Fanfic Jujutsu Kaisen
Love is in the Air (?)
Pairing :
Gojo Satoru x Itadori Yuji
Rating :
SFW
“ชอบคนตัวสูง”
“...”
เกะโท สุงุรุนั่งซดนมกล่องดังซู้ดๆ
พยายามทำเป็นมองไม่เห็นเพื่อนสนิทผู้กำลังตีหน้าเคร่งขรึมนั่งประสานมือเลียนแบบผบ.อิคาริ
เก็นโดที่โต๊ะเรียนด้านหลัง
โกะโจ ซาโตรุที่ช่วงนี้กำลังซาบซึ้งในรสอีวานเกเลี่ยนเอ่ยต่อไปโดยไม่เปลี่ยนท่านั่ง
“ในเมื่อชอบคนตัวสูง ถ้าผมสารภาพรักจะสำเร็จ...”
“ไม่น่าหรอก”
“...”
บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มลายวับ เกะโทพับกล่องนมที่ดื่มจนหมดอย่างบรรจง
พร้อมกันนั้นก็ช่วยเคาะสมองกลวงๆ ของเพื่อนไปด้วยอย่างมีน้ำใจ “ที่เมงุมิพูดคือ ‘ผู้หญิงตัวสูง’ ไม่ใช่คนตัวสูง
ฉันว่านายเลิกหลงตัวเองสักนาทีแล้วหันมามองความเป็นจริงก่อนจะดีกว่า”
ดูเหมือนว่าโกะโจ ซาโตรุจะกำลังมีความรัก
แม้ที่มาที่ไปค่อนข้างน่าขันทว่าช่วงนี้เจ้าหนุ่มโอหังจอมก่อเรื่องสงบเสงี่ยมลงมาก
ทั้งยังใจลอยไปหารุ่นน้องคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
เกะโทเคยเห็นรุ่นน้องคนดังกล่าวและเป็นสักขีพยานในการถือกำเนิดความรักอันยิ่งใหญ่ของเพื่อนซี้ด้วย
ทั้งที่ไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไรกับอีกฝ่าย
สัญชาตญาณกลับร้องเตือนว่าการจีบเด็กคนนั้นเห็นทีจะไม่ง่าย
ว่ายังไงดี...อิตาโดริ ยูจิดูเหมือนพระเอกการ์ตูนจำพวกที่ถูกสารภาพรักแล้วจะตอบรับว่า ‘ฉันก็ชอบเธอเหมือนกัน
เรามาเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ’ หรือว่าง่ายๆ
คือทึ่มทื่อจนอยากทุบหัว แต่ก็น่าเอ็นดูอย่างประหลาดจนทุบไม่ลง
พวกเขาเจอเด็กคนนั้นเมื่อเกือบ 3 เดือนก่อน
อิตาโดริ ยูจิ เด็กนักเรียนมัธยมปลายปี 1 กำลังเล่นตำแหน่งแบตเตอร์บนสนามอเนกประสงค์ของโรงเรียน
หน้าไม้กระทบฮาร์ดบอล
พุ่งฉิวทะลุเบสเฉียดหัวโกะโจซึ่งกำลังเดินทอดหุ่ยกินไอศกรีมไม่ดูตาม้าตาเรือข้างสนาม
แม้ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่เลนส์แว่นกันแดดราคาแพงระยับถึงกับร้าว...ไม่รู้ว่าควรตกใจพละกำลังปิศาจของแบตเตอร์ที่แค่ตีลูกเฉียดแว่นก็ทำแว่นร้าวหรือสงสารเด็กปี
1 รายล้อมที่ทำหน้าเหมือนเห็นผีตอนเห็นว่าอิตาโดริไปมีเรื่องกับ ‘ใคร’ เข้า
อันที่จริงในสายตาเกะโท
เขารู้สึกว่านั่นไม่ใช่ความผิดของคนบนสนามเสียทีเดียว
ต้องโทษคนที่เดินเอ้อระเหยลอยชายเฉียดเส้นขอบสนามทั้งที่ชาวบ้านชาวช่องกำลังใช้เล่นกีฬามากกว่า
นอกจากนี้ด้วยความสามารถระดับโกะโจ ซาโตรุ การหลบบอลสักลูกนั้นไม่ยากเลย
มาตกม้าตายเพราะดื่มด่ำกับของหวานมากไปนิดบวกกับเลินเล่อถือดีว่าคนอื่นจะระมัดระวังไม่กล้ามามีเรื่องกับตัวเองนั่นแหละ
อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับคนบนสนามที่หน้าถอดสี
ตัวต้นเรื่องอย่างอิตาโดริเพียงเผยสีหน้าวิตกกังวลในระดับ ‘ปกติ’ ขณะวิ่งทั่กๆ เข้ามา มองปราดเดียวก็ทราบว่าเจ้าตัวไม่รู้กิตติศัพท์ของ ‘โกะโจ ซาโตรุ’
“รุ่นพี่ ขอโทษครับ เป็นอะไรหรือเปล่า”
แน่นอนว่าเป็น
เรื่องแว่นตาราคาแพงน่ะไม่เท่าไหร่
อีกฝ่ายเป็นคุณชายจอมสำรวยใช้เงินล้างผลาญเป็นว่าเล่น
ไม่เสียดมเสียดายกับแว่นตาที่มีสำรองมากมายในห้องหรอก
สิ่งที่ทำให้ใบหน้าหล่อเหลากระตุกนั้น
มีบ่อเกิดจากความไม่สบอารมณ์เนื่องด้วยโดนประทุษร้ายท่ามกลางสายตาประชาชีต่างหาก โกะโจที่นิสัยเสียเข้าขั้นคิดในใจว่าทำไมไม่รู้จักระวังหา! โดยไม่คิดโทษตัวเองแม้แต่น้อย
ฉะนั้น จึงพูดจากวนโอ๊ยเอาแต่ใจไปสองสามประโยค
ขนาดเกะโทเป็นเพื่อนสนิทยังรู้สึกอยากต่อย
ทว่ารุ่นน้องตรงหน้ากลับใจเย็นมาก
“เอ่อ สรุปแล้ว รุ่นพี่อยากให้ผมทำยังไงเหรอครับ?”
อิตาโดริคาดหวังจะได้ยินอะไรที่เป็นรูปธรรม เขาขอโทษอย่างเดียวพอไหม
ต้องชดใช้อะไรหรือเปล่า? พอโดนพูดกวนไปกวนมาสลับกับค่อนแคะเสียดสี สารภาพตามตรงว่าสมองบื้อๆ
ประมวลผลไม่ออกว่าตนควรทำอย่างไรต่อไป
สีหน้างงงวยสุดแสนจะซื่อตรงของรุ่นน้องเหมือนหินก้อนโตที่หล่นลงมาทับหัวอย่างฉับพลัน
โกะโจหุบปากฉับ ด้วยไม่คุ้นเคยกับเด็กนิสัยตรงไปมาตรงมาและไร้เหลี่ยมคม
เขาพลันรู้สึกว่าคำพูดร้ายกาจไม่เพียงไม่อาจทำร้ายอีกฝ่าย
กลับจะยิ่งทำให้ตัวเองดูงี่เง่า
หลังตั้งสติสงบใจ ความฉุนเฉียวลดลงไม่น้อย
โกะโจมองเด็กหนุ่มในชุดกีฬา เห็นดวงตาแป๋วแหววที่จ้องมองตนอยู่ก่อนก็หมดแรงจะหาเรื่อง
“ช่างเถอะ ถือว่าผมไม่ถือสาแล้วกัน”
“โอ้ จะดีหรือครับ?” ปากบอกอย่างนั้นแต่ท่าทางคนพูดดูดีใจ
นั่นย่อมเป็นเพราะเมื่อกี้มีเพื่อนข้างตัวสะกิดว่าแว่นตาของโกะโจแพงมาก
ชดใช้ไม่ไหวหรอก
เหตุการณ์จบลงตรงนั้น
หากถามเกะโทแล้ว เขาไม่คิดว่าเจ้าเพื่อนซี้หัวใจแห้งแล้งคนนี้จะบังเกิดความรักใดๆ
ขึ้นมาได้เลย เหตุการณ์เล็กๆ นี้ควรจะเป็นหน้ากระดาษหนึ่งในนิยายชีวิตเล่มหนา
ทว่ามันไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจบลงอย่างรวดเร็วดั่งที่คาด
ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะอิตาโดริ ยูจิเป็นเด็กมีความรับผิดชอบและใจคอกว้างขวาง
ในวันถัดมาหลังอุบัติเหตุริมสนามอเนกประสงค์ ฟุชิงุโระ
เมงุมิซึ่งครอบครัวรู้จักกับโกะโจแวะมาหาที่ห้องเรียนของปี 3
เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าเฉยเมยถือถุงพลาสติกย่อยสลายได้จากร้านค้า ในถุงมีไอศกรีม 2
ถ้วย
“อิตาโดริฝากมาขอโทษน่ะครับ”
ถือวิสาสะวางถุงลงบนโต๊ะนักเรียนแล้วหมุนตัวเตรียมกลับคล้ายมาเพียงเพื่อทำภารกิจ
แต่เดินได้ไม่กี่ก้าว ฟุชิงุโระหันกลับมาอีกครั้ง หยิบไอศกรีม 2 ถ้วยออกมาจากถุง
จัดแจงอธิบายเพิ่มเติมว่า คนฝากบอกว่าแบ่งให้รุ่นพี่แว่นดำ 1 ถ้วย
ให้รุ่นพี่ผมจุกอีก 1 ถ้วย เท่ากับว่าเกะโทได้อานิสงค์กินไอศกรีมฟรีไปโดยปริยาย
โกะโจ
ซาโตรุมองถ้วยไอศกรีมที่หน้าตาเหมือนถ้วยที่ตนทำหล่นไปเมื่อวานแล้วนิ่งไปเล็กน้อย
“เมงุมิ เจ้าเด็กนั่นเป็นเพื่อนนายเหรอ? นี่มีเพื่อนกับเขาด้วย?”
