Monday, 4 December 2023

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GeYu] น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก Part III [END]

Fanfic Jujutsu Kaisen

น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก

Part III

 

Pairing   : Geto Suguru x Itadori Yuji

Rating    : SFW

 

 

ราวสี่ทุ่มครึ่ง อิตาโดริ ยูจิกำลังทำการบ้าน เขานอนบนโซฟา วางสมุดกับหนังสือประกอบการเรียนไว้บนเบาะหนังระหว่างแขนทั้งสองข้าง หน้าจอโทรศัพท์สว่างวูบวาบเป็นระยะจากแจ้งเตือนข้อความใหม่ในแชทกลุ่มซึ่งกำลังร้อนระอุ ก่อนหน้านี้ตอนเปิดดูเห็นมีทั้งคนถามไถ่วิธีแก้โจทย์ ขอโพยเฉลย ไปจนถึงสาปแช่งขอให้อาจารย์ล้มป่วยไม่เข้าสอน

การมีโทรศัพท์วางใกล้มือกวนสมาธิไม่น้อย แต่วางไว้ห่างตัวก็เหมือนขาดอะไรไป ต่อให้อิตาโดริรู้ว่าไม่ควรเหลือบมองหน้าจออยู่เรื่อยๆ เขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้

แควก

!#$^&*()_^!

คำสบถหยาบคายทำลายบรรยากาศนุ่มนวลจากเพลงประกอบภาพยนต์ที่เปิดผ่านลำโพงบลูทูธพังยับเยิน อิตาโดริเงยหน้าจากพื้นที่จุดตัดระหว่างกราฟ เบี่ยงปลายคางมองโต๊ะที่มีคนหน้าเหมือนตนกำลังนั่งหน้าบึ้ง

เมื่อเห็นว่าสุคุนะทำอะไรลงไป อิตาโดริซึ่งถูกตัวเลขมอมเมาจนหมดเรี่ยวแรงตาลีตาเหลือกลุกขึ้นยืนใน 0.01 วินาทีโดยพลัน

“นั่นฉีกจดหมายเหรอ! คนเขาเขียนให้นายด้วยใจ ทำอะไรเนี่ย!

ยังเดินไปไม่ถึงโต๊ะ สุคุนะก็หมุนเก้าอี้หันหลังใส่ กระดาษซึ่งยังเหลือเป็นแผ่นขนาดประมาณฝ่ามือถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับต้องการทำลายหลักฐาน

อิตาโดริมองดูเศษซากความเสียหาย ถามอย่างปลงตกว่า “เป็นอะไรไป”

“เชอะ!

“...”

ด้วยสภาพอารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ สุคุนะทำเรื่องไร้มารยาทและไม่คำนึงถึงใจคนอื่นมาหลายครั้ง กระนั้นที่แล้วมาไม่ว่าจะจดหมายหรือของขวัญต่างไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน

“หรือว่า...เจ้าของจดหมายว่าร้ายนายเหรอ?”

เศษกระดาษเกลื่อนพื้นไปหมด อิตาโดริก้มตัวลงหยิบขึ้นมาทว่าไม่อาจนำมาประกอบกันได้ เขามองเห็นเพียงหมึกปากกาสีดำกับตัวหนังสืออันหนักแน่น น่าจะเป็นลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยน่าดู

“เดี๋ยวฉันมา เก็บให้ด้วย”

สุคุนะทิ้งกองของขวัญและจดหมายที่กำลังเปิด หลบมือของพี่ชายที่เอื้อมมาดึงชายเสื้อ จากนั้นลอดตัวผ่านประตูห้องออกไปด้านนอกอย่างคล่องแคล่วว่องไวโดยไม่สนเสียงประท้วง

“...”

อิตาโดริที่ยังแก้โจทย์ไม่ได้และถูกรบกวนจนไม่เป็นอันทำการบ้านอ้าปากค้าง อยากเตะตูดพ่อเจ้าประคุณทูนหัวสักที

เขาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ บอกตัวเองให้ใจเย็นไว้ อย่าโมโหนะ...รอจนอารมณ์มั่นคงขึ้นค่อยเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดตรงมุมห้องมาเก็บกวาดเศษซากความหุนหันพลันแล่นของเจ้าคนเอาแต่ใจ ส่วนหนึ่งที่อิตาโดริสนองบัญชาอย่างว่าง่ายเพราะกำลังหัวตันและต้องการหนีความจริง

ตอนเทเศษกระดาษลงถังขยะแยก คุกิซาคิโทรมา

“นี่ๆๆๆๆ อิตาโดริ!

