Friday, 14 April 2023

[Fanfic Slam Dunk ; YoHana] ลอยโจน

Fanfic Slam Dunk

ลอยโจน

 

Pairing: Mito Yohei x Sakuragi Hanamichi

Rating:   SFW

 


                คติประจำใจของมิโตะ โยเฮคือไม่ทำโอที เขาไม่รักในการทำงาน ดังนั้นจะไม่เสียเวลาชีวิตไปในออฟฟิศเกินกว่าเวลาทำงานที่บริษัทระบุ ด้วยนิสัยมีความรับผิดชอบและเป็นคนมีความสามารถโดยพื้นฐาน มิโตะจัดการงานในส่วนของตัวเองเสร็จภายในเวลาที่กำหนดอยู่เสมอ นับแต่เริ่มทำงานมาเกือบสิบปีจึงไม่เคยอยู่ทำโอทีแม้แต่ครั้งเดียว ต่อให้ถูกปรับเลื่อนตำแหน่งจนมีภาระงานเพิ่มขึ้นเขาก็ยังยึดมั่นในหลักการเดิม

แน่นอนว่ามีคนไม่ชอบวิธีการทำงานแบบนี้อยู่เหมือนกัน

“งานเร่งด่วนมันควบคุมไม่ได้สักหน่อย เล่นไม่อ่านข้อความไม่รับโทรศัพท์เลยแบบนี้ คนที่โคงานด้วยก็ลำบากนะ”

ต่อให้มิโตะไม่เห็นด้วยเสียทีเดียว เขายังผ่อนปรนในการช่วยตอบคำถามหรือเสนอความคิดเห็นนอกเวลาบ้าง แต่จะไม่พาตัวเองเข้าไปทำงานเต็มตัวเด็ดขาด มิโตะพยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมกระบวนการทำงานในความรับผิดชอบของตนให้เสร็จอย่างเรียบร้อยภายในเวลาที่คิดไว้ เขาจึงไม่อยากให้ความพยายามเหล่านั้นสูญเปล่าด้วยการให้คนไม่มีวินัยคนอื่นมาชี้นิ้วหาว่าเขารักสบายแล้วยัดเยียดงานมาให้ทั้งที่เป็นฝ่ายนั้นไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการเวลาเอง

ถ้าสุดท้ายต้องโดนคนอื่นยัดเยียดงานให้ทำนอกเวลา เขาจะเร่งงานตัวเองไปเพื่ออะไร? เพื่อทำแทนคนอื่นเนี่ยนะ?

อย่างไรก็ตาม สถิติไม่ทำโอทีของมิโตะมีลางต้องหยุดลงจนได้

“วิเคราะห์ข้อมูลผิดเหรอครับ?” ใบหน้ามิโตะหม่นครึ้ม

นี่ไม่ใช่งานของทีมเขา

บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ A มีบริการให้คำปรึกษาหลายรูปแบบ มิโตะอยู่ทีม C อุตสาหกรรมที่ดูแลในปัจจุบันคือกลุ่มการเงินการธนาคาร นอกจากติดตามข้อมูลข่าวสารและวิเคราะห์งบการเงินยังประสานงานทำวิจัยต่างๆ เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้ลูกค้าด้วย

ส่วนงานที่วางอยู่ตรงหน้าเป็นของทีม F รับผิดชอบตามเทรนด์ตลาดแบบองค์รวมและเขียนบทความในนามบริษัทลงแพลตฟอร์มออนไลน์กับหนังสือพิมพ์ธุรกิจเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างชื่อบริษัทให้เป็นที่รู้จัก หัวข้อคราวนี้คือการวิเคราะห์ความสำเร็จของร้านอาหารท้องถิ่นรวมทั้งเสริมความรู้เกี่ยวกับจุดขายต่างๆ และลักษณะเด่นของร้านอาหารประเภทนี้แก่คนทั่วไป