“เก็บปากไว้กินน้ำตาลเถอะครับ”
รุ่นน้องปี 1 ผู้ไร้อัธยาศัยเดินออกจากห้องไปโดยไม่เหลียวหลัง
นอกจากไอศกรีมที่เริ่มละลายเพราะอากาศร้อน
ดูเหมือนจะทิ้งบางสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเอาไว้ด้วย
นับจากวันนั้น อิตาโดริ ยูจิเข้ามามีตัวตนในชีวิตของโกะโจ
ซาโตรุอย่างเงียบเชียบ จริงอยู่ว่าไม่ได้พบปะพูดคุยกันเลย
แต่สองตาสีอ่อนมักไพล่มองหารุ่นน้องผู้กระฉับกระเฉง เวลาพัก เวลาย้ายห้องเรียน
หรือในคาบประวัติศาสตร์ที่ตรงกับคาบพละของห้องฟุชิงุโระ หากเด็กปี 1
ออกมาเตะบอลที่สนามกลางแจ้งเมื่อไหร่ โกะโจ ซาโตรุจะเอาแต่เหม่อมองอีกฝ่าย
ไม่เป็นอันร่ำอันเรียน
ท่าทางผิดแปลกไปอย่างชัดเจน ต่อให้ไม่ใช่คนช่างสังเกตยังมองออกโดยง่าย
“อะไรกัน หรือจะมีความรักกับเขาแล้ว”
อิเออิริ โชโกะหมายจะแซวเพื่อนสุดหล่อ แค่ต้องการหยอกเย้า ไม่คิดจริงจัง
มันกลับแทงใจใครบางคนดังฉึก เกะโท สุงุรุคิดในใจว่าตนไม่ขอยุ่งเกี่ยวแล้วหนึ่ง
อุตส่าห์ไม่พูดถึงไม่สะกิดใจเพราะเกรงเพื่อนที่อุตส่าห์สงบเสงี่ยมลงอย่างยากลำบากจะก่อเรื่องก่อราวอะไรอีก...ยัยโชโกะดันทำเสียเรื่องซะนี่
โกะโจมีนิสัยขี้หลีและหลงตัวเองพอหอมปากหอมคอ
ไม่รู้หากตกหลุมรักเป็นเรื่องเป็นราวจะเป็นอย่างไร
เกะโทไม่อยากเสี่ยงบอกให้เพื่อนรักรู้สึกตัวถึงแกล้งลืมตาข้างหลับตาข้างมาตลอด ต้องเข้าใจก่อนว่านายคนนี้เป็นตัวก่อปัญหา
และอาจมีวิธีจีบสุดพิสดารทำคนอื่นลำบากใจ
เกะโทซึ่งมีใจเมตตารักเพื่อนมนุษย์ไม่อยากเห็นเด็กนิสัยดีอย่างอิตาโดริต้องมาซวยจากคนเอาแน่เอานอนไม่ได้บางคนจึงหลีกเลี่ยงประเด็นต้องห้ามดังกล่าว
...ตอนนี้ดันโดนโชโกะทำพังหมดแล้ว
“ความรักเหรอ”
โกะโจลูบคาง แวบแรกเขาเผยสีหน้าตกตะลึง
จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นครุ่นคิดสะระตะ พึมพำซ้ำไปมาว่า ‘รักเหรอ’ เล่นเอาเกะโทปวดศีรษะจี๊ด
สรุปแล้วใช้เวลาเพียง 1 เดือนครึ่งเท่านั้นในการทำให้โกะโจ
ซาโตรุตกตะกอนและสามารถมอบชื่อเรียกให้ความรู้สึกอันไม่คุ้นเคยนี้สำเร็จ
นักเรียนโรงเรียนมัธยม J ระดับชั้นม.ปลายส่วนใหญ่มาจากนักเรียนที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากมัธยมต้น
มีเด็กนักเรียนสอบเข้าใหม่จำนวนหยิบมือ ซึ่งในชนกลุ่มน้อยนั้น ประกอบด้วยอิตาโดริ
ยูจิและคุกิซาคิ โนบาระ
ทั้งสองย้ายมาจากต่างจังหวัดทำให้ร่วมกลุ่มกับเพื่อนในห้องที่เกาะกลุ่มกันมาตั้งแต่ม.ต้นยาก
ผลจากการเข้ากลุ่มกับคนอื่นลำบากทำให้หันมาคบกันเอง แถมยังดึงเอาฟุชิงุโระ
เมงุมิคนไม่มีเพื่อนมาร่วมทีม กลายเป็นแก๊งพิลึก 3 หน่อ
“อร่อยใช่ม้า ถ้าเธอสนใจจะไปตระเวนชิมขนมปังกับพวกฉันได้นะ
นานามินรู้จักร้านเจ๋งๆ เพียบเลยล่ะ” อิตาโดริโฆษณาเมนูขนมปังแนะนำต่อเป็นต่อยหอย
คุกิซากิปฏิเสธหน่ายๆ “ฉันจะไปช็อปปิงย่ะ เอาเป็นว่าถ้าเจออะไรอร่อยๆ
ตอนไปเที่ยวกินกับรุ่นพี่แค่ซื้อมาฝากพวกฉันก็พอ”
ฟุชิงุโระไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนาเรื่อยเปื่อย
เขากัดขนมปังที่อิตาโดริซื้อมาเงียบๆ ตัวอยู่กับเพื่อน ใจลอยไปถึงไหนต่อไหน
พักนี้ฟุชิงุโระรู้สึกว่ารุ่นพี่ผมขาวคนหนึ่งทำตัวประหลาด...จริงอยู่ว่าโกะโจ
ซาโตรุพิลึกมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เจอกันตอนเด็กก็มีท่าทางวอนโดนต่อยมาโดยตลอด
ทว่าที่บอกว่าประหลาดในช่วงนี้เป็นเพราะเวลาคุยกันมักไพล่พูดไปถึงอิตาโดริ
ยูจิอยู่เรื่อย
ช่วงแรกฟุชิงุโระไม่ได้ใคร่ครวญลึกซึ้งย่อมไม่คิดว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไร
จนกระทั่งเมื่อวานอีกฝ่ายถามเจาะลึกมาถึงสเปคของอิตาโดริ เขาพลันรู้สึกตัวว่านี่มันไม่ปกติแล้ว
“อิตาโดริ” ฟุชิงุโระตัดสินใจวางมือจากขนมปังก่อนชั่วคราว
แม้เอ่ยเรียกด้วยเสียงไม่ดังไม่เบา
คุกิซากิกับอิตาโดริหยุดคุยกันแล้วหันมาหาอย่างพร้อมเพรียง
เจ้าของชื่อกระพริบตา สีหน้าไม่รู้อีโหน่อีเหน่ “หือ?”
คนเปิดประเด็นลำดับเรื่องราวในใจเล็กน้อยก่อนค่อยๆ เท้าความทรงจำ
“จำคุณโกะโจได้ไหม?”
“คุณโกะโจ?” เครื่องหมายคำถามลอยเต็มหัวอิตาโดริ
“อ๋า” เป็นคุกิซาคิที่นึกได้ เธอเขย่าคนสมองพัง
“ใช่คนที่นายไปทำแว่นเขาแตกเมื่อช่วงต้นเทอมหรือเปล่า รุ่นพี่ปี 3 ผมขาวคนนั้นน่ะ”
“เขาชื่อโกะโจเหรอ?”
“ใช่สิ!”
“งั้นก็จำได้แล้ว ทำไมเหรอ มีอะไรๆ”
รุ่นพี่ผู้เป็นประเด็นในการสนทนาครั้งนี้โด่งดังและโดดเด่นมาก
หลังจากมีเรื่องกันคราวก่อนยิ่งทำให้สะดุดหูสะดุดตาได้ง่าย
เดิมทีก็ตัวสูงกว่าคนปกติทั่วไป เวลาเดินไปไหนมาไหนจะเห็นหัวสีขาวๆ ลอยเหนือคนอื่น
นอกจากนี้เมื่อได้ใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนนานเข้า
เรื่องที่ไม่เคยได้ยินก็ลอยเข้าหูเต็มไปหมด ไหนจะรวยระยับ เรียนเก่งปานอัจฉริยะ
หรือกระทั่งว่ามีเรื่องต่อยตีจนส่งคนไปนอนโรงพยาบาลมาไม่รู้เท่าไหร่
“หลังจากตอนนั้นนายไปมีเรื่องผิดใจอะไรกับเขาอีกหรือเปล่า?” ฟุชิงุโระทำหน้ายุ่งยากใจ
คิดไปมาหลายตลบ
เขาได้ข้อสรุปสุดท้ายว่าทำไมรุ่นพี่จอมก่อเรื่องมักถามถึงเพื่อนตรงหน้าเป็นเรื่องนี้เรื่องเดียว
อิตาโดริ ยูจิไม่ใช่คนเลวร้าย แต่มีข้อเสียอยู่อย่างคือทำอะไรไม่คิดหน้าหลัง
ไม่แน่ว่าอาจบุ่มบ่ามก่อเรื่องบางประการแล้วไปสร้างความขุ่นข้องให้โกะโจเข้า
อิตาโดริตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ฉันไม่เห็นเขาเลย
แล้วก็ไม่น่าไปทำอะไรให้ไม่พอใจด้วย”
“ทำไม เจ้าหมอนั่นมาหาเรื่องเรอะ”
คุกิซาคิพุ่งตรงเข้าประเด็นอย่างฉับไว
“อย่างอิตาโดริไม่น่าว่างขนาดไปมีเรื่องอะไรกับใครเขาได้เลยนะ”
ด้วยศักยภาพร่างกายชวนตะลึง
หลังสำแดงฤทธิ๋เดชในคาบเรียนก็มีเสียงเล่าลือหนาหูว่าเทพกีฬามาประทับที่โรงเรียนมัธยม J แล้วเฟ้ย! แต่ละวันมีแต่คนมาชักชวนอิตาโดริ ยูจิให้เข้าชมกีฬาต่างๆ
ดึงมาเป็นสมาชิกชมรมไม่ได้ก็ทาบทามมาช่วยลงแข่งระดับเขตบ้าง ระดับจังหวัดบ้าง
ซึ่งเจ้าคนสิ้นคิดก็ไม่ทำให้ผิดหวัง...เพราะตอบรับคำชวนโดยไม่คิดเลยสักแวบ
ดีว่าเขามีเพื่อนสองคนถือตะขอสับอยู่ด้านหลัง คำว่า ‘ลง’ ของ ‘ตกลง’ ยังไม่ทันหลุดจากปาก
เพื่อนแสนดีก็ชิงปฏิเสธให้ก่อนแล้ว
‘นายไปโต๋เต๋กลับบ้านช้าไม่ได้ไม่ใช่เรอะ! แล้วจะไปแข่งนอกโรงเรียนได้ยังไง สมองน่ะหัดใช้บ้างสิยะ!’
เมื่อโดนเพื่อนสาวคนสวยเตะเสยปลายคางสั่งสอน
มนุษย์ไร้หัวคิดค่อยรู้จักยั้งปากไม่ตอบรับคำขอร้องใครมั่วซั่ว
ทั้งอย่างนั้นยังมิวายบ่นอุบอิบว่าไม่เห็นจำเป็นต้องใช้กำลังเลย พูดกันดีๆ
ก็ได้...
เอาเป็นว่า อิตาโดริไม่ได้ตอบรับร่วมแข่งขันสนามไหน แต่มักถูกเรียกตัวไปช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ชมรมต่างๆ
อยู่เสมอ ยังมีกิจกรรมขมรมคนรักขนมปังที่ต้องออกไปตระเวนชิมตามร้านเด็ดทุกสัปดาห์
ไม่ว่าเมื่อก่อนอิตาโดริจะมีเรื่องผิดใจกับใครบ่อยหรือไม่
ตัวเขาในช่วงนี้วุ่นวายแต่กับกิจกรรม ซึ่งไม่เห็นจะมีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับโกะโจ
ซาโตรุ
ทว่าหากโดนหมายหัวจากความหมั่นไส้ส่วนบุคคล นั่นก็เป็นอีกประเด็น
คุกิซาคิ โนบาระเคาะโต๊ะกึกๆ หัวคิ้วขยับเข้าหากัน “ไหนบอกมาซิ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นายคงไม่เปิดประเด็นแบบไร้เหตุผลใช่ไหมล่ะ”
“ใช่ๆ! มีอะไรไหนเล่าหน่อย!”
“ยังจะมาชูไม้ชูมือ เรื่องของตัวเองแท้ๆ หัดเครียดบ้างจะได้ไหม!”
คุกิซาคิเตะเจาะยางใต้โต๊ะไปที เท่านั้นคนที่ชูมือร้องเย้วๆ พลันเปลี่ยนไปโอดครวญ
ฟุชิงุโระผู้สนิทสนมใกล้ชิดโกะโจมากที่สุดในกลุ่มอธิบายคร่าวๆ
“พักนี้เหมือนคนคนนั้นจะหมายหัวอิตาโดริ ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับคุณนานามิด้วยหรือเปล่า
แต่เอาเป็นว่าระวังตัวไว้หน่อยก็ดี
ต่อให้นายเจ๋งแค่ไหนก็ต่อยตีสู้คุณโกะโจไม่ได้หรอก”
เมื่อชื่อของนานามิ เคนโตะโผล่ออกมา อิตาโดริ ยูจิ กับโกะโจ
ซาโตรุซึ่งไม่น่ามีอะไรเกี่ยวข้องกันก็มีตัวเชื่อมเรียบร้อย คนฟังทั้งสองคล้อยตาม
หากโกะโจมีปัญหากับนานามิเลยพาลพาโลมาถึงอิตาโดริก็มีความเป็นไปได้อยู่
นานามิเป็นรุ่นพี่ที่อิตาโดริเคารพถึงขนาดทิ้งข้อเสนอดีๆ
จากชมรมกีฬาจนหมดเพื่อเข้าชมรมคนรักขนมปังไม่ให้ถูกยุบอันเนื่องมาจากสมาชิกไม่พอเชียวนะ
หากเกะโทอยู่ด้วยคงตบไหล่แล้วบอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะเมงุมิ...แต่ในเมื่อเกะโทไม่อยู่
และฟุชิงุโระไม่เข้าใจเจตนาแอบแฝงของรุ่นพี่ผมขาว
สมมติฐานจึงหลุดจากความจริงไปอักโข
ด้วยเหตุผลบางประการและพละกำลังมหาศาล อิตาโดริ
ยูจิต่อยตีเก่งอย่างไม่ต้องสงสัย
ทั้งอย่างนั้นฟุชิงุโระกลับเอ่ยชัดถ้อยชัดคำว่าสู้โกะโจไม่ได้ บรรยากาศเครียดเคร่งขึ้นทันควัน
คุกิซาคิตบไหล่คนโดนหมายหัว “มีอะไรเรียกพวกฉันนะ”
“งั้นเย็นนี้ไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อยสิ!”
“...”
เทียบกับอิตาโดริซึ่งยังกระตือรือร้นแจ่มใส
ขีดสีดำร่วงลงมาเป็นแถวเหนือศีรษะฟุชิงุโระกับคุกิซาคิ
พวกเขาคิดในใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่าไม่น่าห่วงไอ้บ้านี่ให้เสียแรงเปล่าเลยว้อย!
