Fanfic Slam
Dunk
Wa(r)n
Pairing: Rukawa Kaede x Sakuragi Hanamichi
Rating: NSFW
CW: Raw, Creampie,
Rimjob, Explicit sexual content
“ฉันว่ากับแฟนคนนี้คงไปกันไม่รอดแล้วล่ะ”
“เห ทำไมล่ะ
ก็รักกันดีไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ทำการบ้านเลยก็ไม่ไหวนะ
เอาแต่ปฏิเสธตลอดแบบนี้จะให้ฉันรู้สึกยังไง เผลอๆ
ไปแอบมีกิ๊กสิท่าถึงไม่สนใจไยดีแฟนตัวเองน่ะ!”
เพราะเนื้อหาของบทสนทนาค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว
แม้นำมาพูดคุยในที่สาธารณะ แต่สุ้มเสียงของผู้พูดเบามาก
หากไม่กางหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจก็ไม่มีทางได้ยิน ทว่ารุคาว่า คาเอเดะซึ่งอยู่ในภาวะอ่อนไหวเล็กน้อยได้ยินครบถ้วนทุกพยางค์ไม่มีตกหล่น
ชายหนุ่มผู้ถือถ้วยโกโก้ร้อนและกำลังเดินออกจากร้านกาแฟเผลอออกแรงบีบแก้วแน่นขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
คำว่า ‘ไปกันไม่รอดแล้วล่ะ...’ ดังเอคโค่ในหัว
ไปกันไม่รอด?
ไม่มีทาง!
“คุณครับ
ขอทางหน่อยครับ”
“...”
ร่างกายสูงใหญ่กีดขวางการจราจร
รุคาว่าซึ่งยืนจมอยู่ในโลกส่วนตัวจนขวางทางเข้าออกรีบขยับหลีกทางให้ชายสวมหมวกไหมพรมซึ่งน่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน
ช่วงสายมีคนใช้บริการร้านกาแฟแน่นขนัดตั้งแต่หนุ่มสาวเยาว์วัยไปจนถึงผู้ใหญ่ใกล้เกษียณ
ไม่ใช่ที่ที่รุคาว่าจะมายืนปล่อยตัวปล่อยใจได้
ชายหนุ่มผลักประตูเดินออกมานอกร้าน
มือหนึ่งสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจคเกต อีกมือยกแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ขึ้นจิบ
อยู่ระหว่างเดินเท้ากลับห้องพักหลังออกกำลังกายช่วงเช้า
รุคาว่ามีเรื่องกวนใจอยู่เรื่องหนึ่ง
เขาถูกคนรักหมางเมิน
ซากุรางิ
ฮานามิจิที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายและคบหาฉันท์คนรักมาย่างเข้าปีที่
4 นั้น ปกติเป็นชายหนุ่มที่โผงผางตรงไปตรงมา มักแสดงอารมณ์ผ่านทางสีหน้าและพูดเรื่องในใจโดยไม่อ้อมค้อม
พวกเขาพูดจากระทบกระเทียบและโต้เถียงกันบ่อยครั้ง กระนั้นก็ไม่มีครั้งไหนที่เป็นการทะเลาะอย่างรุนแรง
ต่อให้วันนี้ขึ้นเสียงใส่กัน พรุ่งนี้ก็จูบส่งอีกฝ่ายออกจากบ้านได้โดยไม่มีอะไรติดค้างใจ
เพียงแต่
พวกเขาไม่ได้มีเซ็กส์กันสักพักแล้ว
รุคาว่าซึ่งไม่เคยต้องงุ่นง่านมาก่อนรู้สึกตัวในวันหนึ่งว่า...อ๊ะ
มีเซ็กส์กับเจ้าโง่นั่นครั้งล่าสุดเมื่อไหร่กันนะ?
น่าจะสองเดือน...หรืออาจจะสามเดือนก่อน?
ที่แล้วมาซากุรางิเป็นฝ่ายรุกเข้าใส่เสมอ
พูดจาเปิดเผยว่าอยากทำแล้วเข้ามาพันแข้งพันขาอย่างกระตือรือร้น
ทว่าด้วยภาระหน้าที่และข้อจำกัดด้านพละกำลังของตัวเอง รุคาว่าไม่อาจย่อหย่อนทั้งการแข่งหรือการซ้อมด้วยการหลงระเริงไปกับรสรัก
กิจกรรมทางเพศผลาญพลังงานหนักมาก หนำซ้ำคู่รักยังเป็นชายหนุ่มแข็งแรงผู้เปี่ยมกำลังวังชายิ่งกว่าตน
รุคาว่าไม่เหมือนซากุรางิที่พัวพันบนเตียงเสร็จแล้วยังมีแรงวิ่งพล่านทั่วสนามบาสในวันถัดมา
ต่อให้เขาอยากกดอีกฝ่ายจนเอวล้าขาอ่อน เดินตัวตรงไม่ได้
แต่ความเป็นจริงคือไม่ทำเพราะไม่มีปัญญาต่างหาก
และเพราะต้องมีวินัยควบคุมตัวเอง
ในช่วงหลังที่แบ่งพลังงานไปใช้กับเรื่องบนเตียงไม่ได้
รุคาว่าจึงปฏิเสธคำเชิญชวนของคนรักมาตลอด
รู้ตัวอีกทีซากุรางิ
ฮานามิจิก็ถูกปฏิเสธจนเลิกเข้ามาออดอ้อนแล้ว
นับจากวันที่รู้สึกตัวว่าเว้นช่วงจากเซ็กส์ไปร่วมสามเดือน
เขาเฝ้ารอว่าคนรักจะเข้ามาลูบคลำโดยแฝงนัยยะเมื่อไร ทว่ารอแล้วรอเล่า ซากุรางิ
ฮานามิจิไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น แม้รุคาว่าเป็นฝ่ายส่งสัญญาณอย่างเก้ๆ
กังๆ เจ้าคนหัวทึบก็ไม่เข้าใจและไม่ตอบสนองอันใดกลับมา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกหนึ่งเดือน ทุกวันนี้รุคาว่ากระหายอยากจนกังวลว่าตัวเองเป็นพวกหมกมุ่นไปแล้วหรือเปล่า
เพียงซากุรางิเลิกชายเสื้อกล้ามขึ้นเกาหน้าท้องระหว่างนั่งดูโทรทัศน์เขาก็มีอารมณ์แล้ว
สะสมความหงุดหงิดงุ่นง่านจนเจียนระเบิด
วันนี้รุคาว่าไม่มีเรียน
ส่วนซากุรางิลาเรียนไปแข่งในฐานะนักกีฬามหาลัย เพราะเป็นการแข่งในฐานะทีมเหย้าช่วงสายจึงออกจากไปเตรียมตัวตั้งแต่เช้า
หากไม่มีกำหนดการใดเป็นพิเศษและการเดินทางไม่ลำบากเกินไป
รุคาว่ามักหาเวลาไปชมการแข่งขันของอีกฝ่าย
ถือว่าเป็นการศึกษาทีมมหาลัยคู่แข่งไปพร้อมๆ กัน
หลังกลับไปเปลี่ยนชุดและทานมื้อเช้าง่ายๆ
รุคาว่าเข็นจักรยานออกมาจากลานจอดรถสองล้อแล้วไปถึงสนามแข่งก่อนเวลาราวสิบห้านาที
“อะไรกัน มาเชียร์ด้วยเหรอ?”
ฟุจิมะ เคนจิทักยิ้มๆ จากที่นั่งผู้ชม
รุคาว่าผงกศีรษะทักทายรุ่นพี่ผู้ดำรงตำแหน่งกัปตันทีมประจำมหาลัยของตัวเองจนถึงเมื่อสองปีก่อนนิดๆ
จากนั้นนั่งลงด้านข้างอีกฝ่าย
ดาวเด่นสมัยมัธยมปลายถูกรวบรวมตัวมาอยู่ทีมเดียวกัน
รุคาว่าและซากุรางิที่ได้รับการทาบทามจึงมีเพื่อนร่วมทีมเป็นสัตว์ประหลาดเต็มไปหมด
ทีมดังๆ ในระดับมหาลัยมีแต่ผู้เล่นรวมดาวทั้งนั้น
ระดับสูงกว่าบาสเกตบอลสมัยมัธยมคนละเรื่อง
อย่างไรก็ดี
ทีมเยือนในการแข่งคราวนี้ไม่นับเป็นพวกกระดูกแข็ง
ทีมของซากุรางิส่งตัวจริงลงเพียงสองคนยังรับมือได้สบาย แทนที่จะเรียกว่าการแข่งขัน
มิสู้เรียกว่าเป็นการเพิ่มประสบการณ์ลงสนามจริงยังเข้าเค้ากว่า
กว่าตัวซากุรางิจะถูกเปลี่ยนตัวลงไปเรียกเหงื่อก็ปาเข้าไปครึ่งหลัง
สำหรับรุคาว่า
เขามาเชียร์คนรักของตัวเองจึงมีเหตุผลอันชอบธรรมในการดูการแข่งที่ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ
ทว่าฟุจิมะที่เป็นผู้เล่นอาชีพไปแล้วนั้น
ไม่รู้มีเหตุผลอะไรถึงได้ตัดสินใจสละเวลามาดูการแข่งระดับมหาลัยที่ไม่ใช่การแข่งใหญ่
ชายหนุ่มสงสัยในใจแต่ไม่ได้ปริปากถาม
เดิมทีรุคาว่าสามารถนั่งกอดอกดูอย่างจดจ่อ
จนกระทั่งแฟนหนุ่มของตนลงไปวิ่งเต้นกระโดดหย็องแหย็ง จิตใจสงบนิ่งเริ่มฟุ้งซ่าน
ถึงขั้นคิดว่าคอเสื้อกับแขนเสื้อยูนิฟอร์มบาสกว้างเกินจำเป็น...เห็นได้ชัดว่าสภาพการณ์ตัวเองย่ำแย่เข้าขั้นวิกฤต
เขายกขานั่งไขว่ห้าง
แม้ซากุรางิมองเห็นตนแล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้ก็ยังเก็บมือกอดอกอย่างแน่นหนา
ฟุจิมะเหลือบตามอง
“ไม่โบกมือตอบสักนิดเหรอ?”
