Fanfic Daiya no A
กำแพงเลขแปด
[Afterwards : 02]
Pairing : Miyuki Kazuya x Sawamura Eijun
Rating :
NSFW
ตั้งแต่มีหนูน้อยผู้น่ารักมาอาศัยร่วมชายคา เอย์จุนมีความสุขมาก
เด็กที่ว่าง่าย ไม่งอแง
และไร้เดียงสา...เป็นสิ่งมีชีวิตแสนมหัศจรรย์ที่ทำให้คนอยู่ใกล้รู้สึกมีความสุข
ชายหนุ่มวัยเลขสามเข้าใจหัวอกคนบ้าลูกขึ้นมาในตอนนี้ หากตนมีลูกสาวน่าเอ็นดูอย่างเด็กตรงหน้า
คงจะพยายามทุกวิถีทางสอยดาวสอยเดือนมาให้อีกฝ่าย
ไม่ว่าเธอร้องขออะไรก็จะหามาประเคนให้ทุกสิ่ง
ชายหนุ่มถึงขั้นเคยคิดเล่นๆ ว่าอยากรับเด็กมาอุปการะ
แต่โครงการดังกล่าวเห็นจะทำจริงไม่ได้...ตนกับมิยูกิเป็นผู้ชายทั้งคู่ หากรับเด็กมาเลี้ยง เด็กคนนั้นน่าจะมีความสุขได้ยาก
แม้พวกเขาจะเลี้ยงดูปูเสื่อเหมือนลูกในไส้ สังคมก็คงจะกดดันเด็กอยู่ดี
เป็นแบบนั้นไม่รับมาดูแลแต่แรกดีที่สุด
เฮ้อ...
อุตส่าห์ทำใจเรื่องลูกได้แล้วแท้ๆ น้า
เอื้อมมือไปเช็ดมุมปากให้คาโยะด้วยรอยยิ้มอ่อนใจ
มื้อเช้าในวันนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยฝีมือของพ่อครัวประจำบ้านอย่างมิยูกิ คาซึยะ
แค่ข้าวสวยก็อร่อยจนน้ำตาแทบไหล เด็กน้อยผู้อาศัยชั่วคราวจึงมีใบหน้าอิ่มเอิบเป็นพิเศษ
ขอแค่ผ่านมือมิยูกิ
ไม่ว่าอาหารอะไรก็อร่อยทั้งนั้น ขนาดเป็นเมนูที่ไม่เคยทำมาก่อนแล้วทดลองทำเป็นครั้งแรกยังอร่อยกว่าเมนูข้าวผัดที่เอย์จุนทำคล่องที่สุดเลย
มือเช้าวันนี้ผ่านไปอย่างแสนสุข
ตอนแรกคาโยะเหมือนจะเกรงๆ มิยูกิคนพ่อซึ่งมีสีหน้าแข็งกระด้างไร้รอยยิ้มผิดกับลูกชาย
พอได้อาหารอร่อยๆ มาเยียวยาจิตใจ สีหน้าท่าทางค่อยสดใสขึ้น
เธอยังมาโบกมือส่ง ‘คุณปู่’ ไปทำงานกับเอย์จุนด้วยซ้ำ เป็นเด็กที่ปรับตัวเก่งจริงๆ
เอย์จุนอุ้มคาโยะเข้ามาใบบ้านตอนแปดโมงเจ็ดนาที
เขาวางแผนไว้ว่าจะพาเธอออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกหลังมิยูกิออกไปทำงาน
มีสวนสัตว์อยู่ไม่ไกล ขับรถไม่ถึงสามสิบนาทีก็ถึง
ไปยืดเส้นยืดสายข้างนอกยังไงก็ดีกว่าอุดอู้อยู่กับบ้าน เล็งเห็นแล้วว่าก่อนทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชเต็มตัวควรทำตามใจชอบให้เต็มที่ก่อนไม่มีเวลา
ทันทีที่ตัดสินใจได้ ชายหนุ่มคุ้ยเสื้อผ้าที่ทาคาโกะทิ้งไว้ให้
ช่วยเด็กหญิงแต่งตัวใหม่ จากนั้นพากันเดินทางออกจากบ้าน
ด้วยไม่ได้มาเถลไถลสวนสัตว์เสียนาน
นอกจากเด็กจะสนุก
ผู้ใหญ่อย่างเอย์จุนก็สนุกไปกับเขาด้วย...คนอื่นคงเห็นเขาบ้าที่กุมท้องหัวเราะก๊ากตอนเห็นบรรดาสัตว์ตัวเล็กใหญ่ทำท่าน่าเอ็นดู
อย่างไรก็ตาม คนที่มากับเอย์จุนคือหนูน้อยวัยหัดเดิน เด็กหญิงไม่เห็นเขาแปลก
และแสดงกิริยาเลียนแบบเขา เอย์จุนซึ่งอยากปล่อยตัวเต็มที่จึงไม่คิดมากกับคนที่ตนไม่รู้จักและเลือกจะเฮฮากับคาโยะแทน
สืบเนื่องมาจากสวนสัตว์ไม่ได้มีขนาดใหญ่และถ่อกันไปแต่เช้า
ใช้เวลาแค่เที่ยง หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ก็ตะลอนกันทั่ว หลังหาอาหารกลางวันทานเสร็จ
ชายหนุ่มผู้มีพลังงานเหลือเฟือจึงเข้าอินเทอร์เน็ตหาที่เที่ยวใกล้ๆ
สำหรับเวลายามบ่าย พิจารณาจากวัยคาโยะแล้ว สถานที่ที่ถูกเลือกคืออควาเรี่ยม
ผลจากการตะลอนไม่หยุด พอกลับมาถึงบ้านตอนเกือบหนึ่งทุ่ม
เอย์จุนก็แทบคลาน
มิยูกิเยี่ยมหน้าออกมาจากครัว มองคนซึ่งกำลังนอนพังพาบกางแขนขาอยู่บนโซฟาโดยมีเด็กนอนทับ
เรียวคิ้วเข้มๆ ขยับเข้าหากัน
“ซาวามุระซัง ถ้ายังไงไปอาบน้ำก่อนไหมครับ
แล้วนี่ทานข้าวมาหรือยัง”
“ไม่ได้ทำเผื่อเหรอ!”
พออาหารการกินถูกพูดถึง คนตะกละผงกศีรษะทันที
นี่ถ้าไม่มีหนูน้อยนอนทับอยู่บนท้องอาจดีดตัวมายืนกางขาประท้วงแล้วก็ได้
มิยูกิรีบเบรก “เปล่าครับ
ก็คุณไม่ได้บอกว่าจะไม่กินผมเลยทำตามปกตินั่นแหละ”
“...งั้นก็ค่อยยังชั่ว”
โทนเสียงเปลี่ยนกลับในพริบตา กล้ามเนื้อทั่วตัวก็ผ่อนคลายสู่สภาวะปกติ
เอย์จุนกลับไปนอนอืดอีกครั้ง ความเมื่อยล้ารุมเข้าเล่นงาน โดยเฉพาะช่วงไหล่ เขาเล่นให้เด็กขี่คอเป็นชั่วโมง
แม้เด็กเล็กจะมีน้ำหนักไม่มากแต่ก็หลายกิโลฯ อยู่ดี
บางทีพรุ่งนี้อาการอาจจะหนักก็ได้
มิยูกิเดินออกมาจากห้องครัวอีกครั้งเมื่อสัมผัสถึงความเคลื่อนไหวไม่ได้
“ซาวามุระซัง เนื้อยังไม่เปื่อยดี ไปอาบน้ำรอก่อนเถอะครับ”
ไม่ว่าเปล่ายังอุ้มหนูน้อยที่กำลังหลับอุตุออกจากตัว
เอย์จุนทำท่าจะบุ้ยปากเพราะขี้เกียจลุกแต่กลัวใจคนรักวัยละอ่อนจะทำรุ่มร่าม
จากเตรียมทำปากยื่นเลยเปลี่ยนเป็นเม้มปากแทน แม้จะอยู่ในที่รั้วรอบขอบชิดแต่เอย์จุนยังอายกับเรื่องทำนองนี้แถมเด็กยังอยู่แค่เอื้อม
เขายังคงทำใจไม่ได้อยู่นั้นเองถ้ามิยูกิจะมากอดจูบ คนคนนี้แสดงออกสุดโต่งมาก
โฉมหน้าเวลาอยู่กับเอย์จุนแตกต่างจากตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นประดุจฟ้ากับเหว
คงอ่านความคิดเอย์จุนออก
มิยูกิเพียงแต่ยิ้ม...ยิ้มแบบที่ทำให้คนมองหน้าแดงหูแดง
“หรือที่ไม่ยอมขยับตัวเป็นเพราะอยากให้อุ้มครับ?”
“ฉัน เดิน เอง ได้!”
