Tuesday, 13 December 2016

[Fanfic Daiya no A ; Misawa] กำแพงเลขแปด Afterwards Part 2

Fanfic Daiya no A
กำแพงเลขแปด
[Afterwards : 02]




Pairing : Miyuki Kazuya x Sawamura Eijun

Rating  : NSFW





ตั้งแต่มีหนูน้อยผู้น่ารักมาอาศัยร่วมชายคา เอย์จุนมีความสุขมาก เด็กที่ว่าง่าย ไม่งอแง และไร้เดียงสา...เป็นสิ่งมีชีวิตแสนมหัศจรรย์ที่ทำให้คนอยู่ใกล้รู้สึกมีความสุข ชายหนุ่มวัยเลขสามเข้าใจหัวอกคนบ้าลูกขึ้นมาในตอนนี้ หากตนมีลูกสาวน่าเอ็นดูอย่างเด็กตรงหน้า คงจะพยายามทุกวิถีทางสอยดาวสอยเดือนมาให้อีกฝ่าย ไม่ว่าเธอร้องขออะไรก็จะหามาประเคนให้ทุกสิ่ง

ชายหนุ่มถึงขั้นเคยคิดเล่นๆ ว่าอยากรับเด็กมาอุปการะ แต่โครงการดังกล่าวเห็นจะทำจริงไม่ได้...ตนกับมิยูกิเป็นผู้ชายทั้งคู่ หากรับเด็กมาเลี้ยง เด็กคนนั้นน่าจะมีความสุขได้ยาก แม้พวกเขาจะเลี้ยงดูปูเสื่อเหมือนลูกในไส้ สังคมก็คงจะกดดันเด็กอยู่ดี

เป็นแบบนั้นไม่รับมาดูแลแต่แรกดีที่สุด

เฮ้อ...

อุตส่าห์ทำใจเรื่องลูกได้แล้วแท้ๆ น้า

เอื้อมมือไปเช็ดมุมปากให้คาโยะด้วยรอยยิ้มอ่อนใจ มื้อเช้าในวันนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยฝีมือของพ่อครัวประจำบ้านอย่างมิยูกิ คาซึยะ แค่ข้าวสวยก็อร่อยจนน้ำตาแทบไหล เด็กน้อยผู้อาศัยชั่วคราวจึงมีใบหน้าอิ่มเอิบเป็นพิเศษ

ขอแค่ผ่านมือมิยูกิ ไม่ว่าอาหารอะไรก็อร่อยทั้งนั้น ขนาดเป็นเมนูที่ไม่เคยทำมาก่อนแล้วทดลองทำเป็นครั้งแรกยังอร่อยกว่าเมนูข้าวผัดที่เอย์จุนทำคล่องที่สุดเลย

มือเช้าวันนี้ผ่านไปอย่างแสนสุข ตอนแรกคาโยะเหมือนจะเกรงๆ มิยูกิคนพ่อซึ่งมีสีหน้าแข็งกระด้างไร้รอยยิ้มผิดกับลูกชาย พอได้อาหารอร่อยๆ มาเยียวยาจิตใจ สีหน้าท่าทางค่อยสดใสขึ้น

เธอยังมาโบกมือส่ง คุณปู่ ไปทำงานกับเอย์จุนด้วยซ้ำ เป็นเด็กที่ปรับตัวเก่งจริงๆ

เอย์จุนอุ้มคาโยะเข้ามาใบบ้านตอนแปดโมงเจ็ดนาที เขาวางแผนไว้ว่าจะพาเธอออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกหลังมิยูกิออกไปทำงาน มีสวนสัตว์อยู่ไม่ไกล ขับรถไม่ถึงสามสิบนาทีก็ถึง ไปยืดเส้นยืดสายข้างนอกยังไงก็ดีกว่าอุดอู้อยู่กับบ้าน เล็งเห็นแล้วว่าก่อนทำงานเป็นผู้ช่วยโค้ชเต็มตัวควรทำตามใจชอบให้เต็มที่ก่อนไม่มีเวลา ทันทีที่ตัดสินใจได้ ชายหนุ่มคุ้ยเสื้อผ้าที่ทาคาโกะทิ้งไว้ให้ ช่วยเด็กหญิงแต่งตัวใหม่ จากนั้นพากันเดินทางออกจากบ้าน

ด้วยไม่ได้มาเถลไถลสวนสัตว์เสียนาน นอกจากเด็กจะสนุก ผู้ใหญ่อย่างเอย์จุนก็สนุกไปกับเขาด้วย...คนอื่นคงเห็นเขาบ้าที่กุมท้องหัวเราะก๊ากตอนเห็นบรรดาสัตว์ตัวเล็กใหญ่ทำท่าน่าเอ็นดู อย่างไรก็ตาม คนที่มากับเอย์จุนคือหนูน้อยวัยหัดเดิน เด็กหญิงไม่เห็นเขาแปลก และแสดงกิริยาเลียนแบบเขา เอย์จุนซึ่งอยากปล่อยตัวเต็มที่จึงไม่คิดมากกับคนที่ตนไม่รู้จักและเลือกจะเฮฮากับคาโยะแทน

สืบเนื่องมาจากสวนสัตว์ไม่ได้มีขนาดใหญ่และถ่อกันไปแต่เช้า ใช้เวลาแค่เที่ยง หนึ่งเด็กหนึ่งผู้ใหญ่ก็ตะลอนกันทั่ว หลังหาอาหารกลางวันทานเสร็จ ชายหนุ่มผู้มีพลังงานเหลือเฟือจึงเข้าอินเทอร์เน็ตหาที่เที่ยวใกล้ๆ สำหรับเวลายามบ่าย พิจารณาจากวัยคาโยะแล้ว สถานที่ที่ถูกเลือกคืออควาเรี่ยม

ผลจากการตะลอนไม่หยุด พอกลับมาถึงบ้านตอนเกือบหนึ่งทุ่ม เอย์จุนก็แทบคลาน

มิยูกิเยี่ยมหน้าออกมาจากครัว มองคนซึ่งกำลังนอนพังพาบกางแขนขาอยู่บนโซฟาโดยมีเด็กนอนทับ เรียวคิ้วเข้มๆ ขยับเข้าหากัน

“ซาวามุระซัง ถ้ายังไงไปอาบน้ำก่อนไหมครับ แล้วนี่ทานข้าวมาหรือยัง”

“ไม่ได้ทำเผื่อเหรอ!

พออาหารการกินถูกพูดถึง คนตะกละผงกศีรษะทันที นี่ถ้าไม่มีหนูน้อยนอนทับอยู่บนท้องอาจดีดตัวมายืนกางขาประท้วงแล้วก็ได้

มิยูกิรีบเบรก “เปล่าครับ ก็คุณไม่ได้บอกว่าจะไม่กินผมเลยทำตามปกตินั่นแหละ”

“...งั้นก็ค่อยยังชั่ว” โทนเสียงเปลี่ยนกลับในพริบตา กล้ามเนื้อทั่วตัวก็ผ่อนคลายสู่สภาวะปกติ เอย์จุนกลับไปนอนอืดอีกครั้ง ความเมื่อยล้ารุมเข้าเล่นงาน โดยเฉพาะช่วงไหล่ เขาเล่นให้เด็กขี่คอเป็นชั่วโมง แม้เด็กเล็กจะมีน้ำหนักไม่มากแต่ก็หลายกิโลฯ อยู่ดี บางทีพรุ่งนี้อาการอาจจะหนักก็ได้

มิยูกิเดินออกมาจากห้องครัวอีกครั้งเมื่อสัมผัสถึงความเคลื่อนไหวไม่ได้ “ซาวามุระซัง เนื้อยังไม่เปื่อยดี ไปอาบน้ำรอก่อนเถอะครับ”

ไม่ว่าเปล่ายังอุ้มหนูน้อยที่กำลังหลับอุตุออกจากตัว เอย์จุนทำท่าจะบุ้ยปากเพราะขี้เกียจลุกแต่กลัวใจคนรักวัยละอ่อนจะทำรุ่มร่าม จากเตรียมทำปากยื่นเลยเปลี่ยนเป็นเม้มปากแทน แม้จะอยู่ในที่รั้วรอบขอบชิดแต่เอย์จุนยังอายกับเรื่องทำนองนี้แถมเด็กยังอยู่แค่เอื้อม เขายังคงทำใจไม่ได้อยู่นั้นเองถ้ามิยูกิจะมากอดจูบ คนคนนี้แสดงออกสุดโต่งมาก โฉมหน้าเวลาอยู่กับเอย์จุนแตกต่างจากตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นประดุจฟ้ากับเหว

คงอ่านความคิดเอย์จุนออก มิยูกิเพียงแต่ยิ้ม...ยิ้มแบบที่ทำให้คนมองหน้าแดงหูแดง

“หรือที่ไม่ยอมขยับตัวเป็นเพราะอยากให้อุ้มครับ?”

