Fanfic Jujutsu Kaisen
น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก
Part III
Pairing :
Geto Suguru x Itadori Yuji
Rating :
SFW
ราวสี่ทุ่มครึ่ง อิตาโดริ
ยูจิกำลังทำการบ้าน เขานอนบนโซฟา
วางสมุดกับหนังสือประกอบการเรียนไว้บนเบาะหนังระหว่างแขนทั้งสองข้าง
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวูบวาบเป็นระยะจากแจ้งเตือนข้อความใหม่ในแชทกลุ่มซึ่งกำลังร้อนระอุ
ก่อนหน้านี้ตอนเปิดดูเห็นมีทั้งคนถามไถ่วิธีแก้โจทย์ ขอโพยเฉลย
ไปจนถึงสาปแช่งขอให้อาจารย์ล้มป่วยไม่เข้าสอน
การมีโทรศัพท์วางใกล้มือกวนสมาธิไม่น้อย
แต่วางไว้ห่างตัวก็เหมือนขาดอะไรไป
ต่อให้อิตาโดริรู้ว่าไม่ควรเหลือบมองหน้าจออยู่เรื่อยๆ เขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้
แควก
“!#$^&*()_^!”
คำสบถหยาบคายทำลายบรรยากาศนุ่มนวลจากเพลงประกอบภาพยนต์ที่เปิดผ่านลำโพงบลูทูธพังยับเยิน
อิตาโดริเงยหน้าจากพื้นที่จุดตัดระหว่างกราฟ
เบี่ยงปลายคางมองโต๊ะที่มีคนหน้าเหมือนตนกำลังนั่งหน้าบึ้ง
เมื่อเห็นว่าสุคุนะทำอะไรลงไป อิตาโดริซึ่งถูกตัวเลขมอมเมาจนหมดเรี่ยวแรงตาลีตาเหลือกลุกขึ้นยืนใน
0.01 วินาทีโดยพลัน
“นั่นฉีกจดหมายเหรอ!
คนเขาเขียนให้นายด้วยใจ ทำอะไรเนี่ย!”
ยังเดินไปไม่ถึงโต๊ะ
สุคุนะก็หมุนเก้าอี้หันหลังใส่
กระดาษซึ่งยังเหลือเป็นแผ่นขนาดประมาณฝ่ามือถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับต้องการทำลายหลักฐาน
อิตาโดริมองดูเศษซากความเสียหาย
ถามอย่างปลงตกว่า “เป็นอะไรไป”
“เชอะ!”
“...”
ด้วยสภาพอารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้
สุคุนะทำเรื่องไร้มารยาทและไม่คำนึงถึงใจคนอื่นมาหลายครั้ง
กระนั้นที่แล้วมาไม่ว่าจะจดหมายหรือของขวัญต่างไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน
“หรือว่า...เจ้าของจดหมายว่าร้ายนายเหรอ?”
เศษกระดาษเกลื่อนพื้นไปหมด
อิตาโดริก้มตัวลงหยิบขึ้นมาทว่าไม่อาจนำมาประกอบกันได้
เขามองเห็นเพียงหมึกปากกาสีดำกับตัวหนังสืออันหนักแน่น
น่าจะเป็นลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยน่าดู
“เดี๋ยวฉันมา เก็บให้ด้วย”
สุคุนะทิ้งกองของขวัญและจดหมายที่กำลังเปิด
หลบมือของพี่ชายที่เอื้อมมาดึงชายเสื้อ
จากนั้นลอดตัวผ่านประตูห้องออกไปด้านนอกอย่างคล่องแคล่วว่องไวโดยไม่สนเสียงประท้วง
“...”
อิตาโดริที่ยังแก้โจทย์ไม่ได้และถูกรบกวนจนไม่เป็นอันทำการบ้านอ้าปากค้าง
อยากเตะตูดพ่อเจ้าประคุณทูนหัวสักที
เขาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ
บอกตัวเองให้ใจเย็นไว้ อย่าโมโหนะ...รอจนอารมณ์มั่นคงขึ้นค่อยเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดตรงมุมห้องมาเก็บกวาดเศษซากความหุนหันพลันแล่นของเจ้าคนเอาแต่ใจ
ส่วนหนึ่งที่อิตาโดริสนองบัญชาอย่างว่าง่ายเพราะกำลังหัวตันและต้องการหนีความจริง
ตอนเทเศษกระดาษลงถังขยะแยก
คุกิซาคิโทรมา
“นี่ๆๆๆๆ อิตาโดริ!”