ก่อนเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์บังเกิด
เอย์จุนตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการรวบตัวคาโยะมาอุ้มเองแล้วเดินตึงตังขึ้นชั้นบนด้วยใบหน้าแดงก่ำ
อิซาชิกิ จุนติดต่อมาหลังฝากลูกเอาไว้กับรุ่นน้องในเช้าวันที่สี่
เอย์จุนซึ่งกำลังช่วยมิยูกิล้างมุ้งลวดปรี่มารับโทรศัพท์ ได้ความว่ารุ่นพี่คงกลับญี่ปุ่นภายในอาทิตย์นี้ไม่ทัน
ต้องรบกวนฝากแก้วตาดวงใจต่ออีกสักระยะ ตัวเอย์จุนนั้นไม่มีปัญหา
ช่วงที่อยู่กับคาโยะก็สนิทสนมกันดี จะห่วงก็แต่เด็กน้อยที่ห่างพ่อแม่ไปนานนั่นแหละ
ขนาดคุยออนไลน์ให้ลูกเห็นหน้าแม่หนูยังร้องจ้าเพราะคิดถึงพ่อแม่มาแล้วหลายรอบ
อ้อ ไม่สิ...เขาเองก็เริ่มมีปัญหาเหมือนกัน
แต่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากตัวเอง
มิยูกิไม่เห็นด้วยกับการรับฝากคาโยะแต่แรก
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเอย์จุนก็เอาแต่สนเด็กจนคนรักเริ่มพูดเป็นจริงเป็นจัง
‘กลับมาจากทำงานผมก็อยากสวีทกับคุณให้หายเหนื่อยบ้าง
แต่คุณเอาแต่ห่วงเด็ก’
ตอนแรกตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่าหลังจบภารกิจนี้เมื่อไหร่จะตามใจมิยูกิทุกอย่าง
แต่ระยะเวลารับฝากที่นานเกินกว่าคุยกันตอนแรกเริ่มทำให้หน้าหล่อๆ
หมองลง...ถ้ายังคงหมองอย่างนี้ก็พอรับมือได้ แต่ถ้าการแสดงอารมณ์หายไปเมื่อไหร่ ความซวยจะมาเยือนทันที
เอย์จุนใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่ตลอดว่าคนรักจะลุกมาปฏิวัติเมื่อไหร่
ตลอดมาเอย์จุนทุ่มความรักทั้งหมดให้มิยูกิ
เรียกว่าหลงหัวปักหัวปำยังได้ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ (ทำเหมือน)
ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่ามิยูกิ ถ้ามิยูกิจะรู้สึกไม่ชินจนกลายเป็นขุ่นๆ
เอย์จุนก็ยอมรับผิดโดยดุษณี
อย่างไรก็ตาม
คนในบ้านนี้ที่สนิทกับคาโยะที่สุดคือเขา อยากตามใจมิยูกิยังไงก็คงทิ้งแม่หนูไม่ได้
ชายหนุ่มได้แต่พยายามบอกคนรักให้รับฟังเหตุผลซึ่งเป็นการกระทำอันแสนจะไร้ความหมายเมื่อมิยูกิเข้าใจเหตุผลมาแต่แรก
เพียงแต่ไม่สนใจทำตาม
“ไม่ได้กลับวันนี้หรอกเหรอครับ...”
เสียงจากด้านหลังฟังเย็นเยือก
ตอนวางหูโทรศัพท์เอย์จุนถึงกับไม่กล้าหันกลับไปมองหน้าคนรัก
ยอมเป็นคนขี้ขลาดดีกว่าต้องไปเผชิญจินตนาการที่กลายเป็นจริง มิยูกิไม่ใช่คนรักเด็กอยู่แล้ว
ดูท่าจะเกลี้ยกล่อมว่าให้อ่อนโยนกับเด็กเพราะทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กไม่ได้
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายมองเด็กน้อยด้วยสายตาเหมือนมองภาระเลย
หรือเขาต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบาจริงๆ?
ถ้าทำแบบนั้นบางทีไอ้ที่เครียดๆ
อยู่อาจจะบรรเทาเบาบางลงก็ได้...
ความคิดอันตรายแวบเข้าหัวเมื่อวันนี้มิยูกิไม่ต้องเข้าออฟฟิศ
เอย์จุนไม่ใช่คนตายด้าน แม้นความรักเกิดจากใจหาใช่ความใคร่
แต่เขาก็ยังเป็นปุถุชนที่ทิ้งขว้างเรื่องทำนองนี้ไม่ได้ เวลามิยูกิเรียกร้อง
ถ้าไม่สุดโต่งเกินไปเขาก็คล้อยตามตลอดนั่นแหละ แค่ว่ากระดากเวลาทำเรื่องอย่างว่านอกห้องนอนหรือตอนกลางวันแสกๆ
บวกกับมิยูกิค่อนข้างกระตือรือร้น อัตราส่วนการปฏิเสธเมื่อเทียบกับตอนตอบรับเลยดูค่อนข้างสูง...ถึงปฏิเสธไปบางทีสุดท้ายจะสูญเปล่าก็เถอะ
“ต่อให้คุณมาเอาใจตอนนี้ผมก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ”
เสียงดักคอดังขึ้น เอย์จุนพูดไม่ออกว่าไม่ได้กะเข้าไปซบขอความเห็นใจแต่กะทำมากกว่านั้นต่างหาก...ดูเหมือนมิยูกิจะไม่คิดถึงขั้นนั้น
มาตอนนี้ต่อให้อยากรุกก็รุกไม่ออกแล้ว
งั้นต้องทำยังไงให้มิยูกิอารมณ์ดีดีล่ะ...
“เอ่อ งานบ้านวันนี้นายไม่ต้องทำก็ได้
เดี๋ยวฉัน...”
“ถ้าอยากเสนอตัว ช่วยเก็บกวาดให้สะอาดกว่านี้ก่อนเถอะครับ”
แผนล่ม
อดีตนักกีฬามืออาชีพตัวแข็งทื่อชั่วอึดใจ
กว่าจะกลับมาปั่นสมองน้อยๆ หาทางเลือกเข้าท่าๆ ได้อีกครั้งก็ผ่านไปแล้วหลายวิ
สีหน้าท่าทางเหล่านั้นย่อมไม่รอดพ้นสายตาคนอ่อนวัยกว่า มิยูกิถอนใจเฮือกใหญ่
อารมณ์ขุ่นมัวค่อยเบาลงเมื่อตระหนักได้ว่าคนรักพยายามหาทางเอาใจ
เอย์จุนเป็นคนแบบนี้มิยูกิเลยอยากทำดีกับอีกฝ่ายให้มากๆ
“เอาเถอะครับ
อย่างน้อยคุณก็จะรักษาสัญญาที่ว่าจะทำตามที่ผมขอหนึ่งเรื่องใช่ไหม
เพราะงั้นไม่เป็นไร ยังไงก็ทนอีกไม่กี่วัน”
มิยูกิสาบานได้ว่าไม่ได้คิดประชดหรืออยากทำให้คนรักรู้สึกผิด
ทั้งอย่างนั้นคำพูดไม่กี่คำของเขากลับทำให้เอย์จุนหน้าเปลี่ยนสีอย่างฉับพลัน
รีบเข้ามาจับมือ สีหน้ากระวนกระวาย
“อย่าทำเสียงแบบนั้นสิ รู้สึกไม่ดีเลย
คือ...จะว่าไงดี อ๊า! สับสนชะมัด!
ฉันปล่อยคาโยะจังไม่ได้ก็จริงแต่ฉันรักนายที่สุดนะ!”
เรื่องที่ออกจากปากไม่เป็นเหตุเป็นผลและไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย
เอย์จุนดูลนลาน
แม้สีหน้าลนลานจะเป็นอีกสีหน้าที่มิยูกิชอบเห็น
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากให้เอย์จุนเครียดจริงจังโดยมีตัวเองเป็นสาเหตุ
จริงอยู่ว่ามิยูกิไม่อยากทนเห็นเด็กมาแย่งความสนใจของคนรักจากตัวเอง กระนั้นเขาก็รักเอย์จุนมาก
เทียบกันแล้วทนอัดอั้นอีกนิดยังดีกว่าเห็นเอย์จุนเป็นทุกข์
อย่างไรเสียตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน ไม่ได้แยกจากกันเสียหน่อย
ทว่าชายหนุ่มที่กำลังคิดมากไม่ทันสังเกตเห็นแววตายินยอมผ่อนปรนผสมรักใคร่
เอย์จุนรู้สึกผิดที่ละเลยมิยูกิ พอได้รับคำตอบว่าจะอดทนรอเลยพาลรู้สึกแย่
เขาอยากให้ทุกฝ่ายพอใจ
มิยูกิเป็นคนสำคัญ เอ็นดูคาโยะยังไงก็ไม่อยากให้มิยูกิรู้สึกว่าเห็นคนนอกครอบครัวสำคัญกว่าคนในครอบครัว
สิ่งนี้สร้างความลำบากใจให้เอย์จุน...เด็กต้องการการดูแลมากกว่าผู้ใหญ่
แถมเธอยังเป็นลูกคนอื่น ไม่อยากดูแลไม่ดีเพราะมัวแต่ห่วงความรู้สึกแฟน แบบนั้นมันงี่เง่ามาก
โดยเฉพาะเมื่อแฟนคนดังกล่าวโตพอจะหาเงินเลี้ยงคนอื่นได้
อ้อมแขนรัดเอวคนสูงกว่า บรรยากาศกำลังกลายเป็นสีชมพู
ต่อเมื่อมือเล็กถกชายกางเกงคุณอาใจดี หมอกควันสีหวานก็หายวับ
“จ๋า คาโยะจัง~”
ชายหนุ่มย่อตัวลงยิ้มหวานให้หนูน้อย
เธอมองเขาด้วยดวงตาดำขลับคู่โต พวงแก้มแดงเรื่อ ในมือชูกระดาษหนังสือพิมพ์ ปากร้องว่า
“เช็ดเสร็จแล้ว!”
