Sunday, 26 December 2021

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GoYu] จริง x ลวง

Fanfic Jujutsu Kaisen

จริง x ลวง

 

 

Pairing   : Gojo Satoru x Itadori Yuji

Rating    : SFW

CW         : Angst, Mental Illness, Psychological, Death

 

 

 

 

                ความอดทนของมนุษย์มีจำกัด ทว่าข้อจำกัดนั้นสามารถขยายออกได้เมื่อรับแรงหนุนจากความรู้สึกอันรุนแรง ตัวอย่างเช่น...ความรัก เป็นต้น

                ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงี่เง่าไร้แก่นสารจนไม่อาจทานทนเพียงใด ลองมีคำว่า ‘รัก’ มาข้องเกี่ยวก็เปลี่ยนเป็น ‘ทนอีกนิดเถอะ’ ได้ในทันที

                อิตาโดริ ยูจิผู้งมงายในรักจนเกินเยียวยาเวทนาตัวเองจับใจ สติปัญญาของเขาจากที่ไม่ได้มีมากมายลดเพดานจนเรี่ยพื้นเพราะคำว่า ‘รัก’ คำเดียว...ต่อต้านไม่ได้ ขัดขืนไม่ลง แม้สำเหนียกดีว่าเป็นรักข้างเดียว ทำเพื่อเขาเท่าไรก็ไม่ได้รับอะไรตอบแทน ก็ยังคงดันทุรังโง่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                ไม่เป็นไร อดทนอีกนิดเท่านั้น

                อีกนิด

อีกนิดเดียว

                ...วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์

                นับรวมครั้งนี้ด้วยก็เป็นครั้งที่ 8 แล้ว

 

            “...-----มันคือคำสาป” 

 

                ความทรงจำเว้าแหว่งไม่เป็นชิ้นเป็นอันทำให้ไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เวียนว่ายตายเกิดมาหลายชาติโดยมีความทรงจำในอดีตทำให้ชีวิตสับสนพอสมควร ต่อให้นึกถึงเรื่องราวในชาติแรกแทบไม่ได้ ทว่าลำพังชาติถัดๆ มาอีกไม่รู้กี่ชาติก็เพียงพอต่อการทำให้อิตาโดริ ยูจิเหนื่อยล้าอย่างยิ่งยวดจนเกินพอ

                ลองนับๆ ดู แม้ตอนนี้อายุยังไม่ถึงสามสิบ กลับมีประสบการณ์การใช้ชีวิตมาเกือบห้าร้อยปี ขนาดจำไม่ได้ทุกอย่างอิตาโดริยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตาแก่ บางทีก็สับสนวัฒนธรรมและเทคโนโลยีจากโลกก่อนๆ...ปรับตัวลำบากมาก

                อิตาโดริจำเรื่องราวสมัยชีวิตแรกแทบไม่ได้ รู้แค่ทุกสิ่งเริ่มจากชาติภพนั้น แล้วชาติถัดๆ มาก็มีอันต้องถูกสาปให้หลงรักโกะโจ ซาโตรุหัวปักหัวปำชนิดไม่เหลือใจให้คนอื่น...สิริรวมชาตินี้เป็น 8 ชาติพอดี ลิ้มรสความรู้สึกขมขื่นใจสลายมาหมดทุกรูปแบบ ลำพังเขาไม่รักตอบนับว่ายังดี ขอนอนร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรตามลำพังในวันที่คนคนนั้นแต่งงานยังดีกว่าโดนหลอกใช้แล้วแทงข้างหลังดับอนาถเป็นไหนๆ

                น่าหัวร่อนัก ถึงขนาดเคยโดนใช้ความรักของตนเป็นเครื่องมือ ทำประเทศตัวเองล่มจมเพื่ออีกฝ่าย ได้รับการตอบแทนด้วยการฆ่าประจานกลับไม่สำนึก ชาติถัดมาก็ยังคงรักคนคนเดิม

                เสียสติไปแล้ว

                ความรู้สึกนี้มันไม่ปกติ

                อิตาโดริดิ้นรนอย่างหนักเพื่อสลัดให้หลุดจากความรู้สึกอันชวนหนาวสันหลังนี้ การลุ่มหลงคนที่เคยฆ่าตัวเองไม่ใช่เรื่องตลก ไม่ปกติเลยสักนิด ในอดีตเมื่อนานแสนนาน เขาเคยพบจิตแพทย์ ทว่าแพทย์แผนปัจจุบันช่วยเหลือตนไม่ได้ ไม่รู้ที่รักษาไม่หายขาดเสียทีเป็นเพราะรักษาไม่ตรงจุดหรือพลังใจอ่อนด้อยเกินไป ดังนั้นจึงลองหนทางอื่น ไม่ว่าหมอพื้นบ้าน นักเวท นักอาคม ผู้ใช้คุณไสย และอื่นๆ อีกมากมาย อิตาโดริลองเจอมาหมดแล้ว น่าเสียดายที่ไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง

                ยอมแพ้

                คงเป็นคำสาปจริงๆ

                ถ้าไม่ใช่คำสาปยังจะเรียกอะไรได้อีก?