ปัญหาคือ...ดันไปเตรียมข้อมูลสำหรับอาหารจานด่วนเอาไว้

เท่ากับต้องเริ่มต้นใหม่

และเดดไลน์คือภายในวันนี้...ก่อนเที่ยงคืน

“มันไม่ได้เป็นความรับผิดชอบของผมนะครับ และไม่ใช่หัวข้อที่ทีมผมถนัดด้วย” ต่อหน้าผู้จัดการอาวุโส แม้มิโตะยังคงใช้ถ้อยคำสุภาพ ทว่าสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาชนิดเก็บอาการไม่อยู่ มือที่ถูกโต๊ะทำงานบดบังไว้กำแน่นจนขึ้นข้อขาว

เขาโมโหสุดๆ

ขณะนี้เวลา 11.48 น. และมิโตะแจ้งลางานช่วงบ่ายไว้ตั้งแต่เดือนก่อน

ผู้จัดการอาวุโสทาโอกะเผยสีหน้าลำบากใจ แม้มิโตะ โยเฮเป็นหัวหน้าทีมและขึ้นตรงต่อตน ทว่าโดยตำแหน่งแล้วเขาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ จากความรับผิดชอบของอีกฝ่าย งานด่วนชิ้นนี้ค่อนข้างตึงมือจริงๆ

“จากงานที่เหลืออยู่ มีแต่ทีม C ที่แบ่งคนกับเวลามาช่วยทีม F ได้ งานที่เผยแพร่สู่สาธารณะแบบนี้เราทำชุ่ยๆ ไม่ได้ และคนของทีม F ตอนนี้ไม่พอจริงๆ”

“ทีม F ไม่ได้มีแค่คนสองคน ทำไมถึงพากันพลาดตั้งแต่หัวข้อจนมาถึงขั้นนี้ได้ล่ะครับ” ประกายในดวงตาของมิโตะหายไปโดยสิ้นเชิง เพราะรู้สึกได้ว่าตนคงไม่อาจปัดความรับผิดชอบ ดังนั้นจึงระบายสิ่งที่ขุ่นข้องออกมาอย่างเปิดเผย “ทีมของผมมีความสามารถจนจัดการงานได้เร็วกว่าทีมอื่นเป็นเหตุผลให้ต้องทำงานมากกว่าคนอื่นด้วยงั้นเหรอครับ? เหมือนคุณสนับสนุนให้ปล่อยคนไม่ทำงานไว้แล้วโยนงานของคนไม่ได้ความไปให้คนเก่งๆ ทำเลยนะครับ”

ทาโอกะอบรบทีม F ไปแล้วยกใหญ่ แต่เขาก็ยังต้องเป็นหนังหน้าไฟเมื่อถึงคราวแบ่งงานอยู่ดี นี่เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของหัวหน้าคน...ต้องรับแรงกระแทกทั้งจากเบื้องบนและเบื้องล่าง ชายวัยกลางคนได้แต่ประนีประนอมไปว่า “ถือเสียว่าเป็นการเพิ่มประวัติการทำงานไว้เลื่อนขั้นเถอะนะ”

“วิธีเลื่อนขั้นที่เร็วที่สุดคือเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ครับ”

“...” มันไม่ลดราวาศอกเลยวุ้ย

มิโตะ โยเฮนั้น แม้เคยมีข่าวลือว่าสมัยเรียนมัธยมเป็นเด็กเกเร มีเรื่องต่อยตีไม่เว้นวันและมีผลการเรียนชวนกุมขมับอันเป็นที่ประจักษ์ แต่จู่ๆ นับจากช่วงมัธยมปลายก็เอาการเอางานเป็นคนละคน ในที่ทำงานเอง แม้จะเข้าถึงยากนิดๆ หากก็ยิ้มแย้มเป็นมิตรอยู่เสมอ มิโตะมักทำใจสบายๆ รับมือทุกสถานการณ์อย่างไม่เคร่งเครียด การแสดงออกของเขาพลอยทำให้คนอื่นคลายความวิตกกังวลไปด้วย นับว่าเป็นคนที่ร่วมงานด้วยง่ายคนหนึ่ง ขอเพียงไม่ล้ำเส้น มิโตะมักรับฟังอย่างใจกว้าง

ที่แล้วมาทาโอกะคอยจับตาดูและรับมือลูกน้องคนนี้อย่างระมัดระวัง...ไม่ชอบทำโอทีใช่มั้ย งั้นหลีกเลี่ยงการเพิ่มงานนอกเหนือหน้าที่ให้ทีมนี้ก็ได้...

