Tuesday, 18 April 2023

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; FushiIta] Offline

Fanfic Jujutsu Kaisen

Offline

 

 

Pairing   : Fushiguro Megumi x Itadori Yuji

Rating    : SFW

 

 

               

ความประทับใจจากการสนทนาด้วยเรื่องสัพเพเหระผ่านทางแอพหาคู่ยาวนานหลายเดือนเป็นเหตุให้เกิดการนัดเจอ เนื่องจากรูปดิสเพลย์ของฟุชิงุโระเป็นรูปจากระบบ เมื่อมีโอกาสได้พบตัวจริงครั้งแรกปรากฏว่าต่างจากภาพในจินตนาการของอิตาโดริอยู่บ้าง

จากถ้อยคำที่เลือกใช้และลักษณะการต่อบทสนทนา ฟุชิงุโระดูเป็นคนจริงจังไร้อารมณ์ขันแต่ก็มีความอ่อนโยนเอาใจใส่ ชวนให้นึกถึงหัวหน้าห้องท่าทางคงแก่เรียนและหัวโบราณนิดๆ อิตาโดริวาดภาพสาวแว่นผมเปียในชุดเดรสสีอ่อนในมโนสำนึก

ขณะที่ฟุชิงุโระตัวจริงนั้น...

ผมดำยาวสยาย สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวสไตล์ยูนิเซ็กส์ ผิวขาวซีดดูเปราะบาง บรรยากาศนิ่งสงบยากเข้าถึง ไหนจะสีหน้านิ่งเฉยสำรวม...ช่างให้ความรู้สึกเช่นสาวงามบนหอคอยงาช้าง แม้สวมสนีกเกอร์ ส่วนสูงยังดูจะมากกว่าอิตาโดริเล็กน้อย

เป็นคนเท่มากๆ ผิดคาด

อันที่จริงเครื่องหน้าอีกฝ่ายค่อนข้างคมสันละม้ายบุรุษ แล้วยังโครงสร้างร่างกายใหญ่กว่าเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยพบเห็น ภาพรวมจึงดูเป็นเพศกลาง แยกแยะยากว่าเป็นชายหรือหญิง อย่างไรก็ตาม โปรไฟล์บนแอพระบุชัดแจ้งว่า ‘เพศหญิง’ อิตาโดริผู้ซื่อตรงย่อมเชื่อตามนั้น ไม่เคยระแวงสงสัยว่าในอินเทอร์เน็ตมีการปิดบังข้อมูลอยู่ถมไป

การนัดพบเพื่อนจากอินเทอร์เน็ตย่อมมีกรณีที่ห่างเหินกันไปนับจากเจอตัวจริง ทว่าในกรณีของฟุชิงุโระกับอิตาโดริ พวกเขานับเป็นอีกตัวอย่างของการเจอตัวจริงแล้วความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น ถึงขั้นที่เมื่อพูดคุยและนัดพบมากครั้งเข้า อิตาโดริรู้สึกว่าตนเองตกหลุมรักเข้าเต็มเปา

ฉะนั้น ในวันที่นัดเจอกันเป็นครั้งที่ 4 เพื่อสารภาพรักแต่กลับบังเอิญเจอฟุชิงุโระในห้องน้ำชาย...อิตาโดริอ้าปากค้างจนคางแทบห้อยลงมาถึงอก

“อิตาโดริ...?”

สีผิวของฟุชิงุโระ เมงุมิซึ่งขาวอยู่แล้วคล้ายจะเผือดลงอีกหลายส่วน ระหว่างที่อิตาโดริสืบเท้าถอยหลังเพื่อดูประตูทางเข้าว่าเป็นห้องน้ำชายแน่หรือไม่ ฟุชิงุโระขยับปากอ้าๆ หุบๆ คล้ายละล่ำละลักอยากอธิบาย

สีหน้าดังกล่าวเป็นดั่งค้อนเหล็กแพ่นกลางกระหม่อม...อิตาโดริสำเหนียกได้เดี๋ยวนั้น เป็นผู้ชายแล้วไงล่ะ มีงานอดิเรกที่ตนเข้าไม่ถึงแล้วไงล่ะ ยังไงก็เป็นฟุชิงุโระคนเดิมที่ใจดีและอ่อนโยนไม่ใช่เหรอ

แค่เพศสภาพเป็นชายแล้วโลกหมุนเปลี่ยนทิศหรือไง ความรู้สึกรักใคร่ของตัวเองเบาบางขนาดมลายหายไปหมดด้วยเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ?

