Monday, 4 December 2023

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GeYu] น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก Part III [END]

Fanfic Jujutsu Kaisen

น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก

Part III

 

Pairing   : Geto Suguru x Itadori Yuji

Rating    : SFW

 

 

ราวสี่ทุ่มครึ่ง อิตาโดริ ยูจิกำลังทำการบ้าน เขานอนบนโซฟา วางสมุดกับหนังสือประกอบการเรียนไว้บนเบาะหนังระหว่างแขนทั้งสองข้าง หน้าจอโทรศัพท์สว่างวูบวาบเป็นระยะจากแจ้งเตือนข้อความใหม่ในแชทกลุ่มซึ่งกำลังร้อนระอุ ก่อนหน้านี้ตอนเปิดดูเห็นมีทั้งคนถามไถ่วิธีแก้โจทย์ ขอโพยเฉลย ไปจนถึงสาปแช่งขอให้อาจารย์ล้มป่วยไม่เข้าสอน

การมีโทรศัพท์วางใกล้มือกวนสมาธิไม่น้อย แต่วางไว้ห่างตัวก็เหมือนขาดอะไรไป ต่อให้อิตาโดริรู้ว่าไม่ควรเหลือบมองหน้าจออยู่เรื่อยๆ เขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้

แควก

!#$^&*()_^!

คำสบถหยาบคายทำลายบรรยากาศนุ่มนวลจากเพลงประกอบภาพยนต์ที่เปิดผ่านลำโพงบลูทูธพังยับเยิน อิตาโดริเงยหน้าจากพื้นที่จุดตัดระหว่างกราฟ เบี่ยงปลายคางมองโต๊ะที่มีคนหน้าเหมือนตนกำลังนั่งหน้าบึ้ง

เมื่อเห็นว่าสุคุนะทำอะไรลงไป อิตาโดริซึ่งถูกตัวเลขมอมเมาจนหมดเรี่ยวแรงตาลีตาเหลือกลุกขึ้นยืนใน 0.01 วินาทีโดยพลัน

“นั่นฉีกจดหมายเหรอ! คนเขาเขียนให้นายด้วยใจ ทำอะไรเนี่ย!

ยังเดินไปไม่ถึงโต๊ะ สุคุนะก็หมุนเก้าอี้หันหลังใส่ กระดาษซึ่งยังเหลือเป็นแผ่นขนาดประมาณฝ่ามือถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยราวกับต้องการทำลายหลักฐาน

อิตาโดริมองดูเศษซากความเสียหาย ถามอย่างปลงตกว่า “เป็นอะไรไป”

“เชอะ!

“...”

ด้วยสภาพอารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ สุคุนะทำเรื่องไร้มารยาทและไม่คำนึงถึงใจคนอื่นมาหลายครั้ง กระนั้นที่แล้วมาไม่ว่าจะจดหมายหรือของขวัญต่างไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน

“หรือว่า...เจ้าของจดหมายว่าร้ายนายเหรอ?”

เศษกระดาษเกลื่อนพื้นไปหมด อิตาโดริก้มตัวลงหยิบขึ้นมาทว่าไม่อาจนำมาประกอบกันได้ เขามองเห็นเพียงหมึกปากกาสีดำกับตัวหนังสืออันหนักแน่น น่าจะเป็นลายมือที่เป็นระเบียบเรียบร้อยน่าดู

“เดี๋ยวฉันมา เก็บให้ด้วย”

สุคุนะทิ้งกองของขวัญและจดหมายที่กำลังเปิด หลบมือของพี่ชายที่เอื้อมมาดึงชายเสื้อ จากนั้นลอดตัวผ่านประตูห้องออกไปด้านนอกอย่างคล่องแคล่วว่องไวโดยไม่สนเสียงประท้วง

“...”

อิตาโดริที่ยังแก้โจทย์ไม่ได้และถูกรบกวนจนไม่เป็นอันทำการบ้านอ้าปากค้าง อยากเตะตูดพ่อเจ้าประคุณทูนหัวสักที

เขาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ บอกตัวเองให้ใจเย็นไว้ อย่าโมโหนะ...รอจนอารมณ์มั่นคงขึ้นค่อยเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดตรงมุมห้องมาเก็บกวาดเศษซากความหุนหันพลันแล่นของเจ้าคนเอาแต่ใจ ส่วนหนึ่งที่อิตาโดริสนองบัญชาอย่างว่าง่ายเพราะกำลังหัวตันและต้องการหนีความจริง

ตอนเทเศษกระดาษลงถังขยะแยก คุกิซาคิโทรมา

“นี่ๆๆๆๆ อิตาโดริ!

เสียงเจ้าหล่อนใสแจ๋วแถมกระตือรือร้นจนคนฟังหวาดระแวง อิตาโดริหนีบโทรศัพท์ด้วยไหล่ สองมือปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตัว “คึกอะไรดึกดื่นอย่าบอกนะว่าไปสาปอาจารย์แล้วได้ข่าวว่าอาจารย์กำลังตกส้วมจริงๆ?”

เสียงสดใสแปรสภาพเป็นเสียงกรีดร้องแทงทะลุหูข้างซ้ายออกทางหูข้างขวาทันที “จะบ้าเรอะ!

หะ...หูฉัน...!

อิตาโดรินวดใบหูข้างที่เพิ่งนำไปแนบโทรศัพท์ ระหว่างดึงแขนที่เหยียดจนตึงหนีมลภาวะทางเสียงกลับมาเพื่อคุยต่อในตำแหน่งเดิม เขาเดินไปนั่งแหมะบนโซฟาข้างกองการบ้าน

“ถ้างั้นคุกิซาคิมีเรื่องอะไรเหรอ?”

จากนั้นถึงทราบว่านิตตะห้อง 5 มีแฟนแล้ว

ก่อนหน้านี้ชมรมเรื่องลี้ลับนั่งสวดคาถาปริศนาตามฟอรัมเฉพาะทางบนอินเทอร์เน็ต ว่ากันว่าจะเกิดแรงดึงดูดทำให้ได้พบรัก อิตาโดรินอนงีบอยู่ด้านข้าง ไม่ได้ร่วมทำอะไรกับเขา ทว่าคุกิซาคิกำลังบอกว่าชื่อของคนที่เธอนำไปลองใช้เพราะไม่อยากเสี่ยงด้วยตัวเองก็คืออิตาโดริ...เล่นเอาพูดไม่ออก

พอนิตตะประสบความสำเร็จ คุกิซาคิปักใจเชื่อทันทีว่าคาถาประหลาดๆ นั่นได้ผล

“ไง คนอื่นเขาได้แฟนแล้ว นายล่ะได้แฟนหรือยัง สารภาพมาซะดีๆ”

อิตาโดริเจอเรื่องให้โมโหติดๆ กันจนปวดหัวจี๊ด “เธอ เอา ชื่อ ฉัน ไป ใช้ งั้น เหรอ?”

“หลุดพ้นจากเจ้ารุ่นพี่เฮงซวยสักทีก็ดีไม่ใช่รึไง?”

“นั่นไม่ใช่ประเด็นสักหน่อย!

คุกิซาคิอยู่กับอิตาโดริเกือบตลอด หากอิตาโดริมีแฟนก็ไม่น่าหลุดรอดสายตา ทว่าเธอไม่อาจทิ้งความเป็นไปได้ที่เพื่อนจะแอบคบหาใครเงียบๆ โดยไม่บอกตนถึงได้ถามออกมาตรงๆ ยังลงรายละเอียดด้วยว่าแค่มาจีบหรือมาสารภาพรักก็ได้ น่าจะมีบ้างจริงไหม? อย่างเช่น รุ่นพี่ตาตี่ๆ ชมรมการแสดงคนนั้น?

คนดีๆ ถูกพาดพิงเสียแล้ว อิตาโดริปวดใจนัก ค่อยๆ ตั้งสติอธิบายกับเพื่อนเสียงอ่อนว่า “รุ่นพี่เกะโทเป็นเพื่อนอ่านการ์ตูน เขาแค่ยืมหนังสือ” แต่พูดถึงคนหนึ่งใบหน้าของอีกคนผุดขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่ อิตาโดริห้ามปากตัวเองไม่ได้ เผลอพูดต่อว่ารุ่นพี่โกะโจน่าจะชอบรุ่นพี่เกะโทใช่ไหม...

ผลคือคุกิซาคิที่ใจเย็นลงชั่วประเดี๋ยวแทบกรี๊ดใส่หู “ยังจะมาโกะโจๆ อะไรอีก เลิกสนหมอนั่นได้แล้ว ไอ้หมอนั่นมันจะคิดยังไงหรือชอบใครก็ไม่ใช่เรื่องของนาย! คิดว่าฉันพยายามจับคู่นายใหม่เพื่ออะไรยะ!

“ไม่ คืองี้...เธอพยายามจับคู่ฉันกับเพื่อนของรุ่นพี่ไง...”

“หนวกหู! ห้ามเถียง!

“...กั๊บป๋ม”

ได้ยินเสียงหอบแฮ่กๆ จากปลายสาย แสดงว่าเพื่อนสาวอารมณ์ขึ้นน่าดู ใจหนึ่งอิตาโดริอยากบอกว่าดึกแล้ว อย่าตะโกนเสียงดังโวยวายรบกวนคนอื่นสิ การบ้านก็ยังไม่เสร็จด้วยใช่ไหมล่ะ ทว่าพูดไปคงโดนด่าเปิง อิตาโดริผู้รู้จักเรียนรู้ตัดสินใจรูดซิปปากอย่างชาญฉลาด

หลายวินาทีผ่านไป หลังสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ สองสามครั้ง คุกิซาคิค่อยปรับอารมณ์ได้ น้ำเสียงเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาก

“นายบอกเองไม่ใช่เหรอสารภาพรักแล้วล้มเหลวจะไม่ตามตื๊อ ไม่ทำให้รุ่นพี่รำคาญหรอก!” เลียนการพูดอันขึงขังของเพื่อนในช่วงท้ายเสร็จ คุกิซาคิขยับหูกระต่ายตามเด็กประถมใส่แว่น เปลี่ยนมาใช้เสียงเดิมของตัวเอง “ฉะนั้น ในเมื่อโดนสลัดรักมาก็หลายเดือนแล้ว ตอนนี้เลิกอ้าปากหุบปากก็เอาแต่พ่นชื่อโกะโจๆๆ ซะที รำคาญ! แล้วก็นะ ถ้าเพื่อนเขามาชอบนายมันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ ไขกะโหลกเอาขี้เลื่อยออกมาแล้วแหกหูแหกตามองรอบๆ ให้ดี ฉันว่ารุ่นพี่เกะโทต้องชอบนายไม่มากก็น้อยล่ะย่ะ!

อิตาโดริพรูลมหายใจยาวหนึ่งเฮือก ไม่คิดว่าพูดเรื่องความสัมพันธ์กับเกะโทชัดขนาดนั้นแล้วจะยังไม่จบ อาจเพราะคอยตามใจน้องชายผู้รับมือยากมาตลอด ต่อให้รู้สึกว่าการคุยโทรศัพท์ต่อไปรังแต่จะเสียเวลา กระนั้นเขายังคงโต้ตอบเพื่อนสาวผู้หมกมุ่นอย่างมีน้ำอดน้ำทน “ทำไมคิดงั้น”

“ลางสังหรณ์”

“...”

เผลอคาดหวังว่าจะได้ยินอะไรเข้าท่าๆ จากคุกิซาคิได้ยังไงกันนะ...?

ตอนวางสาย เวลาล่วงเลยเกินห้าทุ่มเข้าไปแล้ว สุคุนะที่หนีออกไปก่อนหน้านี้กลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ แถมยังหน้าบูดกว่าเดิมอีกต่างหาก

อิตาโดริหาวสุดปอด ถอดใจในการทำการบ้านด้วยตัวเองและเปิดปากเตรียมขอพึ่งใบบุญ

แต่ยังไม่ทันได้ขอ สุคุนะก็...

“ไม่”

ไวเหมือนนั่งรอจังหวะนี้มานานแสนนาน

อิตาโดริคว่ำปาก “ยังไม่พูดไม่ทันจบเลย”

คนฟังหรี่ตาทันควัน แผ่บรรยากาศอันตราย “อยากพูดให้จบ? ได้ เชิญ”

“เอ่อ ขอลอกการบ้าน...”

“ไม่”

“...”

“ทำไม อยากพูดอีกรอบ?”

อิตาโดริบ่นอุบ เมื่อกี้อุตส่าห์ช่วยทำความสะอาด สุคุนะไม่น่ารักเลย...เขาลิสรายชื่อเพื่อนที่น่าจะให้ความช่วยเหลือในหัวระหว่างบ่นหงุงหงิง เนื่องจากกำลังใช้สมองเต็มที่จึงไม่รู้สึกถึงสายตาพินิจพิเคราะห์จากอีกคนหนึ่ง

สุคุนะเท้าใบหน้า ชั่งใจพักใหญ่กว่าจะเอ่ยออกมาเหมือนโกรธว่า “ไอ้คนใจง่าย”

อิตาโดริที่อยู่ๆ ก็โดนด่า “???”