แต่ครั้งนี้ทาโอกะเลี่ยงไม่ได้ ตอนตัดสินใจเลือกทีม C มาช่วยงาน ทาโอกะยังมองโลกในแง่ดีว่าเพิ่งให้ทำโอทีครั้งแรกคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง มิโตะ โยเฮเป็นคนรู้ความนี่นา

...ดันยัวะจัดเลยแฮะ

โดนลูกน้องโมโหกลับ หัวหน้ารู้สึกเสียศักดิ์ศรีหน่อยๆ จนพานโกรธไปด้วย ต่อให้เป็นเพราะความสะเพร่าแต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องกอดคอช่วยกันรอดไปให้ได้ก่อนสิ

สุดท้ายแผนลางานครึ่งวันก็เป็นหมัน

 

ทีม C ซึ่งมีกันอยู่ 5 คนรวมหัวหน้าทีมเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน มิโตะปล่อยสองคนให้สานต่องานเดิมและดึงตัวอีกสองคนที่เหลือมาช่วยงานด่วน

“ร่างนี้นานๆ จะได้เห็นนะ ดูไว้เป็นบุญตา”

ขณะย้ายสำมะโนครัวไปห้องประชุมเพื่อแบ่งงานกับทีม F รุ่นพี่ทีม C กระซิบบอกน้องใหม่ประจำทีมที่เพิ่งทำงานได้ 5 เดือน นี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายเห็นมิโตะโหมดไร้รอยยิ้ม แววตาเย็นเยียบ ถึงได้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ...เมื่อเช้ายังเป็นหนุ่มอบอุ่นอ่อนโยนแท้ๆ หน้าตาเดียวกันทำไมต่างกันได้ขนาดนี้ เป็นนักแสดงหรือไงเนี่ย!

มิโตะ โยเฮผู้เป็นหัวหน้าซ่อนความเข้มงวดภายใต้รอยยิ้มไร้พิษสง เขามักจะยิ้มน้อยๆ อย่างเป็นมิตรทว่าอ่านใจจริงยากเย็นยิ่งนัก อย่างไรก็ตาม หัวหน้าเป็นคนที่ทำงานด้วยง่ายเพราะเป็นคนยุติธรรมและมีเหตุผล พวกเขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานกันอยู่แล้ว ไม่ได้จำเป็นต้องเข้าใจลักษณะนิสัยกันถึงแก่น ขอแค่ทำงานด้วยอย่างสบายใจก็เกินพอ

“คือว่า...คุณมิโตะเขาเกลียดโอทีขนาดนั้นเลยเหรอคะ...”

“วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของหัวหน้าเขาน่ะ”

“อ๋า มิน่าล่ะ...”

หัวหน้าทีมของพวกเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์อยู่บ่อยๆ แถมเคยรับสายที่คาดว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนในเวลางาน ตอนได้ยินหัวหน้าผู้เป็นมิตรแต่เข้าถึงยากพูดคุยเสียงอ่อนหวาน คนที่ได้ยินกับหูถึงกับขนลุกซู่ ทว่าพร้อมกันนั้นก็บังเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาว่าคุณภรรยาเป็นคนแบบไหนกันนะ? ทว่า กระทั่งรูปตัวเองมิโตะ โยเฮยังไม่เคยโพสผ่านโซเชียลมีเดีย ต่อให้พยายามขุดหาก็ไม่มีแววพบเจอหน้าตาภรรยาผู้ลึกลับ เพื่อนร่วมงานได้แต่จินตนาการกันเอาเอง บ้างก็เดาว่าเป็นคนใจยักษ์ชอบควบคุมถึงไม่ยอมให้สามีออกจากบ้าน บ้างก็ว่าเป็นคนมีเสน่ห์สุดๆ จนสามีไม่ออกนอกลู่นอกทาง

