Fanfic Jujutsu Kaisen
Intention
Part I
Pairing : Gojo Satoru x Itadori
Yuji
Rating : SFW
TW : Age Gap, Toxic
Relationship, Abusive
Note : แอลฟ่าไม่มีความสามารถในการตั้งครรภ์
/ สเปิร์มของโอเมก้าไม่ทำให้ตั้งครรภ์ /
ฟีโรโมนจะส่งผลรุนแรงระหว่างโอเมก้ากับแอลฟ่ามากที่สุด
ส่วนเบต้าจะได้รับผลกระทบน้อยลงกว่าครึ่ง
อิตาโดริ วาสุเกะอายุมากแล้ว กำลังเตรียมวางมือจากธุรกิจและส่งไม้ต่อให้ลูกหลาน
เดิมทีเก้าอี้บอสเคยถูกส่งต่อให้พ่อของยูจิหนหนึ่ง
แต่ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้บุตรชายด่วนจากไป
วาสุเกะจึงต้องกลับมาดำรงตำแหน่งบอสคำรบสองหลังเกษียณตัวเองได้ไม่นาน
ตอนนี้หลานชายปีกกล้าขาแข็งเพียงพอ สามารถรับช่วงต่อจากไม้ใกล้ฝั่งได้เสียที
อนึ่ง หลานชายคนที่ว่านั้น...ไม่ใช่ยูจิ
สุคุนะต่างหาก
แอลฟ่ามีจำนวนเพียงหยิบมือ เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญา ความสามารถทุกแขนง
และรูปโฉมโนมพรรณ แม้เป็นฝาแฝดที่ใบหน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออก แต่สุคุนะเป็นแอลฟ่า
ยูจิเป็นเพียงชนชั้นสามัญอย่างเบต้า
ต่อให้ยูจิมีร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไปชนิดเอาไปคุยโวได้
ต่อหน้าสุคุนะก็ยังเป็นกากับหงส์อยู่ดี
คนที่จะรับช่วงต่อจากปู่ ถูกวางตัวไว้นานแล้วว่าเป็นสุคุนะ
ทว่ามีคลื่นลมไม่สงบซุกซ่อนอยู่
ช่วงนี้ตระกูลอิตาโดริระส่ำระสาย...ยิ่งปู่ใกล้วางมือเท่าไหร่ยิ่งเหมือนระเบิดรอวันปะทุ
นั่นเพราะไม่ใช่ทุกคนในตระกูลที่สนับสนุนสุคุนะ ต่อให้ไม่พูดออกมาตรงๆ
ต่อหน้าประมุขตระกูลก็เป็นเรื่องที่รับรู้กันได้เองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก
การแบ่งฝักฝ่ายออกเป็นสองส่วนนี้ หากเป็นเรื่องราวในนิยายเฉือนคมสักเรื่อง เสียงที่แตกแยกออกไปน่าจะเป็นเพราะเลือกสนับสนุนยูจิ
แต่นี่คือความเป็นจริง ความสามารถในฐานะผู้นำของเบต้าจะสู้อะไรแอลฟ่าได้...ฉะนั้น
ไม่ใช่หรอก
ที่ฝ่ายตรงข้ามเลือกหนุนหลัง คือแอลฟ่าที่วาสุเกะรับมาอุปการะ...ชื่อโกะโจ
ซาโตรุ
โกะโจถูกรับตัวมาตอนอายุ 12 ปี
แม่ของอีกฝ่ายเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของบ้านอิตาโดริมานมนาน
พอประสบอุบัติเหตุตายยกครัว วาสุเกะบังเกิดความสงสารจึงรับเข้ามาดูแล
ต่อให้เป็นแอลฟ่าอันหาได้ยากไม่ต่างจากสุคุนะ
อีกทั้งศักยภาพและความสามารถโดยรวมยังดูจะเหนือกว่าสุคุนะอยู่นิดหน่อย โกะโจ
ซาโตรุซึ่งเติบโตเป็นชายหนุ่มวัยย่างเข้าเลขสามก็ยังคงเป็นเพียง ‘คนนอก’ ที่ได้รับการเลี้ยงดูเพื่อคอยสนับสนุนผู้สืบสันดานของวาสุเกะ
ไม่มีสิทธิ์ในการรับทรัพย์สมบัติหรือตำแหน่งเจ้าบ้านอิตาโดริแต่อย่างใด
หรือก็คือไม่น่าสั่นคลอนสุคุนะได้ตั้งแต่แรก
แต่หอกข้างแคร่นับเป็นภัยคุกคาม
ไม่เช่นนั้นกษัตริย์จะหวาดระแวงขุนนางมากความสามารถไปทำไม?