“ฉัน เดิน เอง ได้!

ก่อนเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์บังเกิด เอย์จุนตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการรวบตัวคาโยะมาอุ้มเองแล้วเดินตึงตังขึ้นชั้นบนด้วยใบหน้าแดงก่ำ





อิซาชิกิ จุนติดต่อมาหลังฝากลูกเอาไว้กับรุ่นน้องในเช้าวันที่สี่ เอย์จุนซึ่งกำลังช่วยมิยูกิล้างมุ้งลวดปรี่มารับโทรศัพท์ ได้ความว่ารุ่นพี่คงกลับญี่ปุ่นภายในอาทิตย์นี้ไม่ทัน ต้องรบกวนฝากแก้วตาดวงใจต่ออีกสักระยะ ตัวเอย์จุนนั้นไม่มีปัญหา ช่วงที่อยู่กับคาโยะก็สนิทสนมกันดี จะห่วงก็แต่เด็กน้อยที่ห่างพ่อแม่ไปนานนั่นแหละ ขนาดคุยออนไลน์ให้ลูกเห็นหน้าแม่หนูยังร้องจ้าเพราะคิดถึงพ่อแม่มาแล้วหลายรอบ

อ้อ ไม่สิ...เขาเองก็เริ่มมีปัญหาเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากตัวเอง

มิยูกิไม่เห็นด้วยกับการรับฝากคาโยะแต่แรก ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเอย์จุนก็เอาแต่สนเด็กจนคนรักเริ่มพูดเป็นจริงเป็นจัง

กลับมาจากทำงานผมก็อยากสวีทกับคุณให้หายเหนื่อยบ้าง แต่คุณเอาแต่ห่วงเด็ก

ตอนแรกตกลงกันเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วว่าหลังจบภารกิจนี้เมื่อไหร่จะตามใจมิยูกิทุกอย่าง แต่ระยะเวลารับฝากที่นานเกินกว่าคุยกันตอนแรกเริ่มทำให้หน้าหล่อๆ หมองลง...ถ้ายังคงหมองอย่างนี้ก็พอรับมือได้ แต่ถ้าการแสดงอารมณ์หายไปเมื่อไหร่ ความซวยจะมาเยือนทันที เอย์จุนใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่ตลอดว่าคนรักจะลุกมาปฏิวัติเมื่อไหร่

ตลอดมาเอย์จุนทุ่มความรักทั้งหมดให้มิยูกิ เรียกว่าหลงหัวปักหัวปำยังได้ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ (ทำเหมือน) ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่ามิยูกิ ถ้ามิยูกิจะรู้สึกไม่ชินจนกลายเป็นขุ่นๆ เอย์จุนก็ยอมรับผิดโดยดุษณี

อย่างไรก็ตาม คนในบ้านนี้ที่สนิทกับคาโยะที่สุดคือเขา อยากตามใจมิยูกิยังไงก็คงทิ้งแม่หนูไม่ได้ ชายหนุ่มได้แต่พยายามบอกคนรักให้รับฟังเหตุผลซึ่งเป็นการกระทำอันแสนจะไร้ความหมายเมื่อมิยูกิเข้าใจเหตุผลมาแต่แรก เพียงแต่ไม่สนใจทำตาม

“ไม่ได้กลับวันนี้หรอกเหรอครับ...”

เสียงจากด้านหลังฟังเย็นเยือก

ตอนวางหูโทรศัพท์เอย์จุนถึงกับไม่กล้าหันกลับไปมองหน้าคนรัก ยอมเป็นคนขี้ขลาดดีกว่าต้องไปเผชิญจินตนาการที่กลายเป็นจริง มิยูกิไม่ใช่คนรักเด็กอยู่แล้ว ดูท่าจะเกลี้ยกล่อมว่าให้อ่อนโยนกับเด็กเพราะทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายมองเด็กน้อยด้วยสายตาเหมือนมองภาระเลย

หรือเขาต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบาจริงๆ?

ถ้าทำแบบนั้นบางทีไอ้ที่เครียดๆ อยู่อาจจะบรรเทาเบาบางลงก็ได้...

ความคิดอันตรายแวบเข้าหัวเมื่อวันนี้มิยูกิไม่ต้องเข้าออฟฟิศ เอย์จุนไม่ใช่คนตายด้าน แม้นความรักเกิดจากใจหาใช่ความใคร่ แต่เขาก็ยังเป็นปุถุชนที่ทิ้งขว้างเรื่องทำนองนี้ไม่ได้ เวลามิยูกิเรียกร้อง ถ้าไม่สุดโต่งเกินไปเขาก็คล้อยตามตลอดนั่นแหละ แค่ว่ากระดากเวลาทำเรื่องอย่างว่านอกห้องนอนหรือตอนกลางวันแสกๆ บวกกับมิยูกิค่อนข้างกระตือรือร้น อัตราส่วนการปฏิเสธเมื่อเทียบกับตอนตอบรับเลยดูค่อนข้างสูง...ถึงปฏิเสธไปบางทีสุดท้ายจะสูญเปล่าก็เถอะ

“ต่อให้คุณมาเอาใจตอนนี้ผมก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ”

เสียงดักคอดังขึ้น เอย์จุนพูดไม่ออกว่าไม่ได้กะเข้าไปซบขอความเห็นใจแต่กะทำมากกว่านั้นต่างหาก...ดูเหมือนมิยูกิจะไม่คิดถึงขั้นนั้น มาตอนนี้ต่อให้อยากรุกก็รุกไม่ออกแล้ว

งั้นต้องทำยังไงให้มิยูกิอารมณ์ดีดีล่ะ...

“เอ่อ งานบ้านวันนี้นายไม่ต้องทำก็ได้ เดี๋ยวฉัน...”

“ถ้าอยากเสนอตัว ช่วยเก็บกวาดให้สะอาดกว่านี้ก่อนเถอะครับ”

แผนล่ม

อดีตนักกีฬามืออาชีพตัวแข็งทื่อชั่วอึดใจ กว่าจะกลับมาปั่นสมองน้อยๆ หาทางเลือกเข้าท่าๆ ได้อีกครั้งก็ผ่านไปแล้วหลายวิ สีหน้าท่าทางเหล่านั้นย่อมไม่รอดพ้นสายตาคนอ่อนวัยกว่า มิยูกิถอนใจเฮือกใหญ่ อารมณ์ขุ่นมัวค่อยเบาลงเมื่อตระหนักได้ว่าคนรักพยายามหาทางเอาใจ

เอย์จุนเป็นคนแบบนี้มิยูกิเลยอยากทำดีกับอีกฝ่ายให้มากๆ

“เอาเถอะครับ อย่างน้อยคุณก็จะรักษาสัญญาที่ว่าจะทำตามที่ผมขอหนึ่งเรื่องใช่ไหม เพราะงั้นไม่เป็นไร ยังไงก็ทนอีกไม่กี่วัน”

มิยูกิสาบานได้ว่าไม่ได้คิดประชดหรืออยากทำให้คนรักรู้สึกผิด ทั้งอย่างนั้นคำพูดไม่กี่คำของเขากลับทำให้เอย์จุนหน้าเปลี่ยนสีอย่างฉับพลัน รีบเข้ามาจับมือ สีหน้ากระวนกระวาย

“อย่าทำเสียงแบบนั้นสิ รู้สึกไม่ดีเลย คือ...จะว่าไงดี อ๊า! สับสนชะมัด! ฉันปล่อยคาโยะจังไม่ได้ก็จริงแต่ฉันรักนายที่สุดนะ!