เสียงเจ้าหล่อนใสแจ๋วแถมกระตือรือร้นจนคนฟังหวาดระแวง อิตาโดริหนีบโทรศัพท์ด้วยไหล่ สองมือปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัว “คึกอะไรดึกดื่นอย่าบอกนะว่าไปสาปอาจารย์แล้วได้ข่าวว่าอาจารย์กำลังตกส้วมจริงๆ?”

เสียงสดใสแปรสภาพเป็นเสียงกรีดร้องแทงทะลุหูข้างซ้ายออกทางหูข้างขวาทันที “จะบ้าเรอะ!

หะ...หูฉัน...!

อิตาโดรินวดใบหูข้างที่เพิ่งนำไปแนบโทรศัพท์ ระหว่างดึงแขนที่เหยียดจนตึงหนีมลภาวะทางเสียงกลับมาเพื่อคุยต่อในตำแหน่งเดิม เขาเดินไปนั่งแหมะบนโซฟาข้างกองการบ้าน

“ถ้างั้นคุกิซาคิมีเรื่องอะไรเหรอ?”

จากนั้นถึงทราบว่านิตตะห้อง 5 มีแฟนแล้ว

ก่อนหน้านี้ชมรมเรื่องลี้ลับนั่งสวดคาถาปริศนาตามฟอรัมเฉพาะทางบนอินเทอร์เน็ต ว่ากันว่าจะเกิดแรงดึงดูดทำให้ได้พบรัก อิตาโดรินอนงีบอยู่ด้านข้าง ไม่ได้ร่วมทำอะไรกับเขา ทว่าคุกิซาคิกำลังบอกว่าชื่อของคนที่เธอนำไปลองใช้เพราะไม่อยากเสี่ยงด้วยตัวเองก็คืออิตาโดริ...เล่นเอาพูดไม่ออก

พอนิตตะประสบความสำเร็จ คุกิซาคิปักใจเชื่อทันทีว่าคาถาประหลาดๆ นั่นได้ผล

“ไง คนอื่นเขาได้แฟนแล้ว นายล่ะได้แฟนหรือยัง สารภาพมาซะดีๆ”

อิตาโดริเจอเรื่องให้โมโหติดๆ กันจนปวดหัวจี๊ด “เธอ เอา ชื่อ ฉัน ไป ใช้ งั้น เหรอ?”

“หลุดพ้นจากเจ้ารุ่นพี่เฮงซวยสักทีก็ดีไม่ใช่รึไง?”

“นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย!

คุกิซาคิอยู่กับอิตาโดริเกือบตลอด หากอิตาโดริมีแฟนก็ไม่น่าหลุดรอดสายตา ทว่าเธอไม่อาจทิ้งความเป็นไปได้ที่เพื่อนจะแอบคบหาใครเงียบๆ โดยไม่บอกตนถึงได้ถามออกมาตรงๆ ยังลงรายละเอียดด้วยว่าแค่มาจีบหรือมาสารภาพรักก็ได้ น่าจะมีบ้างจริงไหม? อย่างเช่น รุ่นพี่ตาตี่ๆ ชมรมการแสดงคนนั้น?

คนดีๆ ถูกพาดพิงเสียแล้ว อิตาโดริปวดใจนัก ค่อยๆ ตั้งสติอธิบายกับเพื่อนเสียงอ่อนว่า “รุ่นพี่เกะโทเป็นเพื่อนอ่านการ์ตูน เขาแค่ยืมหนังสือ” แต่พูดถึงคนหนึ่งใบหน้าของอีกคนผุดขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ อิตาโดริห้ามปากตัวเองไม่ได้ เผลอพูดต่อว่ารุ่นพี่โกะโจน่าจะชอบรุ่นพี่เกะโทใช่ไหม...

ผลคือคุกิซาคิที่ใจเย็นลงชั่วประเดี๋ยวแทบกรี๊ดใส่หู “ยังจะมาโกะโจๆ อะไรอีก เลิกสนหมอนั่นได้แล้ว ไอ้หมอนั่นมันจะคิดยังไงหรือชอบใครก็ไม่ใช่เรื่องของนาย! คิดว่าฉันพยายามจับคู่นายใหม่เพื่ออะไรยะ!

“ไม่ คืองี้...เธอพยายามจับคู่ฉันกับเพื่อนของรุ่นพี่ไง...”

