Sunday, 20 March 2022

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GeYu] Shut

Fanfic Jujutsu Kaisen

Shut

 

 

Pairing   : Geto Suguru x Itadori Yuji

Rating    : NSFW

CW         : Aphrodisiac, Rape, Kidnapping, Imprison, Abuse, Underage, Unsafe sex, Explicit Sex scene, Forced Marriage, Blackmail, Age Gap

 

 

 

ตอนรู้สึกตัวว่าถูกอากาศลูบไล้ผิวกายโดยตรงทั่วทั้งร่างก็สะท้านเยือก ต่อมายังพบว่ามีผ้าพันรอบตาแน่นหนา สองมือถูกมัดเหนือศีรษะ

มีชีวิตอยู่จนอายุ 15 ปี อิตาโดริ ยูจิไม่เคยถูกลบหลู่ขนาดนี้มาก่อน นอกจากความอับอายคือความโมโหโกรธาอันรุนแรง

ด้วยความที่เท้าสัมผัสพื้นเพียงหมิ่นเหม่ ยามออกแรงดึงทึ้งเชือกเพื่อหาทางเป็นอิสระร่างกายจึงเสียสมดุลได้ง่าย นอกจากนี้อุปกรณ์พันธนาการยังแข็งแรงแน่นหนา ดิ้นรนจนแสบผิวยังไม่ให้ผลลัพธ์ดังหวัง ตอนนี้สภาวะทางอารมณ์จึงเพิ่มความสิ้นหวังกับหวาดกลัวเข้ามา

ก่อนนี้อิตาโดริไม่รู้สถานการณ์จึงไม่ซี้ซั้วส่งเสียงเรียกคน...เกรงว่าจะได้รับการซ้ำเติมแทนช่วยเหลือ ทว่าหากรั้งรอต่อไปตัวเองจะหมดแรงเข้าเสียก่อน ซ้ำยังเปลืองเวลาโดยใช่เหตุจึงกลับลำ

แต่ว่า

นั่นเป็นการตัดสินใจที่ทำให้รู้สึกเสียใจภายหลังมากที่สุดในชีวิต

เขาได้ยินเสียงบุรุษเอ่ยเรียก “องค์ชาย” หลังร้องขอความช่วยเหลือ แม้สำรวม หากเจือแววหยอกเย้าหยาบโลนอย่างประหลาด

อิตาโดริขนหัวลุกทันที สัญชาตญาณบอกให้หลีกหนีให้ไกล ทว่าไม่ทันได้ประท้วงขัดขืน สองขาโดนรวบให้ไม่ให้แผลงฤทธิ์ จากนั้นกลีบปากถูกงัดอ้า โดนบังคับให้กลืนยาสองเม็ดลงไปด้วยลิ้นผู้อื่น

เขาเคยจูบก็จริง แต่ไม่เคยถูกบังคับ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถูกบีบให้กินของไม่รู้ที่มาด้วยปากใครก็ไม่รู้

“จะคายออกมาไม่ได้นะ”

นิ้วมือข้างหนึ่งสอดเข้ามาในปาก ฝืนดันเม็ดยาลงไป

อิตาโดริกลัวจนน้ำตาไหล ใครอีกคนกลับหัวเราะเสียงแผ่วในลำคอ ร่างกายที่ไม่รู้จักยิ่งบดเบียดแนบชิด ลูบแผ่นหลังเปลือยคล้ายจะปลอบโยน พร้อมกันนั้นก็เลียน้ำตาสลับพรมจุมพิตแผ่วๆ ทั่วใบหน้า ทำให้อยากอาเจียนออกมาด้วยความขยะแขยง

กลัว

แม้ร่างกายแข็งแรง เรี่ยวแรงที่คนตรงหน้าใช้ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของตนกลับแสดงออกชัดว่ามีกำลังทัดเทียมกัน นอกจากนี้คือตกอยู่ในสารรูปเป็นรอง ยาสองเม็ดนั้นเองก็ยังไม่รู้ว่าจะแสดงฤทธิ์แบบไหนออกมา

กลัว กลัว กลัว

 “ปล่อยข้าไปเถอะ”