เรื่องที่ออกจากปากไม่เป็นเหตุเป็นผลและไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย

เอย์จุนดูลนลาน แม้สีหน้าลนลานจะเป็นอีกสีหน้าที่มิยูกิชอบเห็น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากให้เอย์จุนเครียดจริงจังโดยมีตัวเองเป็นสาเหตุ จริงอยู่ว่ามิยูกิไม่อยากทนเห็นเด็กมาแย่งความสนใจของคนรักจากตัวเอง กระนั้นเขาก็รักเอย์จุนมาก เทียบกันแล้วทนอัดอั้นอีกนิดยังดีกว่าเห็นเอย์จุนเป็นทุกข์ อย่างไรเสียตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน ไม่ได้แยกจากกันเสียหน่อย

ทว่าชายหนุ่มที่กำลังคิดมากไม่ทันสังเกตเห็นแววตายินยอมผ่อนปรนผสมรักใคร่ เอย์จุนรู้สึกผิดที่ละเลยมิยูกิ พอได้รับคำตอบว่าจะอดทนรอเลยพาลรู้สึกแย่

เขาอยากให้ทุกฝ่ายพอใจ

มิยูกิเป็นคนสำคัญ เอ็นดูคาโยะยังไงก็ไม่อยากให้มิยูกิรู้สึกว่าเห็นคนนอกครอบครัวสำคัญกว่าคนในครอบครัว สิ่งนี้สร้างความลำบากใจให้เอย์จุน...เด็กต้องการการดูแลมากกว่าผู้ใหญ่ แถมเธอยังเป็นลูกคนอื่น ไม่อยากดูแลไม่ดีเพราะมัวแต่ห่วงความรู้สึกแฟน แบบนั้นมันงี่เง่ามาก โดยเฉพาะเมื่อแฟนคนดังกล่าวโตพอจะหาเงินเลี้ยงคนอื่นได้

อ้อมแขนรัดเอวคนสูงกว่า บรรยากาศกำลังกลายเป็นสีชมพู ต่อเมื่อมือเล็กถกชายกางเกงคุณอาใจดี หมอกควันสีหวานก็หายวับ

“จ๋า คาโยะจัง~

ชายหนุ่มย่อตัวลงยิ้มหวานให้หนูน้อย เธอมองเขาด้วยดวงตาดำขลับคู่โต พวงแก้มแดงเรื่อ ในมือชูกระดาษหนังสือพิมพ์ ปากร้องว่า “เช็ดเสร็จแล้ว!

เพราะเด็กหญิงสนอกสนใจงานที่พวกเขาทำเอย์จุนเลยฉีดน้ำยาไว้ที่กระจกบริเวณต่ำๆ แล้วให้เธอเช็ด

ถ้าทำเสร็จแล้วก็จัดการง่ายล่ะ

“เก่งมากๆ ดีล่ะ งั้นไปกินเค้กเป็นรางวัลเถอะ!

ด้วยเหตุนี้ผู้ใหญ่สองคนจึงขะมักเขม้นช่วยกันทำงานบ้านโดยไม่ต้องกังวลว่าเด็กเล็กคนเดียวในบ้านจะเผลอไปหยิบจับอะไร ก่อนนี้คาโยะทำท่าจะหยิบแวกซ์ เอย์จุนนี่ตะครุบตัวแทบไม่ทัน...เกิดเอามือไปป้ายแล้วเอาเข้าปากขึ้นมาจะทำไงล่ะนั่น

คู่รักขยันแข็งช่วยกันจัดการนู่นนี่ กว่าจะเสร็จก็ปาไปค่อนเที่ยง เพราะท้องหิว รอทำกับข้าวไม่ทัน เอย์จุนทำท่าจะต้มบะหมี่ถ้วย ปรากฏว่ามิยูกิตีมือดังเพียะ

“กินตั้งสามปาก ทำอะไรง่ายๆ ยังดีกว่ากินบะหมี่ถ้วยนะครับ”

เอย์จุนอาจเป็นคนเอาสะดวกมากกว่าสุขภาพ กินแต่อาหารกึ่งสำเร็จรูปไม่ก็อาหารสำเร็จรูปเป็นว่าเล่น ทว่ามิยูกิเป็นห่วงสุขภาพ ถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์สุดทนจะทำอาหารอยู่ตลอด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ จะให้เด็กเล็กกินบะหมี่ถ้วยได้ไง แม้ไม่รักเด็ก แต่มิยูกิไม่ใช่คนไร้หัวใจสักหน่อย

ดังนั้น มื้อกลางวันจึงเป็นข้าวผัดธรรมดาที่มิยูกิใช้เวลาเตรียมเครื่องเคราและทำไม่ถึงสิบนาที แน่นอนว่ารสชาติและสารอาหารดีกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดเทียบไม่ติด ขนาดคาโยะเพิ่งกินเค้กไปเมื่อตอนสายยังกินข้าวเกลี้ยงจาน

ที่เขาว่าเสน่ห์ปลายจวักมัดใจผู้ชายได้ก็คงอย่างนี้ แค่รสมืออย่างเดียวเอย์จุนก็ขี้คร้านไปไหนไม่รอด

หลังล้างจานเรียบร้อยแล้วเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น เอย์จุนพบว่ามิยูกิเริ่มตั้งอุปกรณ์วาดเขียนและหนังสืออ้างอิง ส่วนคาโยะกำลังสัปหงกอยู่บนโซฟา เห็นดังนั้นจึงช้อนตัวหนูน้อย อุ้มขึ้นบันไดขึ้นไปชั้นบน จากนั้นจัดท่าให้นอนสบายๆ เป็นธรรมดาของเด็กที่จะนอนเยอะ เพิ่งกินอิ่มๆ อย่างนี้จะง่วงก็ไม่แปลก

เอย์จุนมองใบหน้ายามหลับอันไร้เดียงสาด้วยความเอ็นดู หลังจัดแจงปรับแอร์และห่มผ้าก็เดินทอดหุ่ยลงมาชั้นล่าง มิยูกิกำลังคุยโทรศัพท์ พร้อมกันนั้นก็เปิดสมุดเช็คอะไรบางอย่างไปด้วย รอจนวางสาย เอย์จุนเลิกคิ้วถามคนรัก

“มีอะไรหรือเปล่า ต้องออกไปไหนเหรอ”

“เปล่าหรอกครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ สีหน้ามิยูกิยังคงนิ่มนวล แต่มีร่องรอยความไม่พอใจอยู่จางๆ “แค่เคสของคนอื่นมีปัญหาเลยอยากให้ผมช่วยน่ะครับ”

“ช่วย?”

ถ้าแค่ช่วยก็ไม่น่าทำหน้าแบบนี้สิ

“จริงๆ แล้วหัวหน้าโยกมาให้ผมรับผิดชอบน่ะครับ” มิยูกิสารภาพเมื่อเห็นเอย์จุนเอียงคอ จากนั้นเสริมต่อราวอยากระบายว่า “งานชิ้นปัจจุบันอุตส่าห์เสร็จแล้ว ดันมีงานใหม่มาอีก คุณอุตส่าห์อยู่ติดบ้านทั้งที ตั้งใจว่าจะพักสบายๆ แท้ๆ เชียว”

เอย์จุนผุดยิ้มอ่อนใจเมื่อคนรักเริ่มเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์ เขาก้าวไปยืนข้างเก้าอี้จากนั้นดันศีรษะอีกฝ่ายมากอด คลอเคลียผมนุ่มนิ่มไปมา อดนึกถึงเด็กชายตัวน้อยในอดีตไม่ได้ คนเราเป็นยังไงก็เป็นยังงั้นจริงๆ แค่วุฒิภาวะเพิ่มขึ้นหน่อยไม่ได้หมายความว่านิสัยที่หยั่งรากลึกจะเปลี่ยนไป

ชายหนุ่มปลอบอีกฝ่าย “ไม่เป็นไรน่า มองโลกแง่ดีเข้าไว้สิ งานไม่ได้ด่วนใช่ม้า ในเมื่อไม่ต้องเร่งส่งก็อย่ากดดันตัวเองนักเลย ฉันก็อยู่ข้างๆ นายนี่ไง”

“ซาวามุระซังไม่เข้าใจหรอก” แม้ทำกระเง้ากระงอด หากใบหน้าหล่อเหลากลับซุกเข้าหาไออุ่นของคนอีกคน มิยูกิกอดเอวเอย์จุนหลวมๆ “โอกาสว่างพร้อมกันยาวๆ มีไม่บ่อยนะครับ อันที่จริงเราควรได้ไปเที่ยวไกลๆ กันด้วยซ้ำ จะไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็ได้ ผมอยากเซอร์ไพรส์คุณแท้ๆ”

“หา! “ คนฟังร้องลั่น ผงะออกมามองคนใส่แว่นด้วยสีหน้าตื่นๆ “อย่าบอกนะว่านายซื้อทัวร์...!

