Saturday, 23 January 2021

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GoYu] Intention Part I

Fanfic Jujutsu Kaisen

Intention

Part I

 

 

Pairing   : Gojo Satoru x Itadori Yuji

Rating    : SFW

TW         : Age Gap, Toxic Relationship, Abusive

Note       แอลฟ่าไม่มีความสามารถในการตั้งครรภ์ / สเปิร์มของโอเมก้าไม่ทำให้ตั้งครรภ์ / ฟีโรโมนจะส่งผลรุนแรงระหว่างโอเมก้ากับแอลฟ่ามากที่สุด ส่วนเบต้าจะได้รับผลกระทบน้อยลงกว่าครึ่ง

 

 

                อิตาโดริ วาสุเกะอายุมากแล้ว กำลังเตรียมวางมือจากธุรกิจและส่งไม้ต่อให้ลูกหลาน เดิมทีเก้าอี้บอสเคยถูกส่งต่อให้พ่อของยูจิหนหนึ่ง แต่ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้บุตรชายด่วนจากไป วาสุเกะจึงต้องกลับมาดำรงตำแหน่งบอสคำรบสองหลังเกษียณตัวเองได้ไม่นาน ตอนนี้หลานชายปีกกล้าขาแข็งเพียงพอ สามารถรับช่วงต่อจากไม้ใกล้ฝั่งได้เสียที

                อนึ่ง หลานชายคนที่ว่านั้น...ไม่ใช่ยูจิ

                สุคุนะต่างหาก

                แอลฟ่ามีจำนวนเพียงหยิบมือ เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญา ความสามารถทุกแขนง และรูปโฉมโนมพรรณ แม้เป็นฝาแฝดที่ใบหน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออก แต่สุคุนะเป็นแอลฟ่า ยูจิเป็นเพียงชนชั้นสามัญอย่างเบต้า ต่อให้ยูจิมีร่างกายแข็งแรงกว่าคนทั่วไปชนิดเอาไปคุยโวได้ ต่อหน้าสุคุนะก็ยังเป็นกากับหงส์อยู่ดี

                คนที่จะรับช่วงต่อจากปู่ ถูกวางตัวไว้นานแล้วว่าเป็นสุคุนะ

                ทว่ามีคลื่นลมไม่สงบซุกซ่อนอยู่

                ช่วงนี้ตระกูลอิตาโดริระส่ำระสาย...ยิ่งปู่ใกล้วางมือเท่าไหร่ยิ่งเหมือนระเบิดรอวันปะทุ

                นั่นเพราะไม่ใช่ทุกคนในตระกูลที่สนับสนุนสุคุนะ ต่อให้ไม่พูดออกมาตรงๆ ต่อหน้าประมุขตระกูลก็เป็นเรื่องที่รับรู้กันได้เองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก การแบ่งฝักฝ่ายออกเป็นสองส่วนนี้ หากเป็นเรื่องราวในนิยายเฉือนคมสักเรื่อง เสียงที่แตกแยกออกไปน่าจะเป็นเพราะเลือกสนับสนุนยูจิ แต่นี่คือความเป็นจริง ความสามารถในฐานะผู้นำของเบต้าจะสู้อะไรแอลฟ่าได้...ฉะนั้น ไม่ใช่หรอก

ที่ฝ่ายตรงข้ามเลือกหนุนหลัง คือแอลฟ่าที่วาสุเกะรับมาอุปการะ...ชื่อโกะโจ ซาโตรุ

              โกะโจถูกรับตัวมาตอนอายุ 12 ปี แม่ของอีกฝ่ายเป็นคนรับใช้ใกล้ชิดของบ้านอิตาโดริมานมนาน พอประสบอุบัติเหตุตายยกครัว วาสุเกะบังเกิดความสงสารจึงรับเข้ามาดูแล

ต่อให้เป็นแอลฟ่าอันหาได้ยากไม่ต่างจากสุคุนะ อีกทั้งศักยภาพและความสามารถโดยรวมยังดูจะเหนือกว่าสุคุนะอยู่นิดหน่อย โกะโจ ซาโตรุซึ่งเติบโตเป็นชายหนุ่มวัยย่างเข้าเลขสามก็ยังคงเป็นเพียง ‘คนนอก’ ที่ได้รับการเลี้ยงดูเพื่อคอยสนับสนุนผู้สืบสันดานของวาสุเกะ ไม่มีสิทธิ์ในการรับทรัพย์สมบัติหรือตำแหน่งเจ้าบ้านอิตาโดริแต่อย่างใด

หรือก็คือไม่น่าสั่นคลอนสุคุนะได้ตั้งแต่แรก

แต่หอกข้างแคร่นับเป็นภัยคุกคาม ไม่เช่นนั้นกษัตริย์จะหวาดระแวงขุนนางมากความสามารถไปทำไม?

              หากมีแรงสนับสนุนมากพอและมีใจทะเยอทะยาน ความเป็นไปได้ในการฮุบทุกอย่างมาเป็นของตนและสร้างยุคสมัยใหม่ก็ไม่ใช่ศูนย์ ด้วยความเป็นไปได้ดังกล่าวนี่แหละ ฝั่งที่สนับสนุนสุคุนะกับฝั่งที่สนับสนุนโกะโจถึงได้คอยคุมเชิงกันตลอดเวลา

ยูจิย้ายมาอยู่บ้านใหญ่กับปู่ตอนเข้าเรียนมหาลัยและได้รู้จักโกะโจเป็นเรื่องเป็นราวก็ตอนนั้น เขาไม่เห็นว่าคนอย่างโกะโจจะมักใหญ่ใฝ่สูงตรงไหน มองอย่างไรก็ไม่คล้ายคนที่มุ่งมาดแย่งชิงอำนาจและทรัพย์สมบัติตระกูลคนอื่นได้เลย ยูจิมองเห็นอีกฝ่ายเป็นคนหนุ่มที่ทำงานเก่งและทุ่มเทเพื่อตระกูลอิตาโดริอย่างจริงจังและซื่อตรง กระนั้นก็เข้าใจดีว่าผู้คนที่รายล้อมอาจทำให้คนดีๆ ต้องเปลี่ยนไปหรือสร้างสถานการณ์ขึ้นโดยไม่สนใจความยินยอมของโกะโจ

