Fanfic Jujutsu Kaisen
Shut
Pairing :
Geto Suguru x Itadori Yuji
Rating :
NSFW
CW : Aphrodisiac, Rape, Kidnapping, Imprison, Abuse, Underage,
Unsafe sex, Explicit Sex scene, Forced Marriage, Blackmail, Age Gap
ตอนรู้สึกตัวว่าถูกอากาศลูบไล้ผิวกายโดยตรงทั่วทั้งร่างก็สะท้านเยือก
ต่อมายังพบว่ามีผ้าพันรอบตาแน่นหนา สองมือถูกมัดเหนือศีรษะ
มีชีวิตอยู่จนอายุ 15 ปี อิตาโดริ
ยูจิไม่เคยถูกลบหลู่ขนาดนี้มาก่อน นอกจากความอับอายคือความโมโหโกรธาอันรุนแรง
ด้วยความที่เท้าสัมผัสพื้นเพียงหมิ่นเหม่
ยามออกแรงดึงทึ้งเชือกเพื่อหาทางเป็นอิสระร่างกายจึงเสียสมดุลได้ง่าย
นอกจากนี้อุปกรณ์พันธนาการยังแข็งแรงแน่นหนา
ดิ้นรนจนแสบผิวยังไม่ให้ผลลัพธ์ดังหวัง
ตอนนี้สภาวะทางอารมณ์จึงเพิ่มความสิ้นหวังกับหวาดกลัวเข้ามา
ก่อนนี้อิตาโดริไม่รู้สถานการณ์จึงไม่ซี้ซั้วส่งเสียงเรียกคน...เกรงว่าจะได้รับการซ้ำเติมแทนช่วยเหลือ
ทว่าหากรั้งรอต่อไปตัวเองจะหมดแรงเข้าเสียก่อน
ซ้ำยังเปลืองเวลาโดยใช่เหตุจึงกลับลำ
แต่ว่า
นั่นเป็นการตัดสินใจที่ทำให้รู้สึกเสียใจภายหลังมากที่สุดในชีวิต
เขาได้ยินเสียงบุรุษเอ่ยเรียก “องค์ชาย” หลังร้องขอความช่วยเหลือ
แม้สำรวม หากเจือแววหยอกเย้าหยาบโลนอย่างประหลาด
อิตาโดริขนหัวลุกทันที
สัญชาตญาณบอกให้หลีกหนีให้ไกล ทว่าไม่ทันได้ประท้วงขัดขืน
สองขาโดนรวบให้ไม่ให้แผลงฤทธิ์ จากนั้นกลีบปากถูกงัดอ้า
โดนบังคับให้กลืนยาสองเม็ดลงไปด้วยลิ้นผู้อื่น
เขาเคยจูบก็จริง แต่ไม่เคยถูกบังคับ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงถูกบีบให้กินของไม่รู้ที่มาด้วยปากใครก็ไม่รู้
“จะคายออกมาไม่ได้นะ”
นิ้วมือข้างหนึ่งสอดเข้ามาในปาก ฝืนดันเม็ดยาลงไป
อิตาโดริกลัวจนน้ำตาไหล ใครอีกคนกลับหัวเราะเสียงแผ่วในลำคอ
ร่างกายที่ไม่รู้จักยิ่งบดเบียดแนบชิด ลูบแผ่นหลังเปลือยคล้ายจะปลอบโยน
พร้อมกันนั้นก็เลียน้ำตาสลับพรมจุมพิตแผ่วๆ ทั่วใบหน้า
ทำให้อยากอาเจียนออกมาด้วยความขยะแขยง
กลัว
แม้ร่างกายแข็งแรง
เรี่ยวแรงที่คนตรงหน้าใช้ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของตนกลับแสดงออกชัดว่ามีกำลังทัดเทียมกัน
นอกจากนี้คือตกอยู่ในสารรูปเป็นรอง
ยาสองเม็ดนั้นเองก็ยังไม่รู้ว่าจะแสดงฤทธิ์แบบไหนออกมา
กลัว กลัว กลัว
“ปล่อยข้าไปเถอะ”
ใครบ้างไม่ชอบถูกขอร้องดีๆ