 

                “รุ่นพี่ ผมรินเหล้าให้นะ”

 

                ‘คำสาปร้าย’ โผล่มาตรงหน้า แย้มยิ้มพิมพ์ใจขณะถือวิสาสะฉวยแก้วไปจากมือ สติอิตาโดริกลับเข้าร่างบัดเดี๋ยวนั้น

ที่นี่คือร้านริมทาง ชายหญิงร่วมสิบชีวิตอยู่ระหว่างการจัดงานเลี้ยงสละโสดของรุ่นพี่จากแผนกมาร์เกตติ้ง งานแต่งอีกฝ่ายจะจัดสัปดาห์หน้า เพราะช่วงใกล้วันจริงจะยุ่งมากจึงทยอยสังสรรค์ชีวิตคนโสดส่งท้ายและเพิ่งถึงคิวของกลุ่มเพื่อนร่วมงานเอาตอนนี้ อิตาโดริไม่นับว่าสนิทสนมกับอีกฝ่ายนัก ทว่าเขาเป็นคนเพื่อนเยอะ มีอีเวนท์อะไรมีอันต้องถูกเชิญตลอด การมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อกลางวงล้อมผู้คนที่เคยคุยด้วยเพียงผิวเผินไม่ถือว่าแปลกประหลาดแต่อย่างใด

                 นอกจากนี้คือมีโกะโจ ซาโตรุอยู่ด้วย

                ได้แอบมอง ได้หายใจอากาศเดียวกัน ก็ไม่นับว่าเสียเวลาเปล่าแล้ว

                บางคนอาจคิดว่าได้ชื่นชมไม่ได้ครอบครองเป็นความทรมานแสนสาหัส อิตาโดริไม่มีข้อโต้แย้ง ทว่าด้วยประสบการณ์รักคนคนเดิม 8 ชาติ โดยส่วนตัวเขายินดีกลืนรสชาติขมฝาดลงคออย่างทุกข์ระทมต่อไป เมื่อได้ตกหลุมรัก หากกระทั่งทอดตามองยังทำไม่ได้จะทรมานเสียยิ่งกว่าอีก ต่อให้คร่ำครวญว่าไม่น่าเจอโกะโจเลย ถ้าไม่เจอคงไม่ต้องทรมานใจอย่างนี้...ในเมื่อเจอไปแล้ว ตกหลุมรักไปแล้ว จะไปนึกถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้ได้อะไรขึ้นมาเล่า

สมมติไปมีแต่ทำให้ช้ำใจนั่นแหละ ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้สักหน่อย

                ในเมื่อยังไงก็หนีไม่พ้น ขอเก็บเกี่ยวความสุขเล็กๆ น้อยๆ มาบรรเทาอาการบาดเจ็บหน่อยเถอะ ดีกว่านั่งเศร้าระทมอย่างเดียวเป็นไหนๆ

                “คุณอิจิจิ ยินดีด้วยอีกครั้งนะครับ”

                อิตาโดริกวาดตาผ่านโกะโจมาหยุดลงที่ดวงตาสีดำขลับของเจ้าภาพ ยิ้มแฉ่งให้หนึ่งที จากนั้นยกแก้วขึ้นซดอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่เขาประมานขีดจำกัดในการรับแอลกอฮอล์ เพื่อนร่วมงานบางรายซึ่งโดนสุรากร่อนสมองจนสติรับรู้หนีหายเปิดประเด็นไม่ดูกาลเทศะขึ้นมา

                “เฮ้ย โกะโจ แกก็แนะนำเรื่องชีวิตคู่อิจิจิมันซะหน่อยสิ เมียฟิวส์ขาดเพราะอะไร อิจิจิมันจะได้ไม่เตียงหักซ้ำรอยแกไง”

                เสียงผิวปากโห่ฮาดังตามมา แสลงหูพอกับเสียงหัวเราะอย่างไร้มารยาทที่ดังรายล้อมอยู่วงนอก

                ว่าที่เจ้าบ่าวอิจิจิ คิโยทากะหน้าซีดหนึ่งระดับ ดวงตาเรียวเล็กแอบเหล่รุ่นน้องผู้ถูกพาดพิงอย่างหวาดๆ ในใจก็ก่นด่าเจ้าคนปากเปราะไปด้วย...ลากใครไม่ลาก ดันลากรุ่นน้องไม่น่ารักอย่างโกะโจ ซาโตรุมาเอี่ยว อยากซวยก็ซวยไปคนเดียวเซ่ฉันไม่อยากเดือดร้อนเพราะหมอนี่เฟ้ย!