ไม่รู้หน้าตาเหลอหลาของพี่ชายไปกระตุกต่อมอะไรเข้า สุคุนะเปลี่ยนท่านั่ง คนคุ้นเคยมองออกว่าอีกฝ่ายกำลังหาท่านั่งที่สบายตัวที่สุดจะได้เปิดเครื่องด่ายาวๆ

“หน้าโง่ไปสารภาพรักแล้วโดนตอกหน้าหงายยังไม่รู้จักเข็ด เผลอเดี๋ยวเดียว....”

“เฮ้ยๆๆ สต็อป!” อิตาโดริยกมือเบรคเอี๊ยด สงสัยขึ้นมาครามครันว่าวันนี้มันวันอะไรทำไมคนอื่นถึงได้แห่มายุ่มย่ามเรื่องความรักของตนนัก นี่พี่ชายคนโตคงไม่เปิดประตูผางเข้ามาแล้วกอดขาบอกว่า พี่จ๋าไม่ยอมให้มีแฟนหรอกนะ!’ อีกคนใช่ไหมเนี่ย? “เป็นอะไรกันไปหมดไม่รู้แต่ขอแก้ต่างนิดนึงเหอะ ก่อนหน้านี้ฉันบุ่มบ่ามไปสารภาพรักรุ่นพี่โกะโจ แต่พอรุ่นพี่ปฏิเสธฉันก็ไม่คิดอะไรแล้ว ตอนนี้เห็นรุ่นพี่เป็น...จะว่าไงดี ไอดอลคนหนึ่งเฉยๆ ประมาณนี้มั้ง”

เพราะความรู้สึกช่วงแรกพลุ่งพล่านมาก อิตาโดริที่ค่อนข้างหุนหันพลันแล่นและใจร้อนจึงสารภาพรักทันทีที่แน่ใจความรู้สึกของตน อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเขารู้จักโกะโจเพียงผิวเผิน จะบอกว่าความประทับใจส่วนใหญ่มาจากลักษณะท่าทางภายนอกก็ได้ หลังโดนปฏิเสธและรู้จักนิสัยใจคออีกฝ่ายมากขึ้น ความรักใคร่ชอบพอหลงเหลือเพียงความหลงใหลได้ปลื้ม

ความชื่นชอบที่มีให้โกะโจ ซาโตรุไม่มีอะไรเคลือบแฝงอีกแล้ว

เดิมทีคงเพราะอีกฝ่ายบังเอิญเหมือนเมนจากการ์ตูนเรื่องโปรดจนน่าตกใจ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ถึงได้รวนไประยะหนึ่ง

สุคุนะเองก็รู้เรื่องนั้น ถึงขั้นเหม็นหน้าไม่ว่าจะโกะโจในโลกแห่งความเป็นจริงหรืออ.โกะโจในยิวยิตสู คลายเส้น

แต่

“ฉันไม่ได้หมายถึงเจ้านั่น”

“...?”

“เกะโท สุงุรุ”

“...”

Again? รุ่นพี่เกะโทอีกแล้ว? Why?

ปกติคงต่อปากต่อคำว่ารุ่นพี่เกะโทเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมถึงโผล่มาในวงสนทนาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ได้ล่ะ แต่เพราะคุกิซาคิเพิ่งฉีดยาให้สดๆ ร้อนๆ อิตาโดริถึงได้นิ่งไปและเริ่มครุ่นคิดอย่างจริงจัง

ในเมื่อเพิ่งโดนยัดเยียดคำว่า ใจง่าย มาแปะหน้าผาก แสดงว่า...

“สุคุนะคิดว่าฉันเปลี่ยนใจจากรุ่นพี่โกะโจไปชอบรุ่นพี่เกะโทโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเหรอ? ถ้าถามฉัน ฉันว่าไม่น่าใช่ ถึงงั้นก็เถอะ ลองคนอื่นมองเห็นเป็นอย่างนั้นกันหมดแล้วคิดว่าฉันซื่อบื้อที่ไม่รู้ตัว ฉันจะลองกลับไปทบทวนตัวเองดู”

หืม? อิตาโดริฉุกใจขึ้นมา

ไม่สิ...จะว่าไปคุกิซาคิพูดเหมือนรุ่นพี่เกะโทเป็นฝ่ายมาชอบ...?

ส่วนสุคุนะพูดเหมือนอิตาโดริไปชอบเขา

อ้าว ต่างกันนิดหน่อยแฮะ

ร่างบนโซฟาเปลี่ยนท่าทีสู่สภาวะพร้อมรบในบัดดล สุคุนะเหยียดแผ่นหลัง ลำคอตั้งรงแหน็ว ใบหน้าเผยชัดถึงความปวดเศียรเวียนเกล้า แทบจะตะโกนว่า หน้าโง่เอ๊ย!’ ออกมารอมร่อ “ใครพูดแบบนั้นกัน! ไม่ต้องไปทบทวนตัวเอง แกไม่ได้...”

“ครับๆๆ ยังไงก็ดึกแล้ว ฉันไปนอนก่อนดีกว่า สุคุนะก็รีบไปนอนเถอะ”

“เดี๋ยว...!

“ราตรีสวัสดิ์จ้า”

ทว่าอิตาโดริผู้ไม่อยากหูระบมหอบการบ้านบนโซฟาหนีหายไปด้วยความรวดเร็วเหนือมนุษย์เรียบร้อย

 

 

ผลสืบเนื่องจากบทสนทนาเละๆ เทะๆ เมื่อคืนในบ้านอิตาโดริทำให้ในวันถัดมา เกะโท สุงุรุถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว

“รุ่นพี่ชอบผมเหรอครับ?”

“...”

กำลังเป็นตัวแทนห้องไปส่งงานอยู่ดีๆ เจออิตาโดริวิ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วราวกับห้อรถจักรยานยนต์ มิหนำซ้ำยังถูกทำให้ตกใจต่อเนื่องด้วยลูกตรงพลังทำลายล้างสูง เพราะเจอหน้าปุ๊บก็อ้าปากถามเลย ต่อให้เกะโทมีความสามารถพิเศษในการได้ยินเสียงในใจของอิตาโดริก็รับมือการจู่โจมสายฟ้าแลบนี้ไม่ทัน หนุ่มรูปงามผมดำยาวผู้อยู่ในช่วงวัยที่เป็นกังวลต่อภาพลักษณ์เกือบได้ขายขี้หน้าครั้งใหญ่จากการสะดุดพื้นเรียบหัวคะมำ

ต่อเมื่อจับหัวใจกระเด้งกระดอนยัดเข้าไปในอกสำเร็จ ดวงตาเรียวยาวลอบสำรวจสภาพแวดล้อมอีกครั้ง

สถานที่คือทางเดินอาคารอเนกประสงค์ชั้น 2 ช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนคาบเรียน ไม่ได้ฝันกลางวันหรือหลุดไปยังต่างโลกแต่อย่างใด

บรรยากาศไม่เหมาะแก่การสารภาพความในใจเอาเสียเลย

กองชีทเรียนสูงราว 50 เซนติเมตรในอ้อมแขนเกะโทเป็นดั่งเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างคนทั้งคู่ ฝ่ายสูงกว่ากดคางลงเล็กน้อย สำรวจอากัปกริยารวมทั้งการแสดงออกทางสีหน้าของอิตาโดริที่ยืนห่างออกไปเพียงระยะเอื้อมแขน

อิตาโดริมองรุ่นพี่ที่ทอดสายตาลงมา เห็นรอยยิ้มขื่นบางๆ กับสีหน้าลำบากใจก็ร้อง อ้อ อย่างเหี่ยวเฉา ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาเตรียมเอ่ยขอโทษที่เข้ามารบกวนพลันได้ยินเสียงจากเหนือศีรษะดังแทรกว่าอิตาโดริ...เป็นสุ้มเสียงที่ทั้งทดท้อใจและอ่อนหวานเกินเหตุ

ครั้นเห็นรุ่นน้องเงยหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อหู เกะโทซึ่งยกธงขาวย้อมแพ้ถึงเอ่ยหยอกเย้าเจือเสียงหัวเราะ

“ฉันอยากสารภาพความในใจครั้งแรกให้นายประทับใจ แต่มันพังหมดแบบนี้ นายชดเชยด้วยการตกลงคบกับฉันเลยได้หรือเปล่า?”

 

 

เกะโท สุงุรุวางแผนก่อนลงมือทำเสมอ ประเมินสถานการณ์และความเป็นไปได้ที่จะสารภาพรักสำเร็จเอาไว้ล่วงหน้า หากอิตาโดริยังไม่หวั่นไหว ต่อให้ควักหัวใจออกมาก็คงโดนปฏิเสธทันที

อีกฝ่ายเป็นคนซื่อตรงและจิตใจอ่อนโยน ไม่มีทางหล่อเลี้ยงความหวังลมๆ แล้งๆ ของใครจนอีกฝ่ายเจ็บปวดเรื้อรังอย่างแน่นอน

เขาถึงรอจนกระทั่งความใกล้ชิดสนิทสนมสั่นคลอนอิตาโดริได้

แต่ตัวแปรบางอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมนี่สิ

เช่น ตัวอิตาโดริ ยูจิเอง

...ไม่คิดเลยว่าจะถูกบีบให้ต้องบอกความในใจสภาพนั้น

แม้เหตุการณ์ตอนสารภาพจะผิดแผนจนชวนให้ซุกมุมปลูกเห็ด ดีที่ผลลัพธ์ถือว่าน่าพอใจ นับจากวันนั้นไม่เพียงรู้ซึ้งถึงการมีตัวตนของเกะโทมากขึ้น อิตาโดริผู้อ่อนประสบการณ์ทางความรักโน้มเอียงมาทางเกะโทอย่างเห็นได้ชัด หากก่อนหน้านี้นั่งเฉียดไหล่หน้าไม่เปลี่ยนสี ระยะหลังนั่งห่างสองคืบยังหน้าร้อนจนแทบมีควันลอยออกมาจากผิวหนัง

ถึงรุ่นน้องขอเวลากลับไปตัดสินใจ ยังไม่ได้ตกลงรับรัก แต่ลงเอยมีลุ้นสมหวัง

ที่ใช้คำว่า มีลุ้น เนื่องมาจากเกะโทไม่มีหลักประกัน

เพราะนับจากเผยความในใจ เขาก็ไม่ได้ยินเสียงของอิตาโดริในหัวอีก

พอจะบอกได้ว่าคงไม่ใช่เทวดานางฟ้าที่ไหนให้เวทมนตร์คนสามสิบแต่ยังซิงผิดตัวมาลงหัวเกะโท ในเมื่อผู้เยาว์อย่างเขายังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง...ยังไม่ได้รวบหัวรวบหางอิตาโดริสักหน่อย

พลังพิเศษที่ดูเหมือนเวทมนตร์นี้ดูท่าว่าหากไม่เกี่ยวข้องกับอิตาโดริก็น่าจะเกี่ยวกับความรัก ส่วนมันมาจากไหน มาได้อย่างไร เกะโทคร้านจะหาคำตอบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่มีตัวช่วย เกะโทรู้สึกใจหายอยู่บ้าง น่าจะเป็นความรู้สึกคล้ายๆ กับการมีคู่มือโกงเกมอยู่ในมือ อยู่มาวันหนึ่งพอไม่มีมันความมั่นใจในการพิชิตเกมก็ร่อยหรอ คงต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะเคยชินกับการถอยกลับมาสู่จุดที่ไม่มีข้อได้เปรียบ

ทว่าอิตาโดริไม่รู้ว่ามีคนอื่นได้ยินเสียงที่ซุกซ่อนในใจ ลองคำนึงถึงปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล พลังนี้หายไปย่อมเป็นเรื่องดี...ใครจะชอบถูกล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวโดยไม่ยินยอมกันล่ะ ถึงคนดีๆ อย่างอิตาโดริน่าจะยอมให้อภัยก็เถอะ

เอาไว้ความสัมพันธ์คืบหน้าจนมั่นคงแล้วค่อยเล่าให้ฟังดีกว่า

“อยากกอดอิตาโดริจังเลยน้า”

แผละ

“...”

อิตาโดริที่เห็นรุ่นพี่นั่งอยู่ตามลำพังเลยเดินเข้ามาทักตกอยู่ในสภาพมือไม้อ่อน ใบ้รับประทาน อดีตไอศกรีมโคนค่อยๆ ละลายอยู่บนพื้นข้างรองเท้านักเรียน

เกะโทที่ไม่ได้ยินเสียงของอิตาโดริในหัวโดยตรงแต่ยังตาหูดีพอจะรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้แสร้งหันไปทางต้นเสียงด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราวใดๆ ไม่ว่าจะเสียงอุทานทุ้มๆ ดัง อ๊ะหรือดวงตาที่โตเบิกขึ้นนิดๆ ล้วนดูเป็นธรรมชาติ

“พะ พะ พะ

“เอ่อ เมื่อกี้ได้ยินสินะ? ขอโทษที่ทำให้ลำบากใจ ฉันไม่คิดว่านายจะมาได้ยินน่ะ” เกะโทระบายยิ้ม แสดงออกถึงความขอลุแก่โทษ 6 ส่วน ลำบากใจ 3 ส่วน และเขินอาย 1 ส่วน

รุ่นน้องใจอ่อนยวบตามคาด

“มันไม่ใช่เรื่องที่ควรพูดออกมาเลยนะครับ ถ้ามีคนอื่นได้ยินเข้าจะทำยังไง

“อืม คราวหน้าฉันจะระวัง อย่าโกรธเลยนะ?”