รุคาว่าปฏิเสธเอื่อยๆ
“ไม่ต้องหรอกฮะ”
อยากสอดมือเข้าไปในเสื้อบาสมากกว่า...
หลังจบการแข่งขันรุคาว่าบอกลาฟุจิมะง่ายๆ
แล้วออกมารอคนนอกโรงยิมอย่างคุ้นที่คุ้นทาง ใกล้ๆ กันมีลานกว้างและมีจุดให้หลบร่ม
รุคาว่านั่งปะปนกับผู้คนที่ระเกะระอยู่เบาบางเพื่อรอกลับพร้อมซากุรางิ
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้มีแต่เรื่องกวนใจจริงๆ...มีคนพูดถึงซากุรางิให้ได้ยิน
หากเป็นเรื่องการแข่งยังพอทำเนา แต่นี่...
“คนผมแดงนั่นสเปกฉันเลย อยากถูกหุ่นล่ำๆ นั่นกดลงกับเตียงชะมัด เขาโอเคกับผู้ชายหรือเปล่าวะ
ลองเสี่ยงไปทอดสะพานดูดีมั้ย เผื่อฟลุก”
“...”
รุคาว่าซึ่งกำลังโทรศัพท์คุยกับมิยางิหางคิ้วกระตุก เขาได้ยินเต็มหู
แต่ไม่คิดว่าอดีตรุ่นพี่สมัยม.ปลายจะได้ยินด้วย มิยางิถึงกับหัวเราะลั่น
“เพิ่งเจอพวกที่มาเล็งเจ้าฮานามิจิซะประเจิดประเจ้อในระยะเผาขนแฟนตัวจริงแฮะ!”
“มีคนแบบนี้เยอะเหรอฮะ?” รุคาว่าซึ่งอยู่ในภาวะอ่อนไหวเซนส์ดีผิดปกติ เห็นได้ชัดว่ามิยางิดูเคยชินเกินไป
มิยางิใช้เวลาเล็กน้อยในการปรับลมหายใจจากการหัวเราะจนหายใจหายคอไม่ทัน
สักพักหนึ่งค่อยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สงบลงมาก “ฮานามิจิมันเนื้อหอมมาแต่ไหนแต่ไร
แค่คนที่มาสนใจมันไม่ใช่สาวๆ ที่กรี๊ดกร๊าดออกหน้าออกตาอย่างแฟนคลับนายเฉยๆ หรอก
จะว่าไงดี แฟนบอยก็เรื่องหนึ่ง แต่พวกอยากลากขึ้นเตียงก็มีให้เพียบน่ะ”
“...”
ไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องพรรค์นี้มาก่อน
ใบหน้าหล่อเหลามืดครึ้ม
ดวงตาคมกริบตวัดฉับไปทางเจ้าหนุ่มที่ริอ่านมาเป็นมือที่สามในความสัมพันธ์คนอื่น
จดจำใบหน้านั้นไว้ในใจ
ปลายสายซึ่งว่างจัดเพราะอยู่ระหว่างพักงานยังคงพูดต่ออย่างสนุกสนาน
“ใช้ไม่ได้เล้ยรุคาว่า
อย่าบอกนะว่าไม่เคยรู้สึกตัวว่ามีคนจ้องฮานามิจิตาเป็นมันน่ะ ตอนฉันยังอยู่ญี่ปุ่นมีคนถามหาไอ้เด็กนั่นผ่านฉันตั้งหลายคน”
สมัยเพิ่งเริ่มคบกันใหม่ๆ
ตอนม.ปลาย รุคาว่าเคยถูกผู้สื่อข่าวถามเป็นสีสันว่าระหว่างบาสเกตบอลกับความรักจะเลือกอะไร
รุคาว่าในตอนนั้นตอบว่าบาสเกตบอลโดยไม่ลังเลก็จริง
ทว่าเขาไม่เคยคิดสักครั้งว่าตนเองละเลยคนรัก กระทั่งมิยางิมาจี้จุดเอาตอนนี้ถึงเพิ่งสำเหนียกว่าตัวเองเผอเรอและพลาดอะไรไปหลายอย่างเหลือเกิน
“ทำไมไปถามจากรุ่นพี่”
“ก็ฉันสนิทกับฮานามิจินี่หว่า
คงคิดว่าจะช่วยอะไรได้นั่นแหละ”
รุคาว่าท้วงเสียงต่ำ
“ผมสนิทกว่า”
คนฟังหัวเราะแกนๆ
“ในสายตาคนอื่น มันดูสนิทกับฉันมากกว่าแฟนอย่างนาย คิดว่าไงล่ะ?”
“...”
เมื่อนึกย้อนถึงความคิดสกปรกของตนช่วงนี้และจินตนาการว่ามีใครที่ไหนไม่รู้มองคนรักของตนด้วยสายตาหื่นกระหายแบบเดียวกัน
รุคาว่า คาเอเดะนึกฉุนจนอยากตีหัวคน
นี่สินะที่เรียกว่าหึงหวง
ตลอดเวลาที่คบหากันเขาทุ่มเทสมาธิให้บาสอย่างเต็มที่และไม่เคยขาดแคลนความรักความสนใจจากซากุรางิ
ผลจากการได้รับอย่างไม่ขาดตกบกพร่องทำให้มองไม่เห็นว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์ฉันท์คนรักอยู่ด้วย
“ว่าแต่ทำไมนายถึงเพิ่งมาสนใจเอาป่านนี้ล่ะ
เฮ้ยๆๆ...ฉันนึกว่าฮานามิจิมันพล่ามไร้สาระซะอีก คงไม่ใช่จะเลิกกันจริงๆ
ใช่ไหมเนี่ย?”
ดวงตาสีดำขลับหรี่ลงอย่างอันตราย
“พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับ”
อย่างไรก็ตาม
รุคาว่าไม่อาจสานต่อบทสนทนาได้เมื่อมิยางิส่งเสียง ‘อุแหวะ’ และเริ่มคร่ำครวญ ‘อายะจัง
อายะจัง...’ ‘...คลื่นไส้ชะมัด’ ไม่กี่วินาทีถัดมา รุ่นพี่วางสายไปด้วยน้ำเสียงอย่างคนพะอืดพะอม
...ดูเหมือนอาการแพ้ท้องแทนศรีภรรยาจะยังน่าเป็นห่วงอยู่
เนื่องจากซากุรางิ
ฮานามิจิยังไม่ออกมาเสียที รุคาว่าซึ่งไม่มีอะไรทำและมีเพลิงแห่งความหึงหวงคุโชนเต็มท้องตัดสินใจใช้อินเทอร์เน็ตเสิร์ชหาชื่อคนรัก
ตรวจสอบสายตาคนรอบข้างที่มองคนของตนเป็นครั้งแรก
“มาแล้ว!”
ราวสิบนาทีหลังจากนั้น
ตอนที่ซากุรางิ ฮานามิจิมาถึงพร้อมของกินเล่นเต็มแขน ใบหน้าหล่อเหลาของรุคาว่า
คาเอเดะก็ดำทะมึนยิ่งกว่าก้นหม้อไปเรียบร้อย
แม้ปกติไม่แสดงอารมณ์ผ่านสีหน้ามากนัก
ทว่าสายตาของรุคาว่าประกาศเจตนาชัดแจ้ง ขนาดซากุรางิหน้าหนายังรู้สึกราวกับตัวเองตกอยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน
ที่แท้การจ้องมองก็สามารถทำอนาจารได้ด้วย
“เป็นอะไรของนายเนี่ย”
วันนี้ซากุรางิได้ลงสนามไม่ถึงสิบนาทีดี
ถึงอย่างนั้นยังหาข้ออ้างมาหาของกินเติมพลัง เขาควรได้เสพสุขกับของอร่อย
ดันโดนป่วนจนประสาทรับรสแข็งทื่อไปหมด
รุคาว่านั่งฝั่งตรงข้าม
มีเพียงน้ำเปล่าหนึ่งแก้ววางในระยะเอื้อมถึง
ไม่ได้สั่งอะไรมาทานและเอาแต่นั่งจ้องซากุรางิอย่างเดียว
เจ้าตัวเปิดปากพูดอย่างตรงไปตรงมา “ฉันจะเอานาย”
“...”
เค้กสตรอเบอรี่แทบจะพุ่งออกจากปาก
มันกล้าพูดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...
ตอนมีอารมณ์เป็นเรื่องหนึ่ง
ทว่าหากไม่ใช่เวลานั้น รุคาว่าค่อนข้างสำรวม
นอกจากนี้เพราะไม่ใช่คนกระตือรือร้นในกิจกรรมทางเพศ
นี่อาจจะเป็นการพูดเชิญชวนที่ตรงไปตรงมาที่สุดนับจากคบกันมา ซากุรางิยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
มองสำรวจที่นั่งฝั่งตรงข้ามราวกับเห็นมนุษย์ต่างดาว ตัวปลอมหรือเปล่าเนี่ย?
“วันนี้ไม่ได้เหรอ?”