                ชื่อเสียงเลื่องลือของหนุ่มหล่อตาฟ้าจากแผนก QC นอกจากชีวิตรักแสนมีสีสันชนิดตกเป็นขี้ปากชาวบ้านได้ทั้งปีทั้งชาติยังมีความใจคอคับแคบ คอยจิกกัดเมื่อสบโอกาสด้วย หากไม่ระวังเผลอไปเป็นศัตรูเข้า มีโอกาสสูงมากที่จะโดนฉีกหน้านิ่มๆ กลางสายตาประชาชีหากทำงานอะไรสักอย่างพลาด

                พึงระลึกไว้เสมอว่าโกะโจ ซาโตรุเพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถ การแข่งขันกับคนพรรค์นี้ว่าใครจะล้มก่อนเป็นเรื่องสิ้นคิดอย่างยิ่ง อิจิจิเคยเห็นโกะโจกระทืบคนล้มอย่างเลือดเย็นมาแล้ว นับจากนั้นไม่เคยคิดอยากผิดใจกับรุ่นน้องคนนี้เลย

                จากการคอยสังเกตสังกาด้วยความหวาดระแวงว่าจะไปแตะถูกเรื่องอ่อนไหวของอีกฝ่าย แม้บางเรื่องโกะโจไม่คิดเล็กคิดน้อย ทว่าประเด็นชีวิตคู่ไม่ใช่ประเด็นที่โกะโจยินยอมให้แตะต้องอย่างสนุกปาก

                ไม่เพียงอิจิจิ ใครมีตาล้วนมองออกว่าสีหน้าผ่อนคลายของโกะโจเลือนหายไป บัดนี้ใบหน้าถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งบางๆ หนึ่งชั้น อิตาโดริเกรงว่าบรรยากาศดีๆ จะเสียเพราะคนปากไม่มีหูรูดจึงรีบแก้สถานการณ์เร็วรี่

                “หัวหน้ายากะ คาราโอเกะมั้ยคร้าบ!

                เบี่ยงประเด็นซะ!

                พอได้จับไมค์ มือมนุษย์แปรสภาพเป็นมือตุ๊กแกได้ รีบหันเหความสนใจไปที่คาราโอเกะแล้วเปิดสงครามแย่งไมค์ร้องเพลงดีกว่า

                เนื่องจากต้องให้เกียรติพระเอกของงาน อิจิจิถูกคะยั้นคะยอให้เลือกเพลงมาร้องเป็นคนแรก หลังจากนั้นสงครามที่แท้จริงจึงค่อยอุบัติ อย่างไรก็ตาม การตีกันเล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วงชิงคิวร้องเพลงดีกว่าการผิดใจกับโกะโจ ซาโตรุเป็นเรื่องเป็นราวแน่นอนที่สุด

                “คุณอิจิจิ”

                ดึกดื่นค่อนคืนเข้าไปแล้ว วันนี้อิตาโดริเหนื่อยล้าสะสมจากการวิ่งรอกไปโน่นมานี่ เห็นจะอยู่จนงานเลิกไม่ได้ เขาเก็บของลงกระเป๋า หลังเอ่ยลาอิจิจิพร้อมอวยพรส่งท้ายงานเลี้ยงสละโสดก็แอบชิ่งกลับบ้าน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หลับเป็นตายทันทีที่หัวถึงหมอน

 

 

                ความสามารถในการระลึกชาติส่งผลต่อการพักผ่อนของอิตาโดริ จริงอยู่ว่าเขานึกเรื่องในอดีตออกได้ขณะใช้ชีวิตประจำวัน เพียงรู้สึก ‘อ๊ะ’ ขึ้นมา แล้วกระหวัดถึงความทรงจำเก่าเก็บเสมือนหนึ่งพลิกหน้ากระดาษบันทึก ไม่ต่างอะไรจากการหวนย้อนถึงเรื่องที่เกิดเมื่อวาน อย่างไรก็ตาม ตอนหลับใหลยังคงเป็นช่วงเวลาที่ภาพจำเก่าเก็บตีย้อนกลับมามากที่สุดและชัดเจนที่สุด

                ในความทรงจำมากมายดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก เขาจับเค้าลางความผิดแผกได้บางประการ

                มีสิ่งนอกเหนือสามัญสำนึกเกิดขึ้นกับตน

                ช่วงเวลาน่าจะเป็นช่วงหนึ่งจากชีวิตชาติภพแรก

                ดูเหมือนอิตาโดริจะทำพันธสัญญากับปิศาจ...?

 

                เสียงของตัวเองที่ไม่ต่างไปจากตอนนี้ ทว่าหนักแน่นสุขุมผิดหู

            “มันเป็นความเห็นแก่ตัวของฉัน เป็นความต้องการของฉันคนเดียว ดังนั้นฉันจะแบกรับทุกอย่างเอง”

             ‘     ‘ ไม่ต้องรักฉันตอบหรอก ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น”

            “ต่อให้ต้องทุกข์ทรมานก็ไม่เป็นไร ฉันยินดี...ให้ฉันได้รักเขาเถอะ”

 

นอกจากนั้น ยังมักได้ยินอีกเสียงหนึ่ง

                เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ายวนใจของบุรุษ กังวานแฝงรอยยิ้มเยาะในที

            “จะขัดขืนโชคชะตางั้นรึ?”

            “ย่อมได้”

            “ข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าปรารถนา เจ้าหนู”

            “ฮ่าๆๆๆ น่าสมเพชน่าสมเพชนัก!!

            “ทุกข์ทรมานให้มากกว่านี้อีกสิ!!

