Fanfic Slam Dunk
ห้องปิดตาย (?)
Pairing: Mito
Yohei x Sakuragi Hanamichi
Rating: SFW
ห้องสีขาวมองไม่เห็นแนวเสาและคานดูไม่ต่างจากลูกบาศก์ขนาดใหญ่
หากประมาณความยาวแขนเป็นตัวเลขกลมๆ ที่ 50 เซนติเมตรเพื่อใช้แทนตัววัด ห้องเล็กๆ
ห้องนี้จะมีขนาดประมาณ 4
x 4 เมตร
ภายในห้องขาวโพลนอันชวนให้อึดอัดมีเพียงเตียงหนึ่งหลัง
กล่องกระดาษลังที่ถูกพันเทปปิดอย่างเรียบร้อย กับกระดานไวท์บอร์ดขนาด 30 เซนติเมตร
มิโตะ
โยเฮกับซากุรางิ ฮานามิจิกำลังนั่งยองๆ ท่าทางเดียวกับนักเลงปลายแถวข้างถนน
พวกเขารุมล้อมกระดานไวท์บอร์ด คนหนึ่งหน้าดำคล้ำ อีกคนหนึ่งกระพริบตาอย่างรอคอย
บนกระดานไวท์บอร์ดดังกล่าวมีลายมือไก่เขี่ยเขียนอย่างโผงผางว่า
‘จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีเซ็กส์จ้า
เทเฮะ ❤’
“เฮ้ย สรุปมันเขียนว่าไงอะ โยเฮ”
ซากุรางิ ฮานามิจิอ่านไม่ออก
“...” ส่วนมิโตะกำลังแรปด่าบรรพบุรุษบุคคลปริศนาเจ้าของความคิดพิเรนทร์
9 ชั่วโคตร ไม่สามารถให้คำตอบได้ในทันที
พวกเขาออกไปปิกนิกและนอนกลางวันอยู่ดีๆ
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นถึงได้มาโผล่ในห้องแปลกๆ เสียฉิบ
มิโตะคิดในใจว่ามันไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลยสักนิด
โดยเฉพาะการลักพาตัวคนอย่างตนกับซากุรางิที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมเป็นพิเศษ
ตอนตื่นขึ้นมาพวกเขาสำรวจห้องที่แทบไม่มีอะไรเลยไปแล้ว 2 รอบ
ครั้นพบว่าประตูที่มีเพียงบานเดียวถูกล็อกอย่างแน่นหนาถึงได้หาอุปกรณ์ปลดล็อกไปทั่วจนกระทั่งมาเจอของเส็งเคร็งพวกนี้
“ลายมือห่วยชะมัด หรือว่าโยเฮก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน?”
ซากุรางิที่ถอดใจกับการแกะลายมือไก่เขี่ยยกกระดานไวท์บอร์ดขึ้นมาส่อง ทึกทักเอาจากความเงียบว่ามิโตะน่าจะอ่านไม่ออกเหมือนตน
เขาจินตนาการเป็นตุเป็นตะว่าอาจจะมีปริศนาแอบแฝงอยู่ในกระดานแผ่นนี้รอให้อัจฉริยะคลี่คลาย
หารู้ไม่ มิโตะผู้สามารถแกะลายมือดังกล่าวได้อยากจะบีบคอเจ้าคนวิปริตที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องคราวนี้นัก
อย่างไรก็ตาม ไม่มีคนย่อมอัดไม่ได้ ก่อนอื่นมิโตะจึงลงมือจัดการปัญหาเฉพาะหน้าเสียก่อน
ได้แก่การแงะกระดานที่ดูเล็กไปถนัดตาเมื่ออยู่ในมือใหญ่ยักษ์นั่นเอง
“อย่าจับของสกปรกโสมมพรรค์นี้เลย
ฮานามิจิจะแปดเปื้อนเอา”
ซากุรางิซึ่งไม่เคยอ่านการ์ตูนลามกหรือโดจินปล่อยให้ของในมือถูกริบไปโดยง่าย
ในหัวไม่มีความเป็นไปได้ใดๆ ต่อสถานการณ์ปัจจจุบัน มิหนำซ้ำยังไม่วิตกกังวลแม้แต่น้อย
แต่ไหนแต่ไรมาซากุรางิมีความมั่นใจในตัวเองสูงลิบ
เมื่อไม่หวาดกลัวย่อมสงบเยือกเย็น เขาเดินไปนั่งบนเตียง
แกะกล่องกระดาษด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ลางสังหรณ์บอกมิโตะว่าของในกล่องไม่มีทางเป็นของดีๆ
บางทีอาจเฮงซวยกว่าไอ้กระดานกวนโอ๊ยนี่ก็ได้ ขณะคิดจะเข้าไปห้ามคนมือบอน ในห้องพลันเกิดเสียงฉีกกระชากดังแควก
ต่อด้วยเสียงสิ่งของร่วงกราวราวกับจะเยาะหยันว่ามิโตะเคลื่อนไหวช้าเกินไป
“ไอ้พวกนี้คืออะไรน่ะ?”