            “เป็นแค่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะมาเดือดร้อนอะไรกับสมบัติเจ้านายถ้าไม่สารเลวหาเรื่องฮุบยังไงก็ต้องหล่นใส่มือหลานชายสองคนไปตามเรื่องน่ะแหละ ฉันว่าประเด็นไม่ใช่สมบัติหรอก... ความมั่นคงของอิตาโดริต่างหากที่พวกนั้นเป็นห่วง คงคิดว่าคุณโกะโจจะจัดการธุระทั้งหลายของตระกูลอิตาโดริได้ดีกว่าสุคุนะไงล่ะ หลักการก็เหมือนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่จำเป็นต้องลงมาบริหารบริษัทเองแต่จ้างคนมีความสามารถมาบริหารแทนได้ พวกคนที่ถือหางโกะโจ ซาโตรุคงคิดจะปล่อยสุคุนะเป็นคุณชายเสเพลเสวยสุขกลางกองเงินกองทอง แล้วให้คุณโกะโจมาออกหน้าชี้นิ้วสั่งการเรื่องภายในอิตาโดริดีกว่า...เอาเถอะ ไม่แปลกหรอก คุณโกะโจเขาทำงานตรงนี้มานานกว่า คอนเนคชั่นกับคนในหรือคนนอกก็คนละชั้นกับสุคุนะ”

เซนอิง มาคิอธิบายยาวๆ ให้ยูจิฟัง เธอเป็นเสมือนมือขวาของสุคุนะ ถูกวาสุเกะเลี้ยงดูให้มาเป็นผู้ช่วยหลานชายจอมก่อเรื่อง แต่เพราะคนคนเดียวยังจับจอมก่อเรื่องไว้ไม่อยู่หมัดเลยผลักดันคุกิซาคิ โนบาระมาช่วยอีกคน แม้สองสาวจะเป็นเบต้าแต่แข็งแกร่งและหลักแหลม ไม่มีข้อบกพร่องในฐานะผู้ช่วยควบบอดี้การ์ด

ยูจิที่ตั้งใจฟังจนจบเข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อ

สรุปให้รวบรัดคือ ฝ่ายตรงข้ามอยากให้สุคุนะเป็นเจ้าของทุกอย่างตามที่ควร แต่จะมอบอำนาจบริหารสั่งการให้โกะโจ

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

ต่อต้านเรื่องที่ปู่ตัดสินใจไปแล้วยังไงก็เสียแรงเปล่า

คลื่นใต้น้ำไม่โผล่ออกมาหรอก

ทว่าความเป็นจริงตอกย้ำว่ายูจิมองโลกในแง่ดีเกินไป

โกะโจ ซาโตรุโดนวางยาพิษเมื่อสามวันก่อน

 

 

ตระกูลอิตาโดริร่ำรวยจากการเป็นเศรษฐีที่ดิน พื้นที่ในครอบครองมีตั้งแต่ส่วนที่อยู่อาศัยของคนทั่วไปจนถึงย่านใจกลางความเจริญ ไม่ต้องลงทุนประกอบการเองก็เก็บเงินรายปีจากการปล่อยเช่าได้เป็นตัวเลขละลานตา นับเป็นความดีความชอบจากบรรพบุรุษโดยแท้

เดิมทีทำตัวเป็นเสือนอนกินเก็บเงินโดยไม่ต้องสละเหงื่อลงแรงอะไรเสียก็ได้ แต่พื้นที่ทางตะวันออกเป็นด่านผ่านทางสำคัญในการเดินทางลงใต้ ทั้งยังมีพื้นที่ติดทะเลอยู่ไม่น้อย

การครอบครองพื้นที่ตรงนี้ก็มีเรื่องให้ต้องเหนื่อยอยู่เหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น มีคนต้องการใช้เป็นทางผ่านในการทำเรื่องมิชอบ หรือไม่ก็ตั้งใจตั้งรกรากทำเรื่องไม่เหมาะไม่ควร

ผู้นำอิตาโดริรุ่นก่อนๆ มีวิธีรับมือแตกต่างกันไป แต่มีหลักการร่วมกันอย่างหนึ่งคือหลับหูหลับตาอย่างละข้างให้ผ่านทางแลกกับค่าใช้จ่ายเล็กน้อย และมีการตั้งเงื่อนไขเด็ดขาดว่าห้ามทำเรื่องผิดกฎหมายในเขตนี้ ทว่าในยุคของวาสุเกะเริ่มมีกลุ่มเรืองอำนาจอื่นมาแข็งข้อใส่อยู่บ้าง เช่น เข้ามาเจรจาขอเช่าพื้นที่ตั้งสำนักงาน ‘บางอย่าง’ แรกๆ คุยอย่างสันติอยู่หรอก พอวาสุเกะยืนกรานไม่ยินยอมก็เริ่มข่มขู่คุกคาม

และอันที่จริงก็ไม่ได้มีเพียงกลุ่มสองกลุ่มที่รับไม่ได้กับการห้ามทำเรื่องผิดกฎหมายในที่ของตระกูลอิตาโดริ แค่เป็นเจ้าของที่ส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นเจ้าของทุกตารางนิ้วสักหน่อย ถือดีอะไรมาวางอำนาจ? ...พูดกันแบบนั้น

อย่างไรก็ดี พื้นที่นอกกรรมสิทธิ์ของตระกูลอิตาโดริในเขตตะวันออกไม่ได้เป็นที่ของนายทุนแต่เป็นที่ของชาวบ้านที่ตกทอดกันมาถึงมือลูกหลาน อีกทั้งคนในพื้นที่พึงพอใจกับการออกหน้าจัดการความเรียบร้อยให้เมืองของตระกูลอิตาโดริจึงไม่มีใครขายที่ให้คนนอกเข้ามาทำสมดุลสั่นคลอน

ฉะนั้น

สรุปแล้ว

ที่ตระกูลอิตาโดริต้องเลี้ยงคนมากมายเหมือนเป็นองค์กรลับสักแห่งส่วนหนึ่งก็เพราะมีศัตรูทั่วสารทิศ นอกจากภายในจะเกิดความขัดแย้งเรื่องผู้นำคนใหม่ ปัญหาความวุ่นวายจากภายนอกก็ไม่ได้เบาลงไป เมื่อมีการลอบทำร้ายเกิดขึ้น การจับตัวคนร้ายจึงไม่ได้ง่ายดายขนาดตีกรอบผู้ต้องสงสัยและชี้ตัวได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม กรณีโดนยาพิษอย่างโกะโจตอนนี้ ไม่ว่าตัวการจะเป็นคนนอกหรือคนในก็รับประกันได้อย่างหนึ่งว่าคนในมีเอี่ยว

“หยุดเดี๋ยวนี้ นี่นายคิดจะไปเยี่ยมคนคนนั้นตามลำพังทั้งที่รู้ว่าเขาโดนยาพิษน่ะเหรอ?”