 

 

                อิตาโดริ ยูจิปวดหัวตุ้บ เมื่อคืนไม่ได้ดื่มจนเมา วันนี้กลับหนักอึ้งอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว...ฝันร้ายเป็นเหตุแน่ๆ

                หลังสะบัดผ้าห่มดังชึ่บและพับเก็บอย่างเรียบร้อย อิตาโดริเดินสะโหลสะเหลลงจากเตียง คุ้ยหาสมุดบันทึกที่พกติดตัวเป็นประจำ จากนั้นจดทุกสิ่งเท่าที่นึกออกในความฝันลงไป

                ทีละขีด ทีละตัว

                ไม่ว่าระลึกชาติได้ตอนไหน ยูจิจะบันทึกทุกอย่างลงในสมุด ชาติก่อนๆ ไม่เคยทำ เพิ่งเริ่มชาตินี้เมื่อตอนเรียนชั้นประถมปลาย ทั้งหมดเพื่อสนองความสงสัยใคร่รู้ต่อสิ่งแปลกประหลาดที่ตนกำลังเผชิญ

                จากประสบการณ์เวียนว่ายตายเกิด เนื้อคู่คือสิ่งที่เกี่ยวพันจากดวงวิญญาณ ไม่ว่าจะเกิดตายกี่ครั้งกี่หน ด้ายแดงก็จะผูกคนคู่เดิมไว้ด้วยกัน

                แต่คนคนนั้นเป็นข้อยกเว้น...คนที่ในชาตินี้ชื่อว่าโกะโจ ซาโตรุ...อาจเพราะอิตาโดริยื่นมือเข้าแทรก ในแต่ละชาติอีกฝ่ายจึงลงเอยกับคนแตกต่างกันไป

และสุดท้ายชีวิตรักก็ล้มเหลว

                การขัดขวางความรักคนอื่นเช่นนี้ช่างหน้าไม่อายและต่ำทราม

                เขาฝืนสะบั้นด้ายแดงของโกะโจ หลอกตัวเองว่าสามารถรักอีกฝ่ายต่อไปได้เพราะทำให้ไม่ได้ครองคู่กับคู่แท้ไปแล้ว

                สิ่งแลกเปลี่ยนคือความทรมานด้านจิตใจ

                มารร้ายเที่ยงธรรมไม่เอนเอียง เมื่อได้รับจิตด้านลบเป็นอาหารหล่อเลี้ยง ก็จะตอบแทนมนุษย์ผู้มอบอาหารให้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ยิ่งจิตใจของอิตาโดริพังทลายเพราะความรัก รสชาติความรู้สึกที่ได้กลืนกินยิ่งเลิศรส

                รายละเอียดสำคัญของพันธสัญญาบางส่วนยังแอบซ่อนอยู่ในม่านหมอก ทว่าเส้นตายคือ 8 ชาติอย่างแน่นอน บางทีหากจบสิ้นชีวิตในชาตินี้แล้วได้เกิดใหม่อีกครั้ง เขาอาจไม่มีความทรงจำของชีวิตที่ผ่านมาอยู่อีกแล้วก็ได้

                ทว่าความรู้สึกอยากเก็บความรักเอาไว้ อยากจดจำคนที่รักให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้...อิตาโดริในตอนนี้ยึดติดกับมัน ยังปล่อยวางไม่ลง

                ต่อให้เจ็บปวด เขาก็ไม่อยากลืมโกะโจ

                อิตาโดริสำเหนียกได้ว่าตนบิดเบี้ยวไม่มากก็น้อย ต่อให้โดนทำร้าย โดนฆ่าตาย เขากลับไม่แค้นเคือง มีแต่ความปรารถนาดีให้คนคนนั้น

                ได้มีประโยชน์ต่อคนที่รัก ถึงเป็นชีวิตก็ยกให้ได้

                หากต้องการตนเป็นบันไดก็เชิญเหยียบย่ำตามสบาย

 

 

                วันนี้มีเอาท์ไซด์ เวลาเริ่มงานของอิตาโดริจึงกลายเป็น 10 โมง มีเวลาให้จัดการสารรูปดูไม่จืดจากฝันร้ายและแอลกอฮอล์จากเมื่อคืนเหลือเฟือ

                “รุ่นพี่ สวัสดีครับ”

                “รบกวนด้วยนะ สุงุรุ”

                ห้องเสื้อ JJK ได้รับการติดต่อให้นำสินค้าไปโปรโมทในรายการโทรทัศน์เพราะนักร้องดังท่านหนึ่งใส่ชุดของพวกเขาขึ้นแสดงจนเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ คนที่ออกมายิ้มแย้มต้อนรับอย่างมีอัธยาศัยช่างคุ้นหน้าคุ้นตา เกะโท สุงุรุเป็นคนเขียนบทประจำรายการและยังเป็นรุ่นน้องร่วมมหาลัยของอิตาโดริ ดังนั้นแม้งานหลักของอิตาโดริคือล่าม กลับถูกส่งมาประสานงานแทนฝ่ายขายและประชาสัมพันธ์

                เกะโทเผยยิ้มจนดวงตาหรี่โค้ง บรรยากาศรอบกายอ่อนละมุนลงหลายส่วน “โชคเกอร์เหมาะกับรุ่นพี่นะครับ”

                “ขอบใจนะ”

อิตาโดริพยายามยกมุมปากสุดชีวิต รอยยิ้มอันเจิดจ้าของเกะโทชวนให้อึดอัดจริงๆ...ใช่ว่าเขาไม่ชอบอีกฝ่าย แต่เพราะอีกฝ่ายชอบเขาต่างหากถึงได้ทำตัวไม่ถูก

