Saturday, 1 February 2025

[Fanfic Slam Dunk ; YoHana] ห้องปิดตาย (?)

Fanfic Slam Dunk

ห้องปิดตาย (?)

 

Pairing: Mito Yohei x Sakuragi Hanamichi

Rating:   SFW

 

ห้องสีขาวมองไม่เห็นแนวเสาและคานดูไม่ต่างจากลูกบาศก์ขนาดใหญ่ หากประมาณความยาวแขนเป็นตัวเลขกลมๆ ที่ 50 เซนติเมตรเพื่อใช้แทนตัววัด ห้องเล็กๆ ห้องนี้จะมีขนาดประมาณ 4 x 4 เมตร

ภายในห้องขาวโพลนอันชวนให้อึดอัดมีเพียงเตียงหนึ่งหลัง กล่องกระดาษลังที่ถูกพันเทปปิดอย่างเรียบร้อย กับกระดานไวท์บอร์ดขนาด 30 เซนติเมตร

              มิโตะ โยเฮกับซากุรางิ ฮานามิจิกำลังนั่งยองๆ ท่าทางเดียวกับนักเลงปลายแถวข้างถนน พวกเขารุมล้อมกระดานไวท์บอร์ด คนหนึ่งหน้าดำคล้ำ อีกคนหนึ่งกระพริบตาอย่างรอคอย

บนกระดานไวท์บอร์ดดังกล่าวมีลายมือไก่เขี่ยเขียนอย่างโผงผางว่า

จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีเซ็กส์จ้า เทเฮะ

              “เฮ้ย สรุปมันเขียนว่าไงอะ โยเฮ”

              ซากุรางิ ฮานามิจิอ่านไม่ออก

              “...” ส่วนมิโตะกำลังแรปด่าบรรพบุรุษบุคคลปริศนาเจ้าของความคิดพิเรนทร์ 9 ชั่วโคตร ไม่สามารถให้คำตอบได้ในทันที

              พวกเขาออกไปปิกนิกและนอนกลางวันอยู่ดีๆ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นถึงได้มาโผล่ในห้องแปลกๆ เสียฉิบ มิโตะคิดในใจว่ามันไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลยสักนิด โดยเฉพาะการลักพาตัวคนอย่างตนกับซากุรางิที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมเป็นพิเศษ ตอนตื่นขึ้นมาพวกเขาสำรวจห้องที่แทบไม่มีอะไรเลยไปแล้ว 2 รอบ ครั้นพบว่าประตูที่มีเพียงบานเดียวถูกล็อกอย่างแน่นหนาถึงได้หาอุปกรณ์ปลดล็อกไปทั่วจนกระทั่งมาเจอของเส็งเคร็งพวกนี้

              “ลายมือห่วยชะมัด หรือว่าโยเฮก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน?” ซากุรางิที่ถอดใจกับการแกะลายมือไก่เขี่ยยกกระดานไวท์บอร์ดขึ้นมาส่อง ทึกทักเอาจากความเงียบว่ามิโตะน่าจะอ่านไม่ออกเหมือนตน เขาจินตนาการเป็นตุเป็นตะว่าอาจจะมีปริศนาแอบแฝงอยู่ในกระดานแผ่นนี้รอให้อัจฉริยะคลี่คลาย

หารู้ไม่ มิโตะผู้สามารถแกะลายมือดังกล่าวได้อยากจะบีบคอเจ้าคนวิปริตที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องคราวนี้นัก อย่างไรก็ตาม ไม่มีคนย่อมอัดไม่ได้ ก่อนอื่นมิโตะจึงลงมือจัดการปัญหาเฉพาะหน้าเสียก่อน ได้แก่การแงะกระดานที่ดูเล็กไปถนัดตาเมื่ออยู่ในมือใหญ่ยักษ์นั่นเอง

“อย่าจับของสกปรกโสมมพรรค์นี้เลย ฮานามิจิจะแปดเปื้อนเอา”

ซากุรางิซึ่งไม่เคยอ่านการ์ตูนลามกหรือโดจินปล่อยให้ของในมือถูกริบไปโดยง่าย ในหัวไม่มีความเป็นไปได้ใดๆ ต่อสถานการณ์ปัจจจุบัน มิหนำซ้ำยังไม่วิตกกังวลแม้แต่น้อย แต่ไหนแต่ไรมาซากุรางิมีความมั่นใจในตัวเองสูงลิบ เมื่อไม่หวาดกลัวย่อมสงบเยือกเย็น เขาเดินไปนั่งบนเตียง แกะกล่องกระดาษด้วยความอยากรู้อยากเห็น