“หนวกหู! ห้ามเถียง!

“...กั๊บป๋ม”

ได้ยินเสียงหอบแฮ่กๆ จากปลายสาย แสดงว่าเพื่อนสาวอารมณ์ขึ้นน่าดู ใจหนึ่งอิตาโดริอยากบอกว่าดึกแล้ว อย่าตะโกนเสียงดังโวยวายรบกวนคนอื่นสิ การบ้านก็ยังไม่เสร็จด้วยใช่ไหมล่ะ ทว่าพูดไปคงโดนด่าเปิง อิตาโดริผู้รู้จักเรียนรู้ตัดสินใจรูดซิปปากอย่างชาญฉลาด

หลายวินาทีผ่านไป หลังสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ สองสามครั้ง คุกิซาคิค่อยปรับอารมณ์ได้ น้ำเสียงเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาก

“นายบอกเองไม่ใช่เหรอสารภาพรักแล้วล้มเหลวจะไม่ตามตื๊อ ไม่ทำให้รุ่นพี่รำคาญหรอก!” เลียนการพูดอันขึงขังของเพื่อนในช่วงท้ายเสร็จ คุกิซาคิขยับหูกระต่ายตามเด็กประถมใส่แว่น เปลี่ยนมาใช้เสียงเดิมของตัวเอง “ฉะนั้น ในเมื่อโดนสลัดรักมาก็หลายเดือนแล้ว ตอนนี้เลิกอ้าปากหุบปากก็เอาแต่พ่นชื่อโกะโจๆๆ ซะที รำคาญ! แล้วก็นะ ถ้าเพื่อนเขามาชอบนายมันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ ไขกะโหลกเอาขี้เลื่อยออกมาแล้วแหกหูแหกตามองรอบๆ ให้ดี ฉันว่ารุ่นพี่เกะโทต้องชอบนายไม่มากก็น้อยล่ะย่ะ!

อิตาโดริพรูลมหายใจยาวหนึ่งเฮือก ไม่คิดว่าพูดเรื่องความสัมพันธ์กับเกะโทชัดขนาดนั้นแล้วจะยังไม่จบ อาจเพราะคอยตามใจน้องชายผู้รับมือยากมาตลอด ต่อให้รู้สึกว่าการคุยโทรศัพท์ต่อไปรังแต่จะเสียเวลา กระนั้นเขายังคงโต้ตอบเพื่อนสาวผู้หมกมุ่นอย่างมีน้ำอดน้ำทน “ทำไมคิดงั้น”

“ลางสังหรณ์”

“...”

เผลอคาดหวังว่าจะได้ยินอะไรเข้าท่าๆ จากคุกิซาคิได้ยังไงกันนะ...?

ตอนวางสาย เวลาล่วงเลยเกินห้าทุ่มเข้าไปแล้ว สุคุนะที่หนีออกไปก่อนหน้านี้กลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ แถมยังหน้าบูดกว่าเดิมอีกต่างหาก

อิตาโดริหาวสุดปอด ถอดใจในการทำการบ้านด้วยตัวเองและเปิดปากเตรียมขอพึ่งใบบุญ

แต่ยังไม่ทันได้ขอ สุคุนะก็...

“ไม่”

ไวเหมือนนั่งรอจังหวะนี้มานานแสนนาน

อิตาโดริคว่ำปาก “ยังไม่พูดไม่ทันจบเลย”

คนฟังหรี่ตาทันควัน แผ่บรรยากาศอันตราย “อยากพูดให้จบ? ได้ เชิญ”

“เอ่อ ขอลอกการบ้าน...”

“ไม่”

“...”

“ทำไม อยากพูดอีกรอบ?”

อิตาโดริบ่นอุบ เมื่อกี้อุตส่าห์ช่วยทำความสะอาด สุคุนะไม่น่ารักเลย...เขาลิสรายชื่อเพื่อนที่น่าจะให้ความช่วยเหลือในหัวระหว่างบ่นหงุงหงิง เนื่องจากกำลังใช้สมองเต็มที่จึงไม่รู้สึกถึงสายตาพินิจพิเคราะห์จากอีกคนหนึ่ง

สุคุนะเท้าใบหน้า ชั่งใจพักใหญ่กว่าจะเอ่ยออกมาเหมือนโกรธว่า “ไอ้คนใจง่าย”

อิตาโดริที่อยู่ๆ ก็โดนด่า “???”