“อิตาโดริ ฉัน...”

“ฟุชิงุโระ ฉันจะไปรอที่โต๊ะนะ!

หลังประกาศเสียงขึงขังหนักแน่น อิตาโดริ ยูจิพลิกกายหันหลังแล้วหายแว้บออกไปจากห้องน้ำชาย ทั้งที่เดินมาถึงนี่เพราะต้องการปลดเบา ทว่าจิตใจสั่นคลอนจนลืมปวดไปเสียหมด

 

 

                ย้อนกลับไปราวสัปดาห์ก่อน

เพราะตั้งใจนัดเจอเพื่อสารภาพรัก เดิมทีอิตาโดริวางแผนให้เป็นเดทกลายๆ รอบรรยากาศหลังเดทจบเป็นใจก็จะขอเป็นแฟน โรแมนติกที่สุด!

แต่

ห้องสมุดดีไหม?’

ไม่ทันได้เสนอทั้งสวนสนุก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนพฤกษศาสตร์ หรืออื่นๆ ฟุชิงุโระผู้บอกว่าสัปดาห์นี้มีงานค้างเยอะมากเสนออย่างเกรงอกเกรงใจว่าเป็นสถานที่เงียบๆ และนั่งทำงานได้ได้หรือเปล่า ใจหนึ่งอิตาโดริว่าไม่ดี...ไหนความโรแมนติกห้องสมุดมันไม่เหมาะแก่การสารภาพรักสักหน่อย!

ทว่าฟุชิงุโระคงอับจนหนทางจริงๆ ถึงเสนอมาแบบนี้ แม้ในช่องแชทจะปรึกษาเรื่องเรียนค่อนข้างบ่อยทว่าทุกครั้งที่นัดเจอจะพากันไปเที่ยวเล่นท่าเดียว อีกฝ่ายอุตส่าห์ไม่ปฏิเสธหรือผัดผ่อน ทว่าขอต่อรองเพื่อให้ได้พบกันไปพร้อมๆ กับทำงานค้าง อิตาโดริเห็นว่าควรเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง

ไม่ใช่เพราะอยากเจอกันจึงต่อรองแบบนี้หรอกหรือ?

จากครั้งล่าสุดก็ปาเข้าไปครึ่งปีแล้ว ใจจริงอิตาโดริก็อยากเจอฟุชิงุโระมากเช่นกัน กระนั้น เขาทบทวนไปมา...ในเมื่อฟุชิงุโระตอนนี้ยุ่งมาก รอว่างค่อยนัดใหม่จะดีกว่ากระมัง เขาไม่ได้เร่งรีบต้องสารภาพรักให้ได้ทันทีทันใดเสียหน่อย นอกจากนี้หากมีเรื่องกวนใจ คงใช้เวลาร่วมกันอย่างไม่สนุกนัก

 ไม่เป็นไร อันที่จริงก็ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น นายอยากไปไหน เกมเซนเตอร์เหรอ?’