หากมีแรงสนับสนุนมากพอและมีใจทะเยอทะยาน
ความเป็นไปได้ในการฮุบทุกอย่างมาเป็นของตนและสร้างยุคสมัยใหม่ก็ไม่ใช่ศูนย์
ด้วยความเป็นไปได้ดังกล่าวนี่แหละ
ฝั่งที่สนับสนุนสุคุนะกับฝั่งที่สนับสนุนโกะโจถึงได้คอยคุมเชิงกันตลอดเวลา
ยูจิย้ายมาอยู่บ้านใหญ่กับปู่ตอนเข้าเรียนมหาลัยและได้รู้จักโกะโจเป็นเรื่องเป็นราวก็ตอนนั้น
เขาไม่เห็นว่าคนอย่างโกะโจจะมักใหญ่ใฝ่สูงตรงไหน
มองอย่างไรก็ไม่คล้ายคนที่มุ่งมาดแย่งชิงอำนาจและทรัพย์สมบัติตระกูลคนอื่นได้เลย
ยูจิมองเห็นอีกฝ่ายเป็นคนหนุ่มที่ทำงานเก่งและทุ่มเทเพื่อตระกูลอิตาโดริอย่างจริงจังและซื่อตรง
กระนั้นก็เข้าใจดีว่าผู้คนที่รายล้อมอาจทำให้คนดีๆ
ต้องเปลี่ยนไปหรือสร้างสถานการณ์ขึ้นโดยไม่สนใจความยินยอมของโกะโจ
“เป็นแค่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะมาเดือดร้อนอะไรกับสมบัติเจ้านาย? ถ้าไม่สารเลวหาเรื่องฮุบยังไงก็ต้องหล่นใส่มือหลานชายสองคนไปตามเรื่องน่ะแหละ
ฉันว่าประเด็นไม่ใช่สมบัติหรอก... ความมั่นคงของอิตาโดริต่างหากที่พวกนั้นเป็นห่วง
คงคิดว่าคุณโกะโจจะจัดการธุระทั้งหลายของตระกูลอิตาโดริได้ดีกว่าสุคุนะไงล่ะ
หลักการก็เหมือนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่จำเป็นต้องลงมาบริหารบริษัทเองแต่จ้างคนมีความสามารถมาบริหารแทนได้
พวกคนที่ถือหางโกะโจ
ซาโตรุคงคิดจะปล่อยสุคุนะเป็นคุณชายเสเพลเสวยสุขกลางกองเงินกองทอง
แล้วให้คุณโกะโจมาออกหน้าชี้นิ้วสั่งการเรื่องภายในอิตาโดริดีกว่า...เอาเถอะ
ไม่แปลกหรอก คุณโกะโจเขาทำงานตรงนี้มานานกว่า คอนเนคชั่นกับคนในหรือคนนอกก็คนละชั้นกับสุคุนะ”
เซนอิง มาคิอธิบายยาวๆ ให้ยูจิฟัง เธอเป็นเสมือนมือขวาของสุคุนะ
ถูกวาสุเกะเลี้ยงดูให้มาเป็นผู้ช่วยหลานชายจอมก่อเรื่อง
แต่เพราะคนคนเดียวยังจับจอมก่อเรื่องไว้ไม่อยู่หมัดเลยผลักดันคุกิซาคิ
โนบาระมาช่วยอีกคน แม้สองสาวจะเป็นเบต้าแต่แข็งแกร่งและหลักแหลม ไม่มีข้อบกพร่องในฐานะผู้ช่วยควบบอดี้การ์ด
ยูจิที่ตั้งใจฟังจนจบเข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อ
สรุปให้รวบรัดคือ
ฝ่ายตรงข้ามอยากให้สุคุนะเป็นเจ้าของทุกอย่างตามที่ควร
แต่จะมอบอำนาจบริหารสั่งการให้โกะโจ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...
ต่อต้านเรื่องที่ปู่ตัดสินใจไปแล้วยังไงก็เสียแรงเปล่า
คลื่นใต้น้ำไม่โผล่ออกมาหรอก
ทว่าความเป็นจริงตอกย้ำว่ายูจิมองโลกในแง่ดีเกินไป
โกะโจ ซาโตรุโดนวางยาพิษเมื่อสามวันก่อน
ตระกูลอิตาโดริร่ำรวยจากการเป็นเศรษฐีที่ดิน พื้นที่ในครอบครองมีตั้งแต่ส่วนที่อยู่อาศัยของคนทั่วไปจนถึงย่านใจกลางความเจริญ
ไม่ต้องลงทุนประกอบการเองก็เก็บเงินรายปีจากการปล่อยเช่าได้เป็นตัวเลขละลานตา
นับเป็นความดีความชอบจากบรรพบุรุษโดยแท้
เดิมทีทำตัวเป็นเสือนอนกินเก็บเงินโดยไม่ต้องสละเหงื่อลงแรงอะไรเสียก็ได้
แต่พื้นที่ทางตะวันออกเป็นด่านผ่านทางสำคัญในการเดินทางลงใต้
ทั้งยังมีพื้นที่ติดทะเลอยู่ไม่น้อย
การครอบครองพื้นที่ตรงนี้ก็มีเรื่องให้ต้องเหนื่อยอยู่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น มีคนต้องการใช้เป็นทางผ่านในการทำเรื่องมิชอบ หรือไม่ก็ตั้งใจตั้งรกรากทำเรื่องไม่เหมาะไม่ควร
ผู้นำอิตาโดริรุ่นก่อนๆ มีวิธีรับมือแตกต่างกันไป
แต่มีหลักการร่วมกันอย่างหนึ่งคือหลับหูหลับตาอย่างละข้างให้ผ่านทางแลกกับค่าใช้จ่ายเล็กน้อย
และมีการตั้งเงื่อนไขเด็ดขาดว่าห้ามทำเรื่องผิดกฎหมายในเขตนี้
ทว่าในยุคของวาสุเกะเริ่มมีกลุ่มเรืองอำนาจอื่นมาแข็งข้อใส่อยู่บ้าง เช่น
เข้ามาเจรจาขอเช่าพื้นที่ตั้งสำนักงาน ‘บางอย่าง’ แรกๆ
คุยอย่างสันติอยู่หรอก พอวาสุเกะยืนกรานไม่ยินยอมก็เริ่มข่มขู่คุกคาม
และอันที่จริงก็ไม่ได้มีเพียงกลุ่มสองกลุ่มที่รับไม่ได้กับการห้ามทำเรื่องผิดกฎหมายในที่ของตระกูลอิตาโดริ
แค่เป็นเจ้าของที่ส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นเจ้าของทุกตารางนิ้วสักหน่อย
ถือดีอะไรมาวางอำนาจ?
...พูดกันแบบนั้น
อย่างไรก็ดี พื้นที่นอกกรรมสิทธิ์ของตระกูลอิตาโดริในเขตตะวันออกไม่ได้เป็นที่ของนายทุนแต่เป็นที่ของชาวบ้านที่ตกทอดกันมาถึงมือลูกหลาน
อีกทั้งคนในพื้นที่พึงพอใจกับการออกหน้าจัดการความเรียบร้อยให้เมืองของตระกูลอิตาโดริจึงไม่มีใครขายที่ให้คนนอกเข้ามาทำสมดุลสั่นคลอน
ฉะนั้น
สรุปแล้ว
ที่ตระกูลอิตาโดริต้องเลี้ยงคนมากมายเหมือนเป็นองค์กรลับสักแห่งส่วนหนึ่งก็เพราะมีศัตรูทั่วสารทิศ
นอกจากภายในจะเกิดความขัดแย้งเรื่องผู้นำคนใหม่
ปัญหาความวุ่นวายจากภายนอกก็ไม่ได้เบาลงไป เมื่อมีการลอบทำร้ายเกิดขึ้น
การจับตัวคนร้ายจึงไม่ได้ง่ายดายขนาดตีกรอบผู้ต้องสงสัยและชี้ตัวได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม กรณีโดนยาพิษอย่างโกะโจตอนนี้
ไม่ว่าตัวการจะเป็นคนนอกหรือคนในก็รับประกันได้อย่างหนึ่งว่าคนในมีเอี่ยว
“หยุดเดี๋ยวนี้
นี่นายคิดจะไปเยี่ยมคนคนนั้นตามลำพังทั้งที่รู้ว่าเขาโดนยาพิษน่ะเหรอ?”