              ลางสังหรณ์บอกมิโตะว่าของในกล่องไม่มีทางเป็นของดีๆ บางทีอาจเฮงซวยกว่าไอ้กระดานกวนโอ๊ยนี่ก็ได้ ขณะคิดจะเข้าไปห้ามคนมือบอน ในห้องพลันเกิดเสียงฉีกกระชากดังแควก ต่อด้วยเสียงสิ่งของร่วงกราวราวกับจะเยาะหยันว่ามิโตะเคลื่อนไหวช้าเกินไป

              “ไอ้พวกนี้คืออะไรน่ะ?”

              “...”

              แท่งสีเงินยาวสะท้อนแสงไฟอยู่มือสีแทน เจ้าของมือยกขึ้นมาถือระดับสายตา ดูสนอกสนใจเพราะคาดเดาไม่ได้ว่ามันมีไว้ทำอะไร อีกด้าน มิโตะเผลอจินตนาการภาพตอนใช้งานจริงแล้วหน้าร้อนวูบ สมองลัดวงจรจนขยับตัวช้าไปอีกครั้ง

              ซากุรางิหยิบนั่นหยิบนี่มาดูต่อ ในที่สุดก็ตาวาว “อ๊ะ อันนี้รู้จัก...ผ้าปิดตาสินะ แสดงว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยนอนทั้งหมดเลยงั้นเหรอ”

              สีหน้าภาคภูมิใจว่าเรานี่มันฉลาดจริงๆ สมกับเป็นอัจฉริยะ...ทำเอามิโตะเปล่งเสียงไม่ออก เขาตอบแทนในใจว่า ใช่...แต่เป็นอุปกรณ์สำหรับนอนคนละความหมายกับที่นายกำลังคิดนะฮานามิจิ

              “แต่พวกกระบองจิ๋วนี่...”

              ยังไม่ทันบ่นว่าจะช่วยในการนอนยังไง ของลามกจกเปรตทั้งหลายก็ถูกมิโตะรวบรวมมาเตะไปนอนกองรวมกันริมห้อง ซากุรางิไม่พอใจที่ถูกแย่ง ทว่าไม่ทันได้อาละวาด มิโตะเข้ามาตะปบบ่าสองข้าง กล่าวเสียงเคร่งเครียดว่า “มันยังเร็วไปสำหรับฮานามิจิ เพราะงั้นอย่าสนเลย”

              ซากุรางิงงจนลืมโมโห “อะไรคือเร็วไป?”

              มิโตะเงียบไปหลายวินาทีกว่าจะอ้อมแอ้มพูดไม่เต็มเสียง “พวกเราเพิ่งคบกันไม่นาน จะให้ครั้งแรกก็...เอ่อ บีดี...”

              “...?”

              “...”

              “...????”

              “ฉันหมายความว่าตอนนี้พวกเราโดนขัง และออกไปไม่ได้ มันเร็วเกินไปที่จะมาสนใจอย่างอื่นนอกเหนือจากการออกไปจากที่นี่น่ะ!” มิโตะพูดรวดเดียวจนลิ้นแทบพันกัน

              เคราะห์ดีที่คนฟังเชื่อคำกล่าวโดยไม่ติดใจสงสัย ซากุรางิอาจดื้อแพ่งไปบ้าง แต่กับคนใกล้ชิดบางคราวจะว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเหตุนี้เพื่อนฝูงถึงได้บอกว่าเป็นพ่อหนุ่มไร้เดียงสา

              “ฉันว่ามันน่าจะมีคำใบ้บอกวิธีออกจากห้องบนกระดานนะ” ซากุรางิหันกลับมาสนใจกระดานอีกครั้ง ด้วยมิโตะไม่ยอมให้แตะต้องกระดานจึงได้แต่จดๆ จ้องๆ ทำคอยืดยาวจับผิดตัวหนังสือจากไกลๆ

              มิโตะใช้แขนช้างหนึ่งขวางไหล่ซากุรางิเอาไว้ แย้งใจใจว่าวิธีออกจากห้องน่ะเหรอ มีบอกสิ

              แถมไม่ใช่คำใบ้ด้วย บอกตรงๆ เลยล่ะ

              ขณะคิดหนักว่าควรบอกความจริงไปเลยดีไหม หูพลันได้ยินเสียง ฮึบ

ซากุรางิ ฮานามิจิกระโดดขึ้นมาจากท่านั่งยองอย่างทะมัดทะแมง แขนขาเหยียดยาวออกไป...กำลังยืดเส้นนั่นเอง

              “ฮานา...”