เพราะเด็กหญิงสนอกสนใจงานที่พวกเขาทำเอย์จุนเลยฉีดน้ำยาไว้ที่กระจกบริเวณต่ำๆ
แล้วให้เธอเช็ด
ถ้าทำเสร็จแล้วก็จัดการง่ายล่ะ
“เก่งมากๆ ดีล่ะ งั้นไปกินเค้กเป็นรางวัลเถอะ!”
ด้วยเหตุนี้ผู้ใหญ่สองคนจึงขะมักเขม้นช่วยกันทำงานบ้านโดยไม่ต้องกังวลว่าเด็กเล็กคนเดียวในบ้านจะเผลอไปหยิบจับอะไร
ก่อนนี้คาโยะทำท่าจะหยิบแวกซ์ เอย์จุนนี่ตะครุบตัวแทบไม่ทัน...เกิดเอามือไปป้ายแล้วเอาเข้าปากขึ้นมาจะทำไงล่ะนั่น
คู่รักขยันแข็งช่วยกันจัดการนู่นนี่
กว่าจะเสร็จก็ปาไปค่อนเที่ยง เพราะท้องหิว รอทำกับข้าวไม่ทัน
เอย์จุนทำท่าจะต้มบะหมี่ถ้วย ปรากฏว่ามิยูกิตีมือดังเพียะ
“กินตั้งสามปาก ทำอะไรง่ายๆ
ยังดีกว่ากินบะหมี่ถ้วยนะครับ”
เอย์จุนอาจเป็นคนเอาสะดวกมากกว่าสุขภาพ
กินแต่อาหารกึ่งสำเร็จรูปไม่ก็อาหารสำเร็จรูปเป็นว่าเล่น ทว่ามิยูกิเป็นห่วงสุขภาพ
ถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์สุดทนจะทำอาหารอยู่ตลอด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้
จะให้เด็กเล็กกินบะหมี่ถ้วยได้ไง แม้ไม่รักเด็ก แต่มิยูกิไม่ใช่คนไร้หัวใจสักหน่อย
ดังนั้น มื้อกลางวันจึงเป็นข้าวผัดธรรมดาที่มิยูกิใช้เวลาเตรียมเครื่องเคราและทำไม่ถึงสิบนาที
แน่นอนว่ารสชาติและสารอาหารดีกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดเทียบไม่ติด
ขนาดคาโยะเพิ่งกินเค้กไปเมื่อตอนสายยังกินข้าวเกลี้ยงจาน
ที่เขาว่าเสน่ห์ปลายจวักมัดใจผู้ชายได้ก็คงอย่างนี้
แค่รสมืออย่างเดียวเอย์จุนก็ขี้คร้านไปไหนไม่รอด
หลังล้างจานเรียบร้อยแล้วเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น
เอย์จุนพบว่ามิยูกิเริ่มตั้งอุปกรณ์วาดเขียนและหนังสืออ้างอิง
ส่วนคาโยะกำลังสัปหงกอยู่บนโซฟา เห็นดังนั้นจึงช้อนตัวหนูน้อย
อุ้มขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นบน จากนั้นจัดท่าให้นอนสบายๆ
เป็นธรรมดาของเด็กที่จะนอนเยอะ เพิ่งกินอิ่มๆ อย่างนี้จะง่วงก็ไม่แปลก
เอย์จุนมองใบหน้ายามหลับอันไร้เดียงสาด้วยความเอ็นดู
หลังจัดแจงปรับแอร์และห่มผ้าก็เดินทอดหุ่ยลงมาชั้นล่าง มิยูกิกำลังคุยโทรศัพท์
พร้อมกันนั้นก็เปิดสมุดเช็คอะไรบางอย่างไปด้วย รอจนวางสาย เอย์จุนเลิกคิ้วถามคนรัก
“มีอะไรหรือเปล่า ต้องออกไปไหนเหรอ”
“เปล่าหรอกครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ สีหน้ามิยูกิยังคงนิ่มนวล
แต่มีร่องรอยความไม่พอใจอยู่จางๆ “แค่เคสของคนอื่นมีปัญหาเลยอยากให้ผมช่วยน่ะครับ”
“ช่วย?”
ถ้าแค่ช่วยก็ไม่น่าทำหน้าแบบนี้สิ
“จริงๆ แล้วหัวหน้าโยกมาให้ผมรับผิดชอบน่ะครับ”
มิยูกิสารภาพเมื่อเห็นเอย์จุนเอียงคอ จากนั้นเสริมต่อราวอยากระบายว่า
“งานชิ้นปัจจุบันอุตส่าห์เสร็จแล้ว ดันมีงานใหม่มาอีก คุณอุตส่าห์อยู่ติดบ้านทั้งที
ตั้งใจว่าจะพักสบายๆ แท้ๆ เชียว”
เอย์จุนผุดยิ้มอ่อนใจเมื่อคนรักเริ่มเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์
เขาก้าวไปยืนข้างเก้าอี้จากนั้นดันศีรษะอีกฝ่ายมากอด คลอเคลียผมนุ่มนิ่มไปมา
อดนึกถึงเด็กชายตัวน้อยในอดีตไม่ได้ คนเราเป็นยังไงก็เป็นยังงั้นจริงๆ
แค่วุฒิภาวะเพิ่มขึ้นหน่อยไม่ได้หมายความว่านิสัยที่หยั่งรากลึกจะเปลี่ยนไป
ชายหนุ่มปลอบอีกฝ่าย “ไม่เป็นไรน่า
มองโลกแง่ดีเข้าไว้สิ งานไม่ได้ด่วนใช่ม้า
ในเมื่อไม่ต้องเร่งส่งก็อย่ากดดันตัวเองนักเลย ฉันก็อยู่ข้างๆ นายนี่ไง”
“ซาวามุระซังไม่เข้าใจหรอก” แม้ทำกระเง้ากระงอด
หากใบหน้าหล่อเหลากลับซุกเข้าหาไออุ่นของคนอีกคน มิยูกิกอดเอวเอย์จุนหลวมๆ “โอกาสว่างพร้อมกันยาวๆ
มีไม่บ่อยนะครับ อันที่จริงเราควรได้ไปเที่ยวไกลๆ กันด้วยซ้ำ
จะไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็ได้ ผมอยากเซอร์ไพรส์คุณแท้ๆ”
“หา! “ คนฟังร้องลั่น
ผงะออกมามองคนใส่แว่นด้วยสีหน้าตื่นๆ “อย่าบอกนะว่านายซื้อทัวร์...!”
“ยังครับ”
“อ๊ะ งั้นก็ค่อยยั่งชั่ว ไม่งั้นเสียดายเงินตาย”
“...ประเด็นที่ควรสนคือเรื่องนั้นเหรอครับ
คุณนี่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย”
มองคนที่กำลังลูบอกแล้วเป่าปาก
มิยูกิอดคิดไม่ได้ว่าคนคนนี้ไม่มีเซลล์ความโรแมนติกอยู่ในตัวเลยใช่ไหม
ได้ยินเขาสารภาพความในใจอย่างนั้นควรซึ้งไม่ใช่หรือ
ต่อให้เรื่องเงินสำคัญยังไงก็น่าจะให้ความสนใจเรื่องได้ใช้เวลาวันหยุดพักผ่อนด้วยกันมากกว่าสิ
หรือควรบอกว่าซื่อบื้อดี?