แม้ทั้งโกรธทั้งกลัวจนอยากสบถด่าบรรพบุรุษ อิตาโดริยังมีสติยั้งคิดพอจะพยายามเจรจาหว่านล้อม
สิ่งสำคัญที่สุดคือพาตัวเองให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ตรงหน้า
เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ทว่าชายปริศนาไม่เอ่ยอะไรอีกเลย
เขาเพียงแต่หัวเราะเบาๆ สุ้มเสียงนุ่มนวล หรือไม่ก็ร้อง ‘อืม’ ‘หืม’
และคำที่ไม่มีความหมายชัดเจนอะไร จากการพึ่งพาประสาทรับเสียงของอิตาโดริ ในบรรดาเรื่องเลวร้ายทั้งมวล
มีเรื่องดีอยู่อย่างที่ชายคนนี้ปรากฏตัวเพียงลำพัง ไม่ได้ยกคนเป็นโขยงมาพร้อมกัน
หลังกลืนยาไปได้ราวครึ่งชั่วโมงอิตาโดริก็อ่อนแรงลง
สติที่เคยคมชัดพร่าเบลอตามลงไปด้วย เขาถูกปล่อยตัวลงมาในตอนนั้นเอง จากนั้นถูกช้อนข้อพับยกตัวลอย
มาได้ยินเสียงปริศนาอีกครั้งเอาตอนนี้เช่นกัน
“ห้ามปล่อยออกมาล่ะ”
ชายคนนั้นจับเขากรอกน้ำ
...ทางทวารหนัก
ขังน้ำเอาไว้
เมื่อปล่อยออกก็เติมเข้ามาใหม่จนเต็มท้อง อิตาโดริทรมานอย่างมาก
แต่คนคนนั้นอ่อนโยนเพียงน้ำเสียง ไม่ยอมให้ขัดขืนตั้งแต่ต้นจนจบ
รอจนถ่ายน้ำครั้งสุดท้ายออกมาหมดเขาก็ไม่รู้แล้วว่ามีถ้อยคำวิงวอนใดที่ตนยังไม่ได้ใช้ออกไป
อย่างไรก็ตาม
อิตาโดริคิดว่ามันคือการทรมานรูปแบบหนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่ในระดับอันยากจะทานทน
กระทั่งถูกพาตัวมานั่งยังพื้นที่ให้สัมผัสค่อนข้างนิ่มและปูด้วยผ้า
หนังศีรษะชาวาบทันที
“นี่...!”
ด้วยเรี่ยวแรงเหือดหาย
แรงต่อต้านจึงเล็กน้อยจนเหมือนคนรักกระบิดกระบวนแง่งอน คู่กรณีไม่นำพาต่อการดิ้นรนเล็กๆ
จับอิตาโดริพลิกคว่ำ บั้นท้ายเปลือยลอยโด่งจากพื้น เพราะมองไม่เห็น
ประกอบกับสติไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แน่นอนว่ามึนเบลอทันที
นิ้วเปียกๆ ค่อยๆ
สอดเข้ามายังช่องทางด้านหลังในจังหวะดังกล่าว
ทั้งที่ควรรังเกียจเต็มกำลัง
ร่างกายกลับเปิดรับง่ายดายกว่าที่คาด อิตาโดริได้ยินเสียงหัวเราะสมใจ
ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ ถูกรุกคืบอย่างเชื่องช้าและใจเย็น
นิ้วที่สอดไล้เข้ามาเพิ่มจำนวนทีละนิด
ไม่รู้ว่าเสียเวลาไปเท่าไหร่แต่สุดท้ายสามนิ้วก็ชำแรกภายในได้ในที่สุด
ทั้งกำเริบเสิบสานถือดี ทั้งนุ่มนวลอ่อนหวาน
ความรู้สึกมากมายประดังประเด ทว่าในเมื่อถูกขืนใจ
จะอย่างไรก็ไม่รู้สึกดี
“ฮือออ...ฮึก...”