“...”

ตอนแรกแค่หยอกเล่น เห็นอิตาโดริก้มใบหน้าแดงก่ำเท่านั้นแหละ...ชักเริ่มคิดจริงแล้ว

ตอนเขินน่ารักจัง

เกะโทประสานมือสองข้างไว้ด้วยกัน กดความรู้สึกอยากกอดรัดฟัดเหวี่ยงหรือลูบแก้มลูบคอแดงๆ รวมทั้งความคิดอกุศลอื่นลงไปสุดชีวิต

ตอนนี้ยังทำไม่ได้ และไม่สามารถทำเป็นลูบหัวอย่างรุ่นพี่ธรรมดาๆ คนหนึ่งได้เช่นกัน

เพราะเกะโทไม่ได้อยากเป็นรุ่นพี่ธรรมดาเขาต้องการมากกว่านั้นและอยู่ระหว่างพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะที่ต้องการ หากนำคำว่า รุ่นพี่ มาเป็นข้ออ้างเพื่อแตะต้อง เกะโทมองว่าตนกำลังเอาเปรียบอิตาโดริอย่างหน้าไม่อาย

              “จะไปได้ยัง โอ้เอ้อยู่นั่น”

              เสียงทุ้มต่ำผ่าเปรี้ยงลงมากะทันหัน กรีดบรรยากาศอ่อนละมุนพังพินาศอย่างอำมหิต

              ต่อให้ยังรักษารอยยิ้มตามสมควรไว้ได้ หางคิ้วเกะโทยังคงกระตุกเมื่อหันไปเห็นใบหน้าที่เหมือนกับคนในใจแต่เนื้อในเป็นสิ่งมีชีวิตคนละสปีชีส์

              นัยน์ตาสีดำไล่ตามพี่ชายฝาแฝดบ้านอิตาโดริซึ่งถูกกอดรัดรอบคอจนไม่อาจขยับไปไหน นึกในใจว่ารุ่นน้องตามใจน้องชายจนเสียคนแล้ว

ขณะมองอิตาโดริถูกมารผจญดึงให้ออกห่างจากตน เกะโทถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สำเหนียกได้อีกครั้งว่าอุปสรรคความรักบางชิ้นยากจะเอาชนะ เขาพูดเรื่อยเปื่อยว่า “เมื่อไม่นานมานี้อยู่ๆ อ.โกะโจก็ถูกอ.เกะกะลงดาบกะทันหันจนบทหาย ตัวคนเขียนแสดงออกว่าไม่ชอบตัวละครตัวเองขึ้นมาดื้อๆ น่าปวดใจเนอะว่าไหม? เขาเป็นตัวละครที่ได้รับความรักจากแฟนๆ เยอะมากเลยนะ นายว่าถ้าส่งจดหมายไปประท้วง อ.เกะกะจะยินดีรับฟังหรือเปล่า”

สุคุนะที่ล็อกคออิตาโดริลากถูลู่ถูกังกลับไปด้วยกันหยุดการเคลื่อนไหวทั้งปวง ตวัดดวงตาวาววับดุดันมามอง “ถ้าเป็นแฟนคลับจริงๆ คงรับฟัง แต่ถ้าเป็นแอนตี้แฟนส่งอะไรไร้สาระมากวนโมโหก็อาจจะฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ ล่ะมั้ง”

“โมโหจนฉีกทิ้งเลยเหรอ อ.เป็นคนก้าวร้าวดุดันเหมือนกันเนอะ ได้ยินมาว่าตัวเอกของยิวยิตสู คลายเส้นได้แรงบันดาลใจมาจากพี่ชาย ไม่รู้อ.โกะโจโดนแบบนั้นเพราะมีตัวตนจริงเหมือนกันแล้วไปขวางหูขวางตาอ.เข้าหรือเปล่า” เกะโทหัวเราะคล้ายเห็นขำเสียเต็มประดา เสริมต่อว่า ถ้าแรกเริ่มไม่มีตัวตนอยู่จริงแต่บังเอิญไปเจอมนุษย์ตัวเป็นๆ ที่เหมือนตัวละครของตัวเองเปี๊ยบอย่างกับเล่นตลก หนำซ้ำเจ้าคนที่ว่ายังไปกวนโมโหอ.เกะกะเข้า...แบบนั้นอาจจะยิ่งชังน้ำหน้าทวีคูณเลยก็เป็นได้

ยิ่งบทสนทนาของเกะโทกับสุคุนะยืดยาว อิตาโดริยิ่งหน้าเผือดสี เขาชี้โบ๊ชี้เบ๊มาทางเกะโท ทว่าไม่มีเสียงอะไรหลุดออกมา ดูทั้งตลกทั้งน่าเอ็นดู พอเกะโทจะมองให้ดีๆ เสียหน่อยสุคุนะก็หมุนตัวดันพี่ชายไปซ่อนไว้ด้านหลัง สาวเท้าเดินต่ออีกครั้ง ขณะลากพรืดๆ พาคนไปกับตัวเองยังอุตส่าห์เหลียวมาแสยะเขี้ยวใส่

เกะโทคันปากติดหมัด “อิตาโดริ หมายถึงคนพี่ ยูจิน่ะ! เดี๋ยวส่งข้อความหานะ!

สุคุนะที่อยู่ห่างไปร่วมร้อยเมตรได้ยินเสียงตะโกนเต็มหู เขาผลักศีรษะในอ้อมแขนทิ้ง หมุนตัวกลับมายืดหลังตรงโชว์นิ้วกลางสองข้างให้เกะโท

คนได้รับของแจกไม่คาดฝันค่อยๆ ผลิยิ้มอันอบอุ่น

หนุ่มจิตใจดีไม่เอารัดเอาเปรียบใครอย่างเกะโทมีหรือจะรับความปรารถนาดีจากผู้อื่นโดยไม่ตอบแทน

เขาส่งคืนของอย่างเดียวกันกลับไปด้วยมือซ้ายขวาของตน

 

 

หลังจากนั้นเด็กหนุ่มตาชั้นเดียวผมดำยาวซึ่งประพิมพ์ประพายชวนให้นึกถึงใครบางคนก็กลายเป็น แม่ ตัวเอกเรื่องยิวยิตสู คลายเส้นช็อกวงการนักอ่าน

แต่เกะโท สุงุรุที่ได้คบหากับอิตาโดริ ยูจิอย่างเป็นทางการหลังสารภาพความในใจและสู้รบตบมือกับนักเขียนบทชมรมการแสดงทั้งในที่ลับที่แจ้งยาวนานครบเดือนไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก

ส่วนปฏิกริยาจากคนรอบตัวหลังเกะโททำการอวดแฟนหมาดๆ นั้น...

“สุงุรุกับยูจิเนี่ยนะ? ไม่ต้องหาเหตุผลอื่น ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ! ไม่อนุมัติ!

ใครเขาต้องการให้นายมาอนุมัติมิทราบ?

“ถ้าเป็นรุ่นพี่เกะโทก็ค่อยยังชั่วหน่อย” “อื้มๆ”

พูดได้ดี เห็นทีต้องไปก๊อปปี้โน้ตวิชาเรียนเก่าๆ อีกชุดให้เพื่อนแฟนแล้วล่ะ

“ฉันไม่ยอมรับ ทำไม? กล้าดียังไงให้ฉันนั่งเขียนงานงกๆ ส่วนตัวเองหนีไปหลั่นล้ามีแฟน เห็นคนอื่นดีกว่าฉันแล้วนี่ ไม่ฟังฉันแล้วสินะ หา?! อะไร! ไม่ต้องมาจับ!

คนนี้...กำลังรบแข็งแกร่งมาก เหมือนจะยังเป็นปัญหาไปอีกระยะหนึ่ง...

อิตาโดริต้องกอดโอ๋เอาใจอยู่พักใหญ่ถึงเรียกคืนความสงบได้ชั่วคราว เกะโทซึ่งอยู่ในเหตุการณ์รู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อตัวต้นเหตุลอบมองมาเยาะๆ ผ่านช่องว่างระหว่างแขนที่โอบรอบตัวเอง

ลองไม่เห็นแก่อิตาโดริ เกะโทอาจวางมวยสักยกไปแล้ว เขาปลอบใจตัวเองว่า เอาเถอะ...พวกขี้อิจฉาคนมีคู่ก็แบบนี้ แทนที่จะมัวนั่งโมโห เวทนาสงสารแทนดีกว่า

 




 

Tuesday, 21 November 2023

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GeYu] น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก Part Gojo's

 Fanfic Jujutsu Kaisen

น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก

Part Gojo's

 

Pairing   : Geto Suguru x Itadori Yuji

Rating    : SFW

Note       : After Part II



การมีความรักเป็นเรื่องธรรมชาติ แม้คนใกล้ตัวจะบ้าๆ บอๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความรักไม่ได้ ต่อให้โกะโจ ซาโตรุเหน็บแนมเพื่อนอยู่เสมอ ความจริงยอมรับว่าเจ้าพวกนั้นมีด้านดีๆ อยู่มาก หากมีความรักขึ้นมาก็อยากให้มีความรักที่ดี ผ่าไปหลงรักใครเข้าก็อยากให้ได้รับความรักตอบ มาสวีทหวานจนน่าหมั่นไส้ให้เห็นยังดีกว่ารักคุดน้ำตาเช็ดหัวเข่า

คิดมาตลอดว่าถ้าวันที่เพื่อนมีความรักมาถึงตนจะสนับสนุน

กลับกลายเป็นว่าเมื่อเกะโทมีความรัก เขาดันยินดีด้วยจากใจจริงไม่ได้

ต้องเป็นเพราะอิตาโดริ ยูจิดีไม่พอแน่ๆ

ตัดเรื่องที่กวนโอ๊ยจนน่าโมโหออกไป ที่เหลือเกะโทล้วนดีพร้อม นิสัยใจคอ รูปร่างหน้าตา ความสามารถ...แล้วเจ้าเด็กเหม็นเหงื่อนั่นเป็นใครกัน? ไม่มีปากมีเสียง ไม่สู้คน เชยสะบัด หน้าตาซื่อบื้อ หัวทึบ แถมยังเป็นโอตาคุอีก

รับไม่ได้เฟ้ย!

เพราะได้ยินมาว่าอิตาโดริไม่มีนัดกับเพื่อนๆ เกะโทรีบจองตัวอีกฝ่ายหลังเลิกเรียนราวกับกลัวถูกมือดีฉก เมื่อได้รับคำตกลงก็หันขวับมาบอกโกะโจว่าจะไปเดท ไม่ต้องรอกลับพร้อมกัน...ยิ้มหน้าบานได้ชวนโมโหสุดๆ

ไม่ใช่ว่าจะไปตระเวนซื้อหนังสือการ์ตูนเอาของแถมหรอกเหรอ เดทอะไรกัน!

โกะโจผู้ถูกทิ้งระบายอารมณ์ฉุนเฉียวที่เกมเซ็นเตอร์อย่างโดดเดี่ยว ตอนนั้นเองมีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งมาจับจองตู้ด้านข้าง คนเล่นก็เล็งเป้าไปลั่นไกไป คนที่รอก็เปิดหัวข้อสนทนาฆ่าเวลา ปกติแล้วโกะโจไม่สอดรู้เรื่องคนแปลกหน้า มีคนมาคุยใกล้หูรังแต่จะสร้างความรำคาญให้เท่านั้น เพียงแต่...

“ช่วงนี้ยิวยิตสู คลายเส้นเดือดน่าดูเลยเนอะ อ.เกะกะแกจะเกลียดอะไรอ.โกะโจขนาดนั้น”

โกะโจ?

สมองเทพของคนเทพๆ จับคีย์เวิร์ดได้ด้วยความว่องไวระดับเทพ หนำซ้ำยังดึงความทรงจำออกมาประมวลผลและได้คำตอบอย่างรวดเร็วยิวยิตสู คลายเส้นที่ได้ยินชื่อบ่อยๆ ในช่วงนี้คือการ์ตูนที่เพื่อนยืมรุ่นน้องมาอ่าน

ศรแห่งความสงสัยใคร่รู้ปักลงกลางอก โกะโจผู้คิดแล้วลงมือทำทันทีวางมือจากเกม จำได้ว่ามีร้านขายหนังสืออยู่ใกล้ๆ แวะไปดูสักหน่อยดีกว่า

เขาเปิดเว็บไซต์เสิร์ชเอนจิ้นดูพลางๆ ระหว่างก้าวขาไปยังร้านหนังสือ ในบรรดาปกหลากสีสันที่แสดงเป็นพรืด มีปกหนึ่งที่คนบนนั้นหน้าตาละม้ายคล้ายตนอยู่หลายส่วน เมือสืบค้นต่อไปยังได้พบเรื่องบังเอิญอันเหลือเชื่อว่าเจ้านั่นชื่อโกะโจเหมือนตน

หรือว่า...