“ยังครับ”

“อ๊ะ งั้นก็ค่อยยั่งชั่ว ไม่งั้นเสียดายเงินตาย”

“...ประเด็นที่ควรสนคือเรื่องนั้นเหรอครับ คุณนี่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย”

มองคนที่กำลังลูบอกแล้วเป่าปาก มิยูกิอดคิดไม่ได้ว่าคนคนนี้ไม่มีเซลล์ความโรแมนติกอยู่ในตัวเลยใช่ไหม ได้ยินเขาสารภาพความในใจอย่างนั้นควรซึ้งไม่ใช่หรือ ต่อให้เรื่องเงินสำคัญยังไงก็น่าจะให้ความสนใจเรื่องได้ใช้เวลาวันหยุดพักผ่อนด้วยกันมากกว่าสิ

หรือควรบอกว่าซื่อบื้อดี?

“เวลาน่ะ เดี๋ยวก็หาได้น่า อย่าห่วงเลย อีกอย่างไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนบรรยากาศก็ได้ ฉันน่ะ แค่ได้อยู่กับมิยูกิก็มีความสุขแล้ว” เอย์จุนยิ้มยิงฟันพลางดึงแก้มคนในอ้อมแขน หมายจะให้ยิ้มออกมาหน่อย “ฉันดีใจนะที่นายคิดถึงฉันขนาดนี้ ร่าเริงไว้เถอะ”

“...เฮ้อ”

เทียบกับเอย์จุนที่มักน้อยเหลือหลาย มิยูกิมีความทะเยอทะยานกว่ามาก เขาอิงศีรษะเข้ากับอกคนรัก ทำใจกับวิมานที่หายวับไปจากอากาศ จนกระทั่งใจเย็นลงแล้วถึงค่อยรู้ว่าสัมผัสที่โอบรอบตนเหมือนจะต่างจากตอนที่กอดแน่นๆ เมื่อกี้นิดหน่อย

ใบหน้าหล่อเหลาผละออกมา ครั้นเงยมอง มิยูกิเห็นเอย์จุนดูอ้ำอึ้ง พอจ้องนานเข้า ริมฝีปากอิ่มเต็มก็เม้มเข้าหากัน ทำหน้าเหมือนกำลังชั่งใจเรื่องใหญ่หลวง

“คือ...มิยูกิ...”

“อะไรเหรอครับ?”

“ยะ อยากทำรึเปล่า...”

“...”

“...”

“...”

“อย่าเงียบเซ่!

“คือ...ขอโทษครับ” มิยูกิยกมือซ้ายซ่อนแก้มแดงๆ หลังนั่งเป็นเบื้อเป็นใบ้ไปหลายวินาที เอย์จุนมองค้อนเขาทีหนึ่งแต่ไม่กล้าพูดอะไรต่อ บรรยากาศเริ่มแปลกประหลาด เห็นดังนั้นมิยูกิจึงกระแอมให้คอโล่งหนึ่งที มือข้างขวากดร่างคนรักเข้าหาตัวเมื่อพบว่าความเขินอายทำให้อีกฝ่ายอยากมุดหนีไปทางอื่น “ตกใจจัง อยู่ๆ คุณพูดอย่างนี้...”

“งั้นถือว่าฉันไม่ได้พูดแล้วกัน”

ไม่นึกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของคนฟังจะเป็นเช่นนี้ เอย์จุนคิดในใจว่าไม่น่าพูดเล้ย ไม่ทันนึกว่าบางทีมิยูกิอาจไม่นึกอยาก ถ้าเสนอเองแล้วอีกฝ่ายไม่สนอง จะว่ารู้สึกแย่มันก็ไม่ใช่ แต่ขายขี้หน้ามากกว่า เป็นแบบนี้เลยทำตัวไม่ถูกเพราะเอย์จุนไม่ค่อยเป็นฝ่าย รุก

ก็เห็นช่วงนี้มิยูกิอารมณ์ไม่ค่อยดี...

ตั้งแต่เรื่องคาโยะจังแล้ว

“เดี๋ยวสิครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น” คราวนี้มิยูกิกอดเอวคอดดังหมับด้วยสองแขน รีบร้อนอธิบายทันที “ผมแค่ตกใจเอง ก็คุณบอกว่าไม่อยากทำเพราะมีเด็กอยู่นี่นา ขนาดผมเกลี้ยกล่อมตั้งหลายครั้งหนยังไม่ยอม คราวนี้กลับมารุกใส่ ไม่ตกใจก็แปลกแล้วล่ะครับ”

“...ฉันแค่อยากตามใจนายบ้าง” ฝ่ามือหยาบลูบแก้มเนียนลื่นอย่างรักใคร่ น้ำเสียงนั้นฟังจนใจปนขลาดเขิน “ฉันเป็นผู้ชายเหมือนนายไม่ใช่ไม่เข้าใจความรู้สึก แต่เรื่องคาโยะจังสำคัญนี่นา เข้าใจหรือเปล่า เรื่องส่วนตัวต้องเอาไว้ทีหลังน่ะ”

“ถ้ายังงั้น...”

ถึงจะพอเดาได้ว่าคนรักอายุมากกว่าไม่แคล้วใจอ่อนตามระเบียบ หากคนเจ้าเล่ห์ยังแกล้งพาซื่อเพราะอยากได้ยินเอย์จุนพูดออกมาชัดๆ

ไหล่แข็งแรงลู่ลง “ก็แบบ...นายดูไม่ร่าเริงอะ”

“งั้นช่วยเอาใจผมหน่อยได้หรือเปล่าครับ” ดวงตาหลังเลนส์แว่นวาววับ

เอย์จุนดักคออย่างฉับไว “บอกไว้ก่อนว่าเรื่องถ่ายวิดีโอน่ะไม่เอา”

“...”

เคยมีครั้งหนึ่ง ช่วงไปเก็บตัวซ้อมต่างจังหวัด เนื่องด้วยจะไม่ได้กลับบ้านเกือบเดือน ก่อนมีอะไรกัน มิยูกิบอกว่าอยากถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นตัวแทน สีหน้าตอนพูดดูเอาจริงเอาจังน่าดู เล่นเอาเอย์จุนถึงกับสะดุ้งเฮือก

เขาเคยดู AV อยู่หรอก แต่เพราะมีคนรักเป็นตัวเป็นตนเลยไม่สนใจของพรรค์นั้น เรียกได้ว่าไม่เคยเปิดดูเอง มีแต่พลอยได้ดูตอนคนอื่นเปิด บอกตามตรงตอนที่เห็นเขานึกอายแทนเหล่านักแสดงพลางคิดว่าตนเองไม่มีทางทำอะไรอย่างนั้นได้แน่

อย่าว่าแต่ถ่ายให้คนอื่นดูเลย ขนาดดูเองยังไม่กล้า ฉะนั้นจะให้มาอัดวิดีโอตอนถูกมิยูกิกระทำเนี่ย...มันทำใจไม่ได้อะ ไม่นึกอยากเห็นสภาพตัวเองด้วย มันต้องน่าอายแน่ๆ ไม่ว่ามิยูกิจะพร่ำชมเขาไม่ขาดปาก เอย์จุนก็ไม่คิดอยากเห็นตัวเองตอนที่ถูกชมว่าน่ารักอยู่ดี

จะว่าไปแล้วมิยูกิก็ไม่ได้มีรสนิยมประหลาด...อย่างใช้อุปกรณ์ อะไรทำนองนั้น นับว่าโชคดีมาก แม้ภาพลักษณ์เจ้าตัวจะดูสุภาพเรียบร้อย แต่มิยูกิกระตือรือร้นกับเรื่องอย่างว่า มันอดคิดไม่ได้ว่าจะอยากลองอะไรแปลกๆ

พอลองถามด้วยความสงสัยแล้วได้ยินคำตอบ เอย์จุนถึงกับทำหน้าไม่ถูก


ใครจะยอมแบ่งที่แบ่งทางกับของพรรค์นั้น คุณเป็นของผมนะครับ ผมแตะต้องได้คนเดียว ทำให้คุณมีความสุขได้คนเดียว ของพวกนั้นน่ะ บอกตรงๆ...ว่าเกลียดครับ เกลียดมาก ถ้าคุณคิดจะใช้ล่ะก็...จะเล่นงานให้ไม่มีหน้าออกไปเจอใครให้ดู


น่าโล่งใจแต่ก็แอบหนาวแปลกๆ ยิ่งตอนพูดเจ้าตัวควานนิ้วเข้ามาในร่างกาย เอย์จุนยิ่งเชื่อน้ำคำดังกล่าว

“ถ้าไม่ยกมาพูดผมไม่ทันนึกถึงเลยนะเนี่ย...แต่ไม่ได้จริงๆ เหรอครับ บางทีผมก็อยากถ่ายเก็บไว้ดู...”