พออ้อมๆ แอ้มๆ บอกว่าไว้ขอเจอกันวันหลังก็ได้ ฟุชิงุโระตอบกลับมาแบบนี้ และไม่ว่าจะตะล่อมอย่างไร อีกฝ่ายยืนกรานคำเดียวว่ามาเจอกันเถอะ อิตาโดริเถียงสู้ไม่ได้ ลงเอยเลยนัดมาเจอกันที่ห้องสมุดประจำเมือง K เพราะเป็นห่วงการเรียนของอีกฝ่าย

และในวันนัด ฟุชิงุโระก้มหน้าก้มตาทำแต่งานจริงๆ...คงยุ่งมาก ทำได้สักพักจะเงยหน้ามองอย่างวิตกกังวล ทำท่าอยากพับแลปท็อปเก็บชีทเรียน อิตาโดริต้องเพียรพูดซ้ำๆ ว่าทำงานไปเถอะ ไม่ต้องห่วงตน

ฟุชิงุโระง่วนอยู่สามชั่วโมงครึ่ง น้ำแข็งในแก้วกาแฟละลายหมดถึงค่อยขยับตัวเป็นครั้งแรกเพื่อไปเข้าห้องน้ำ

จากนั้นอิตาโดริที่ซดน้ำอัดลมไปร่วมลิตรดันปวดขึ้นมาด้วย

แล้วก็เจอความเป็นจริงทุบเปรี้ยงลงมานี่แหละ

 

 

กลับมาสู่ปัจจุบัน ฟุชิงุโระ เมงุมิเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่น่ามองนัก ขณะหย่อนกายนั่งลงยังเก้าอี้ตัวที่เพิ่งลุกจากไป ดวงตาของอีกฝ่ายไม่หันเหมาสบอิตาโดริเลย บนใบหน้าแทบจะแปะป้ายไว้ว่า ‘รู้สึกผิด’ ‘ฉันเป็นคนไม่ดี’ แม้อิตาโดริไม่ได้โกรธเคืองอะไรแต่แรก มาเห็นสีหน้าแบบนี้เข้า หัวใจดวงน้อยๆ ยิ่งอ่อนยวบลงกว่าเก่า

รูปลักษณ์คู่กรณีคงเป็นสาเหตุสำคัญ ต่อให้รู้ว่าฟุชิงุโระเป็นหนุ่มน้อยเช่นเดียวกับตน ทว่าอิตาโดริผู้ต่อยชายตัวโตเจ้าปัญหาสมัยมัธยมได้โดยไม่เปลี่ยนสีหน้ากลับไม่อาจกระทั่งกล่าววาจาเสียงแข็งใส่ชายหนุ่มรูปงามคนนี้

“ไม่เป็นไรหรอกฟุชิงุโระ” อิตาโดริรีบรวบมืออีกฝ่ายไว้ สบตาอย่างแน่วแน่หมายแสดงใจจริงให้เห็น “ฉันไม่ได้รังเกียจหรือต่อต้านความชอบของนายหรอกนะ”

“ไม่ใช่ ที่จริงแล้วฉัน...”

“ไม่ว่าจะมีรสนิยมแบบไหน ฟุชิงุโระก็คือฟุชิงุโระ!

“อิตาโดริฟังนะ ฉันน่ะ...”

“ฉันอยากให้ฟุชิงุโระเป็นตัวของตัวเอง!!

“...”

ยิ่งนานสีหน้าฟุชิงุโระยิ่งดำคล้ำ ย่ำแย่ยิ่งกว่าสีหน้าเด็กเล็กยามถูกบังคับให้กลืนยาขม อิตาโดริผู้อยากทำให้ฟุชิงุโระสบายใจทว่าได้ผลตรงกันข้ามกระสับกระส่ายกว่าเดิม ตนไม่มีวาทศิลป์เสียด้วย เวลาอย่างนี้ควรพูดอะไรออกไปจึงจะเหมาะสมกัน?

ห้วงความคิดปั่นป่วนจนสูญเสียความสามารถในการควบคุมร่างกาย อิตาโดริไม่รู้สึกตัวว่ายังไม่ได้ปล่อยมือฟุชิงุโระและกำลังบีบมืออีกฝ่ายด้วยกำลังวังชาผิดมนุษย์ของตน ต่อเมื่อได้ยินเสียงข่มกลั้นในลำคอด้วยความเจ็บปวดนั่นแหละถึงได้มีสติสตังขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ข้อมือขาวๆ ประทับรอยแดงไปเรียบร้อยแล้ว

อิตาโดริ ยูจิอยากเอาหัวโขกกำแพงนัก

พูดสิ ต้องพูดอะไรสักอย่าง ต้องพูดอะไร...