ซาโตรุน่าจะกำลังตีความความชอบของอิตาโดริผิดๆ

ไม่ใช่ สุงุรุต่างหากที่ไม่รู้เรื่อง

นั่นมันพฤติกรรมของแฟนคลับเวลาชอบไอดอลไม่ใช่เหรอ

บอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่สิ

อิตาโดริ ยูจิคนนั้นมาสารภาพรักฉันไปแล้ว ยังจะเข้าใจผิดอะไรได้อีก!

ช่างบังเอิญเสียนี่กระไร ทันทีที่โกะโจก้าวเข้าไปในร้านหนังสือที่ตกแต่งด้วยโทนสีสว่าง โซนหนังสือการ์ตูนกำลังโปรโมทยิวยิตสู คลายเส้นฉบับรวมเล่มเล่มใหม่พอดี และหนึ่งในตัวละครที่ถูกนำมาแปะบนป้ายก็คือชายหนุ่มหน้าตาดีผมสีขาว

โกะโจมุ่งหน้าไปทางนั้นอย่างเด็ดเดี่ยวราวกับกำลังก้าวสู่สมรภูมิรบ





Talk

ยังไงเรื่องนี้ก็เคยถูกวางให้เป็นโกะยูเกะมาก่อน แต่โครงการล่มเพราะบทจางไม่มีอะไรให้ลุ้น (?) จนชื่อตาหงอกโดนถอนออกจากชื่อแพริ่ง ให้ครองเวทีสั้นๆ สักนิดเป็นการชดเชยนะเสนเส โถ่ถัง


Sunday, 19 November 2023

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GeYu] น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก Part II

 Fanfic Jujutsu Kaisen

น้ำลึกหยั่งได้ น้ำใจหยั่งยาก

Part II

 

Pairing   : Geto Suguru x Itadori Yuji

Rating    : SFW

 

 

ชมรมการแสดงได้คิวใช้เวทีในที่ร่มตอน 14.10 น.

บนพื้นด้านหน้าเวทียกสูงมีเก้าอี้พับประมาณ 100 ตัว เทียบกับเวทีกลางแจ้งด้านนอกขนาดจะเล็กกว่าค่อนข้างมาก แต่เมื่อคำนึงถึงความเหมาะสมแล้ว ชมรมการแสดงเหมาะกับเวทีเล็กกว่าเวทีใหญ่อย่างชมรมดนตรี ไม่ใช่แค่พวกเขาบริหารการใช้พื้นที่ไม่ไหว นอกจากนี้คือเตรียมฉากใหญ่ขนาดนั้นไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม มีคนสนใจเข้าชมการแสดงเยอะพอควร ก่อนถึงเวลาขึ้นแสดงราวห้านาที ไม่เพียงเก้าอี้ที่ถูกจับจอง ยังมีคนนั่งและยืนกระจายตัวอยู่รอบๆ อีกจำนวนหนึ่ง

อิตาโดริกอดคอบังคับพาฟุชิงุโระกับคุกิซาคิเพื่อนยากมาด้วย เพราะมาช้าไปหน่อย หาเก้าอี้ว่างได้ที่เดียว ทั้งสามตัดสินสิทธิ์การครอบครองเก้าอี้อย่างเป็นธรรมด้วยการเป่ายิงฉุบ ผลคืออิตาโดริชนะ แต่เพราะถูกประท้วงอย่างหนักว่าอิตาโดริที่วิ่งรอบสนามได้เป็นสิบๆ รอบไม่จำเป็นต้องนั่งเก้าอี้สักหน่อย! ดังนั้นจึงต้องเป่ายิงฉุบใหม่

ศึกตัดสินระหว่างฟุชิงุโระกับคุกิซาคิหลังจากเตะอิตาโดริออกจากวง...ฟุชิงุโระชนะ

“เอาเถอะ ฉันไปทางโน้นกับอิตาโดริก็ได้” ฟุชิงุโระรู้จักถอยอย่างชาญฉลาด

คุกิซาคิพยักหน้าอย่างพอใจ “รู้สึกเสียสละให้เลดี้ก็ดี”

คราวนี้คนถอยชะงักกึก หันหน้ายุ่งๆ กลับมาอย่างอดไม่ได้“คนที่บอกว่าชายหญิงเท่าเทียม ให้เป่ายิงฉุบตัดสินคือเธอนะ”

“แล้วทำไม? ฉันเปลี่ยนกติกาแล้วมันจะทำไม?”

“...”

วิญญูชนท่านหนึ่งท่องในใจ...อย่าเอาทองไปรู่กระเบื้อง

ยืนด้านข้างมุมไม่ดีเท่ามองตรงจากด้านหน้า อิตาโดริลากดึงเพื่อนหน้าบางไปนั่งปะปนกับคนอื่นหน้าเวที อาจชิดไปนิด แต่ถ้ายืนด้านหลังเก้าอี้แถวสุดท้ายอาจจะเมื่อยเกร็ง ได้นั่งสบายๆ ย่อมดีกว่า

ก่อนหน้านี้เพราะแวะไปช่วยงานแทนสุคุนะที่ชมรมการแสดงบ่อยๆ อิตาโดริเห็นการซักซ้อมมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ได้เห็นการซ้อมฉบับสมบูรณ์และได้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ แม้รู้เนื้อหาทั้งหมดอยู่แล้ว การมานั่งดูการแสดงจริงพร้อมฉากและเครื่องแต่งกายเต็มรูปแบบก็ทำให้ตื่นเต้นอยู่ดี

 

 

หลอกลวง เริ่มแสดงจริงเวลา 14.13.

โกะโจ ชายหนุ่มผู้ใช้ประโยชน์จากรูปร่างหน้าตาในการแสวงหาเงินทองและความรักถูกฆาตกรรมผลักตกลงบ่อน้ำ เขากลายเป็นวิญญาณอัปลักษณ์เปี่ยมจิตอาฆาต ระหว่างเสาะแสวงหาฆาตกรที่ลงมือสังหารตน โกะโจก่อกรรมทำเข็ญสร้างความเดือดร้อนทั่วทุกหัวระแหง ชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ไม่อาจอยู่อย่างสงบ บรรดาคนรักซึ่งเคยถูกโกะโจเมื่อครั้งมีชีวิตต้มตุ๋นหลอกเอาเงินทองยิ่งถูกหลอกหลอนจนใช้ชีวิตตามปกติแทบไม่ได้

เรื่องราวของผีเฮี้ยนโด่งดังในระดับท้องถิ่นไปเตะตาคนเขียนบทรายการเรื่องสยองขวัญ นิชิมิยะเชื้อเชิญหมอผีเกะโทที่ถูกชาวเน็ตค่อนขอดว่าเป็นของเก๊มาร่วมรายการ นอกจากนี้ยังเชิญหญิงสาวที่ถูกผีร้ายระรานมาได้อีกสองคนคืออุตะฮิเมะกับไม พวกเธอกล่าวตรงกันว่าโกะโจพยายามลากพวกเธอไปอยู่กับเขา

ผู้ชมเห็นเป็นเรื่องสนุกสนาน แม้จะสละเวลามานั่งดูรายการ แต่ไม่ให้ความเชื่อถือแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เกะโทเป็น ของจริง

ด้วยเหตุนี้ตอนลงภาคสนามเพื่อไปดูที่เกิดเหตุ เขาเป็นคนเดียวที่เห็นผีร้ายหน้าตาอัปลักษณ์ การพบกันของทั้งสองทำให้เสียงคนตายส่งไปถึงคนเป็น โกะโจข่มขู่อย่างหนักว่าต้องไปหาฆาตกรมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นตนจะลงมือกับเกะโทด้วย

ขณะเดียวกัน ผลจากการวีรกรรมสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไม่ไร้ผลลัพธ์เสียทีเดียว ศพของโกะโจถูกพบทำให้มีการสอบสวน สาวน้อยมิวะพนักงานร้านอาหารใกล้ๆ เป็นหนึ่งในบรรดาคนรักของโกะโจ เมื่อทราบข่าวเธอเสียใจอย่างยิ่งและพยายามช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ และวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่เธอไปขอตรวจสอบกับโทโดเจ้าของร้านที่ตนทำงานอยู่มีร่องรอยพอดี

คนที่อยู่กับโกะโจเป็นคนสุดท้ายในคืนนั้นคือไม

พวกเขาเดินเคียงกันจนหายลับไปในมุมอับ สภาพเมามาย ทว่าเมื่อเร่งเวลาในเทปจนกระทั่งเห็นไมออกมา กลับเหลือเพียงเธอคนเดียว

โกะโจเห็นวิดีโอแล้วโกรธจัด เขาไม่ใช่วิญญาณติดที่ทำให้ร่อนเร่ไปไหนได้ตามใจชอบ และตอนนี้กำลังจะไปชำระแค้นกับหญิงสาวคนนั้น เกะโทพยายามห้ามปราม เกลี้ยกล่อมว่าลองคุยกับเธอก่อนเถอะ หากเป็นเรื่องจริงทำให้เธอยอมมอบตัวยังดีกว่าก่อกรรมหนัก

โกะโจไม่มีทางเห็นด้วย

ทว่าหลังภาพจากกล้องวงจรปิดถูกตีแผ่ โกะโจเข้าใกล้ไมไม่ได้อีก ดูเหมือนเธอจะหาเครื่องรางของขลังมาป้องกันตัวเองสำเร็จหลังเข็ดขยาดจากการการถูกผีร้ายรังควาญจนหัวร้างข้างแตก ระหว่างการสอบสวน หญิงสาวก้มหน้าก้มตาร้องไห้ ปฏิเสธเสียงเครือว่าตนไม่ได้ทำ ตนถูกปรักปรำ ไม่มีหลักฐานบ่งชี้อะไรสักอย่างว่าเธอลงมือ ทุกคนจะยัดเยียดให้เธอเป็นแพะไม่ได้

เครื่องจับเท็จบอกว่าไมไม่ได้พูดโกหก

นักจิตวิทยาบอกว่าไมพูดความจริง

เพราะไม่มีพยานหลักฐานขณะเกิดเหตุ ไมมีแนวโน้มจะถูกตัดสินให้เป็นผู้บริสุทธิ์ ตอนเห็นข่าวนี้พร้อมเกะโท โกะโจคลุ้มคลั่งหนักกว่าเก่า เกะโทผู้มองเห็นและถูกตามราวีสู้รบตบมือกับผีร้ายเสียสติไม่ไหวแล้ว จำต้องหาทางติดต่อไมเพื่อคุยต่อหน้าสักครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อบรรเทาโทสะของโกะโจลง

โกะโจซึ่งอัปลักษณ์ขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความอาฆาตแค้นและชักประคองสติไว้ไม่อยู่ติดตามไปด้วย

สถานที่นัดหมายเป็นร้านอาหารของโทโดใกล้จุดเกิดเหตุ ไมยอมออกมาเพราะเห็นว่าเกะโทเป็นหมอผี ให้ความเชื่อใจและรู้สึกสนิทใจต่ออีกฝ่ายพอสมควร

ทว่านั่งประจันหน้ากันได้ไม่นาน พูดคุยได้เพียงสองสามคำ จู่ๆ เธอก็ล้มฟุบเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกตัดไฟ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา การเคลื่อนไหวแข็งทื่อประหนึ่งเครื่องจักร ไมติดต่อตำรวจบอกว่าตนเองยอมรับข้อกล่าวหาทั้งหมดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อท่ามกลางสายตาตกตะลึงของโกะโจ

เกะโทยังคงอมยิ้มมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไม่ทุกข์ร้อน ไม่ปรากฏกระทั่งร่องรอยความประหลาดใจ

สังหรณ์ร้ายผุดขึ้นในใจโกะโจ เขาหันขวับไปมองหมอผีเก๊ หากไม่ทันได้เอ่ยอะไรพลันมีร่างซึ่งถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวทั้งตัวย่างสามขุมเข้ามาหาโกะโจ ร่างนั้นไม่เปล่งเสียงอะไรเลย ประชิดตัวได้ก็ใช้เชือกล่ามโกะโจเอาไว้

เกะโทบอกว่านั่นคือยมทูต

ท่ามกลางความงุนงงสับสน โกะโจถูกลากตัวไปแม้ไม่ยินยอม ส่วนไมสะพายกระเป๋าใบน้อยอย่างเงียบเชียบแล้วเดินจากไปโดยไม่เอ่ยคำลา กริยาท่าทางไม่ต่างจากวิญญาณหลุดจากร่าง

คล้อยหลังหนึ่งคนหนึ่งผีหายไปไม่นาน มิวะเดินมาหาเกะโท ถามเขาว่าโกะโจหายไปจากโลกใบนี้จริงๆ แล้วใช่ไหม หญิงชู้คนนั้นจะไม่หลุดคดีแน่ๆ นะ?