“เวลาน่ะ เดี๋ยวก็หาได้น่า อย่าห่วงเลย
อีกอย่างไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนบรรยากาศก็ได้ ฉันน่ะ แค่ได้อยู่กับมิยูกิก็มีความสุขแล้ว”
เอย์จุนยิ้มยิงฟันพลางดึงแก้มคนในอ้อมแขน หมายจะให้ยิ้มออกมาหน่อย
“ฉันดีใจนะที่นายคิดถึงฉันขนาดนี้ ร่าเริงไว้เถอะ”
“...เฮ้อ”
เทียบกับเอย์จุนที่มักน้อยเหลือหลาย
มิยูกิมีความทะเยอทะยานกว่ามาก เขาอิงศีรษะเข้ากับอกคนรัก ทำใจกับวิมานที่หายวับไปจากอากาศ
จนกระทั่งใจเย็นลงแล้วถึงค่อยรู้ว่าสัมผัสที่โอบรอบตนเหมือนจะต่างจากตอนที่กอดแน่นๆ
เมื่อกี้นิดหน่อย
ใบหน้าหล่อเหลาผละออกมา ครั้นเงยมอง
มิยูกิเห็นเอย์จุนดูอ้ำอึ้ง พอจ้องนานเข้า ริมฝีปากอิ่มเต็มก็เม้มเข้าหากัน
ทำหน้าเหมือนกำลังชั่งใจเรื่องใหญ่หลวง
“คือ...มิยูกิ...”
“อะไรเหรอครับ?”
“ยะ อยากทำรึเปล่า...”
“...”
“...”
“...”
“อย่าเงียบเซ่!”
“คือ...ขอโทษครับ” มิยูกิยกมือซ้ายซ่อนแก้มแดงๆ
หลังนั่งเป็นเบื้อเป็นใบ้ไปหลายวินาที
เอย์จุนมองค้อนเขาทีหนึ่งแต่ไม่กล้าพูดอะไรต่อ บรรยากาศเริ่มแปลกประหลาด
เห็นดังนั้นมิยูกิจึงกระแอมให้คอโล่งหนึ่งที
มือข้างขวากดร่างคนรักเข้าหาตัวเมื่อพบว่าความเขินอายทำให้อีกฝ่ายอยากมุดหนีไปทางอื่น
“ตกใจจัง อยู่ๆ คุณพูดอย่างนี้...”
“งั้นถือว่าฉันไม่ได้พูดแล้วกัน”
ไม่นึกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของคนฟังจะเป็นเช่นนี้ เอย์จุนคิดในใจว่าไม่น่าพูดเล้ย
ไม่ทันนึกว่าบางทีมิยูกิอาจไม่นึกอยาก ถ้าเสนอเองแล้วอีกฝ่ายไม่สนอง
จะว่ารู้สึกแย่มันก็ไม่ใช่ แต่ขายขี้หน้ามากกว่า
เป็นแบบนี้เลยทำตัวไม่ถูกเพราะเอย์จุนไม่ค่อยเป็นฝ่าย ‘รุก’
ก็เห็นช่วงนี้มิยูกิอารมณ์ไม่ค่อยดี...
ตั้งแต่เรื่องคาโยะจังแล้ว
“เดี๋ยวสิครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”
คราวนี้มิยูกิกอดเอวคอดดังหมับด้วยสองแขน รีบร้อนอธิบายทันที “ผมแค่ตกใจเอง
ก็คุณบอกว่าไม่อยากทำเพราะมีเด็กอยู่นี่นา
ขนาดผมเกลี้ยกล่อมตั้งหลายครั้งหนยังไม่ยอม คราวนี้กลับมารุกใส่
ไม่ตกใจก็แปลกแล้วล่ะครับ”
“...ฉันแค่อยากตามใจนายบ้าง”
ฝ่ามือหยาบลูบแก้มเนียนลื่นอย่างรักใคร่ น้ำเสียงนั้นฟังจนใจปนขลาดเขิน
“ฉันเป็นผู้ชายเหมือนนายไม่ใช่ไม่เข้าใจความรู้สึก แต่เรื่องคาโยะจังสำคัญนี่นา
เข้าใจหรือเปล่า เรื่องส่วนตัวต้องเอาไว้ทีหลังน่ะ”
“ถ้ายังงั้น...”
ถึงจะพอเดาได้ว่าคนรักอายุมากกว่าไม่แคล้วใจอ่อนตามระเบียบ
หากคนเจ้าเล่ห์ยังแกล้งพาซื่อเพราะอยากได้ยินเอย์จุนพูดออกมาชัดๆ
ไหล่แข็งแรงลู่ลง “ก็แบบ...นายดูไม่ร่าเริงอะ”
“งั้นช่วยเอาใจผมหน่อยได้หรือเปล่าครับ”
ดวงตาหลังเลนส์แว่นวาววับ
เอย์จุนดักคออย่างฉับไว “บอกไว้ก่อนว่าเรื่องถ่ายวิดีโอน่ะไม่เอา”
“...”
เคยมีครั้งหนึ่ง ช่วงไปเก็บตัวซ้อมต่างจังหวัด
เนื่องด้วยจะไม่ได้กลับบ้านเกือบเดือน ก่อนมีอะไรกัน มิยูกิบอกว่าอยากถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นตัวแทน
สีหน้าตอนพูดดูเอาจริงเอาจังน่าดู เล่นเอาเอย์จุนถึงกับสะดุ้งเฮือก
เขาเคยดู AV อยู่หรอก
แต่เพราะมีคนรักเป็นตัวเป็นตนเลยไม่สนใจของพรรค์นั้น เรียกได้ว่าไม่เคยเปิดดูเอง
มีแต่พลอยได้ดูตอนคนอื่นเปิด บอกตามตรงตอนที่เห็นเขานึกอายแทนเหล่านักแสดงพลางคิดว่าตนเองไม่มีทางทำอะไรอย่างนั้นได้แน่
อย่าว่าแต่ถ่ายให้คนอื่นดูเลย
ขนาดดูเองยังไม่กล้า
ฉะนั้นจะให้มาอัดวิดีโอตอนถูกมิยูกิกระทำเนี่ย...มันทำใจไม่ได้อะ ไม่นึกอยากเห็นสภาพตัวเองด้วย
มันต้องน่าอายแน่ๆ ไม่ว่ามิยูกิจะพร่ำชมเขาไม่ขาดปาก เอย์จุนก็ไม่คิดอยากเห็นตัวเองตอนที่ถูกชมว่าน่ารักอยู่ดี
จะว่าไปแล้วมิยูกิก็ไม่ได้มีรสนิยมประหลาด...อย่างใช้อุปกรณ์
อะไรทำนองนั้น นับว่าโชคดีมาก แม้ภาพลักษณ์เจ้าตัวจะดูสุภาพเรียบร้อย
แต่มิยูกิกระตือรือร้นกับเรื่องอย่างว่า มันอดคิดไม่ได้ว่าจะอยากลองอะไรแปลกๆ
พอลองถามด้วยความสงสัยแล้วได้ยินคำตอบ
เอย์จุนถึงกับทำหน้าไม่ถูก
‘ใครจะยอมแบ่งที่แบ่งทางกับของพรรค์นั้น
คุณเป็นของผมนะครับ ผมแตะต้องได้คนเดียว ทำให้คุณมีความสุขได้คนเดียว
ของพวกนั้นน่ะ บอกตรงๆ...ว่าเกลียดครับ เกลียดมาก ถ้าคุณคิดจะใช้ล่ะก็...จะเล่นงานให้ไม่มีหน้าออกไปเจอใครให้ดู’
น่าโล่งใจแต่ก็แอบหนาวแปลกๆ ยิ่งตอนพูดเจ้าตัวควานนิ้วเข้ามาในร่างกาย
เอย์จุนยิ่งเชื่อน้ำคำดังกล่าว
“ถ้าไม่ยกมาพูดผมไม่ทันนึกถึงเลยนะเนี่ย...แต่ไม่ได้จริงๆ
เหรอครับ บางทีผมก็อยากถ่ายเก็บไว้ดู...”
“ไม่เอา!” เอย์จุนร้องเหย็ง
เพราะสีหน้าและน้ำเสียงหนักแน่นเหลือประมาณ
มิยูกิซึ่งดูตาม้าตาเรือจึงถอยให้เพื่อรักษาความสงบสุข “ครับๆ ไม่ถ่ายครับ
ไม่ต้องระแวงแล้ว...”