“ไม่เอา!” เอย์จุนร้องเหย็ง

เพราะสีหน้าและน้ำเสียงหนักแน่นเหลือประมาณ มิยูกิซึ่งดูตาม้าตาเรือจึงถอยให้เพื่อรักษาความสงบสุข “ครับๆ ไม่ถ่ายครับ ไม่ต้องระแวงแล้ว...”

...เดี๋ยวเขาหาโอกาสเหมาะๆ กล่อมทีหลังก็ได้ หรือถ้าไม่ได้เล่นตุกติกนิดหน่อยก็คงโกรธไม่นานหรอก

คนใส่แว่นลอบคิดเรื่องชั่วร้ายโดยที่คนรักไม่ทันรู้ตัว และเพราะไม่รู้ร่างกายแข็งเกร็งจึงผ่อนคลายลงเป็นปกติ ยอมให้กอดโดยง่าย
           




            มิยูกิพิงหัวเตียงรอเอย์จุนซึ่งกำลังจัดการตัวเองอยู่ในห้องน้ำ เขาเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างเกียจคร้าน กำลังตะไบเล็บให้สั้นมน จะได้ไม่ทำให้คนรักเจ็บตัวโดยใช่เหตุ
           
เนื่องด้วยเป็นเวลาบ่ายคล้อย จะให้รังแกได้ถึงไหนถึงกันเหมือนตอนกลางคืนก็ไม่ได้ อีกไม่นานคาโยะจะตื่นและพ่อของตนก็จะกลับบ้าน เวลาที่ปลอดภัยรัดกุมคือสองชั่วโมง พอคิดว่าคนรักจะคล้อยตามเป็นพิเศษและคงอนุญาตให้ทำตามใจชอบ มิยูกิอดคิดไม่ได้ว่าเวลาสองชั่วโมงเหมือนจะสั้นเกินไป หักลบเวลาเคลียร์ร่างกายหลังจบเรื่อง เวลายิ่งเหลือน้อยเข้าไปใหญ่

“นายจะอาบน้ำไหม”

ซาวามุระ เอย์จุนปรากฏตัวจากหลังประตูห้องน้ำหลังจากนั้นไม่นาน ผิวละเอียดสีออกแทนชุ่มชื้นขึ้นอย่างคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ พออยู่ในสภาพมีผ้าเช็ดตัวปิดกายผืนเดียว แรงกระตุ้นให้อยากเข้าไปตะปบผ้าผืนนั้นพุ่งสูงอย่างน่ากลัว

มิยูกิตัดสินใจรีบเข้าไปอาบน้ำเมื่อสำเหนียกได้ว่าถ้ารั้งรอ ความตั้งใจอดเปรี้ยวไว้กินหวานคงพังครืน
           
“บอกไว้ก่อนว่าอย่าพยายามกลั้นเสียงเชียวนะครับ เด็กคนนั้นไม่ตื่นหรอก”

พอออกมาปุ๊บ คนอ่อนวัยกว่าว่าข้อตกลงขณะยืนกางขาเสมอไหล่อยู่ริมเตียง

เอย์จุนซึ่งนอนกอดหมอนทำหน้าเหมือนแผ่นดินถล่มลงมาต่อหน้า “ได้ไง! ไม่ได้หรอก!

“เชื่อผมเถอะว่าคุณแค่หวาดระแวงจนวิตกจริต เธออยู่ห้องอื่นนะครับ อีกอย่างคงหลับสนิท ไม่ตื่นง่ายๆ หรอก แถมยังมีเสียงแอร์ช่วยกลบด้วย”

“จิตสำนึกฉันมันค้านคัดค้านหัวชนฝาเลยอ้ะ!

“ไหนว่าอยากตามใจผมไงครับ”

“...อุ!

สมองมิยูกิทำงานเร็วมาก สามารถสวนกลับได้อย่างรวดเร็วในเรื่องที่ทำให้เถียงไม่ออก เอย์จุนกลืนน้ำลาย ความลำบากใจฉายชัดบนใบหน้าชวนมอง เขาพยายามต่อรอง แต่เสียงอ้อมแอ้มนั้นฟังก็รู้ว่าต่อไม่ขึ้น...แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง

“ฉันอยากตามใจนายก็จริง แต่เอาเป็นอย่างอื่นได้ไหมอะ...”

ความคิดบางอย่างวิ่งเข้าหามิยูกิ หนุ่มแว่นนิ่งไปนิดหนึ่ง ประกายบางอย่างไหววูบผ่านดวงตา ทว่ามันรวดเร็วมากจนเอย์จุนไม่ทันสังเกต

“ช่างเถอะครับ ได้กอดคุณผมก็พอใจแล้วล่ะ”

เอย์จุนทันหลุดเสียงร้องสั้นๆ เมื่อร่างสูงกว่าปีนขึ้นเตียงแล้วดันร่างตัวเองลงนอนราบ ดวงตาสีอำพันเบิกโต รอยยิ้มที่ค้างอยู่แข็งทื่อ นึกว่าจะต้องปะทะคารมกันสักยก มิยูกิดันไม่เรื่องมากซะนี่

“ซาวามุระซัง ปลดผ้าหน่อยครับ”

“หา”

แม้ประหลาดใจที่มิยูกิไม่ลงมืออุกอาจอย่างทุกที แต่ความตั้งใจอยากตามใจคนรักทำให้เอย์จุนยอมเปลื้องผ้าออกด้วยตัวเอง สภาพตอนนี้น่าอดสูมากเพราะมิยูกิยังไม่ได้เปลือยล่อนจ้อนแต่ตัวเองไม่เหลืออะไรบดบังร่างกาย...รู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบพิกล

ชายหนุ่มเม้มปาก หน้าแดงก่ำ รู้สึกได้ว่าปลายนิ้วเย็นๆ ค่อยๆ สัมผัสร่างกายก่อนลูบไล้ไปทั่วอย่างเชื่องช้า ใบหน้าหล่อเหลาที่ลอยเหนือศีรษะส่งยิ้มอ่อนโยนและขยับเข้ามาใกล้ เขาอ้าปากออกโดยไม่ต้องจำเป็นต้องให้อีกฝ่ายบอก นิ้วเกี่ยวอุปสรรคขัดขวางอย่างแว่นตาออกไป

ลิ้นร้อนผ่าวตรงกันข้ามกับอุณหภูมิร่างกายแทรกผ่านเข้ามาแล้วเริ่มตวัดรัดพัน ฝ่ามือที่เคยสัมผัสผะแผ่วเปลี่ยนเป็นตะโบมหนักมือ ไม่รู้กลืนน้ำลายของอีกฝ่ายไปกี่หน หูได้ยินเสียงปึงปังจากการควานมือหาของ แต่เพราะหาไม่เจอมิยูกิจึงละใบหน้าขึ้นมาเพื่อใช้ดวงตากวาดมอง

เรือนร่างสวยงามขยับขึ้นเพื่อเอื้อมไปหยิบโลชั่นเฉพาะทาง มิยูกิกลับไปนั่ง แหวกขาสองข้างของเอย์จุนออกจากกันแล้วชโลมของเหลวกลิ่นหอมลงบนมือตัวเอง จากนั้นค่อยเทใส่ร่างกายของคนที่กำลังนอนหน้าแดงคอแดง

จังหวะที่โน้มตัวเข้ามาจุมพิตอีกครั้ง มิยูกิเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใช่ทั้งการขอร้องและออกคำสั่ง

“อ้าขาให้กว้างอีกหน่อย ยื่นลิ้นออกมาด้วยครับ”

เอย์จุนทำตามราวกับถูกตั้งโปรแกรม อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นเมื่อปลายลิ้นบดเบียดกันล้ำลึก อีกทั้งนิ้วเรียวยาวที่ขูดเกลี่ยช่องทางด้านหลังอย่างย่ามใจยังทำให้สั่นไปทั้งตัว

มิยูกิยังคงใช้มือข้างหนึ่งประคองหน้าเอย์จุนไว้ ส่วนอีกข้างที่เปียกแฉะเริ่มรุกล้ำเข้าไปในร่างกายคนรักทีละน้อย เอย์จุนเพิ่งทำความสะอาดตัวเองไป นิ้วแรกจึงแหวกผ่านได้ไม่ยาก ดังนั้นไม่ต้องอาศัยเวลามิยูกิก็สอดนิ้วที่สองตามไปติดๆ