สมัยมหาลัย พอได้ข่าวว่าเกะโท สุงุรุประสบอุบัติเหตุ ตนตาลีตาเหลือกพุ่งออกจากบ้านตอนตีสามไปบริจาคเลือดก็เพราะโกะโจ ซาโตรุชอบคนคนนี้

ถ้าเกะโทตาย โกะโจจะเสียใจ

อิตาโดริรู้สึกเสมอว่าเกะโทไม่ควรมอบความรู้สึกอันลึกซึ้งให้แก่ตนเลย ทว่าเขาอรรถาธิบายอย่างอ้อมค้อมสักเท่าไร รุ่นน้องเพียงผุดยิ้มอ่อนโยนทว่าดื้อดึง แสดงออกชัดแจ้งว่าไม่รับฟังและยืนหยัดปักใจต่ออิตาโดริมาจนถึงทุกวันนี้

เจ้าถิ่นเดินนำไปยังห้องมีตติ้งด้านใน นอกจากตัวเกะโทแล้วในห้องมีผู้ช่วย PD นั่งรออยู่ก่อน อิตาโดริทักทายอย่างมีมารยาท แอบโล่งใจที่ไม่ต้องอยู่กับรุ่นน้องตามลำพัง อย่างไรก็ดี การมีเกะโทอยู่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายและพูดคุยได้อย่างราบรื่น ใช้เวลาไม่นานก็กำหนดหัวข้องานและตกลงกันเรื่องคอลเลคชันที่จะนำเสนอเสร็จหมดจด

เกะโทไม่คิดปิดบังความเสียดายสักนิด “เวลาผ่านไปไวจัง” ก่อนถามหยั่งเชิงว่า “ไว้ไปกินข้าวกันไหมครับ?”

แต่ไหนแต่ไรมาเกะโทไม่เคยปิดบังความรู้สึก เขาแสดงออกอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็เว้นระยะอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้อิตาโดริต้องรู้สึกอึดอัด ดังนั้นแม้จะรุกคืบ ทว่าไม่เคยล้ำเส้น ในฐานะคนที่แอบรักชาวบ้านข้างเดียวเหมือนกัน อิตาโดริมักเผลอใจอ่อนให้เกะโทอยู่เรื่อย ถึงขั้นที่นึกอยากให้อีกฝ่ายดึงดันกว่านี้สักหน่อยจะได้ทำตัวร้ายกาจใส่ได้โดยไม่รู้สึกผิด

เพราะสีหน้าท่าทางเกะโทแฝงนัยกระเซ้าเย้าแหย่มากกว่ากดดัน อิตาโดริจึงตั้งป้อมกีดกันไม่ลง เขาหรี่ตาถามยิ้มๆ “ติดสินบนเหรอฮึ?”

“ใช้หน้าที่การงานเพื่อเรื่องส่วนตัวนิดหน่อยเองครับ” เกะโทยกนิ้วระดับสายตา อวดช่องว่างเล็กๆ ระหว่างปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้

อิตาโดริหัวเราะชอบใจกับท่าทางขี้เล่นนั่น “เห็นแก่วันนี้ได้งานออกทีวีเพราะนายช่วย ถึงเบิกงบบริษัทไม่ได้ รุ่นพี่ก็จะกลืนน้ำตาเจียดเงินเดือนน้อยนิดของตัวเองเลี้ยงข้าวสักหน่อยแล้วกัน”

 

 

ห้องเสื้อ JJK ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังอะไร เพราะต้นทุนการเปิดหน้าร้านในทำเลดีๆ สูงมากจึงทำการขายผ่านชอปออนไลน์เป็นหลัก และฝากขายตามร้านอื่นประปราย มีหน้าร้านเป็นของตัวเองเพียงร้านเดียวเท่านั้น

อิตาโดริได้งานที่นี่ด้วยเส้นสายจากคุกิซาคิ โนบาระ เธอถูกชักชวนเป็นดีไซเนอร์รองเท้าประจำร้าน พอไปได้สวยจึงชักชวนอิตาโดริซึ่งขณะนั้นกำลังเตะฝุ่นหางานมาทำงานด้วยกัน แม้บอกว่าเป็นล่าม แต่แบรนด์เสื้อผ้าขนาดเล็กยังไม่ได้ตีตลาดต่างประเทศ หน้าที่ส่วนใหญ่ของอิตาโดริจึงเป็นการเช็กเอกสารสเปกวัตถุดิบการผลิตซึ่งนำเข้า และช่วยปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยการแปลภาษาให้ชาวต่างชาติสามารถใช้งานได้สะดวก

อาชีพและรูปแบบการใช้ชีวิตไม่ได้มีความเสี่ยงสูงเลย

แต่แล้ววันนี้ ขณะรับไฟล์เอกสารมาแปลตามปกติ เสียงอันคุ้นเคยดังก้องในสมองโดยตรง

เอาการเอางานเสียจริง

แม้ระลึกชาติได้โดยไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทว่าพฤติกรรมของสุคุนะเป็นปัจเจก รับรู้ได้โดยไม่ต้องให้ใครมาบอกว่าเจ้านั่นมีสตินึกคิดเป็นของตัวเอง ต่อให้ช่างพูดช่างจาอย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าหายากนักที่จะเข้ามาพูดด้วยตอนอิตาโดริมีสติรู้ตัว