“ไม่แข็งจริงๆ แฮะ”
นิ้วมือที่นวดคลึงช่องทางเร้นลับผละออกไป
อุ้งมือซึ่งฟอนเฟ้นด้านหน้าก็เช่นกัน
ผิวกายของมนุษย์คนอื่นละจากผิวของอิตาโดริครู่หนึ่ง
จากนั้นจมูกพลันกระสากลิ่นแปลกๆ
ร่างกายเขาบังเกิดความเปลี่ยนแปลงตอบสนองต่อกลิ่นนั้น
นอกจากมีปฏิกริยาตอบสนองคือหยุดเสียดสีร่างกายกับพื้นผ้าด้านล่างไม่ได้
ชั่วประเดี๋ยวเดียวบั้นเอวถูกรั้งขึ้น
ฝ่ามือหยาบลูบส่วนสำคัญซึ่งแข็งชันของอิตาโดริอย่างย่ามใจ
จากนั้นสอดนิ้วไล้ไปด้านล่าง จับบั้นท้ายเต็มมือแล้วแหวกแยกออกจากกัน
จากนั้นความเป็นชายร้อนลวกสอดแทรกเข้ามา
คืบคลานทีละกระเบียดอย่างเชื่องช้าหากดึงดัน ทั้งที่จุกและอยากอาเจียน
ร่างด้านบนกลับไม่นำพา เสือกไสเข้ามาจนสุดในคราวเดียว นอกจากเสียงพรูลมหายใจสุขสม
อีกฝ่ายไม่ส่งเสียงใดอีก มุ่งหมายเพียงพิชิตชัยให้ราบคาบ
เขาโจนจ้วงเข้าใส่อิตาโดริไม่พูดจา ช่วงแรกยังมีแก่ใจคิดถึงคนด้านล่างอยู่บ้าง
ทว่าพอสาวกายเข้าออกได้ครู่หนึ่ง จังหวะเนิบนาบแปรผันเป็นดิบเถื่อน ประเดี๋ยวอุ้มตัวลอย
ประเดี๋ยวจับแหกแข้งขา แทบจะปั้นเป็นก้อนแล้วกลืนลงท้องอยู่รอมร่อ
สติรับรู้หลุดลอยทำให้บอกไม่ได้ว่าโดนกดขย่มยาวนานแค่ไหนหรือโดนจับพลิกตัวไปมากี่ครั้ง
นับจากถูกบังคับให้อ้าปากรับกลิ่นอายบุรุษเพศ
อิตาโดริสูญสิ้นเรี่ยวแรงในการต่อต้านโดยสิ้นเชิง
เขาสลบไปและรู้สึกตัวอีกครั้งเพราะแรงกระตุ้นจากบั้นท้ายซึ่งยังคงโดนชำเราซ้ำไปมา
“อึก”
ตอนที่ผ้าปิดตาร่วงหล่น
อิตาโดรินั่งคอพับคออ่อนอยู่บนหน้าขาของใครอีกคน
ฝ่ายนั้นรั้งเอวของอิตาโดริ
ขณะที่โยกสะโพก ปากและลิ้นพรมจูบสลับดูดเลียต้นคอกับสะบักของร่างในแขนเป็นแนวยาว
อิตาโดริจิกแขนที่กอดตนไว้
สะอึกสะอื้นไม่หยุด “ขอร้องล่ะ...”
ทว่ามืออันอุกอาจกลับบิดหน้าอกของเขา
ลูบมาตามแอ่งสะดือ ก่อนจะแหวกแยกช่องทางที่เชื่อมประสานกันทางด้านหลัง
ลำพังเสียงหยาบโลนจากการกระแทกกระทั้นก็ทำเอาแทบเสียสติ
ทว่าของเหลวที่ไม่ควรมีไหลออกมาตามการเคลื่อนไหวพวกนั้นกลับทำให้อยากจะเป็นบ้าไปจริงๆ
“อา...”