ไม่รู้หน้าตาเหลอหลาของพี่ชายไปกระตุกต่อมอะไรเข้า สุคุนะเปลี่ยนท่านั่ง คนคุ้นเคยมองออกว่าอีกฝ่ายกำลังหาท่านั่งที่สบายตัวที่สุดจะได้เปิดเครื่องด่ายาวๆ

“หน้าโง่ไปสารภาพรักแล้วโดนตอกหน้าหงายยังไม่รู้จักเข็ด เผลอเดี๋ยวเดียว....”

“เฮ้ยๆๆ สต็อป!” อิตาโดริยกมือเบรคเอี๊ยด สงสัยขึ้นมาครามครันว่าวันนี้มันวันอะไรทำไมคนอื่นถึงได้แห่มายุ่มย่ามเรื่องความรักของตนนัก นี่พี่ชายคนโตคงไม่เปิดประตูผางเข้ามาแล้วกอดขาบอกว่า พี่จ๋าไม่ยอมให้มีแฟนหรอกนะ!’ อีกคนใช่ไหมเนี่ย? “เป็นอะไรกันไปหมดไม่รู้แต่ขอแก้ต่างนิดนึงเหอะ ก่อนหน้านี้ฉันบุ่มบ่ามไปสารภาพรักรุ่นพี่โกะโจ แต่พอรุ่นพี่ปฏิเสธฉันก็ไม่คิดอะไรแล้ว ตอนนี้เห็นรุ่นพี่เป็น...จะว่าไงดี ไอดอลคนหนึ่งเฉยๆ ประมาณนี้มั้ง”

เพราะความรู้สึกช่วงแรกพลุ่งพล่านมาก อิตาโดริที่ค่อนข้างหุนหันพลันแล่นและใจร้อนจึงสารภาพรักทันทีที่แน่ใจความรู้สึกของตน อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเขารู้จักโกะโจเพียงผิวเผิน จะบอกว่าความประทับใจส่วนใหญ่มาจากลักษณะท่าทางภายนอกก็ได้ หลังโดนปฏิเสธและรู้จักนิสัยใจคออีกฝ่ายมากขึ้น ความรักใคร่ชอบพอหลงเหลือเพียงความหลงใหลได้ปลื้ม

ความชื่นชอบที่มีให้โกะโจ ซาโตรุไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกแล้ว

เดิมทีคงเพราะอีกฝ่ายบังเอิญเหมือนเมนจากการ์ตูนเรื่องโปรดจนน่าตกใจ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ถึงได้รวนไประยะหนึ่ง

สุคุนะเองก็รู้เรื่องนั้น ถึงขั้นเหม็นหน้าไม่ว่าจะโกะโจในโลกแห่งความเป็นจริงหรืออ.โกะโจในยิวยิตสู คลายเส้น

แต่

“ฉันไม่ได้หมายถึงเจ้านั่น”

“...?”

“เกะโท สุงุรุ”

“...”

Again? รุ่นพี่เกะโทอีกแล้ว? Why?

ปกติคงต่อปากต่อคำว่ารุ่นพี่เกะโทเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมถึงโผล่มาในวงสนทนาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ได้ล่ะ แต่เพราะคุกิซาคิเพิ่งฉีดยาให้สดๆ ร้อนๆ อิตาโดริถึงได้นิ่งไปและเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง

ในเมื่อเพิ่งโดนยัดเยียดคำว่า ใจง่าย มาแปะหน้าผาก แสดงว่า...

“สุคุนะคิดว่าฉันเปลี่ยนใจจากรุ่นพี่โกะโจไปชอบรุ่นพี่เกะโทโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเหรอ? ถ้าถามฉัน ฉันว่าไม่น่าใช่ ถึงงั้นก็เถอะ ลองคนอื่นมองเห็นเป็นอย่างนั้นกันหมดแล้วคิดว่าฉันซื่อบื้อที่ไม่รู้ตัว ฉันจะลองกลับไปทบทวนตัวเองดู”

หืม? อิตาโดริฉุกใจขึ้นมา

ไม่สิ...จะว่าไปคุกิซาคิพูดเหมือนรุ่นพี่เกะโทเป็นฝ่ายมาชอบ...?