รุคาว่าเอ่ยถาม สีหน้าอึมครึม
เมื่อสักครู่เพิ่งเห็นคนแทะโลมแฟนหนุ่มบนกระดานสนทนาและโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์ม
หนำซ้ำก่อนหน้านี้ยังเคยเห็นกระทู้การเลิกราเพราะปัญหาเรื่องความต้องการทางเพศเข้ากันไม่ได้
รุคาว่าหน้าทะมึนไปทีตอนเห็นเจ้าของกระทู้หนึ่งบอกว่าตนเองหย่าขาดจากสามีเพราะอีกฝ่ายไม่หลับนอนกับตัวเองสามเดือน
เธอระแวงและทนไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางตายด้านชืดชาของคู่สมรส ไหนจะผู้หญิงในร้านกาแฟเมื่อเช้าอีก...ไหนจะมิยางิที่บอกว่าซากุรางิจะเลิกอีก...
รุคาว่าซึ่งไม่ได้มีเซ็กส์กับซากุรางิมาสี่เดือนกำลังจะครบห้าเดือนใกล้อดทนต่อความรู้สึกมากมายไม่ไหวแล้ว
ซากุรางิกลืนน้ำเย็นอึกใหญ่ๆ
ลงคอสองอึก เมื่อสงบใจลงได้แล้ว ชายหนุ่มผมสีแดงตอบอย่างชัดเจนว่า “วันนี้ไม่ได้”
“...”
รุคาว่าเงียบไปนานกว่าจะกัดฟันถามออกมาว่า “ทำไม”
“ไม่อยาก”
“...”
“ทำไม
ไม่พอใจรึไง?” ซากุรางิกลับมาสนใจขนมต่อ กัดเวเฟอร์บนหน้าเค้กชิ้นที่ 3 ดังกร้วม
เชิดปลายคางอย่างถือดี ต่อให้สายตาของชายผมดำที่นั่งตรงข้ามจะรบกวนอย่างยิ่ง
ซากุรางิยังตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป ไม่เผยความหวั่นไหวออกมาง่ายๆ
ของหวานช่วยให้อารมณ์ดี
ซากุรางิยิ้มแฉ่งเดินออกจากร้าน ระดับความแข็งกระด้างของใบหน้าลดลง 30% เมื่อเดินเคียงข้างรุคาว่าซึ่งแผ่บรรยากาศขมุกขมัวออกมามากกว่าปกติ 30% สองหนุ่มผมดำแดงให้ความรู้สึกต่างกันสุดกู่ราวกับคนแปลกหน้าที่บังเอิญร่วมทางไปด้วยกัน
สมัยเรียนม.ปลายพวกเขาไม่เคยอยู่ห้องเดียวกันและได้ใช้เวลาร่วมกันตอนทำกิจกรรมชมรมเป็นส่วนใหญ่
หลังคบกันถึงไปมาหาสู่กันมากขึ้น เทียบกันแล้วนับจากเข้ามหาลัย ต่อให้เรียนคนละที่
แต่แชร์ห้องอยู่ด้วยกันจึงมีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าสมัยก่อนผิดหูผิดตา
อย่างไรก็ตาม เมื่อรุคาว่ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของแฟนหนุ่มในตอนนี้
เขารู้สึกเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่ ทั้งที่อยู่ใกล้
กลับสัมผัสได้ถึงความห่างเหินเสียยิ่งกว่าตอนก่อนคบหากันเสียอีก
อากาศยามบ่ายค่อนข้างดี
เย็นสบาย และไม่ชื้นจนเกินไป แต่รุคาว่ากลับหดหู่และมีแต่เรื่องร้ายๆ เต็มสมอง
เขามัวคิดวุ่นวายจนเดินช้าลง ซากุรางิเองก็รู้สึกได้ว่าคนด้านข้างเชื่องช้าลงเรื่อยๆ
เพราะตนผ่อนฝีเท้าแล้วผ่อนฝีเท้าอีกตามจังหวะการเดินอีกฝ่าย
ในที่สุดจึงหันมามองด้วยความเป็นห่วง “เฮ้ย รุคาว่า...”
มือข้างหนึ่งเหยียดเป็นเส้นตรงเอื้อมออกมา
จับปลายเสื้อมุมเล็กๆ เอาไว้ สีผิวขาวซีดแทบไม่ต่างจากเสื้อยืดของซากุรางิ
รุคาว่าหลุบตาลง เอ่ยเสียงเบา “ขอโทษที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกนาย”
เสียงพูดเบาเกินไปจนไม่ได้ยิน
ซากุรางิเลิกคิ้ว อยากชะโงกไปมองเจ้าคนที่ก้มหน้าก้มตาว่าเป็นอะไรขึ้นมา
ไม่สบายหรือไง ตอนที่ขยับเข้าไปหาได้ครึ่งก้าวหูพลันได้ยินเสียงรุคาว่าอีกครั้ง
คราวนี้ได้ยินชัดแล้ว
“ไม่ทำก็ได้
แต่ฉันไม่เลิก”
“ฮะ?”
ซากุรางิตั้งตัวไม่ติด ถูกโจมตีกะทันหันจนตอบสนองไม่ทัน
เขาได้แต่มองแฟนหนุ่มอย่างเซ่อซ่า เครื่องหมายคำถามลอยเต็มหัว
ชั่ววินาทีนี้ไม่สามารถประหวัดถึงสถานการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวพันไปถึงคำว่า ‘เลิก’ ได้เลย
ไม่รู้รุคาว่าคิดอะไรอยู่ถึงได้เอ่ยคำนี้ออกมา
รุคาว่ากลับตีความความเงียบจากการตอบสนองไม่ถูกของซากุรางิไปอีกทางจึงกำชายเสื้อเล็กๆ
นั่นแน่นกว่าเดิม เงยหน้าขึ้นเอ่ยย้ำว่า “ฉันไม่เลิกเด็ดขาด”
หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินผ่านไปปิดปากมองซากุรางิราวกับเห็นชายชั่ว
พึมพำเสียงแผ่วกับเพื่อนด้านข้างว่า ‘รังแกคนสวยสินะ’
ซากุรางิที่ได้ยินเต็มหูอยากจะตะคอกสวนออกไปว่าไม่ใช่เว้ย!
อย่ามาทำเป็นรู้ดีเรื่องชาวบ้านเซ่!
“ฉันว่านายน่าจะไม่สบาย
ไปหา...” ที่เงียบๆ คุยกันดีกว่า...
“ไม่ไป
ไม่เลิก”
ดึงอย่างไรก็ไม่ขยับ
เท้าของรุคาว่าติดแน่นอยู่กับที่ราวกับถูกยึดด้วยตะปู
เมื่อเจ้าตัวยืนกรานหนักแน่นจะปักหลักไม่ไปไหนทั้งที่กำลังยืนอยู่บนทางเท้าสาธารณะ
ซากุรางิจำต้องตะล่อมให้อีกฝ่ายใจเย็นลงก่อนแม้ไม่เข้าใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น
“รู้แล้วๆ
ไม่เลิกๆ ฉันรักนาย เอ้า มากับฉันเร็ว”
“รักฉันเหรอ?”
รุคาว่าผ่อนแรงขัดขืนทันควัน
“รักสิรัก
เอ้า มานี่มา” ซากุรางิอยากจะยกทั้งตัวแล้วหิ้วต่างกระสอบ
เพียงแต่ถ้าทำแบบนั้นอาจได้วางมวยกับรุคาว่าภายหลังจึงรอให้แฟนหนุ่มเดินตามมาด้วยตัวเอง
ทันทีที่กลับถึงห้องแล้วปิดประตูเรียบร้อย
รุคาว่าโผเข้าจูบซากุรางิทันที จูบเหมือนตายอดตายอยาก
จูบเหมือนอยากจะเคี้ยวกลืนลงท้อง
ถ่ายทอดความกระสับกระส่ายร้อนรนออกมาอย่างซื่อตรงจนซากุรางิใจอ่อนยวบ
ยกมือตบหลังปลอบประโลมแปะๆ
ระหว่างที่เดินจับมือรุคาว่าจนมาถึงห้อง
พอลองค่อยๆ ขุดคุ้ยหาสาเหตุที่น่าจะเป็นบ่อเกิดพฤติกรรมผิดปกติของเจ้าจิ้งจอกทึ่มทื่อ
ซากุรางิเดาว่ามิยางิอาจพูดอะไรให้ฟังถึงได้มีท่าทีเป็นแบบนี้
ซึ่งเขาก็คิดเรื่องเลิกราจริงๆ
นั่นแหละ เรื่องบนเตียงไปกันไม่ได้มันเรื่องใหญ่นะ...
มัวจูบกันหน้าประตูก็ไม่ค่อยดี
ซากุรางิพยายามลากดึงปิศาจจอมจูบเข้าไปด้านใน ผลคือโดนกดทั้งตัวลงกับโซฟา ในห้องเกิดเสียงแลกน้ำลายพักใหญ่กว่าประกายในตารุคาว่าจะกลับคืน
ซากุรางิลิ้นชาไปหมด
มองแฟนหนุ่มที่เปลี่ยนจากโหมดเศร้าซึมกลับเป็นโหมดปกติด้วยหางตาแดงเรื่อ เนื่องจากอีกฝ่ายอยู่ในสภาพอารมณ์ไม่มั่นคงเขาจึงไม่ได้ต่อต้านขัดขืนและปล่อยให้รุคาว่าสัมผัสตามใจชอบจนกระทั่งใจเย็นลง
“ลุกไปได้แล้ว”
“...”
รุคาว่าหลุบดวงตาลงมองคนข้างใต้
...สองตาวาวรื้น
ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจหอบหนัก ริมฝีปากชุ่มชื้นเผยอออก ชายเสื้อถูกร่นขึ้นมาถึงอก...