เพราะวันนี้มีเรียนแค่คาบเช้า
ยูจิวางแผนใช้เวลาช่วงบ่ายไปเยี่ยมโกะโจ ทว่าพอรายงานให้ฟุชิงุโระ เมงุมิทราบ
เงาตามตัวกลับพิโรธเสียอย่างนั้น
เสียงกดต่ำผ่านโทรศัพท์มือถือเย็นยะเยือกจนยูจิคิดว่ามีหิมะตกกลางฤดูร้อน
“ฉันไปคนเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่สิ...ไปคนเดียวแหละดี
จะได้คุยกับคุณโกะโจง่ายไง” เริ่มด้วยปะเหลาะอย่างนุ่มนวล
จากนั้นค่อยเปิดคลาสสั่งสอนเพื่อเบี่ยงความสนใจ “ฟุชิงุโระ
นายจะเอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับตลอดไม่ได้นะ
พอมีนายอยู่ด้วยคนอื่นเขาเลยเกร็งกันหมด”
ต่างจากสุคุนะที่มีผู้ช่วยสองคนคอยกระหนาบสลับสนับสนุน
ยูจิที่พฤติกรรมอยู่ในร่องในรอยมากกว่ามีฟุชิงุโระคอยตามติดเพียงคนเดียว
ซึ่งตอนนี้ขี้ปลาทองคนดังกล่าวกำลังหัวเสียเพราะยูจิจงใจเหยียบถิ่นศัตรูเพียงลำพัง
แม้ใช้คำว่าศัตรูจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่
แต่ตอนนี้อีกฝ่ายเป็นขั้วตรงข้ามกับสุคุนะอันหมายถึงเป็นขั้วตรงข้ามของยูจิไปโดยปริยาย
แม้เป็นบุคคลในการปกครองของตระกูลอิตาโดริก็ไม่อาจเรียกมิตรได้เต็มปาก
เหนือสิ่งอื่นใดคือเรื่องที่ฟุชิงุโระเป็นกังวล
โดนวางยาพิษ
ประเด็นนี้ออกจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย
ฟุชิงุโระไม่ได้กลัวว่าหายใจอากาศร่วมคนติดพิษจะติดพิษตามหรอก
เอาเป็นว่าวิธีการปองร้ายด้วยการใช้พิษไม่ชอบมาพากล และก็เพราะมันไม่ชอบมาพากล
เมื่อได้ข่าวว่าโกะโจฟื้นหลังจากหมดสติไปสามวันเต็ม ยูจิแทบจะเหาะเหินตะกายอากาศไปหา
โรงพยาบาล A ตั้งอยู่บนถนนสายหลักมุ่งหน้าลงใต้
ดำเนินกิจการโดยเชนธุรกิจโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง
เพราะต่อรองเซ็นสัญญาเช่าที่ดินได้เป็นเวลาหลายปี
ทางบอร์ดบริหารจึงให้การต้อนรับคนของอิตาโดริเป็นพิเศษ
ตอนโกะโจถูกส่งตัวมารักษาก็ได้แพทย์มือดีมาช่วยล้างพิษ ตอนนี้ยังได้พักห้อง VVIP ขนาด 28 ตารางวา ชั้น 19
หนึ่งในห้องพักเกรดดีที่สุดที่มีไว้รับรองเฉพาะสมาชิกระดับสูงของโรงพยาบาล
ก่อนมาถึงยูจิแจ้งโกะโจไว้ก่อนแล้ว
แต่เพราะมาเร็วไปครึ่งชั่วโมงและไม่อยากไปฆ่าเวลารอด้านนอกจึงถือวิสาสะขึ้นมาเลย
คนที่มาเปิดห้องพักหมายเลข 6 จากด้านในคือเกะโท สุงุรุ
เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของตระกูลอิตาโดริและเป็นคนหนุ่มมากความสามารถที่ว่ากันว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญฝั่งโกะโจ
ฝ่ายนั้นเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ไม่คิดว่ายูจิคุงจะมาถึงเร็ว
เข้ามาสิ”
เนื่องด้วยเคยมานอนแบ็บเป็นคนไข้โรงพยาบาลนี้หลายวัน
แม้หน้าตาของห้องต่างจากที่เคยอยู่
แต่การประดับจัดวางรวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ประหนึ่งโรงแรมกลับไม่ได้ต่างกันนัก
ยูจิผู้คุ้นเคยกับรูปแบบการจัดวางห้องของที่นี่นำพุดดิ้งของฝากไปแช่ตู้เย็นอย่างรู้ที่รู้ทาง
แล้วค่อยเดินมาข้างเตียงผู้ป่วย
โกะโจ ซาโตรุแย้มยิ้มจางๆ สีหน้าซีดเซียวลงมาก
อาศัยว่าหน้าตาดีแต่กำเนิดและมีกลิ่นอายเฉพาะตัวดึงดูดคน
แม้ร่างกายทรุดโทรมลงถึงได้ยังเป็นชายหนุ่มผู้หล่อเหลาชวนมอง
กระนั้น...โครงหน้าคล้ายตอบลงเล็กน้อย มองมุมใดก็เป็นคนป่วยอย่างไม่ต้องสงสัย
ที่สำคัญ ยูจิกระสากลิ่นฟีโรโมนเจือจางในห้องพัก
ปกติคนคนนี้ควบคุมตัวเองได้ดี แสดงว่าสภาพแย่ลงพอสมควร
รู้ว่าเรื่องที่หมดสติไปจากการโดนลอบทำร้ายเป็นเรื่องจริง
ยิ่งมาเห็นคนเก่งกล้าอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ยูจิพลันใจอ่อน