ส่วนสุคุนะพูดเหมือนอิตาโดริไปชอบเขา

อ้าว ต่างกันนิดหน่อยแฮะ

ร่างบนโซฟาเปลี่ยนท่าทีสู่สภาวะพร้อมรบในบัดดล สุคุนะเหยียดแผ่นหลัง ลำคอตั้งรงแหน็ว ใบหน้าเผยชัดถึงความปวดเศียรเวียนเกล้า แทบจะตะโกนว่า หน้าโง่เอ๊ย!’ ออกมารอมร่อ “ใครพูดแบบนั้นกัน! ไม่ต้องไปทบทวนตัวเอง แกไม่ได้...”

“ครับๆๆ ยังไงก็ดึกแล้ว ฉันไปนอนก่อนดีกว่า สุคุนะก็รีบไปนอนเถอะ”

“เดี๋ยว...!

“ราตรีสวัสดิ์จ้า”

ทว่าอิตาโดริผู้ไม่อยากหูระบมหอบการบ้านบนโซฟาหนีหายไปด้วยความรวดเร็วเหนือมนุษย์เรียบร้อย

 

 

ผลสืบเนื่องจากบทสนทนาเละๆ เทะๆ เมื่อคืนในบ้านอิตาโดริทำให้ในวันถัดมา เกะโท สุงุรุถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว

“รุ่นพี่ชอบผมเหรอครับ?”

“...”

กำลังเป็นตัวแทนห้องไปส่งงานอยู่ดีๆ เจออิตาโดริวิ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วราวกับห้อรถจักรยานยนต์ มิหนำซ้ำยังถูกทำให้ตกใจต่อเนื่องด้วยลูกตรงพลังทำลายล้างสูง เพราะเจอหน้าปุ๊บก็อ้าปากถามเลย ต่อให้เกะโทมีความสามารถพิเศษในการได้ยินเสียงในใจของอิตาโดริก็รับมือการจู่โจมสายฟ้าแลบนี้ไม่ทัน หนุ่มรูปงามผมดำยาวผู้อยู่ในช่วงวัยที่เป็นกังวลต่อภาพลักษณ์เกือบได้ขายขี้หน้าครั้งใหญ่จากการสะดุดพื้นเรียบหัวคะมำ

ต่อเมื่อจับหัวใจกระเด้งกระดอนยัดเข้าไปในอกสำเร็จ ดวงตาเรียวยาวลอบสำรวจสภาพแวดล้อมอีกครั้ง

สถานที่คือทางเดินอาคารอเนกประสงค์ชั้น 2 ช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนคาบเรียน ไม่ได้ฝันกลางวันหรือหลุดไปยังต่างโลกแต่อย่างใด

บรรยากาศไม่เหมาะแก่การสารภาพความในใจเอาเสียเลย

กองชีทเรียนสูงราว 50 เซนติเมตรในอ้อมแขนเกะโทเป็นดั่งเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างคนทั้งคู่ ฝ่ายสูงกว่ากดคางลงเล็กน้อย สำรวจอากัปกริยารวมทั้งการแสดงออกทางสีหน้าของอิตาโดริที่ยืนห่างออกไปเพียงระยะเอื้อมแขน

อิตาโดริมองรุ่นพี่ที่ทอดสายตาลงมา เห็นรอยยิ้มขื่นบางๆ กับสีหน้าลำบากใจก็ร้อง อ้อ อย่างเหี่ยวเฉา ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาเตรียมเอ่ยขอโทษที่เข้ามารบกวนพลันได้ยินเสียงจากเหนือศีรษะดังแทรกว่าอิตาโดริ...เป็นสุ้มเสียงที่ทั้งทดท้อใจและอ่อนหวานเกินเหตุ

ครั้นเห็นรุ่นน้องเงยหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อหู เกะโทซึ่งยกธงขาวย้อมแพ้ถึงเอ่ยหยอกเย้าเจือเสียงหัวเราะ

“ฉันอยากสารภาพความในใจครั้งแรกให้นายประทับใจ แต่มันพังหมดแบบนี้ นายชดเชยด้วยการตกลงคบกับฉันเลยได้หรือเปล่า?”