...เดี๋ยวเขาหาโอกาสเหมาะๆ กล่อมทีหลังก็ได้
หรือถ้าไม่ได้เล่นตุกติกนิดหน่อยก็คงโกรธไม่นานหรอก
คนใส่แว่นลอบคิดเรื่องชั่วร้ายโดยที่คนรักไม่ทันรู้ตัว
และเพราะไม่รู้ร่างกายแข็งเกร็งจึงผ่อนคลายลงเป็นปกติ ยอมให้กอดโดยง่าย
มิยูกิพิงหัวเตียงรอเอย์จุนซึ่งกำลังจัดการตัวเองอยู่ในห้องน้ำ
เขาเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างเกียจคร้าน กำลังตะไบเล็บให้สั้นมน จะได้ไม่ทำให้คนรักเจ็บตัวโดยใช่เหตุ
เนื่องด้วยเป็นเวลาบ่ายคล้อย
จะให้รังแกได้ถึงไหนถึงกันเหมือนตอนกลางคืนก็ไม่ได้
อีกไม่นานคาโยะจะตื่นและพ่อของตนก็จะกลับบ้าน เวลาที่ปลอดภัยรัดกุมคือสองชั่วโมง พอคิดว่าคนรักจะคล้อยตามเป็นพิเศษและคงอนุญาตให้ทำตามใจชอบ
มิยูกิอดคิดไม่ได้ว่าเวลาสองชั่วโมงเหมือนจะสั้นเกินไป
หักลบเวลาเคลียร์ร่างกายหลังจบเรื่อง เวลายิ่งเหลือน้อยเข้าไปใหญ่
“นายจะอาบน้ำไหม”
ซาวามุระ
เอย์จุนปรากฏตัวจากหลังประตูห้องน้ำหลังจากนั้นไม่นาน
ผิวละเอียดสีออกแทนชุ่มชื้นขึ้นอย่างคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ
พออยู่ในสภาพมีผ้าเช็ดตัวปิดกายผืนเดียว
แรงกระตุ้นให้อยากเข้าไปตะปบผ้าผืนนั้นพุ่งสูงอย่างน่ากลัว
มิยูกิตัดสินใจรีบเข้าไปอาบน้ำเมื่อสำเหนียกได้ว่าถ้ารั้งรอ
ความตั้งใจอดเปรี้ยวไว้กินหวานคงพังครืน
“บอกไว้ก่อนว่าอย่าพยายามกลั้นเสียงเชียวนะครับ
เด็กคนนั้นไม่ตื่นหรอก”
พอออกมาปุ๊บ คนอ่อนวัยกว่าว่าข้อตกลงขณะยืนกางขาเสมอไหล่อยู่ริมเตียง
เอย์จุนซึ่งนอนกอดหมอนทำหน้าเหมือนแผ่นดินถล่มลงมาต่อหน้า
“ได้ไง! ไม่ได้หรอก!”
“เชื่อผมเถอะว่าคุณแค่หวาดระแวงจนวิตกจริต
เธออยู่ห้องอื่นนะครับ อีกอย่างคงหลับสนิท ไม่ตื่นง่ายๆ หรอก
แถมยังมีเสียงแอร์ช่วยกลบด้วย”
“จิตสำนึกฉันมันค้านคัดค้านหัวชนฝาเลยอ้ะ!”
“ไหนว่าอยากตามใจผมไงครับ”
“...อุ!”
สมองมิยูกิทำงานเร็วมาก
สามารถสวนกลับได้อย่างรวดเร็วในเรื่องที่ทำให้เถียงไม่ออก เอย์จุนกลืนน้ำลาย
ความลำบากใจฉายชัดบนใบหน้าชวนมอง เขาพยายามต่อรอง แต่เสียงอ้อมแอ้มนั้นฟังก็รู้ว่าต่อไม่ขึ้น...แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง
“ฉันอยากตามใจนายก็จริง
แต่เอาเป็นอย่างอื่นได้ไหมอะ...”
ความคิดบางอย่างวิ่งเข้าหามิยูกิ
หนุ่มแว่นนิ่งไปนิดหนึ่ง ประกายบางอย่างไหววูบผ่านดวงตา
ทว่ามันรวดเร็วมากจนเอย์จุนไม่ทันสังเกต
“ช่างเถอะครับ ได้กอดคุณผมก็พอใจแล้วล่ะ”
เอย์จุนทันหลุดเสียงร้องสั้นๆ
เมื่อร่างสูงกว่าปีนขึ้นเตียงแล้วดันร่างตัวเองลงนอนราบ ดวงตาสีอำพันเบิกโต
รอยยิ้มที่ค้างอยู่แข็งทื่อ นึกว่าจะต้องปะทะคารมกันสักยก มิยูกิดันไม่เรื่องมากซะนี่
“ซาวามุระซัง ปลดผ้าหน่อยครับ”
“หา”
แม้ประหลาดใจที่มิยูกิไม่ลงมืออุกอาจอย่างทุกที
แต่ความตั้งใจอยากตามใจคนรักทำให้เอย์จุนยอมเปลื้องผ้าออกด้วยตัวเอง
สภาพตอนนี้น่าอดสูมากเพราะมิยูกิยังไม่ได้เปลือยล่อนจ้อนแต่ตัวเองไม่เหลืออะไรบดบังร่างกาย...รู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบพิกล
ชายหนุ่มเม้มปาก หน้าแดงก่ำ รู้สึกได้ว่าปลายนิ้วเย็นๆ
ค่อยๆ สัมผัสร่างกายก่อนลูบไล้ไปทั่วอย่างเชื่องช้า
ใบหน้าหล่อเหลาที่ลอยเหนือศีรษะส่งยิ้มอ่อนโยนและขยับเข้ามาใกล้
เขาอ้าปากออกโดยไม่ต้องจำเป็นต้องให้อีกฝ่ายบอก
นิ้วเกี่ยวอุปสรรคขัดขวางอย่างแว่นตาออกไป
ลิ้นร้อนผ่าวตรงกันข้ามกับอุณหภูมิร่างกายแทรกผ่านเข้ามาแล้วเริ่มตวัดรัดพัน
ฝ่ามือที่เคยสัมผัสผะแผ่วเปลี่ยนเป็นตะโบมหนักมือ
ไม่รู้กลืนน้ำลายของอีกฝ่ายไปกี่หน หูได้ยินเสียงปึงปังจากการควานมือหาของ
แต่เพราะหาไม่เจอมิยูกิจึงละใบหน้าขึ้นมาเพื่อใช้ดวงตากวาดมอง
เรือนร่างสวยงามขยับขึ้นเพื่อเอื้อมไปหยิบโลชั่นเฉพาะทาง
มิยูกิกลับไปนั่ง
แหวกขาสองข้างของเอย์จุนออกจากกันแล้วชโลมของเหลวกลิ่นหอมลงบนมือตัวเอง
จากนั้นค่อยเทใส่ร่างกายของคนที่กำลังนอนหน้าแดงคอแดง
จังหวะที่โน้มตัวเข้ามาจุมพิตอีกครั้ง
มิยูกิเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใช่ทั้งการขอร้องและออกคำสั่ง
“อ้าขาให้กว้างอีกหน่อย ยื่นลิ้นออกมาด้วยครับ”
เอย์จุนทำตามราวกับถูกตั้งโปรแกรม
อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นเมื่อปลายลิ้นบดเบียดกันล้ำลึก
อีกทั้งนิ้วเรียวยาวที่ขูดเกลี่ยช่องทางด้านหลังอย่างย่ามใจยังทำให้สั่นไปทั้งตัว
มิยูกิยังคงใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าเอย์จุนไว้
ส่วนอีกข้างที่เปียกแฉะเริ่มรุกล้ำเข้าไปในร่างกายคนรักทีละน้อย
เอย์จุนเพิ่งทำความสะอาดตัวเองไป นิ้วแรกจึงแหวกผ่านได้ไม่ยาก
ดังนั้นไม่ต้องอาศัยเวลามิยูกิก็สอดนิ้วที่สองตามไปติดๆ
ชายหนุ่มยังขยับนิ้วปรับร่างกายเอย์จุนอย่างใจเย็น...บดเบียดลากดึงให้มีอารมณ์ร่วม
ริมฝีปากปลอบประโลมเร่าร้อน
มิยูกิใจเย็นเสมอ
ความใจเย็นดังกล่าวมีต้นตอมาจากความห่วงใยที่ไม่อยากทำให้เอย์จุนเจ็บตัว
แม้ตอนพวกเขามีอะไรกันครั้งแรกจะไม่รู้สึกดีสักนิด
แต่มีเรื่องดีอยู่อย่างคือเอย์จุนไม่ได้แหกปากบ่นว่าเจ็บ
ชายหนุ่มฝังริมฝีปากไล้ต่ำลงมาตามแอ่งชีพจร
เนินอก สะดือ...ฝากรอยรักเป็นทางยาว ก่อนหยุดลง ณ
บริเวณที่แผ่ฟีโรโมนมากที่สุดในร่างกายของเพศผู้