เพราะวันนี้มีเรียนแค่คาบเช้า ยูจิวางแผนใช้เวลาช่วงบ่ายไปเยี่ยมโกะโจ ทว่าพอรายงานให้ฟุชิงุโระ เมงุมิทราบ เงาตามตัวกลับพิโรธเสียอย่างนั้น เสียงกดต่ำผ่านโทรศัพท์มือถือเย็นยะเยือกจนยูจิคิดว่ามีหิมะตกกลางฤดูร้อน

“ฉันไปคนเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่สิ...ไปคนเดียวแหละดี จะได้คุยกับคุณโกะโจง่ายไง” เริ่มด้วยปะเหลาะอย่างนุ่มนวล จากนั้นค่อยเปิดคลาสสั่งสอนเพื่อเบี่ยงความสนใจ “ฟุชิงุโระ นายจะเอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับตลอดไม่ได้นะ พอมีนายอยู่ด้วยคนอื่นเขาเลยเกร็งกันหมด”

ต่างจากสุคุนะที่มีผู้ช่วยสองคนคอยกระหนาบสลับสนับสนุน ยูจิที่พฤติกรรมอยู่ในร่องในรอยมากกว่ามีฟุชิงุโระคอยตามติดเพียงคนเดียว ซึ่งตอนนี้ขี้ปลาทองคนดังกล่าวกำลังหัวเสียเพราะยูจิจงใจเหยียบถิ่นศัตรูเพียงลำพัง

                แม้ใช้คำว่าศัตรูจะไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายเป็นขั้วตรงข้ามกับสุคุนะอันหมายถึงเป็นขั้วตรงข้ามของยูจิไปโดยปริยาย แม้เป็นบุคคลในการปกครองของตระกูลอิตาโดริก็ไม่อาจเรียกมิตรได้เต็มปาก

เหนือสิ่งอื่นใดคือเรื่องที่ฟุชิงุโระเป็นกังวล

            โดนวางยาพิษ

ประเด็นนี้ออกจะซับซ้อนอยู่สักหน่อย ฟุชิงุโระไม่ได้กลัวว่าหายใจอากาศร่วมคนติดพิษจะติดพิษตามหรอก เอาเป็นว่าวิธีการปองร้ายด้วยการใช้พิษไม่ชอบมาพากล และก็เพราะมันไม่ชอบมาพากล เมื่อได้ข่าวว่าโกะโจฟื้นหลังจากหมดสติไปสามวันเต็ม ยูจิแทบจะเหาะเหินตะกายอากาศไปหา

โรงพยาบาล A ตั้งอยู่บนถนนสายหลักมุ่งหน้าลงใต้ ดำเนินกิจการโดยเชนธุรกิจโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง เพราะต่อรองเซ็นสัญญาเช่าที่ดินได้เป็นเวลาหลายปี ทางบอร์ดบริหารจึงให้การต้อนรับคนของอิตาโดริเป็นพิเศษ ตอนโกะโจถูกส่งตัวมารักษาก็ได้แพทย์มือดีมาช่วยล้างพิษ ตอนนี้ยังได้พักห้อง VVIP ขนาด 28 ตารางวา ชั้น 19 หนึ่งในห้องพักเกรดดีที่สุดที่มีไว้รับรองเฉพาะสมาชิกระดับสูงของโรงพยาบาล

ก่อนมาถึงยูจิแจ้งโกะโจไว้ก่อนแล้ว แต่เพราะมาเร็วไปครึ่งชั่วโมงและไม่อยากไปฆ่าเวลารอด้านนอกจึงถือวิสาสะขึ้นมาเลย

คนที่มาเปิดห้องพักหมายเลข 6 จากด้านในคือเกะโท สุงุรุ เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของตระกูลอิตาโดริและเป็นคนหนุ่มมากความสามารถที่ว่ากันว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญฝั่งโกะโจ

ฝ่ายนั้นเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ไม่คิดว่ายูจิคุงจะมาถึงเร็ว เข้ามาสิ”

เนื่องด้วยเคยมานอนแบ็บเป็นคนไข้โรงพยาบาลนี้หลายวัน แม้หน้าตาของห้องต่างจากที่เคยอยู่ แต่การประดับจัดวางรวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ประหนึ่งโรงแรมกลับไม่ได้ต่างกันนัก ยูจิผู้คุ้นเคยกับรูปแบบการจัดวางห้องของที่นี่นำพุดดิ้งของฝากไปแช่ตู้เย็นอย่างรู้ที่รู้ทาง แล้วค่อยเดินมาข้างเตียงผู้ป่วย

โกะโจ ซาโตรุแย้มยิ้มจางๆ สีหน้าซีดเซียวลงมาก อาศัยว่าหน้าตาดีแต่กำเนิดและมีกลิ่นอายเฉพาะตัวดึงดูดคน แม้ร่างกายทรุดโทรมลงถึงได้ยังเป็นชายหนุ่มผู้หล่อเหลาชวนมอง กระนั้น...โครงหน้าคล้ายตอบลงเล็กน้อย มองมุมใดก็เป็นคนป่วยอย่างไม่ต้องสงสัย

ที่สำคัญ ยูจิกระสากลิ่นฟีโรโมนเจือจางในห้องพัก ปกติคนคนนี้ควบคุมตัวเองได้ดี แสดงว่าสภาพแย่ลงพอสมควร