“ไม่ต้องมากำมือสลับแบเลยโว้ย
เมื่อกี้ลูบไปตั้งเยอะ...! เฮ้ย! แล้วก็ไม่ต้องทำท่าจะเข้ามาจับต่อด้วย!” ซากุรางิแหวลั่น ปัดมือลามกที่ทำท่าจะพุ่งเข้ามาจับหน้าอกตนอีกรอบออกดังเพียะ
กว่าจะเป็นผู้เป็นคนลงท้ายก็ต้องลงไม้ลงมือกันหนึ่งยกเล็กๆ
ถึงอย่างนั้นรุคาว่ากลับยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการเกาะติดกว่าปกติ เขานั่งซ้อนด้านหลังซากุรางิแล้วกอดเอวหลวมๆ
สำหรับโซฟาขนาดกะทัดรัดแล้ว
การจัดสรรที่นั่งของสุภาพบุรุษตัวโตสองคนในท่าทางนี้ค่อนข้างลำบากทีเดียว
ซากุรางิซึ่งไม่สามารถนั่งได้เต็มก้นอดทนได้ไม่นานก็หน้าเขียวด้วยความเกร็ง
ในเมื่อรุคาว่าไม่ยอมปล่อย สุดท้ายถึงอพยพมานั่งกอดกันบนพื้น
“ไหนบอกว่าไม่ทำก็ได้ไง”
นั่งชิดขนาดนี้ทำไมซากุรางิจะไม่รู้ว่าอะไรทิ่มบั้นท้ายตัวเองอยู่
รุคาว่าตอบอย่างซื่อตรง
“ถ้าฝืนใจนายก็ไม่ทำ แต่ใจจริงฉันยังอยากทำอยู่”
“...”
“สรุปแล้วนายอยากหรือเปล่า?”
ริมฝีปากหยั่งเชิงแตะลงบนหลังคอและเริ่มงับเบาๆ
ซากุรางิขนลุกซู่ ตะปบมือที่สอดเข้ามาในช่องว่างของขอบกางเกงแล้วดีดตัวหนีหัวซุกหัวซุน
สองมือของรุคาว่ายังยกค้างกลางอากาศ
อ้อมอกว่างเปล่ากะทันหัน ทว่าจิตใจว่างเปล่ายิ่งกว่า
นี่มัน...รังเกียจใช่ไหม...?
“...”
สีหน้าแข็งค้างของรุคาว่าอ่านง่ายเป็นที่สุด
ซากุรางิปิดหน้าถอนหายใจยาว นึกในใจว่าฉันสิที่โดนปฏิเสธบ่อยกว่าอีกน่ะ
แค่นี้มาทำช็อคงั้นเรอะ ไอ้กระจอกเอ๊ย!
ถึงแม้จะอยากเอาคืนอีกสักนิดแต่สำหรับรุคาว่าแค่นี้อาจเพียงพอแล้ว
ซากุรางิยอมปล่อยวางความขุ่นเคืองลงชั่วคราว ชายหนุ่มผมแดงที่เพิ่งหนีเตลิดจากอ้อมอกแฟนหนุ่มย่อตัวลงนั่งยองอย่างปลงตก
วางสองมือลงบนไหล่กว้างแล้วชะโงกหน้าไปจูบแก้มซ้ายขวาเบาๆ
“ฉันมีนัดกับเพื่อนตอนเย็น
ไว้คืนนี้กลับมาแล้วค่อยทำนะ ไม่ต้องรอกินข้าวเย็น”
“...”
“โอเคไหม?”
“อืม”
ในที่สุดสีสันก็กลับคืนสู่ผิวหน้าของรุคาว่า
คาเอเดะอีกครั้ง
ซากุรางิไม่ได้โกหก
เขามีนัดหมายกับเพื่อนในมหาลัยจริงๆ หลังแยกตัวจากแฟนหนุ่ม ชายหนุ่มออกไปซ้อมเลี้ยงลูกกับฝึกชู้ตสักพักค่อยไปงานฉลองเปิดร้านอาหารของพี่ชายเพื่อนร่วมเซควิขาบังคับของคณะ
เดิมทีตั้งใจกินฟรีให้เต็มคราบ แต่พอนึกถึงสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้จึงจำต้องยับยั้งชั่งใจ
ชายหนุ่มกลับมาถึงห้องช่วงหัวค่ำและมีอันต้องรู้สึกกดดันอย่างหนักเมื่อพบว่าแฟนหนุ่มอาบน้ำอาบท่าตัวหอมฟุ้งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
มิหนำซ้ำตอนซากุรางิเข้าไปอาบน้ำยังมีหน้ามาดึงประตูดังกึงกัง
“ล็อกทำไม”
“เข้ามาอาบน้ำก็ต้องล็อกสิโว้ย!”
“ให้ฉันเข้าไป”
“เอ็งไปนั่งรอซะ!!”
เนื่องจากไม่ได้ทำมานาน
กระทั่งซากุรางิที่สะเพร่าและขาดความละเอียดอ่อนอยู่เสมอยังนึกคิดอย่างรอบคอบและขัดสีฉวีวรรณอย่างตั้งอกตั้งใจ
ต่อให้สุดท้ายรุคาว่าล่มปากอ่าวหรือบ้อท่าจนดูไม่ได้
อย่างน้อยซากุรางิได้แสดงออกว่าแม้แฟนหนุ่มเป็นนายกระจอก แต่ตัวเขาเต็มที่เสมอ
วิถีของอัจฉริยะก็อย่างนี้แหละ พวกชาวบ้านไม่มีทางเข้าใจหรอก
“เพ้อเจ้ออะไรอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่า
ตั้งนานแล้วนะ ให้ช่วยอะไรไหม?”
“หุบปาก! ทำไมเพิ่งมารอไม่ได้เอาป่านนี้ฟะ!”
เมื่อออกมาจากห้องน้ำ
ซากุรางิ ฮานามิจิถูกแฟนหนุ่มที่อดทนรอไม่ไหวอีกต่อไปพุ่งเข้ามาปลดผ้าขนหนูที่ยังผูกไม่ทันเสร็จทิ้งแล้วผลักล้มลงบนเตียงทันที
คนหิวโหยมักทานอาหารไวกว่าคนท้องอิ่ม
รุคาว่าที่อดอยากปากแห้งจึงให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากทุกครั้ง
ซากุรางิรู้สึกไม่คุ้นชินกับเจ้าคนที่ตะกรุมตะกรามและหน้าหนาขึ้นมากะทันหัน
แต่ไม่ได้รังเกียจโฉมหน้าแปลกใหม่นี้
รุคาว่าห่อลิ้นสอดเข้ามาทางด้านหลัง
พร้อมกันนั้นก็ใช้มือสองข้างซึ่งอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าซากุรางิเล็กน้อยรูดรั้งด้านหน้า
ก่อนหน้านี้เวลาเลียให้มักจะเป็นการทำเพื่อเตรียมพร้อมช่องทางสำหรับการร่วมสัมพันธ์
แต่การเคลื่อนไหวของปลายลิ้นยามนี้ชวนให้รู้สึกว่ากำลังตั้งใจใช้ลิ้นทำให้ถึงจุดสุดยอด
ซากุรางิเสียวซ่านจนหนีบขาเข้าหากัน
เมื่อริมฝีปากเผยอออก เสียงแปร่งปร่าก็ลอดออกมา
หากได้ยินเสียงตนเองยามนี้ภายหลังคงตกใจจนเข่าอ่อน
ใครจะไปคิดว่ามันฟังกระเง้ากระงอดจั๊กจี้หูได้ขนาดนี้
รุคาว่าถือโอกาสใช้มือจับต้นขาที่ถูใบหูและลำคอของตนเอาไว้แทน
“ละ ลูบต่อสิ!”
ซากุรางิขยุ้มผมสีดำ
แผ่นอกสะท้อนขึ้นลง ร่างกายเขาตอนนี้อ่อนไหวเกินไป
รุคาว่าเพียงรั้งต้นขาเอาไว้ไม่ให้ศีรษะตัวเองถูกบีบยังเสียวสะท้านขึ้นมาตอนผิวกายร้อนระอุถูกสัมผัสเย็นๆ
ทาบลงมา
ด้านหลังหดรัดอย่างน่าอับอายขายขี้หน้าทั้งที่เป็นการสัมผัสไร้เจตนาปลุกปั่น
“ลองถึงจากข้างหลังอย่างเดียวดูสักรอบสิ”
รุคาว่าเลียปากทางก่อนจะฝังลิ้นเข้ามาในช่องทางอันอ่อนนุ่มอีกครั้ง
เขายึดข้อมือซากุรางิไว้หลวมๆ เป็นเชิงไม่ยินยอมให้ใช้มือปลอบประโลมอวัยวะด้านหน้าที่อยู่ในสภาวะเจียนจะระเบิด
ซากุรางิเสียดสีต้นขากับข้างศีรษะคนรัก บิดสะโพกอย่างกระสับกระส่าย รุคาว่าห่างจากเซ็กส์ไปนานเท่าไหน
เขาก็ห่างไปนานเท่ากัน ความสามารถในการควบคุมตัวเองตกฮวบ อยากถึงฝั่งฝันเร็วๆ
ท่าเดียว
“ระ รุคาว่า
รุคาว่า เร็วเข้า...รูดให้ที...”
แรงยึดตรงข้อมือแน่นขึ้น
รุคาว่าตอบอู้อี้ว่า 'ไม่' โดยที่ยังฝังใบหน้ากลางหว่างขาของซากุรางิ
ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวอ่อนทำเอาขนลุกชันทั่วทั้งตัว
หลังแทรกซอนเข้าไปอย่างดึงดันและสอดคว้านรุนแรง ในที่สุดซากุรางิก็ต้านทานไม่ไหว
"ฮึก...!"