คำตอบที่ได้รับคือโกะโจตายไปแล้วโดยแท้จริง เพิ่งจะถูกลากตัวไปยังแดนวายชนม์เมื่อสักครู่ ทางด้านไม...เกะโทเงียบไปนิดหนึ่งเมื่อลำดับตกมาถึงเธอ เขาเอียงศีรษะน้อยๆ ยิ้มจนตาเป็นขีดกล่าวว่าผีที่ตนเลี้ยงเข้าไปสิงร่างเจ้าหล่อนและลงมือสังหารโกะโจจริงๆ กายเนื้อของคนเป็นลงมือคร่าชีวิตคน ย่อมต้องหาหลักฐานพบไม่ช้าก็เร็ว

มิวะหายตัวไปพักหนึ่ง เมื่อกลับมาอีกครั้งก็ส่งซองเงินให้เกะโท บอกกับเขาด้วยคำศัพท์อ้อมค้อมตีความหมายได้ว่าถ้ายัยหญิงชู้คนนั้นตายหรือติดคุกเมื่อไหร่เธอจะจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือ

เกะโทบอกว่าตนจะรับเงินตอบแทนส่วนของโกะโจไว้ก่อน และจะรอค่าจ้างส่วนที่เหลืออย่างใจจดใจจ่อ

การแสดงจบลงตรงนี้

 

 

ด้านล่างเวทีปรบมือแสดงความชื่นชมและพึงพอใจต่อการแสดง ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาการใช้เวที เมื่อการแสดงจริงใช้เวลามากกว่าตอนซ้อมเล็กน้อยทำให้เหลือเวลาไม่มาก ระหว่างทำการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ประกอบฉาก มุตะซึ่งรับหน้าที่บรรยายจึงเป็นตัวแทนชมรมการแสดงออกมากล่าวปิดท้ายอย่างรวบรัดเพื่อไม่ให้กินเวลากลุ่มถัดไป

ด้านล่างออกความเห็นกันอย่างสนุกสนาน

“ตัวเอกน่าสงสารชะมัด สุดท้ายก็ตายไปโดยไม่รู้อะไรเลย”

“ทำตัวเองทั้งนั้น ใช้ชีวิตให้ดีๆ แต่แรกผู้หญิงคงไม่แค้นหรอก”

“รุ่นพี่ที่แสดงเป็นหมอผีหล่อจัง ทำไมพอร้ายแล้วออร่าความหล่อมันพุ่งขนาดนั้น งี้ดๆ”

สุดหล่อหมอผีซึ่งถูกพูดถึงไม่น้อยเพราะขโมยซีนในฉากจบบัดนี้ลบแววตาลึกล้ำเจ้าเล่ห์ออกไปจนหมดสิ้น เขาสอดนิ้วแหวกม่านเป็นช่องเล็กๆ เพื่อแอบดูผู้ชมด้านล่างเวที

คนนอกเข้าไปเพ่นพ่านด้านหลังเวทีไม่ได้ ดังนั้นอิตาโดริกับเพื่อนอีกสองคนจึงพากันทยอยเดินออกไปหลังจากการแสดงจบ น่าจะคุยกันไว้แล้วว่าจะไปไหนต่อ แม้เสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้พูดคุยกันตอนความรู้สึกยังท่วมท้นหลังความพยายามบรรลุผล ทว่าเกะโทก็เข้าใจสถานการณ์ดี

ขณะทำการแสดงต้องใช้สมาธิสูงมาก ไม่อาจปันสมาธิสนใจผู้ชมด้านล่างมากเกินไป เกะโทได้ยินเสียงในหัวเป็นครั้งคราว คำยกยอต่างๆ ที่ได้ยินขับให้มีกำลังใจอยู่หรอก เพียงแต่คำชมบางจังหวะ เกะโทสามารถตระหนักรู้ได้โดยไม่ต้องให้ใครมาบอกว่าอิตาโดริกำลังหมายถึงใคร และมันทำให้รู้สึกน้อยใจอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ลำดับถัดจากชมรมการแสดงเป็นการฉายวิดีโอสั้น ภายในห้องเตรียมตัวจึงไม่ได้มีคนมาแบ่งใช้พื้นที่กับชมรมการแสดงมากมายนัก

“เมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ย” ผีอัปลักษณ์กอดอกบ่นอุบอยู่บนเก้าอี้พับ

จากสภาพการณ์ โกะโจถูกแต่งหน้าทำผมหนักที่สุด คนอื่นยังพอเดินข้างนอกได้โดยไม่สะดุดตามาก แต่ถ้าโกะโจไม่ล้างเครื่องสำอางตั้งแต่ตอนนี้มีหวังได้ถูกมองเป็นคนสติไม่สมประกอบ สมาชิกชมรมมาช่วยท่านดาวเด่นก่อนด้วยความเห็นใจ

เกะโทเปลี่ยนกลับมาสวมชุดนักเรียนเสร็จก็นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ด้านข้าง เขาหน้าสด ทรงผมก็ไม่ได้ใส่สารเคมีใดๆ เป็นพิเศษ แทบจะไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นหลังลงเวที

ติ๊ง

กล่องแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาแทรกหน้าจอสีดำตอนกำลังโหลดหน้าแรกของเกม ครั้นเห็นชื่อรุ่นน้องกับรูปโปรไฟล์เสือ นิ้วที่เกือบปัดทิ้งเปลี่ยนมาเลือกกดเข้าไปดูแทน

อิตาโดริ : ผมไปดูการแสดงแล้วนะ อยู่หน้าเวทีเลยแหละ

อิตาโดริ : รุ่นพี่เกะโทน่ากลัวอ้ะ

อิตาโดริ : แต่ก็เท่ด้วย!

อิตาโดริ : เจ๋งมากเลยครับ!

อิตาโดริ : *ส่งสติ๊กเกอร์ไฮไฟว์*

ความน้อยใจเสี้ยวเล็กๆ ถูกปัดเป่าอย่างง่ายดาย

ร่างสูงใหญ่ของเกะโทคู้ตัวลงจนแผ่นหลังกลายเป็นเส้นโค้ง เขายกมือข้างหนึ่งปิดป้องใบหน้าช่วงล่าง รู้ตัวว่ากำลังหลุดยิ้มแน่ๆ ถึงไม่อยากให้ใครเห็น เสียดายที่โกะโจกำลังว่างมากและไวต่อความผิดปกติของเพื่อนสนิท เห็นท่าทางดังกล่าว ปากไวๆ พ่นคำถามออกมาทันที

“สุงุรุเป็นอะไรไป”

สายตาหลายคู่พุ่งตรงมายังเกะโทโดยพร้อมเพรียง

“...” เป้าสายตาหยุดนิ่งในท่าเดิมสามวินาที เมื่อยกร่างท่อนบนขึ้นมานั่งพิงพนักเก้าอี้ตามปกติได้อีกครั้ง เกะโทหัวเราะเสียงเบาบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ไม่ต้องใส่ใจหรอก

กริยาของเขาไม่ผิดไปจากปกติสร้างความไว้วางใจแก่ผู้อื่น โกะโจขมวดคิ้วมองนิดหนึ่งทว่าไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

มีเพียงมิวะที่ตาโชนแสงดังชิ้ง เธอราวกับสัตว์นักล่าที่เห็นเหยื่ออันโอชะ พริบตาถัดมาก็พร่างพรูความในใจดุจรัวปืนกล

“คนที่จะจับโทรศัพท์แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จากประสบการณ์ตรงของฉัน สำหรับวัยรุ่นเพศหญิงให้อนุมานว่ากำลังอ่านฟิคหรือนิยาย ถ้าเป็นสาววายอาจกำลังฟินกับโมเมนท์คู่จิ้น ไม่สิ ไม่ใช่ค่ะ! ช่วยทำเป็นไม่ได้ยินทีนะคะ ที่ฉันอยากบอกคือคุณเกะโทแอบไปมีแฟนมาโดยที่พวกเราไม่รู้หรือเปล่าคะ! ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็ กรุณาให้เผือกหน่อยค่า!

สาวน้อยผมยาวที่เพิ่งเล่นเป็นแฟนสาวขาโหด บัดนี้สลัดเงาบนเวทีทิ้งจนสิ้น เธอโค้งตัว 90 องศา ยืดแขนสองข้างเหยียดตรงขนานกับพื้นราบ หงายฝ่ามือสองข้างขึ้นสื่อว่า ขออย่างตรงไปตรงมา

คนโดนขอเผือก “...”

ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?

ทั้งที่เป็นเพียงสมมตติฐาน มิวะกลับดูมั่นใจเสียเหลือเกิน หากไม่ใช่รู้นิสัยใจคอกันประมาณหนึ่งคงได้เชื่อว่าเจ้าหล่อนมีลางสังหรณ์บางอย่างหรือไปรู้อะไรมาถึงได้มั่นใจขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม มิวะเพียงเป็นคนไฟแรงที่โผงผางเล็กน้อยเท่านั้น เธออยากรู้อยากเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจ แม้แต่การกระทำซึ่งออกจะกดดันเกินขอบเขตอยู่เล็กน้อยตอนนี้ก็ไม่ได้เจตนาไม่ดี

เกะโทซึ่งเมื่อนาทีก่อนมุมปากคอยแต่จะกระตุกเป็นรอยยิ้มไม่เข้าท่า ปัจจุบันถูกรุ่นน้องร่วมชมรมทำเอาหมดแรงจนต้องเผยยิ้มกะปลกกะเปลี้ยออกมาแทน เขายกมือขึ้นคลึงขมับ “คือว่า...”

“ค่ะ!” มิวะเงยหน้าพรึ่บทั้งที่ตัวยังโน้มมาข้างหน้า ร่างกายบิดงอเป็นเส้นพิลึกๆ ราวกับเล่นตลก

ความกระตือรือร้นเกินเหตุนี้ทำเอาเกะโทพูดไม่ออกอยู่บ้าง เขาค่อยๆ พูดอย่างใจเย็นว่า “ต่อให้มีแฟนจริง ถ้าฉันไม่อยากพูดก็ไม่พูดหรอกนะ ยิ่งไม่มียิ่งไม่อยากพูดถึงไปใหญ่”

เสียง อ่า... คล้ายมีคล้ายไม่มีดังในห้องเตรียมตัว

เมื่อได้รับคำตอบ สมาชิกชมรมการแสดงคนที่เหลือทยอยส่งเสียงดุมิวะกันเจื้อยแจ้ว บ้างว่าอย่าทำให้รุ่นพี่ลำบากใจสิ บ้างว่าสงวนท่าทีหน่อยยัยหนู

เกะโทอยากจะถอนหายใจดังๆ เมื่อกี้พวกนายก็กางหูรอฟังอยู่ไม่ใช่เหรอ มาพูดดีเอาป่านนี้ไม่ช่วยหรอกนะ

ผิดจากคนอื่นๆ ที่เปลี่ยนท่าทีกลับสู่โหมดปกติอย่างรวดเร็ว โกะโจ ซาโตรุเท้าคางหรี่ตามองเงียบๆ ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยคล้ายมีเรื่องอยากพูด หากสุดท้ายก็กลืนทุกอย่างเก็บลงไปในท้อง

 

 

ชมรมเรื่องลี้ลับมีจำนวนสมาชิกตามจำนวนขั้นต่ำตามที่ระเบียบโรงเรียนกำหนด คุกิซาคิเป็นสมาชิกชมรมนี้ เธอบีบบังคับยัดชื่ออิตาโดริใส่ใบสมัครเพื่อไม่ให้ชมรมถูกยุบ แต่ไหนแต่ไรไม่มีกิจกรรมเป็นชิ้นเป็นอัน ยิ่งไม่มีการจัดซุ้มหรือทำกิจกรรมใดๆ

เพราะอิตาโดริแวะมาดูชมรมการแสดง เกะโทจึงอยากไปหาอีกฝ่ายบ้าง พอถามกำหนดการไปทางแชท รุ่นน้องตอบกลับมาว่าชมรมตัวเองไม่มีกิจกรรม จะอยู่เป็นเพื่อนฟุชิงุโระตอนเข้าเวรเฝ้าซุ้มของชมรมบอร์ดเกมแทน เวลานอกเหนือจากนี้จะตะลอนเรื่อยเปื่อย

รอบเข้าเวรของฟุชิงุโระเป็นช่วงใกล้หมดวัน ยังเหลือเวลาให้โอ้เอ้อีกพักหนึ่ง

เกะโทกับโกะโจตัดสินใจเติมท้องเป็นอย่างแรก อาศัยร่มเงาต้นไม้ใหญ่ช่วยกันแดดยามบ่ายแก่ ชมรมบอร์ดเกมอยู่ในอาคารแต่แผงขายอาหารอยู่ด้านนอก เพื่อความสะดวกจึงทนไอแดดกันไปก่อน อย่างน้อยก็จนกว่าท้องอิ่ม

“นายสนิทกับหมอนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

เมื่อกลับมารวมตัวกันหลังซื้อของเสร็จ โกะโจถามออกมาทันที พูดไปตักน้ำแข็งไสไป

คำถามดังกล่าวไม่เกินความคาดหมาย เกะโทรู้อยู่แล้วว่าโกะโจจะถาม แค่มันเร็วกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย หากไม่ใช่ว่าไม่คิดอะไรเลยถึงได้ถามโดยปราศจากแรงกระตุ้น ไม่อย่างนั้นโกะโจคงกำลังคิดอะไรหลายๆ อย่างถึงได้ไม่บ่มเพาะความสงสัยไว้นานกว่านี้

เกะโทกัดคอร์นดอก ตอบว่าเพราะยืมหนังสืออ่านนั่นแหละ เคยเห็นตอนเอาไปคืนอยู่ไม่ใช่เหรอ?