รู้ว่าเรื่องที่หมดสติไปจากการโดนลอบทำร้ายเป็นเรื่องจริง ยิ่งมาเห็นคนเก่งกล้าอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ยูจิพลันใจอ่อน เดิมเขากะมาเก็บข้อมูลเก้าส่วน เป็นห่วงเป็นใยหนึ่งส่วน พอเห็นท่าทางอีกฝ่ายดูน่าสงสาร สัดส่วนความรู้สึกทั้งสองฟากสลับกันในทันที

จำได้เลือนรางว่าตอนเจอกันครั้งแรกความประทับใจต่ออีกฝ่ายไม่ใคร่จะดีนัก ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ภาพจำเปลี่ยนไป ยูจิ ณ ปัจจุบันมองเห็นอีกฝ่ายเป็นคนเข้าถึงง่ายที่เดาใจยาก รวมๆ แล้วก็เป็นคนดี ไม่เห็นน่ารังเกียจอย่างข่าวลือตรงไหน ช่วงแรกคงเพราะเป็นคนแปลกหน้าถึงได้ยังเกร็งๆ ต่อกันล่ะมั้ง

ต่อให้เป็นแอลฟ่าก็หนีไม่พ้นจากการเจ็บป่วยล้มตาย สามารถบาดเจ็บได้ และไม่ได้มีเลือดต้านพิษแต่อย่างใด แค่ได้เปรียบตรงพื้นฐานร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์กว่าเบต้ากับโอเมก้า มีผลต่อความสามารถในการประคองร่างกายยามต้องพิษ หากพิษทำงานเฉียบพลัน

“เป็นยังไงบ้างแล้วครับ รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”

เมื่อได้ยินคำถาม หน้ายิ้มของโกะโจที่มองมายังตนเหมือนโดนกดปุ่มหยุดการทำงานกะทันหัน ตอนที่ยูจินึกในใจว่าเวลาหยุดเดินหรือโกะโจเป็นหุ่นที่ถ่านหมดกันแน่ ชายหนุ่มผมขาวก็เปิดปากตอบตามตำราเป๊ะๆ ว่าดีขึ้นมากแล้ว แค่ต้องรอพักฟื้นอีกหน่อย

“แต่ไม่คิดเลยนะครับว่าจะโดนวางยาในข้าวน่ะ”

จากการซอกแซกถาม ยูจิได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โกะโจกินข้าวกลางวันอยู่ที่สำนักงานตามปกติ แต่แล้วก็เสียดหน้าอกหายใจไม่ออกกะทันหัน เพื่อนฝูงตกอกตกใจรีบเรียกรถพยาบาล ผลวินิจฉัยคือถูกพิษชนิดหนึ่ง ส่วนประกอบทั้งหมดยังไม่อาจระบุได้แต่มีพืชเขตร้อนเป็นส่วนประกอบหลัก ออกฤทธิ์ภายในเวลาอันสั้น หมอบอกว่าคงถูกปรับปรุงมาอย่างดีถึงได้ไร้สีกลิ่นรส

โชคยังดีที่ร่างกายแข็งแรงของแอลฟ่าทำให้พิษทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ลองคำนวณดูจากเวลาที่ได้รับพิษไปจนถึงเวลาที่ถูกส่งมาถึงมือหมอ หากเป็นเบต้าหรือโอเมก้าคงตายไปแล้ว ทว่าแม้เป็นแอลฟ่า ลองได้รับการล้างพิษช้ากว่านี้สักสิบห้านาทีก็ถึงตายได้เช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่การวางยาในระดับข่มขู่หรือกระตุ้นเตือน

“อาหารของคนอื่นๆ ไม่มีพิษใช่ไหมครับ”

“ดูเหมือนพิษจะอยู่ที่ตะเกียบ...จากความเป็นไปได้สูงสุดน่ะนะ ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป” เกะโทนั่งปอกเปลือกส้มเขียวหวาน พาดขาบนพนักโซฟา ตาดูโทรทัศน์ อิสรเสรีราวกับมาพักผ่อน ไม่ใช่เฝ้าไข้

ตระกูลอิตาโดริมีรายได้จากหลายทางจึงจดทะเบียนบริษัทเพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างเรียบร้อยถูกต้อง คนที่ทำงานล้วนแล้วแต่เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี โกะโจเองก็นั่งตำแหน่งที่มีปากเสียงกว่าคนอื่น เขาเป็นรองหัวหน้าทีมที่คอยดูแลรายรับรายจ่าย เห็นได้ชัดว่าได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากวาสุเกะ

วันที่โดนพิษเล่นงานเขาสั่งข้าวกล่องเหมือนคนอื่นๆ ไม่ได้มีการระบุจำเพาะเจาะจงมาแต่แรกว่าใครจะกินกล่องไหน อย่างข้าวหน้าหมูทอดที่โกะโจเลือกมาส่งๆ หลังมองใบเมนู ในถุงที่ร้านนำมาส่งก็ยังมีอยู่อีกสามกล่องให้คนอื่นหยิบไป มีก็แต่ตะเกียบและช้อนเท่านั้นที่เป็นของใช้ส่วนตัว ต่อให้ผลรับรองยังไม่ออกมาก็คงจะเป็นไปตามที่เกะโทพูดไว้เมื่อครู่นั่นแหละ

“ยังไงก็ขอบคุณที่อุตส่าห์มาเยี่ยมนะ ช่วงนี้เธอใกล้สอบแล้วด้วยไม่ใช่เหรอ”

อิตาโดริ ยูจิ ผู้อยู่ในช่วงงานรัดตัวและแสร้งลืมเลือนการสอบไฟนอลผุดยิ้มจืดเจื่อน “ยังพอมีเวลาครับ ว่าแต่คุณจะกลับกี่โมงเหรอ?”

ดูเหมือนโกะโจจะออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ด้วยไม่มีความรู้ทางการแพทย์ ยูจิไม่มีความเห็นอะไรพิเศษ ต่อให้สีหน้าโกะโจยังไม่เปล่งปลั่งอย่างเดิมแต่ถ้าอาการไม่มีอะไรน่าห่วง ใครๆ ก็อยากกลับบ้านทั้งนั้นแหละ

“ถ้าอีกเดี๋ยวจะกลับแล้วผมจะได้อยู่รอ เผื่อช่วยหยิบจับอะไรได้บ้างไงครับ”

โกะโจบอกว่าต้องรอตรวจรอบสุดท้ายอีกครั้งตอนเย็น กว่าจะได้กลับก็ช่วงค่ำ ยูจิได้แต่ร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง ตนมีธุระต้องไปทำ เห็นจะอยู่รอไม่ไหว

นักศึกษาโอ้เอ้อีกร่วมชั่วโมงจึงขอตัวกลับ ฟุชิงุโระ เมงุมิซึ่งหมดคาบตอนบ่ายสามโมงเย็นรีบห้อรถมารับถึงหน้าโรงพยาบาลด้วยใบหน้าบึ้งตึง คนภายนอกเห็นเพียงคุณชายคนเล็กบ้านอิตาโดริเปิดประตูรถยนต์แล้วสะดุ้งสุดตัวเหมือนถูกไฟช็อต จากนั้นทำไม้ทำมือพูดอะไรบางอย่างกับคนบนรถด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก แล้วค่อยก้าวเท้าขึ้นไปนั่งในสภาพหน้าม่อยคอตก

อีกด้านหนึ่ง ณ ชั้น 19 ห้อง 6 หลังใครบางคนออกจากห้องไป ชายหนุ่มบนเตียงผู้ป่วยเก็บกริยาชิดเชื้อสนิทสนมและเป็นมิตรลงไป เผยสีหน้านิ่งเฉยยากจะอ่าน เขายกมือข้างถนัดขึ้นมาเท้าคาง เอ่ยถามเรียบๆ

“ไปถึงไหนแล้ว”

เกะโท สุงุรุ เข้าใจคำถามโดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาโคลงหัว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มคลุมเครือ “เป็นไปตามที่นายวางแผนเอาไว้นั่นแหละ ยูจิคุงก็ดูไม่สงสัยอะไรพวกเรา ที่เหลือก็แค่...รอท่าทีของบอส”

ด้านหลังท้องนิ้วของมือที่ยกมารองใต้คางพลันปรากฏรอยยิ้มชวนขนลุก

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างฝาแฝดไม่ค่อยดีนัก ต่อให้ได้เบาะแสมาจากโกะโจ ยูจิก็ไม่ได้เอาไปเล่าให้สุคุนะฟัง เพียงบอกเล่าผ่านหูคุกิซาคิกับเซนอิงพอหยาบๆ เพื่อให้อย่างน้อยก็ได้เล็ดรอดไปถึงหูเจ้านั่นบ้าง ส่วนจะจัดการทำอะไรต่อหรือไม่ นั่นก็อยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุมดูแลของยูจิแล้วล่ะ

อีกอย่าง...สอบไฟนอลทำให้ชีวิตลำบากมาก

หลังไปเยี่ยมโกะโจที่โรงพยาบาลคราวนั้นยูจิไม่ได้วอกแวกอีก เขาทุ่มเทสมาธิให้กับการสอบไฟนอล ตั้งอกตั้งใจติวหนังสือกับฟุชิงุโระและกลุ่มเพื่อน กว่าจะได้เปิดประตูมิติกลับสู่ดินแดนวุ่นวายของบ้านอิตาโดริก็เป็นวันถัดมาหลังสอบวิชาสุดท้ายเสร็จ

ได้ความว่าขนาดทุ่มเทกำลังมากมายเท่าไหร่ก็ยังคงหาตัวคนวางยาพิษโกะโจไม่เจอ ตอนได้ยินข่าวนี้จากปากฟุชิงุโระที่สอบเสร็จก่อน ยูจินิ่งงันไป

ไม่ปกติจริงๆ ด้วย

“เป็นคนนอกจริงๆ เหรอเป็นคนนอกแต่ยังจับไม่ได้เนี่ยนะ?”

อิทธิพลของอิตาโดริอ่อนด้อยลงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ยูจิรู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ส่วนทำไมถึงเทใจไปทางว่าตัวก่อเหตุเป็นคนนอกนั้น เรื่องนี้เป็นความลับและมีคนรู้เพียงหยิบมือ...

ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ สุคุนะก็โดนวางยาพิษเหมือนกัน

เป็นยาพิษร้ายแรงไร้รสกลิ่นสีซ้ำยังจับมือใครดมไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวพิษก็ออกฤทธิ์ไปเรียบร้อย สถานการณ์โขกออกมาอีหรอบเดียวกับตอนนี้ทุกกระเบียด แม้เรื่องเก่าก่อนไม่ถึงขั้นก่อให้เกิดเหตุการณ์อันไม่อาจเรียกคืนแต่ก็สร้างผลกระทบไว้ใหญ่หลวง...เอาเถอะ อย่ามัวนึกย้อนนึกถึงอดีตชวนเสียวไส้นั่นนักเลย เรื่องที่จบไปแล้วให้มันจบไป ที่สำคัญตอนนี้คือโกะโจน่าจะโดนวางยาพิษจากคนคนเดียวกับที่วางยาสุคุนะต่างหาก

“ถ้าก่อนหน้านี้คิดกำจัดสุคุนะ ทำไมตอนนี้คิดมากำจัดคุณโกะโจแทนล่ะ?”

แปรพักตร์?

หรือแท้จริงคนลงมือเป็นคนละคนเลยมีวัตถุประสงค์ต่างกัน?