เดิมเขากะมาเก็บข้อมูลเก้าส่วน เป็นห่วงเป็นใยหนึ่งส่วน พอเห็นท่าทางอีกฝ่ายดูน่าสงสาร
สัดส่วนความรู้สึกทั้งสองฟากสลับกันในทันที
จำได้เลือนรางว่าตอนเจอกันครั้งแรกความประทับใจต่ออีกฝ่ายไม่ใคร่จะดีนัก
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ภาพจำเปลี่ยนไป ยูจิ ณ
ปัจจุบันมองเห็นอีกฝ่ายเป็นคนเข้าถึงง่ายที่เดาใจยาก รวมๆ แล้วก็เป็นคนดี
ไม่เห็นน่ารังเกียจอย่างข่าวลือตรงไหน
ช่วงแรกคงเพราะเป็นคนแปลกหน้าถึงได้ยังเกร็งๆ ต่อกันล่ะมั้ง
ต่อให้เป็นแอลฟ่าก็หนีไม่พ้นจากการเจ็บป่วยล้มตาย สามารถบาดเจ็บได้
และไม่ได้มีเลือดต้านพิษแต่อย่างใด
แค่ได้เปรียบตรงพื้นฐานร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์กว่าเบต้ากับโอเมก้า มีผลต่อความสามารถในการประคองร่างกายยามต้องพิษ
หากพิษทำงานเฉียบพลัน
“เป็นยังไงบ้างแล้วครับ รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”
เมื่อได้ยินคำถาม
หน้ายิ้มของโกะโจที่มองมายังตนเหมือนโดนกดปุ่มหยุดการทำงานกะทันหัน
ตอนที่ยูจินึกในใจว่าเวลาหยุดเดินหรือโกะโจเป็นหุ่นที่ถ่านหมดกันแน่ ชายหนุ่มผมขาวก็เปิดปากตอบตามตำราเป๊ะๆ
ว่าดีขึ้นมากแล้ว แค่ต้องรอพักฟื้นอีกหน่อย
“แต่ไม่คิดเลยนะครับว่าจะโดนวางยาในข้าวน่ะ”
จากการซอกแซกถาม ยูจิได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า
โกะโจกินข้าวกลางวันอยู่ที่สำนักงานตามปกติ
แต่แล้วก็เสียดหน้าอกหายใจไม่ออกกะทันหัน เพื่อนฝูงตกอกตกใจรีบเรียกรถพยาบาล
ผลวินิจฉัยคือถูกพิษชนิดหนึ่ง
ส่วนประกอบทั้งหมดยังไม่อาจระบุได้แต่มีพืชเขตร้อนเป็นส่วนประกอบหลัก
ออกฤทธิ์ภายในเวลาอันสั้น หมอบอกว่าคงถูกปรับปรุงมาอย่างดีถึงได้ไร้สีกลิ่นรส
โชคยังดีที่ร่างกายแข็งแรงของแอลฟ่าทำให้พิษทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ลองคำนวณดูจากเวลาที่ได้รับพิษไปจนถึงเวลาที่ถูกส่งมาถึงมือหมอ
หากเป็นเบต้าหรือโอเมก้าคงตายไปแล้ว ทว่าแม้เป็นแอลฟ่า
ลองได้รับการล้างพิษช้ากว่านี้สักสิบห้านาทีก็ถึงตายได้เช่นกัน
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่การวางยาในระดับข่มขู่หรือกระตุ้นเตือน
“อาหารของคนอื่นๆ ไม่มีพิษใช่ไหมครับ”
“ดูเหมือนพิษจะอยู่ที่ตะเกียบ...จากความเป็นไปได้สูงสุดน่ะนะ
ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป” เกะโทนั่งปอกเปลือกส้มเขียวหวาน พาดขาบนพนักโซฟา
ตาดูโทรทัศน์ อิสรเสรีราวกับมาพักผ่อน ไม่ใช่เฝ้าไข้
ตระกูลอิตาโดริมีรายได้จากหลายทางจึงจดทะเบียนบริษัทเพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเรียบร้อยถูกต้อง
คนที่ทำงานล้วนแล้วแต่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
โกะโจเองก็นั่งตำแหน่งที่มีปากเสียงกว่าคนอื่น
เขาเป็นรองหัวหน้าทีมที่คอยดูแลรายรับรายจ่าย
เห็นได้ชัดว่าได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากวาสุเกะ
วันที่โดนพิษเล่นงานเขาสั่งข้าวกล่องเหมือนคนอื่นๆ
ไม่ได้มีการระบุจำเพาะเจาะจงมาแต่แรกว่าใครจะกินกล่องไหน
อย่างข้าวหน้าหมูทอดที่โกะโจเลือกมาส่งๆ หลังมองใบเมนู
ในถุงที่ร้านนำมาส่งก็ยังมีอยู่อีกสามกล่องให้คนอื่นหยิบไป
มีก็แต่ตะเกียบและช้อนเท่านั้นที่เป็นของใช้ส่วนตัว
ต่อให้ผลรับรองยังไม่ออกมาก็คงจะเป็นไปตามที่เกะโทพูดไว้เมื่อครู่นั่นแหละ
“ยังไงก็ขอบคุณที่อุตส่าห์มาเยี่ยมนะ
ช่วงนี้เธอใกล้สอบแล้วด้วยไม่ใช่เหรอ”
อิตาโดริ ยูจิ
ผู้อยู่ในช่วงงานรัดตัวและแสร้งลืมเลือนการสอบไฟนอลผุดยิ้มจืดเจื่อน
“ยังพอมีเวลาครับ ว่าแต่คุณจะกลับกี่โมงเหรอ?”
ดูเหมือนโกะโจจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ด้วยไม่มีความรู้ทางการแพทย์
ยูจิไม่มีความเห็นอะไรพิเศษ
ต่อให้สีหน้าโกะโจยังไม่เปล่งปลั่งอย่างเดิมแต่ถ้าอาการไม่มีอะไรน่าห่วง ใครๆ
ก็อยากกลับบ้านทั้งนั้นแหละ
“ถ้าอีกเดี๋ยวจะกลับแล้วผมจะได้อยู่รอ เผื่อช่วยหยิบจับอะไรได้บ้างไงครับ”
โกะโจบอกว่าต้องรอตรวจรอบสุดท้ายอีกครั้งตอนเย็น
กว่าจะได้กลับก็ช่วงค่ำ ยูจิได้แต่ร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง ตนมีธุระต้องไปทำ
เห็นจะอยู่รอไม่ไหว
นักศึกษาโอ้เอ้อีกร่วมชั่วโมงจึงขอตัวกลับ ฟุชิงุโระ
เมงุมิซึ่งหมดคาบตอนบ่ายสามโมงเย็นรีบห้อรถมารับถึงหน้าโรงพยาบาลด้วยใบหน้าบึ้งตึง
คนภายนอกเห็นเพียงคุณชายคนเล็กบ้านอิตาโดริเปิดประตูรถยนต์แล้วสะดุ้งสุดตัวเหมือนถูกไฟช็อต
จากนั้นทำไม้ทำมือพูดอะไรบางอย่างกับคนบนรถด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก
แล้วค่อยก้าวเท้าขึ้นไปนั่งในสภาพหน้าม่อยคอตก
อีกด้านหนึ่ง ณ ชั้น 19 ห้อง 6 หลังใครบางคนออกจากห้องไป
ชายหนุ่มบนเตียงผู้ป่วยเก็บกริยาชิดเชื้อสนิทสนมและเป็นมิตรลงไป
เผยสีหน้านิ่งเฉยยากจะอ่าน เขายกมือข้างถนัดขึ้นมาเท้าคาง เอ่ยถามเรียบๆ
“ไปถึงไหนแล้ว”
เกะโท สุงุรุ เข้าใจคำถามโดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาโคลงหัว
มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มคลุมเครือ “เป็นไปตามที่นายวางแผนเอาไว้นั่นแหละ
ยูจิคุงก็ดูไม่สงสัยอะไรพวกเรา ที่เหลือก็แค่...รอท่าทีของบอส”
ด้านหลังท้องนิ้วของมือที่ยกมารองใต้คางพลันปรากฏรอยยิ้มชวนขนลุก
ความสัมพันธ์ระหว่างฝาแฝดไม่ค่อยดีนัก ต่อให้ได้เบาะแสมาจากโกะโจ
ยูจิก็ไม่ได้เอาไปเล่าให้สุคุนะฟัง เพียงบอกเล่าผ่านหูคุกิซาคิกับเซนอิงพอหยาบๆ
เพื่อให้อย่างน้อยก็ได้เล็ดรอดไปถึงหูเจ้านั่นบ้าง ส่วนจะจัดการทำอะไรต่อหรือไม่
นั่นก็อยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุมดูแลของยูจิแล้วล่ะ
อีกอย่าง...สอบไฟนอลทำให้ชีวิตลำบากมาก
หลังไปเยี่ยมโกะโจที่โรงพยาบาลคราวนั้นยูจิไม่ได้วอกแวกอีก เขาทุ่มเทสมาธิให้กับการสอบไฟนอล
ตั้งอกตั้งใจติวหนังสือกับฟุชิงุโระและกลุ่มเพื่อน
กว่าจะได้เปิดประตูมิติกลับสู่ดินแดนวุ่นวายของบ้านอิตาโดริก็เป็นวันถัดมาหลังสอบวิชาสุดท้ายเสร็จ
ได้ความว่าขนาดทุ่มเทกำลังมากมายเท่าไหร่ก็ยังคงหาตัวคนวางยาพิษโกะโจไม่เจอ
ตอนได้ยินข่าวนี้จากปากฟุชิงุโระที่สอบเสร็จก่อน ยูจินิ่งงันไป
ไม่ปกติจริงๆ ด้วย
“เป็นคนนอกจริงๆ เหรอ? เป็นคนนอกแต่ยังจับไม่ได้เนี่ยนะ?”
อิทธิพลของอิตาโดริอ่อนด้อยลงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ยูจิรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ส่วนทำไมถึงเทใจไปทางว่าตัวก่อเหตุเป็นคนนอกนั้น
เรื่องนี้เป็นความลับและมีคนรู้เพียงหยิบมือ...
ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ สุคุนะก็โดนวางยาพิษเหมือนกัน
เป็นยาพิษร้ายแรงไร้รสกลิ่นสีซ้ำยังจับมือใครดมไม่ได้
กว่าจะรู้ตัวพิษก็ออกฤทธิ์ไปเรียบร้อย
สถานการณ์โขกออกมาอีหรอบเดียวกับตอนนี้ทุกกระเบียด
แม้เรื่องเก่าก่อนไม่ถึงขั้นก่อให้เกิดเหตุการณ์อันไม่อาจเรียกคืนแต่ก็สร้างผลกระทบไว้ใหญ่หลวง...เอาเถอะ
อย่ามัวนึกย้อนนึกถึงอดีตชวนเสียวไส้นั่นนักเลย เรื่องที่จบไปแล้วให้มันจบไป
ที่สำคัญตอนนี้คือโกะโจน่าจะโดนวางยาพิษจากคนคนเดียวกับที่วางยาสุคุนะต่างหาก
“ถ้าก่อนหน้านี้คิดกำจัดสุคุนะ ทำไมตอนนี้คิดมากำจัดคุณโกะโจแทนล่ะ?”
แปรพักตร์?
หรือแท้จริงคนลงมือเป็นคนละคนเลยมีวัตถุประสงค์ต่างกัน?