นอกจากเรื่องเสียงในใจที่ยังอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ไม่ได้จึงไม่พูดถึง ที่เหลือไม่ว่าเพื่อนจะถามอะไรเกะโทล้วนไม่ปกปิดข้อเท็จจริง

“ทำไมถึงนึกอยากอ่านการ์ตูนขึ้นมาได้ล่ะ”

“อืม ไหลตามน้ำล่ะมั้ง? พอรุ่นน้องแนะนำแล้วบอกว่าจะไปหาอ่าน เขาก็เอามาให้ยืม”

“ฮะ? ทำไมต้องยืมด้วย?”

“จะทำไมซะอีก เพราะมันสนุกใช้ได้เลยอยากอ่านต่อน่ะสิ”

“ซื้อเองได้ไม่ใช่รึไง”

“ฉันไม่ได้สะสม แค่อยากอ่านเฉยๆ ยืมเอามันประหยัดกว่า ไม่ใช่ทุกคนที่มีเงินถุงเงินถังอย่างนาย”

“...”

ไม่มีคำแย้ง แต่รู้สึกว่ามีอะไรตรงไหนที่มันไม่ถูกต้อง

หัวคิ้วของโกะโจยังไม่คลายตัวเสียทีเดียว กระทั่งกินน้ำแข็งไสหมดแล้วเริ่มกัดมันหวาน สีหน้าก็ยังดูเหมือนมีเรื่องอะไรกวนใจ

เกะโทไม่ถามอะไรย้อนคืนแม้แต่คำถามเดียว เขาปล่อยให้เพื่อนค่อยๆ เรียบเรียงความคิด บอกว่าตนจะไปซื้อน้ำสักหน่อย จะดื่มอะไร?

ระยะเวลาที่ผละออกไปทิ้งขยะและซื้อเครื่องดื่มยาวนานเพียงห้านาทีเศษเท่านั้น ทว่าตอนเดินกลับมา เกะโทมองเห็นอิตาโดริเดินเร็วๆ ไปหาโกะโจพอดี

เขาหยุดเท้าเอาดื้อๆ

ระยะห่างนี้ไม่ได้ยินว่าอิตาโดริที่ตาเป็นประกายกำลังพูดอะไร ในหัวก็ไม่มีเสียงอะไรกังวานขึ้นมา จากมุมที่เกะโทยืนอยู่เห็นเพียงด้านหลังของเพื่อนสนิทกับรุ่นน้องผู้ยิ้มแย้มร่าเริง

ทำไมไม่เดินเข้าไปนะ?

ร่างกายตัวเองแท้ๆ กลับไม่เข้าใจ เกะโทไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน

ไม่สิ ไม่ใช่...

แค่พยายามทำเป็นไม่รู้เท่านั้น

 

 

ซอกลึกในใจถูกกรีดแหวะจนมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของความรู้สึกที่แสร้งมองไม่เห็น เกะโทยังต้องใช้เวลาในการทำใจยอมรับอีกสักพัก ถึงอย่างนั้นเมื่อรุ่นน้องคนหนึ่งโฉบผ่านไปมาอยู่ตรงหน้า สองตาอดไม่ได้ต้องไล่ตาม การตระหนักรู้น่าจะทำให้สีหน้าและแววตาเปลี่ยนไป นับจากมานั่งในซุ้มชมรมบอร์ดเกมเพื่อดูคน เพื่อนซี้ก็จับจ้องตนไม่วางตาเช่นกัน ถึงขั้นเรียกได้ว่ากำลังสังเกตสังกาอย่างโจ่งแจ้ง

“คุณโกะโจ ตาคุณแล้วครับ”

“ฮะ? อ้อ”

ในบรรดาบอร์ดเกมที่ชมรมนำออกมาทำกิจกรรม เกะโทและโกะโจเล่นเป็นอยู่ไม่กี่อย่าง ในกลุ่มนั้นที่ใช้เวลาน้อยหน่อยคือโอเทลโล่

เกะโทไม่ได้คิดมาเล่นแต่ตั้งใจมาดูคน มือใหญ่ๆ กดไหล่เพื่อนให้นั่งหน้ากระดาน มัดมือชกบอกว่าหมอนี่จะเป็นคู่มือให้เอง ส่วนฟุชิงุโระเป็นสมาชิกชมรมที่ออกมาดูแลและเอ่ยเร่งเมื่อสักครู่

ความจริงมีสาวๆ หลายคนอยากนั่งดูหน้าหนุ่มหล่อในระยะประชิด แต่ประธานชมรมรังเกียจแรงกระตุ้นอันไม่บริสุทธิ์ใจถึงส่งฟุชิงุโระที่ทำหน้าเหม็นบูดที่สุดในบรรดาตัวเลือกไปรังแกมือสมัครเล่น

ไม่เพียงคุกิซาคิที่ดูจะไม่ชอบใจที่อิตาโดริหลงใหลคลั่งไคล้โกะโจ ฟุชิงุโระก็ไม่แตกต่างกัน...ออมมือเหรอ? อย่าหวัง

ยิ่งโกะโจเอาแต่นั่งจับผิดเพื่อนตัวเองจนไม่มีสมาธิเล่นเกมยิ่งไม่มีลุ้นชนะ

“จะต่อไหมครับ?”

“...”

แม้โกะโจเป็นคนเรียนรู้เร็ว แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่คู่มือของฟุชิงุโระ สามกระดานที่ผ่านมาถูกถล่มยับชนิดไม่เห็นแม้แต่ ช.ช้างของคำว่าชนะ

“สุงุรุ นายมาเล่นต่อซิ”

โกะโจไม่ใช่คนแพ้ไม่เป็น การเกลียดความพ่ายแพ้ไม่ได้หมายความว่าจะอาละวาดอย่างไร้ศักดิ์ศรีเมื่อตนคว้าชัยชนะไม่ได้ ทุกครั้งที่ทำอะไรไม่สำเร็จเขาจะย้อนกลับมามองข้อบกพร่องและปรับปรุงแก้ไขเพื่อเอาชนะในครั้งหน้า เพียงแต่ฟุชิงุโระยิ้มเยาะได้กวนโทสะเกินไป โกะโจอยากเห็นเจ้าหมอนี่แพ้มากๆ

เกะโทเก็บสายตาซึ่งวนเวียนอยู่รอบรุ่นน้องคนหนึ่งกลับมา หลุบมองผลลัพธ์สุดท้ายบนกระดาน ไม่สนใจอยากร่วมสนุกแม้แต่น้อย “ต่อให้ชนะก็ได้แค่ปากกาเอง”

“ประเด็นสำคัญไม่ใช่รางวัล แต่เป็น ชนะ ต่างหาก!” โกะโจตบโต๊ะเพียะๆ อย่างไม่สบอารมณ์ ตัวเองชนะไม่ได้แล้วอย่างไร เกะโทชนะฟุชิงุโระได้เขาก็รู้สึกประสบความสำเร็จแล้ว

เกะโทเอียงศีรษะหลบเสียงที่กระแทกเข้ารูหู อ้าปากปฏิเสธ “แต่

“อ๊ะ ไม่งั้นให้ผมเล่นแทนมั้ย ผมเล่นไม่เก่งเท่าฟุชิงุโระ พวกรุ่นพี่จะได้ไม่กดดัน” ทันทีที่อิตาโดริผู้กำลังถือเหมียวระเบิดไปให้โต๊ะหนึ่งผ่านมาเห็นแขกกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขารีบเสนอตัวช่วยคลายความขัดแย้ง

มาเล่นสนุกทั้งที ไม่อยากให้กลับไปแบบอารมณ์เสียเลย

เกะโทเปลี่ยนท่าทีทันควัน “เอาสิ”

” โกะโจเกือบจะตะโกนด่า

ชมรมบอร์ดเกมไม่ได้บังคับว่าคนที่มาร่วมสนุกต้องเล่นกับสมาชิกชมรมเท่านั้น เพียงแต่ส่วนใหญ่แขกจะสนใจเกมที่ไม่เคยเล่นจึงต้องมีสมาชิกประจำแต่ละโต๊ะคอยชี้แนะว่าต้องเล่นยังไง นอกจากนี้คือคอยเฝ้าระวังไม่ให้อุปกรณ์ถูกใช้จนชำรุดเสียหาย

โต๊ะทรงเหลี่ยมนั่งได้ 4 ที่นั่ง รุ่นพี่นั่งด้วยกันฟากหนึ่ง อีกฟากมีฟุชิงุโระนั่งอยู่คนเดียว หลังส่งของเสร็จอิตาโดริย้อนกลับมาดึงเก้าอี้ว่างข้างเพื่อนตัวเองแล้วหย่อนตัวลง เป็นที่นั่งตรงข้ามกับเกะโทพอดี

ฟุชุงุโระผลักกระดานมาด้านข้าง ช่วยอิตาโดริเก็บหมาก ไม่ได้ลุกไปไหน

“รุ่นพี่เกะโทเล่นโอเทลโล่เก่งหรือเปล่าครับ” อิตาโดริชวนคุย ตั้งใจจะทำให้บรรยากาศคุกรุ่นทุเลา

เกะโทผายมือให้อิตาโดริเป็นฝ่ายเริ่มเกม ตอบยิ้มๆ โดยที่เท้าคางมองคู่สนทนา “ไม่น่าจะถือว่าเก่ง แต่ฉันไม่ได้ยึดติดว่าเล่นเกมแล้วต้องชนะอย่างเดียว ดังนั้นรุ่นน้องเล่นเต็มที่ได้เลย”

คนยึดติดกับชัยชนะโดนหางเลขไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตะโกนว่า เฮ้ย!’ ออกมาเสียงหนึ่ง

สถานการณ์ของกระดานใหม่ต่างจากตอนโกะโจแข่งกับฟุชิงุโระมาก อิตาโดริถนัดเล่นเกมไพ่กับเกมวัดดวงทั้งหลาย ไม่ถนัดเกมที่ต้องใช้ความคิดไม่เว้นแม้แต่โอเทลโล่ ฝีมือค่อนไปทางห่วยจนคนนั่งดูถึงกับผงะ

วางตรงนี้จะเป็นดาวห้าแฉกพอดี

เกะโทได้ยินเสียงในใจรุ่นน้องเอ็นดูจนเกือบหลุดขำ โอเทลโล่ต้องพลิกหมากให้กลายเป็นสีของตัวเองไม่ใช่เหรอ ทำไมเลือกวางจากตำแหน่งที่จะทำลวดลายออกมาได้สวยๆ แทนล่ะนั่น

ด้วยเหตุนี้รุ่นพี่แสนดีจึงเล่นสนุกตามไปด้วย เขาอ่อนข้อให้อย่างมาก ไม่วางหมากในจุดที่จะพลิกกระดานได้ แถมยังให้โอกาสอิตาโดริเลือกวางหมากใหม่ได้ตามใจชอบด้วย โกะโจเห็นท่าทางตามอกตามใจนี้ควันร้อนๆ แทบจะพุ่งออกจากศีรษะ หากอ้าปากกินหัวคนได้คงทำไปแล้ว ด้านฟุชิงุโระมองรุ่นพี่ผมยาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม อ่านจากสีหน้าแววตาได้ว่า ที่แท้คุณก็เป็นบ้าเหมือนคุณโกะโจเหรอครับ?

“ชนะแหละ!

“อื้ม เก่งมาก”

“อ๊ะ” อิตาโดริที่หูหางตั้งในตอนแรกสลดเป็นผักเหี่ยวๆ เมื่อตระหนักได้ว่าต้องทำให้รุ่นพี่ชนะ เขาแอบเหลือบตามองสีหน้าท่าทางเกะโท เมื่อเห็นรุ่นพี่มองตนด้วยสายตาอ่อนโยน ช่วงบ่าเกร็งเครียดค่อยผ่อนลงด้วยความโล่งใจ

เกะโทอดกลั้นความรู้สึกอยากลูบศีรษะอีกฝ่าย รีบใช้สองมือเก็บหมากลงจากกระดานพลางทอดเสียงพูดอย่างนุ่มนวล “ไม่ต้องเกรงใจ ชนะแล้วดีใจเป็นเรื่องธรรมดานี่นา ฉันไม่ถือหรอก”

แน่สิ ก็ตัวเองจงใจเล่นแพ้นี่โกะโจกับฟุชิงุโระจิกกัดเกะโทพร้อมๆ กัน

อยู่ต่อไปไม่ได้เรื่องแน่ๆ โกะโจซึ่งอารมณ์เสียสุดๆ ตัดสินใจขอตัวลา กึ่งบังคับลากตัวเพื่อนที่ทำตัวแปลกๆ ออกไปอย่างว่องไว รอจนไร้บุคคลที่สามค่อยตัดสินใจเอ่ยถามตามตรง

“นายชอบเด็กนั่นหรือไง?”