เสียงเจ้าหล่อนใสแจ๋วแถมกระตือรือร้นจนคนฟังหวาดระแวง
อิตาโดริหนีบโทรศัพท์ด้วยไหล่ สองมือปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัว “คึกอะไรดึกดื่น…อย่าบอกนะว่าไปสาปอาจารย์แล้วได้ข่าวว่าอาจารย์กำลังตกส้วมจริงๆ?”
เสียงสดใสแปรสภาพเป็นเสียงกรีดร้องแทงทะลุหูข้างซ้ายออกทางหูข้างขวาทันที
“จะบ้าเรอะ!”
หะ...หูฉัน...!
อิตาโดรินวดใบหูข้างที่เพิ่งนำไปแนบโทรศัพท์
ระหว่างดึงแขนที่เหยียดจนตึงหนีมลภาวะทางเสียงกลับมาเพื่อคุยต่อในตำแหน่งเดิม
เขาเดินไปนั่งแหมะบนโซฟาข้างกองการบ้าน
“ถ้างั้นคุกิซาคิมีเรื่องอะไรเหรอ?”
จากนั้นถึงทราบว่านิตตะห้อง 5
มีแฟนแล้ว
ก่อนหน้านี้ชมรมเรื่องลี้ลับนั่งสวดคาถาปริศนาตามฟอรัมเฉพาะทางบนอินเทอร์เน็ต
ว่ากันว่าจะเกิดแรงดึงดูดทำให้ได้พบรัก อิตาโดรินอนงีบอยู่ด้านข้าง
ไม่ได้ร่วมทำอะไรกับเขา ทว่าคุกิซาคิกำลังบอกว่าชื่อของคนที่เธอนำไปลองใช้เพราะไม่อยากเสี่ยงด้วยตัวเองก็คืออิตาโดริ...เล่นเอาพูดไม่ออก
พอนิตตะประสบความสำเร็จ
คุกิซาคิปักใจเชื่อทันทีว่าคาถาประหลาดๆ นั่นได้ผล
“ไง คนอื่นเขาได้แฟนแล้ว
นายล่ะได้แฟนหรือยัง สารภาพมาซะดีๆ”
อิตาโดริเจอเรื่องให้โมโหติดๆ
กันจนปวดหัวจี๊ด “เธอ เอา ชื่อ ฉัน ไป ใช้ งั้น เหรอ?”
“หลุดพ้นจากเจ้ารุ่นพี่เฮงซวยสักทีก็ดีไม่ใช่รึไง?”
“นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย!”
คุกิซาคิอยู่กับอิตาโดริเกือบตลอด
หากอิตาโดริมีแฟนก็ไม่น่าหลุดรอดสายตา ทว่าเธอไม่อาจทิ้งความเป็นไปได้ที่เพื่อนจะแอบคบหาใครเงียบๆ
โดยไม่บอกตนถึงได้ถามออกมาตรงๆ ยังลงรายละเอียดด้วยว่าแค่มาจีบหรือมาสารภาพรักก็ได้
น่าจะมีบ้างจริงไหม? อย่างเช่น รุ่นพี่ตาตี่ๆ ชมรมการแสดงคนนั้น?
คนดีๆ ถูกพาดพิงเสียแล้ว
อิตาโดริปวดใจนัก ค่อยๆ ตั้งสติอธิบายกับเพื่อนเสียงอ่อนว่า “รุ่นพี่เกะโทเป็นเพื่อนอ่านการ์ตูน
เขาแค่ยืมหนังสือ” แต่พูดถึงคนหนึ่งใบหน้าของอีกคนผุดขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่
อิตาโดริห้ามปากตัวเองไม่ได้ เผลอพูดต่อว่ารุ่นพี่โกะโจน่าจะชอบรุ่นพี่เกะโทใช่ไหม...
ผลคือคุกิซาคิที่ใจเย็นลงชั่วประเดี๋ยวแทบกรี๊ดใส่หู
“ยังจะมาโกะโจๆ อะไรอีก เลิกสนหมอนั่นได้แล้ว
ไอ้หมอนั่นมันจะคิดยังไงหรือชอบใครก็ไม่ใช่เรื่องของนาย!
คิดว่าฉันพยายามจับคู่นายใหม่เพื่ออะไรยะ!”
“ไม่
คืองี้...เธอพยายามจับคู่ฉันกับเพื่อนของรุ่นพี่ไง...”
“หนวกหู! ห้ามเถียง!”