เพียะ
“ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดวุ่นวาย แต่งตัวของนายไปให้ดีๆ”
ฟุชิงุโระ เมงุมิดีดลูกอมรสเลมอนใส่แก้มยูจิจากเก้าอี้ข้างโต๊ะ
รวดเร็ว เด็ดขาด และโหดร้ายทารุณเป็นที่สุด
คนโดนประทุษร้ายเก็บลูกอมบนพื้นมาแกะเปลือกโยนเข้าปากพลางลูบแก้มแดงๆ
บ่นหงุงหงิงว่าใจร้ายชะมัด ทว่าก็สงบปากสงบคำลงในทันที
หันมาตั้งอกตั้งใจเลือกเสื้อผ้าเข้าชุดจากตู้เสื้อผ้าบิลท์อินข้างห้องนอน
ยูจิมีนัดสำคัญ
เดิมทีนัดกินข้าวกับครอบครัวหนึ่งที่มีอิทธิพลจากเมืองข้างๆ
นัดนี้ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนก่อน แต่โกะโจโดนลอบทำร้าย ปู่หวาดระแวง
จึงตัดสินใจเลื่อนนัด ครั้นสถานการณ์ภายในผ่อนคลายลงหน่อยยูจิก็ติดสอบไฟนอลอีก
ท้ายสุดก็ล่วงเลยมาจนถึงป่านนี้
ยูจิซึ่งมักแต่งกายสบายๆ รู้งานเป็นอย่างยิ่ง
เสื้อผ้าวันนี้สุภาพเรียบร้อยและให้เกียรติผู้ร่วมโต๊ะ
ต่อให้บอกว่าเป็นแค่การรับประทานอาหารมื้อหนึ่ง
จุดประสงค์สำคัญกลับไม่ใช่เพียงทำความรู้จักเพื่อเพิ่มคอนเนคชั่น
ดูเหมือนปู่จะอยากให้เขาพิจารณาแต่งงานกับคุณหนูผู้มาร่วมมื้ออาหาร
แน่นอนว่าไม่ได้บังคับ แค่ลองให้พิจารณาตามความหมายตรงตัว
เสียงภายในแตกออกเป็นสองส่วน
วาสุเกะในฐานะหัวหน้าใหญ่ผู้ใส่ใจมีหรือจะไม่รู้
การหาคนมาแต่งเข้าก็เพื่อช่วยเสริมอำนาจให้กับทางสุคุนะ
ด้วยไม่อาจบีบบังคับหรือเกลี้ยกล่อมให้สุคุนะเลือกคู่ครองที่เหมาะสมได้
ยูจิซึ่งเป็นเบต้าและไม่มีทางเป็นปรปักษ์กับพี่ชายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ ได้ยินมาว่าตระกูลของคู่นัดหมายวันนี้จะพึงพอใจในตัวยูจิมากทีเดียว
ไม่รู้หรอกนะว่าไม่เคยเจอกันแล้วจะพอใจได้ยังไง หรือแค่ฟังข่าวลือเกี่ยวกับตัวยูจิก็เชื่อแล้ว?
“ไปกันเถอะ” ถึงเป็นหน้าร้อน
เครื่องปรับอากาศในห้องอาหารยังคงเย็นผิว ยูจิจึงสวมเสื้อคลุมเรียบๆ เพิ่มอีกชั้น
ฟุชิงุโระเก็บหนังสือสารคดีเล่มเล็กลงกระเป๋า ขณะที่ลุกขึ้นยืน
เขามองสำรวจความเรียบร้อยโดยรวมและสีหน้าเพื่อนสนิทควบเจ้านาย จากตั้งใจไม่พูด
ปากกลับหลุดถามออกไป
“ยังลืมอดีตไม่ได้หรือไง?”
ยูจิไม่ได้ตอบกลับอย่างรวดเร็วเหมือนเคย รอยยิ้มจางๆ
บนใบหน้านั้นแฝงไว้ด้วยความจนใจคละกับเศร้าสร้อย ทว่าหวานล้ำหาใดเปรียบ
“นั่นไม่ใช่ความทรงจำที่ไม่ดี ไม่จำเป็นต้องอยากลืม”
ฟุชิงุโระเปิดกระปุกเจล จับติดปลายนิ้วมาเล็กน้อยและช่วยแต่งผมชี้ๆ
ให้อีกคน ระหว่างนั้นยังคงต่อบทสนทนา “ปากดีชะมัด
เห็นหน้าก็รู้แล้วว่ายังตัดใจไม่ขาด
แถมคราวนี้...คุณหนูบ้านมิวะเป็นโอเมก้าเหมือนกันด้วยนี่”
“เฮ้ ฉันไม่ได้ชอบใครแค่เพราะเป็นโอเมก้านะ!”
“ฉันหมายความว่านายมักจะใจอ่อนเป็นพิเศษพอเป็นโอเมก้าต่างหาก”
“...”
เห็นว่าดูดีพอแล้วฟุชิงุโระค่อยเก็บมือกลับ วางกระปุกเจลไว้บนโต๊ะ
คนคุ้มกันต้องคอยประกบอยู่ห่างๆ
ต่อให้ไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะก็ยังต้องไปนั่งสังเกตการณ์ในร้านอาหารแพงๆ นั่นด้วย
ฟุชิงุโระในตอนนี้จึงแต่งตัวดูดีกว่าปกตินิดหน่อยเหมือนกัน
เมื่อจัดการรูปลักษณ์เสร็จก็ได้เวลาออกเดินทาง
ระหว่างที่ฟุชิงุโระทำหน้าที่สารถี
ยูจิเอาแต่นั่งเหม่อมองนอกหน้าต่างจากที่นั่งข้างคนขับ
ประชากรโอเมก้าน้อยพอๆ กับแอลฟ่า
มีลักษณะเฉพาะตัวตรงข้ามกับแอลฟ่าแทบทั้งหมด
นอกจากมีร่างกายที่เหมาะสมกับการตั้งครรภ์มากกว่าเบต้าก็ไม่มีข้อดีอื่นใดพิเศษออกมาอีก
ดังนั้นพวกเขาจึงมักถูกควานหาตัวมาแต่งงานกับตระกูลร่ำรวยหรือมีอำนาจเพื่อมีบุตร
แต่ไม่ได้เชิดหน้าชูตาในฐานะภรรยาเอก
หากตระกูลดังๆ มีทายาทเป็นโอเมก้าย่อมทุกข์ใจด้วยวิตกกังวลว่าชีวิตในอนาคตของลูกจะไม่มีความสุข...สำหรับตระกูลใหญ่ๆ
ด้วยกัน
เขาเหล่านั้นย่อมไม่ต้องการนายหญิงที่อ่อนแอเปราะบางและโอนอ่อนตามคนอื่นง่าย