ใครบ้างไม่ชอบถูกขอร้องดีๆ แม้ทั้งโกรธทั้งกลัวจนอยากสบถด่าบรรพบุรุษ อิตาโดริยังมีสติยั้งคิดพอจะพยายามเจรจาหว่านล้อม สิ่งสำคัญที่สุดคือพาตัวเองให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ตรงหน้า เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ทว่าชายปริศนาไม่เอ่ยอะไรอีกเลย เขาเพียงแต่หัวเราะเบาๆ สุ้มเสียงนุ่มนวล หรือไม่ก็ร้อง อืม หืม และคำที่ไม่มีความหมายชัดเจนอะไร จากการพึ่งพาประสาทรับเสียงของอิตาโดริ ในบรรดาเรื่องเลวร้ายทั้งมวล มีเรื่องดีอยู่อย่างที่ชายคนนี้ปรากฏตัวเพียงลำพัง ไม่ได้ยกคนเป็นโขยงมาพร้อมกัน

หลังกลืนยาไปได้ราวครึ่งชั่วโมงอิตาโดริก็อ่อนแรงลง สติที่เคยคมชัดพร่าเบลอตามลงไปด้วย เขาถูกปล่อยตัวลงมาในตอนนั้นเอง จากนั้นถูกช้อนข้อพับยกตัวลอย มาได้ยินเสียงปริศนาอีกครั้งเอาตอนนี้เช่นกัน

“ห้ามปล่อยออกมาล่ะ”

ชายคนนั้นจับเขากรอกน้ำ

...ทางทวารหนัก

ขังน้ำเอาไว้ เมื่อปล่อยออกก็เติมเข้ามาใหม่จนเต็มท้อง อิตาโดริทรมานอย่างมาก แต่คนคนนั้นอ่อนโยนเพียงน้ำเสียง ไม่ยอมให้ขัดขืนตั้งแต่ต้นจนจบ รอจนถ่ายน้ำครั้งสุดท้ายออกมาหมดเขาก็ไม่รู้แล้วว่ามีถ้อยคำวิงวอนใดที่ตนยังไม่ได้ใช้ออกไป อย่างไรก็ตาม อิตาโดริคิดว่ามันคือการทรมานรูปแบบหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่ในระดับอันยากจะทานทน

กระทั่งถูกพาตัวมานั่งยังพื้นที่ให้สัมผัสค่อนข้างนิ่มและปูด้วยผ้า

หนังศีรษะชาวาบทันที

“นี่...!

ด้วยเรี่ยวแรงเหือดหาย แรงต่อต้านจึงเล็กน้อยจนเหมือนคนรักกระบิดกระบวนแง่งอน คู่กรณีไม่นำพาต่อการดิ้นรนเล็กๆ จับอิตาโดริพลิกคว่ำ บั้นท้ายเปลือยลอยโด่งจากพื้น เพราะมองไม่เห็น ประกอบกับสติไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แน่นอนว่ามึนเบลอทันที

นิ้วเปียกๆ ค่อยๆ สอดเข้ามายังช่องทางด้านหลังในจังหวะดังกล่าว

ทั้งที่ควรรังเกียจเต็มกำลัง ร่างกายกลับเปิดรับง่ายดายกว่าที่คาด อิตาโดริได้ยินเสียงหัวเราะสมใจ ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ถูกรุกคืบอย่างเชื่องช้าและใจเย็น นิ้วที่สอดไล้เข้ามาเพิ่มจำนวนทีละนิด ไม่รู้ว่าเสียเวลาไปเท่าไหร่แต่สุดท้ายสามนิ้วก็ชำแรกภายในได้ในที่สุด ทั้งกำเริบเสิบสานถือดี ทั้งนุ่มนวลอ่อนหวาน

ความรู้สึกมากมายประดังประเด ทว่าในเมื่อถูกขืนใจ จะอย่างไรก็ไม่รู้สึกดี

“ฮือออ...ฮึก...”