ขณะที่เด็กปี 1 เริ่มระวังตัวแจเพราะเข้าใจเจตนาของโกะโจ ซาโตรุผิด
ตัวปัญหากำลังตั้งใจลองจีบคนดูสักตั้ง
แต่ก่อนอื่น...
“ท่าทางสนิทสนมกับยูจิดีนี่ นานามิ เคนโตะคุง
วันก่อนผมเจอพวกนายไปเดินเที่ยวด้วยกันที่สถานีด้วยล่ะ”
นานามิ
เคนโตะปรายตามองรุ่นพี่นิสัยเสียที่บุกรุกมาหาตนอย่างกำเริบเสิบสานถึงห้องชมรม
คิดในใจว่าอิตาโดริคุงไปเกี่ยวข้องกับคนพรรค์นี้อีท่าไหนกันละนั่น
“มีธุระอะไรครับ”
คงเพราะไม่ยินดีต้อนรับด้วย
น้ำเสียงของนานามิราวกับจะเชิญแขกกลับบ้าน
ทางด้านหลังของโกะโจ
มีสองหนุ่มสาวมายืนถือตะขอสับเหมือนอิตาโดริเปี๊ยบ
ต่างกันนิดหน่อยตรงผู้คุมของโกะโจช่างก่อกวนและรอเหยียบย่ำซ้ำเติมเมื่อสบโอกาส
โชโกะกระซิบกระซาบกับเกะโทว่า “หมอนี่ไปไหนก็มีแต่คนรังเกียจเนอะ”
“เป็นอะไรกับเขาก็ไม่ได้เป็นยังระรานไปทั่วเนอะ”
“เด็กคนนั้นจำชื่อได้หรือเปล่าก็ไม่รู้เนอะ”
“ทำตัวแบบนี้เขาคงสนหรอกเนอะ”
...เป้าหมายของโกะโจเลยเปลี่ยนจากนานามิมาเป็นเพื่อนเฮงซวยสองคนแทน
เห็นโกะโจไล่ทุบคน นานามิซึ่งมีสัญชาตญาณเฉียบแหลมและหัวไวพอจับเค้าอะไรได้ลางๆ
คนด้านหลังส่งสัญญาณมาขนาดนี้ คาดว่าน่าจะเดาได้ถูกต้อง ดวงตาเรียวเล็กขยับไหว
จากนั้นเอ่ยหยั่งเชิงออกไปอย่างสุขุม
“มีธุระกับอิตาโดริคุงเหรอครับ?”
โกะโจซึ่งกำลังล็อกคอเพื่อนเสียจังหวะจนคู่กรณีหลุดพ้นพันธนาการทันที
กว่าจะมานั่งเก้าอี้อย่างสงบเรียบร้อยกันได้ทุกคนก็เล่นเอาเสียเวลาโดยใช่เหตุไปไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม โกะโจไม่ได้ยอมรับแต่อย่างใด
“แค่แวะมาเยี่ยมนานามิคุงเฉยๆ หรอก”
...แล้วเมื่อกี้พูดชื่อใครออกมามิทราบ นานามิคิ้วกระตุก
หลังนับหนึ่งถึงสามสงบใจ เขาตอบกลับตามน้ำ “ผมสบายดีครับ ขอบคุณที่อุตส่าห์มาเยี่ยม
เชิญ”
เท่านั้นเองโชโกะกุมท้องหัวเราะก๊าก เกะโทปิดปากตัวสั่นกึกๆ
ส่วนโกะโจหน้าตึง เส้นเลือดบริเวณแขนเต้นตุบๆ
จะด้วยสงสารหรือสมเพช หรือมีน้ำใจก็ไม่ทราบ
เกะโทเข้ามาช่วยออกหน้าแทน “ชมรมนายมีสมาชิกสองคนไม่ใช่เหรอ
วันนี้อีกคนไปไหนซะล่ะ”
“ไหนว่าแค่มาเยี่ยมผมไงครับ” นานามิยังจับปากกา
ไม่ได้รามือจากการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเอามานั่งทำแต่อย่างใด
“ซาโตรุมาเยี่ยมนาย ส่วนฉันมาเยี่ยมอิตาโดริคุง...เอาแบบนี้แล้วกัน”
เกะโทเอ่ยยิ้มๆ
เจอผีพูดภาษาผีเจอคนพูดภาษาคน เมื่อเกะโท สุงุรุพูดด้วยดีๆ
นานามิไม่มีเหตุผลให้ต้องยอกย้อนกลับไป
เขาหวนนึกถึงข้อความที่ตนได้รับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ค่อยตอบกลับตามตรง
“เห็นบอกว่าจะไปดูหนังกับพวกฟุชิงุโระคุงน่ะครับ”
“เมงุมิงั้นเรอะ?” เสมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงตรงหน้าโกะโจ
หญิงสาวเพียงคนเดียวในที่นั้นอย่างโชโกะถอนหายใจ อยากจะเอ่ยว่า ‘อย่าคิดว่าทุกคนต้องเป็นคู่แข่งนายไปหมดสิ
หยุดคิดอกุศลบ้างได้ไหมเนี่ย’ แต่ช่วงนี้วงจรสมองของโกะโจไม่ปกติ
พูดไปคงไม่เข้าหู...ช่างมันดีกว่า เธอเลือกยื่นมือเปิดช่องให้เก็บข้อมูล
รู้ว่ามีคนหนึ่งหูผึ่งรอฟังแน่ๆ “ไปเที่ยวกับเพื่อนแบบนี้แสดงว่ายังไม่มีแฟนสินะ”
นานามิไม่สนใจ “เรื่องส่วนตัว ผมไม่ยุ่งครับ”
“...” เหล่าปี 3 ซึ่ง ‘ยุ่งเรื่องส่วนตัวคนอื่น’
ขืนอยู่ต่อคงมีแต่โดนเด็กถอนหงอก ปี 3 ทั้งสามจำต้องพาร่างกายบาดเจ็บอพยพย้ายถิ่นฐานออกมาตั้งหลักใหม่
ซึ่งกว่าจะผละออกมาได้ก็เย็นแล้ว ควรกลับไปทำการบ้านและพักผ่อน ทว่า...
“ไปกันสามคนไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เดทสักหน่อย จะตามไปดูทำไมกัน”
“ผมไม่สบายใจ” โกะโจผู้งุ่นง่านไม่ยอมเลิกรา
โชโกะไม่สนใจตามสตอล์กคน ท้ายที่สุดเลยมีเกะโทคนเดียวที่โดนลากแพร่ดๆ
เข้าเมือง ระหว่างนั้นเขากรอกหูเพื่อนสนิทไม่หยุด อิดหนาระอาใจเหลือแสน
“ตามสตอล์กเป็นอาชญากรรม ไม่ใช่เรื่องโรแมนติก ระวังโดนตำรวจจับ”
“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” โกะโจแถข้างๆ คูๆ
“ไม่ได้สตอล์กด้วย”
ไม่เลย สตอล์กอยู่ชัดๆ...เกะโทกังวลว่าหากโดนเรียกตำรวจขึ้นมาตัวเองจะโดนรวบด้วยไหม
ควรตัดช่องน้อยตั้งแต่ตรงนี้เลยหรือเปล่า
ในเมื่อเขาห้ามแล้วก็นับว่าทำหน้าที่เพื่อนที่ดีได้ไม่บกพร่อง
น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่รึ?
แต่ถึงจะพูดนั่นนี่ ท้ายที่สุดเกะโทหนีไม่ทัน พวกเขามาถึงวอล์กกิ้งสตรีทที่ใกล้โรงเรียนที่สุดเรียบร้อย
ก่อนออกจากโรงเรียนโกะโจย่อมคิดไว้ก่อนแล้วว่าจะหาคนอย่างไร
ฟุชิงุโระ เมงุมิมีเพื่อนฝูงจำนวนหยิบมือ
บัญชีที่ฟอลโลว์ในโซเชียลแอคเคาท์จึงน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
กวาดตามองทีเดียวก็เห็นแอคเคาท์ของอิตาโดริกับคุกิซาคิแล้ว ฉะนั้น
เมื่อเห็นคุกิซาคิลงรูปเซลฟี่หมู่พร้อมเช็คอินสถานที่เมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา
ปลายทางก็ถูกกำหนดทันที...เกะโทอยากจะขำแห้งที่ตนไม่รู้สึกแปลกใจสักนิดกับการเตรียมการพร้อมสรรพนั่น
เอาเถอะ หาบัญชีโซเชียลมีเดียคงเป็นเรื่องที่คนแอบชอบปกติเขาทำกัน
น่าจะไม่แปลกอะไร
ปัญหาตอนนี้คือวอล์กกิ้งสตรีทกินพื้นที่กว้างขวางพอตัว
โกะโจกวาดสายตาโดยรอบ อาศัยส่วนสูงเกินวัยให้เป็นประโยชน์
เวลานี้ยังไม่ถึงช่วงเลิกงานของมนุษย์เงินเดือน มวลชนจึงไม่ถึงกับพลุกพล่านมากนัก
ทั้งอย่างนั้นยังมีเด็กนักเรียนทั้งในและนอกเครื่องแบบเดินไปมาไม่ใช่น้อย
ทั้งสองหนุ่มต่างหาเป้าหมายซึ่งสวมเครื่องแบบเหมือนพวกตนไม่เจอ
“ป่านนี้คงเข้าไปนั่งดูหนังแล้วล่ะ”
เกะโทพูดเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างมากออกมา
ใจดีมากแล้วที่ไม่พูดต่อว่าหาตัวเจอแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ
ได้แต่กัดผ้าเช็ดหน้ามองอย่างเคืองแค้นจากมุมอันห่างไกลไม่ใช่หรือไง?
พวกเขาไม่รู้ว่ารุ่นน้องมาดูหนังเรื่องอะไร อันที่จริงรีบเร่งมาถึงนี่ก็เป็นการกระทำอันเปล่าประโยชน์แต่ต้น
ต้องรอจนกว่าหนังจะฉายจบอยู่ดี “นายไปนั่งกินขนมให้ใจเย็นลงหน่อยดีกว่าน่า”
เหนื่อยล้าจากการเดินทางเอย อารมณ์พลุ่งพล่านจนเสียพลังงานเอย
ได้รับน้ำตาลมาเยียวยาเป็นความคิดที่ไม่เลว โกะโจยอมรับข้อเสนอนั้นแล้วแวะคาเฟ่ใกล้ๆ
เพื่อเติมความกระปรี้กระเปร่าให้ชีวิต
แน่นอนว่าเลือกนั่งติดฝั่งกระจกเพื่อให้สังเกตโดยรอบได้ง่าย
หย่อนใจได้ราวๆ สี่สิบนาที เป้าหมายพลันปรากฏตัว
เกะโทเป็นคนสังเกตเห็นก่อน
“เมงุมิไม่ได้อยู่ด้วยแฮะ”
ที่เดินออกมาจากโรงหนังเป็นคู่หนุ่มสาวเพียงสองคน หากไม่รู้ตื้นลึกหนาบางคงคิดว่าเป็นคู่รักมัธยมปลาย
โกะโจจ้องสาวน้อยผมสั้นเขม็ง
เนื่องจากเป็นหนึ่งในกลุ่มแก๊งเพื่อนสามคน เขาย่อมหาข้อมูลของเธอมาบ้าง
เห็นหน้าสวยๆ แถมดูบอบบางอย่างนี้ ได้ยินมาว่าคุกิซาคิ
โนบาระเคยถูกเรียกตัวเข้าห้องปกครองฐานพกพาอาวุธมาโรงเรียน แม้จะเป็นค้อนอันเท่ากำปั้น
แต่ใครที่ไหนพกของแบบนั้นติดตัวกันล่ะ
อย่างไรก็ดี จะพกค้อนหรืออะไรตอนนี้มันไม่สำคัญสักนิด
ที่สำคัญคือเห็นคู่รักที่ผ่านไปมาซุบซิบมองสองคนนั้นด้วยความเอ็นดูนี่สิ
เจ้าหล่อนเป็นเพื่อนของอิตาโดริเฟ้ย
แค่เพื่อนน่ะ!
“ซาโตรุ อย่าหักช้อนของที่ร้านนะ”
เห็นช้อนสแตนเลสเริ่มงอเล็กน้อย
เกะโทบังเกิดอาการปวดแปล๊บที่ข้างขมับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ค่าเสียหาย
แต่ไอ้หมอนี่เป็นเด็กประถมหรือไง
โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงทำไมไม่รู้จักควบคุมอารมณ์บ้างหา? หรือจะบอกว่าที่นั่งติดเก้าอี้ได้อยู่นี่นับว่าควบคุมอารมณ์ได้แล้ว? มาตรฐานต่ำไปหน่อยไหม?