คนฟังชะงักเล็กน้อย เมื่อพูดถึง เด็กนั่นในหัวปรากฏแววตาอันซื่อตรงกับใบหน้ายิ้มกว้างเปิดเผย ทำเอามุมปากอดยกเป็นรอยยิ้มไม่ได้ ดวงตาเรียวยาวพลอยโค้งตามไปด้วย

คำตอบของเกะโทยังคงซื่อตรง

“ชอบสิ ชอบมากเลยล่ะ”



              หลังจบงานโรงเรียนไม่เหลือกิจกรรมใหญ่ๆ อะไรอีก สุคุนะใช้คำว่า ยุ่ง ในการหนีชมรมสิ้นเปลืองกว่าเก่า แม้แต่ข้ออ้างอื่นก็เลิกคิดโดยสิ้นเชิง กระนั้นอิตาโดริยังแวะเวียนมาห้องชมรมอยู่บ้าง ดูคนอื่นฝึกซ้อมหรือศึกษาบทไปตามประสา

เทียบกับคนอื่นที่นับได้ว่าเสมอต้นเสมอปลาย โกะโจแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด

พฤติกรรมการแสดงออกอันแปลกประหลาดนี้จะเผยโฉมออกมาให้เห็นเมื่ออิตาโดริปรากฏตัวในครรลองสายตา บางครั้งเมินเฉยรุ่นน้องต่างชมรมสุดขั้ว ถอยหนีให้ห่างที่สุด ไม่แม้แต่จะมองทว่าบางครั้งกลับแสดงออกถึงการเรียกร้องความสนใจอย่างสุดโต่ง

เรื่องยกหางตัวเองและต้องการเสียงสรรเสริญเยินยอไม่นับว่าประหลาด อิตาโดริตอบรับความต้องการนี้ได้ พร้อมวางถ้อยคำชื่นชมทั้งหลายใส่พานให้ท่านผู้ยิ่งใหญ่เสพสุขตามประสงค์ อย่างไรก็ตาม ช่วงหลังบางทีจะมีการเปรียบเทียบนี่สิ

“ถ้าฉันกับสุงุรุตกน้ำนายจะช่วยใครก่อน”

เกะโทผู้โดนพาดพิง “

ตัวอิตาโดรินั้นต่อให้เข้าข้างโกะโจอย่างหน้ามืดตามัวและหัวช้าเข้าขั้นซื่อบื้อ แต่พื้นฐานเป็นคนจิตใจดีคนหนึ่งที่คำนึงถึงความรู้สึกผู้อื่น ให้อวยโกะโจทั้งวันเขาทำได้ ทว่าการอวยโกะโจด้วยการยกอีกฝ่ายขึ้นสูงแล้วกดคนอื่นเขาทำไม่ได้

“ผมน่าจะว่ายน้ำพาทั้งสองคนขึ้นฝั่งพร้อมๆ กันได้นะครับ?

เมื่อมีคำถามอันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง อิตาโดริปิดสวิตช์การตอบสนองเพื่อเอาใจรุ่นพี่ หันมาหาทางลงที่จะไม่กระทบกระเทือนจิตใจผู้ฟังทุกฝ่ายต่อให้มันเป็นคำตอบที่ไม่ถูกใจโกะโจก็ตาม

เกะโทได้ยินเสียงในใจรุ่นน้องย่อมรู้ว่าอิตาโดริประหลาดใจในความเปลี่ยนแปลงของโกะโจ แถมยังตื่นตระหนกหัวใจแทบวายทุกครั้งที่ได้ยินคำถามสุ่มเสี่ยงทำนองนี้

ถึงอย่างนั้น อิตาโดริไม่เคยนึกสงสัยไปถึงต้นตอความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของโกะโจ เจ้าตัวคิดอย่างเรียบง่ายว่านิสัยเอาตัวเองเป็นใหญ่เกิดการวิวัฒนาการ เป็นการได้คืบจะเอาศอกเท่านั้น

ไม่แปลกหรอก...ขนาดเพื่อนสนิทอย่างเกะโทยังไม่มั่นใจว่าเข้าใจเต็มร้อยเลย

แต่เห็นอิตาโดริลำบากใจ เกะโทพลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วย

หากระดับความกลัดกลุ้มพอให้หน้ามุ่ยจนนึกอยากรังแกเล็กๆ น้อยๆ เกะโทไม่ถือสา ทว่าขอบเขตความลำบากที่เพื่อนสรรหามาทำให้อิตาโดริยุ่งยากใจชักเกินพอดีไปหน่อย

ฉะนั้นต่อให้ชั่งน้ำหนักแล้วคิดว่าตนเข้าใจโกะโจเพียงครึ่งเดียว เกะโทก็คิดว่าควรเรียกสติก่อนเพื่อนจะถลำลึกไปกับการคิดเองเออเองจนคนรอบข้างเดือดร้อน เขาชวนกลุ่มเพื่อนสนิทออกมาเที่ยวเล่นด้วยกันวันสุดสัปดาห์ อิเออิริ โชโกะซึ่งถูกจับแยกห้องตอนขึ้นปี 3 และหัวหมุนกับการเรียนพิเศษจนแทบไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันเจียดเวลามาร่วมวงเพื่อผ่อนคลายสมองเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน

เกะโทถือโอกาสตอนโกะโจกำลังอารมณ์ดีหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดระหว่างนั่งเรียงสามหน้าโรงรอหนังฉาย

“ดูเหมือนซาโตรุกำลังกลัวว่าฉันจะอกหักอยู่น่ะ ตั้งแต่ฉันบอกว่าชอบอิตาโดริ หมอนี่เอาแต่แสดงออกว่าอิตาโดริชอบตัวเองเหมือนกลัวฉันไม่รู้ยังไงยังงั้น”

อิเออิริไม่ได้คลุกคลีกับเพื่อนทั้งสองเท่าตอนเรียนปี 1-2 ด้วยหลายปัจจัยทว่าไม่ได้ตกข่าวไม่รู้เหนือรู้ใต้ ถึงเธอไม่เคยคุยกับอิตาโดริ ชื่อนี้ลอยผ่านหูให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ ใช้เวลาไม่นานก็ร้อง อ๋อ เมื่อโยงชื่อกับหน้าตาเด็กปี 1 ออก

“เด็กผู้ชายนี่นา อ่าฮะ นายกำลังจะบอกว่ารำคาญเจ้าสี่ตาที่ทำเหมือนนายโง่ หรือจะบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าอกหัก ไม่ต้องมาตอกย้ำ...แบบไหนเอ่ย?”

“แว่นแฟชั่นเฟ้ย” โกะโจโฟกัสตรงคำว่า สี่ตา รู้สึกรับไม่ได้ที่สุดหล่อแห่งผืนพิภพถูกเรียกเหมือนเป็นเด็กเนิร์ด ใครได้ยินมีหวังเข้าใจผิดกันหมด!

เพื่อนสาวไม่แยแส “แว่นไหนๆ ก็คือแว่น”

“เอาเถอะ ที่ฉันอยากบอกคือ ฉันรู้อยู่แล้วอิตาโดริชอบซาโตรุ แต่ซาโตรุน่าจะกำลังตีความความชอบของอิตาโดริผิดๆ”

“คำตอบคืออย่างแรก..นายรำคาญเจ้าสี่ตาที่ทำเหมือนนายโง่ อย่างนั้นสินะ?” อิเออิริแหงนคอวางบนพนักเก้าอี้หนาๆ ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแกว่งซ้ายขวา

เกะโทแบมือสองข้างระดับไหล่ “ตามนั้น”

“อะไรกัน โรคหลงตัวเองกำเริบจนเกะโทยังอายแทนหรอกเหรอ” นักสูบตัวยงเคี้ยวหมากฝรั่งในเขตปลอดบุหรี่ เมื่อในแต่ละประโยคแทรกเสียงหยับๆ ประโยคอันเรียบง่ายสามารถระคายหูคนฟังเหมือนผู้พูดกำลังกวนโอ๊ยพิลึก “พอฉันไม่อยู่มีเรื่องสนุกๆ เยอะเชียว”

“อย่าเห็นเป็นเรื่องสนุกเซ่” เพื่อนสองคนพูดกันไปมาตามใจปาก โกะโจรู้สึกรับไม่ได้สุดๆ โดยเฉพาะที่บอกว่าตนกำลังเข้าใจผิดเพราะหลงตัวเอง ดูยังไงอิตาโดริก็ชอบเขาชัดๆ

ราวกับต้องการพิสูจน์ว่าตนเป็นฝ่ายถูก โกะโจยกการแสดงออกของอิตาโดริมาพูดให้อิเออิริฟัง เห็นเพื่อนสาวเป็นผู้พิพากษาเสียแล้ว

“อืมๆ อย่างนี้นี่เอง ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็ว่าเด็กนั่นน่าจะชอบโกะโจนะ แถมยังเก็บความคลั่งไคล้ไม่อยู่อีกต่างหาก น่าสงสารๆ” ผู้พิพากษาจำเป็นกอดอกพยักหน้า

ขวัญกำลังใจของโกะโจมาเต็ม “ใช่ไหมล่ะ!

“จะไปใช่ได้ยังไงล่ะ” เกะโทตัดบทฉับใหญ่ “นั่นมันพฤติกรรมของแฟนคลับเวลาชอบไอดอลไม่ใช่เหรอ เรียกว่าอะไรแล้วนะ...ติ่ง?”

อิเออิริกะพริบตาปริบๆ “เอ๊ะ...?”

โกะโจกำหมัดค้าง “ฮะ...?”

ดวงตาสองคู่หันมาทางเกะโทอย่างกับนัดกันมา

เข็มนาฬิกาขนาดใหญ่ซึ่งแขวนประดับโรงหนังขยับดัง ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก

จากนั้น...

 

“ไม่มีทาง! ยูจิชอบฉัน!

 

เสียงตบมือดังแปะๆ สองที

เป็นการบังคับเปลี่ยนบรรยากาศนั่นเอง

เกะโทคาดเดาไว้แล้วว่าเพื่อนสนิทอาจจะรู้สึกรับไม่ได้หรือขายหน้าจนอารมณ์เสีย เขาจึงหยิบยกประเด็นมาพูดก่อนเวลาหนังฉายเล็กน้อย หากสถานการณ์ไม่สู้ดีจะได้แก้ไขด้วยการเปลี่ยนเรื่องพากันเข้าไปดูหนังรอจนโกะโจหัวเย็นลง

ซึ่งเวลาดังกล่าวได้มาถึงแล้ว

“ไปดูหนังกันก่อนเถอะ”

ระหว่างเดินทอดหุ่ยไปเข้าไปด้านใน คนกลางอย่างอิเออิริยังกระซิบกระซาบปลอบโยนศักดิ์ศรีสูงล้ำที่โดนทุบจนเอียงกะเร่เท่ของโกะโจด้วย

“ชอบแบบไอดอลก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เกะโทไม่อกหัก นายก็ไม่ต้องลำบากใจอะไรด้วย จากนี้ทำตัวตามปกติก็พอ”

“...”

โกะโจย่นคิ้ว ปิดปากแน่นแม้สีหน้าบอกชัดว่ามีเรื่องอยากพูด

ในฐานะคนฉลาดคนหนึ่ง อยู่มาตั้งนานเกะโทไม่ยอมพูด เลือกมาพูดตอนอิเอริอยู่ด้วย เห็นได้ชัดว่าต้องการยืมปากเพื่อนใกล้ชิดคนอื่น หญิงสาวจับสัญญาณอันมองไม่เห็นนี้ได้และช่วยออกหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะก้มหน้าก้มตาไหลตามน้ำตามการชักจูงเสียหมด เธอหันไปทางเพื่อนผมยาว

“ฉันเอาป๊อปคอร์นรสชีส นายเลี้ยงสินะ?”

“...” เกะโท “...เอาเถอะ”

“ถังใหญ่เซ็ตลิมิเต็ดคู่เครื่องดื่ม อ้อ ฉันกินคนเดียวหมดถัง ไม่แบ่ง ฝากด้วยเพื่อนรัก”

“...”