“ไม่แข็งจริงๆ แฮะ”

นิ้วมือที่นวดคลึงช่องทางเร้นลับผละออกไป อุ้งมือซึ่งฟอนเฟ้นด้านหน้าก็เช่นกัน ผิวกายของมนุษย์คนอื่นละจากผิวของอิตาโดริครู่หนึ่ง จากนั้นจมูกพลันกระสากลิ่นแปลกๆ ร่างกายเขาบังเกิดความเปลี่ยนแปลงตอบสนองต่อกลิ่นนั้น นอกจากมีปฏิกริยาตอบสนองคือหยุดเสียดสีร่างกายกับพื้นผ้าด้านล่างไม่ได้

ชั่วประเดี๋ยวเดียวบั้นเอวถูกรั้งขึ้น ฝ่ามือหยาบลูบส่วนสำคัญซึ่งแข็งชันของอิตาโดริอย่างย่ามใจ จากนั้นสอดนิ้วไล้ไปด้านล่าง จับบั้นท้ายเต็มมือแล้วแหวกแยกออกจากกัน

จากนั้นความเป็นชายร้อนลวกสอดแทรกเข้ามา คืบคลานทีละกระเบียดอย่างเชื่องช้าหากดึงดัน ทั้งที่จุกและอยากอาเจียน ร่างด้านบนกลับไม่นำพา เสือกไสเข้ามาจนสุดในคราวเดียว นอกจากเสียงพรูลมหายใจสุขสม อีกฝ่ายไม่ส่งเสียงใดอีก มุ่งหมายเพียงพิชิตชัยให้ราบคาบ เขาโจนจ้วงเข้าใส่อิตาโดริไม่พูดจา ช่วงแรกยังมีแก่ใจคิดถึงคนด้านล่างอยู่บ้าง ทว่าพอสาวกายเข้าออกได้ครู่หนึ่ง จังหวะเนิบนาบแปรผันเป็นดิบเถื่อน ประเดี๋ยวอุ้มตัวลอย ประเดี๋ยวจับแหกแข้งขา แทบจะปั้นเป็นก้อนแล้วกลืนลงท้องอยู่รอมร่อ

สติรับรู้หลุดลอยทำให้บอกไม่ได้ว่าโดนกดขย่มยาวนานแค่ไหนหรือโดนจับพลิกตัวไปมากี่ครั้ง นับจากถูกบังคับให้อ้าปากรับกลิ่นอายบุรุษเพศ อิตาโดริสูญสิ้นเรี่ยวแรงในการต่อต้านโดยสิ้นเชิง เขาสลบไปและรู้สึกตัวอีกครั้งเพราะแรงกระตุ้นจากบั้นท้ายซึ่งยังคงโดนชำเราซ้ำไปมา

“อึก”

                ตอนที่ผ้าปิดตาร่วงหล่น อิตาโดรินั่งคอพับคออ่อนอยู่บนหน้าขาของใครอีกคน

                ฝ่ายนั้นรั้งเอวของอิตาโดริ ขณะที่โยกสะโพก ปากและลิ้นพรมจูบสลับดูดเลียต้นคอกับสะบักของร่างในแขนเป็นแนวยาว

                อิตาโดริจิกแขนที่กอดตนไว้ สะอึกสะอื้นไม่หยุด “ขอร้องล่ะ...”

                ทว่ามืออันอุกอาจกลับบิดหน้าอกของเขา ลูบมาตามแอ่งสะดือ ก่อนจะแหวกแยกช่องทางที่เชื่อมประสานกันทางด้านหลัง ลำพังเสียงหยาบโลนจากการกระแทกกระทั้นก็ทำเอาแทบเสียสติ ทว่าของเหลวที่ไม่ควรมีไหลออกมาตามการเคลื่อนไหวพวกนั้นกลับทำให้อยากจะเป็นบ้าไปจริงๆ

                “อา...”

                เสียงหอบหายใจกระเส่าฟังไม่คุ้นหูจนไม่อยากเชื่อว่าดังมาจากริมฝีปากของตน ฟังคล้ายเสียงคร่ำครวญของสัตว์กินพืชที่ถูกรังแก ในทางกลับกัน เสียงลมหายใจที่รินรดผิวหนังร้อนผ่าวกลับคุกคามบ้าคลั่ง กลิ่นอายและรสชาติของบุรุษเพศฟุ้งตลบแทบสำลัก

                หลังจากขบกัดทั่วตารางผิวและดึงทึ้งยอดอกจนแสบร้อน อิตาโดริถูกกดหลังคอ จากนั้นริมฝีปากถูกครอบครองลึกซึ้ง เขาไม่มีแรงต่อต้าน ได้แต่ยินยอมให้ลิ้นอันอุกอาจกวาดต้อนดูดกลืนตามอำเภอใจ