               

“ฉันชอบฟุชิงุโระนะ!!!

               

“...”

เงียบ

เงียบฉี่

รูม่านตาคนฟังขยายกว้าง กระทั่งคนพูดอย่างอิตาโดริยังอุปาทานไปเองว่าได้ยินเสียงก้องสะท้อนเข้าหูเอาเถอะ สีหน้าเซ่อซ่าของฟุชิงุโระน่ารัก ฉะนั้น ไม่เป็นไร

“ขออนุญาตนะคะ”

เสียงสตรีหวานหยดดังในระยะเผาขน ความรู้สึกคุกคามแปลกประหลาดลากไล้ไปตามสันหลังอย่างน่าขนลุก พ่อหนุ่มปากไวสั่นริกไปทั้งตัว ครั้นหันขวับมองหาต้นเสียงทางด้านซ้ายมือจึงพบใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอเหยียดหลังตรง ดวงตาทอประกายนุ่มนวล

ทว่าใบหน้ากึ่งหนึ่งปกคลุมด้วยเมฆหมอกดำทะมึน กระแสไฟฟ้าแตกเปรี๊ยะอย่างน่าสยดสยอง

เสมือนใครบางคนกระซิบข้างหูบอกเล่า ทั้งที่ไม่รู้จักเธอ กลับรับรู้ได้อย่างประหลาดว่า...พี่สาวบรรณารักษ์นี่หว่า

จากนั้นอิตาโดริ ยูจิและฟุชิงุโระ เมงุมิก็ถูก ‘เชิญ’ ออก

อนึ่ง ต่อให้ไม่โดนไล่ก็ไม่มีหน้านั่งต่ออยู่แล้ว เหตุเพราะตื่นเต้นเกินไปจนไม่ทันสังเกต ในความเป็นจริง อิตาโดริเพิ่มระดับเสียงขึ้นทุกๆ ประโยคจนคนในห้องสมุดเหลียวมองทั้งบาง เขาได้รับสัญญาณเตือนทางสายตาจากพี่สาวบรรณารักษ์หลายตลบ เป็นตนงี่เง่าจนมองไม่เห็นเอง สุดท้ายจึงต้องระเห็จออกมาในสภาพไม่น่าดูชม

ในใจเงื่องหงอยเศร้าสลด...ควรทำเท่สารภาพรักแท้ๆ ทำไมถึง...

“อิตาโดริ รอฉันสักเดี๋ยวได้หรือเปล่า”

รายงานของฟุชิงุโระยังไม่เสร็จ แถมวันนี้ยังเสียบรรยากาศไปหมดแล้ว เดิมอิตาโดริคิดว่าคงต้องแยกย้ายกันเพียงเท่านี้ทว่ากลับโดนรั้งตัวเอาไว้ ฟุชิงุโระฝากสัมภาระราวกับกลัวอิตาโดริเผ่นหนี จากนั้นหายตัวไปพักหนึ่ง เมื่อกลับมาอีกครั้ง สาวผมยาวมาดเท่ก็กลายหนุ่มหน้าสวย

อิตาโดริเพิ่งเคยเห็นรูปลักษณ์นี้ของฟุชิงุโระเป็นครั้งแรก ที่แล้วมาดูเหมือนจะใส่วิกมาตลอด ผมซอยสั้นสีดำชี้โด่เด่นี้น่าจะเป็นผมจริง

ใบหน้าฟุชิงุโระเหมือนทหารหน่วยกล้าตายที่รอศัตรูเด็ดหัว ในที่นี้คงกำลังวิตกกังวลอย่างมากว่าอิตาโดริจะมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร ตัวอิตาโดริเองก็ไม่ใช่คนอ่านความรู้สึกคนอื่นขาด เขาย่อมอยากเอ่ยถ้อยคำปลอบประโลมหรือพูดอะไรสักอย่างให้ผู้ฟังสบายใจ แต่เพราะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนักจึงเลือกคำพูดเหมาะๆ ออกมาจากคลังศัพท์อันน้อยนิดไม่ได้เลย

