชาตินี้อิตาโดริเหลือพ่อ 1 คน พี่ชายบุญธรรมอีก 1 คน ทั้งคู่เป็นศิลปิน
ไม่ค่อยได้อยู่ในประเทศเท่าไรนัก ได้เจอหน้ากันเดือนละไม่กี่วัน หรือสองสามเดือนได้เจอสักครั้งยังมี
เกรงว่าชาตินี้เขาคงจากไปโดยไม่มีครอบครัวมาอยู่ดูใจอีกเป็นแน่
อารามตั้งตัวไม่ติดทำให้ส่งเสียงตอบสุคุนะทันควัน
“ฉันกำลังจะตายงั้นเหรอ”
“ตาย?”
เสียงตอบรับไม่ใช่เสียงสุคุนะ
อิตาโดริแทบจะตบหน้าตัวเองสักฉาดฐานปากไวโพล่งกลางที่ทำงาน
เคราะห์ดีว่ากำลังนั่งในห้องย่อยเพียงลำพังจึงไม่ได้ขายหน้าใครเขา
เคราะห์ร้ายคือโกะโจ ซาโตรุเปิดประตูพรวดเข้ามาได้จังหวะราวกับผีผลัก
อย่างไรก็ตาม
รุ่นน้องเพียงเลิกคิ้วนิดหนึ่ง “ตายเตยอะไรกันครับ
รุ่นพี่แอบดูดวงระหว่างทำงานเหรอ?”
ลองเป็นคนอื่นอิตาโดริคงมีบ่นบ้างว่าอย่าเข้ามาโดยไม่ส่งสัญญาณบอกล่วงหน้าสิ
แต่ในเมื่อเป็นโกะโจ
สีหน้าที่เปลี่ยนจากตกใจเป็นขุ่นเคืองพลิกผันอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
พอสมองที่ใช้การไม่ค่อยได้ทุบหาคำตอบที่เหมาะสมออกมาสำเร็จ
อิตาโดริผู้สวมใบหน้าแข็งทื่อในปัจจุบันละล่ำลักพ่นผลลัพธ์ดังกล่าวออกมา
“อย่าบอกหัวหน้ายากะนะ!”
ทั้งที่คิดว่ามันเป็นการตอบกลับอันยอดเยี่ยม
ดันได้ยินเสียงของสุคุนะดังในสมองว่า ‘หน้าโง่’
“ครับๆ เอาเถอะ รุ่นพี่ก็อย่าไปเชื่อเรื่องงมงายพรรค์นั้นเลย
ดูดวงราศีเหรอครับ? คิดว่าจะมีโอกาสสักกี่ % เชียวที่คนราศีเดียวกันจะพร้อมใจกันตาย อยู่ๆ ประชากร 8.3% ตายพร้อมกัน เป็นคนราศีเดียวกันหมด เรื่องพรรค์นั้นเป็นไปได้ด้วยเหรอ?”
“ฮ่าๆๆๆ...” อิตาโดริได้แต่หัวเราะทื่อๆ เป็นหุ่นยนต์
โกะโจซึ่งบ่นงึมงำจบแล้วปิดประตูมานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
พูดเข้าเรื่องในที่สุด “รุ่นพี่ กลางวันนี้ไปกินราเมงกันไหมครับ?”
“...แหงะ”
ผู้ชายที่หลงรักมานมนานชวนไปกินข้าวกลางวัน
ต่อให้ต้องบอกปัดเพื่อนฝูงที่กินข้าวด้วยกันเป็นประจำอิตาโดริก็พร้อมเสมอ
อย่างไรก็ตาม ทำต้องราเมงด้วย? ทำไมต้องเป็นราเมง?
เมื่อไม่นานมานี้อิตาโดริอยากกินราเมงมาก
แต่เพิ่งสบโอกาสกินเต็มคราบสมใจอยากตอนพาเกะโท สุงุรุไปเลี้ยงเมื่อวานนี้เอง
ผลจากการเก็บกดร่วมเดือนทำให้เขาสั่งไปทั้งหมดสามชาม
รสชาติมันเลี่ยนยังคล้ายจะตกค้างอยู่บนลิ้นอยู่เลย
จะให้กินอีกตอนนี้เนี่ยนะ? ไม่ไหวหรอก
เขาปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม “ใกล้ๆ ออฟฟิศมีร้านอื่นน่าอร่อยอยู่อีก
ถ้ายังไง...”
“ผมอยากกินราเมง” โกะโจย่นคิ้ว
“...”