                “องค์ชาย”

                น้ำคำเจือความรู้สึกลึกล้ำบางประการ...ทว่ามันแผ่วค่อยเกินไป อีกทั้งอิตาโดริตกอยู่ในสภาวะรู้สึกตัวเพียงครึ่งเดียวจึงไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น

ขณะที่กำลังจะสิ้นสติไปอีกครั้ง ผิวกายยังคงถูกฟอนเฟ้น อีกทั้งของเหลวร้อนลวกก็ยังรินรดเข้ามาภายในร่างกายไม่หยุด

ร่างกายซึ่งแปดเปื้อนทั้งภายนอกและภายในถูกกัดกินจนไม่เหลือเค้าเดิม

 

 

อิตาโดริลืมตาตื่นเพราะความหิวโหย ทุกอณูร่างกายรวดร้าวจนยากแยกแยะว่าเจ็บปวดบริเวณใดมากที่สุด เขาฟื้นขึ้นมาบนเตียงในห้องหับอันหรูหรา เคราะห์ดีว่าไม่ถูกปิดตาแล้ว ทว่าข้อเท้าซ้ายถูกตีตรวนประหนึ่งนักโทษ

แม้สมองจะมึนตื้อ ห้วงความคิดไม่ปลอดโปร่ง ทว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาโอ้เอ้ หากไม่หาทางเอาตัวรอดคงได้จบเห่เข้าจริงๆ ฉะนั้นจึงฝืนข่มความเจ็บปวดทั้งมวล ค่อยๆ หยัดกายลุกนั่งอย่างยากลำบาก

ม่านมุ้งอันสวยสดงดงาม พรมขนสัตว์หนานุ่ม เครื่องครามลวดลายอ่อนช้อย ไหนจะเครื่องเรือนที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความฟุ้งเฟ้อ ห้องอันโอ่โถงนี้ไม่อาจมีได้ในบ้านเรือนทั่วไป หากไม่อยู่ในวังหลวงก็ต้องเป็นเรือนใดเรือนหนึ่งในครอบครองของเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางคหบดีผู้ร่ำรวย

 อิตาโดริข่มอาการปวดหัวจี๊ดและความรู้สึกอยากอาเจียน เขาคว้าผลไม้และน้ำดื่มจากโต๊ะข้างเตียงมากรอกใส่ปาก ถึงหวาดเกรงว่าจะผสมยาประหลาดอยู่บ้าง แต่เขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว กินอะไรได้ก็กินไปก่อน

ถึงอย่างนั้นยังคงกินดื่มอะไรลงไปไม่ได้มากอยู่ดี

ถูกล่ะว่าร่างกายถูกชำระล้างจนหมดจด ได้สวมใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ผ้าปูเตียงไร้ร่องรอยชวนคลื่นเหียน ทว่าผิวกายของตนปรากฏร่องรอยอันใดบ้าง รสชาติตกค้างในปากเป็นเช่นไร แล้วยังร่างกายซึ่งสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวไม่หายจากการถูกบุรุษบังคับล่วงล้ำ

เขาร่างกายแข็งแรงเปี่ยมกำลังวังชามาโดยตลอด แต่เพียงคืนเดียวกลับอ่อนแอลงเป็นคนละคน

ถึงแม้การตระหนักรู้เวลาจะผิดเพี้ยนไปเพราะอยู่ภายในห้องปิดมิดชิดไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน ทว่าอิตาโดริยินดีฝังหัวตัวเองว่าเพิ่งจะผ่านไปเพียงคืนเดียวเท่านั้น เขาพยายามนึกหน้าตาของโจรราคะ เสี้ยวหนึ่งแอบคิดว่าเป็นคนใกล้ตัว ทว่าก็ไม่ได้มั่นใจขนาดนั้น ครึ่งหลังผ้าพันตาหลุดออกไปก็จริง ทว่าสติสตังเขาไม่ใคร่จะครบถ้วนนัก กล่าวคือนึกใบหน้าอะไรไม่ออกทั้งสิ้น

ว่าแต่ตอนนี้เขาถูกล่ามก็จริง แต่ไม่โดนปิดตาแล้ว ใครโผล่เข้ามาในห้องนี้ย่อมถูกเห็นหน้าจนหมด เจ้าโจรลักพาตัวคิดอะไรอยู่กันแน่ หรือคิดจะใส่หน้ากากเข้ามา?