ไอ้ครั้นจะให้แต่งงานกับคนเดินถนนก็กังวลว่าลูกตัวเองจะไปตกระกำลำบากอีก
อย่างไรก็ตาม หากเป็นโอเมก้าจากครอบครัวฐานะปานกลางลงไป
กลุ่มนี้มีแต่จะถูกดึงตัวมาคลอดลูกให้คนใหญ่คนโตก็เท่านั้น
ไม่มีสิทธิ์เลือกด้วยซ้ำ
อิตาโดริ ยูจิซึ่งเป็นคุณชายจากครอบครัวทรงอิทธิพล
บุคลิกนิสัยน่าคบหา ทั้งยังตั้งใจแต่งงานมีคนรักเพียงคนเดียวจึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของใครก็ตามที่มีบุตรชายบุตรสาวเป็นโอเมก้า
ยูจิก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องหลุดไปถึงหูคนนอกได้ยังไง
จำได้ว่าตอนเรียนม.ปลาย เคยปฏิเสธการนัดดูตัวโดยให้เหตุผลว่า ‘จะมีคนรักเพียงคนเดียว’ ‘ตอนนี้ผมมีคนที่ชอบแล้ว’ แต่นั่นเขาพูดกับปู่
คนที่อยู่ด้วยมีแค่ฟุชิงุโระกับคนของอิตาโดริอีกไม่กี่คนเท่านั้น
“คนมีหน้ามีตาอย่างคุณชายน้อยบ้านอิตาโดริน่ะหาข้อมูลไม่ยากหรอก
ยิ่งสืบรู้ว่านายใช้ชีวิตยังไงแถมไม่เคยไปดูตัวจริงๆ
ตามที่ลั่นวาจามันก็เห็นกันอยู่ทนโท่ว่าเป็นพวกเอาจริงเอาจัง แบบนั้นจะอยากได้เป็นเขยก็ไม่แปลกตรงไหน
ไม่สิ ยิ่งอยากตระครุบเอาให้ได้ด้วยซ้ำมั้ง” ฟุชิงุโระออกความเห็นตรงไปตรงมา
นึกถึงกองจดหมายเชิญรวมทั้งสายตรงต่างๆ
ที่มีเป้าหมายเพื่อพูดคุยเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับอิตาโดริ
ยูจิ...นั่นน่ะใช้คำว่าเนื้อหอมยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ
จากนั้นเขาพลันนึกอะไรขึ้นได้
“อย่าลืมพกยาป้องกันฮีทของโอเมก้าไว้ด้วยล่ะ”
“ฉันเป็นเบต้า ไม่หน้ามืดหรอกน่า” ยูจิยิ้มแกนๆ
หัวคิ้วของฟุชิงุโระขยับเข้าหากันทว่าตายังมองถนน
มือข้างที่ว่างยัดเยียดกล่องบรรจุยาให้คนนั่งข้างๆ
น้ำเสียงแข็งกร้าวไม่ยอมรับการปฏิเสธ “กันไว้ดีกว่าแก้”
เวลาเดียวกับที่ฟุชิงุโระยัดเยียดยาระงับฮีทให้ยูจิ
สุคุนะนั่งเอนกายเกียจคร้านอยู่ในห้องหนังสือบ้านใหญ่ตระกูลอิตาโดริ
ขายาวพาดไขว้กันบนโต๊ะทรงกลม มือหนึ่งเท้าใบหน้า อีกมือจับแท็บเลต
สองตากวาดอ่านข้อมูลยาวเป็นพรืดย่างรวดเร็ว คุกิซาคิ โนบาระกับเซนอิง
มาคินั่งเก้าอี้ด้านข้างเขา ล้อมโต๊ะตัวเดียวกันเป็นตำแหน่งสามเหลี่ยม สีหน้าเคร่งขรึม
“โกะโจ ซาโตรุวางตัวเหมือนไม่ได้อยากได้ตำแหน่ง แต่การที่คนอื่นๆ
ยังสนับสนุนเขาออกนอกหน้าก็เห็นอยู่ว่าเจ้าตัวยินยอมให้มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น”
หากไม่เล่นด้วยเสียอย่าง
ลองเอ่ยปากคำเดียวก็ไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืดกันอีก
เห็นได้ชัดว่าใช้คนอื่นเป็นเบี้ยโดยรักษาภาพลักษณ์บริสุทธิ์ผุดผ่องของตัวเองไว้
หลังเจ้าตัวออกมาจากโรงพยาบาล สถานการณ์ไร้คลื่นลม
อาจด้วยความระแวดระวังเพิ่มขึ้น การป้องกันตัวดีขึ้น หรือไม่คนร้ายก็ไม่ลงมือ
“ฝั่งนั้นยังคิดว่าทางเราวางยากำจัดเสี้ยนหนามอยู่เลย เอาไงดีคะ
จัดการเจ้าหมอนี่จริงๆ ไปเลยดีมั้ย
คนร้ายตัวจริงจะเป็นใครต้องการอะไรก็ช่างหัวมันสิ
ถ้าเหลือตัวเลือกผู้สืบทอดคนเดียว ใครจะคิดทำอะไรก็ไม่สำคัญแล้ว”
คุกิซาคิเบื่อการคุมเชิงไปมาเต็มทน
เซนอิงไม่เห็นด้วย “เดิมทีปัญหาอยู่ที่โกะโจ
ซาโตรุรู้เรื่องภายในของอิตาโดริมากเกินไป
ปล่อยให้ไปเข้าร่วมกับกลุ่มอื่นจะเป็นภัยต่อเราในภายหลัง
ในเรื่องนี้ถ้าถามความเห็นฉัน ประนีประนอมมอบอำนาจบางส่วนให้เขาจะดีที่สุด
แค่ต้องให้ระลึกไว้สักหน่อยว่าใครกันแน่ที่เป็นนาย”
สองสาวผลัดกันแสดงความเห็นไปมาอย่างออกรส
มีเพียงสุคุนะที่เก็บรายละเอียดสถานการณ์และบุคคลต้องสงสัยต่างๆ
ผ่านหน้าเอกสารหน้าแล้วหน้าเล่า
อ่านจบแล้วก็นั่งเหม่ออยู่พักใหญ่
จากข้อมูลที่เก็บมาได้ในรอบเดือนที่ผ่านมาประกอบกับเรื่องราวในอดีต
เมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้ต่างๆ สุคุนะมั่นใจพอตัว
“หมอนั่นกินยาพิษเข้าไปเอง”
“...”