มิยูกิจูบส่วนปลายไล่ลงมาถึงถุงกลมนุ่มนิ่ม ตอนเม้มเบาๆ เสียงครางฮือสั่นพลิ้วของคนอ่อนไหวก็ดังกระทบหู
...เป็นเสียงที่กระตุ้นราคะยิ่งนัก
มืออ่อนนุ่มนวดคลึงลูกบอลขณะที่ลิ้นอวบลากไล้ตามแนวยาว
กระทั่งชื้นแฉะทั่วถึง ริมฝีปากสวยๆ ก็ค่อยๆ
ส่งส่วนสำคัญขนาดสมเจ้าของเข้าไปในโพรงปาก
เขาได้ยินเสียงสูดลมหายใจเฮือก
ร่างสมส่วนกระตุกเกร็ง มือที่สอดเข้ามาขยุ้มผมแน่นจนเริ่มเจ็บ แต่มิยูกิก็คิดว่ามันช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้ดี
ยิ่งหางตาเห็นขาเรียวยาวหนีบศีรษะตนอย่างอึดอัด นิ้วเท้าเล็กๆ งองุ้ม
ริมฝีปากและเรียวลิ้นยิ่งขยับคล่องแคล่ว
ส่วนนั้นบีบรัดสองนิ้วราวจะกลืนกิน
ทำเอาร่างกายช่วงล่างปวดหนึบ อยากชำแรกตัวเองเข้าไปแทนที่เสียเหลือเกิน
ตอนสอดนิ้วที่สามเข้าไปได้
คนโดนรังแกก็ตัวอ่อนยวบยาบ ดวงตาชุ่มฉ่ำด้วยแรงปรารถนาเลื่อนลอยเหมือนจมอยู่ในห้วงฝัน
ถึงกับปลดผ้าบริเวณรอบเอวของมิยูกิด้วยตัวเองและรั้งต้นคอคนอ่อนวัยกว่าเข้าหา
มิยูกิมองสีหน้าที่ไม่มีทางได้เห็นในยามปกติอย่างหลงใหล
เขาถามเสียงอ่อนโยนชิดริมฝีปากสีสด “เริ่มได้เลยไหมครับ”
เสียงครางหวานลอดออกมาจากกลีบปากคนข้างใต้
เพราะนิ้วของมิยูกิยังขยับไม่หยุดจึงก่อเสียงลามกยากบรรยาย เอย์จุนโดนกระตุ้นจนจิตสำนึกลอยหายไป
ชายหนุ่มเหลือบมองอวัยวะสำคัญของคนรัก เอื้อมมือออกไป
แล้วใช้นิ้วชี้ไล้ตามแนวยาวเบาๆ
“เข้ามาสิ”
แม้จะไม่ได้มีเจตนายั่วยวนอันใด
แต่ร่างที่นอนระทดระทวยดูเกียจคร้านผิดกับเวลาปกติที่อยู่ไม่สุขปลุกเร้าสัญชาตญาณเพศผู้อย่างไม่ปราณี
มิยูกิสูดลมหายใจลึกเพื่อคอบคุมอารมณ์ก่อนล่วงล้ำร่างกายอีกฝ่ายทีละนิด ต่อเมื่อเข้าไปได้สุดหยาดเหงื่อก็หยดลงบนหน้าท้องของคนข้างใต้
ตั้งใจจะให้เจ้าของร่างสั่นสะท้านปรับตัวซะหน่อย
กลับกลายเป็นว่าเรียวขากระชับเกาะเกี่ยวช่วงเอวของตนเอาไว้
ฝ่ามือร้อนยื่นผ่าวจับแขน
“ไม่เป็นไร” เสียงหอบเจือปนจนแหบพร่าน้อยๆ
เอย์จุนยิ้มบาง “วันนี้นายทำตามใจชอบเถอะ”
จังหวะหายใจชะงักกึก
ส่วนนั้นขยับขยายจนผู้ถูกกระทำหลุดเสียงกระเส่า
พอรู้ตัวว่าเกือบเสียงดังก็รีบกัดปาก เอย์จุนนึกอยากพูดอะไรสักอย่าง
แต่เพราะสมองกำลังมึนเบลอจึงคิดอะไรไม่ออกแม้แต่อย่างเดียว
จังหวะนั้นคนรักโน้มตัวเข้ามา การขยับกายดังกล่าวส่งผลให้ผนังด้านในถูกทิ่มแทง
ด้วยเคยชินกับการกระทำทำนองนี้ ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดจึงไหลผ่านอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกถึงแต่ความสุขสมที่ทำให้หน้ามืดตาลาย
เล็บตัดสั้นจิกสะบักไหล่ร่างด้านบนแน่น
มิยูกิจูบเปะปะทั่วใบหน้า “พูดจริงหรือครับ?”
สะโพกสอบขยับเข้าออกอย่างใจเย็น
หน่วงจังหวะจนคนโดนรักอึดอัด
“...อา...อื้อ ขยับที”
“อะไรนะครับ?”
“เร็วหน่อย...”
รู้สึกได้ว่าเด็กนิสัยเสียเริ่ม ‘แกล้ง’ นอกจากจะถามในเรื่องที่รู้ดีอยู่แล้วยังจงใจหยุดนิ่งๆ
ในสภาพที่ฝังร่างกายเข้ามาเพียงครึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาผละออกห่าง
มองส่วนที่สอดประสาน จากนั้นพลิกตัวสลับตำแหน่ง
การเคลื่อนไหวปุบปับนอกจากจะสร้างความแตกตื่นยังมอบความเสียวซ่านมาให้ด้วย
เอย์จุนเผลอร้องเสียงดังเมื่อจุดไวสัมผัสถูกบดขยี้ ส่วนนั้นบีบรัดสิ่งแปลกปลอมจนมิยูกิเกือบจะหลั่งออกมา
เขาทุบหน้าท้องคนที่สลับเป็นฝ่ายอยู่ด้านล่าง
กำลังจะต่อว่า
คนตัวใหญ่ก็คว้าเอวเขาไว้แล้วลากตัวให้ขยับเข้าใกล้หัวเตียงในสภาพยังไม่ถอนตัวออกไป
จงใจใช่ไหมเนี่ย...!
“ผมอยากให้คุณทำ แล้วก็...” มิยูกิซึ่งเอนกายพิงหมอนใบใหญ่บริเวณหัวเตียงเอ่ยด้วยใบหน้าที่ยังแดงเรื่อเพราะพิษสวาท
ดวงตาไร้สิ่งบดบังวาววับและคุกรุ่นไปด้วยตัณหาราคะ
นิ้วเรียวยาวเชยคางคนที่พยายามควบคุมการหายใจให้เงยหน้ามองตน รอยยิ้มยั่วเย้าแต้มบนริมฝีปาก
“ปกติคุณไม่เงียบขนาดนี้นี่ครับ อย่าทุ่มสมาธิกลั้นเสียงสิ”
“แต่...”
“กดตัวลงมาให้สุดครับ”
หากไม่ใช่อารมณ์ค้างคา
ตามใจกันยังไงก็ต้องบ่นสักยก เอย์จุนวางมือลงบนหน้าท้องแข็งๆ
อีกข้างยึดเข่าที่ชันขึ้น จากนั้นกดตัวลงอย่างกล้าๆ กลัวๆ ชายหนุ่มหยุดนิ่วหน้ากลางทางหลายครั้งถึงได้รับส่วนนั้นของคนรักเข้ามาได้ทั้งหมด
มิยูกิยันตัวขึ้นอีกเล็กน้อย
สอดนิ้วเข้าไปในปากที่เผยอออกเพื่อช่วยหายใจ ดึงลิ้นอ่อนนุ่มเอาไว้
ลมหายใจหอบถี่รุนแรง
“ซาวามุระซัง”
เขาทำเสียงออดอ้อน...รู้ว่าทำท่าทางแบบนี้อีกฝ่ายจะตามใจเป็นพิเศษ “ผมอยากฟังเสียงคุณครางจัง”
แผ่นอกสะท้อนขึ้นลง
ดวงตาสีอำพันที่มองลงมาถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกหนึ่งชั้น ของเหลวไร้สีไหลเรื่อยออกมาตามแนวนิ้วซึ่งรุกรานเข้ามาในปาก
มิยูกิยังคงหยอกล้อกับลิ้นสีชมพูนั้น มืออีกข้างลูบคลำตามแนวกระดูกเชิงกราน
ก่อนกอบกุมด้านหน้าที่กำลังตื่นตัวเต็มที่
“อย่าคิดถึงคนอื่นได้ไหมครับ
ตอนนี้ควรสนใจผมต่างหาก”
เอย์จุนขยับตัวอยู่บนหน้าขาของคนอ่อนวัยกว่า เขาหายใจด้วยจมูกไม่ทัน
ปากก็โดนยึดจนหายใจลำบาก ทั้งหงุดหงิดทั้งรำคาญก้านนิ้วแข็งๆ
จนอยากกัดจมเขี้ยวให้รู้แล้วรู้รอด มิยูกิหัวไว
เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปมาก็ชักมือออกอย่างรู้งาน
เปลี่ยนไปนวดขยำแก้มก้นที่รอยจูบและกัดจากการร่วมรักครั้งล่าสุดจางหายไปหมดแล้ว
“มิ...ขยับ..”