โซนโต๊ะทำงานของทีม F ฮานางาตะ โทรุ หัวหน้าทีมผู้มีตำแหน่งงานเดียวกับมิโตะออกมารับหน้า สีหน้าของเขาจืดเจื่อนมากเพราะความผิดพลาดของลูกน้อง แถมตัวเองยังบกพร่องละเลยจนมารู้ตัวตอนเกือบสายเกินแก้

“ขอบใจนะ มิโตะคุง รบกวนด้วย”

“...”

แม้แต่คำตอบรับตามมารยาทอย่าง ‘ไม่เป็นไรครับ’ หรือ ‘ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ครับ’ ก็ไม่ตอบแล้วเหรอ? เหล่าผู้น้อยทีม C ลอบมองแผ่นหลังหัวหน้าตัวเองด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ยังไงหัวหน้าของพวกตนก็เป็นผู้ใหญ่ที่แยกแยะได้และเป็นมืออาชีพ คงไว้หน้ากันบ้างแหละน่า

อึดใจใหญ่ ในที่สุดมิโตะ โยเฮค่อยตอบรับความหวังของลูกน้องด้วยการเอ่ยเสียงเบาว่า “รีบจัดการงานตรงนี้กันให้เรียบร้อยเถอะครับ”

 

เมื่อวานมิโตะวางแผนไว้ดิบดี ถามคนรักว่าอยากกินอะไร จากนั้นลิสรายการของที่ต้องเตรียม ตั้งใจว่าจะออกไปซื้อวัตถุดิบวันนี้แล้วกลับไปทำมื้อใหญ่ฉลองกันสองคนอย่างหวานชื่น

ไม่น่าห่วงงานเลย

รู้งี้ลาทั้งวันเสียแต่แรกก็ดี

นี่เป็นครั้งแรกที่มิโตะละเลยวันครบรอบแม้เป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม

พังหมด

เพราะโทรศัพท์สายไม่ว่างจึงส่งข้อความไปบอกว่าติดงานด่วนกะทันหัน คงกลับไปฉลองด้วยกันไม่ทัน ปรากฏว่าข้อความตอบกลับหลังจากนั้นมีแค่ ‘สู้ๆ’ แสนห้วนสั้นซึ่งชวนให้กังวลใจอย่างมาก มิโตะที่ส่งข้อความไปยืดยาวแต่ยังรู้สึกว่าระบายความในใจได้ไม่ดีพออยากจะตรงดิ่งกลับบ้านเป็นที่สุด

แต่กว่าจะเหยียบถึงธรณีประตูก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนครึ่ง

“ฮานามิจิ!

เมื่อเห็นไฟในบ้านสว่างโร่ พอดับเครื่องรถยนต์ มิโตะรีบร้อนเข้าไปด้านใน คนรักตัวโตนั่งจ๋องอยู่บนโซฟา โทรทัศน์ฉายการแข่งขันบาสลีกต่างประเทศ บนโต๊ะกระจกมีกล่องพิซซ่าเปล่าสองกล่องกับน้ำอัดลมขวดลิตรที่เหลืออยู่ครึ่งขวด

“โยเฮ กลับมาแล้วเหรอ”

“กลับมาแล้ว ขอโทษนะฮานามิจิ”

มองเห็นสีหน้าเศร้าซึมของคนรักแล้วปวดใจอย่างมาก โยเฮเข้าไปกอดโอ๋ก่อนเป็นอันดับแรก นึกในใจว่าวันนี้ไม่ควรได้กินพิซซ่าแท้ๆ...

ของสดในบ้านมิโตะเป็นคนคอยดูแล เนื่องจากวันนี้ตั้งใจออกไปซื้อของจึงจัดการใช้ของสดที่เหลือไปจนเกือบหมด ดูเหมือนแรกสุดซากุรางิจะพยายามทำอาหารเอง แต่เพราะในตู้เย็นแทบไม่มีอะไรที่ใช้ได้เลย สุดท้ายจึงจบด้วยการหุงข้าวกินกับผงโรยข้าว...ส่วนที่สั่งพิซซ่าเป็นเพราะดันหิวขึ้นมาอีก

พอมิโตะบอกว่างั้นออกไปซื้อของกินก็ได้นี่...