ด้วยไม่มีสิ่งใดให้ทำ ทั้งยังถูกจำกัดการเคลื่อนไหว หลังพยายามทำลายตรวนเท้าแล้วล้มเหลว ทั้งยังสลัดไม่หลุด หนีออกไปไม่ได้ อิตาโดริซึ่งตื่นตัวเต็มที่จึงเฝ้ารอออย่างระมัดระวัง ด้วยสถานะของตัวอิตาโดริเอง หากหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยย่อมมีคนตามหา ข้อเท็จจริงนี้ช่วยให้เบาใจลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม อิตาโดริยังต้องการจัดการคนก่อเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องได้ออกหมัดใส่จนบุพการีจำไม่ได้

กระนั้นกลับไม่มีใครเลย

รอแล้วรอเล่า กลับไม่เห็นแม้แต่เงาคนมาส่งอาหาร

จนไม่รู้แล้วว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน

อิตาโดริรู้สึกหิวและง่วง ทว่าความอ่อนล้าทำให้ยากจะมั่นใจว่าเป็นผลกระทบจากนาฬิการ่างกาย อิตาโดริฝืนบอกตัวเองว่าตนอาจจะเพิ่งตื่นได้ไม่กี่ชั่วโมง ให้อดทนต่อ

อดทนอีกหน่อย

ทว่าสุดท้ายอิตาโดริ ยูจิก็จมห้วงนิทราไปอีกครั้ง

 

 

ร่างกายและสมองหนักอึ้งจนผิดสังเกต อิตาโดริคลับคล้ายคลับคลาว่าตนตื่นขึ้นมาเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนสลบไปหลายครั้ง รู้สึกว่าร่างกายถูกยกขึ้น ถูกจับเคลื่อนย้ายราวกับแบกหามสิ่งของ มีบางสิ่งถูกป้อนเข้ามาในปาก ทว่าเอาเข้าจริงเขาก็ไม่ค่อยรับรู้นักว่าอะไรเป็นอะไร

ตอนที่กลับมารู้สึกตัวโดยสมบูรณ์ อิตาโดริมองเห็นเค้าโครงใบหน้าเลือนราง

ใครกันนะ?

พอลองกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส กลับมีข้อนิ้วแข็งๆ ช้อนใบหน้าตนขึ้น จากนั้นใบหน้าซึ่งพร่าเบลอเมื่อสักครู่ก็ขยับเข้ามาใกล้แล้วสอดลิ้นลึกเข้ามาในปาก

จูบดูดดื่มทำเอาสมองตื่นในบัดดล อิตาโดริลืมตาโพลง ดิ้นรนออกจากสถานการณ์อันชวนหนาวสันหลัง กลับพบว่าพื้นที่รองรับไม่มั่นคง...หรือก็คือกำลังนั่งบนตักใครบางคนทั้งตัว แขนสองข้างก็ขยับไม่ได้เพราะถูกกระหวัดรัดพันในอ้อมกอดอย่างถือสิทธิ์

“อึก....!

พอขบฟันลงไปสุดแรง เจ้าคนหยาบคายถึงยอมละใบหน้าออกไป ทว่ายังคงรัดตัวอิตาโดริอย่างแนบแน่นเช่นเดิม

อิตาโดริถือโอกาสพิศน้ำหน้าบุรุษผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ เสียงหัวเราะแผ่วต่ำในลำคอเหมือนเสียงที่ได้ยินความมืดเมื่อครั้งกระนั้นไม่ผิด

“เป็นองค์ชายน้อยที่น่ารักเหลือเกิน”

ดวงตาชั้นเดียวเรียวยาว รอยยิ้มอ่อนหวานละมุนตา เป็นใบหน้าเจือรอยยิ้มนุ่มนวลเปี่ยมเมตตาแท้ๆ กลับแสดงพฤติกรรมต่ำช้าทรยศภาพลักษณ์ อิตาโดริมองใบหน้านี้ตาค้าง แทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น

“เป็นท่าน....?! ได้ยังไงกัน...”