“ฉันเป็นผู้ชาย ที่จริงไม่ได้ตั้งใจจะหลอกนายหรอก แต่เพราะนายคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงก็เลย...” ระหว่างที่อิตาโดริกำลังคิดหนักว่าควรพูดอะไร ฟุชิงุโระเปิดปากพูดขึ้นมาก่อนราวกับกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดอธิบาย

จากคำพูดพวกนี้ ดูเหมือนฟุชิงุโระไม่ได้มีงานอดิเรกอย่างการครอสเดรส...ถึงที่จริงในการนัดทุกครั้งฟุชิงุโระจะไม่เคยใส่กระโปรงแม้แต่ครั้งเดียวก็เถอะ

อิตาโดริเกาท้ายทอย หวนนึกถึงฟุชิงุโระที่หน้าดำคร่ำเคร่งทำรายงานในห้องสมุดเมื่อสักครู่กับฟุชิงุโระที่ซ่อนความกระวนกระวายไว้ไม่มิดตรงหน้า ในใจพลันเกิดความคิดว่าตัวเองช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ทั้งที่ยุ่งมาก ฟุชิงุโระยังอุตส่าห์พยายามออกมาหาเพราะอยากใช้เวลาด้วยกันแท้ๆ กลับทำให้คนที่นึกถึงตนขนาดนี้ต้องรู้สึกไม่ดีเสียได้

ปัญหาความสัมพันธ์จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่จะทิ้งงานก็ทำไม่ได้ หลังโดนไล่ออกจากห้องสมุด อิตาโดริกับฟุชิงุโระย้ายไปยังโคเวิร์กกิ้งสเปซ ระหว่างรีบเร่งทำงานหลวง ฟุชิงุโระพยายามบอกเล่าเรื่องราวจากฝั่งตัวเองไปพร้อมๆ กัน เขาบอกว่าเดิมทีแล้วบัญชีที่ใช้คุยกับอิตาโดริมาตลอดตนไม่ได้เป็นคนสมัคร พ่อเฮงซวยเจ้ากี้เจ้าการว่าเป็นวัยรุ่นทำไมไม่มีแฟนสักคนสองคน จากนั้นกลั่นแกล้งลูกชายด้วยการนำข้อมูลส่วนตัวไปสมัครแอพหาคู่ บอกว่าในเมื่อเป็นเมงุมิจัง งั้นหลอกต้มหมูด้วยการบอกว่าเป็นผู้หญิงไปแล้วกันนะ

ยังชกพ่อบังเกิดเกล้าไม่ทันน่วมดีอิตาโดริดันทักมาซะก่อน แม้ตอบปัดๆ ห้วนๆ ใส่ก็ยังไม่เลิกส่งแชท สุดท้ายพอปลงตกแล้วพูดคุยด้วยดีๆ ก็ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน

“มิน่า ช่วงแรกฟุชิงุโระดูใจร้ายมากๆ ฉันนึกว่าเป็นเพราะยังไม่สนิทกันซะอีก”

อุตส่าห์ใช้แอพหาคู่แต่กลับตอบแชทไล่คนเตลิดเปิดเปิง อิตาโดริฉุกใจนิดๆ ว่าคนคนนี้ทำตัวแปลกจัง หรืออยู่ในช่วงประจำเดือนกันนะ? ผลคือพอคุยกันไปได้สักระยะก็เริ่มเป็นมิตรมากขึ้น เขาจึงปักใจเชื่อว่าการตอบแชทช่วงแรกของฟุชิงุโระตัดรอนไร้เยื่อใยด้วยผลจากฮอร์โมน ไม่ได้คิดว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่ต้องการคุยกับใคร

“นายบอกฉันก็ได้นี่ อีกอย่างการตั้งค่าเพศมันแก้ไขได้ไม่ใช่เหรอ?”