ชายหนุ่มยังขยับนิ้วปรับร่างกายเอย์จุนอย่างใจเย็น...บดเบียดลากดึงให้มีอารมณ์ร่วม ริมฝีปากปลอบประโลมเร่าร้อน

มิยูกิใจเย็นเสมอ

ความใจเย็นดังกล่าวมีต้นตอมาจากความห่วงใยที่ไม่อยากทำให้เอย์จุนเจ็บตัว แม้ตอนพวกเขามีอะไรกันครั้งแรกจะไม่รู้สึกดีสักนิด แต่มีเรื่องดีอยู่อย่างคือเอย์จุนไม่ได้แหกปากบ่นว่าเจ็บ

ชายหนุ่มฝังริมฝีปากไล้ต่ำลงมาตามแอ่งชีพจร เนินอก สะดือ...ฝากรอยรักเป็นทางยาว ก่อนหยุดลง ณ บริเวณที่แผ่ฟีโรโมนมากที่สุดในร่างกายของเพศผู้ มิยูกิจูบส่วนปลายไล่ลงมาถึงถุงกลมนุ่มนิ่ม ตอนเม้มเบาๆ เสียงครางฮือสั่นพลิ้วของคนอ่อนไหวก็ดังกระทบหู

...เป็นเสียงที่กระตุ้นราคะยิ่งนัก

มืออ่อนนุ่มนวดคลึงลูกบอลขณะที่ลิ้นอวบลากไล้ตามแนวยาว กระทั่งชื้นแฉะทั่วถึง ริมฝีปากสวยๆ ก็ค่อยๆ ส่งส่วนสำคัญขนาดสมเจ้าของเข้าไปในโพรงปาก

เขาได้ยินเสียงสูดลมหายใจเฮือก ร่างสมส่วนกระตุกเกร็ง มือที่สอดเข้ามาขยุ้มผมแน่นจนเริ่มเจ็บ แต่มิยูกิก็คิดว่ามันช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้ดี ยิ่งหางตาเห็นขาเรียวยาวหนีบศีรษะตนอย่างอึดอัด นิ้วเท้าเล็กๆ งองุ้ม ริมฝีปากและเรียวลิ้นยิ่งขยับคล่องแคล่ว

ส่วนนั้นบีบรัดสองนิ้วราวจะกลืนกิน ทำเอาร่างกายช่วงล่างปวดหนึบ อยากชำแรกตัวเองเข้าไปแทนที่เสียเหลือเกิน

ตอนสอดนิ้วที่สามเข้าไปได้ คนโดนรังแกก็ตัวอ่อนยวบยาบ ดวงตาชุ่มฉ่ำด้วยแรงปรารถนาเลื่อนลอยเหมือนจมอยู่ในห้วงฝัน ถึงกับปลดผ้าบริเวณรอบเอวของมิยูกิด้วยตัวเองและรั้งต้นคอคนอ่อนวัยกว่าเข้าหา

มิยูกิมองสีหน้าที่ไม่มีทางได้เห็นในยามปกติอย่างหลงใหล เขาถามเสียงอ่อนโยนชิดริมฝีปากสีสด “เริ่มได้เลยไหมครับ”

เสียงครางหวานลอดออกมาจากกลีบปากคนข้างใต้ เพราะนิ้วของมิยูกิยังขยับไม่หยุดจึงก่อเสียงลามกยากบรรยาย เอย์จุนโดนกระตุ้นจนจิตสำนึกลอยหายไป ชายหนุ่มเหลือบมองอวัยวะสำคัญของคนรัก เอื้อมมือออกไป แล้วใช้นิ้วชี้ไล้ตามแนวยาวเบาๆ

“เข้ามาสิ”

แม้จะไม่ได้มีเจตนายั่วยวนอันใด แต่ร่างที่นอนระทดระทวยดูเกียจคร้านผิดกับเวลาปกติที่อยู่ไม่สุขปลุกเร้าสัญชาตญาณเพศผู้อย่างไม่ปราณี มิยูกิสูดลมหายใจลึกเพื่อคอบคุมอารมณ์ก่อนล่วงล้ำร่างกายอีกฝ่ายทีละนิด ต่อเมื่อเข้าไปได้สุดหยาดเหงื่อก็หยดลงบนหน้าท้องของคนข้างใต้

ตั้งใจจะให้เจ้าของร่างสั่นสะท้านปรับตัวซะหน่อย กลับกลายเป็นว่าเรียวขากระชับเกาะเกี่ยวช่วงเอวของตนเอาไว้ ฝ่ามือร้อนยื่นผ่าวจับแขน

“ไม่เป็นไร” เสียงหอบเจือปนจนแหบพร่าน้อยๆ เอย์จุนยิ้มบาง “วันนี้นายทำตามใจชอบเถอะ”

จังหวะหายใจชะงักกึก

ส่วนนั้นขยับขยายจนผู้ถูกกระทำหลุดเสียงกระเส่า พอรู้ตัวว่าเกือบเสียงดังก็รีบกัดปาก เอย์จุนนึกอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่เพราะสมองกำลังมึนเบลอจึงคิดอะไรไม่ออกแม้แต่อย่างเดียว จังหวะนั้นคนรักโน้มตัวเข้ามา การขยับกายดังกล่าวส่งผลให้ผนังด้านในถูกทิ่มแทง ด้วยเคยชินกับการกระทำทำนองนี้ ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดจึงไหลผ่านอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกถึงแต่ความสุขสมที่ทำให้หน้ามืดตาลาย เล็บตัดสั้นจิกสะบักไหล่ร่างด้านบนแน่น

มิยูกิจูบเปะปะทั่วใบหน้า “พูดจริงหรือครับ?”

สะโพกสอบขยับเข้าออกอย่างใจเย็น หน่วงจังหวะจนคนโดนรักอึดอัด

“...อา...อื้อ ขยับที”

“อะไรนะครับ?”

“เร็วหน่อย...”

รู้สึกได้ว่าเด็กนิสัยเสียเริ่ม แกล้ง นอกจากจะถามในเรื่องที่รู้ดีอยู่แล้วยังจงใจหยุดนิ่งๆ ในสภาพที่ฝังร่างกายเข้ามาเพียงครึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาผละออกห่าง มองส่วนที่สอดประสาน จากนั้นพลิกตัวสลับตำแหน่ง

การเคลื่อนไหวปุบปับนอกจากจะสร้างความแตกตื่นยังมอบความเสียวซ่านมาให้ด้วย เอย์จุนเผลอร้องเสียงดังเมื่อจุดไวสัมผัสถูกบดขยี้ ส่วนนั้นบีบรัดสิ่งแปลกปลอมจนมิยูกิเกือบจะหลั่งออกมา

เขาทุบหน้าท้องคนที่สลับเป็นฝ่ายอยู่ด้านล่าง กำลังจะต่อว่า คนตัวใหญ่ก็คว้าเอวเขาไว้แล้วลากตัวให้ขยับเข้าใกล้หัวเตียงในสภาพยังไม่ถอนตัวออกไป

จงใจใช่ไหมเนี่ย...!

“ผมอยากให้คุณทำ แล้วก็...” มิยูกิซึ่งเอนกายพิงหมอนใบใหญ่บริเวณหัวเตียงเอ่ยด้วยใบหน้าที่ยังแดงเรื่อเพราะพิษสวาท ดวงตาไร้สิ่งบดบังวาววับและคุกรุ่นไปด้วยตัณหาราคะ นิ้วเรียวยาวเชยคางคนที่พยายามควบคุมการหายใจให้เงยหน้ามองตน รอยยิ้มยั่วเย้าแต้มบนริมฝีปาก “ปกติคุณไม่เงียบขนาดนี้นี่ครับ อย่าทุ่มสมาธิกลั้นเสียงสิ”

“แต่...”