เพียะ

“ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดวุ่นวาย แต่งตัวของนายไปให้ดีๆ”

ฟุชิงุโระ เมงุมิดีดลูกอมรสเลมอนใส่แก้มยูจิจากเก้าอี้ข้างโต๊ะ รวดเร็ว เด็ดขาด และโหดร้ายทารุณเป็นที่สุด

คนโดนประทุษร้ายเก็บลูกอมบนพื้นมาแกะเปลือกโยนเข้าปากพลางลูบแก้มแดงๆ บ่นหงุงหงิงว่าใจร้ายชะมัด ทว่าก็สงบปากสงบคำลงในทันที หันมาตั้งอกตั้งใจเลือกเสื้อผ้าเข้าชุดจากตู้เสื้อผ้าบิลท์อินข้างห้องนอน

ยูจิมีนัดสำคัญ

เดิมทีนัดกินข้าวกับครอบครัวหนึ่งที่มีอิทธิพลจากเมืองข้างๆ นัดนี้ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนก่อน แต่โกะโจโดนลอบทำร้าย ปู่หวาดระแวง จึงตัดสินใจเลื่อนนัด ครั้นสถานการณ์ภายในผ่อนคลายลงหน่อยยูจิก็ติดสอบไฟนอลอีก ท้ายสุดก็ล่วงเลยมาจนถึงป่านนี้

ยูจิซึ่งมักแต่งกายสบายๆ รู้งานเป็นอย่างยิ่ง เสื้อผ้าวันนี้สุภาพเรียบร้อยและให้เกียรติผู้ร่วมโต๊ะ ต่อให้บอกว่าเป็นแค่การรับประทานอาหารมื้อหนึ่ง จุดประสงค์สำคัญกลับไม่ใช่เพียงทำความรู้จักเพื่อเพิ่มคอนเนคชั่น ดูเหมือนปู่จะอยากให้เขาพิจารณาแต่งงานกับคุณหนูผู้มาร่วมมื้ออาหาร แน่นอนว่าไม่ได้บังคับ แค่ลองให้พิจารณาตามความหมายตรงตัว

เสียงภายในแตกออกเป็นสองส่วน วาสุเกะในฐานะหัวหน้าใหญ่ผู้ใส่ใจมีหรือจะไม่รู้

การหาคนมาแต่งเข้าก็เพื่อช่วยเสริมอำนาจให้กับทางสุคุนะ

ด้วยไม่อาจบีบบังคับหรือเกลี้ยกล่อมให้สุคุนะเลือกคู่ครองที่เหมาะสมได้ ยูจิซึ่งเป็นเบต้าและไม่มีทางเป็นปรปักษ์กับพี่ชายจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ได้ยินมาว่าตระกูลของคู่นัดหมายวันนี้จะพึงพอใจในตัวยูจิมากทีเดียว

ไม่รู้หรอกนะว่าไม่เคยเจอกันแล้วจะพอใจได้ยังไง หรือแค่ฟังข่าวลือเกี่ยวกับตัวยูจิก็เชื่อแล้ว?

“ไปกันเถอะ” ถึงเป็นหน้าร้อน เครื่องปรับอากาศในห้องอาหารยังคงเย็นผิว ยูจิจึงสวมเสื้อคลุมเรียบๆ เพิ่มอีกชั้น

ฟุชิงุโระเก็บหนังสือสารคดีเล่มเล็กลงกระเป๋า ขณะที่ลุกขึ้นยืน เขามองสำรวจความเรียบร้อยโดยรวมและสีหน้าเพื่อนสนิทควบเจ้านาย จากตั้งใจไม่พูด ปากกลับหลุดถามออกไป

“ยังลืมอดีตไม่ได้หรือไง?”

ยูจิไม่ได้ตอบกลับอย่างรวดเร็วเหมือนเคย รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้านั้นแฝงไว้ด้วยความจนใจคละกับเศร้าสร้อย ทว่าหวานล้ำหาใดเปรียบ “นั่นไม่ใช่ความทรงจำที่ไม่ดี ไม่จำเป็นต้องอยากลืม”

ฟุชิงุโระเปิดกระปุกเจล จับติดปลายนิ้วมาเล็กน้อยและช่วยแต่งผมชี้ๆ ให้อีกคน ระหว่างนั้นยังคงต่อบทสนทนา “ปากดีชะมัด เห็นหน้าก็รู้แล้วว่ายังตัดใจไม่ขาด แถมคราวนี้...คุณหนูบ้านมิวะเป็นโอเมก้าเหมือนกันด้วยนี่”

“เฮ้ ฉันไม่ได้ชอบใครแค่เพราะเป็นโอเมก้านะ!

“ฉันหมายความว่านายมักจะใจอ่อนเป็นพิเศษพอเป็นโอเมก้าต่างหาก”

“...”

เห็นว่าดูดีพอแล้วฟุชิงุโระค่อยเก็บมือกลับ วางกระปุกเจลไว้บนโต๊ะ

คนคุ้มกันต้องคอยประกบอยู่ห่างๆ ต่อให้ไม่ได้นั่งร่วมโต๊ะก็ยังต้องไปนั่งสังเกตการณ์ในร้านอาหารแพงๆ นั่นด้วย ฟุชิงุโระในตอนนี้จึงแต่งตัวดูดีกว่าปกตินิดหน่อยเหมือนกัน

เมื่อจัดการรูปลักษณ์เสร็จก็ได้เวลาออกเดินทาง ระหว่างที่ฟุชิงุโระทำหน้าที่สารถี ยูจิเอาแต่นั่งเหม่อมองนอกหน้าต่างจากที่นั่งข้างคนขับ

ประชากรโอเมก้าน้อยพอๆ กับแอลฟ่า มีลักษณะเฉพาะตัวตรงข้ามกับแอลฟ่าแทบทั้งหมด นอกจากมีร่างกายที่เหมาะสมกับการตั้งครรภ์มากกว่าเบต้าก็ไม่มีข้อดีอื่นใดพิเศษออกมาอีก ดังนั้นพวกเขาจึงมักถูกควานหาตัวมาแต่งงานกับตระกูลร่ำรวยหรือมีอำนาจเพื่อมีบุตร แต่ไม่ได้เชิดหน้าชูตาในฐานะภรรยาเอก

                หากตระกูลดังๆ มีทายาทเป็นโอเมก้าย่อมทุกข์ใจด้วยวิตกกังวลว่าชีวิตในอนาคตของลูกจะไม่มีความสุข...สำหรับตระกูลใหญ่ๆ ด้วยกัน เขาเหล่านั้นย่อมไม่ต้องการนายหญิงที่อ่อนแอเปราะบางและโอนอ่อนตามคนอื่นง่าย ไอ้ครั้นจะให้แต่งงานกับคนเดินถนนก็กังวลว่าลูกตัวเองจะไปตกระกำลำบากอีก

อย่างไรก็ตาม หากเป็นโอเมก้าจากครอบครัวฐานะปานกลางลงไป กลุ่มนี้มีแต่จะถูกดึงตัวมาคลอดลูกให้คนใหญ่คนโตก็เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เลือกด้วยซ้ำ