ความเร็วในการเคาะคีย์บอร์ดของฟุชิงุโระตกลงจนหยุดนิ่ง ตอบคำถามเสียงเบาว่าถ้าบอกไปว่าเป็นผู้ชายกลัวว่าจะไม่ได้คุยกับนายอีกน่ะสิ

แม้อิตาโดริไม่ใช่คนฉลาดนัก ทว่าเขาเข้าใจความหมายซ่อนเร้นในคำพูดของฟุชิงุโระ ไหนจะการใส่วิกมาหาทุกครั้งทั้งที่ไม่ชอบอีก

“อิตาโดริ ฉันอยากให้นายคิดให้ดีว่านายยังชอบฉันอยู่ไหม นายชอบผู้ชายได้จริงๆ ใช่ไหม” ระหว่างที่พูดนี้รอยยิ้มมุมปากของฟุชิงุโระไม่น่ามองอย่างยิ่ง เขาลากนิ้วบนทัชแพดอีกเล็กน้อย พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ไม่กี่ครั้งก็ปิดโปรแกรมแล้วพับหน้าจอลง หันมาเผชิญหน้ากับอิตาโดริ บนใบหน้าปรากฏอารมณ์อันซับซ้อน “ฉันดีใจที่นายบอกว่าชอบฉัน แต่ก็ไม่อยากให้นายพูดมันออกมาด้วยความต้องการอยากถนอมน้ำใจ ถ้านายไม่โอเคกับผู้ชาย นายไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่หลอกนายต่างหากที่ผิด เจ้าโง่”

คำพูดเตือนสติเรียบๆ ตรงประเด็นและแทงใจดำจนพูดแก้ตัวไม่ออก

เป็นความจริงที่อิตาโดริรู้สึก ‘ชอบ’ ฟุชิงุโระ ยิ่งอีกฝ่ายไม่ใช้ประโยชน์จากความวู่วามของเขา ซ้ำยังช่วยแนะอย่างใจดียิ่งทำให้ประทับใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม

อิตาโดริไม่เคยคิดเรื่องการคบหากับคนเพศเดียวกันจริงๆ

ความสนใจพุ่งตรงไปยังเพศตรงข้ามมาโดยตลอด

ปัญหาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่ฟุชิงุโระ...อยู่ที่ตัวอิตาโดริต่างหาก

 

 

                การปฏิสัมพันธ์ประกอบด้วยตัวเองและฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยตัวคนเดียว หากคิดจะพัฒนาความสัมพันธ์กับฟุชิงุโระ เมงุมิและคบหาอีกฝ่ายอย่างจริงจัง ก่อนอื่นอิตาโดริต้องใคร่ครวญเรื่องรสนิยมทางเพศตัวเองให้ชัดเจน

ฟุชิงุโระเอ่ยขอโทษซ้ำๆ บอกบ่อยพอกับที่บอกว่ายินดีรอ

                หลังจากความจริงเปิดเผย อิตาโดริยังคงปฏิบัติต่อฟุชิงุโระเหมือนเดิม เคยคุยอย่างไรก็คุยอย่างนั้น เคยตอบแชทช้าเร็วแค่ไหนก็คงพฤติกรรมแบบเดิมไว้ พร้อมกันนั้นก็ศึกษาเรื่องการคบหาของเพศต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตพร้อมขอความเห็นจากฟุชิงุโระไปด้วย การนัดเจอหลังจากนั้นฟุชิงุโระไม่สวมวิกอีก เขาแต่งกายเหมือนเดิมทุกอย่าง มีแค่ผมเท่านั้นที่ไม่ได้ยาวอย่างเดิม

ดูเหมือนที่สุดแล้ว แม้ฟุชิงุโระเป็นผู้ชาย เขาก็คงคงชอบอีกฝ่ายอยู่ดี

พออิตาโดริเอ่ยข้อสรุปหลังขบคิดมานานให้อีกฝ่ายฟังพร้อมพูดติดตลกว่าดูเหมือนตนเองจะไม่ได้เป็นสเตรท แต่ก็นิยามไม่ถูกว่าควรเรียกอะไร ฟุชิงุโระเก็บความดีใจไว้ไม่มิด ทว่าฟุชิงุโระระบายยิ้มนุ่มนวลได้ไม่นานหัวคิ้วมีอันกดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด อิตาโดริถามว่ามีอะไรเหรอ

                “นาย...”