อ๊ะ แต่หัวร่อต่อกระซิกกันแบบนี้...
“เฮ้ย ซาโตรุ บอกว่าอย่าหัก...! ...เฮ้อ”
สี่สิบห้าองศา สวยงามมาก...
สองหนุ่มจ่ายค่าอาหารพร้อมค่าเสียหาย
แม้เห็นได้ชัดว่าหน้าตาหล่อเหลาซื้อใจผู้จัดการร้านได้และช่วยยกระดับความรู้สึกดีๆ
ของอีกฝ่าย แต่หญิงสาวยังคงอบรมนักเรียนไปเล็กน้อยตามความเหมาะสม
กว่าจะออกมาจากร้านและหาอิตาโดริกับคุกิซาคิเจอ
ในอ้อมกอดของฝ่ายหญิงก็มีตุ๊กตาเสือหน้าตาน่าเอ็นดูตัวหนึ่ง
คาดว่าน่าจะได้มากจากการเล่นเครนเกม
ดีล่ะ ไม่หันไปมองหน้าซาโตรุดีกว่า
“เสือเรอะ...เสือ...”
เพื่อนคนข้างๆ คงริษยาตาร้อนจนหน้าหล่อๆ บิดเบี้ยวเสียโฉมไปแล้ว
เกะโท สุงุรุนั่งยองหลบมุมมองรุ่นน้องร่วมสถาบัน
จนตอนนี้ยังไม่รู้ว่าฟุชิงุโระหายไปไหน
และไม่รู้อีกเช่นกันว่าไอ้เพื่อนบ้าจะทำอะไรต่อไป
ตอนนี้เขาทำได้แต่ล้างสมองว่าตนกำลังเล่นบทนักสืบแม้พฤติกรรมใกล้เคียงโรคจิตเข้าไปทุกที
“สุงุรุ ไปกัน”
“ไปไหน”
“ล่มเดท!”
...เหอะๆ นิสัยเสียเป็นบ้า
ตอนนั่งดู “มหาเวทผนึกมาร” ได้สักยี่สิบนาที
โทรศัพท์มือถือของฟุชิงุโระ เมงุมิสั่นไม่หยุด
เจ้าตัวจำต้องลุกออกไปด้านนอกด้วยสีหน้าติดรำคาญ เมื่อกลับมาอีกทีก็กระซิบบอกว่าขอตัวกลับก่อน
พ่อทำจานแตก ต้องรีบซื้อของใหม่กลับไปตบตาก่อนแม่โมโห
คุกิซาคิกับอิตาโดริจำต้องโบกมือลาเพื่อนเงียบๆ
แล้วออกจากโรงหนังมาเพียงสองคน
“น่าเสียดายที่หมอนั่นกลับไปก่อน หนังสนุกออก”
“แต่ไม่อยู่ดูจบจบอาจจะดีกว่าก็ได้นะ กำหนดภาคต่อคือปีหน้าแน่ะ ค้างตายเลย”
หนังจบเอาช่วงใกล้ค่ำ
แต่สองคนเห็นตรงกันว่ายังอยากเดินเล่นต่ออีกหน่อย
ปรากฏว่าเดินสะเปะสะปะไปได้ไม่ไกล
อิตาโดริสะดุดตาเข้ากับตุ๊กตาเสือจึงดึงแขนเสื้อลากคุกิซาคิไปยังตู้เครนเกม
ปลุกปล้ำแป๊บเดียวเป็นได้กอดคอร้องเฮหน้าตู้
เฮได้เดี๋ยวเดียว
“ทำไมต้องให้ฉันถือเล่า!”
“เอ๋ ฉันอยากกินไทยากินี่นา ถือตุ๊กตาแล้วกินไม่ถนัดน่ะ”
ก่อนเพื่อนสาวจะเตะเสย อิตาโดริรีบตกลงจ่ายค่าแรงเป็นขนมไทยากิ
จริงอยู่ว่าคุกิซาคิไม่ใช่คนที่หลอกล่อได้ด้วยของกิน
แต่ตุ๊กตานุ่มนิ่มในอ้อมแขนให้สัมผัสไม่เลวเธอจึงอลุ้มล่วยให้สักหน “เดี๋ยวฉันจะมาซื้อชุดคอลเลคชั่นใหม่
ตอนนั้นมาด้วยกันด้วยล่ะ”
“เอ๊ะ?”
“มี ปัญ หา เรอะ?”
“ไม่มีคับพ้ม” อิตาโดริรีบยกมือทำวันทยหัตถ์ไวว่อง
ร้านไทยากิใกล้ๆ เป็นของคุณลุงวัยกลางคน หน้าร้านธรรมดามาก
อิตาโดริได้กลิ่นหอมเตะจมูก นึกอยากกินเดี๋ยวนั้นถึงตัดสินใจซื้อ
ไม่มีเหตุผลอื่นใดเป็นพิเศษ
ทว่าพอหาที่นั่งจุมปุ๊กเพื่อกินขนมได้กลับมีเรื่องเสียนี่...ยังไม่ทันได้แกะห่อด้วยซ้ำ
เด็กวัยรุ่นแปลกหน้าสี่คนตีวงล้อมพวกเขาทั้งสอง
เป้าหมายเห็นได้ชัดว่าเป็นอิตาโดริ ทว่าคุกิซาคิที่อยู่ด้วยกันพลอยโดนหางเลขไปด้วย
อีกฝ่ายไม่แสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการปล่อยเธอไป
เหมือนจะคิดใช้เป็นตัวต่อรองด้วยซ้ำ
คุกิซาคิถอนใจยาว “แค่มาช่วยฉันถือถุงช็อปปิ้งยังจะน้อยไปนะ”
อิตาโดริมองคนข้างกาย สายตาขอลุแก่โทษ
“ฉันไม่มีตังค์เลี้ยงอะไรเลยแฮะ เดี๋ยวทำข้าวกล่องมาเผื่ออาทิตย์นึงแล้วกัน ดีล?”
“เออ ก็ได้ ดีล”
เรื่องที่อิตาโดริ ยูจิเป็นตัวยุ่งยากผิดคาดคุกิซาคิรู้มานานแล้ว
พวกเขารู้จักกันมาหลายเดือน เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ผิดตรงคราวนี้ฟุชิงุโระไม่อยู่
กำลังรบเลยถดถอย ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะคับขันแต่อย่างใด
แม้คุกิซาคิไม่มีปัญหาหากต้องร่วมวงใช้กำลัง ทว่าลำพังเพียงมีอิตาโดริอยู่
การวิวาทไร้สาระข้างถนนนี้ก็ถูกตัดสินผลเรียบร้อยแล้ว
สาวน้อยหักข้อมือดังกร๊อบพลางบิดคอ ประกายตาคมปลาบ
คู่กรณีต่างโรงเรียนเห็นดังนั้นกลับยิ่งครึ้มอกครึ้มใจกว่าเดิม
ถึงขั้นผิวปากด้วยสีหน้าน่ารังเกียจ คุกิซาคิตัดสินใจทันที...แม่จะหักคอมันให้ดู
ทว่าเหล่าเด็กหนุ่มในเครื่องแบบต่างโรงเรียนเพียงขยับตัวได้ครึ่งจังหวะ
ไม่ทันได้ทำอะไรเกินกว่านั้น ด้านหลังของคุกิซาคิกับอิตาโดริพลันมีอาคันตุกะเครื่องแบบดำ...ร่างกายสูงโปร่ง
ลาดไหล่ผึ่งผาย
เป็นเด็กหนุ่มตัวสูงใหญ่สองคนที่เปล่งรัศมีกดดันเรืองรองออกมาทั้งตัว
ผู้มาใหม่ก้าวพรวดทีเดียวมายืนขวางหน้าเด็กแสบทั้งสองเอาไว้
หมากตัวใหม่บนกระดานยังผลให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
เสียงทุ้มๆ รื่นหูของเกะโทดังขึ้นก่อน “มีธุระอะไรกับเด็กพวกนี้เหรอ”
“ว้าว เสียงหล่อเหมือนซากุไร ทาคาฮิโระเลยแฮะ”
“เสียงฉันก็หล่อเหมือนนากามุระ ยูอิจินะ!”
เนื่องจากรุ่นพี่ปรากฏตัวปานฮีโร่ปราบเหล่าร้าย
แถมเสียงละมุนหูยังกับพระเอกจากที่ไหนสักเรื่อง อิตาโดริจึงอุทานติดตลก
ผลคือรุ่นพี่ผมขาวอีกคนมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงเฉยเลย ดูทรงคงอารมณ์ไม่ดีเป็นทุน
ไม่รู้ไปกินรังแตนมาจากไหน คิดแล้วก็ได้แต่เกาแก้มแกรกๆ
ไม่ต่อล้อต่อเถียงกลัวไปสุมไฟไม่เข้าเรื่อง
สถานการณ์เปลี่ยนเป็นสี่ต่อสี่...ชายสี่ปะทะชายสามหญิงหนึ่ง
ดูจากสมาชิกของทั้งสองฝ่าย...ไม่ต้องเดาผลกันแล้ว
เด็กหนุ่มต่างโรงเรียนที่ตัวโตที่สุดขมวดคิ้ว
ดวงตาปิดความตระหนกไม่มิด “แก โกะโจ ซาโตรุ?”
“หา? นากามุระ ยูอิจิมั้ง”
“ซาโตรุ อย่าเพิ่งกวนตีนสิ”
“ไอ้คนเสียงหล่อ หยุดพูดไปเลย”
พาลกับพวกเดียวกันด้วยหรอกเรอะ
ก่อนได้แตกคอกันเอง ฝ่ายอริยอมรามือก่อน
เด็กหนุ่มสี่คนมองหน้าอิตาโดริสลับกับโกะโจ
จากนั้นล่าถอยด้วยสีหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจ
ความสงบหวนคืนไร้อุปสรรค
หากเป็นไปได้คุกิซาคิไม่อยากได้แผลมาทิ้งรวยบนหน้าสวยๆ ของตนเหมือนกัน
ถึงจะเคยวิวาทมาบ้างแต่อยู่บนพื้นฐานของเกมกีฬา
ซึ่งเมื่อเป็นกีฬาแล้วก็จะเป็นการปะทะแบบ 1 ต่อ 1
กล่าวคือให้มาต่อสู้สะเปะสะปะกับคนเป็นกลุ่มเธอไม่ถนัดนั่นเอง
ครั้งก่อนถึงปกป้องตัวเองได้ ทว่าก็ทำให้ฟุชิงุโระกับอิตาโดริห่วงหน้าพะวงหลัง
คุกิซาคิไม่ชอบความรู้สึกในตอนนั้น คิดแล้วโมโห อ๊ากกกก!
รุ่นพี่ผู้ปรากฏตัวกะทันหันหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า
คนหนึ่งกอดอกหันไปอีกทางด้วยความเร็วพอๆ กับตอนที่หันมา ส่วนอีกคนถามยิ้มๆ
“ทำไมโดนหาเรื่องได้ล่ะ”
จะว่าไปก็น่าทึ่ง ทั้งคุกิซาคิและอิตาโดริมาจากต่างจังหวัด ไม่น่ามีศัตรูที่กล้ามาหาเรื่องกลางเมืองไม่สนสายตาคนได้ภายในเวลาสั้นๆ
เลย
อิตาโดริจำรุ่นพี่ผมมัดจุกได้ พอเป็นคนถามที่หน้าตาเป็นมิตร
ความระแวดระวังพลันลดลง
ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ฟุชิงุโระเตือนให้ระวังเฉพาะโกะโจด้วย
เขาลองคิดหาเหตุผลที่ถูกหาเรื่อง จากสถิติในอดีต เป็นไปได้มากสุดคือ
“...เพราะหน้าตา ล่ะมั้งครับ?”
“...”
น้ำเสียงและท่าทางคนพูดจริงจังจนไม่เหมือนเล่นมุก เกะโทนึกในใจ
อิตาโดริเป็นมนุษย์หลงตัวเองด้วยเหรอ? ในกรณีโกะโจเป็นเรื่องปกติมากหากเจ้าตัวอวดโอ้รูปทรัพย์
บางทีคนประเภทเดียวกันคงดึงดูดกัน ฉะนั้นอย่าไปคิดมากดีกว่า
ด้วยความที่เพื่อนอีกคนยังหงุดหงิดหัวเสีย เกะโทรับหน้าที่เชื่อมสัมพันธ์กับรุ่นน้อง
ทั้งพูดคุยสร้างความสนิทสนม เปิดหัวข้อสนทนาเพื่อทำความรู้จัก
ทั้งยังชักจูงหว่านล้อมจนได้เดินกลับด้วยกัน
กลายเป็นว่าอิตาโดริซึ่งเข้ากับคนง่ายสนิทใจกับเกะโทมากกว่าโกะโจเสียอย่างนั้น
“รุ่นพี่ กินไทยากิไหมครับ”
แรกสุดเขาซื้อมา 3 ชิ้น แบ่งให้เพื่อนสาว 1 ชิ้น ตั้งใจเก็บไว้กินเอง
2 ชิ้น ทว่ารุ่นพี่สองคนมาแสดงน้ำใจช่วยเหลือ
จึงตัดใจยกขนมส่วนนี้ให้ระหว่างทางขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน เกะโทเป็นคนเอ่ยขอบคุณ
ส่วนโกะโจตัดหน้ารับขนมไป ตอนที่กัดคำเล็กๆ ไปคำหนึ่ง รุ่นพี่ที่ยังคงใส่แว่นดำแม้ฟ้ามืดครึ้มทำหน้าเหมือนนึกอะไรได้
“ยูจิ”
“...?”