รุคาว่าหลุบตามองแท่งเนื้อสั่นริกซึ่งค่อยๆ
อ่อนตัวลงในระยะเผาขน เขาลากปลายลิ้นไล่ขึ้นไปตามความยาว
กวาดร่องรอยติดลิ้นสีชมพูเข้มมาเล็กน้อย
เมื่อร่างสูงใหญ่โน้มลงมาจนเกิดเงาดำ
ซากุรางิคาดเดาอนาคตได้ในทันที ตัวเขาซึ่งยังอ่อนแรงกำลังจะอ้าปากด่า
หากไม่ทันได้ส่งเสียง รุคาว่าก็กอดศีรษะสีแดงแล้วสอดลิ้นเข้าไปในปากเสียก่อน
เสียงตวัดรัดพันอันวาบหวามดังขึ้นสักพัก
รุคาว่า คาเอเดะค่อยยอมผละใบหน้าออกอย่างอ้อยอิ่ง
มือที่เพิ่งนวดเฟ้นไปเรื่อยกดลงบนแอ่งสะดือของซากุรางิแผ่วๆ คล้ายแตะคล้ายไม่แตะ
"พักพอหรือยัง?"
ร่างกายที่ห่างหายจากเรื่องทางเพศไปนานกลับมาพร้อมรบทันทีที่ถูกเนื้อหนังเสียดสีและรุกจูบอย่างเร่าร้อน
ซากุรางิเจ็บใจจนน้ำตาคลอเพราะเป็นฝ่ายถูกชักนำโดยสมบูรณ์ ท่าทีเหมือนมองลงมาจากจุดที่สูงกว่าของรุคาว่ามันน่าโมโหเกินไป
ไอ้บ้านี่กำลังข่มงั้นเรอะ!
รุคาว่าไม่ได้มองใบหน้าแดงก่ำกระตุ้นอารมณ์นานนัก
หรือที่จริงคือเขาอยากลดปัจจัยในการทำให้ความอดทนหมดสิ้นลง เพื่อไม่ให้ตนจับคนรักแหกแข้งขาแล้วสวนกายเข้าไปเหมือนติดสัด
ดวงตาสีดำทอดลงต่ำ ตัดสินใจไม่มองหน้าซากุรางิ
หันมาสนใจความพร้อมของร่างกายอีกฝ่ายแทน
"น่าจะใช้ได้แล้ว"
ปลายนิ้วไล้ปากทางเข้ารอบหนึ่งก่อนสอดเข้าไป...หนึ่งนิ้ว
สองนิ้ว สามนิ้ว ค่อยๆ แหวกแยกครูดผ่านผนังอุ่นๆ
ซากุรางิกลั้นเสียงคราง
ยกขายันต้นแขนคนรักก่อนออกคำสั่งอย่างสุดจะทน "ใส่เข้ามาเลย!"
ทว่าเท้าที่ยกขึ้นมากลับถูกจับเอาไว้
ดวงตาของรุคาว่ามืดครึ้มลงกะทันหัน "เฮ้ย"
"...ฮะ?"
ไม่รู้ไปกดโดนสวิตช์อะไรเข้า
ซากุรางิร้องว่าเวรแล้วในใจ
รุคาว่าจับเท้าข้างนั้นเอาไว้
มองไล่ตั้งแต่นิ้วเท้าไปยังเท้าอวบอูม ข้อเท้าคอด ปลีน่องอันแข็งแรง
ลากไปถึงต้นขาหนั่นแน่น
ก่อนหยุดลงตรงส่วนสงวนพักใหญ่ค่อยกวาดมองไปยังขาอีกข้างซึ่งวางแหมะบนเตียง
รุคาว่าใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนฝ่าเท้าและนวดร่องนิ้วเบาๆ
ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไร วินาทีถัดมาก็โน้มตัวไปยังหัวเตียง ควานมือกุกกัก
กำไลข้อเท้าเงินติดกระพรวนสองวงปรากฏในมือ
"ฉิบ..." ...หาย
ลางแห่งหายนะปรากฏทันที
เพราะไม่เคยมีประสบการณ์กับคนอื่นจึงระบุชี้ชัดไม่ได้ว่าชั้นเชิงบนเตียงของรุคาว่าดีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม
เจ้าคนหน้าตายนี่มักจะคึกคักเป็นพิเศษถ้าได้เปลื้องผ้าซากุรางิจนล่อนจ้อนแล้วสวมเฉพาะถุงเท้าให้
แต่ที่ทำให้กระตือรือร้นยิ่งกว่าถุงเท้าคือกำไลข้อเท้า
ซากุรางิเกลียดกำไลข้อเท้าเพราะมันมีเสียงกรุ๊งกริ๊ง...
เขาอาย
แล้วรุคาว่าที่ดันมีอารมณ์เป็นพิเศษจะทำนานกว่าปกติ
ช่วงเวลาที่เขาต้องอับอายขายขี้หน้าด้วยเสียงกรุ๊งกริ๊งตอนขยับตัวจึงยาวนานขึ้นไปอีก นับได้ว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อซากุรางิอย่างยิ่ง กระนั้น เห็นแก่ที่ห่างหายจากกิจกรรมทางเพศไปนานและรุคาว่าชอบ
ซากุรางิไม่ได้ถีบโครมขัดขืนตอนถูกจับเท้าสวมห่วงเย็นๆ ทีละข้าง ถือเสียว่าเป็นการแสดงน้ำใจจากอัจฉริยะให้สามัญชน
"ล้างจนสะอาดทั้งตัวจริงๆ ด้วย"
รุคาว่าพึมพำว่าไม่เสียทีที่หายหัวเข้าไปในห้องน้ำตั้งนาน ก่อนกอดขาซ้ายของซากุรางิแล้วขบนิ้วเท้าที่ด้านเล็กน้อย
เขาเสือกไสตนเองเข้าไปภายในร่างกายของคนเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า
แม้สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงมากนักยังมองเห็นได้ว่ากำลังพรูลมหายใจยาวด้วยความพึงพอใจ
กริ๊ง
ซากุรางิหลับตาปี๋
ต่อให้ฝ่าเท้าของเขาด้านจนไม่รู้สึกรู้สา แต่ถูกอมเข้าไปทั้งนิ้วแล้วเลียเน้นๆ
แถมรุคาว่ายังตวัดลิ้นไปทั่วไปไม่เว้นแม้แต่ซอกนิ้ว ซอกเล็บ...เขา
เขาก็ไม่ได้ตายด้านขนาดนั้น
"ผ่อนคลายหน่อย ฉันยังเข้าไปไม่สุดเลย"
มือสองข้างย้ายมาจับแก้มก้น
บีบนวดและแหวกแยกรอยจีบเพื่อเบิกทาง
อาศัยจังหวะที่รุคาว่ายอมปล่อยเท้าทั้งสอง
ซากุรางิรีบยกขาเกี่ยวเอวแฟนหนุ่ม ซ่อนเท้าไว้ด้านหลัง
จะได้ไม่ถูกคนโรคจิตจับเข้าปาก
รุคาว่าโน้มตัวลงกอดคนเอาไว้เต็มอ้อมแขน
ค่อยๆ สอดแทรกจนถุงอัณฑะแนบเข้ากับบั้นท้ายตึงแน่นในที่สุด
เขาเสพสุขกับการถูกโอบอุ้มด้วยผนังเนื้ออันอบอุ่น ระหว่างโยกตัวก็พรมจุมพิตใบหน้ากับซอกคอของคนด้านล่างไปด้วย
"แรงอีก"
ซากุรางิจิกเล็บตัดสั้นลงบนสะบักของรุคาว่า
ขาสองข้างแกว่งไกวอยู่ข้างเอวอีกฝ่ายอย่างงุ่นง่าน รู้สึกเหมือนเกาไม่โดนจุดที่คัน
ครั้นอีกฝ่ายยังสาวกายเข้าออกอย่างเนิบนาบเหมือนไม่สนใจฟังก็คว้าคอมากัดแก้ม
แถมหยิกต้นขาเจ้าคนไม่เอาอ่าวไปที
"ฉันบอกให้ทำแรงๆ อีกหน่อยไง นายจงใจใช่มั้ยหา?!"
รุคาว่ากัดคอเป็นการเอาคืน
"ฉันอยากทำนานๆ"
เจ้าคนที่เมื่อครู่แยกเขี้ยวยิงฟันเปลี่ยนมายิ้มกระหยิ่มทันทีทันใด
"อะไรกัน หมดแรงข้าวต้มแล้วเรอะ"
"..." ความร้อนพุ่งจี๊ดขึ้นไปถึงสมอง
บนล่างพลิกผัน
รุคาว่าเปลี่ยนเป็นฝ่ายเอนหลังลงบนเตียง
จังหวะพลิกตัวเสียวซ่านจนเกือบหลุดเสียงแปลกๆ ออกมา ทว่าซากุรางิที่โดนจับพลิกกะทันหันไม่ได้รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นอย่างเขา
องศาและน้ำหนักการสอดใส่ที่เปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วทำเอาร้องเสียงสูงออกมาหนึ่งเสียง
เมื่อรู้ตัวว่าส่งเสียงน่าขายหน้าแบบไหนออกไป โหนกแก้มพลันแดงเถือก
"ไอ้...!"
บอกกันก่อนสิเว้ย!