ตูไม่อยากไงเฟ้ย
อิตาโดริไม่ได้หลงตัวเองขนาดเชื่อมั่นว่าโกะโจมาชวนไปกินข้าวสองต่อสอง ถึงอย่างนั้นการได้อยู่ใกล้ๆ
อีกฝ่ายก็ทำให้เขามีความสุขเกินพอ ต่อให้โกะโจชวนคนอื่นไปด้วยอีกสักสิบคน
การที่อีกฝ่ายนึกถึงอิตาโดริและมาชวนเขาไปด้วยกันก็น่าดีใจมากอยู่ดี
สรุปคือเขาไม่อยากปฏิเสธคำเชิญอันเย้ายวนนี้สักนิด
ได้ยินเสียงสุคุนะระบายลมหายใจถากถาง
ตามด้วยเสียงจากลำคอของตัวเอง
“ไปกินราเมงก็ได้...”
อิตาโดริรู้ดี ว่าตัวเองช่างน่าเวทนา
ถึงคาดไว้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้ไปกินมื้อกลางวันกับโกะโจสองต่อสอง
ทว่าเมื่อเห็นคนอื่นๆ
ในออฟฟิศมารวมตัวกันเพื่อยกขบวนไปกินราเมงมีจำนวนเกินนับด้วยมือหนึ่งข้าง
อิตาโดริยังอดผิดหวังเล็กๆ ไม่ได้ มิหนำซ้ำเขายังไม่ได้นั่งข้างๆ หรือตรงข้ามโกะโจ
มองเป็นอาหารตาระหว่างมื้อยังไม่ได้
เมื่อผนวกกับต้องมากินราเมงที่เอียนไปแล้วเลยทำให้กินเหลืออย่างหาได้ยาก
อ่อนแอ
โง่เง่า
น่าสมเพช
ตรงข้ามกับอิตาโดริซึ่งกินอะไรไม่รู้รสจนกระเดือกแทบไม่ลง
โกะโจกลับร่าเริงแจ่มใสและยังมีแก่ใจถ่ายรูปโพสลงสื่อสังคมออนไลน์
อิตาโดริเหนื่อยล้าเหลือเกิน
และในอีก 8 วันให้หลัง
อิตาโดริผู้มีดวงชะตาเกี่ยวพันฟาดเคราะห์กับคนคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกก็มีอันต้องจากไปก่อนวัยอันควรเพราะช่วยโกะโจ
ซาโตรุที่ติดอยู่ในรถยนต์ขณะจมน้ำ
ในโลกเสมือนฝันเสมือนจริง อิตาโดริ ยูจิงัดเปลือกตาอย่างยากลำบาก
เขานอนแผ่หมดสภาพ เจ็บปวดรวดร้าวทั่วสรรพางค์กาย กว่ากำลังวังชาหวนคืน
ความทรมานสิ้นสลาย รู้สึกราวกับตนเองสลบแล้วฟื้นไปสามคราว
“อา...”
อิตาโดริหลับตาลงอีกครั้ง แม้ไม่เจ็บไม่ปวด
หากยังคงอ่อนล้าดั่งเช่นออกกำลังหนักๆ อย่างไรก็ตาม สมองของเขายังวุ่นวายสับสนอยู่
ความทรงจำทะลักพรูเหมือนกรีดกะโหลกแล้วเททุกสิ่งทุกอย่างใส่ลงไปโครมเดียว
สิ่งที่ถูกบังคับให้ลืมไป
สิ่งที่ไม่เคยนึกออก
ล้วนจำได้แล้ว
โง่งมเพราะรักเพื่ออะไร
ใช้ความเจ็บปวดชีวิตแล้วชีวิตเล่าแลกกับอะไร
ที่แท้ความไม่ปกติทุกสิ่งอย่างเป็นตัวอิตาโดริเองที่ใส่พานเสนอเป็นของตอบแทน
เขาหมุนคอไปทางซ้ายอย่างอ่อนระโหย มองเห็นแขนตัวเองวางเหยียดยาว ปลายนิ้วก้อยซีดขาวรัดพันด้วยเชือกเส้นเล็กสีแดง
บัดนี้ส่วนปลายของเชือกค่อยๆ มลายหายไป
ลามเลียมาจนถึงบริเวณที่ขมวดปมอย่างเชื่องช้า กระทั่งสาบสูญหมดสิ้น
มุมปากโค้งขึ้นอย่างนุ่มนวล อิตาโดริเผยยิ้มผ่อนคลายขณะเอ่ยชื่นชม
“นาย...ทำได้จริงด้วยแฮะ”
“รสชาติความทุกข์ทรมานจากทั้งร่างกายและจิตใจของเจ้าเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่ควรค่า
ข้าย่อมไม่ตระบัดสัตย์”
เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ในโลกแห่งจิตใต้สำนึก
สุคุนะเคยบอกว่าหากใช้รูปลักษณ์ของเจ้าของวิญญาณจะหยิบจับทำอะไรสะดวกกว่า
ดังนั้นอิตาโดริจึงไม่เคยเห็นใบหน้าแท้จริงของอีกฝ่าย
ยามนี้ก็เช่นกัน...ชุดสีอ่อนตัวยาว ซ่อนแขนใต้แขนเสื้อหลวมกว้าง
ใบหน้าเหนือลำคอตั้งตรงนั่น
ไม่ว่ามองกี่ครั้งกี่หนเป็นต้องถอนหายใจว่าใบหน้าของตนสามารถชั่วร้ายขนาดนี้ได้จริงๆ
สินะ
“ฉันไม่มีด้ายแดงอีกแล้ว ชาติหน้านายจะยังอยู่ในตัวฉันอีกหรือเปล่า”
“กำลังอ้อนวอนให้ข้าอยู่กับเจ้ารึ?”