 

 

เกะโท สุงุรุวางแผนก่อนลงมือทำเสมอ ประเมินสถานการณ์และความเป็นไปได้ที่จะสารภาพรักสำเร็จเอาไว้ล่วงหน้า หากอิตาโดริยังไม่หวั่นไหว ต่อให้ควักหัวใจออกมาก็คงโดนปฏิเสธทันที

อีกฝ่ายเป็นคนซื่อตรงและจิตใจอ่อนโยน ไม่มีทางหล่อเลี้ยงความหวังลมๆ แล้งๆ ของใครจนอีกฝ่ายเจ็บปวดเรื้อรังอย่างแน่นอน

เขาถึงรอจนกระทั่งความใกล้ชิดสนิทสนมสั่นคลอนอิตาโดริได้

แต่ตัวแปรบางอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมนี่สิ

เช่น ตัวอิตาโดริ ยูจิเอง

...ไม่คิดเลยว่าจะถูกบีบให้ต้องบอกความในใจสภาพนั้น

แม้เหตุการณ์ตอนสารภาพจะผิดแผนจนชวนให้ซุกมุมปลูกเห็ด ดีที่ผลลัพธ์ถือว่าน่าพอใจ นับจากวันนั้นไม่เพียงรู้ซึ้งถึงการมีตัวตนของเกะโทมากขึ้น อิตาโดริผู้อ่อนประสบการณ์ทางความรักโน้มเอียงมาทางเกะโทอย่างเห็นได้ชัด หากก่อนหน้านี้นั่งเฉียดไหล่หน้าไม่เปลี่ยนสี ระยะหลังนั่งห่างสองคืบยังหน้าร้อนจนแทบมีควันลอยออกมาจากผิวหนัง

ถึงรุ่นน้องขอเวลากลับไปตัดสินใจ ยังไม่ได้ตกลงรับรัก แต่ลงเอยมีลุ้นสมหวัง

ที่ใช้คำว่า มีลุ้น เนื่องมาจากเกะโทไม่มีหลักประกัน

เพราะนับจากเผยความในใจ เขาก็ไม่ได้ยินเสียงของอิตาโดริในหัวอีก

พอจะบอกได้ว่าคงไม่ใช่เทวดานางฟ้าที่ไหนให้เวทมนตร์คนสามสิบแต่ยังซิงผิดตัวมาลงหัวเกะโท ในเมื่อผู้เยาว์อย่างเขายังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง...ยังไม่ได้รวบหัวรวบหางอิตาโดริสักหน่อย

พลังพิเศษที่ดูเหมือนเวทมนตร์นี้ดูท่าว่าหากไม่เกี่ยวข้องกับอิตาโดริก็น่าจะเกี่ยวกับความรัก ส่วนมันมาจากไหน มาได้อย่างไร เกะโทคร้านจะหาคำตอบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีตัวช่วย เกะโทรู้สึกใจหายอยู่บ้าง น่าจะเป็นความรู้สึกคล้ายๆ กับการมีคู่มือโกงเกมอยู่ในมือ อยู่มาวันหนึ่งพอไม่มีมันความมั่นใจในการพิชิตเกมก็ร่อยหรอ คงต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะเคยชินกับการถอยกลับมาสู่จุดที่ไม่มีข้อได้เปรียบ

ทว่าอิตาโดริไม่รู้ว่ามีคนอื่นได้ยินเสียงที่ซุกซ่อนในใจ ลองคำนึงถึงปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล พลังนี้หายไปย่อมเป็นเรื่องดี...ใครจะชอบถูกล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวโดยไม่ยินยอมกันล่ะ ถึงคนดีๆ อย่างอิตาโดริน่าจะยอมให้อภัยก็เถอะ

เอาไว้ความสัมพันธ์คืบหน้าจนมั่นคงแล้วค่อยเล่าให้ฟังดีกว่า

“อยากกอดอิตาโดริจังเลยน้า”

แผละ

“...”

อิตาโดริที่เห็นรุ่นพี่นั่งอยู่ตามลำพังเลยเดินเข้ามาทักตกอยู่ในสภาพมือไม้อ่อน ใบ้รับประทาน อดีตไอศกรีมโคนค่อยๆ ละลายอยู่บนพื้นข้างรองเท้านักเรียน

เกะโทที่ไม่ได้ยินเสียงของอิตาโดริในหัวโดยตรงแต่ยังตาหูดีพอจะรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้แสร้งหันไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ ไม่ว่าจะเสียงอุทานทุ้มๆ ดัง อ๊ะหรือดวงตาที่โตเบิกขึ้นนิดๆ ล้วนดูเป็นธรรมชาติ

“พะ พะ พะ

“เอ่อ เมื่อกี้ได้ยินสินะ? ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ ฉันไม่คิดว่านายจะมาได้ยินน่ะ” เกะโทระบายยิ้ม แสดงออกถึงความขอลุแก่โทษ 6 ส่วน ลำบากใจ 3 ส่วน และเขินอาย 1 ส่วน

รุ่นน้องใจอ่อนยวบตามคาด

“มันไม่ใช่เรื่องที่ควรพูดออกมาเลยนะครับ ถ้ามีคนอื่นได้ยินเข้าจะทำยังไง

“อืม คราวหน้าฉันจะระวัง อย่าโกรธเลยนะ?”