“วันนี้วันครบรอบแต่งงานนะ เกิดโยเฮกลับมาตอนฉันไม่อยู่จะทำยังไงล่ะ ฉันต้องกอดต้อนรับกลับบ้านตรงหน้าประตูสิ!

น่าร้ากกกกกกกกก

มิโตะกุมหน้าอก ใจสั่นอย่างรุนแรง ไม่ได้สนใจว่าเอาเข้าจริงก็มัวแต่ดูบาสจนไม่ได้ออกมารับหน้าประตูอยู่ดี

“จริงด้วยสิ...คือว่านะ โยเฮ”

มือที่โอบวางไว้บนหลังตีแปะๆ เป็นเชิงเรียกว่า ‘สนใจหน่อยๆ

มิโตะถูแก้มกับผมสีแดง กอดแน่นพลางเอ่ยถามอย่างเอาอกเอาใจ “อะไรเหรอ ฮานามิจิ”

“ฉันทำแก้วแตกไปสองใบแหละ”

“...” มิโตะยิ้มค้าง...ที่นั่งซึมเป็นเพราะเรื่องนี้หรอกเหรอ กระนั้นยังคงปลอบว่า “แก้วน่ะไม่เป็นไรหรอก ฮานามิจิไม่บาดเจ็บก็ดีแล้วล่ะ”

จากนั้นหูได้ยินเสียงหัวเราะแหะๆ แขนที่โอบรอบตนก็กระชับแน่นขึ้น...เหมือนผู้ก่อเหตุจะโล่งใจที่ไม่โดนดุ

น่าร้ากกกกกกกกก

มิโตะกอดรัดและจูบใบหน้าในอ้อมกอดไปหลายที

 

ซากุรางิ ฮานามิจิเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพในสโมสรญี่ปุ่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างพักผ่อน แต่เซ็นสัญญาเตรียมไปลงเล่นที่สเปนเรียบร้อยแล้ว มิโตะเองก็จะย้ายตามคนรักไปด้วย

ดีล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ส่งซองขาวเลยดีกว่า

“เอ๊ะ พรุ่งนี้ ไม่สิ วันนี้ไปทำงานด้วยเหรอ?”

เมื่อได้ยินมิโตะบอกว่าจะเตรียมตัวลาออก ซากุรางิ ฮานามิจิกระพริบดวงตาใสแจ๋วถามซื่อๆ พาดคางไว้บนบ่าเปลือย มองผ่านไหล่ลงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าอีกคนกำลังทำอะไร วงจรความคิดของเขาเรียบง่ายมาก...ไม่ใช่ว่าไม่ได้หยุดวันนี้เลยจะเลื่อนเป็นหยุดวันพรุ่งนี้หรอกเหรอ?

มิโตะไล่นิ้วไปตามแนวคางบนไหล่ เมื่อควานหาใบหูเจอก็เกาหูคนรักที่ติดตนแจเบาๆ คล้อยตามอย่างไร้จุดยืนว่าใช่แล้ว...วันนี้ตนควรใช้เวลาสวีทหวานชดเชยที่เมื่อวานทิ้งให้ฮานามิจิต้องรอสิ

พอได้จิบไวน์พร้อมแช่อ่างกับคนรัก มิโตะ โยเฮอารมณ์ดีขึ้นมาก วงจรความคิดก็ละลายไปหมดหลังร่วมรัก แม้จะปาเข้าไปตีสามแล้ว กลับไม่ง่วงนอนเท่าไร

“แต่ถ้าแจ้งลาออกเร็วก็จะออกได้เร็วขึ้นใช่รึเปล่า?” ซากุรางิถูไถใบหน้าเข้ากับมืออุ่นๆ อากัปกริยาเชื่องเชื่อเป็นที่สุด ติดจะออดอ้อนเล็กน้อย