                “หือ?”

                “...” หนุ่มรูปงามอ้าปากแล้วหุบ ละล้าละลังเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่อยากพูด อิตาโดริรออย่างใจเย็นเกือบสองนาทีฟุชิงุโระค่อยถามเหมือนไม่แน่ใจว่าเราคบกันแล้วใช่หรือเปล่า สามารถใช้คำว่าแฟนได้แล้วใช่มั้ย? ต่อเมื่ออิตาโดริตบอกร้อง ‘อื้ม!’ อย่างหนักแน่น ชายหนุ่มผมดำก็ตั้งศอกลงบนโต๊ะ ประสานมือสองข้างเข้าด้วยกัน ถามคำถามถัดไปเสียงขรึมว่า “คิดหรือยังว่าการคบหานี้ไปถึงขั้นไหน?”

อิตาโดริฟังไม่เข้าใจจึงเรียกร้องให้ช่วยอธิบายเพิ่มหน่อย

ผิวแก้มสีขาวซับสีแดงระเรื่อเล็กน้อย ฟุชิงุโระขยับเข้ามาใกล้ก่อนกระซิบริมหู

สิ่งที่ได้ยินค่อนข้างน่าตกใจ อิตาโดริพลอยหน้าแดงตามไปด้วย กระนั้นเขาก็ยังยอมรับตามตรงว่า “ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านหรอก อืม...ส่วนจะไหวไม่ไหว นั่นสินะ...ยังไม่เคยลองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง”

ไม่ว่าจะด้วยความอยากรู้อยากเห็น แรงขับเคลื่อนของวัยหนุ่ม หรืออื่นๆ อิตาโดริที่ในปัจจุบันพูดเต็มปากว่านอกจากผู้หญิงยังชอบผู้ชายด้วยมีความมั่นใจว่าตัวเองน่าจะขึ้นเตียงกับผู้ชายได้ เพียงแต่เขายังต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอีกหน่อย

                ส่วนเรื่องที่จะโดนฟุชิงุโระ เมงุมิโหมดแฟนหนุ่มใจแคบกดลงกับเตียงและสำเหนียกว่าอีกฝ่ายไม่ได้บอบบางแรงน้อยอย่างภาพลักษณ์นั้น...

“สุดท้ายนายก็ชอบให้ฉันแต่งหญิงสินะ ชอบนักใช่มั้ย ผมยาวกับกระโปรงน่ะ หา?”

“ไม่ครับ คุณฟุชิงุโระ นั่นน่ะ เพราะตกใจที่เห็นแฟนหนุ่มผู้หล่อเหลาแสดงบทผู้หญิงในงานมหาลัยเท่านั้นเอง ที่หน้าแดงเป็นเพราะตกใจไงครับ...เดี๋ยวสิ เฮ้ยๆ คุณฟุชิงุโระคร้าบบบบ กรุณาอย่าทำหน้าตาน่ากลัวถลกกระโปรงสิ ใจเย็นๆ แล้วมา...!”

“จะถอดเองดีๆ หรือต้องให้ฉันช่วย?”

นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลานี้อีกระยะหนึ่ง

 

 

 

Talk

เม นายจะหึงตัวเองไม่ได้ดิเม 

จะร่างปกติหรือร่างนุ่งกระโปรงก็ตัวเองทั้งคู่นะเว้ย ( ̄▽ ̄)

 

No comments:

Post a Comment