“...”

ตอนแรกแค่หยอกเล่น เห็นอิตาโดริก้มใบหน้าแดงก่ำเท่านั้นแหละ...ชักเริ่มคิดจริงแล้ว

ตอนเขินน่ารักจัง

เกะโทประสานมือสองข้างไว้ด้วยกัน กดความรู้สึกอยากกอดรัดฟัดเหวี่ยงหรือลูบแก้มลูบคอแดงๆ รวมทั้งความคิดอกุศลอื่นลงไปสุดชีวิต

ตอนนี้ยังทำไม่ได้ และไม่สามารถทำเป็นลูบหัวอย่างรุ่นพี่ธรรมดาๆ คนหนึ่งได้เช่นกัน

เพราะเกะโทไม่ได้อยากเป็นรุ่นพี่ธรรมดาเขาต้องการมากกว่านั้นและอยู่ระหว่างพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะที่ต้องการ หากนำคำว่า รุ่นพี่ มาเป็นข้ออ้างเพื่อแตะต้อง เกะโทมองว่าตนกำลังเอาเปรียบอิตาโดริอย่างหน้าไม่อาย

              “จะไปได้ยัง โอ้เอ้อยู่นั่น”

              เสียงทุ้มต่ำผ่าเปรี้ยงลงมากะทันหัน กรีดบรรยากาศอ่อนละมุนพังพินาศอย่างอำมหิต

              ต่อให้ยังรักษารอยยิ้มตามสมควรไว้ได้ หางคิ้วเกะโทยังคงกระตุกเมื่อหันไปเห็นใบหน้าที่เหมือนกับคนในใจแต่เนื้อในเป็นสิ่งมีชีวิตคนละสปีชีส์

              นัยน์ตาสีดำไล่ตามพี่ชายฝาแฝดบ้านอิตาโดริซึ่งถูกกอดรัดรอบคอจนไม่อาจขยับไปไหน นึกในใจว่ารุ่นน้องตามใจน้องชายจนเสียคนแล้ว

ขณะมองอิตาโดริถูกมารผจญดึงให้ออกห่างจากตน เกะโทถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สำเหนียกได้อีกครั้งว่าอุปสรรคความรักบางชิ้นยากจะเอาชนะ เขาพูดเรื่อยเปื่อยว่า “เมื่อไม่นานมานี้อยู่ๆ อ.โกะโจก็ถูกอ.เกะกะลงดาบกะทันหันจนบทหาย ตัวคนเขียนแสดงออกว่าไม่ชอบตัวละครตัวเองขึ้นมาดื้อๆ น่าปวดใจเนอะว่าไหม? เขาเป็นตัวละครที่ได้รับความรักจากแฟนๆ เยอะมากเลยนะ นายว่าถ้าส่งจดหมายไปประท้วง อ.เกะกะจะยินดีรับฟังหรือเปล่า”

สุคุนะที่ล็อกคออิตาโดริลากถูลู่ถูกังกลับไปด้วยกันหยุดการเคลื่อนไหวทั้งปวง ตวัดดวงตาวาววับดุดันมามอง “ถ้าเป็นแฟนคลับจริงๆ คงรับฟัง แต่ถ้าเป็นแอนตี้แฟนส่งอะไรไร้สาระมากวนโมโหก็อาจจะฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ ล่ะมั้ง”

“โมโหจนฉีกทิ้งเลยเหรอ อ.เป็นคนก้าวร้าวดุดันเหมือนกันเนอะ ได้ยินมาว่าตัวเอกของยิวยิตสู คลายเส้นได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ชาย ไม่รู้อ.โกะโจโดนแบบนั้นเพราะมีตัวตนจริงเหมือนกันแล้วไปขวางหูขวางตาอ.เข้าหรือเปล่า” เกะโทหัวเราะคล้ายเห็นขำเสียเต็มประดา เสริมต่อว่า ถ้าแรกเริ่มไม่มีตัวตนอยู่จริงแต่บังเอิญไปเจอมนุษย์ตัวเป็นๆ ที่เหมือนตัวละครของตัวเองเปี๊ยบอย่างกับเล่นตลก หนำซ้ำเจ้าคนที่ว่ายังไปกวนโมโหอ.เกะกะเข้า...แบบนั้นอาจจะยิ่งชังน้ำหน้าทวีคูณเลยก็เป็นได้