เจออย่างนี้ มิโตะเปลี่ยนใจอย่างไร้จุดยืนอีกครั้ง...โอเค รีบไปยื่นซองเช้านี้นี่แหละ เวลามีผลจะได้เร็วขึ้นอีกสักวันแล้วได้มาอยู่กับฮานามิจิเร็วๆ ส่วนเรื่องฉลองวันครบรอบค่อยเลื่อนไปเป็นวันหยุดสัปดาห์นี้แทน จะทำของอร่อยให้เยอะๆ เลย

ระหว่างดันหลังให้คนรักเข้านอนก่อน สมองมิโตะคำนวณวันลาออกอย่างฉับไว คิดจะนำวันลาพักร้อนที่เหลือทั้งหมดมาใช้ด้วย หลังแจ้งเรื่องลาออก กว่าจะมีผลต้องรอ 30 วัน หากนำวันลาทั้งหมดกับวันหยุดสุดสัปดาห์มาหักลบเท่ากับเวลาที่ต้องเข้าออฟฟิศเหลืออยู่ราว 2 สัปดาห์เท่านั้น

นับจากซากุรางิตัดสินใจเซ็นสัญญาใหม่ เป็นที่แน่นอนว่าต้องไปอาศัยอยู่ต่างประเทศระยะยาว มิโตะคิดเรื่องลาออกจากงานปัจจุบันตั้งแต่ตอนนั้น แต่คิดเรื่องการแบ่งงานไว้เพียงคร่าวๆ ยังไม่ได้จัดแจงอย่างจริงจังนัก

“โยเฮไม่นอนเหรอ ต้องไปทำงานอีกไม่ใช่เหรอ?”

เนื่องจากคนที่ควรนอนไม่เพียงนั่งพิงหัวเตียง ยังหยิบแลปทอปขึ้นมาเปิดเครื่อง ซากุรางิผลุบดวงตาออกมานอกผ้าห่ม เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ มิโตะหัวเราะแกนๆ ถามว่าแสงเข้าตาเหรอ เดี๋ยวจะลุกไปนั่งทำที่โต๊ะแทนนะ ทว่ามือที่ยกขึ้นมาลูบเปลือกตาถูกดึงไปกอดไว้

ซากุรางิมองตา ถามซ้ำว่า “ไม่นอนเหรอ”

ข้างขมับคนถูกถามมีเหงื่อเย็นๆ ซึมออกมา ตอบอ้อมแอ้ม “คือว่า...ถ้าเหลือวันเข้าไปทำงานแค่นี้จะเหมือนลาออกปุบปับมั้ยน้า คิดเรื่องแบ่งงานให้คนที่เหลือไว้น่าจะดีกว่าน้า...อะไรประมาณนั้น...”

“ไอ้ประโยคคำถามว่า ‘ระหว่างฉันกับงานอะไรสำคัญกว่ากัน?’ ควรใช้ในเวลาแบบนี้สินะ นี่ไง ภรรยาบ้านนี้ละเลยสามีนะเนี่ย”

ขณะโอดว่าไม่จริงสักหน่อย ใต้ผ้าห่มพลันเกิดการเคลื่อนไหว ซากุรางิถดตัวเข้ามาแนบชิด มือข้างที่ไม่ได้กอดมือของมิโตะวางแหมะลงบนพื้นที่อันตราย มิโตะหน้าเปลี่ยนสีทันควัน

“อย่างน้อยถ้าจะไม่นอนก็ควรทำฉันมากกว่าทำงานสิ”

เสียงกางเกงผ้าซาตินถูกเสียดสีไม่ได้ดังชัดเพราะเป็นการแตะต้องอย่างนุ่มนวลทั้งยังมีผ้าห่มผืนหนาช่วยกั้นเสียง ทว่าประสาทสัมผัสของการถูกหยอกล้อนั้นเป็นของจริง

ซากุรางิมองปลายนิ้วแดงก่ำ แลบลิ้นเลียเบาๆ ก่อนช้อนตามอง เลิกคิ้วถามยิ้มๆ อีกครั้งว่า “ไม่นอนจริงเหรอ?”