ข้องเกี่ยวกันมาหลายชาติจนพอเข้าใจรูปแบบการกระทำของอีกฝ่าย สุคุนะจะโผล่มาถากถางเหยียบย่ำอิตาโดริในโลกแห่งความฝันเป็นส่วนใหญ่ หากเข้ามาทักในเวลาแบบนี้เท่ากับกำลังส่งสัญญาณเตือน

ว่าอายุขัยใกล้หมดสิ้น

อิตาโดริรู้สึกตกใจ

เพราะไม่เคยตายตอนอายุน้อยขนาดนี้มาก่อน

                ชาติภพก่อนๆ ส่วนใหญ่อิตาโดริไร้บุญวาสนาด้านครอบครัว เรื่องแต่งงานนั้นแน่นอน...ในเมื่อมีคนนั่งอยู่กลางใจ เขาไม่อาจแต่งงานกับใครสักคนแล้วลากผู้บริสุทธิ์คนดังกล่าวลงหุบเหวทุกข์ตรมจากการไม่ได้รับความรักจากสามี ส่วนพ่อแม่พี่น้อง หากไม่พลัดพรากก็จะกำพร้าเพราะด่วนจากไปกันก่อนแทบทั้งสิ้น ชาติไหนครอบครัวพร้อมพรักสุขสันต์ ก็เป็นอิตาโดริเอาตัวไปตายแทนผู้ชายคนหนึ่งแทน

                ชาตินี้อิตาโดริเหลือพ่อ 1 คน พี่ชายบุญธรรมอีก 1 คน ทั้งคู่เป็นศิลปิน ไม่ค่อยได้อยู่ในประเทศเท่าไรนัก ได้เจอหน้ากันเดือนละไม่กี่วัน หรือสองสามเดือนได้เจอสักครั้งยังมี

                เกรงว่าชาตินี้เขาคงจากไปโดยไม่มีครอบครัวมาอยู่ดูใจอีกเป็นแน่

อารามตั้งตัวไม่ติดทำให้ส่งเสียงตอบสุคุนะทันควัน “ฉันกำลังจะตายงั้นเหรอ”

“ตาย?”

เสียงตอบรับไม่ใช่เสียงสุคุนะ อิตาโดริแทบจะตบหน้าตัวเองสักฉาดฐานปากไวโพล่งกลางที่ทำงาน เคราะห์ดีว่ากำลังนั่งในห้องย่อยเพียงลำพังจึงไม่ได้ขายหน้าใครเขา เคราะห์ร้ายคือโกะโจ ซาโตรุเปิดประตูพรวดเข้ามาได้จังหวะราวกับผีผลัก

อย่างไรก็ตาม รุ่นน้องเพียงเลิกคิ้วนิดหนึ่ง “ตายเตยอะไรกันครับ รุ่นพี่แอบดูดวงระหว่างทำงานเหรอ?”

ลองเป็นคนอื่นอิตาโดริคงมีบ่นบ้างว่าอย่าเข้ามาโดยไม่ส่งสัญญาณบอกล่วงหน้าสิ แต่ในเมื่อเป็นโกะโจ สีหน้าที่เปลี่ยนจากตกใจเป็นขุ่นเคืองพลิกผันอย่างรวดเร็วอีกครั้ง พอสมองที่ใช้การไม่ค่อยได้ทุบหาคำตอบที่เหมาะสมออกมาสำเร็จ อิตาโดริผู้สวมใบหน้าแข็งทื่อในปัจจุบันละล่ำลักพ่นผลลัพธ์ดังกล่าวออกมา

“อย่าบอกหัวหน้ายากะนะ!

                ทั้งที่คิดว่ามันเป็นการตอบกลับอันยอดเยี่ยม ดันได้ยินเสียงของสุคุนะดังในสมองว่า ‘หน้าโง่

                “ครับๆ เอาเถอะ รุ่นพี่ก็อย่าไปเชื่อเรื่องงมงายพรรค์นั้นเลย ดูดวงราศีเหรอครับ? คิดว่าจะมีโอกาสสักกี่ % เชียวที่คนราศีเดียวกันจะพร้อมใจกันตาย อยู่ๆ ประชากร 8.3ตายพร้อมกัน เป็นคนราศีเดียวกันหมด เรื่องพรรค์นั้นเป็นไปได้ด้วยเหรอ?”

                “ฮ่าๆๆๆ...” อิตาโดริได้แต่หัวเราะทื่อๆ เป็นหุ่นยนต์

                โกะโจซึ่งบ่นงึมงำจบแล้วปิดประตูมานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พูดเข้าเรื่องในที่สุด “รุ่นพี่ กลางวันนี้ไปกินราเมงกันไหมครับ?”

                “...แหงะ”

                ผู้ชายที่หลงรักมานมนานชวนไปกินข้าวกลางวัน ต่อให้ต้องบอกปัดเพื่อนฝูงที่กินข้าวด้วยกันเป็นประจำอิตาโดริก็พร้อมเสมอ อย่างไรก็ตาม ทำต้องราเมงด้วย? ทำไมต้องเป็นราเมง?