“กดตัวลงมาให้สุดครับ”

หากไม่ใช่อารมณ์ค้างคา ตามใจกันยังไงก็ต้องบ่นสักยก เอย์จุนวางมือลงบนหน้าท้องแข็งๆ อีกข้างยึดเข่าที่ชันขึ้น จากนั้นกดตัวลงอย่างกล้าๆ กลัวๆ ชายหนุ่มหยุดนิ่วหน้ากลางทางหลายครั้งถึงได้รับส่วนนั้นของคนรักเข้ามาได้ทั้งหมด

มิยูกิยันตัวขึ้นอีกเล็กน้อย สอดนิ้วเข้าไปในปากที่เผยอออกเพื่อช่วยหายใจ ดึงลิ้นอ่อนนุ่มเอาไว้ ลมหายใจหอบถี่รุนแรง

“ซาวามุระซัง” เขาทำเสียงออดอ้อน...รู้ว่าทำท่าทางแบบนี้อีกฝ่ายจะตามใจเป็นพิเศษ “ผมอยากฟังเสียงคุณครางจัง”

แผ่นอกสะท้อนขึ้นลง ดวงตาสีอำพันที่มองลงมาถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกหนึ่งชั้น ของเหลวไร้สีไหลเรื่อยออกมาตามแนวนิ้วซึ่งรุกรานเข้ามาในปาก มิยูกิยังคงหยอกล้อกับลิ้นสีชมพูนั้น มืออีกข้างลูบคลำตามแนวกระดูกเชิงกราน ก่อนกอบกุมด้านหน้าที่กำลังตื่นตัวเต็มที่

“อย่าคิดถึงคนอื่นได้ไหมครับ ตอนนี้ควรสนใจผมต่างหาก”

เอย์จุนขยับตัวอยู่บนหน้าขาของคนอ่อนวัยกว่า เขาหายใจด้วยจมูกไม่ทัน ปากก็โดนยึดจนหายใจลำบาก ทั้งหงุดหงิดทั้งรำคาญก้านนิ้วแข็งๆ จนอยากกัดจมเขี้ยวให้รู้แล้วรู้รอด มิยูกิหัวไว เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปมาก็ชักมือออกอย่างรู้งาน เปลี่ยนไปนวดขยำแก้มก้นที่รอยจูบและกัดจากการร่วมรักครั้งล่าสุดจางหายไปหมดแล้ว

“มิ...ขยับ..”

แม้จังหวะจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ หากเอย์จุนรู้สึกว่าตัวเองทำต่างจากมิยูกิทำ เขาพยายามเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝันสุดความสามารถ แต่ก็เอื้อมไม่ถึง ช่องว่างกลวงโบ๋ต้องการการเติมเต็ม

อึดอัดจนลนลาน

น้ำตากบตา

มิยูกิช่วยรูดรั้งด้านหน้าให้ ได้พิจารณาสีหน้าของคนรักที่ขับควบอยู่บนร่างกายตัวเองแล้ว น้ำลายทำท่าจะไหล...ซาวามุระซังที่กำลังพยายามสุดชีวิต

น่าจับข่มขืนอะไรขนาดนี้นะ

เสียงฉ่ำแฉะเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวดังชัดขับบรรยากาศลามกหยาบโลน ใบหน้าเอย์จุนร้อนผ่าว เร่งจังหวะเท่าที่แรงอำนวย เขาควานมือแปะป่ายไปรั้งศีรษะใครอีกคนเข้ามาหา จูบไล้สันคางแข็งแรงขณะกระซิบเว้าวอน

“มิยูกิ...”

“ครับ?”

ใบหน้าหล่อเหลาฝังลงที่ซอกคอ ดูดเม้มแรงๆ  ลมหายใจหนักหน่วงไม่ต่าง แต่ความอดทนล้ำเลิศ ต่อให้อยากจับคนรักกดลงเตียงแล้วโถมกายเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งให้สมที่ได้รับคำอนุญาตทำตามใจ ทว่าคนในอ้อมกอดยังไม่ปล่อยตัวเต็มที่ คงทำตามที่ขอไม่ได้

“ทำที...”

“ทำอะไรครับ?”

นิ้วโป้งและนิ้วชี้หยอกเล่นบริเวณหน้าอกขณะที่ปากและลิ้นยังทำหน้าที่ไม่มีบกพร่อง เท่านั้นช่องทางด้านหลังก็บีบรัดรุนแรงจนมิยูกิหลุดเสียงอื้ออึงในลำคอ อวัยวะน่ารักในมือเริ่มหลั่งของเหลวเจือกลิ่นคาว คนขี้แกล้งปล่อยมือในวินาทีนั้น

“มิยูกิ...!

“ถ้าคุณขอน่ารักๆ  ผมทำให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้ว” มิยูกิไม่ผ่อนปรนให้ เขาเลื่อนนิ้วไปสัมผัสร่องหลืบบริเวณที่เชื่อมประสาน ริมฝีปากพรมจูบบริเวณกระดูกไหปลาร้า ล่อลวงร่างน่าเอ็นดูเสียงหวานปานน้ำผึ้ง “บอกสิครับ...อยากให้ผมทำอะไร”

“อา...ฮึก...”

สติเริ่มหลุดลอย เอย์จุนถูไถตัวเองกับหน้าท้องแกร่งอย่างสิ้นอาย...อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวแท้ๆ มือสั่นริกยึดบ่าคนรักแน่น

“ใส่เข้ามา... แรงๆ...”

“พูดอีกนิดได้ไหมครับ...?”

เอย์จุนแทบจะถลึงตา ทว่าพอเห็นรอยยิ้มเย้าแหย่กับสายตาอ่อนโยนคำต่อว่าก็โดนกลืนลงท้อง...ไม่ไหว ยังไงก็สู้ไม่ได้...ชายหนุ่มบอกตัวเองว่ายังไงก็อยากตามใจคนคนนี้ พอรวมเข้ากับร่างกายรุมร้อนของตนจึงหักใจพูดต่ออย่างอับจน

“...อยากถึง”

“เพราะใคร?”

“เพราะมิยูกิ”

ความพึงใจระบายบนใบหน้า สะโพกงัดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่วนแข็งขึงร้อนผ่าวชำแรกเข้ามาในส่วนที่ลึกที่สุดราวจะแทงทะลุ ในความเจ็บปวดคล้ายร่างกายถูกฉีกเป็นสองส่วนมีความสุขสมกระแสหนึ่งแล่นขึ้นมาพร้อมๆ กัน เอย์จุนหลั่งออกมาในตอนนั้น

มิยูกิเองก็เกือบจะพ่ายแพ้ให้กับแรงตอดรัด เขากดความพลุ่งพล่านนั้นลงไปอย่างยากเย็น เกี่ยวคางคนรักมาจูบตะกรุมตะกราม ระหว่างนั้นก็พลิกกายขึ้นคร่อมทับ ช้อนบั้นท้ายเต็มมือ ขยับกายอย่างเร่าร้อน เอย์จุนซึ่งยังมึนงงไม่ทันได้ตั้งสติก็ต้องเปิดรับศึกครั้งใหม่

ชายหนุ่มร้องครวญคราง ผนังอ่อนนุ่มโดนเล่นงานไม่ยั้ง ความรู้สึกที่ได้ลิ้มรสต่างจากตอนขับควบอยู่บนตัวมิยูกิด้วยตัวเองโดยสิ้นเชิง

ก่อนหน้านี้ ตำแหน่งพิชเชอร์ทำให้หักโหมร่างกายไม่ได้ มิยูกิจึงไม่ใช้งานร่างกายเอย์จุนเกินขีดจำกัด อันที่จริงก็เป็นเพราะนิสัยเจ้าตัวด้วยที่ทำให้ปฏิบัติต่อเอย์จุนอย่างนุ่มนวล แม้ขยันเรียกร้องก็ไม่เคยรังคัดรังแกกันจนหมดสภาพ

ทั้งอย่างนั้นเอย์จุนก็รู้สึกได้ว่าบางคราวมิยูกิอยากทำมากกว่านั้น

ในเมื่อนึกถึงเขามาตลอด จะไม่ให้นึกเอ็นดูคงไม่ได้

 ความร้อนพวยพุ่งเข้ามาในส่วนลึก

มิยูกิพรูลมหายใจยาวอย่างพึงใจ ความดิบเถื่อนบนดวงหน้าเปล่าเปลือยไร้แว่นตาชวนให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ เอย์จุนลืมหายใจชั่วขณะ ยามกลับมามีสติอีกครั้ง เขาคิดว่ามิยูกิจะเลิกรา แต่ทันทีที่อวัยวะแปลกปลอมซึ่งสอดเข้ามาเริ่มแข็งตัวอีกคำรบ มือเรียวสวยยกขาข้างหนึ่งของตนขึ้นสูง ชายหนุ่มก็ตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองคิดอะไรง่ายเกินไป

มิยูกิกอดขาข้างนั้น ฟันแหลมคมขบกัดขาอ่อนและปลีน่องเป็นจริงเป็นจัง ดวงตาเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า

“โอ๊ยๆๆ! เจ๊บบบบ!