“...”
แท่งสีเงินยาวสะท้อนแสงไฟอยู่มือสีแทน
เจ้าของมือยกขึ้นมาถือระดับสายตา ดูสนอกสนใจเพราะคาดเดาไม่ได้ว่ามันมีไว้ทำอะไร อีกด้าน
มิโตะเผลอจินตนาการภาพตอนใช้งานจริงแล้วหน้าร้อนวูบ
สมองลัดวงจรจนขยับตัวช้าไปอีกครั้ง
ซากุรางิหยิบนั่นหยิบนี่มาดูต่อ
ในที่สุดก็ตาวาว “อ๊ะ อันนี้รู้จัก...ผ้าปิดตาสินะ แสดงว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยนอนทั้งหมดเลยงั้นเหรอ”
สีหน้าภาคภูมิใจว่าเรานี่มันฉลาดจริงๆ
สมกับเป็นอัจฉริยะ...ทำเอามิโตะเปล่งเสียงไม่ออก เขาตอบแทนในใจว่า
ใช่...แต่เป็นอุปกรณ์สำหรับนอนคนละความหมายกับที่นายกำลังคิดนะฮานามิจิ
“แต่พวกกระบองจิ๋วนี่...”
ยังไม่ทันบ่นว่าจะช่วยในการนอนยังไง
ของลามกจกเปรตทั้งหลายก็ถูกมิโตะรวบรวมมาเตะไปนอนกองรวมกันริมห้อง
ซากุรางิไม่พอใจที่ถูกแย่ง ทว่าไม่ทันได้อาละวาด มิโตะเข้ามาตะปบบ่าสองข้าง
กล่าวเสียงเคร่งเครียดว่า “มันยังเร็วไปสำหรับฮานามิจิ เพราะงั้นอย่าสนเลย”
ซากุรางิงงจนลืมโมโห
“อะไรคือเร็วไป?”
มิโตะเงียบไปหลายวินาทีกว่าจะอ้อมแอ้มพูดไม่เต็มเสียง
“พวกเราเพิ่งคบกันไม่นาน จะให้ครั้งแรกก็...เอ่อ บีดี...”
“...?”
“...”
“...????”
“ฉันหมายความว่าตอนนี้พวกเราโดนขัง
และออกไปไม่ได้ มันเร็วเกินไปที่จะมาสนใจอย่างอื่นนอกเหนือจากการออกไปจากที่นี่น่ะ!” มิโตะพูดรวดเดียวจนลิ้นแทบพันกัน
เคราะห์ดีที่คนฟังเชื่อคำกล่าวโดยไม่ติดใจสงสัย
ซากุรางิอาจดื้อแพ่งไปบ้าง แต่กับคนใกล้ชิดบางคราวจะว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ
ด้วยเหตุนี้เพื่อนฝูงถึงได้บอกว่าเป็นพ่อหนุ่มไร้เดียงสา
“ฉันว่ามันน่าจะมีคำใบ้บอกวิธีออกจากห้องบนกระดานนะ”
ซากุรางิหันกลับมาสนใจกระดานอีกครั้ง ด้วยมิโตะไม่ยอมให้แตะต้องกระดานจึงได้แต่จดๆ
จ้องๆ ทำคอยืดยาวจับผิดตัวหนังสือจากไกลๆ
มิโตะใช้แขนช้างหนึ่งขวางไหล่ซากุรางิเอาไว้
แย้งใจใจว่าวิธีออกจากห้องน่ะเหรอ มีบอกสิ
แถมไม่ใช่คำใบ้ด้วย บอกตรงๆ เลยล่ะ
ขณะคิดหนักว่าควรบอกความจริงไปเลยดีไหม
หูพลันได้ยินเสียง ‘ฮึบ’
ซากุรางิ
ฮานามิจิกระโดดขึ้นมาจากท่านั่งยองอย่างทะมัดทะแมง แขนขาเหยียดยาวออกไป...กำลังยืดเส้นนั่นเอง
“ฮานา...”