                เมื่อไม่นานมานี้อิตาโดริอยากกินราเมงมาก แต่เพิ่งสบโอกาสกินเต็มคราบสมใจอยากตอนพาเกะโท สุงุรุไปเลี้ยงเมื่อวานนี้เอง ผลจากการเก็บกดร่วมเดือนทำให้เขาสั่งไปทั้งหมดสามชาม รสชาติมันเลี่ยนยังคล้ายจะตกค้างอยู่บนลิ้นอยู่เลย

จะให้กินอีกตอนนี้เนี่ยนะ? ไม่ไหวหรอก

                เขาปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม “ใกล้ๆ ออฟฟิศมีร้านอื่นน่าอร่อยอยู่อีก ถ้ายังไง...”

                “ผมอยากกินราเมง” โกะโจย่นคิ้ว

                “...”

ตูไม่อยากไงเฟ้ย

                อิตาโดริไม่ได้หลงตัวเองขนาดเชื่อมั่นว่าโกะโจมาชวนไปกินข้าวสองต่อสอง ถึงอย่างนั้นการได้อยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายก็ทำให้เขามีความสุขเกินพอ ต่อให้โกะโจชวนคนอื่นไปด้วยอีกสักสิบคน การที่อีกฝ่ายนึกถึงอิตาโดริและมาชวนเขาไปด้วยกันก็น่าดีใจมากอยู่ดี สรุปคือเขาไม่อยากปฏิเสธคำเชิญอันเย้ายวนนี้สักนิด

                ได้ยินเสียงสุคุนะระบายลมหายใจถากถาง

                ตามด้วยเสียงจากลำคอของตัวเอง

                “ไปกินราเมงก็ได้...”

                อิตาโดริรู้ดี ว่าตัวเองช่างน่าเวทนา

               

 

                ถึงคาดไว้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้ไปกินมื้อกลางวันกับโกะโจสองต่อสอง ทว่าเมื่อเห็นคนอื่นๆ ในออฟฟิศมารวมตัวกันเพื่อยกขบวนไปกินราเมงมีจำนวนเกินนับด้วยมือหนึ่งข้าง อิตาโดริยังอดผิดหวังเล็กๆ ไม่ได้ มิหนำซ้ำเขายังไม่ได้นั่งข้างๆ หรือตรงข้ามโกะโจ มองเป็นอาหารตาระหว่างมื้อยังไม่ได้ เมื่อผนวกกับต้องมากินราเมงที่เอียนไปแล้วเลยทำให้กินเหลืออย่างหาได้ยาก

                อ่อนแอ

                โง่เง่า

                น่าสมเพช

                ตรงข้ามกับอิตาโดริซึ่งกินอะไรไม่รู้รสจนกระเดือกแทบไม่ลง โกะโจกลับร่าเริงแจ่มใสและยังมีแก่ใจถ่ายรูปโพสลงสื่อสังคมออนไลน์

                อิตาโดริเหนื่อยล้าเหลือเกิน

                และในอีก 8 วันให้หลัง อิตาโดริผู้มีดวงชะตาเกี่ยวพันฟาดเคราะห์กับคนคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกก็มีอันต้องจากไปก่อนวัยอันควรเพราะช่วยโกะโจ ซาโตรุที่ติดอยู่ในรถยนต์ขณะจมน้ำ

 

               

                ในโลกเสมือนฝันเสมือนจริง อิตาโดริ ยูจิงัดเปลือกตาอย่างยากลำบาก เขานอนแผ่หมดสภาพ เจ็บปวดรวดร้าวทั่วสรรพางค์กาย กว่ากำลังวังชาหวนคืน ความทรมานสิ้นสลาย รู้สึกราวกับตนเองสลบแล้วฟื้นไปสามคราว

                “อา...”

                อิตาโดริหลับตาลงอีกครั้ง แม้ไม่เจ็บไม่ปวด หากยังคงอ่อนล้าดั่งเช่นออกกำลังหนักๆ อย่างไรก็ตาม สมองของเขายังวุ่นวายสับสนอยู่

                ความทรงจำทะลักพรูเหมือนกรีดกะโหลกแล้วเททุกสิ่งทุกอย่างใส่ลงไปโครมเดียว

                สิ่งที่ถูกบังคับให้ลืมไป

                สิ่งที่ไม่เคยนึกออก

                ล้วนจำได้แล้ว

                โง่งมเพราะรักเพื่ออะไร

                ใช้ความเจ็บปวดชีวิตแล้วชีวิตเล่าแลกกับอะไร

                ที่แท้ความไม่ปกติทุกสิ่งอย่างเป็นตัวอิตาโดริเองที่ใส่พานเสนอเป็นของตอบแทน

                เขาหมุนคอไปทางซ้ายอย่างอ่อนระโหย มองเห็นแขนตัวเองวางเหยียดยาว ปลายนิ้วก้อยซีดขาวรัดพันด้วยเชือกเส้นเล็กสีแดง บัดนี้ส่วนปลายของเชือกค่อยๆ มลายหายไป ลามเลียมาจนถึงบริเวณที่ขมวดปมอย่างเชื่องช้า กระทั่งสาบสูญหมดสิ้น