“...กั๊บป๋ม”
ได้ยินเสียงหอบแฮ่กๆ จากปลายสาย แสดงว่าเพื่อนสาวอารมณ์ขึ้นน่าดู
ใจหนึ่งอิตาโดริอยากบอกว่าดึกแล้ว อย่าตะโกนเสียงดังโวยวายรบกวนคนอื่นสิ
การบ้านก็ยังไม่เสร็จด้วยใช่ไหมล่ะ ทว่าพูดไปคงโดนด่าเปิง
อิตาโดริผู้รู้จักเรียนรู้ตัดสินใจรูดซิปปากอย่างชาญฉลาด
หลายวินาทีผ่านไป
หลังสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ สองสามครั้ง คุกิซาคิค่อยปรับอารมณ์ได้ น้ำเสียงเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาก
“นายบอกเองไม่ใช่เหรอ…สารภาพรักแล้วล้มเหลวจะไม่ตามตื๊อ
ไม่ทำให้รุ่นพี่รำคาญหรอก!” เลียนการพูดอันขึงขังของเพื่อนในช่วงท้ายเสร็จ
คุกิซาคิขยับหูกระต่ายตามเด็กประถมใส่แว่น เปลี่ยนมาใช้เสียงเดิมของตัวเอง “ฉะนั้น
ในเมื่อโดนสลัดรักมาก็หลายเดือนแล้ว ตอนนี้เลิกอ้าปากหุบปากก็เอาแต่พ่นชื่อโกะโจๆๆ
ซะที รำคาญ! แล้วก็นะ
ถ้าเพื่อนเขามาชอบนายมันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ ไขกะโหลกเอาขี้เลื่อยออกมาแล้วแหกหูแหกตามองรอบๆ
ให้ดี ฉันว่ารุ่นพี่เกะโทต้องชอบนายไม่มากก็น้อยล่ะย่ะ!”
อิตาโดริพรูลมหายใจยาวหนึ่งเฮือก ไม่คิดว่าพูดเรื่องความสัมพันธ์กับเกะโทชัดขนาดนั้นแล้วจะยังไม่จบ
อาจเพราะคอยตามใจน้องชายผู้รับมือยากมาตลอด
ต่อให้รู้สึกว่าการคุยโทรศัพท์ต่อไปรังแต่จะเสียเวลา กระนั้นเขายังคงโต้ตอบเพื่อนสาวผู้หมกมุ่นอย่างมีน้ำอดน้ำทน
“ทำไมคิดงั้น”
“ลางสังหรณ์”
“...”
เผลอคาดหวังว่าจะได้ยินอะไรเข้าท่าๆ
จากคุกิซาคิได้ยังไงกันนะ...?
ตอนวางสาย
เวลาล่วงเลยเกินห้าทุ่มเข้าไปแล้ว สุคุนะที่หนีออกไปก่อนหน้านี้กลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ
แถมยังหน้าบูดกว่าเดิมอีกต่างหาก
อิตาโดริหาวสุดปอด ถอดใจในการทำการบ้านด้วยตัวเองและเปิดปากเตรียมขอพึ่งใบบุญ
แต่ยังไม่ทันได้ขอ สุคุนะก็...
“ไม่”
ไวเหมือนนั่งรอจังหวะนี้มานานแสนนาน
อิตาโดริคว่ำปาก “ยังไม่พูดไม่ทันจบเลย”
คนฟังหรี่ตาทันควัน แผ่บรรยากาศอันตราย
“อยากพูดให้จบ? ได้ เชิญ”
“เอ่อ ขอลอกการบ้าน...”
“ไม่”
“...”
“ทำไม อยากพูดอีกรอบ?”
อิตาโดริบ่นอุบ เมื่อกี้อุตส่าห์ช่วยทำความสะอาด
สุคุนะไม่น่ารักเลย...เขาลิสรายชื่อเพื่อนที่น่าจะให้ความช่วยเหลือในหัวระหว่างบ่นหงุงหงิง
เนื่องจากกำลังใช้สมองเต็มที่จึงไม่รู้สึกถึงสายตาพินิจพิเคราะห์จากอีกคนหนึ่ง
สุคุนะเท้าใบหน้า
ชั่งใจพักใหญ่กว่าจะเอ่ยออกมาเหมือนโกรธว่า “ไอ้คนใจง่าย”
อิตาโดริที่อยู่ๆ ก็โดนด่า “???”