“ถ่ายรูปให้หน่อยสิ”
“อ้อ ได้ครับ”
คนถูกเรียกรับโทรศัพท์ราคาแพงจากรุ่นพี่มาถือไว้ ถ่ายรูปขนมไทยากิแหว่งๆ
ให้ตามที่อีกฝ่ายขอ เจ้าตัวประหลาดใจไม่น้อยตอนได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนด้วยชื่อต้น
ทว่าความประหลาดใจคงอยู่เพียงระยะเวลาสั้นๆ
ตรงข้ามกับอิตาโดริผู้ยังคงวางตัวเอ้อระเหยไม่คิดเล็กคิดน้อย
คุกิซาคิซึ่งหวนนึกถึงคำเตือนของเพื่อนสนิทอีกคนได้ตั้งป้อมหวาดระแวงเต็มที่
ตั้งแต่เมื่อครู่เธอก็ง่วนอยู่กับโทรศัพท์...ไม่ได้เปิดแชทกลุ่ม
แต่เปิดแชทของฟุชิงุโระขึ้นมา หลังเปิดประเด็นไปด้วย ‘SOS ข้าศึกบุกประชิด’ ก็รายงานสถานการณ์ปัจจุบันให้เพื่อนทราบด้วยความเร็ว
11 ตัวอักษรต่อวินาที ดีว่ามีคนจำนวนไม่น้อยก้มหน้าก้มตาใช้โทรศัพท์
แม้ความเร็วในการขยับนิ้วของคุกิซาคิจะน่าตกตะลึงก็ไม่ได้เป็นจุดสนใจมากขนาดนั้น
“แท็กตัวนายเองด้วยสิ” โกะโจเรียกร้องไม่เลิก “เป็นคนถ่ายนี่”
“งั้นเหรอครับ? พอดีผมไม่ค่อยถนัดอะไรพวกนี้น่ะ”
แถมยังใช้โทรศัพอีกฝ่ายโพสพร้อมแท็กตัวเอง
ในหัวอิตาโดริมีแต่ความคิดว่าไม่เข้าใจคนรวยๆ เลยแฮะ
ปกติไม่ใช่รุ่นพี่ต้องโพสเองแท็กเองหรอกเหรอ?
ภาพโกะโจถือขนมไทยากิบนรถไฟฟ้าจึงมีการแท็กอิตาโดริอย่างงงๆ ที่งงเป็นเพราะอยู่กันหลายคนดันติดแท็กคนเดียวนั่นแหละ
“ออกนอกหน้ามาก
แต่คุณรุ่นน้องต้องคิดว่านายทำแบบนี้เพราะตัวเองเป็นคนถ่ายรูปแน่ๆ”
ถูกเผง
แม้ขึ้นขบวนเดียวกัน แต่อิตาโดริกับคุกิซาคิต้องลงก่อน
ส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของได้ไม่ทันไรก็มีอันต้องอุ้มตุ๊กตาเดินลงจากรถ
ทั้งอย่างนั้นเจ้าตัวยังมิวายหันมาโบกมือลาอย่างมีอัธยาศัย “วันนี้ขอบคุณมากนะครับ
แล้วเจอกันที่โรงเรียนนะ”
“ลาล่ะค่ะ”
เพียงเกะโทเท่านั้นที่รักษารอยยิ้มไว้ได้ขณะโบกมือลารุ่นน้อง โกะโจที่เมื่อครู่ยังเลื่อนหน้าจอดูโพสอารมณ์ดีๆ
พอเห็นสองหนุ่มสาวเดินออกไปด้วยกันก็เดาะลิ้นหน้าเบ้ขึ้นมาอีกยก
สถานการณ์ฝั่งรุ่นพี่คือคนหนึ่งพยายามฉุดดึงสติอีกคนสุดความสามารถ
ส่วนฝั่งรุ่นน้องคือสาวสวยกระซิบสารที่ได้รับมาจากเพื่อนอีกคนผู้กำลังช่วยพ่อกอบกู้สถานการณ์ทางบ้าน...ตอนนี้ยิ่งเข้าใจผิดไปใหญ่กู่ไม่กลับแล้ว
“ไม่ได้มาดีแน่”
ฟุชิงุโระ เมงุมิเอ่ยอย่างหนักแน่นในการประชุมเพลิงวันถัดมา
ด้วยความที่มองโกะโจในแง่ร้าย (มาก)
และเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าตราบใดที่ไม่ได้เอาคืนสักหนฝ่ายนั้นจะไม่ยอมเลิกรา
แก๊งปี 1 ซึ่งเชื่อปักใจแล้วว่าโดนรุ่นพี่เหม็นขี้หน้า
ปัจจุบันกำลังพยายามคิดหาวิธีในการป้องกันและรับมือสุดความสามารถ อิตาโดริ
ยูจิซาบซึ้งใจน้ำตาจะไหลที่เพื่อนสองคนยอมร่วมหัวจมท้ายกันขนาดนี้ ทว่ามีเรื่องหนึ่งที่ตนอยากแย้ง
“บางทีอาจบังเอิญมาเจอก็ได้ ยังไงก็เข้ามาช่วยฉันกับคุกิซาคิ
รุ่นพี่คงไม่ได้เจตนาร้ายอะไร”
“คุณโกะโจไม่มีน้ำใจขนาดไปช่วยรุ่นน้องที่ไม่ได้สนิทสนมตอนโดนหาเรื่องหรอก”
ฟุชิงุโระใช้ประสบการณ์ตรงในการตอบโต้ พอคนพูดเป็นคนที่รู้จักโกะโจมานมนานนับสิบปี
อิตาโดริพลันเรียกร้องความบริสุทธิ์ต่อให้ไม่ออก
จริงอยู่ว่าโกะโจ ซาโตรุ ไม่ได้ ‘มาดี’ แต่ก็นับเป็นคนละความหมายกับที่พวกฟุชิงุโระเข้าใจ
“ก่อนหน้านี้เขาเคยถามว่านายชอบคนแบบไหน มีแฟนหรือเปล่า”
“คุณพระ! หรือจะข่มขู่”
คุกิซาคิมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงมาก เมื่อฟุชิงุโระตอบว่า ‘เป็นไปได้’ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เจ้าหล่อนถึงกับบริภาษดังลั่น
“สารเลวเกินไปแล้ว!”
โกะโจ ซาโตรุจามสุดตัวในห้องศิลปะของปี 3 น้ำลายกระเซ็นรดหลังเกะโท
อีกด้าน
สามหนุ่มสาวยังคงใช้คาบภาษาอังกฤษที่อาจารย์ติดประชุมนั่งสุมหัวกันต่อไป
เป็นธรรมดาที่คนเราจะเชื่อคำพูดคนใกล้ชิด ในเวลาอย่างนี้
ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นเช่นไรก็ไม่อาจลบทำลายทัศนคติของฟุชิงุโระต่อโกะโจได้
หมายความว่าเมื่อฟุชิงุโระแสดงความเห็นของตนต่อโกะโจ
เพื่อนสนิททั้งสองพร้อมเชื่อตามเขาโดยไม่คิดสงสัยนั่นเอง
ปัญหาคือฟุชิงุโระไม่มีเจตนาให้ร้ายรุ่นพี่แต่อย่างใด
เขาบอกเล่าประสบการณ์อย่างจริงจังและจริงใจเพื่อให้คุกิซาคิและอิตาโดริรับมือสถานการณ์ต่างๆ
อย่างเหมาะสม เสียก็แต่ตีความเจตนาของโกะโจ ซาโตรุผิดไปหน้ามือเป็นหลังเท้า
“เขาเก่งมากจริงดิ? ขนาดนั้นเลย?” คุกิซาคิเคยเห็นฝีมือชกต่อยของอิตาโดริมาก่อน
ในเมื่อฟุชิงุโระก็เคยเห็นเช่นกันยังยืนกรานว่าไอ้ปิศาจหัวบื้อนี่สู้รุ่นพี่ตัวผอมๆ
คนนั้นไม่ได้อีกงั้นรึ?
ทว่าคู่กรณีพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว ซ้ำยังเสริมเหตุผลให้เพิ่มเติม
“เคยมีเรื่องกับพ่อฉันจนไปนอนโรงพยาบาลกันทั้งคู่”
“...”
พ่อของฟุชิงุโระเป็นตำรวจ เคยไปรับมือเหตุการณ์เด็กตีกัน
ผลคือต้องลงไม้ลงมือกับโกะโจเพื่อป้องกันตัวและหยุดยั้งสถานการณ์
ขนาดโทจิเก่งกาจนักหนายังโดนเด็กมันลูบคมจนต้องเย็บแผลร่วมเจ็ดเข็ม
“ยุคสมัยไหนแล้วยังจะมาแค้นเคืองอะไรกันขนาดนั้น
ฉันแค่ทำแว่นรุ่นพี่พังเองนะ!” อิตาโดริโวย พูดไปกลุ้มไป
“ถึงไม่มีปัญญาจ่ายก็เถอะ แต่จะให้โดนเพ่งเล็งไปอีกปีคงประสาทกินก่อนแหงเลย”
“ปัญหาไม่ใช่ของเสียหายแต่ศักดิ์ศรีต่างหากล่ะศักดิ์ศรี
ต่อหน้าคนเยอะแยะดันมาโดนนายทุบเข้าให้”
คุกิซาคิใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากคนหัวทึบรัวๆ หมั่นไส้เต็มกำลัง
“แต่ว่า...ไม่ได้ทุบซะหน่อย แค่ลูกบอลมันไปทางนั้น ฉันเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
โกรธแค้นกันด้วยเรื่องแบบนี้ไร้สาระเกินไปแล้ว!”
“คุณโกะโจเป็นคนไร้สาระ” ฟุชิงุโระไม่ไว้หน้า “และโตแต่ตัว”
หนนี้ที่ห้องศิลปะไกลออกไป
เกะโทเอาขนมปังสำหรับลบดินสออุดปากเพื่อนทันก่อนเจ้าโง่นั่นจะจามสนั่นหวั่นไหว
ครูประจำวิชาห้ามมวยแทบไม่ทันเพราะคุณชายรับไม่ได้กับการถูกอุดปากด้วยขนมปังดำปี๋
“โดนชกสักตุ้บสองตุ้บไม่เป็นไรหรอก จะได้จบๆ”
สมองของอิตาโดริโอเวอร์ฮีทแล้ว เขาไม่อยากมานั่งระแวง
นี่ถ้าคุกิซาคิไม่โดดล็อกตัวเอาไว้คงพุ่งไปห้องปี 3 ให้รุ่นพี่อัดหน้า
“ฉันว่ามีอีกทาง” ฟุชิงุโระเอ่ยงึมงำจากบนเก้าอี้
คุกิซาคิจับสัญญาณบางอย่างได้ ดวงตาตวัดฉับขึ้นมองโดยที่ขายังล็อกเอวอีกคน
เมื่อประสานสายตากับฟุชิงุโระ กระแสไฟฟ้าลั่นเปรี๊ยะ เธอถามหยั่งเชิง
“นายคิดเหมือนฉันหรือเปล่า?”
“น่าจะ”
“ถ้างั้น...?”
“เอาตามนี้แล้วกัน”
เพื่อนสองคนสบตายกนิ้วโป้งให้กันอย่างรู้ใจ
ทิ้งอีกคนไว้ข้างหลังอย่างไม่ไยดี
อิตาโดริโอดครวญดังลั่น “อย่าคุยกันสองคนเซ่!”