อิตาโดริ ยูจิซึ่งเป็นคุณชายจากครอบครัวทรงอิทธิพล บุคลิกนิสัยน่าคบหา ทั้งยังตั้งใจแต่งงานมีคนรักเพียงคนเดียวจึงเป็นที่ต้องตาต้องใจของใครก็ตามที่มีบุตรชายบุตรสาวเป็นโอเมก้า

ยูจิก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องหลุดไปถึงหูคนนอกได้ยังไง จำได้ว่าตอนเรียนม.ปลาย เคยปฏิเสธการนัดดูตัวโดยให้เหตุผลว่า ‘จะมีคนรักเพียงคนเดียว’ ‘ตอนนี้ผมมีคนที่ชอบแล้ว’ แต่นั่นเขาพูดกับปู่ คนที่อยู่ด้วยมีแค่ฟุชิงุโระกับคนของอิตาโดริอีกไม่กี่คนเท่านั้น

                “คนมีหน้ามีตาอย่างคุณชายน้อยบ้านอิตาโดริน่ะหาข้อมูลไม่ยากหรอก ยิ่งสืบรู้ว่านายใช้ชีวิตยังไงแถมไม่เคยไปดูตัวจริงๆ ตามที่ลั่นวาจามันก็เห็นกันอยู่ทนโท่ว่าเป็นพวกเอาจริงเอาจัง แบบนั้นจะอยากได้เป็นเขยก็ไม่แปลกตรงไหน ไม่สิ ยิ่งอยากตระครุบเอาให้ได้ด้วยซ้ำมั้ง” ฟุชิงุโระออกความเห็นตรงไปตรงมา นึกถึงกองจดหมายเชิญรวมทั้งสายตรงต่างๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อพูดคุยเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับอิตาโดริ ยูจิ...นั่นน่ะใช้คำว่าเนื้อหอมยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ

จากนั้นเขาพลันนึกอะไรขึ้นได้ “อย่าลืมพกยาป้องกันฮีทของโอเมก้าไว้ด้วยล่ะ”

                “ฉันเป็นเบต้า ไม่หน้ามืดหรอกน่า” ยูจิยิ้มแกนๆ

                หัวคิ้วของฟุชิงุโระขยับเข้าหากันทว่าตายังมองถนน มือข้างที่ว่างยัดเยียดกล่องบรรจุยาให้คนนั่งข้างๆ น้ำเสียงแข็งกร้าวไม่ยอมรับการปฏิเสธ “กันไว้ดีกว่าแก้”

 

 

                เวลาเดียวกับที่ฟุชิงุโระยัดเยียดยาระงับฮีทให้ยูจิ

                สุคุนะนั่งเอนกายเกียจคร้านอยู่ในห้องหนังสือบ้านใหญ่ตระกูลอิตาโดริ ขายาวพาดไขว้กันบนโต๊ะทรงกลม มือหนึ่งเท้าใบหน้า อีกมือจับแท็บเลต สองตากวาดอ่านข้อมูลยาวเป็นพรืดย่างรวดเร็ว คุกิซาคิ โนบาระกับเซนอิง มาคินั่งเก้าอี้ด้านข้างเขา ล้อมโต๊ะตัวเดียวกันเป็นตำแหน่งสามเหลี่ยม สีหน้าเคร่งขรึม

                “โกะโจ ซาโตรุวางตัวเหมือนไม่ได้อยากได้ตำแหน่ง แต่การที่คนอื่นๆ ยังสนับสนุนเขาออกนอกหน้าก็เห็นอยู่ว่าเจ้าตัวยินยอมให้มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น”

                หากไม่เล่นด้วยเสียอย่าง ลองเอ่ยปากคำเดียวก็ไม่จำเป็นต้องต่อความยาวสาวความยืดกันอีก เห็นได้ชัดว่าใช้คนอื่นเป็นเบี้ยโดยรักษาภาพลักษณ์บริสุทธิ์ผุดผ่องของตัวเองไว้

                หลังเจ้าตัวออกมาจากโรงพยาบาล สถานการณ์ไร้คลื่นลม อาจด้วยความระแวดระวังเพิ่มขึ้น การป้องกันตัวดีขึ้น หรือไม่คนร้ายก็ไม่ลงมือ

                “ฝั่งนั้นยังคิดว่าทางเราวางยากำจัดเสี้ยนหนามอยู่เลย เอาไงดีคะ จัดการเจ้าหมอนี่จริงๆ ไปเลยดีมั้ย คนร้ายตัวจริงจะเป็นใครต้องการอะไรก็ช่างหัวมันสิ ถ้าเหลือตัวเลือกผู้สืบทอดคนเดียว ใครจะคิดทำอะไรก็ไม่สำคัญแล้ว” คุกิซาคิเบื่อการคุมเชิงไปมาเต็มทน

                เซนอิงไม่เห็นด้วย “เดิมทีปัญหาอยู่ที่โกะโจ ซาโตรุรู้เรื่องภายในของอิตาโดริมากเกินไป ปล่อยให้ไปเข้าร่วมกับกลุ่มอื่นจะเป็นภัยต่อเราในภายหลัง ในเรื่องนี้ถ้าถามความเห็นฉัน ประนีประนอมมอบอำนาจบางส่วนให้เขาจะดีที่สุด แค่ต้องให้ระลึกไว้สักหน่อยว่าใครกันแน่ที่เป็นนาย”

                สองสาวผลัดกันแสดงความเห็นไปมาอย่างออกรส มีเพียงสุคุนะที่เก็บรายละเอียดสถานการณ์และบุคคลต้องสงสัยต่างๆ ผ่านหน้าเอกสารหน้าแล้วหน้าเล่า

                อ่านจบแล้วก็นั่งเหม่ออยู่พักใหญ่

                จากข้อมูลที่เก็บมาได้ในรอบเดือนที่ผ่านมาประกอบกับเรื่องราวในอดีต เมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้ต่างๆ สุคุนะมั่นใจพอตัว

“หมอนั่นกินยาพิษเข้าไปเอง”

“...”