ไม่รู้หน้าตาเหลอหลาของพี่ชายไปกระตุกต่อมอะไรเข้า
สุคุนะเปลี่ยนท่านั่ง
คนคุ้นเคยมองออกว่าอีกฝ่ายกำลังหาท่านั่งที่สบายตัวที่สุดจะได้เปิดเครื่องด่ายาวๆ
“หน้าโง่ไปสารภาพรักแล้วโดนตอกหน้าหงายยังไม่รู้จักเข็ด
เผลอเดี๋ยวเดียว....”
“เฮ้ยๆๆ สต็อป!”
อิตาโดริยกมือเบรคเอี๊ยด
สงสัยขึ้นมาครามครันว่าวันนี้มันวันอะไรทำไมคนอื่นถึงได้แห่มายุ่มย่ามเรื่องความรักของตนนัก
นี่พี่ชายคนโตคงไม่เปิดประตูผางเข้ามาแล้วกอดขาบอกว่า ‘พี่จ๋าไม่ยอมให้มีแฟนหรอกนะ!’
อีกคนใช่ไหมเนี่ย? “เป็นอะไรกันไปหมดไม่รู้แต่ขอแก้ต่างนิดนึงเหอะ
ก่อนหน้านี้ฉันบุ่มบ่ามไปสารภาพรักรุ่นพี่โกะโจ
แต่พอรุ่นพี่ปฏิเสธฉันก็ไม่คิดอะไรแล้ว ตอนนี้เห็นรุ่นพี่เป็น...จะว่าไงดี
ไอดอลคนหนึ่งเฉยๆ ประมาณนี้มั้ง”
เพราะความรู้สึกช่วงแรกพลุ่งพล่านมาก
อิตาโดริที่ค่อนข้างหุนหันพลันแล่นและใจร้อนจึงสารภาพรักทันทีที่แน่ใจความรู้สึกของตน
อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเขารู้จักโกะโจเพียงผิวเผิน
จะบอกว่าความประทับใจส่วนใหญ่มาจากลักษณะท่าทางภายนอกก็ได้
หลังโดนปฏิเสธและรู้จักนิสัยใจคออีกฝ่ายมากขึ้น
ความรักใคร่ชอบพอหลงเหลือเพียงความหลงใหลได้ปลื้ม
ความชื่นชอบที่มีให้โกะโจ
ซาโตรุไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกแล้ว
เดิมทีคงเพราะอีกฝ่ายบังเอิญเหมือนเมนจากการ์ตูนเรื่องโปรดจนน่าตกใจ
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ถึงได้รวนไประยะหนึ่ง
สุคุนะเองก็รู้เรื่องนั้น
ถึงขั้นเหม็นหน้าไม่ว่าจะโกะโจในโลกแห่งความเป็นจริงหรืออ.โกะโจในยิวยิตสู
คลายเส้น
แต่
“ฉันไม่ได้หมายถึงเจ้านั่น”
“...?”
“เกะโท สุงุรุ”
“...”
Again? รุ่นพี่เกะโทอีกแล้ว?
Why?
ปกติคงต่อปากต่อคำว่ารุ่นพี่เกะโทเกี่ยวอะไรด้วย
ทำไมถึงโผล่มาในวงสนทนาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ได้ล่ะ แต่เพราะคุกิซาคิเพิ่งฉีดยาให้สดๆ
ร้อนๆ อิตาโดริถึงได้นิ่งไปและเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ในเมื่อเพิ่งโดนยัดเยียดคำว่า ‘ใจง่าย’ มาแปะหน้าผาก แสดงว่า...
“สุคุนะคิดว่าฉันเปลี่ยนใจจากรุ่นพี่โกะโจไปชอบรุ่นพี่เกะโทโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเหรอ?
ถ้าถามฉัน ฉันว่าไม่น่าใช่ ถึงงั้นก็เถอะ ลองคนอื่นมองเห็นเป็นอย่างนั้นกันหมดแล้วคิดว่าฉันซื่อบื้อที่ไม่รู้ตัว
ฉันจะลองกลับไปทบทวนตัวเองดู”
หืม? อิตาโดริฉุกใจขึ้นมา
ไม่สิ...จะว่าไปคุกิซาคิพูดเหมือนรุ่นพี่เกะโทเป็นฝ่ายมาชอบ...?