ยิ่งบทสนทนาของเกะโทกับสุคุนะยืดยาว อิตาโดริยิ่งหน้าเผือดสี เขาชี้โบ๊ชี้เบ๊มาทางเกะโท ทว่าไม่มีเสียงอะไรหลุดออกมา ดูทั้งตลกทั้งน่าเอ็นดู พอเกะโทจะมองให้ดีๆ เสียหน่อยสุคุนะก็หมุนตัวดันพี่ชายไปซ่อนไว้ด้านหลัง สาวเท้าเดินต่ออีกครั้ง ขณะลากพรืดๆ พาคนไปกับตัวเองยังอุตส่าห์เหลียวมาแสยะเขี้ยวใส่

เกะโทคันปากติดหมัด “อิตาโดริ หมายถึงคนพี่ ยูจิน่ะ! เดี๋ยวส่งข้อความหานะ!

สุคุนะที่อยู่ห่างไปร่วมร้อยเมตรได้ยินเสียงตะโกนเต็มหู เขาผลักศีรษะในอ้อมแขนทิ้ง หมุนตัวกลับมายืดหลังตรงโชว์นิ้วกลางสองข้างให้เกะโท

คนได้รับของแจกไม่คาดฝันค่อยๆ ผลิยิ้มอันอบอุ่น

หนุ่มจิตใจดีไม่เอารัดเอาเปรียบใครอย่างเกะโทมีหรือจะรับความปรารถนาดีจากผู้อื่นโดยไม่ตอบแทน

เขาส่งคืนของอย่างเดียวกันกลับไปด้วยมือซ้ายขวาของตน

 

 

หลังจากนั้นเด็กหนุ่มตาชั้นเดียวผมดำยาวซึ่งประพิมพ์ประพายชวนให้นึกถึงใครบางคนก็กลายเป็น แม่ ตัวเอกเรื่องยิวยิตสู คลายเส้นช็อกวงการนักอ่าน

แต่เกะโท สุงุรุที่ได้คบหากับอิตาโดริ ยูจิอย่างเป็นทางการหลังสารภาพความในใจและสู้รบตบมือกับนักเขียนบทชมรมการแสดงทั้งในที่ลับที่แจ้งยาวนานครบเดือนไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก

ส่วนปฏิกริยาจากคนรอบตัวหลังเกะโททำการอวดแฟนหมาดๆ นั้น...

“สุงุรุกับยูจิเนี่ยนะ? ไม่ต้องหาเหตุผลอื่น ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ! ไม่อนุมัติ!

ใครเขาต้องการให้นายมาอนุมัติมิทราบ?

“ถ้าเป็นรุ่นพี่เกะโทก็ค่อยยังชั่วหน่อย” “อื้มๆ”

พูดได้ดี เห็นทีต้องไปก๊อปปี้โน้ตวิชาเรียนเก่าๆ อีกชุดให้เพื่อนแฟนแล้วล่ะ

“ฉันไม่ยอมรับ ทำไม? กล้าดียังไงให้ฉันนั่งเขียนงานงกๆ ส่วนตัวเองหนีไปหลั่นล้ามีแฟน เห็นคนอื่นดีกว่าฉันแล้วนี่ ไม่ฟังฉันแล้วสินะ หา?! อะไร! ไม่ต้องมาจับ!

คนนี้...กำลังรบแข็งแกร่งมาก เหมือนจะยังเป็นปัญหาไปอีกระยะหนึ่ง...

อิตาโดริต้องกอดโอ๋เอาใจอยู่พักใหญ่ถึงเรียกคืนความสงบได้ชั่วคราว เกะโทซึ่งอยู่ในเหตุการณ์รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อตัวต้นเหตุลอบมองมาเยาะๆ ผ่านช่องว่างระหว่างแขนที่โอบรอบตัวเอง

ลองไม่เห็นแก่อิตาโดริ เกะโทอาจวางมวยสักยกไปแล้ว เขาปลอบใจตัวเองว่า เอาเถอะ...พวกขี้อิจฉาคนมีคู่ก็แบบนี้ แทนที่จะมัวนั่งโมโห เวทนาสงสารแทนดีกว่า