หลังจากยกธงขาวยอมรับว่าหลงรักเด็กหนุ่มรุ่นน้อง โกะโจ
ซาโตรุมักจะสอดส่ายสายตามองหาอิตาโดริ ยูจิ เงี่ยหูฟังความเป็นไปของอีกคนบ้าง
นั่งชื่นชมความเป็นเด็กดีของอีกฝ่ายในมุมที่เจ้าตัวมองไม่เห็นเหมือนแฟนคลับหลงใหลไอดอลบ้าง
ผิดกันตรงโกะโจไม่ได้ชื่นชมอย่างบริสุทธิ์ใจ แต่คิดไปไกลถึงขั้นอยากคบหาเป็นแฟน
ความที่คอยมองอิตาโดริอยู่ตลอดในโรงเรียน
เขาพบว่าไม่ค่อยเห็นเด็กคนนั้นอยู่ตามลำพังนัก
หากเพื่อนสนิทสองคนไม่อยู่ข้างกายก็มีอันต้องโดนเด็กชมรมกีฬาตัวโตๆ
ทั้งหลายมารุมมาตุ้ม
ฉะนั้นตอนเห็นแผ่นหลังคุ้นตายืนพิงเสาหน้าโรงเรียนอย่างโดดเดี่ยว
โกะโจคิดขึ้นมาก่อนเลยว่า ‘ได้โอกาสละ!’
ต่อเมื่อเข้าไปใกล้ถึงได้รู้สึกตัว
ว่านั่นไม่ใช่อิตาโดริ ยูจิ
แผ่นหลังและทรงผมเหมือนคนในความทรงจำ แนวคาง สันกราม ลำคอ
และใบหู...เสี้ยวหน้าที่มองเห็นจากด้านหลังเหมือนอิตาโดริไม่มีผิดเพี้ยน
แต่ควันสีอ่อนลอยอ้อยอิ่งกับเครื่องแบบนักเรียนผิดแผกจากเคยหยุดเท้าของโกะโจที่กำลังเข้าไปใกล้และอ้าปากร้องเรียกอีกฝ่ายเอาไว้
เสมือนมีตาหลัง หรือไม่ก็แค่สัญชาตญาณดีเยี่ยม
เด็กหนุ่มผู้ยืนสูบบุหรี่หน้าโรงเรียนมัธยมหมุนเฉพาะส่วนคอกลับมาสบดวงตาสีฟ้าเข้าพอดี
“...”
โกะโจ ซาโตรุรู้สึกล้มเหลวฐานไม่รู้ว่าคนในดวงใจมีฝาแฝด
ใบหน้านั้นเหมือนอิตาโดริ ยูจิกว่าเก้าในสิบส่วน
กระทั่งผมยังตัดเป็นทรงเดียวกัน ต่างกันแค่การปัดผมด้านหน้าเล็กน้อย
ดวงตาเรียวกว่าหน่อย กับความ ‘กร้าน’ ซึ่งทำให้แยกแยะออกในปราดเดียวว่าเป็นคนละคน
นอกจากนี้จุดที่เห็นชัดที่สุดคือเจ้าหนุ่มตรงหน้าใส่เครื่องแบบโรงเรียนอื่น
ตีซี้คนในครอบครัวเอาไว้ไม่เสียหาย
ทว่าโกะโจรู้สึกไม่ถูกชะตากับเจ้าคนที่พ่นควันปุ๋ยๆ คนนี้เอาเสียเลย
“มองหาอะไร แกรู้จักไอ้เวรนั่นเรอะ?”
ไม่เห็นน่ารักเหมือนยูจิเลยว้อย
แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นมาถึงศอกจึงเห็นว่าเป็นแขนของคนออกกำลังกาย
ทั้งที่อิตาโดริก็มีแขนแบบนี้และยังมีหุ่นนักกีฬาเหมือนกันโกะโจยังมองว่าน่ารักได้
แต่กับคนตรงหน้า ทำไมถึงครั่นมือครั่นเท้าอยากชก?
เกะโทเพิ่งเดินมาถึงหน้าโรงเรียน เมื่อครู่จู่ๆ
เพื่อนสนิทก็วิ่งปรู๊ดออกมาด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ
เขาไม่ได้รีบร้อนอย่างอีกฝ่ายจึงเดินทอดหุ่ยตามทันเอาป่านนี้
สิ่งที่เห็นคือคนผมขาวๆ
กำลังจ้องหน้าเขม็งกับเด็กต่างโรงเรียนที่มือหนึ่งคีบบุหรี่อีกมือหนีบกระเป๋าแบนๆ
“เกิดอะไรขี้น” เกะโทเข้าไปใกล้ กระซิบถามเสียงเบา ไม่เข้าใจว่าทำไมเขม่นกับคนที่มองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นญาติพี่น้องของอิตาโดริ
โกะโจขยับปากโดยไร้เสียง ‘เหม็นหน้าไอ้หมอนี่พิกล’ ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ก้าวเท้าเดินออกจากโรงเรียน
ชายหน้าเหมือนอิตาโดริไม่สนใจว่ามีใครมาคุยซิบซิบกันใกล้ๆ หรือไม่
ไม่สนใจว่ามีใครมองหรือวิพากษ์วิจารณ์ตน เขาเพียงยืนเหม่อลอยอัดควันเงียบๆ
จนผ่านไปไม่กี่นาที
หางตาเห็นว่าโกะโจยังยืนอยู่ที่เดิมค่อยลากสายตามองฝ่ายหลังอย่างพิจารณาด้วยความเกียจคร้าน
ผู้ชาย ตัวสูง ตาฟ้า ใส่แว่นดำ...
“หรือจะเป็นแกหว่า?”
โกะโจผู้ไม่ยอมกลับบ้านสักทีเพราะรอการปรากฏตัวของอิตาโดริเลิกคิ้วนิดหนึ่ง
ไม่แน่ใจว่าคนหน้าคุ้นแต่ไม่คุ้นเคยพูดอะไรกับตนหรือไม่
แล้วแก๊งปี 1 ก็โผล่มาได้จังหวะเหมาะเหม็ง อิตาโดริ ยูจิโบกมือหย็อยๆ
มาแต่ไกล
“สุคุน้า~~~~”
น้ำเสียงร่าเริงสดใสจนมีคนหนึ่งริษยาชนิดแทบหลั่งน้ำตาออกมาเป็นเลือด...สักวันจะต้องเรียกผมด้วยหน้ากับเสียงแบบนี้นะ!
เงาร่างกระฉับกระเฉงพุ่งผ่านโกะโจไปอย่างกระตือรือร้น อิตาโดริคึกคักมาก
สองตาจ้องมองเพียงใบหน้าที่โขกออกมาจากเบ้าแบบเดียวกับตน ‘โอ้โห มาหาฉันเหรอ!’ ‘ชอบตุ๊กตาตัวเมื่อวานใช่ไหม’ และอื่นๆ ต่อเนื่องเป็นหางว่าวจนคนฟังรำคาญ
ฟุชิงุโระเข้ามารับตอนเพื่อนสนิทโดนยันทิ้งได้ทันท่วงที รับไปก็ถอนหายใจเฮือกๆ
“ใจเย็นหน่อยได้ไหม”
สุคุนะยกขาลง “หุบปากได้ซะที ไอ้เวร” แต่แล้วก็มีอันต้องยกแขนขึ้นตั้งการ์ดเพราะมีหมัดลุ่นๆ
พุ่งมาจากอีกทาง
“แกนั่นแหละ ทำอะไรวะ?”
เจ้าของแขนยาวๆ คือโกะโจ ซาโตรุนั่นเอง
ดวงตาสีฟ้าของเขาวาววับอยู่หลังแว่นกันแดด ข้างขมับมองเห็นเส้นเลือดเต้นตุบๆ
ฟุชิงุโระเห็นรอยยิ้มแสยะของอีกฝ่าย คิดในใจว่า ‘เวรของจริงแล้ว’
ไม่มีใครสักคนในที่นั้นเข้าใจว่ามีคนทะเลาะกันด้วยเหตุอะไร อย่างไรก็ดี
พวกเขายังคงอยู่ในเขตโรงเรียนซึ่งไม่เหมาะสมในการใช้กำลังด้วยประการทั้งปวง
เกะโทเข้าใจจุดนั้นจึงเอื้อมแขนเข้าไปกันเพื่อนตัวเองก่อน
ฟากอิตาโดริปราดเข้าไปหาสุคุนะ
เสียง ‘เพียะ’ ตอนอิตาโดริเบี่ยงมือมีดออกไปไม่เบาเลย
น่ากลัวว่าแม้จะไม่รับแรงปะทะตรงๆ ข้อมือก็คงแดงเป็นปื้น สุคุนะหรี่ตาไม่ชอบใจ
ทว่าก็หยุดความคิดทำร้ายร่างกายโกะโจต่อในทันที
“ให้ตายสิ ถ้ารุ่นพี่โดนล่ะก็...”
อิตาโดริสะบัดมือซึ่งเริ่มไร้ความรู้สึกไปมา
คุกิซาคิจับข้อศอกอิตาโดริ หน้าเผือดลงหลายส่วน
หลังสบถหยาบคายออกมาคำหนึ่งก็พยายามรั้งเพื่อนออกไปหาเจลประคบเย็น
ทว่าเจ้าหล่อนสู้แรงคนเจ็บไม่ได้
เมื่อเจ้าตัวปักหลักตอกตัวเองอยู่กับที่คนแรงน้อยกว่าก็จนด้วยเกล้า
เมื่อครู่นี้โกะโจเป็นฝ่ายชกสุคุนะก่อน อิตาโดริเห็นเต็มตา
คู่แฝดของตัวเองไม่ใช่คนที่โดนหาเรื่องแล้วจะอยู่เฉยๆ
ดังนั้นการโจมตีกลับไม่นับว่าแปลกอะไร
ตอนนี้เรื่องที่น่าสงสัยคือโกะโจเคยมีเรื่องกับสุคุนะมาก่อนหรือเปล่า
ไม่อย่างนั้นทำไมต้องซัดสุคุนะด้วย ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
ไม่สิ...หากมีเรื่องกับสุคุนะอยู่ก่อนจริง
เรื่องที่ทำไมต้องตามวอแวหมายจะหาเรื่องตนก็ดูสมเหตุสมผล
อิตาโดริเริ่มฉลาดขึ้นมาบ้าง
“สุคุนะ นายเคยมีเรื่องอะไรกับรุ่นพี่โกะโจใช่ไหม”
อิตาโดริก้าวเข้าไปชิด ถามคนฝั่งตัวเองเสียงขรึม ยิ่งคิดยิ่งมั่นใจ
พวกเขาอยู่กันคนละโรงเรียน นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหมอนี่มาเหยียบโรงเรียน J เป้าหมายคงไม่ใช่มารอรับตนแต่เป็นเพราะคู่อริเสียมากกว่า
สุคุนะร้องหา ปรายตามองคู่แฝดเหมือนเห็นคนโง่
จากนั้นภาพที่อิตาโดริเห็นก็สั่น นั่นเพราะมีแรงดึงไปด้านหลัง
คราแรกนึกว่าเป็นฝีมือฟุชิงุโระคนเดิม ต่อเมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าจึงประหลาดใจ
โกะโจงึมงำว่า “ใกล้เกิน” ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
แต่อิตาโดริเซถอยหลังไปทางรุ่นพี่ได้เพียงครึ่งก้าวก็โดนสุคุนะคว้าแขนดึงเข้าหาตัวอีกรอบ
การชักเย่อมนุษย์เกิดขึ้นอย่างน่ากระอักกระอ่วน นอกจากเกะโทแล้ว
ทุกคนล้วนไม่เข้าใจว่าโกะโจไปยื้อยุดกับเขาทำไม
การเข้ามาร่วมวงฉุดกระชากลากถูอิตาโดริกับสุคุนะทำให้อะไรๆ เลวร้ายลง อย่างน้อยๆ
ก็มีสุคุนะที่สายตาแข็งกร้าวขึ้นหนึ่งระดับแล้วหนึ่งคน
“ทำอะไรของแกวะ”
“แกนั่นแหละ ทารุณกรรมคนในครอบครัวเรอะ”
แรงดึงจากทั้งสองฝั่งเลยระดับเด็กมัธยมปลายไปไกลมาก อิตาโดริมั่นใจว่าถ้าไม่ใช่ตนต้องมีกระดูกหลุดไปแล้ว
เขารวบรวมกำลังทั่วร่างกายดึงตัวเองให้หลุดจากโกะโจ
โชคดีว่าแม้สุคุนะจะขยันประทุษร้ายตน
มาตอนนี้กลับอ้าแขนรับอิตาโดริที่เซไปหาแต่โดยดี
โกะโจทำหน้าเหมือนโลกถล่ม “ยูจิ...”
...ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะนั่น
อิตาโดรินึกฉงนทว่าความเจ็บปวดจากข้อมือที่รับแรงปะทะก่อนหน้านี้รวมกับการโดนดึงทึ้งเมื่อครู่ทำเอาความคิดวุ่นวายกระเด็นออกไปจนหมด
ฟุชิงุโระกับคุกิซาคิเข้ามายืนประกบข้างเพื่อแสดงความเป็นห่วง
เลยกลายเป็นว่าพวกเขาสี่คนรวมสุคุนะยืนแยกคนละฝั่งกับสองเพื่อนสนิทโกะโจ
เกะโทอย่างชัดเจน แสดงความเป็นปรปักษ์ยกกลุ่ม
เกะโทส่งเสียงไปหลายครั้งแล้วว่า ‘ย้ายที่เถอะ’ แต่เพราะไม่มีใครฟังเลยยืนกอดอกรับชะตากรรมเป็นแบคให้โกะโจแทน...ก็นะ
ถึงเป็นโกะโจ ซาโตรุก็คงรับมือไม่ไหวหรอก
แค่ฝั่งโน้นมีอิตาโดริอยู่ด้วยก็แทบจะรู้ผลกันแล้ว
ถึงขั้นนี้คนฉลาดอย่างโกะโจย่อมคว้าปลายเส้นด้ายหลุดลุ่ยได้ “พวกนาย
เข้าใจอะไรผมผิดอยู่หรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่นี่ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าแกหมายหัวไอ้เวรนี่” หากไม่ใช่ ‘ไอ้เวร’ เหนื่อยเกินจะเถียง
ป่านนี้คงต่อปากต่อคำกับสุคุนะพอหอมปากหอมคอตามความเคยชิน “ฉันแค่มาดูให้เห็นกับตา
ดูเหมือนที่ได้ยินมาจะไม่ผิดนะ”
ส่วนได้ยินมาจากใคร...เห็นทนโท่ว่าเป็นไปได้อยู่แค่ 2 คน
“หมายหัว? อืม จะว่าเข้าใจผิดก็คงไม่เชิง
แต่มันน่าจะคนละความหมายกันนา” เกะโทเย็นใจอยู่ได้เพราะไม่ใช่เรื่องของตัว
ส่วนอีกคนแทบจะชูนิ้วกลางกราด
น่าเสียดาย...ในสายตาคนที่เห็นโกะโจเป็นศัตรู
ท่าทางใกล้คลั่งของเขาเหมือนเป็นตรารับรองว่าสุคุนะพูดถูกต้อง
ความวุ่นวายหน้าประตูโรงเรียนเรียกเสียงซุบซิบและสายตาคนมอง
บานปลายไปกันใหญ่ อีกไม่นานคงได้มีอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่เข้ามาดูความเรียบร้อย
สำหรับคุกิซาคิกับฟุชิงุโระที่แอบไปกระซิบบอกสุคุนะว่าอิตาโดริมีเรื่องนั้น
แค่ได้พาอีกฝ่ายมาข่มโกะโจได้ก็นับว่าบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
จะแยกย้ายตอนนี้หรือตอนไหนก็ไร้ปัญหา
แม้ร่างกายเหนือมนุษย์ของอิตาโดริไม่อาจรับประกันได้ว่าสามารถเอาชนะโกะโจหากถึงคราวต้องวิวาท
ทว่าจากการเรียกกำลังเสริมมาดูลาดเลา
สุคุนะที่แข็งแกร่งปานราชาปิศาจไม่ด้อยไปกว่าโกะโจเลย
คุกิซาคิกับฟุชิงุโระวางใจลงในที่สุด...บารมีสุคุนะน่าจะพอข่มขวัญรุ่นพี่ได้
จากนี้คงไม่มาซี้ซั้วหาเรื่องพวกตน
เหลือเวลาอีกไม่ถึงปี พวกปี 3 จะเรียนจบ บางคนอาจคิดว่า...เหลือไม่ถึงปี
ทนๆ เอาหน่อย ไม่ใช่ว่ารุ่นพี่จะมาหาเรื่องประเจิดประเจ้อเสียหน่อย
แต่คุกิซาคิไม่ได้เป็นหนึ่งใน ‘บางคน’ พวกนั้น
เธอเห็นว่าในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดทำไมต้องยินยอมรับสภาพการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอย่างไม่เป็นสุขด้วย
พอเอาไปคุยกับฟุชิงุโระ แนวทางความคิดทั้งคู่เป็นไปในทิศเดียวกัน
ถึงงั้นก็เหอะ...ไม่คิดว่าสุคุนะกับโกะโจจะเป็นศัตรูตามธรรมชาติกัน
เรื่องนี้ทำให้ประหลาดใจพอสมควร
“อะไรของแก คิดว่าหน้าเหมือนยูจิแล้วผมจะไม่กล้าชกหรือไง?”
“หน้าฉันจะเป็นยังไงแล้วมันทำไมวะ?”
เมื่อกี้นายชกไปแล้ว จะมาพูดเรื่องเสียเปล่าทำไมกันเนี่ย?
สุคุนะกับโกะโจเป็นพวกคุยเก่งกว่าที่คิด ตอนนี้ยังไม่ได้ลงไม้ลงมือ ทว่าสงครามน้ำลายดุเดือดผิดภาพพจน์ แม้ยืนคุยอย่างสำรวม สีหน้ากลับเป็นที่ประจักษ์ว่าจะหน้าไหนก็ฟิวส์ขาดกระจุยไปเรียบร้อย และเคราะห์ร้ายที่อาจารย์รับรายงานเรื่องวุ่นวายโผล่มาเอาจังหวะที่โกะโจพูดประโยคนี้พอดี ยิ่งคนพูดเป็นตัวแสบจอมก่อเรื่อง ประวัติเข้าห้องปกครองยาวเป็นหางว่าว ใครได้ยินเป็นต้องคิดว่ากำลังมีเรื่องชกต่อย
“โกะโจ ซาโตรุ นายอีกแล้วเรอะ!”
ได้ยินเสียงผู้มาใหม่ ขีดความอดทนสุดท้ายของโกะโจพลันมลายหายวับไปกับตา
“ไม่ได้หาเรื่องว้อย! จะจีบ! จะสารภาพรัก! เข้าใจไหม!!”
“...”
“ทำหน้าตะลึงหา xxx กันเรอะ!!”
สติแตกโดยสมบูรณ์
เกะโทตั้งสติได้ก็รีบปราดเข้าไปยับยั้งพฤติกรรมชวนขายขี้หน้า
ส่วนคนอื่น...เฮ้อ จะช็อคอะไรกันขนาดนั้น?
นักเรียนหญิงขามุงหลายคนแอบหลงใหลโกะโจเงียบๆ
แค่แอบมาดูรุ่นพี่ในดวงใจด้วยความอยากรู้อยากเห็น
กลับมีอันต้องอกหักโดยไม่ทันตั้งตัวเสียนี่
ขนาดอาจารย์ที่เข้ามาห้ามปรามยังพูดไม่ออกเพราะฉากนองเลือดกลายเป็นฉากในการ์ตูนตาหวานเฉยเลย
สุคุนะผู้ไม่สนิทสนมคุ้นเคยและเพิ่งเคยเจอโกะโจตัวเป็นๆ
วันแรกเป็นคนที่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากขีปนาวุธเมื่อสักครู่
ต่อให้ไม่ชอบใจอยู่บ้าง ตอนนี้สำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจความเป็นจริงก่อน
เขาหันไปหาใบหน้าแบบเดียวกับตน
“สรุปหมายหัวที่ว่ามันหมายหัวในแง่นั้นเรอะ?”
“...”
อิตาโดริ ยูจิเครื่องแฮงก์ ตอบอะไรน้องชายฝาแฝดไม่ได้
จะว่าไปแล้วรุ่นพี่คนนั้นก็ไม่เคยมาข่มขู่คุกคาม (เพิ่งรู้ตัวรึไง! : โกะโจ) ไม่อยากเชื่อเลยว่าที่คอยแซะถามนู่นนี่เป็นเพราะอยากรู้จักอิตาโดริ
ยูจิ
ไอ้ที่ให้ถ่ายรูปแล้วโพสพร้อมแท็กชื่อเมื่อวานก็ดูไม่ใช่วิสัยของคนเกลียดขี้หน้าเขาทำเหมือนกัน
หรือก็คือ...
“เพราะนายเป่าหูจนเข้าใจผิดใหญ่โตนี่หว่า หา?” คุกิซาคิคำราม
อับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก
“...”
ฟุชิงุโระโดนเขย่าคอเสื้อหัวคลอน น้ำท่วมปากด้วยเถียงไม่ออก
โกะโจชักรำคาญสายตาทั่วสารทิศเหมือนกัน
โดนเมียงมองเพราะรูปร่างหน้าตาก็เรื่องหนึ่ง โดนเพ่งเล็งจับผิดนับเป็นอีกเรื่อง
เขาไม่อยากเป็นของโชว์ให้คนมุงต่อ ไหนๆ เรื่องที่ควรพูดก็พูดแล้ว
แสดงเจตนาเปิดเผยตรงไปตรงมา จากนี้จะไม่มัวกระมิดกระเมี้ยนอีก
พอกันทีกับการถูกเข้าใจผิดไปไกลสุดขอบกาแลกซี่
“ยูจิ ไปห้องพยาบาลกัน”
แต่สุคุนะคว้าคออิตาโดริเอาไว้ก่อน
หมุนตัวคู่แฝดหลบอุ้งมือฉวยโอกาสแนบเนียนไร้ที่ติ “กลับบ้าน”
“...” โกะโจ
“มองหาอะไร ไม่มีบ้านช่องให้กลับเหรอ?”
พอคนพูดเป็นพี่น้องที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ที่เหลือก็เป็นได้แค่คนนอก
หมดสิทธิ์สอดปาก การปรากฏตัวของสุคุนะทิ้งความเสียหายไว้ใหญ่หลวง วันนี้โกะโจ
ซาโตรุรู้สึกเหมือนตัวเองพ่ายแพ้ย่อยยับต่อเนื่อง
กระทั่งมือที่หมายจะคว้าอิตาโดริเมื่อสักครู่ยังสั่นระริกค้างอยู่ที่เดิม
ไอ้เด็กเวรหน้าเหมือนยูจิคนนี้ สักวันต้องสับมันเป็นชิ้นๆ ให้ได้...!
คุกิซาคิกับฟุชิงุโระตีกันเสร็จพอดี นักเรียนคนอื่นๆ
ก็ถูกครูต้อนจนสลายตัวกันไปหมดแล้ว
คิดตามปกติกลับบ้านไปจัดการอาการบาดเจ็บย่อมสะดวกใจกว่ารั้งรออยู่ที่โรงเรียน
อิตาโดริไม่เห็นแย้งสุคุนะ เพียงแต่เขาอยากพูดอะไรกับโกะโจสักหน่อยจึงขืนตัวเอาไว้
“รุ่นพี่”
“หืม?” ไม่คิดว่าคนในใจจะมีเรื่องพูดกับตน
โกะโจซึ่งกัดฟันก้มหน้าเชิดคางขึ้นโดยพลัน
ประกายตาสีอ่อนวาววับจนรอบข้างที่เหลืออยู่นึกอยากยกมือขึ้นป้อง
คุกิซาคิอยากถีบคนขึ้นมาครามครัน...ชัดเจนขนาดนี้เธอหลงโง่เชื่อฟุชิงุโระได้ยังไง! ทว่าเมื่อหันหาข้างตัว พบว่าคนรู้งานถอยหนีห่างไปห้าก้าว
เงื้อขาไม่ถึงตัวแน่นอน ชิ!
อิตาโดริซึ่งโกะโจอยากให้หลงเสน่ห์ตนมากที่สุดกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
เขาเอ่ยอย่างหนักแน่นขณะเกร็งแรงทั่วร่างไม่ให้ปลิวไปตามแรงกระชากของน้องชายฝาแฝด
“เรื่องที่เข้าใจรุ่นพี่ผิดขอโทษด้วยนะครับ
แล้วก็ขอโทษแทนสุคุนะในส่วนของวันนี้ด้วย
ถึงหมอนี่จะนิสัยไม่ดีแต่ก็ไม่ใช่พวกไม่มีเหตุผลหรอกนะ”
“...”
“ขอตัวล่ะครับ!”
“...”
จากนั้นรุ่นน้องทั้งสามกับเด็กต่างโรงเรียนก็หายลับไปจากคลองสายตา
ได้เวลาออกไปกล่อมคนแล้วสิ เกะโทซึ่งยืนกลั้นขำอยู่เงียบๆ
กระแอมเล็กน้อยก่อนสืบเท้ามาเข้าฉาก “กำลังคิดว่า ‘ไม่คิดจะพูดเรื่องที่ฉันสารภาพรักหน่อยเหรอ?’ อยู่ใช่ไหม?”
“...”