เสียงของผู้ช่วยสองคนเงียบไปในทันที

เซนอิงรีบคว้าแท็บเลตที่เจ้านายโยนทิ้งขึ้นมา ดวงตาหลังแว่นมองอีกฝ่าย ทั้งอึ้งทั้งสับสน “ยานั่น คุณอิเอริบอกว่าออกฤทธิ์ถึงตายได้ในเวลาอันสั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน...เข้าใจไหม มันอาจออกฤทธิ์เร็วกว่านั้น มีความเป็นไปได้ที่จะตายภายในไม่กี่นาทีอยู่ด้วย เขากินเพียงเพื่อจะใส่ร้ายพวกเราเนี่ยนะเสี่ยงไปหน่อยหรือเปล่า”

“ถ้ามีพิษไว้ใช้ จะมียาแก้พิษด้วยก็ไม่แปลก” สุคุนะไหวไหล่ บิดแขนบิดตัวคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งท่าเดียวเป็นเวลานานๆ

ในเมื่อพิษไร้สีกลิ่นรส ยาแก้ก็อาจจะมีลักษณะแบบเดียวกัน กินพิษเข้าไปแล้วรีบกินยาเพื่อชะลอการทำงานของพิษต่อในทันที มั่นใจว่าพิษยังคงออกฤทธิ์ แต่คำนวณเวลาไว้แล้วว่าจะถึงมือหมอและล้างออกได้ทันก่อนโดนเล่นงานถึงตาย เผลอๆ ในภาชนะหรืออุปกรณ์การกินที่หาพิษตกค้างไม่เจอก็ไม่ใช่เพราะถูกกินเข้าไปหมดแล้วแต่โกะโจ ซาโตรุคงกรอกพิษเข้าปากโดยตรงโดยไม่สัมผัสภาชนะใดๆ มากกว่า

ถ้าเล่นเองกำกับเอง การควบคุมตัวแปรแวดล้อมย่อมทำได้ไม่ยากเย็น นอกจากนี้ยังเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงหาตัวผู้ร้ายไม่เจอสักที

“เทียบกับก่อนหน้านี้ที่วางยานายตรงๆ คราวนี้เปลี่ยนมาใช้วิธีอ้อมค้อมแทนเพราะกลยุทธก่อนหน้ามันใช้ไม่ได้ผลงั้นสินะ”

ประมุขคนก่อนของอิตาโดริ...พ่อแท้ๆ ของสุคุนะและยูจิเป็นแอลฟ่าผู้ไร้ข้อบกพร่องในฐานะผู้นำ เก่งฉกาจหาใดเปรียบ อ่อนโยนใจกว้าง เป็นที่รักใคร่ของลูกน้องและคนรอบข้าง แต่พอเขาล่วงลับไป ลูกชายที่จะขึ้นมาแทนที่ยังห่างชั้นจากบิดาบังเกิดเกล้าชนิดเอามาทาบวัดกันไม่ได้

สัญชาตญาณศิโรราบต่อผู้แข็งแกร่งทำให้มีคนเอนเอียงไปทางโกะโจ ซาโตรุ

และโกะโจ ซาโตรุที่ไม่โดนรัศมีของบอสคนก่อนกดข่มอีกต่อไปก็ผยองขึ้นมาเมื่อเห็นว่าที่ผู้สืบทอดเป็นเพียงเด็กเมื่อวานซืน

ในฐานะแอลฟ่าด้วยกัน สุคุนะเข้าใจความรู้สึกยอมรับไม่ได้ของโกะโจถึงแก่น

ซึ่งการเข้าใจดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะยินยอมปล่อยเลยตามเลยให้อีกฝ่ายได้ในสิ่งที่ต้องการแต่อย่างใด

“เอาล่ะ ตรวจสอบเพิ่มเติมกันอีกหน่อยเป็นไง?”

แม้ไม่รู้ว่าในหัวนายน้อยกำลังคิดอะไร แต่แววตาเฉียบคมและรอยยิ้มเย่อหยิ่งกระตุ้นให้เลือดลมพลุ่งพล่าน เซนอิงกับคุกิซาคิรู้สึกว่าเส้นเลือดใต้ผิวหนังเต้นเร่า ความกระหายอยากบดขยี้ทะลักล้น พวกเธอหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นเดินตามแผ่นหลังอันเปี่ยมไปด้วยความอวดดีและน่าหลงใหลโดยไม่มีคำถามใดๆ

 

 

 

 

 

 

6 comments:

  1. สนุกๆมาก ตอนยาวมากๆเลย รอติดตามนะคะ
    อ่านแล้วเข้มข้นมากเลยยยยย
    ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ

    ReplyDelete
  2. โอ๊มายก็อดดดด พล็อตแบบนี้มันดีมากเลยค่ะ เราชอบภาษาของคุณมากๆ มันอ่านง่ายแล้วก็ไม่มีสะดุดเลย เป็นกำลังใจให้ในทุกๆงานเขียนนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่ผลิตเรื่องราวดีๆออกมาด้วยค่ะ ชอบมากๆเลย <3

    ReplyDelete
  3. เปิดดูทุกวันเลย หลังอ่านจบตอน
    สนุกจัง แวะมาคอมเม้นซ้ำ เพราะอ่านซ้ำค่า ชั้นรอ
    ชั้นชอบ ขอบคุณที่แต่งอีกครั้งค่ะ ><

    ReplyDelete
  4. ตอนแรกเรานึกว่าน้องยูจิจะเป็นโอเมก้า พอเป็นเบต้าแล้วกลับรู้สึกน่าสนใจกว่าเดิมอีก เอาล่ะ เขาจะรักกันยังไงล่ะทีนี้ อยู่ฝั่งตรงข้ามกันด้วยยย ((แอบหวังจะเห็นสุคุนะไฟว์โกะโจจังค่ะ มันต้องสนุกมากแน่เลย ยิ่งเคมีที่ไปกันไม่ได้ของทั้งคู่เองอยู่แล้วด้วย ฮาา)) ขอบคุณนะค้าา /โค้ง

    ReplyDelete
  5. เข้ามาส่องทุกวันเลยค่ะ *-*

    ReplyDelete
  6. ชอบอีกแล้วง่าา สนุกมากเลยค่ะๆๆๆ

    ReplyDelete