ส่วนสุคุนะพูดเหมือนอิตาโดริไปชอบเขา
อ้าว ต่างกันนิดหน่อยแฮะ
ร่างบนโซฟาเปลี่ยนท่าทีสู่สภาวะพร้อมรบในบัดดล
สุคุนะเหยียดแผ่นหลัง ลำคอตั้งรงแหน็ว ใบหน้าเผยชัดถึงความปวดเศียรเวียนเกล้า
แทบจะตะโกนว่า ‘หน้าโง่เอ๊ย!’ ออกมารอมร่อ “ใครพูดแบบนั้นกัน! ไม่ต้องไปทบทวนตัวเอง แกไม่ได้...”
“ครับๆๆ ยังไงก็ดึกแล้ว ฉันไปนอนก่อนดีกว่า
สุคุนะก็รีบไปนอนเถอะ”
“เดี๋ยว...!”
“ราตรีสวัสดิ์จ้า”
ทว่าอิตาโดริผู้ไม่อยากหูระบมหอบการบ้านบนโซฟาหนีหายไปด้วยความรวดเร็วเหนือมนุษย์เรียบร้อย
ผลสืบเนื่องจากบทสนทนาเละๆ เทะๆ
เมื่อคืนในบ้านอิตาโดริทำให้ในวันถัดมา เกะโท สุงุรุถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว
“รุ่นพี่ชอบผมเหรอครับ?”
“...”
กำลังเป็นตัวแทนห้องไปส่งงานอยู่ดีๆ เจออิตาโดริวิ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วราวกับห้อรถจักรยานยนต์
มิหนำซ้ำยังถูกทำให้ตกใจต่อเนื่องด้วยลูกตรงพลังทำลายล้างสูง เพราะเจอหน้าปุ๊บก็อ้าปากถามเลย
ต่อให้เกะโทมีความสามารถพิเศษในการได้ยินเสียงในใจของอิตาโดริก็รับมือการจู่โจมสายฟ้าแลบนี้ไม่ทัน
หนุ่มรูปงามผมดำยาวผู้อยู่ในช่วงวัยที่เป็นกังวลต่อภาพลักษณ์เกือบได้ขายขี้หน้าครั้งใหญ่จากการสะดุดพื้นเรียบหัวคะมำ
ต่อเมื่อจับหัวใจกระเด้งกระดอนยัดเข้าไปในอกสำเร็จ
ดวงตาเรียวยาวลอบสำรวจสภาพแวดล้อมอีกครั้ง
สถานที่คือทางเดินอาคารอเนกประสงค์ชั้น
2 ช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนคาบเรียน ไม่ได้ฝันกลางวันหรือหลุดไปยังต่างโลกแต่อย่างใด
“…”
บรรยากาศไม่เหมาะแก่การสารภาพความในใจเอาเสียเลย
กองชีทเรียนสูงราว 50 เซนติเมตรในอ้อมแขนเกะโทเป็นดั่งเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างคนทั้งคู่
ฝ่ายสูงกว่ากดคางลงเล็กน้อย สำรวจอากัปกริยารวมทั้งการแสดงออกทางสีหน้าของอิตาโดริที่ยืนห่างออกไปเพียงระยะเอื้อมแขน
อิตาโดริมองรุ่นพี่ที่ทอดสายตาลงมา
เห็นรอยยิ้มขื่นบางๆ กับสีหน้าลำบากใจก็ร้อง ‘อ้อ’
อย่างเหี่ยวเฉา
ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาเตรียมเอ่ยขอโทษที่เข้ามารบกวนพลันได้ยินเสียงจากเหนือศีรษะดังแทรกว่าอิตาโดริ...เป็นสุ้มเสียงที่ทั้งทดท้อใจและอ่อนหวานเกินเหตุ
ครั้นเห็นรุ่นน้องเงยหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อหู
เกะโทซึ่งยกธงขาวย้อมแพ้ถึงเอ่ยหยอกเย้าเจือเสียงหัวเราะ
“ฉันอยากสารภาพความในใจครั้งแรกให้นายประทับใจ
แต่มันพังหมดแบบนี้ นายชดเชยด้วยการตกลงคบกับฉันเลยได้หรือเปล่า?”