"ขี่เอง"
ร่างเปลือยของชายหนุ่มกองอยู่บนหน้าขา
ก้มหน้างุดตัวสั่นเทิ้ม ถูกชำเราด้วยความเป็นชายและกำลังเขินอายที่เปิดเผยส่วนลับอล่างฉ่าง
อีกฝ่ายกำมือวางบนหน้าท้องตนเหมือนอุ้งเท้าสัตว์...รุคาว่ายอมรับว่านี่มันเร้าอารมณ์สุดๆ
"ชอบแบบไหนก็ทำสิ"
ความเป็นชายแข็งคัดอยู่ในท้อง
ซากุรางิร้อง 'อื๊อ' บิดกายหนีโดยสัญชาตญาณ
อยากจะด่านักว่าสักแต่จะพอง ทำไมไม่เสร็จสักทีเล่า ทว่าพอเขาเอนตัว
ตัวตนของรุคาว่าปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่างผ่านหน้าท้องชัดขึ้นอีกเล็กน้อย
ทำให้คนมองยิ่งมีอารมณ์จนขยายขนาดเข้าไปอีก
รุคาว่าวางมือลงบนหน้าท้องสีแทนอย่างเคลิบเคลิ้ม
นึกในใจว่าถ้าไม่มีกล้ามท้องบางๆ นี่อาจจะเห็นชัดขึ้นว่าตนเข้าไปได้ลึกเพียงไร
หากเป็นพุงนุ่มนิ่มล่ะก็...
ขุนสักหน่อยดีมั้ยนะ?
ในหัวขอรุคาว่ามีภาพลูกลิงหัวแดงกินโน่นนี่จนตัวกลมนุ่มนิ่ม
ขอเพียงไม่ส่งผลกระทบกับการเล่นบาส เจ้าเนื้อกว่านี้สักนิดก็เข้าท่าไม่ใช่รึ?
แต่ก่อนอื่น...
"ทำไม ขี่เองไม่ไหวหรือไง?"
"อย่ามาหยามอัจฉริยะนะเว้ย!"
จุดที่ยุขึ้นง่าย
ผ่านไปกี่ปีก็ยังเหมือนเดิมจนคนจับทางถูกหมดแล้ว ซากุรางิสะบัดข้อเท้าไล่มือเกะกะที่คอยแต่จะลูบๆ
คลำๆ ออกไป หลังปักหลักมั่นก็บีบปลายจมูกคู่กรณีอย่างหมายมาด
"ฉันไม่ม่อยกระรอกเร็วอย่างนายหรอก!"
"..." คนม่อยกระรอกเร็วที่หมดแรงก่อนเสียทุกทีหน้าทะมึน
ซากุรางิ
ฮานามิจิร้องหึ เริ่มยกสะโพกและขยับตัวตามใจชอบ ท่าทางมั่นอกมั่นใจเสียเต็มประดา
แม้จะหน้าแดงแจ๋เพราะอดรนทนไม่ได้กับเสียงเนื้อกระทบกันที่แทรกด้วยเสียงกระดิ่ง
แต่เมื่อเดินหน้าแล้วก็ต้องตั้งเป้าที่การพิชิตชัย เจ้าจิ้งจอกนี่ไม่สำเหนียกซะบ้างเลยว่าจะปากดีกับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่อัจฉริยะซากุรางิ
ฮานามิจิ!
รุคาว่ามองความเป็นชายของแฟนหนุ่มที่เริ่มแกว่งไกวเร็วขึ้นเรื่อยๆ
รับการปรนนิบัติพลางทัศนาทิวทัศน์รัญจวนใจอย่างยินดี เขาตั้งปณิธานในใจเงียบๆ
ว่าครั้งนี้ก็จะไม่เสร็จก่อนเจ้าบ้านี่เด็ดขาด
"นาย..."
"..."
"...กลายเป็นจิ้งจอกบ้ากามตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ!"
รุคาว่า
คาเอเดะเลิกคิ้ว
ตัดสินใจไม่บอกให้เปลืองแรงว่าไอ้น้ำเสียงคับข้องใจเหมือนจะร้องไห้ทำให้อยากย่ำยีมากกว่าเดิมเสียอีก
เสียงขณะถอนกายออกมาลามกอย่างยิ่ง
ทว่าบั้นท้ายโก้งโค้งยกสูงที่มีทั้งรอยฟัน รอยนิ้วเป็นปื้นและรอยจูบ...กลับลามกยิ่งกว่า
โดยเฉพาะเมื่อปากทางที่ปิดไม่สนิทคายน้ำรักออกมาทันทีที่ไร้สิ่งอุดขวาง
ก้านนิ้วยาวปาดของเหลวนั้น
ดวงตามืดครึ้ม คิดในใจว่าอีกสักรอบน่าจะยังไหว
ซากุรางิถูกกระตุ้นจนปลดปล่อยออกมามากครั้งกว่ารุคาว่า หลั่งครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมดแรง เสียงกรุ๊งกริ๊งดังขึ้นเมื่อเขาพลิกตัวนอนหงายด้วยความเหน็ดเหนื่อย
ร่างกายท่อนบนนับว่าค่อนข้างสะอาดตา แต่โคนขาด้านในมีสภาพไม่ต่างจากบั้นท้าย
แม้รุคาว่าละเว้นผิวหนังนอกร่มผ้า
แต่พื้นที่ปลอดภัยล้วนมีร่องรอยคลุมเครือเต็มไปหมด
นี่เป็นข้อเสียอีกอย่างเวลารุคาว่าอารมณ์พุ่งสูงกว่าปกติ...เจ้าคนที่เพิ่งทิ้งรอยจูบเป็นเมื่อปีก่อนโดยทั่วไปไม่ทำงามหน้าขนาดนี้
ต่อให้ผิวสีแทนช่วยให้ร่องรอยต่างๆ
ไม่น่ากลัวเกินไปนัก ทว่ากว่าจะจางหมดจดคงใช้เวลาพอสมควร
"อีกรอบไหวหรือเปล่า?"
รุคาว่าช้อนตัวซากุรางิที่แผ่พังพาบขึ้นมากองบนตัก
กอดเอวไว้พลางเอนหลังพิงหมอนตรงหัวเตียง พรมจูบตามแนวคางอย่างไม่อาจหักห้ามใจ ความเป็นชายที่แข็งตัวขึ้นมาอีกรอบถูไถบั้นท้ายเปียกเยิ้ม
ซากุรางิที่ตั้งใจจะพักหายใจหายคอสักนิดก่อนเข้าห้องน้ำไปทำความสะอาดรู้สึกอยากชกปากคน "ยังไม่หายอยากอีกเรอะ!"
"ตอนนายหิวยังเขมือบแหลกไม่ใช่รึไง ฉันก็ยังไม่อิ่มเหมือนกัน"
ร่างกายทั้งสองชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
เมื่อเสียดสีกันจึงเหนียวเหนอะหนะ
ถึงอย่างนั้นรุคาว่ายังคงไล้มือหนึ่งไปตามแนวสันหลัง
อีกข้างลูบตามเรียวขามาจนถึงข้อเท้าแล้วเขี่ยกำไลเงิน
ครั้นใบหน้าฝังลงมายังอกซ้ายแล้วแลบลิ้นเลีย
ซากุรางิที่ตกใจจนเลิกเกร็งกล้ามเนื้อหูรูดรีบคว้าหัวสีดำดังหมับ หัวเราะทื่อๆ
"นายน่าจะเหนื่อยแล้วสิ วันนี้พอเหอะน่า ฮ่ะๆ..."
ของเหลวสีขาวที่ตนปล่อยไว้ในตัวใครอีกคนไหลรดลงมาใส่อวัยวะที่ใช้ปลดปล่อย
รุคาว่าแหย่นิ้วแตะปากทาง อยากฝังตัวเข้าไปใจแทบขาด เขาฝืนเบียดหน้าตัวเองเข้าใส่แล้วดูดยอดอกซ้ายของแฟนหนุ่ม
"ครั้งสุดท้ายก็ได้"
"..."
"ไม่คิดว่านายจะหมดแรงก่อนฉัน"
คำกล่าวของรุคาว่าไม่ได้มีนัยยะทับถมหรือกระแนะกระแหน
ทว่าคนศักดิ์ศรีสูงลิบบางคนรู้สึกถูกหมิ่นอย่างรุนแรง
ซากุรางิที่ไฟฮึดลุกโชนบิดไหล่ไปด้านหลัง คว้าส่วนสำคัญของคนรักแล้วยกสะโพกนั่งทับลงไป
"รอบนี้อย่ามัวเนิบนาบล่ะ เข้าใจมั้ย หา?"
รุคาว่าจูบปากช่างจำนรรจา
สวนสะโพกกระทุ้งเข้าไป
ช่องทางอ่อนนุ่มต้อนรับเขาหมดจดในการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว
รู้สึกดีจนสูดลมหายใจลึก
ซากุรางิที่ถูกลิ้นกดเพดานปากแล้วครูดไปตามแนวฟันพยายามจับจังหวะหายใจ
ทว่าตอนที่คิดจะขืนตัวออกมาแล้วบอกให้รุคาว่าใจเย็นหน่อยพลันรู้สึกได้ว่าเชิงกรานถูกคว้าเต็มมือ
"ไม่มีปัญหา"
เสียงรับรองดังชิดริมฝีปากที่ปัดป่ายกัน
จากนั้นรุคาว่าก็ถือสิทธิ์ครอบครองลิ้นของซากุรางิเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่เปิดโอกาสให้ได้พูดอะไรอีก
สำหรับคนหนุ่มแข็งแรงสุขภาพดีอย่างซากุรางิ
ต่อให้กว่าจะอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้วได้นอนปาเข้าไปเกือบช้า สิริรวมได้นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ร่างกายของเขาก็ยังกระฉับกระเฉงดี
อันที่จริงออกจะคึกคักเหมือนกระดี่ได้น้ำด้วยซ้ำ...ถึงจะเป็นน้ำในความหมายนั้นก็เถอะ
ร่องรอยบนร่างกายไม่นับว่าเป็นอะไรเลย
ซากุรางิไม่ถือสาคิดหยุมหยิม
ขอเพียงไม่ทำให้คนอื่นเห็นแล้วรู้สึกว่าตนเป็นเบี้ยล่างของรุคาว่า
ต่อให้มีรอยในจุดสะดุดตาก็ไม่แคร์
"เฮ้ย ตื่นได้แล้ว"
"..."