“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยหาทางลองทำอะไรสักอย่างใหม่ก็ได้ วันนี้พักผ่อนเถอะ”
...เพราะฉันเริ่มหิวข้าวแล้ว
ด้วยเหตุนี้ในวันถัดมา โกะโจ ซาโตรุคนเข้าเรียนคาบแรกสายสัปดาห์ละครั้ง
เข้าเรียนทันเส้นยาแดงผ่าแปดสัปดาห์ละสี่ครั้ง ก็มาปรากฏตัวที่ห้องเรียนของปี 1
ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า...แถมยังนั่งรอถูกโต๊ะจนฟุชิงุโระ
เมงุเห็นแล้วเผลอแสดงสายตารังเกียจ
“ยูจิล่ะ”
“ไม่ได้อยู่ข้างบ้านผมครับ”
“เคยคิดอยู่หลายหนแต่วันนี้ขอยืนยันหน่อยแล้วกัน เมงุมิเกลียดผมเหรอ?”
“...”
สีหน้านับเป็นคำตอบได้ โอเค เข้าใจแล้ว
หลังจากนั้นฟุชิงุโระ
เมงุมิผู้ขยันขันแข็งตื่นมาเรียนแต่เช้าก็ต้องประสบเคราะห์กรรมถูกรุ่นพี่นิสัยเสียก่อกวนฆ่าเวลา
โชคดีที่อิตาโดริ ยูจิมาเรียนแต่เช้าเช่นกัน
ไม่อย่างนั้นอาจได้เห็นการต่อล้อต่อเถียงยกระดับสู่ขั้นออกหมัดแทนวาจา
“ฟุชิงุโระ อ้าว รุ่นพี่ด้วย อรุณสวัสดิ์”
โกะโจเกาะพนักเก้าอี้ของอิตาโดริขณะโบกมือทักทายอีกฝ่าย
รอจนเจ้าของโต๊ะเดินมาถึงค่อยลุกขึ้นยืนด้านข้าง
รอยยิ้มบนใบหน้านั้นหวานหยดเกินจำเป็นจนฟุชิงุโระที่จิตใจยังไม่ฟื้นฟูจากการโดนปั่นประสาทเมื่อสักครู่ปวดมวนท้อง
ยิ่งได้ยินประโยคของอีกฝ่ายยิ่งอยากกินยาช่วยย่อยอาหาร
“ยูจิ เมื่อวานผมสารภาพรักไปด้วย เธอไม่รังเกียจถ้าเป็นผู้ชายใช่หรือเปล่า
คบกับผมได้ไหม?”
ตรงไปตรงมามากจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับที่งมโข่งลับๆ ล่อๆ
ไม่กล้าสารภาพอยู่เดือนกว่า
“อ๋อ เรื่องนั้น” อิตาโดริน่าทึ่งพอกัน
ระหว่างคุ้ยกระเป๋าหายาทั้งหมดที่มีส่งให้เพื่อนสนิทตามสัญชาตญาณคนเอาใจใส่
สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนสักนิด “เมื่อวานพอกลับถึงบ้าน จู่ๆ
สุคุนะบอกว่าหน้าอย่างผมดูแลตัวเองยังไม่มีปัญญา ถ้ามีแฟนก็เหิมเกริมทำอะไรเกินตัว”
“...”
ในสมองโกะโจมีซับไตเติ้ลผรุสวาทวิ่งผ่านไปสามแถว
เจ็บใจมากที่เมื่อวานไม่ได้ต่อยหน้าสุคุนะ ไม่เป็นไร...เขาเช็คมาแล้ว
เสื้อถักฤดูร้อนที่เห็นเมื่อวานปักสัญลักษณ์โรงเรียน R ที่ขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอล นั่งรถไม่กี่ต่อก็ถึง
วันนี้ไปชกหน้าไอ้เวรนั่นได้เลย
อิตาโดริขมวดคิ้วเอ่ยต่อโดยไม่รู้ถึงความคิดรุ่นพี่ข้างตัว
“ฟังแล้วโมโหมาก หมอนั่นยังมีแฟนตั้งแต่ม.ต้นไม่รู้ตั้งกี่คน”
“หืม?” สัญญาณบางอย่างแฝงมาในคำพูด
ฟังมาถึงตรงนี้แผนฆาตกรรมสุคุนะกระเด็นออกไปจนหมด
หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงด้วยความคาดหวังขึ้นมา โกะโจค้อมตัวลง มือวางทาบขอบโต๊ะ
ยื่นหน้าเข้าไปใกล้คู่สนทนา “ฉะนั้น?”
“ถ้ารุ่นพี่ไม่ถือสาว่าตัวผมตอนนี้ยังไม่ได้รักชอบ...”
“ไม่ถือ! เรามาทำความรู้จักกันได้
ผมจะพยายามทำให้เธอชอบผมเอง!”
“งั้นก็ฝากตัวด้วยนะครับ!”
รวดเร็ว ง่ายดาย...ฟุชิงุโระกลืนยายังไม่เสร็จจึงไอค่อกแค่กน้ำหูน้ำตาไหล
อิตาโดริ ไอ้บ้าเอ๊ย!
ด้วยเหตุนี้ตอนคุกิซากิ
โนบาระมาถึงห้องเรียนจึงเห็นเหตุการณ์โกะโจคนถูกแจ๊คพ็อตกำลังกระโดดกอดอิตาโดริคนไม่คิดอะไรซับซ้อน
โดยมีฟุชิงุโระคนที่วิญญาณออกจากร่างกำลังฮึดใช้เรี่ยวแรงสุดท้ายพิมพ์ข้อความจวกสุคุนะคนปากหมา
รอจนเธอรู้ว่าเจ้าเพื่อนโง่เง่าเต่าตุ่นตอบรับคบหาแฟนหนุ่มไปแล้วนั่นแหละ...
สายเข้าจากสุคุนะดังขึ้นหลังฟุชิงุโระส่งข้อความไปได้ 30 วินาที
คุกิซาคิที่กดรับสายภายใน 0.3 วินาที
“ไม่ต้องมาโทษพวกฉัน! นายนั่นแหละที่ไปพูดแบบนั้น อิตาโดริถึง....! หุบปากไปเลยไอ้ xxx! ที่ฉันกับอิตาโดริโดนหาเรื่องข้างถนนก็เพราะนายไปก่อเรื่องไว้ไม่ใช่เรอะ
นั่นก็ยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ! อย่าเอาหน้าแบบนั้นไปสร้างความเดือดร้อนได้ไหมหา! คลุมหัวเป็นไอ้โม่งซะ! คลุมหัวเป็นชายชุดดำตั้งแต่นี้เลย! ไม่รู้! เจ้าทึ่มนี่ตอบตกลงไปแล้ว
ไม่ชอบใจก็ไปคุยกันเองสิ!!”
ใช้เวลาด่ากราดตอบโต้กับปลายสายเป็นเวลา 11.46 นาที
หากระฆังเข้าเรียนไม่ดังขึ้นเสียก่อนหญิงสาวคงทำสถิติได้นานกว่านั้น
แต่ที่แน่ๆ โกะโจ ซาโตรุได้กอดคนจนเปรมชนิดน่าเรียกเก็บค่าสึกหรอ
และกลับห้องเรียนของตนโดยที่เท้าแทบจะไม่ติดพื้นดิน
ส่วนคนที่เหลือ...เหมือนจะมีเรื่องต้องจัดการต่อกันอีกยาว
เราขำตั้งกะย่อหน้าแรกยันย่อหน้าสุดท้ายเลยค่ะ แง 555
ReplyDeleteไม่รู้จะบอกว่าชอบตรงไหนดี เพราะว่าชอบทุกตรงเลยค่ะ ;;
ทั้งอิตาโดริคนเด๋อ น้องเมผู้มองโลกในแง้ร้าย โนบาระจังผู้เก้วกาด น้องสุคุนะเลือดเดือด คุนพี่โกะโจผู้สุดจะมั่น (พร้อมพิเกะโท+พิโชโกะ aka. พี่เลี้ยง#1 และ #2) และนานามินที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ยังเป็นนานามินที่แสนจาน่ารักของเค้าฉะเหมอ ♡
ชอบความพาโรดี้ทุกสิ่งอันกระทั่งเรื่องหลักด้วยค่ะ (ฮา) อยากบอกน้องเมว่าหนูโชคดีแล้วที่ไม่ได้ดู "มหาเวทย์ผนึกมาร" อะไรนั่น ตับพังมากหนูเอ๊ย
ขอให้โกะยูในเรื่องรักกันจนยัยสุคุนะอกแตกตายไพเรย! มีแฟนก่อนยูจิได้ยังไง! มีแฟนตั้งหลายคนด้วย ฮึ่ยๆๆ ถึงพี่โกะโจจะแปลกๆ แต่น้องยูจิก็แปลกไม่แพ้กัน เค้าเชื่อมั่นในคู่นี้ค่ะ!
ขอบคุณคุณคนเขียนมากๆ เลยนะคะที่แต่งฟิคเรื่องนี้ขึ้นมา และแบ่งปันให้เราได้อ่านกัน เค้าอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เช้าแล้ว แต่พอได้อ่านฟิคที่ตะเองเขียนก็อารมณ์ดีขึ้นมาเลยค่ะ ╰(⸝⸝⸝´꒳`⸝⸝⸝)╯
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ♡
อร่อยจังเลยค่ะ อร่อยมากๆๆๆๆเลย มันดีงามมากซะจนอยากจะร้องไห้ㅜㅜ ชอบทุกอย่างเลยค่ะ ชอบไปหมดเลย ชอบความคงคาร์ของตัวละคร คีพได้ดีมากๆจริงๆค่ะ ประทับใจมากๆ รู้สึกได้ถึงความทุ่มเทของคุณไรท์เลยค่ะ ชอบจนไม่รู้จะพูดยังไงเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคนี้ขึ้นมานะคะ🙏🏻💕🙇♂️😭
ReplyDeleteมันช่างอร่อยยิ่งนัก อ่ยเน๊อะ- พี่ซาโตรุก็อยากจีบน้องน้องที่ซื่อ ๆ ตอนนี้ตอนนี้ตอนตกลงไปแล้ว พี่สุขาจะทำยังไงนะ ขอยาดขำที่ขอยาดขำที่น้องเม่นคิดแง่ร้ายเกินไป น้องโนบาระก็เกรี้ยวกราดยิ่งกว่าอะไร ส่วนหลวงพ่อกะเจ้แพนด้ากลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปซะแล้ววว
ReplyDeleteเขียนดีมากเลยค่ะ
ReplyDeleteขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องดี ๆ สร้างรอยยิ้มให้อ่าน
ภาษาเขียนไรท์ดีมากเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากให้แต่งอีกนะคะ ติดตามค้าบบ ����
ย้ำอีกครั้งว่าภาษาดีจริงๆ อิอิ
ReplyDeleteอ่านเพลินมากๆ ขำทั้งเรื่องเลย55555
ขอบคุณที่แต่งนะคะ เก่งมากๆเลย
กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังสนุกเหมือนเดิม เฮ้อ ใจฟูบรรยายความรู้สึกไม่ถูก555555555555
ReplyDeleteเป็นฟิคโกะยูที่ชอบที่สุดเลยค่ะ อ่านตั้งแต่สองปีที่แล้วบุ๊คมาร์คไว้จนปีนี้ ตอนนั้นมาเมนท์ไม่ได้จริงๆ เพราะอ่านแล้วชอบทุกอย่างจนไม่รู้จะยกจุดไหนขึ้นมาเป็นตัวอย่างบอกได้ 55555555
ReplyDeleteชอบที่เขียนความสัมพันธ์สองสามหน่อปีสามออกมาได้น่ารักมาก เกะโทโจะโจโชโกะนี่มันจริงๆ เลย เป็นมัลติเวิร์สของตี้สามหน่อเด่กๆ ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
ไหนจะยูจิเมงุมิโนบาระ คือเขียนครต.ได้แบบเห็นเด็กๆ มันมานั่งคุยกันจริงๆ 55555555555555 แล้วก็ความสัมพันธืแยกย่อยข้ามตี้ไปมาด้วย จัดแผนผังตัวละครได้น่าติดตามมากค่ะ
โกโจคือมีความหุนหันไปมาสมกับเป็นโกโจวัยรุ่นมาก จัดเทียร์ความแข็งแกร่งของแต่ละคนได้เหมือนมาอ่านมังงะตอน2023แล้ว ที่จะบอกคือเนื้อหาครต.มันดูสดใหม่มากไม่เหมือนเขียนเมื่อสองปีที่แล้วเลยค่ะ รับประกันจากคนอ่านมาจนปีนี้
ชอบมากๆๆๆๆ ขอบคุณในความยากลำบากที่เขียนนะคะ!