สีแดงแวบผ่านหน้าไปด้วยความเร็วปานพายุ
ปัง!
“โอ๊ะ น่าจะใช้ได้แฮะ”
เมื่อมิโตะหมุนคอมองไปยังทิศทางที่ซากุรางิพุ่งเข้าใส่
เขาพบว่าประตูซึ่งเคยแข็งแรงทนทานปรากฏรอยยุบน่ากลัว ดูคล้ายกำลังถูกกำลังมหาศาลงัดให้ทะลุ
แม้ไม่ได้เห็นกับตาแต่ร่องรอยความรุนแรงชัดเจนมากจนชวนให้คิดว่าถูกของหนักๆ
ทุ่มใส่เต็มแรง
ทั้งที่ในความเป็นจริงมันถูกซากุรางิ
ฮานามิจิกระโดดถีบ
ร่องรอยความเสียหายทำเอามิโตะหน้าซีด
“ฮานามิจิ เท้านาย...”
ปัง!!
ตำแหน่งลูกบิดกระเด็นหลุดเป็นรูโหว่
ท่ามกลางความตกตะลึงของมิโตะ ซากุรางิยกฝ่าเท้ายันซ้ำรอยเดิมอีกหน
คราวนี้ประตูพังๆ ล้มโครมไปด้านหน้า
ละอองฝุ่นเม็ดจิ๋วลอยละล่องขึ้นมาจากพื้นตามแรงกระแทก เสียงออดคำรามพลันดังจากลำโพงขนาดเล็กเหนือบานประตู
ซากุรางิไม่สนใจเสียงรบกวน
ก้าวเท้าสวบออกสู่โลกภายนอก มองเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตายืนเปะปะตรงโน้นตรงนี้
น่าแปลกที่ทุกสายตามองมายังตนอย่างอึ้งๆ โหนกแก้มเดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียว
ซากุรางิบ่ายหน้าไปทางเพื่อนยากหัวหย็องเป็นรายแรก
“ทำไมแก้ผ้าล่ะเรียวจิน?”
“...”
มิยางิ เรียวตะยังคงเหม่อลอยมองซากุรางิคล้ายสติไม่อยู่กับตัว
แน่นอนว่าไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด
มิโตะเดินตามหลังมาหยุดอยู่ด้านข้างพ่อหนุ่มหัวแดงตัวยักษ์
จับสังเกตสภาพแวดล้อมด้วยความเร็ว 0.01 วินาที
ห้องที่พวกตนออกมาเหนือประตูมีอักษรวิ่งสีแดงเขียนว่า
‘จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีเซ็กส์จ้า
เทเฮะ ❤’ ส่วนห้องทางขวาที่มิสึอิกับมิยางิยืนอยู่ด้านหน้าในสภาพกึ่งเปลือย
เหนือประตูมีอักษรวิ่งเขียนว่า ‘จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อเป่ายิ้งฉุบแก้ผ้าจนกว่าจะมีคนล่อนจ้อนจ้า
อุฮิ✦’ และด้านซ้าย อาคางิกับรุคาว่ากำลังนอนแผ่พังพาบลูบท้องยื่นๆ
หน้าห้องที่ติดอักษรวิ่ง ‘จะออกจากห้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อมีกินราเมงหมด
30 ถ้วยจ้า หุหุ 👍’
มิโตะ
โยเฮผรุสวาทใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ขณะเดียวกัน คนผมแดงคนหนึ่งกำลังขึ้นเสียงใส่รุ่นพี่
‘มองอะไรหา
เรียวจิน! จะเอาเรอะ มิตจี้! เอ๊ะ
กะ...ก็ไขปริศนาบนกระดานไวท์บอร์ดไงล่ะ!
พอทำตามนั้นก็ออกมาได้เลย!’ อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว
อย่างน้อยถ้ารู้ว่าจะโดนกล่าวหาโดยที่ไม่ทันทำอะไรเลยล่ะก็...
No comments:
Post a Comment