แม้จังหวะจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
หากเอย์จุนรู้สึกว่าตัวเองทำต่างจากมิยูกิทำ เขาพยายามเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝันสุดความสามารถ
แต่ก็เอื้อมไม่ถึง ช่องว่างกลวงโบ๋ต้องการการเติมเต็ม
อึดอัดจนลนลาน
น้ำตากบตา
มิยูกิช่วยรูดรั้งด้านหน้าให้
ได้พิจารณาสีหน้าของคนรักที่ขับควบอยู่บนร่างกายตัวเองแล้ว
น้ำลายทำท่าจะไหล...ซาวามุระซังที่กำลังพยายามสุดชีวิต
น่าจับข่มขืนอะไรขนาดนี้นะ…
เสียงฉ่ำแฉะเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวดังชัดขับบรรยากาศลามกหยาบโลน
ใบหน้าเอย์จุนร้อนผ่าว เร่งจังหวะเท่าที่แรงอำนวย
เขาควานมือแปะป่ายไปรั้งศีรษะใครอีกคนเข้ามาหา
จูบไล้สันคางแข็งแรงขณะกระซิบเว้าวอน
“มิยูกิ...”
“ครับ?”
ใบหน้าหล่อเหลาฝังลงที่ซอกคอ ดูดเม้มแรงๆ ลมหายใจหนักหน่วงไม่ต่าง แต่ความอดทนล้ำเลิศ
ต่อให้อยากจับคนรักกดลงเตียงแล้วโถมกายเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งให้สมที่ได้รับคำอนุญาตทำตามใจ
ทว่าคนในอ้อมกอดยังไม่ปล่อยตัวเต็มที่ คงทำตามที่ขอไม่ได้
“ทำที...”
“ทำอะไรครับ?”
นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยอกเล่นบริเวณหน้าอกขณะที่ปากและลิ้นยังทำหน้าที่ไม่มีบกพร่อง
เท่านั้นช่องทางด้านหลังก็บีบรัดรุนแรงจนมิยูกิหลุดเสียงอื้ออึงในลำคอ
อวัยวะน่ารักในมือเริ่มหลั่งของเหลวเจือกลิ่นคาว คนขี้แกล้งปล่อยมือในวินาทีนั้น
“มิยูกิ...!”
“ถ้าคุณขอน่ารักๆ ผมทำให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว” มิยูกิไม่ผ่อนปรนให้
เขาเลื่อนนิ้วไปสัมผัสร่องหลืบบริเวณที่เชื่อมประสาน ริมฝีปากพรมจูบบริเวณกระดูกไหปลาร้า
ล่อลวงร่างน่าเอ็นดูเสียงหวานปานน้ำผึ้ง “บอกสิครับ...อยากให้ผมทำอะไร”
“อา...ฮึก...”
สติเริ่มหลุดลอย เอย์จุนถูไถตัวเองกับหน้าท้องแกร่งอย่างสิ้นอาย...อีกนิดเดียว
อีกนิดเดียวแท้ๆ มือสั่นริกยึดบ่าคนรักแน่น
“ใส่เข้ามา... แรงๆ...”
“พูดอีกนิดได้ไหมครับ...?”
เอย์จุนแทบจะถลึงตา
ทว่าพอเห็นรอยยิ้มเย้าแหย่กับสายตาอ่อนโยนคำต่อว่าก็โดนกลืนลงท้อง...ไม่ไหว ยังไงก็สู้ไม่ได้...ชายหนุ่มบอกตัวเองว่ายังไงก็อยากตามใจคนคนนี้
พอรวมเข้ากับร่างกายรุมร้อนของตนจึงหักใจพูดต่ออย่างอับจน
“...อยากถึง”
“เพราะใคร?”
“เพราะมิยูกิ”
ความพึงใจระบายบนใบหน้า
สะโพกงัดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่วนแข็งขึงร้อนผ่าวชำแรกเข้ามาในส่วนที่ลึกที่สุดราวจะแทงทะลุ
ในความเจ็บปวดคล้ายร่างกายถูกฉีกเป็นสองส่วนมีความสุขสมกระแสหนึ่งแล่นขึ้นมาพร้อมๆ
กัน เอย์จุนหลั่งออกมาในตอนนั้น
มิยูกิเองก็เกือบจะพ่ายแพ้ให้กับแรงตอดรัด
เขากดความพลุ่งพล่านนั้นลงไปอย่างยากเย็น เกี่ยวคางคนรักมาจูบตะกรุมตะกราม ระหว่างนั้นก็พลิกกายขึ้นคร่อมทับ
ช้อนบั้นท้ายเต็มมือ ขยับกายอย่างเร่าร้อน
เอย์จุนซึ่งยังมึนงงไม่ทันได้ตั้งสติก็ต้องเปิดรับศึกครั้งใหม่
ชายหนุ่มร้องครวญคราง
ผนังอ่อนนุ่มโดนเล่นงานไม่ยั้ง
ความรู้สึกที่ได้ลิ้มรสต่างจากตอนขับควบอยู่บนตัวมิยูกิด้วยตัวเองโดยสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้
ตำแหน่งพิชเชอร์ทำให้หักโหมร่างกายไม่ได้
มิยูกิจึงไม่ใช้งานร่างกายเอย์จุนเกินขีดจำกัด
อันที่จริงก็เป็นเพราะนิสัยเจ้าตัวด้วยที่ทำให้ปฏิบัติต่อเอย์จุนอย่างนุ่มนวล
แม้ขยันเรียกร้องก็ไม่เคยรังคัดรังแกกันจนหมดสภาพ
ทั้งอย่างนั้นเอย์จุนก็รู้สึกได้ว่าบางคราวมิยูกิอยากทำมากกว่านั้น
ในเมื่อนึกถึงเขามาตลอด
จะไม่ให้นึกเอ็นดูคงไม่ได้
ความร้อนพวยพุ่งเข้ามาในส่วนลึก
มิยูกิพรูลมหายใจยาวอย่างพึงใจ ความดิบเถื่อนบนดวงหน้าเปล่าเปลือยไร้แว่นตาชวนให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ
เอย์จุนลืมหายใจชั่วขณะ ยามกลับมามีสติอีกครั้ง เขาคิดว่ามิยูกิจะเลิกรา
แต่ทันทีที่อวัยวะแปลกปลอมซึ่งสอดเข้ามาเริ่มแข็งตัวอีกคำรบ มือเรียวสวยยกขาข้างหนึ่งของตนขึ้นสูง
ชายหนุ่มก็ตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองคิดอะไรง่ายเกินไป
มิยูกิกอดขาข้างนั้น ฟันแหลมคมขบกัดขาอ่อนและปลีน่องเป็นจริงเป็นจัง
ดวงตาเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า
“โอ๊ยๆๆ! เจ๊บบบบ!”
ขาถูกจับแยกกว้าง สะโพกลอยสูง เอย์จุนจิกหมอน
น้ำตาคลอ พื้นที่สงวนยังโดนรุกรานไม่หยุด ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากตรงนั้น ขณะเดียวกันก็เสียวซ่านและสุขสม
เขาไม่ค่อยถูกรักอย่างรุนแรง ตอนนี้จึงแตกตื่นตกใจ
เวลาเดียวกับที่จุมพิตสลับขบกัด
ริมฝีปากร้ายกาจพร่ำปลอบโยนเสียงพร่า “ผ่อนคลายหน่อยครับ
ซาวามุระซัง...วันนี้...ทนหน่อยนะ”
“อ๊ะ! เบาๆ...!”
อาจเพราะตื่นเต้น
สัญลักษณ์แห่งบุรุษจึงมีสภาพน่าสะพรึงกลัวกว่าเมื่อสักครู่ มิยูกิจ้วงลึกเข้ามา คำปลอบโยนสลับคำรักเริ่มแฝงถ้อยคำลามก
เอย์จุนถูกคำพูดดังกล่าวล้างสมองให้เห็นร่างกายตัวเองถูกกรีดแยก
ช่วงขดลำไส้เปลี่ยนรูปร่างห่อหุ้มส่วนนั้นเอาไว้
ต่อให้ปิดเปลือกตาก็ยังตามรังควาญไม่เลิก
ชายหนุ่มชายดวงตาชุ่มน้ำมองร่างด้านบน
เห็นมิยูกิดวงตาแดงก่ำ ลิ้นสีสดแลบเลียริมฝีปาก
เอย์จุนเผลอกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
จากนั้นเห็นแววตาอีกฝ่ายส่งสัญญาณอันตราย
“คุณนี่มัน...”
“อ๊ะ!”