              สีแดงแวบผ่านหน้าไปด้วยความเร็วปานพายุ

            ปัง!

              “โอ๊ะ น่าจะใช้ได้แฮะ”

              เมื่อมิโตะหมุนคอมองไปยังทิศทางที่ซากุรางิพุ่งเข้าใส่ เขาพบว่าประตูซึ่งเคยแข็งแรงทนทานปรากฏรอยยุบน่ากลัว ดูคล้ายกำลังถูกกำลังมหาศาลงัดให้ทะลุ แม้ไม่ได้เห็นกับตาแต่ร่องรอยความรุนแรงชัดเจนมากจนชวนให้คิดว่าถูกของหนักๆ ทุ่มใส่เต็มแรง

              ทั้งที่ในความเป็นจริงมันถูกซากุรางิ ฮานามิจิกระโดดถีบ

              ร่องรอยความเสียหายทำเอามิโตะหน้าซีด “ฮานามิจิ เท้านาย...”

ปัง!!

              ตำแหน่งลูกบิดกระเด็นหลุดเป็นรูโหว่ ท่ามกลางความตกตะลึงของมิโตะ ซากุรางิยกฝ่าเท้ายันซ้ำรอยเดิมอีกหน คราวนี้ประตูพังๆ ล้มโครมไปด้านหน้า ละอองฝุ่นเม็ดจิ๋วลอยละล่องขึ้นมาจากพื้นตามแรงกระแทก เสียงออดคำรามพลันดังจากลำโพงขนาดเล็กเหนือบานประตู

              ซากุรางิไม่สนใจเสียงรบกวน ก้าวเท้าสวบออกสู่โลกภายนอก มองเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตายืนเปะปะตรงโน้นตรงนี้ น่าแปลกที่ทุกสายตามองมายังตนอย่างอึ้งๆ โหนกแก้มเดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียว

              ซากุรางิบ่ายหน้าไปทางเพื่อนยากหัวหย็องเป็นรายแรก “ทำไมแก้ผ้าล่ะเรียวจิน?”

              “...”

              มิยางิ เรียวตะยังคงเหม่อลอยมองซากุรางิคล้ายสติไม่อยู่กับตัว แน่นอนว่าไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด

              มิโตะเดินตามหลังมาหยุดอยู่ด้านข้างพ่อหนุ่มหัวแดงตัวยักษ์ จับสังเกตสภาพแวดล้อมด้วยความเร็ว 0.01 วินาที

ห้องที่พวกตนออกมาเหนือประตูมีอักษรวิ่งสีแดงเขียนว่า จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีเซ็กส์จ้า เทเฮะ ส่วนห้องทางขวาที่มิสึอิกับมิยางิยืนอยู่ด้านหน้าในสภาพกึ่งเปลือย เหนือประตูมีอักษรวิ่งเขียนว่า จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อเป่ายิ้งฉุบแก้ผ้าจนกว่าจะมีคนล่อนจ้อนจ้า อุฮิและด้านซ้าย อาคางิกับรุคาว่ากำลังนอนแผ่พังพาบลูบท้องยื่นๆ หน้าห้องที่ติดอักษรวิ่ง จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีกินราเมงหมด 30 ถ้วยจ้า หุหุ 👍

              มิโตะ โยเฮผรุสวาทใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ขณะเดียวกัน คนผมแดงคนหนึ่งกำลังขึ้นเสียงใส่รุ่นพี่ มองอะไรหา เรียวจิน! จะเอาเรอะ มิตจี้! เอ๊ะ กะ...ก็ไขปริศนาบนกระดานไวท์บอร์ดไงล่ะ! พอทำตามนั้นก็ออกมาได้เลย!’ อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

              อย่างน้อยถ้ารู้ว่าจะโดนกล่าวหาโดยที่ไม่ทันทำอะไรเลยล่ะก็...

 



No comments:

Post a Comment