เสียงของผู้ช่วยสองคนเงียบไปในทันที
เซนอิงรีบคว้าแท็บเลตที่เจ้านายโยนทิ้งขึ้นมา
ดวงตาหลังแว่นมองอีกฝ่าย ทั้งอึ้งทั้งสับสน “ยานั่น
คุณอิเอริบอกว่าออกฤทธิ์ถึงตายได้ในเวลาอันสั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน...เข้าใจไหม
มันอาจออกฤทธิ์เร็วกว่านั้น มีความเป็นไปได้ที่จะตายภายในไม่กี่นาทีอยู่ด้วย
เขากินเพียงเพื่อจะใส่ร้ายพวกเราเนี่ยนะ? เสี่ยงไปหน่อยหรือเปล่า”
“ถ้ามีพิษไว้ใช้ จะมียาแก้พิษด้วยก็ไม่แปลก” สุคุนะไหวไหล่
บิดแขนบิดตัวคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งท่าเดียวเป็นเวลานานๆ
ในเมื่อพิษไร้สีกลิ่นรส ยาแก้ก็อาจจะมีลักษณะแบบเดียวกัน
กินพิษเข้าไปแล้วรีบกินยาเพื่อชะลอการทำงานของพิษต่อในทันที
มั่นใจว่าพิษยังคงออกฤทธิ์
แต่คำนวณเวลาไว้แล้วว่าจะถึงมือหมอและล้างออกได้ทันก่อนโดนเล่นงานถึงตาย เผลอๆ
ในภาชนะหรืออุปกรณ์การกินที่หาพิษตกค้างไม่เจอก็ไม่ใช่เพราะถูกกินเข้าไปหมดแล้วแต่โกะโจ
ซาโตรุคงกรอกพิษเข้าปากโดยตรงโดยไม่สัมผัสภาชนะใดๆ มากกว่า
ถ้าเล่นเองกำกับเอง การควบคุมตัวแปรแวดล้อมย่อมทำได้ไม่ยากเย็น
นอกจากนี้ยังเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงหาตัวผู้ร้ายไม่เจอสักที
“เทียบกับก่อนหน้านี้ที่วางยานายตรงๆ
คราวนี้เปลี่ยนมาใช้วิธีอ้อมค้อมแทนเพราะกลยุทธก่อนหน้ามันใช้ไม่ได้ผลงั้นสินะ”
ประมุขคนก่อนของอิตาโดริ...พ่อแท้ๆ
ของสุคุนะและยูจิเป็นแอลฟ่าผู้ไร้ข้อบกพร่องในฐานะผู้นำ เก่งฉกาจหาใดเปรียบ
อ่อนโยนใจกว้าง เป็นที่รักใคร่ของลูกน้องและคนรอบข้าง แต่พอเขาล่วงลับไป
ลูกชายที่จะขึ้นมาแทนที่ยังห่างชั้นจากบิดาบังเกิดเกล้าชนิดเอามาทาบวัดกันไม่ได้
สัญชาตญาณศิโรราบต่อผู้แข็งแกร่งทำให้มีคนเอนเอียงไปทางโกะโจ ซาโตรุ
และโกะโจ
ซาโตรุที่ไม่โดนรัศมีของบอสคนก่อนกดข่มอีกต่อไปก็ผยองขึ้นมาเมื่อเห็นว่าที่ผู้สืบทอดเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืน
ในฐานะแอลฟ่าด้วยกัน สุคุนะเข้าใจความรู้สึกยอมรับไม่ได้ของโกะโจถึงแก่น
ซึ่งการเข้าใจดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะยินยอมปล่อยเลยตามเลยให้อีกฝ่ายได้ในสิ่งที่ต้องการแต่อย่างใด
“เอาล่ะ ตรวจสอบเพิ่มเติมกันอีกหน่อยเป็นไง?”
แม้ไม่รู้ว่าในหัวนายน้อยกำลังคิดอะไร
แต่แววตาเฉียบคมและรอยยิ้มเย่อหยิ่งกระตุ้นให้เลือดลมพลุ่งพล่าน
เซนอิงกับคุกิซาคิรู้สึกว่าเส้นเลือดใต้ผิวหนังเต้นเร่า
ความกระหายอยากบดขยี้ทะลักล้น
พวกเธอหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นเดินตามแผ่นหลังอันเปี่ยมไปด้วยความอวดดีและน่าหลงใหลโดยไม่มีคำถามใดๆ
สนุกๆมาก ตอนยาวมากๆเลย รอติดตามนะคะ
ReplyDeleteอ่านแล้วเข้มข้นมากเลยยยยย
ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ
โอ๊มายก็อดดดด พล็อตแบบนี้มันดีมากเลยค่ะ เราชอบภาษาของคุณมากๆ มันอ่านง่ายแล้วก็ไม่มีสะดุดเลย เป็นกำลังใจให้ในทุกๆงานเขียนนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่ผลิตเรื่องราวดีๆออกมาด้วยค่ะ ชอบมากๆเลย <3
ReplyDeleteเปิดดูทุกวันเลย หลังอ่านจบตอน
ReplyDeleteสนุกจัง แวะมาคอมเม้นซ้ำ เพราะอ่านซ้ำค่า ชั้นรอ
ชั้นชอบ ขอบคุณที่แต่งอีกครั้งค่ะ ><
ตอนแรกเรานึกว่าน้องยูจิจะเป็นโอเมก้า พอเป็นเบต้าแล้วกลับรู้สึกน่าสนใจกว่าเดิมอีก เอาล่ะ เขาจะรักกันยังไงล่ะทีนี้ อยู่ฝั่งตรงข้ามกันด้วยยย ((แอบหวังจะเห็นสุคุนะไฟว์โกะโจจังค่ะ มันต้องสนุกมากแน่เลย ยิ่งเคมีที่ไปกันไม่ได้ของทั้งคู่เองอยู่แล้วด้วย ฮาา)) ขอบคุณนะค้าา /โค้ง
ReplyDeleteเข้ามาส่องทุกวันเลยค่ะ *-*
ReplyDeleteชอบอีกแล้วง่าา สนุกมากเลยค่ะๆๆๆ
ReplyDelete