ทว่าริมฝีปากกลับถูกจุมพิตอีกครั้ง เกะโท สุงุรุเฝ้าวนเวียนสัมผัสอิตาโดริที่ตัวแข็งทื่อ คล้ายลุ่มหลงมัวเมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ภายใต้อ้อมแขนอันแน่นหนา อิตาโดริดิ้นรนไม่หลุด เขาตระหนักถึงความผิดปกติโดยพลัน ตื่นเต็มตาเช่นนี้เรี่ยวแรงควรฟื้นฟูโดยสมบูรณ์ คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากถูกฤทธิ์ยาบางประเภทกดกำลังเอาไว้

ศักดิ์ฐานะสูงส่ง เปี่ยมอำนาจบารมี

นักบวชชั้นสูง ทำไมถึงได้ตกต่ำจน...

ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจว่าแรงจูงใจของเกะโท สุงุรุคืออะไร หากฉุดคร่าชาวบ้าน แม้มีสถานะเหนือผู้คนยังมิวายเสื่อมเสียหน้าตา อิตาโดริเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ อีกฝ่ายย่อมหนีโทษทัณฑ์สถานหนักไม่พ้น

“ฝ่าบาทยกพระองค์ให้กระหม่อมแล้ว”

“...!

ห้วงความคิดถูกทุบแหลกลาญในประโยคเดียว ลมหายใจของเกะโทรินรดผิวหนังบริเวณแอ่งชีพจร ระหว่างที่พูด สัมผัสจากริมฝีปากและลมหายใจร้อนรุ่มเพิ่มอุณหภูมิในตัวอิตาโดริให้พุ่งสูงจนแทบหมดสติ ต่อให้ถูกฟอนเฟ้นแฝงนัยทางเพศเขาก็ไม่มีใจขัดขืนแล้ว

โกหกหรือ?

น่าจะไม่ใช่

หากฝ่าบาทรู้เห็นและตกลงบางอย่างกับเกะโท ยินยอมยกตนให้ชายคนนี้จริง เรื่องที่ไม่มีใครออกตามหาและให้ความช่วยเหลือก็ดูสมเหตุสมผลดี

“อาจจะฟังไม่น่าเชื่อนัก แต่เดิมทีงานสมรสของเชื้อพระวงศ์ล้วนมีไว้เพื่อฉกฉวยผลประโยชน์ กรณีขององค์ชายก็เพียงแต่เปลี่ยนจากองค์หญิงแดนเหนือเป็นกระหม่อมเท่านั้น”

“สมรส?!

“พิธีจะมีในอีกสัปดาห์ให้หลัง และการขัดขืนก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาดนักหรอกนะ”

อิตาโดริไม่ทราบว่าผลประโยชน์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคู่สมรสสำเร็จทั้งที่เพิ่งกำหนดตัวได้ไม่ทันครบเจ็ดวันคืออะไร อาจไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนแต่มีการข่มขู่คุกคามเพิ่มเข้ามาด้วย ในเมื่อจะอย่างไรอิตาโดริถูกจับตัวไประยะหนึ่ง

เขาไม่อยากคิดว่าฝ่าบาทจะยินยอมมอบบุตรชายให้ใครง่ายๆ เพียงเพื่อผลประโยชน์

แต่ที่ไม่เข้าใจยิ่งกว่าคือ

“ท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่...”

ร่างกายเปลือยเปล่าถูกทาบทับ บุรุษต่ำทรามผู้นั้นเผยรอยยิ้มอ่อนโยนขณะไล้ข้อนิ้วไปตามโครงหน้าของอิตาโดริ “ย่อมต้องเป็นองค์ชายน่ะสิ”

...ยอมยกท่านให้ผู้อื่นไม่ได้หรอก

 

 

Talk

วันเกิดยูจิ ลงโป๊ยูจิ

ความจริงตอนแรกจะเป็นนานะยูจิ แต่เปลี่ยนใจโค้งสุดท้ายแหละ

1 comment:

  1. เพิ่งมาเห็นฟิกนี้ค่ะ อร่อยมาก /พนมมือ
    ชอบเกะโทร้ายๆแบบนี้
    ขอบคุณที่แต่งมานะคะ

    ReplyDelete