เสียงหอบหายใจกระเส่าฟังไม่คุ้นหูจนไม่อยากเชื่อว่าดังมาจากริมฝีปากของตน
ฟังคล้ายเสียงคร่ำครวญของสัตว์กินพืชที่ถูกรังแก ในทางกลับกัน
เสียงลมหายใจที่รินรดผิวหนังร้อนผ่าวกลับคุกคามบ้าคลั่ง
กลิ่นอายและรสชาติของบุรุษเพศฟุ้งตลบแทบสำลัก
หลังจากขบกัดทั่วตารางผิวและดึงทึ้งยอดอกจนแสบร้อน
อิตาโดริถูกกดหลังคอ จากนั้นริมฝีปากถูกครอบครองลึกซึ้ง เขาไม่มีแรงต่อต้าน
ได้แต่ยินยอมให้ลิ้นอันอุกอาจกวาดต้อนดูดกลืนตามอำเภอใจ
“องค์ชาย”
น้ำคำเจือความรู้สึกลึกล้ำบางประการ...ทว่ามันแผ่วค่อยเกินไป
อีกทั้งอิตาโดริตกอยู่ในสภาวะรู้สึกตัวเพียงครึ่งเดียวจึงไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
ขณะที่กำลังจะสิ้นสติไปอีกครั้ง
ผิวกายยังคงถูกฟอนเฟ้น อีกทั้งของเหลวร้อนลวกก็ยังรินรดเข้ามาภายในร่างกายไม่หยุด
ร่างกายซึ่งแปดเปื้อนทั้งภายนอกและภายในถูกกัดกินจนไม่เหลือเค้าเดิม
อิตาโดริลืมตาตื่นเพราะความหิวโหย
ทุกอณูร่างกายรวดร้าวจนยากแยกแยะว่าเจ็บปวดบริเวณใดมากที่สุด เขาฟื้นขึ้นมาบนเตียงในห้องหับอันหรูหรา
เคราะห์ดีว่าไม่ถูกปิดตาแล้ว ทว่าข้อเท้าซ้ายถูกตีตรวนประหนึ่งนักโทษ
แม้สมองจะมึนตื้อ ห้วงความคิดไม่ปลอดโปร่ง
ทว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาโอ้เอ้ หากไม่หาทางเอาตัวรอดคงได้จบเห่เข้าจริงๆ
ฉะนั้นจึงฝืนข่มความเจ็บปวดทั้งมวล ค่อยๆ หยัดกายลุกนั่งอย่างยากลำบาก
ม่านมุ้งอันสวยสดงดงาม พรมขนสัตว์หนานุ่ม
เครื่องครามลวดลายอ่อนช้อย ไหนจะเครื่องเรือนที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความฟุ้งเฟ้อ
ห้องอันโอ่โถงนี้ไม่อาจมีได้ในบ้านเรือนทั่วไป
หากไม่อยู่ในวังหลวงก็ต้องเป็นเรือนใดเรือนหนึ่งในครอบครองของเชื้อพระวงศ์หรือขุนนางคหบดีผู้ร่ำรวย
อิตาโดริข่มอาการปวดหัวจี๊ดและความรู้สึกอยากอาเจียน
เขาคว้าผลไม้และน้ำดื่มจากโต๊ะข้างเตียงมากรอกใส่ปาก ถึงหวาดเกรงว่าจะผสมยาประหลาดอยู่บ้าง
แต่เขาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว กินอะไรได้ก็กินไปก่อน
ถึงอย่างนั้นยังคงกินดื่มอะไรลงไปไม่ได้มากอยู่ดี
ถูกล่ะว่าร่างกายถูกชำระล้างจนหมดจด
ได้สวมใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ผ้าปูเตียงไร้ร่องรอยชวนคลื่นเหียน
ทว่าผิวกายของตนปรากฏร่องรอยอันใดบ้าง รสชาติตกค้างในปากเป็นเช่นไร
แล้วยังร่างกายซึ่งสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวไม่หายจากการถูกบุรุษบังคับล่วงล้ำ
เขาร่างกายแข็งแรงเปี่ยมกำลังวังชามาโดยตลอด
แต่เพียงคืนเดียวกลับอ่อนแอลงเป็นคนละคน
ถึงแม้การตระหนักรู้เวลาจะผิดเพี้ยนไปเพราะอยู่ภายในห้องปิดมิดชิดไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน
ทว่าอิตาโดริยินดีฝังหัวตัวเองว่าเพิ่งจะผ่านไปเพียงคืนเดียวเท่านั้น เขาพยายามนึกหน้าตาของโจรราคะ
เสี้ยวหนึ่งแอบคิดว่าเป็นคนใกล้ตัว ทว่าก็ไม่ได้มั่นใจขนาดนั้น
ครึ่งหลังผ้าพันตาหลุดออกไปก็จริง ทว่าสติสตังเขาไม่ใคร่จะครบถ้วนนัก
กล่าวคือนึกใบหน้าอะไรไม่ออกทั้งสิ้น
ว่าแต่ตอนนี้เขาถูกล่ามก็จริง แต่ไม่โดนปิดตาแล้ว
ใครโผล่เข้ามาในห้องนี้ย่อมถูกเห็นหน้าจนหมด เจ้าโจรลักพาตัวคิดอะไรอยู่กันแน่
หรือคิดจะใส่หน้ากากเข้ามา?