                มุมปากโค้งขึ้นอย่างนุ่มนวล อิตาโดริเผยยิ้มผ่อนคลายขณะเอ่ยชื่นชม “นาย...ทำได้จริงด้วยแฮะ”

                “รสชาติความทุกข์ทรมานจากทั้งร่างกายและจิตใจของเจ้าเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่ควรค่า ข้าย่อมไม่ตระบัดสัตย์”

                เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ในโลกแห่งจิตใต้สำนึก สุคุนะเคยบอกว่าหากใช้รูปลักษณ์ของเจ้าของวิญญาณจะหยิบจับทำอะไรสะดวกกว่า ดังนั้นอิตาโดริจึงไม่เคยเห็นใบหน้าแท้จริงของอีกฝ่าย

                ยามนี้ก็เช่นกัน...ชุดสีอ่อนตัวยาว ซ่อนแขนใต้แขนเสื้อหลวมกว้าง ใบหน้าเหนือลำคอตั้งตรงนั่น ไม่ว่ามองกี่ครั้งกี่หนเป็นต้องถอนหายใจว่าใบหน้าของตนสามารถชั่วร้ายขนาดนี้ได้จริงๆ สินะ

                “ฉันไม่มีด้ายแดงอีกแล้ว ชาติหน้านายจะยังอยู่ในตัวฉันอีกหรือเปล่า”

                “กำลังอ้อนวอนให้ข้าอยู่กับเจ้ารึ?”

                “...” อิตาโดริซึ่งเงียบไปครู่ใหญ่กลับเผยใจจริงอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าไม่มีนาย ฉัน...คงเหงา”

                สุคุนะผู้คิดว่าจะได้ยินถ้อยคำจิกกัดเหน็บแนมไปไม่เป็นชั่วขณะ ต่อให้อยู่ด้วยกันมาชั่วนาตาปีทว่าแล้วมาล้วนเป็นการคบหาเชิงผลประโยชน์ เจ้าให้ ข้ารับ ฉันเสนอ นายสนอง

                คำว่า ‘เหงา’ ดูไม่เข้ากับความสัมพันธ์ระหว่างพวกตนอย่างมาก

                ดังนั้นสุคุนะซึ่งนึกถ้อยคำอันใดไม่ออกจึงเงียบโดยปริยาย

                ฝ่ายอิตาโดริก็ไม่ได้เซ้าซี้เอาความ เขามองเห็นเพดานของโลกใต้สำนึกผุกร่อนลงมา รู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก และกำลังจะเข้าสู่เส้นทางของการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง ถึงแม้เงื่อนไขพันธสัญญาจะมีการเก็บความจำเอาไว้ แต่ก็เป็นความจำเกี่ยวกับผู้ชายบัดซบคนนั้น...เมื่อระลึกได้จะได้ไม่ต้องหลวมตัวกลับไปข้องแวะกันอีก จะได้นึกออกว่าตนทุ่มเทแรงกายแรงใจมากเพียงใดเพื่อสะบั้นด้ายแดงเส้นเล็กๆ เส้นเดียวทิ้ง

                “การขัดขวางโชคชะตาของชาติที่ผ่านมาๆ ลำบากนายแล้วจริงๆ”

                ต่อให้สุคุนะกลืนกินความรู้สึกด้านลบไปเป็นพลังงาน แต่การแยกเนื้อคู่จากกันย่อมเปลืองแรงมิใช่น้อย

                แต่ว่า...แค่ชาติแรกก็เพียงพอ อิตาโดริไม่อยากเป็นคนรักกับ ‘      ‘ ไม่สิ ชาติล่าสุดเจ้าตัวชื่อโกะโจ ซาโตรุ...เอาเป็นว่าความชอกช้ำจากชาติภพแรกชวนเข็ดขยาดเกินพอ

เป็นเนื้อคู่กันแล้วอย่างไร ได้รับความรักแล้วมีความหมายอะไร

หากอีกฝ่ายไม่ได้มีตนเพียงคนเดียวย่อมไม่มีความหมาย

              อิตาโดริไม่ต้องการเนื้อคู่พรรค์นี้ ไม่ต้องมีความรักยังดีเสียกว่า

ด้ายแดงอะไร ก็เพียงบ่วงรัดคอไม่ใช่รึ?

บุคคลผู้ต้องลำบากฝ่าฝืนโชคชะตาแค่นหัวเราะในลำคอ สุ้มเสียงที่เอื้อนเอ่ยมีเพียงตนที่ได้ยิน “ช่วงหลังๆ มานี้ การแทรกแซงของข้าก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าการเวียนว่ายตายเกิดครั้งแรกๆ หรอกนะ....”

                ความมืดที่โอบล้อมถูกแสงสว่างกลืนกินจนหมดสิ้น ร่างกายของอิตาโดริและสุคุนะเองก็ปลิดปลิวหายไปทีละส่วนดั่งกลีบดอกไม้

                ด้วยไม่อาจมองเห็นใบหน้าผู้พูดได้แล้ว อิตาโดริคลับคล้ายว่าเสียงของสุคุนะอ่อนโยนกว่าทุกที

                “เจ้าเป็นอิสระแล้ว”

 



No comments:

Post a Comment