ไม่รู้แกล้งตายหรือตายจริง
เมื่อคนที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลังไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง
ซากุรางิที่ถูกกอดก่ายไว้ทั้งตัวถองศอกใส่เบาๆ ดันเจ้าคนขี้เซาออกไปด้วยความรำคาญ
เซ็กส์เมื่อคืนดีก็จริง
แต่นอนไม่สบายเลย
เทียบกับรุคาว่าที่นอนหลับอย่างเรียบร้อย
ซากุรางินอนกินที่และพลิกตัวไปมาบ่อย ด้วยเหตุนี้พอมีแขนขาหนักๆ พาดบนตัว
มิหนำซ้ำรุคาว่ายังสอดใส่ค้างไว้ แม้ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านอนกอด
เขาก็ยังคงอึดอัดอยู่ดี
"...ยังไม่เช้า" รุคาว่างึมงำ
ไม่เพียงสลัดไม่หลุดยังเคลื่อนตัวกลับเข้ามาใกล้แล้วสูดจมูกฟุดฟิดอยู่ตรงซอกคอซากุรางิ
ด้วยไม่อยากเสี่ยงกับสภาพร่างกายชายหนุ่มยามเช้า ซากุรางิยกสะโพกให้สิ่งแปลกปลอมให้หลุดจากร่างกาย
จากนั้นผลักคนออกแล้วลงจากเตียงนอนอย่างว่องไว
นอกจากเจ็บก้นนิดๆ
ยอกเอวหน่อยๆ ซากุรางิถือว่าสบายดี ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากยกขาสูงๆ
จึงงดเว้นการเตะคนชั่วคราว นับจากขึ้นเตียงกับรุคาว่ามา ครั้งนี้นับว่าระบมที่สุดแล้ว
ปรากฏว่าพอเท้าเหยียบพื้น
รุคาว่าใช้แขนข้างที่เพิ่งใช้พาดเอวซากุรางิตีที่นอนพั่บๆ
ครั้นพบว่าคนหายก็ลืมตาพรึ่บ สิ่งแรกที่เห็นคือซากุรางิที่ยังคงตัวเปล่าเล่าเปลือยกำลังก้มๆ
เงยๆ หาชุดชั้นใน
ดวงตาสีดำหรี่ลงเล็กน้อย
"ดูสบายดีนี่"
ฝ่ายรับถูกกระทำจนเดินไม่ได้หรือเป็นเพียงเรื่องเล่าหรือเขาความสามารถไม่เข้าขั้นกันแน่?
รุคาว่าซึ่งยังครึ่งหลับครึ่งตื่นมองแฟนหนุ่มก้มตัวดึงกางเกงชั้นในจากข้อเท้าขึ้นสวม
เส้นโค้งของร่างกายที่ทำองศาแคบๆ จากช่วงขายาวสะท้อนความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
ในสายตาบุคคลที่สาม ไม่อาจมองออกได้เลยว่ารู้สึกปวดเอวอยู่ด้วย
"นายล่ะ ลุกไม่ขึ้นรึไง?"
"..."
ดวงตาใต้คิ้วเข้มพาดยาวเบิกโพลง
"จริงอ้ะ? ลุกไม่ไหวจริงดิ?"
"..." รุคาว่า...ชักโมโหนิดๆ แล้วสิ
แน่นอนว่าเขาปวดเอวและยังอ่อนเพลียอยู่
เพราะไม่มีแข่งแถมยังตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะอู้ซ้อมเช้ารุคาว่าจึงไม่ระมัดระวังเหมือนอย่างเคย
การได้ปล่อยวางและทำตามใจชอบให้สมกับที่ว่างเว้นเรื่องบนเตียงมานานก็ได้ผลอันน่าพึงพอใจ
แต่พอได้ประจักษ์ความอึดของซากุรางิ ฮานามิจิอย่างนี้
เขาอดรู้สึกไม่สบอารมณ์ไม่ได้
การได้เห็นซากุรางิสบายดีเป็นเรื่องดี
ในด้านความรู้สึกก็ไม่อยากเห็นแฟนตัวเองเจ็บป่วย
ทว่าพร้อมกันนั้นก็คลับคล้ายว่าตนกำลังพ่ายแพ้พิกล
"ต้องให้ฉันอุ้มไหมฮึ" ซากุรางิที่กำลังได้ใจเต็มที่ปากไวเอ่ยหยอกเย้า
หัวเราะคิกคักได้กวนอารมณ์คนมองสุดๆ
เส้นเลือดบนหน้าผากรุคาว่าเต้นตุบ
เขาไม่ได้พิการและไม่ได้บาดเจ็บ แค่ปวดกล้ามเนื้อจนขี้เกียจขยับตัวเท่านั้น
แต่ในเมื่อพูดมาขนาดนี้...
"...อะไร? กระดิกนิ้วทำไม?"
"มาอุ้ม"
"..."
ชายหนุ่มรูปงามใช้มือหนึ่งเท้าศีรษะนอนตะแคงอย่างเกียจคร้าน
ท่อนบนเปลือยเปล่า ท่อนล่างมีผ้าห่มคลุมหมิ่นเหม่
ร่องรอยการร่วมสัมพันธ์ที่ซากุรางิฝากไว้ปรากฏบนผิวสีอ่อนประปรายขับเน้นกลิ่นอายเย้ายวนบางประการ
เป็นภาพที่ทำเอาเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดได้ง่ายๆ
รุคาว่าเพียงอยากก่อกวนเท่านั้น
กลับเห็นแฟนหนุ่มเปลี่ยนท่าทางการยืน
องศาการขยับขาที่เปลี่ยนไปกับใบหน้าสับสนนั่น...คบหากันมาตั้งหลายปี
ถ้ายังมองไม่ออกก็เสียศักดิ์ศรีแย่
เขาพลันรู้สึกว่าอันที่จริงตัวเองไม่ได้อ่อนเพลียขนาดนั้น...
ชายหนุ่มมองเรือนร่างกึ่งเปลือยข้างเตียง
ลอบกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยเรียก "นี่..."
"ลุกเองเฟ้ย!" ซากุรางิกระโจนขึ้นมาทับชีเปลือยหน้าไม่อาย
ยกหมอนตัวเองอุดหน้าอีกฝ่ายทีเล่นทีจริงก่อนกระโจนลงจากเตียงเดินตึงตังออกจากห้องนอน
รุคาว่าที่ถูกทิ้งไว้ถึงกับพูดไม่ออก
อยากตะครุบคนมาถอดกางเกงชั้นในแล้วทำให้สะอึกสะอื้นร้องหาตนครามครัน
สาเหตุที่ทำให้ซากุรางิซึ่งมีความต้องการทางเพศสูงกว่าหนักแน่นไม่หวั่นไหวต่อแรงดึงดูดนั้นมี 2 เหตุผลใหญ่ๆ
อย่างแรก...รุคาว่ากระจอกจะตาย
ขืนต่อรอบเช้ามีหวังได้เดี้ยงจริงแหง
อย่างที่สอง...ถ้าทำจนเบื่อแล้วเจ้าคนที่ตายด้าน...เออ
ตายด้านเป็นพักๆ ก็ได้...เอาเป็นว่า ไม่รู้จะนึกอยากทำขึ้นมาอีกทีเมื่อไหร่น่ะสิ
พอลองคิดดูให้ดี
ปล่อยทิ้งไว้จนกว่ารุคาว่าจะนึกอยากทำขึ้นมาเองไม่สะดวกต่อซากุรางิจริงๆ
ไอ้หมอนี่ความต้องการทางเพศต่ำไปแล้ว กว่าจะเกิดความต้องการขึ้นมาได้ซากุรางิรอจนเงก
แต่เพราะเมื่อคืนน่าพอใจมาก ดังนั้นอ่อนข้อให้สักเรื่องคงดีกว่า
ซากุรางิไม่อยากเป็นฝ่ายรุกแล้วโดนปฏิเสธซ้ำซากอีกแล้ว
ในเมื่อพักเรื่องเลิกราไว้ก่อนก็ต้องปรับหัวข้อกิจกรรมบนเตียงไปตามความพร้อมของรุคาว่าชั่วคราว
สองหนุ่มวันนี้พร้อมใจไม่ออกไปฝึกซ้อมเช้าแต่ปรับตารางใหม่เป็นทยอยทำงานบ้านบางส่วน
หากเวลาเหลือก็ทำตัวเอื่อยเฉื่อยพักผ่อนไป จากนั้นค่อยแยกย้ายไปเข้าเรียน
ไม่รู้รุคาว่า
คาเอเดะเป็นอะไรขึ้นมา วันนี้ถึงได้หาเรื่องไม่หยุดหย่อน
แรกสุดอีกฝ่ายเดินลากเท้าพรืดๆ เข้ามาหาซากุรางิ บอกว่าใส่เสื้อผ้าให้หน่อย
ตอนนั้นซากุรางิคิดว่าอีกฝ่ายเอี้ยวตัวหรือยกแขนขาไม่สะดวกจริงๆ
ถึงสวมให้ทั้งบนล่างโดยไม่อิดออด ทว่าหลังจากมีครั้งต่อๆ ไป...
"ยกช้อนไม่ขึ้น"
"นายเป็นคนหอบจานชามลงมาจากตู้ลอยไม่ใช่เรอะ!"
ที่แท้ก็แค่หาเรื่อง!