“แบบนั้น แทนที่จะได้นอน มันจะตื่นเอานะครับ คุณฮานามิจิ” มิโตะปิดหน้าคร่ำครวญ

เสียงหัวเราะชอบใจดังลั่น สุดท้ายคนเอาการเอางานคนหนึ่งก็พ่ายแพ้และยอมปิดตาพักผ่อนแต่โดยดี

 

เช้าวันศุกร์ ณ ออฟฟิศบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ A สมาชิกทีม C 4 คนพากันอ้าปากเป็นปลาทอง

“ลาออกเหรอ?!

หัวหน้าทีมพวกเขา...โดนบังคับทำโอทีวันเดียว วันถัดมาก็ประกาศลาออกเลยงั้นเหรอ!

แต่ที่ปฏิกิริยาหนักกว่าคือผู้จัดการอาวุโสทาโอกะ

“ลาออกเหรอออออออ?!!!!!

แม้มิโตะเอ่ยขอเวลาพูดคุยตามลำพัง แต่เพราะภาระงานค้างทำให้ทาโอกะไม่อยากลุกจากโต๊ะทำงาน ผลคือเมื่อได้ยินความประสงค์ของลูกน้อง เขาถึงกับแหกปากลั่นจนได้ยินแทบทั้งออฟฟิศ มิโตะยังคงรักษารอยยิ้มอย่างมืออาชีพไว้ได้ก็จริง แต่เริ่มอายกับสายตาคนมองนิดหน่อยแล้ว เขาปิดปากกระแอมเบาๆ

“เบาเสียงหน่อยดีมั้ยครับ?”

“เพราะเมื่อวานโดนใช้งานกะทันหันเรอะ แต่มันก็ต้องมีเหตุสุดวิสัยกันบ้างสิ!

ที่แล้วมามิโตะมีความรับผิดชอบดีเยี่ยมและทำงานสำเร็จเรียบร้อยภายในเวลาที่กำหนดมาตลอด ในแง่ของการรักษาเวลาแล้ว ถือว่าบริหารจัดการได้โดดเด่นกว่าทีมอื่นๆ การวิเคราะห์ต่างๆ ก็กลั่นกรองอย่างละเอียดและมีไอเดียน่าสนใจ เป็นคนเอาจริงเอาจังในการกลับบ้านมากแต่ก็ไม่ย่อหย่อนในหน้าที่ ทาโอกะตั้งใจโปรโมทอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้หนีไปอยู่บริษัทอื่น ใครจะนึกว่า...

ทาโอกะบอกว่าขอคุยอีกนิดซิแล้วเดินนวดขมับไปนั่งในห้องรับแขกขนาดเล็ก

“ตัดสินใจปุบปับแบบนี้แสดงว่ายังไม่ได้ที่ทำงานใหม่ใช่ไหม ลองคิดใหม่เถอะ”

“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ”

คนรักของเขาวันๆ ขลุกอยู่แต่กับลูกบอล ว่างจากเวลาแข่งหากไม่ซ้อมก็พักร่างกาย ไม่มีงานอดิเรกอื่น รายได้ไม่ว่าจากการเป็นนักกีฬาหรือพรีเซนเตอร์ นอกจากตอนซื้อบ้านก็แทบไม่ใช้อะไรมิโตะจึงนำไปลงทุนให้งอกเงย ว่ากันตามจริงแล้วต่อให้เขาไม่ทำงานก็มีกินมีใช้สบายๆ แต่มิโตะรู้สึกว่าการทำงานช่วยเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง แม้เงินเดือนเทียบกับรายรับคนรักไม่ได้เขาก็ไม่อยากนั่งๆ นอนๆ เป็นพ่อบ้านอยู่ดี อีกอย่าง...

ฮานามิจิชอบเชิ้ตขาวกับกางเกงสแลกด้วย บอกว่าดูเซ็กซี่เป็นพิเศษ...