เกะโท สุงุรุวางแผนก่อนลงมือทำเสมอ
ประเมินสถานการณ์และความเป็นไปได้ที่จะสารภาพรักสำเร็จเอาไว้ล่วงหน้า
หากอิตาโดริยังไม่หวั่นไหว ต่อให้ควักหัวใจออกมาก็คงโดนปฏิเสธทันที
อีกฝ่ายเป็นคนซื่อตรงและจิตใจอ่อนโยน
ไม่มีทางหล่อเลี้ยงความหวังลมๆ แล้งๆ ของใครจนอีกฝ่ายเจ็บปวดเรื้อรังอย่างแน่นอน
เขาถึงรอจนกระทั่งความใกล้ชิดสนิทสนมสั่นคลอนอิตาโดริได้
แต่ตัวแปรบางอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมนี่สิ
เช่น ตัวอิตาโดริ ยูจิเอง
...ไม่คิดเลยว่าจะถูกบีบให้ต้องบอกความในใจสภาพนั้น
แม้เหตุการณ์ตอนสารภาพจะผิดแผนจนชวนให้ซุกมุมปลูกเห็ด
ดีที่ผลลัพธ์ถือว่าน่าพอใจ นับจากวันนั้นไม่เพียงรู้ซึ้งถึงการมีตัวตนของเกะโทมากขึ้น
อิตาโดริผู้อ่อนประสบการณ์ทางความรักโน้มเอียงมาทางเกะโทอย่างเห็นได้ชัด
หากก่อนหน้านี้นั่งเฉียดไหล่หน้าไม่เปลี่ยนสี ระยะหลังนั่งห่างสองคืบยังหน้าร้อนจนแทบมีควันลอยออกมาจากผิวหนัง
ถึงรุ่นน้องขอเวลากลับไปตัดสินใจ
ยังไม่ได้ตกลงรับรัก แต่ลงเอยมีลุ้นสมหวัง
ที่ใช้คำว่า ‘มีลุ้น’ เนื่องมาจากเกะโทไม่มีหลักประกัน
เพราะนับจากเผยความในใจ เขาก็ไม่ได้ยินเสียงของอิตาโดริในหัวอีก
พอจะบอกได้ว่าคงไม่ใช่เทวดานางฟ้าที่ไหนให้เวทมนตร์คนสามสิบแต่ยังซิงผิดตัวมาลงหัวเกะโท
ในเมื่อผู้เยาว์อย่างเขายังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง...ยังไม่ได้รวบหัวรวบหางอิตาโดริสักหน่อย
พลังพิเศษที่ดูเหมือนเวทมนตร์นี้ดูท่าว่าหากไม่เกี่ยวข้องกับอิตาโดริก็น่าจะเกี่ยวกับความรัก
ส่วนมันมาจากไหน มาได้อย่างไร เกะโทคร้านจะหาคำตอบ
อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีตัวช่วย เกะโทรู้สึกใจหายอยู่บ้าง
น่าจะเป็นความรู้สึกคล้ายๆ กับการมีคู่มือโกงเกมอยู่ในมือ
อยู่มาวันหนึ่งพอไม่มีมันความมั่นใจในการพิชิตเกมก็ร่อยหรอ
คงต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะเคยชินกับการถอยกลับมาสู่จุดที่ไม่มีข้อได้เปรียบ
ทว่าอิตาโดริไม่รู้ว่ามีคนอื่นได้ยินเสียงที่ซุกซ่อนในใจ
ลองคำนึงถึงปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
พลังนี้หายไปย่อมเป็นเรื่องดี...ใครจะชอบถูกล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวโดยไม่ยินยอมกันล่ะ
ถึงคนดีๆ อย่างอิตาโดริน่าจะยอมให้อภัยก็เถอะ
…เอาไว้ความสัมพันธ์คืบหน้าจนมั่นคงแล้วค่อยเล่าให้ฟังดีกว่า
“อยากกอดอิตาโดริจังเลยน้า”
แผละ
“...”
อิตาโดริที่เห็นรุ่นพี่นั่งอยู่ตามลำพังเลยเดินเข้ามาทักตกอยู่ในสภาพมือไม้อ่อน
ใบ้รับประทาน อดีตไอศกรีมโคนค่อยๆ ละลายอยู่บนพื้นข้างรองเท้านักเรียน
เกะโทที่ไม่ได้ยินเสียงของอิตาโดริในหัวโดยตรงแต่ยังตาหูดีพอจะรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้แสร้งหันไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ
ไม่ว่าจะเสียงอุทานทุ้มๆ ดัง ‘อ๊ะ’ หรือดวงตาที่โตเบิกขึ้นนิดๆ
ล้วนดูเป็นธรรมชาติ
“พะ พะ พะ…”
“เอ่อ เมื่อกี้ได้ยินสินะ?
ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ ฉันไม่คิดว่านายจะมาได้ยินน่ะ” เกะโทระบายยิ้ม
แสดงออกถึงความขอลุแก่โทษ 6 ส่วน ลำบากใจ 3 ส่วน และเขินอาย 1 ส่วน
รุ่นน้องใจอ่อนยวบตามคาด
“มันไม่ใช่เรื่องที่ควรพูดออกมาเลยนะครับ
ถ้ามีคนอื่นได้ยินเข้าจะทำยังไง…”
“อืม คราวหน้าฉันจะระวัง
อย่าโกรธเลยนะ?”
“...”
ตอนแรกแค่หยอกเล่น เห็นอิตาโดริก้มใบหน้าแดงก่ำเท่านั้นแหละ...ชักเริ่มคิดจริงแล้ว
ตอนเขินน่ารักจัง
เกะโทประสานมือสองข้างไว้ด้วยกัน
กดความรู้สึกอยากกอดรัดฟัดเหวี่ยงหรือลูบแก้มลูบคอแดงๆ รวมทั้งความคิดอกุศลอื่นลงไปสุดชีวิต
ตอนนี้ยังทำไม่ได้
และไม่สามารถทำเป็นลูบหัวอย่างรุ่นพี่ธรรมดาๆ คนหนึ่งได้เช่นกัน
เพราะเกะโทไม่ได้อยากเป็น ‘รุ่นพี่ธรรมดา’
เขาต้องการมากกว่านั้นและอยู่ระหว่างพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะที่ต้องการ
หากนำคำว่า ‘รุ่นพี่’
มาเป็นข้ออ้างเพื่อแตะต้อง เกะโทมองว่าตนกำลังเอาเปรียบอิตาโดริอย่างหน้าไม่อาย
“จะไปได้ยัง โอ้เอ้อยู่นั่น”
เสียงทุ้มต่ำผ่าเปรี้ยงลงมากะทันหัน
กรีดบรรยากาศอ่อนละมุนพังพินาศอย่างอำมหิต
ต่อให้ยังรักษารอยยิ้มตามสมควรไว้ได้
หางคิ้วเกะโทยังคงกระตุกเมื่อหันไปเห็นใบหน้าที่เหมือนกับคนในใจแต่เนื้อในเป็นสิ่งมีชีวิตคนละสปีชีส์
นัยน์ตาสีดำไล่ตามพี่ชายฝาแฝดบ้านอิตาโดริซึ่งถูกกอดรัดรอบคอจนไม่อาจขยับไปไหน
นึกในใจว่ารุ่นน้องตามใจน้องชายจนเสียคนแล้ว
ขณะมองอิตาโดริถูกมารผจญดึงให้ออกห่างจากตน
เกะโทถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สำเหนียกได้อีกครั้งว่าอุปสรรคความรักบางชิ้นยากจะเอาชนะ
เขาพูดเรื่อยเปื่อยว่า “เมื่อไม่นานมานี้อยู่ๆ
อ.โกะโจก็ถูกอ.เกะกะลงดาบกะทันหันจนบทหาย
ตัวคนเขียนแสดงออกว่าไม่ชอบตัวละครตัวเองขึ้นมาดื้อๆ น่าปวดใจเนอะว่าไหม? เขาเป็นตัวละครที่ได้รับความรักจากแฟนๆ
เยอะมากเลยนะ นายว่าถ้าส่งจดหมายไปประท้วง อ.เกะกะจะยินดีรับฟังหรือเปล่า”
สุคุนะที่ล็อกคออิตาโดริลากถูลู่ถูกังกลับไปด้วยกันหยุดการเคลื่อนไหวทั้งปวง
ตวัดดวงตาวาววับดุดันมามอง “ถ้าเป็นแฟนคลับจริงๆ คงรับฟัง
แต่ถ้าเป็นแอนตี้แฟนส่งอะไรไร้สาระมากวนโมโหก็อาจจะฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ ล่ะมั้ง”
“โมโหจนฉีกทิ้งเลยเหรอ
อ.เป็นคนก้าวร้าวดุดันเหมือนกันเนอะ ได้ยินมาว่าตัวเอกของยิวยิตสู
คลายเส้นได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ชาย ไม่รู้อ.โกะโจโดนแบบนั้นเพราะมีตัวตนจริงเหมือนกันแล้วไปขวางหูขวางตาอ.เข้าหรือเปล่า”
เกะโทหัวเราะคล้ายเห็นขำเสียเต็มประดา เสริมต่อว่า
ถ้าแรกเริ่มไม่มีตัวตนอยู่จริงแต่บังเอิญไปเจอมนุษย์ตัวเป็นๆ
ที่เหมือนตัวละครของตัวเองเปี๊ยบอย่างกับเล่นตลก
หนำซ้ำเจ้าคนที่ว่ายังไปกวนโมโหอ.เกะกะเข้า...แบบนั้นอาจจะยิ่งชังน้ำหน้าทวีคูณเลยก็เป็นได้
ยิ่งบทสนทนาของเกะโทกับสุคุนะยืดยาว
อิตาโดริยิ่งหน้าเผือดสี เขาชี้โบ๊ชี้เบ๊มาทางเกะโท ทว่าไม่มีเสียงอะไรหลุดออกมา ดูทั้งตลกทั้งน่าเอ็นดู
พอเกะโทจะมองให้ดีๆ เสียหน่อยสุคุนะก็หมุนตัวดันพี่ชายไปซ่อนไว้ด้านหลัง สาวเท้าเดินต่ออีกครั้ง
ขณะลากพรืดๆ พาคนไปกับตัวเองยังอุตส่าห์เหลียวมาแสยะเขี้ยวใส่
เกะโทคันปากติดหมัด “อิตาโดริ หมายถึงคนพี่
ยูจิน่ะ! เดี๋ยวส่งข้อความหานะ!”