“...” อิตาโดริซึ่งเงียบไปครู่ใหญ่กลับเผยใจจริงอย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าไม่มีนาย ฉัน...คงเหงา”
สุคุนะผู้คิดว่าจะได้ยินถ้อยคำจิกกัดเหน็บแนมไปไม่เป็นชั่วขณะ
ต่อให้อยู่ด้วยกันมาชั่วนาตาปีทว่าแล้วมาล้วนเป็นการคบหาเชิงผลประโยชน์ เจ้าให้
ข้ารับ ฉันเสนอ นายสนอง
คำว่า ‘เหงา’ ดูไม่เข้ากับความสัมพันธ์ระหว่างพวกตนอย่างมาก
ดังนั้นสุคุนะซึ่งนึกถ้อยคำอันใดไม่ออกจึงเงียบโดยปริยาย
ฝ่ายอิตาโดริก็ไม่ได้เซ้าซี้เอาความ
เขามองเห็นเพดานของโลกใต้สำนึกผุกร่อนลงมา รู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก
และกำลังจะเข้าสู่เส้นทางของการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง
ถึงแม้เงื่อนไขพันธสัญญาจะมีการเก็บความจำเอาไว้
แต่ก็เป็นความจำเกี่ยวกับผู้ชายบัดซบคนนั้น...เมื่อระลึกได้จะได้ไม่ต้องหลวมตัวกลับไปข้องแวะกันอีก
จะได้นึกออกว่าตนทุ่มเทแรงกายแรงใจมากเพียงใดเพื่อสะบั้นด้ายแดงเส้นเล็กๆ
เส้นเดียวทิ้ง
“การขัดขวางโชคชะตาของชาติที่ผ่านมาๆ ลำบากนายแล้วจริงๆ”
ต่อให้สุคุนะกลืนกินความรู้สึกด้านลบไปเป็นพลังงาน
แต่การแยกเนื้อคู่จากกันย่อมเปลืองแรงมิใช่น้อย
แต่ว่า...แค่ชาติแรกก็เพียงพอ อิตาโดริไม่อยากเป็นคนรักกับ ‘ ‘ ไม่สิ ชาติล่าสุดเจ้าตัวชื่อโกะโจ ซาโตรุ...เอาเป็นว่าความชอกช้ำจากชาติภพแรกชวนเข็ดขยาดเกินพอ
เป็นเนื้อคู่กันแล้วอย่างไร
ได้รับความรักแล้วมีความหมายอะไร
หากอีกฝ่ายไม่ได้มีตนเพียงคนเดียวย่อมไม่มีความหมาย
อิตาโดริไม่ต้องการเนื้อคู่พรรค์นี้ ไม่ต้องมีความรักยังดีเสียกว่า
ด้ายแดงอะไร
ก็เพียงบ่วงรัดคอไม่ใช่รึ?
บุคคลผู้ต้องลำบากฝ่าฝืนโชคชะตาแค่นหัวเราะในลำคอ
สุ้มเสียงที่เอื้อนเอ่ยมีเพียงตนที่ได้ยิน “ช่วงหลังๆ มานี้
การแทรกแซงของข้าก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าการเวียนว่ายตายเกิดครั้งแรกๆ
หรอกนะ....”
ความมืดที่โอบล้อมถูกแสงสว่างกลืนกินจนหมดสิ้น
ร่างกายของอิตาโดริและสุคุนะเองก็ปลิดปลิวหายไปทีละส่วนดั่งกลีบดอกไม้
ด้วยไม่อาจมองเห็นใบหน้าผู้พูดได้แล้ว
อิตาโดริคลับคล้ายว่าเสียงของสุคุนะอ่อนโยนกว่าทุกที
“เจ้าเป็นอิสระแล้ว”