 

 

ถึงแม้โกะโจ ซาโตรุจะเป็นที่นิยมชมชอบและมีชื่อเสียงประมาณหนึ่ง เกะโทกลับเชื่อมั่นว่าแท้จริงแล้วตนเองเนื้อหอมกว่าเพื่อนสนิท...คำว่าเนื้อหอมในที่นี้หมายถึงมีคนแอบหลงรักอย่างจริงจังใช่เห็นเป็นเพียงยาใจ

ไม่มีหลักฐาน ทั้งหมดมาจากสัญชาตญาณและความมั่นใจ

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้

ที่เกะโทกำลังคิดอยู่คือคุณชายเพื่อนยากเคยชินกับการได้รับความหลงใหลคลั่งไคล้จนแยกความชอบต่างๆ ไม่ออกต่างหาก

ในชมรมการแสดง สาวน้อยมิวะเองก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับที่วิ่งเข้ามาส่งใบสมัครเข้าชมรมเพราะชอบโกะโจ หากสังเกตดูให้ดี ท่าทีของเธอมีความละม้ายคล้ายคลึงอิตาโดริหลายส่วน...เป็นแฟนคลับที่แสดงออกอย่างซื่อตรงนั่นเอง ทว่าโกะโจไม่เคยเข้าใจมิวะผิดเพราะเธอมีแฟนหนุ่มตัวจริงเสียงจริงอยู่แล้ว

ในทางกลับกัน ดูเหมือนอิตาโดริจะโสด

ทั้งที่เป็นการแสดงออกถึงความชอบเหมือนกัน แต่คนหนึ่งมีแฟน อีกคนไม่มี เท่านี้ก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันมาก

เมื่อกลับมาเรียนตามปกติอีกครั้งเห็นได้ชัดว่าโกะโจหลงเหลือความสับสนและวางตัวต่ออิตาโดริไม่ถูกอยู่เล็กน้อย คาดว่าบังเกิดการผสมปนเประหว่างอับอายและกระอักกระอ่วน ต่อให้ปากบอกว่าอิตาโดริชอบตน ในใจน่าจะยอมรับเรียบร้อยว่าเกะโทพูดถูกต้อง

กิจกรรมใหญ่ประจำปีของชมรมการแสดงจบลงไปแล้ว ภาระหน้าที่ในแต่ละวันลดน้อยลงกว่าช่วงก่อนหน้ามาก อิตาโดริที่เป็นคนนอกแทบจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็น แถมช่วงนี้ยังได้ยินมาว่าจะมีการแข่งกีฬาด้วย ได้เห็นหน้าค่าตาน้อยลงอย่างนี้ช่วยโกะโจได้มาก

“ไม่ไปซ้อมจะดีเหรอ”

อาศัยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นจากการอ่านหนังสือการ์ตูน เกะโทที่ได้เจอหน้าอิตาโดริอย่างสม่ำเสมอถามถึงการแข่งในวันหนึ่งที่ไปยืมยิวยิตสู คลายเส้นเล่มใหม่

คำถามดังกล่าวยังผลให้คนฟังเกาแก้มอย่างเก้อกระดาก “พอดีสถิติผมตอนนี้ดีกว่าสถิติแชมป์ระดับจังหวัดของปีที่แล้วกับปีก่อนหน้าอีกน่ะครับ”

เลยบอกอาจารย์ไปว่าให้วิ่งแข่งแทนนักกีฬาตัวจริงน่ะได้ แต่ไม่ขอเหนื่อยยากกับการซ้อมหรอกนะ

คนเขาพยายามซ้อมกันแทบตาย อย่างน้อยก็น่าจะเห็นแก่ความพยายามในการแย่งโควต้าไปแข่งของพวกรุ่นพี่หน่อย เอาคนอื่นมาแข่งแทนได้ไง

ดูเหมือนนอกจากไม่ต้องการเปลืองแรง อิตาโดริยังรู้สึกผิดต่อนักกรีฑาโรงเรียนที่เสียสิทธิ์ในการแสดงความสามารถด้วย

โดยทั่วไปงานประเภทนี้นักเรียนทั่วไปไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากแข่งขันแล้วสำเร็จมรรคผลค่อยมีประกาศเกียรติคุณภายหลัง ต่อให้เกะโทนึกอยากไปเชียร์ เวลาแข่งขันที่คาบเกี่ยวกับเวลาเรียนก็ปิดกั้นหนทางอย่างแน่นหนา เขาจึงเอ่ยให้กำลังใจก่อนลงแข่งไปตามเรื่องตามราว

แต่

“ทำไมนายถึงเอาเครื่องรางไปให้เด็กนั่นล่ะ ทำเหมือนจีบไปได้”

อิเออิริ โชโกะเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจเกะโท สุงุรุออกมาพอดิบพอดี

จุดรวมสายตาสองคู่จะเป็นใครได้นอกเสียจากโกะโจ ซาโตรุ

หลังจบการแข่งขันอิตาโดริคว้าชัยมาได้โดยไม่ต้องลุ้น เจ้าตัวนำเรื่องน่ายินดีมาบอกเกะโทก่อนทางโรงเรียนทำการประกาศเสียอีก แรกเริ่มเกะโทรู้สึกยินดีด้วยจากใจจริง กระทั่งรุ่นน้องเริ่มพูดถึงเครื่องรางที่ได้มาจากรุ่นพี่โกะโจ บอกว่าความสามารถตัวเองก็เรื่องหนึ่ง แต่เครื่องรางนี้ก็มีส่วนช่วยในชัยชนะ ทั้งในแง่จิตใจก็ดี หรือที่ร่างกายฟิตปึ๋งไม่เจ็บป่วยใดๆ วันลงสนามก็ดี ฟังมากเข้าเกะโทชักยิ้มไม่ออก

เมื่อสอบถามความเป็นมาเป็นไปเพิ่มเติม อิตาโดริบอกกล่าวน้ำเสียงสดใจว่าตอนไปศาลเจ้ากับสุคุนะบังเอิญเจอโกะโจ ครั้นอีกฝ่ายทราบว่าตนกำลังจะไปแข่งวิ่งจึงซื้อเครื่องรางให้ตามประสารุ่นพี่ผู้จิตใจดีและมีเงินทอง

“แม่ฉันแค่ลากตัวไปเป็นเพื่อนแล้วบังเอิญเจอพี่น้องคู่นั้นเฉยๆ หรอก”

“จุ๊ๆ จะบอกว่าเป็นพรหมลิขิตสินะ”

“โชโกะหุบปาก”

มื้อกลางวันที่ควรได้พักผ่อนจากการเรียนช่วงเช้าคล้ายจะมีสะเก็ดไฟรอปะทุ ทั้งอิเออิริและเกะโทล้วนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับพฤติกรรมของเพื่อนผู้โตแต่ตัว

ต่อให้รู้ว่าอิตาโดริชอบโกะโจอย่างแฟนคลับผู้ภักดีคนหนึ่ง ทว่าจะไม่ให้เกะโทกังวลเลยคงเป็นไปไม่ได้ หากโกะโจทำตัวอย่างเคยก็แล้วไป แต่ท่าทีเหมือนหว่านเสน่ห์อาจทำให้ความรู้สึกของอิตาโดริเปลี่ยนแปลง ยิ่งมีความชอบล้นเหลือให้เป็นทุน ไม่มีใครกล้ารับประกันทั้งนั้นว่าอิตาโดริจะไม่หวั่นไหว

แม้เกะโทอยากให้อิตาโดริชอบตนเอง แต่ที่ทำดีด้วยเป็นเพราะว่าชอบถึงอยากมอบสิ่งดีๆ ให้ ไม่เคยทำอะไรโดยมีวัตถุประสงค์ไม่บริสุทธิ์ กระนั้นถ้าอิตาโดริจะชอบเขาเพราะเรื่องนั้นก็ถือว่าได้กำไร

เกะโทเอาใจใส่อิตาโดริจากใจ ดังนั้นจึงไม่สบอารมณ์ถ้ามีใครอาศัยความได้เปรียบบางประการมาชักจูงรุ่นน้องคนนั้นให้หลงรักทั้งที่ตัวเองไม่มีใจให้

“นี่ๆๆ พวกนายมองฉันแบบนั้นทำไม แผงขายเครื่องรางอยู่ใกล้ๆ แล้วคนอย่างฉันเจียดเงินนิดๆ หน่อยๆ ซื้อให้รุ่นน้องที่เคยมาช่วยงานชมรมมีอะไรไม่เหมาะสมกันหา? อีกอย่างนะ ทำไมต้องทำเหมือนฉันคิดไปยุ่งกับแฟนคนอื่นเล่า ยูจิไม่ได้เป็นแฟนสุงุรุสักหน่อย”

ดวงตาเรียวยาวหรี่ลงเล็กน้อย “ใครบอกว่าไม่ได้เป็น?”

“...” โกะโจซึ่งกำลังพล่ามน้ำไหลไฟดับสะดุดกึก หมุนคอมาทางเพื่อนสนิท ผ่านไปหลายวินาทีถึงส่งเสียงแปร่งปร่าออกมาได้ “...เอ๊ะ?”

“ล้อเล่น ฉันยังไม่ได้สารภาพรักด้วยซ้ำ” เกะโทยิ้มจนดวงตากลายเป็นเส้นโค้ง เอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “ตกใจเหรอ?”

“ไอ้...!” คนถูกปั่นหัวตาวาววับ แทบจะถลาไปวางมวย

แต่แล้วก็มีอันต้องสะดุดอีกรอบ

“อิตาโดริเป็นฝ่ายมาสารภาพรักฉันต่างหาก”

“...”

“...ซะเมื่อไหร่ โกหกจ้า~

เพราะอิเออิริยกจานข้าวและเผ่นทันท่วงที คนที่หน้าแหกยับเยินจึงมีแค่สองหนุ่มจากชมรมการแสดงที่ต่อยตีกันอุตลุดเท่านั้น

 

 

เหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นลงไม้ลงมือระหว่างเกะโทกับโกะโจเกิดขึ้นไม่บ่อย ทว่าก็ไม่ได้เกิดขึ้นน้อยครั้งเช่นเดียวกัน พวกเขามีด้านที่ไม่ยอมคนทั้งคู่ บทจะหัวร้อนง่ายก็อารมณ์พลุ่งพล่านได้แม้แต่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อิเออิริไม่ตระหนกตกใจ สามารถกอดแขนสองหนุ่มลากไปห้องพยาบาลได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้าหลังสถานการณ์เริ่มสงบ

โกะโจเสียหน้าจนอยากกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนหรืออะไรน่ะช่างเถอะ แต่เกะโทควรได้ระบายอารมณ์อย่างเหมาะสมตอนเด็กโข่งแถวๆ นี้ทำตัวงี่เง่า ไม่ได้เป็นนักบวชเสียหน่อย ไม่จำเป็นต้องปล่อยวางเรื่องทางโลกหรอก

“โอ๊ะ พรหมลิขิตของใครเนี่ย”

ออดเริ่มเรียนคาบบ่ายใกล้ดังแล้ว อิเออิริตั้งใจมาทิ้งคนให้อาจารย์ห้องพยาบาลดูแล ตัวเองหนีกลับห้องเรียน กลับได้เจออิตาโดริ ยูจิเปิดประตูออกมาได้ถูกจังหวะสุดๆ หนุ่มน้อยดูจะเร่งรีบ พูดกับคนด้านในโดยที่มือจับกรอบประตูไปด้วย

“ฉันจะไปเอาเสื้อคลุมมาให้ เธอนอนพักได้เลย”

จังหวะสวนกัน อิตาโดริเห็นโกะโจกับเกะโท ใบหน้าของเขาปรากฏความประหลาดใจ พึมพำว่า รุนพี่? หากไม่ได้เอ่ยอะไรมาก เพียงผงกศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงทักทายแล้วแวบหายไป

ด้วยความสามารถพิลึกพิลั่นซึ่งยังคงหาที่มาไม่ได้ เกะโททราบว่าอิตาโดริอุ้มเพื่อนสาวที่ปวดประจำเดือนมาถึงห้องพยาบาล ตอนนี้กำลังกลับไปนำเสื้อตัวนอกมาให้เธอเพื่อบังรอยเปื้อนตรงกระโปรงตอนขากลับห้องเรียนตามบัญชา

“ชิ”

เมื่อสักครู่อิตาโดริทอดสายตามาทางเกะโทนานกว่าไอดอลอย่างโกะโจ แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หนุ่มสาวสามคนอยู่ในช่วงตื่นตัวสุดขีดย่อมสังเกตเห็น อิเออิริกับเกะโทแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงจากพ่อเสาไฟฟ้าสีขาวๆ แม้อยากกัดสักคำว่ามีอะไรระคายใจหรือขอรับนายท่าน?

หลังจากนั้นเกะโทได้รับข้อความถามไถ่จากอิตาโดริว่าเกิดอะไรขึ้น

ก่อนเปิดอ่าน ดวงตาเรียวยาวแอบเหล่ไปทางเพื่อนก่อนเป็นอย่างแรก เมื่อแน่ใจว่าโทรศัพท์อีกฝ่ายไม่มีความเคลื่อนไหว หัวใจก็พองโตขึ้นมา

การได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษทำให้จั๊กจี้ในใจ ถึงขั้นทำให้หัวเราะเสียงเบาอย่างอดไม่ได้

เขาพิมพ์ตอบเงียบๆ และไม่ได้นำความห่วงใยดังกล่าวไปเล่าให้ใครฟัง

ถ้าเป็นตอนนี้ น่าจะสารภาพรักได้แล้วหรือเปล่านะ?




Talk

สารภาพว่าตอนแรกเป็นโกะยูเกะ แต่พอลงมือจริงและเรื่องเดินไปสักพักก็รู้สึกว่าตัดชื่อโกะโจเสนเสออกไปเถอะ...อืม เอาไว้คราวหน้านะเสนเส (ถึงเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นเสนเสก็เถอะ)