หลังปฏิเสธไม่ป้อนข้าว
รุคาว่ายังหาเรื่องอื่นๆ มาล้อมหน้าล้อมหลังด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
กระทั่งตอนจะออกไปเรียนยังไม่ว่างเว้น
"ผูกเชือกรองเท้าให้หน่อย"
"..."
ซากุรางิชูนิ้วกลางสองข้าง
จากนั้นกระแทกประตูห้องปิดใส่หน้า ไม่รอออกไปเรียนพร้อมกันแล้วเฟ้ย!
รุคาว่ามองบานประตูห้องเงียบๆ...ไหนบอกว่าการออดอ้อนให้แฟนหนุ่มช่วยเหลือเอาใจจะช่วยกระชับความสัมพันธ์
ทำให้อีกฝ่ายรักใคร่เอ็นดูไง?
คอมเมนต์บนอินเทอร์เน็ตเชื่อถือไม่ได้เลย
อดีตกัปตันสมัยเรียน
มัธยมปลายโชโฮคุอย่างอาคางิ ทาเคโนริลงสนามเปิดตัวในฐานะผู้เล่นอาชีพวันนี้
รุคาว่ากับซากุรางิจึงตามมาให้กำลังใจเกาะขอบสนาม นอกจากมิยางิ
เรียวตะที่อยู่ต่างประเทศกับมิสึอิ
ฮิซาชิที่สแตนด์บายรอแข่งวันพรุ่งนี้อยู่ต่างจังหวัด สมาชิกชมรมสมัยมัธยมปลายคนที่เหลือซึ่งเดินทางมาได้ล้วนนัดหมายว่าจะแห่มาให้กำลังใจ
“นายแว่นบอกว่าออกจากออฟฟิศแล้ว”
พวกเขามาถึงสนามเร็วไปหน่อยเพราะอยู่ใกล้
คนที่เหลือยังไม่มีใครมาถึงสักคน ดูจากที่พูดคุยในไลน์กลุ่ม
โคงุเระน่าจะมาถึงก่อนคนอื่นๆ
ซากุรางิยืนมองโน่นนี่อย่างเบื่อหน่ายได้นาทีเดียวก็หันมาถามรุคาว่าว่าอยากกินอะไรหรือเปล่า
จะไปหาซื้ออะไรสักหน่อย เมื่อรุคาว่าส่ายหน้าก็กอดกระเป๋าสะพายเดินหากลิ่นอาหาร
ก่อนหน้านี้รุคาว่า
คาเอเดะไม่เคยวิตกกังวล ทว่าหลังทราบว่าไม่ได้มีเพียงตนที่หลงรักซากุรางิ ฮานามิจิ
แม้แต่แฟนกีฬาที่เข้าหาแฟนหนุ่มอย่างบริสุทธิ์ใจ เขายังอดหวาดระแวงไม่ได้
โดยเฉพาะกับคนที่รูปร่างหน้าตาตรงสเปกเจ้าแฟนโง่…เขารู้นะว่าเจ้านั่นแพ้ทางคนที่ดูน่ารักอ่อนหวาน ตัวเล็กๆ น่ารักเอ็นดู
ต่อให้ก่อนหน้าซากุรางิหลงรักแต่ผู้หญิง
ตอนนี้ผ่ามามีแฟนเป็นผู้ชายก็เท่ากับรสนิยมไม่ได้จำเพาะเจาะจงเพศสภาพแล้ว
เวลาเห็นหนุ่มน้อยหน้ามนร่างเล็กเข้าไปชิดใกล้หรือสวมกอดซากุรางิ
รุคาว่าเป็นต้องมองตาแทบหลุด
ใช้เวลาไม่นาน
ร่างสูงโย่งร่างหนึ่งเดินกลับมา ผมสีแดงสะดุดตามองเห็นจากระยะไกล
ซากุรางิอารมณ์ดีจนยิ้มตาเป็นขีด มือหนึ่งกำไม้คอร์นดอก อีกมือถือแก้วน้ำปิดฝา
เดินย่ำเท้ามายังไม่ทันถึงตัวรุคาว่าก็มีเงาสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่
รุคาว่าหรี่ดวงตาใต้ปีกหมวกแก๊ปมอง
ดูเหมือนจะเป็นแฟนกีฬาของซากุรางิเข้ามาขอถ่ายรูป
พ่อหนุ่มชอบเด่นดังมีหรือจะปฏิเสธ
อ้าปากกว้างแล้วยัดคอร์นดอกเข้าไปทีละนิดราวกับเล่นกลกลืนดาบ เจ้าตัววิ่งทั่กๆ
ไปทิ้งไม้ลงถังขยะโดยที่แก้มสองข้างพองเป็นแฮมสเตอร์ อย่างไรก็ตาม ถ่ายรูปคู่เสร็จแล้วดูเหมือนจะยังไม่จบ
“คุณซากุรางิ
คือว่า...ขอกอดได้หรือเปล่าฮะ” เด็กหนุ่มผิวขาวหน้าละอ่อน แต่งกายตามสมัยนิยมเอ่ยขออย่างน่ารัก
เขาดูเหมือนเด็กมัธยมปลาย หรืออาจจะเป็นเด็กมหาลัยที่หน้าตาอ่อนเยาว์สักหน่อย
ซากุรางิมักจะผ่อนปรนให้ใครก็ตามที่สรรเสริญเยินยอหรือแสดงความชื่นชอบตนเองอย่างตรงไปตรงมาด้วยจิตใจดั่งมหาสมุทร
ครั้งนี้ก็ตอบรับอย่างหนักแน่นว่า “ได้แน่นอน!”
บางคราวสัมผัสที่หกของรุคาว่าลั่นระฆังเสียงดังเป็นพิเศษ
ไอ้หนุ่มหน้าวอกนั่น
คิดไม่ซื่อกับแฟนเขาแน่ๆ
ไม่รอให้ซากุรางิกางแขน
รุคาว่าที่อดไม่ได้พุ่งเข้าไปปฏิบัติการเป็นก้างขวางคอทันที เขาหาย ‘แว้บ’ ไปแปะตัวแนบแผ่นหลังแฟนหนุ่มอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
อ้อมแขนเกี่ยวเอวสอบ พาดคางไว้บนไหล่
“หือ?”
น้ำหนักซึ่งกดทับแผ่นหลังกะทันหันสร้างความประหลาดใจ
กระนั้นคนที่จะทำแบบนี้มีอยู่คนเดียว ร่างกายที่เกิดความเคยชินของซากุรางิเกิดปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการยกมือขึ้นลูบผมสีดำโดยอัตโนมัติ
มารู้ตัวว่าตนทำอะไรในที่สาธารณะเอาก็ตอนแฟนคลับหนุ่มน้อยอ้าปากหวอ เขาสบถลั่น
“รุคาว่า!”
หากไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว
น้อยคนจะรู้ความสัมพันธ์ของพวกเขา ต่อให้นอนหนุนตักหรือกอดก่ายกันเป็นประจำ รุคาว่ากับซากุรางิไม่เคยสวีทหวานอี๋อ๋อกันให้คนอื่นเห็น
เดิมทีก็ไม่ใช่คนพูดจาหวานหูใส่กันหรือชอบแสดงออกประเจิดประเจ้ออยู่แล้ว เมื่ออยู่ในที่สาธารณะพวกเขายิ่งไม่มีการปฏิสัมพันธ์ในเชิงนั้นเลย
ไม่ว่าใครต่างก็คิดว่าพกเขาคบหากันอย่างมิตรสหาย
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่รุคาว่าเข้ามากอดโดยมีคนไม่รู้จักรายล้อม
ซากุรางิทั้งฉุนทั้งเขิน ทำตัวไม่ถูกในบัดดล
รุคาว่ามองผู้ชายตัวโตกำลังเลิ่กลั่กแล้วปลายหูเริ่มแดงตาม
หากอยู่ในที่รโหฐานคงได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงให้หายหมั่นเขี้ยวสักยก
ทว่าในเมื่อความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นและมีดวงตาคู่หนึ่งมองมาจนแทบถลนออกจากเบ้า
รุคาว่าที่มีจิตสำนึกและไม่ได้หึงหวงจนหูหนวกตาบอดจึงกระซิบบางอย่างใส่หูแฟนหนุ่มเล็กน้อยก่อนผละออกไป
"ไอ้...!"
ซากุรางิกุมหูอย่างหวงแหน
สีแดงอาบย้อมทั่วทั้งหน้า เขาอ้าปากพะงาบๆ มองตามหลังรุคาว่า อีกฝ่ายกลับไม่เหลียวหลัง
เพียงยกมือขึ้นโบกส่งๆ ราวกับไล่ให้รีบจัดการธุระตรงหน้าให้เสร็จ
รุคาว่า
คาเอเดะตระหนักได้แล้วว่าตนขาดไม่ได้ทั้งบาสเกตบอลและซากุรางิ ฮานามิจิ
เพื่อที่จะเก็บรักษาทั้งสองสิ่ง
เขาเลือกปฏิบัติด้วยการละเลยสิ่งหนึ่งเพื่อให้ความสำคัญกับอีกสิ่งหนึ่งไม่ได้
สุดท้ายก็แยกจากแฟนคลับตัวน้อยโดยไม่ได้กอด
ซากุรางิ ฮานามิจิยังคงหน้าแดงไม่หาย เสียงทุ้มพร่าอย่างจงใจยั่วเย้ายังดังก้องในหัว
‘คืนนี้เตรียมตัวไว้เลย’
อดอยากสี่ห้าเดือนถึงกับทำให้กลายเป็นจิ้งจอกบ้ากามไปเลยเหรอ
หรือจะเป็นแค่ช่วงนี้กันนะ?
ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าซากุรางิจะเคยชินกับด้านใหม่ของแฟนหนุ่ม
Talk
เป็นคู่ที่ชงโป๊ยากจริงๆ...