ด้วยไม่มีสิ่งใดให้ทำ
ทั้งยังถูกจำกัดการเคลื่อนไหว หลังพยายามทำลายตรวนเท้าแล้วล้มเหลว
ทั้งยังสลัดไม่หลุด หนีออกไปไม่ได้ อิตาโดริซึ่งตื่นตัวเต็มที่จึงเฝ้ารอออย่างระมัดระวัง
ด้วยสถานะของตัวอิตาโดริเอง หากหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยย่อมมีคนตามหา
ข้อเท็จจริงนี้ช่วยให้เบาใจลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม
อิตาโดริยังต้องการจัดการคนก่อเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง
อย่างน้อยก็ต้องได้ออกหมัดใส่จนบุพการีจำไม่ได้
กระนั้นกลับไม่มีใครเลย
รอแล้วรอเล่า กลับไม่เห็นแม้แต่เงาคนมาส่งอาหาร
จนไม่รู้แล้วว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน
อิตาโดริรู้สึกหิวและง่วง
ทว่าความอ่อนล้าทำให้ยากจะมั่นใจว่าเป็นผลกระทบจากนาฬิการ่างกาย
อิตาโดริฝืนบอกตัวเองว่าตนอาจจะเพิ่งตื่นได้ไม่กี่ชั่วโมง ให้อดทนต่อ
อดทนอีกหน่อย
ทว่าสุดท้ายอิตาโดริ ยูจิก็จมห้วงนิทราไปอีกครั้ง
ร่างกายและสมองหนักอึ้งจนผิดสังเกต
อิตาโดริคลับคล้ายคลับคลาว่าตนตื่นขึ้นมาเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนสลบไปหลายครั้ง
รู้สึกว่าร่างกายถูกยกขึ้น ถูกจับเคลื่อนย้ายราวกับแบกหามสิ่งของ
มีบางสิ่งถูกป้อนเข้ามาในปาก ทว่าเอาเข้าจริงเขาก็ไม่ค่อยรับรู้นักว่าอะไรเป็นอะไร
ตอนที่กลับมารู้สึกตัวโดยสมบูรณ์
อิตาโดริมองเห็นเค้าโครงใบหน้าเลือนราง
ใครกันนะ?
พอลองกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส กลับมีข้อนิ้วแข็งๆ
ช้อนใบหน้าตนขึ้น จากนั้นใบหน้าซึ่งพร่าเบลอเมื่อสักครู่ก็ขยับเข้ามาใกล้แล้วสอดลิ้นลึกเข้ามาในปาก
จูบดูดดื่มทำเอาสมองตื่นในบัดดล
อิตาโดริลืมตาโพลง ดิ้นรนออกจากสถานการณ์อันชวนหนาวสันหลัง
กลับพบว่าพื้นที่รองรับไม่มั่นคง...หรือก็คือกำลังนั่งบนตักใครบางคนทั้งตัว
แขนสองข้างก็ขยับไม่ได้เพราะถูกกระหวัดรัดพันในอ้อมกอดอย่างถือสิทธิ์
“อึก....!”
พอขบฟันลงไปสุดแรง
เจ้าคนหยาบคายถึงยอมละใบหน้าออกไป ทว่ายังคงรัดตัวอิตาโดริอย่างแนบแน่นเช่นเดิม
อิตาโดริถือโอกาสพิศน้ำหน้าบุรุษผู้ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
เสียงหัวเราะแผ่วต่ำในลำคอเหมือนเสียงที่ได้ยินความมืดเมื่อครั้งกระนั้นไม่ผิด
“เป็นองค์ชายน้อยที่น่ารักเหลือเกิน”
ดวงตาชั้นเดียวเรียวยาว รอยยิ้มอ่อนหวานละมุนตา
เป็นใบหน้าเจือรอยยิ้มนุ่มนวลเปี่ยมเมตตาแท้ๆ กลับแสดงพฤติกรรมต่ำช้าทรยศภาพลักษณ์
อิตาโดริมองใบหน้านี้ตาค้าง แทบไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น
“เป็นท่าน....?! ได้ยังไงกัน...”