สุคุนะที่อยู่ห่างไปร่วมร้อยเมตรได้ยินเสียงตะโกนเต็มหู
เขาผลักศีรษะในอ้อมแขนทิ้ง หมุนตัวกลับมายืดหลังตรงโชว์นิ้วกลางสองข้างให้เกะโท
คนได้รับของแจกไม่คาดฝันค่อยๆ ผลิยิ้มอันอบอุ่น
หนุ่มจิตใจดีไม่เอารัดเอาเปรียบใครอย่างเกะโทมีหรือจะรับความปรารถนาดีจากผู้อื่นโดยไม่ตอบแทน
เขาส่งคืนของอย่างเดียวกันกลับไปด้วยมือซ้ายขวาของตน
หลังจากนั้นเด็กหนุ่มตาชั้นเดียวผมดำยาวซึ่งประพิมพ์ประพายชวนให้นึกถึงใครบางคนก็กลายเป็น
‘แม่’ ตัวเอกเรื่องยิวยิตสู คลายเส้นช็อกวงการนักอ่าน
แต่เกะโท สุงุรุที่ได้คบหากับอิตาโดริ
ยูจิอย่างเป็นทางการหลังสารภาพความในใจและสู้รบตบมือกับนักเขียนบทชมรมการแสดงทั้งในที่ลับที่แจ้งยาวนานครบเดือนไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก
ส่วนปฏิกริยาจากคนรอบตัวหลังเกะโททำการอวดแฟนหมาดๆ
นั้น...
“สุงุรุกับยูจิเนี่ยนะ?
ไม่ต้องหาเหตุผลอื่น ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ! ไม่อนุมัติ!”
ใครเขาต้องการให้นายมาอนุมัติมิทราบ?
“ถ้าเป็นรุ่นพี่เกะโทก็ค่อยยังชั่วหน่อย”
“อื้มๆ”
พูดได้ดี เห็นทีต้องไปก๊อปปี้โน้ตวิชาเรียนเก่าๆ
อีกชุดให้เพื่อนแฟนแล้วล่ะ
“ฉันไม่ยอมรับ ทำไม? กล้าดียังไงให้ฉันนั่งเขียนงานงกๆ
ส่วนตัวเองหนีไปหลั่นล้ามีแฟน เห็นคนอื่นดีกว่าฉันแล้วนี่ ไม่ฟังฉันแล้วสินะ หา?! อะไร! ไม่ต้องมาจับ!”
คนนี้...กำลังรบแข็งแกร่งมาก
เหมือนจะยังเป็นปัญหาไปอีกระยะหนึ่ง...
อิตาโดริต้องกอดโอ๋เอาใจอยู่พักใหญ่ถึงเรียกคืนความสงบได้ชั่วคราว
เกะโทซึ่งอยู่ในเหตุการณ์รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเมื่อตัวต้นเหตุลอบมองมาเยาะๆ ผ่านช่องว่างระหว่างแขนที่โอบรอบตัวเอง
ลองไม่เห็นแก่อิตาโดริ เกะโทอาจวางมวยสักยกไปแล้ว
เขาปลอบใจตัวเองว่า เอาเถอะ...พวกขี้อิจฉาคนมีคู่ก็แบบนี้ แทนที่จะมัวนั่งโมโห
เวทนาสงสารแทนดีกว่า
No comments:
Post a Comment