ถึงจะใส่ตอนอยู่บ้านได้ก็เถอะ ความรู้สึกมันต่างจากตอนใส่ทำงานนี่นา

“แสดงว่าเป็นเพราะเรื่องเมื่อวานจริงๆ สินะ ทำงานเสร็จตามเวลาไม่ต้องอยู่โอเป็นเรื่องดีต่อบริษัท ฉันไม่ได้จะติติงหรือโทษนายหรอก เรื่องงานโอเวอร์โหลดคราวหน้าฉันจะคอยดูให้”

สีหน้าของชายวัยกลางคนทำให้คนมองเจ็บมโนธรรมนิดหน่อย แม้รู้สึกว่าไม่ได้มีความจำเป็นต้องแจกแจงเหตุผลในการลาออกมากมายนัก แต่มิโตะคิดว่าตนพูดเสริมสักนิดไม่ได้เสียหายอะไรจึงบอกกล่าวตามตรง

“ผมคิดเรื่องลาออกมาสักพักแล้วล่ะครับ พอดีจะย้ายไปต่างประเทศยาว แค่ถือโอกาสนี้แจ้งลาออกเท่านั้นเอง”

“ต่างประเทศ? ไม่ใช่ว่าลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่แล้วเหรอ ก็นายบอกว่าแต่งงานแล้วนี่ หรือว่าจะย้ายกันไปหมด” คนฟังตกใจอย่างยิ่ง ในบรรดาความเป็นไปได้ต่างๆ ไม่เคยคิดเรื่องไปต่างประเทศอยู่เลย

มิโตะยิ้มบาง “เป็นผมเองที่ย้ายตามสามีน่ะ”

“สามีเรอะ?!

ผู้จัดการอาวุโสทาโอกะเจอเรื่องชวนตะลึงซ้ำๆ จนสมองช็อตไปเรียบร้อย

 คนรักผู้ลึกลับของมิโตะ โยเฮเป็นใคร เหล่าชาวบ้านผู้อยากรู้อยากเห็นในออฟฟิศได้เจอตัวจริงในวันทำงานวันสุดท้ายของเจ้าตัว ส่วนใหญ่ตกตะลึงที่คนรักของมิโตะเป็นผู้ชายท่าทางน่ากลัว ส่วนคนที่สนใจในแวดวงกีฬาแม้ตกตะลึงเช่นกัน แต่เป็นความรู้สึกที่ต่างออกไปเล็กน้อย ตอนที่เห็นชายหนุ่มผมแดงร่างสูงใหญ่ลงจากรถมารับคนรักอย่างสนิทชิดเชื้อ หลายคนตั้งท่าจะโดดเข้าไปขอลายเซ็นตามสัญชาตญาณ แต่มีอันต้องผงะเมื่อเจอสายตาเย็นชาสุดขีดกับออร่าดำทะมึนอันน่าสะพรึงกลัวของอดีตผู้ช่วยผู้จัดการหน้ายิ้ม

สรุปแล้ว การลาออกของมิโตะ โยเฮเป็นการลาออกที่สร้างแรงกระแทกหนักหน่วงและน่าจดจำในประวัติศาสตร์ของบริษัทเชียวล่ะ 

 

 

 

Talk

รุคาว่า : ออกมา *เลี้ยงลูกบาส*

รุคาว่า : เรามีเรื่องต้องคุยกัน *เลี้ยงลูกบาสหนักขึ้น*

รุคาว่า : ที่บอกว่าเป็นรุฮานะเลือดบริสุทธิ์ ที่จริงแล้วมันหมายถึงอะไร *เลี้ยงลูกบาสหนักขึ้นอีก*

รุคาว่า : ทำไมทีฉันมีแต่เนื้อหาเลิกราไม่ลงรอย ส่วนไอ้หมอนี่ชีวิตดีตลอด นี่ก็ชีวิตคู่สุขีสุดๆ *เลี้ยงลูกบาสหนักขึ้นมากๆ*

รุคาว่า : ออก มา ยัย คน ทรยศ 𝅒_𝅒

No comments:

Post a Comment