ทว่าริมฝีปากกลับถูกจุมพิตอีกครั้ง เกะโท
สุงุรุเฝ้าวนเวียนสัมผัสอิตาโดริที่ตัวแข็งทื่อ
คล้ายลุ่มหลงมัวเมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ภายใต้อ้อมแขนอันแน่นหนา
อิตาโดริดิ้นรนไม่หลุด เขาตระหนักถึงความผิดปกติโดยพลัน ตื่นเต็มตาเช่นนี้เรี่ยวแรงควรฟื้นฟูโดยสมบูรณ์
คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากถูกฤทธิ์ยาบางประเภทกดกำลังเอาไว้
ศักดิ์ฐานะสูงส่ง เปี่ยมอำนาจบารมี
นักบวชชั้นสูง ทำไมถึงได้ตกต่ำจน...
ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจว่าแรงจูงใจของเกะโท
สุงุรุคืออะไร หากฉุดคร่าชาวบ้าน แม้มีสถานะเหนือผู้คนยังมิวายเสื่อมเสียหน้าตา
อิตาโดริเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ อีกฝ่ายย่อมหนีโทษทัณฑ์สถานหนักไม่พ้น
“ฝ่าบาทยกพระองค์ให้กระหม่อมแล้ว”
“...!”
ห้วงความคิดถูกทุบแหลกลาญในประโยคเดียว ลมหายใจของเกะโทรินรดผิวหนังบริเวณแอ่งชีพจร
ระหว่างที่พูด สัมผัสจากริมฝีปากและลมหายใจร้อนรุ่มเพิ่มอุณหภูมิในตัวอิตาโดริให้พุ่งสูงจนแทบหมดสติ
ต่อให้ถูกฟอนเฟ้นแฝงนัยทางเพศเขาก็ไม่มีใจขัดขืนแล้ว
โกหกหรือ?
น่าจะไม่ใช่
หากฝ่าบาทรู้เห็นและตกลงบางอย่างกับเกะโท
ยินยอมยกตนให้ชายคนนี้จริง เรื่องที่ไม่มีใครออกตามหาและให้ความช่วยเหลือก็ดูสมเหตุสมผลดี
“อาจจะฟังไม่น่าเชื่อนัก แต่เดิมทีงานสมรสของเชื้อพระวงศ์ล้วนมีไว้เพื่อฉกฉวยผลประโยชน์
กรณีขององค์ชายก็เพียงแต่เปลี่ยนจากองค์หญิงแดนเหนือเป็นกระหม่อมเท่านั้น”
“สมรส?!”
“พิธีจะมีในอีกสัปดาห์ให้หลัง
และการขัดขืนก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาดนักหรอกนะ”
อิตาโดริไม่ทราบว่าผลประโยชน์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคู่สมรสสำเร็จทั้งที่เพิ่งกำหนดตัวได้ไม่ทันครบเจ็ดวันคืออะไร
อาจไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนแต่มีการข่มขู่คุกคามเพิ่มเข้ามาด้วย
ในเมื่อจะอย่างไรอิตาโดริถูกจับตัวไประยะหนึ่ง
เขาไม่อยากคิดว่าฝ่าบาทจะยินยอมมอบบุตรชายให้ใครง่ายๆ
เพียงเพื่อผลประโยชน์
แต่ที่ไม่เข้าใจยิ่งกว่าคือ
“ท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่...”
ร่างกายเปลือยเปล่าถูกทาบทับ
บุรุษต่ำทรามผู้นั้นเผยรอยยิ้มอ่อนโยนขณะไล้ข้อนิ้วไปตามโครงหน้าของอิตาโดริ
“ย่อมต้องเป็นองค์ชายน่ะสิ”
...ยอมยกท่านให้ผู้อื่นไม่ได้หรอก
Talk
วันเกิดยูจิ ลงโป๊ยูจิ
ความจริงตอนแรกจะเป็นนานะยูจิ
แต่เปลี่ยนใจโค้งสุดท้ายแหละ
เพิ่งมาเห็นฟิกนี้ค่ะ อร่อยมาก /พนมมือ
ReplyDeleteชอบเกะโทร้ายๆแบบนี้
ขอบคุณที่แต่งมานะคะ