เสียงอุทานกลายเป็นเสียงครวญครางอย่างลืมอาย แก่นกายขับสารแห่งความสุขออกมาเป็นครั้งที่สอง
หลังจากนั้น...เพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว พิชเชอร์ผู้กล้าหาญร้องขอความเมตตา
แต่ไม่ว่าจะพูดเช่นไรเด็กน้อยผู้น่ารักก็ไม่ยอมฟังเสียง
กว่าจะโดนอุ้มตัวไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำได้ซาวามุระ
เอย์จุนก็ไม่เหลือแรงกระทั่งจะกระดิกนิ้ว มิคาด ตอนควานนิ้วเข้ามาล้วงเอาหลักฐานแห่งความรักออกไปมิยูกิยังอุตส่าห์เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีก
สุดท้ายก็โดนกระทำชำเราในห้องน้ำจน ‘คนสุขภาพดี’
สำเร็จความใคร่ไปอีกรอบ
เอย์จุนเกาะบันไดลงมาชั้นล่างอย่างเชื่องช้าด้วยใบหน้าดำคล้ำ
ตอนนี้ยังขยับตัวไหวแต่พรุ่งนี้คงปวดกล้ามเนื้ออย่างหนักหน่วงเป็นแน่ นึกแล้วก็แอบเคืองมิยูกิ
กลางวันแสกๆ ทำไมใจกล้าหน้าทนขนาดนั้น นี่ในบ้านก็มีเด็กเล็ก
ใจคอไม่สนใจอะไรเลยใช่ไหม
ฐานที่สติหลุดจนร้องเสียเสียงแหบ
เอย์จุนไม่มีหน้าไปตำหนิอีกฝ่ายแต่อดคิดไม่ได้ว่าทำไมมิยูกิตอนปกติกับตอนหื่นถึงได้ต่างกันนัก
สรุปคนคนนี้มีกี่โฉมหน้ากันแน่
“ค่อยๆ เดินนะครับ”
ตัวการเล่นงานคนอื่นจนร่างกายยอบแยบส่งยิ้มนิ่มนวลจากเชิงบันได
สีหน้าอ่อนโยนแสนดีขัดกับคราบสัตว์ร้ายเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนประหนึ่งนรกกับสวรรค์
เคยได้ยินว่าสตรีมีหลายโฉมหน้า แต่บุรุษหลายโฉมหน้าบางทีอาจน่ากลัวกว่า…
ดีนะที่รู้ว่ามิยูกิไม่ใช่คนไม่ดี...อย่างน้อยๆ
ก็กับเขาน่ะ
ชายหนุ่มรู้สึกว่าตีนกาขึ้นสามเส้น
พอดีกับที่เหยียบพื้นชั้นหนึ่ง คาโยะซึ่งตื่นก่อนและรออยู่ข้างล่างวิ่งเข้าหาคุณอาใจดี
แม่หนูไม่ได้มีเจตนาร้าย ดังนั้นจึงตกใจมากเมื่อกอดขาดังหมับแล้วผู้ใหญ่ตัวโตๆ
ก็ร้องลั่น
เอย์จุนหน้าคล้ำจนม่วง ฝืนงับปากเก็บเสียง เขาลูบหัวปลอบหนูน้อยที่ทำตาโตเหมือนอยากร้องไห้
ต่อให้เจ็บร้าวยังไงก็เป็นผู้ใหญ่ แค่นี้ทำไมจะอดทนไม่ได้เล่า
ดวงตาสีอำพันทำเป็นไม่สนใจผู้ใหญ่อีกคนที่แอบหลบมุมยืนไหล่สั่น
เฝ้าโอ๋เด็กหญิงจนเธอกลับคืนสู่สีหน้าปกติ
ฮึ่ย ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายรับนะ...
ครั้งแรกเป็นตัวกำหนดเหรอ ครั้งแรกสินะ
แปลว่าตอนแรกเขาไม่ควรใจอ่อนยอมปล่อยเลยตามเลยใช่ไหม
เห็นคนรักสีหน้าสดชื่นแจ่มใส
ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการปวดไปทั้งตัวอย่างตนแล้วเอย์จุนแสนหมั่นไส้ เขาอายุมากกว่า
ควรมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ไม่ใช่ยอมให้เด็กข่มสิ ทำไมต้องงัดข้อสู้มิยูกิไม่ได้ด้วย
จะมาเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
ไม่ต้องส่งกระจกก็ทราบได้ว่าสารรูปตัวเองไม่ดี
แล้วดูมิยูกิสิ...ดูสิดู
ออร่าดึงดูดคนพวยพุ่งชนิดที่ไปทำงานวันพรุ่งนี้ต้องมีคนทักแน่ว่า ‘ไปทำอะไรมา’ ยังกับเด็กลงปีสองปียังไงยังงั้น ชาติที่แล้วเขาทำบุญมาน้อยเหรอ
หมายความว่าชาตินี้ต้องทำบุญมากเป็นพิเศษหรือเปล่า
ตอนมิยูกิคนพ่อกลับมาถึง
บรรยากาศในบ้านจึงพิลึกกึกกือ
ลูกชายตัวดีหน้าใสกิ๊ง ยิ้มจนปากฉีกถึงหู ส่วนเจ้าของบ้านอันเป็นคนรักของลูกชายท่าทางซึมเซาห่อเหี่ยว
กำลังนั่งปลูกเห็ดหันหน้าเข้าหากำแพงบ้าน ขณะเด็กน้อยที่รับฝากเลี้ยงปรี่เข้ามารับเขาเข้าบ้านด้วยดวงตาใสบริสุทธิ์อย่างคนไม่รู้เรื่องรู้ราว
“จะทำอะไรก็อย่าลืมล่ะว่ามีเด็ก”
เพราะไม่รู้ลูกชายทำอะไรโลดโผนหรือเปล่าจึงออกปากเตือน
มิยูกิยังคงยิ้มอย่างสุภาพ ดวงตาใสกระจ่าง
แต่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น เขาเดินผ่านพ่อไปแล้วส่งแก้วบรรจุน้ำขิงให้คนที่ตนรังแกจนเดินแทบไม่ไหว
ตอนปลายนิ้วของอดีตพิชเชอร์แตะแก้วกระเบื้องยังมิวายเย้า
“ถ้าทำอะไรเองไม่ไหวก็บอกนะครับ จะอาบน้ำ
ป้อนข้าว...”
“ฉันไม่ได้พิการ” เอย์จุนหน้างอ
ทว่าคำพูดที่ได้ยินทำให้หวนนึกถึงความทรงจำเมื่อช่วงบ่ายใบหน้าจึงแดงเรื่อ
ไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิด
เห็นแล้วมิยูกิคันปาก งับริมฝีปากตัวเองให้แนบติดกันไม่สำเร็จ
“เมื่อกี้เยอะพอดู รู้สึกว่าจะท้องบ้างรึยังครับ
นี่ถ้าไม่ใช่จะทำให้คุณท้องไส้ไม่ดีล่ะก็ผมคงไม่เอาออก...”
“อ๊า! หยุดพูดได้แล้ว!”
“งั้นเวลาผมพูดจาแบบนี้ก็อย่าหน้าแดงได้ไหมครับ
เห็นแล้วมันอดไม่ได้น่ะ” ไม่พูดเปล่ายังเอื้อมมาตีแก้มแปะๆ พร้อมส่งยิ้มละลายใจ
การกลั่นแกล้งเขาเป็นความบันเทิงของมิยูกิเรอะ...
รู้มาตั้งนานแล้วว่ามิยูกิชอบเห็นตนอับอาย
แถมยังพูดจาลามกและหวานเลี่ยนได้คล่องปาก...รู้ทั้งรู้ เจอมาจนนับครั้งไม่ถ้วน
กระนั้นก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้ เจ้าเด็กนี่ถึงได้สนุกกับการกลั่นแกล้งไม่เลิก
เอย์จุนเคยพยายามตีหน้าเยือกเย็นแล้ว แต่พอเขานิ่ง มิยูกิยิ่งเพิ่มดีกรีคำพูด
ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว
เคยคิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ ทำไมไม่อายเสียบ้าง ได้รับอิทธิพลแปลกๆ มาจากอะไรหรือเปล่า หากพอนึกย้อนดูเจ้าตัวก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่ม.ต้น คำพูดแค่ไม่น่าฟังขึ้นตามประสบการณ์ที่เพิ่มตามอายุเท่านั้น
เคยคิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ ทำไมไม่อายเสียบ้าง ได้รับอิทธิพลแปลกๆ มาจากอะไรหรือเปล่า หากพอนึกย้อนดูเจ้าตัวก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่ม.ต้น คำพูดแค่ไม่น่าฟังขึ้นตามประสบการณ์ที่เพิ่มตามอายุเท่านั้น
เรื่องที่ว่าคนเราจะไร้ยางอายได้ถึงขั้นไหน
เอย์จุนไม่อยากรู้เลยสักนิด
Talk
ตอนที่ลงพาร์ทแรก เราก็เขียนพาร์ทนี้ไปได้พอสมควรแล้วค่ะ มันมาติดตรงฉากอัศจรรย์นี่แหละ...เสียเวลาก็เพราะฉากนี้นี่แหละ ไม่เคยเขียนมาก่อน พอลองแล้วพบว่ามันยากมาก // ข่วนกำแพง
ตอนแรกตั้งใจจะให้จบพาร์ทนี้แต่ก็ยืดเยื้อจนได้ อันที่จริงเราค่อนข้างชอบหนูน้อยมิยูกิ ไม่งั้นคงไม่ได้เข็นภาคอาฟเตอร์เวิร์ดออกมา ถึงอย่างงั้น ตอนนี้ก็กินพลังงานจริงๆ นะ...