ขาถูกจับแยกกว้าง สะโพกลอยสูง เอย์จุนจิกหมอน น้ำตาคลอ พื้นที่สงวนยังโดนรุกรานไม่หยุด ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากตรงนั้น ขณะเดียวกันก็เสียวซ่านและสุขสม เขาไม่ค่อยถูกรักอย่างรุนแรง ตอนนี้จึงแตกตื่นตกใจ

เวลาเดียวกับที่จุมพิตสลับขบกัด ริมฝีปากร้ายกาจพร่ำปลอบโยนเสียงพร่า “ผ่อนคลายหน่อยครับ ซาวามุระซัง...วันนี้...ทนหน่อยนะ”

“อ๊ะ! เบาๆ...!

อาจเพราะตื่นเต้น สัญลักษณ์แห่งบุรุษจึงมีสภาพน่าสะพรึงกลัวกว่าเมื่อสักครู่ มิยูกิจ้วงลึกเข้ามา คำปลอบโยนสลับคำรักเริ่มแฝงถ้อยคำลามก เอย์จุนถูกคำพูดดังกล่าวล้างสมองให้เห็นร่างกายตัวเองถูกกรีดแยก ช่วงขดลำไส้เปลี่ยนรูปร่างห่อหุ้มส่วนนั้นเอาไว้ ต่อให้ปิดเปลือกตาก็ยังตามรังควาญไม่เลิก

ชายหนุ่มชายดวงตาชุ่มน้ำมองร่างด้านบน เห็นมิยูกิดวงตาแดงก่ำ ลิ้นสีสดแลบเลียริมฝีปาก

เอย์จุนเผลอกลืนน้ำลายดังเอื๊อก จากนั้นเห็นแววตาอีกฝ่ายส่งสัญญาณอันตราย

“คุณนี่มัน...”

“อ๊ะ!

เสียงอุทานกลายเป็นเสียงครวญครางอย่างลืมอาย แก่นกายขับสารแห่งความสุขออกมาเป็นครั้งที่สอง หลังจากนั้น...เพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว พิชเชอร์ผู้กล้าหาญร้องขอความเมตตา แต่ไม่ว่าจะพูดเช่นไรเด็กน้อยผู้น่ารักก็ไม่ยอมฟังเสียง

กว่าจะโดนอุ้มตัวไปชำระล้างร่างกายในห้องน้ำได้ซาวามุระ เอย์จุนก็ไม่เหลือแรงกระทั่งจะกระดิกนิ้ว มิคาด ตอนควานนิ้วเข้ามาล้วงเอาหลักฐานแห่งความรักออกไปมิยูกิยังอุตส่าห์เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีก สุดท้ายก็โดนกระทำชำเราในห้องน้ำจน คนสุขภาพดี สำเร็จความใคร่ไปอีกรอบ





เอย์จุนเกาะบันไดลงมาชั้นล่างอย่างเชื่องช้าด้วยใบหน้าดำคล้ำ ตอนนี้ยังขยับตัวไหวแต่พรุ่งนี้คงปวดกล้ามเนื้ออย่างหนักหน่วงเป็นแน่ นึกแล้วก็แอบเคืองมิยูกิ กลางวันแสกๆ ทำไมใจกล้าหน้าทนขนาดนั้น นี่ในบ้านก็มีเด็กเล็ก ใจคอไม่สนใจอะไรเลยใช่ไหม

ฐานที่สติหลุดจนร้องเสียเสียงแหบ เอย์จุนไม่มีหน้าไปตำหนิอีกฝ่ายแต่อดคิดไม่ได้ว่าทำไมมิยูกิตอนปกติกับตอนหื่นถึงได้ต่างกันนัก สรุปคนคนนี้มีกี่โฉมหน้ากันแน่

“ค่อยๆ เดินนะครับ”

ตัวการเล่นงานคนอื่นจนร่างกายยอบแยบส่งยิ้มนิ่มนวลจากเชิงบันได สีหน้าอ่อนโยนแสนดีขัดกับคราบสัตว์ร้ายเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนประหนึ่งนรกกับสวรรค์ เคยได้ยินว่าสตรีมีหลายโฉมหน้า แต่บุรุษหลายโฉมหน้าบางทีอาจน่ากลัวกว่า

ดีนะที่รู้ว่ามิยูกิไม่ใช่คนไม่ดี...อย่างน้อยๆ ก็กับเขาน่ะ

ชายหนุ่มรู้สึกว่าตีนกาขึ้นสามเส้น พอดีกับที่เหยียบพื้นชั้นหนึ่ง คาโยะซึ่งตื่นก่อนและรออยู่ข้างล่างวิ่งเข้าหาคุณอาใจดี แม่หนูไม่ได้มีเจตนาร้าย ดังนั้นจึงตกใจมากเมื่อกอดขาดังหมับแล้วผู้ใหญ่ตัวโตๆ ก็ร้องลั่น

เอย์จุนหน้าคล้ำจนม่วง ฝืนงับปากเก็บเสียง เขาลูบหัวปลอบหนูน้อยที่ทำตาโตเหมือนอยากร้องไห้ ต่อให้เจ็บร้าวยังไงก็เป็นผู้ใหญ่ แค่นี้ทำไมจะอดทนไม่ได้เล่า ดวงตาสีอำพันทำเป็นไม่สนใจผู้ใหญ่อีกคนที่แอบหลบมุมยืนไหล่สั่น เฝ้าโอ๋เด็กหญิงจนเธอกลับคืนสู่สีหน้าปกติ

ฮึ่ย ทำไมเขาต้องเป็นฝ่ายรับนะ...

ครั้งแรกเป็นตัวกำหนดเหรอ ครั้งแรกสินะ แปลว่าตอนแรกเขาไม่ควรใจอ่อนยอมปล่อยเลยตามเลยใช่ไหม

เห็นคนรักสีหน้าสดชื่นแจ่มใส ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการปวดไปทั้งตัวอย่างตนแล้วเอย์จุนแสนหมั่นไส้ เขาอายุมากกว่า ควรมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ไม่ใช่ยอมให้เด็กข่มสิ ทำไมต้องงัดข้อสู้มิยูกิไม่ได้ด้วย จะมาเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว

ไม่ต้องส่งกระจกก็ทราบได้ว่าสารรูปตัวเองไม่ดี แล้วดูมิยูกิสิ...ดูสิดู ออร่าดึงดูดคนพวยพุ่งชนิดที่ไปทำงานวันพรุ่งนี้ต้องมีคนทักแน่ว่า ไปทำอะไรมา ยังกับเด็กลงปีสองปียังไงยังงั้น ชาติที่แล้วเขาทำบุญมาน้อยเหรอ หมายความว่าชาตินี้ต้องทำบุญมากเป็นพิเศษหรือเปล่า

ตอนมิยูกิคนพ่อกลับมาถึง บรรยากาศในบ้านจึงพิลึกกึกกือ

ลูกชายตัวดีหน้าใสกิ๊ง ยิ้มจนปากฉีกถึงหู ส่วนเจ้าของบ้านอันเป็นคนรักของลูกชายท่าทางซึมเซาห่อเหี่ยว กำลังนั่งปลูกเห็ดหันหน้าเข้าหากำแพงบ้าน ขณะเด็กน้อยที่รับฝากเลี้ยงปรี่เข้ามารับเขาเข้าบ้านด้วยดวงตาใสบริสุทธิ์อย่างคนไม่รู้เรื่องรู้ราว

“จะทำอะไรก็อย่าลืมล่ะว่ามีเด็ก”

เพราะไม่รู้ลูกชายทำอะไรโลดโผนหรือเปล่าจึงออกปากเตือน

มิยูกิยังคงยิ้มอย่างสุภาพ ดวงตาใสกระจ่าง แต่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น เขาเดินผ่านพ่อไปแล้วส่งแก้วบรรจุน้ำขิงให้คนที่ตนรังแกจนเดินแทบไม่ไหว ตอนปลายนิ้วของอดีตพิชเชอร์แตะแก้วกระเบื้องยังมิวายเย้า

“ถ้าทำอะไรเองไม่ไหวก็บอกนะครับ จะอาบน้ำ ป้อนข้าว...”

“ฉันไม่ได้พิการ” เอย์จุนหน้างอ ทว่าคำพูดที่ได้ยินทำให้หวนนึกถึงความทรงจำเมื่อช่วงบ่ายใบหน้าจึงแดงเรื่อ ไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิด

เห็นแล้วมิยูกิคันปาก งับริมฝีปากตัวเองให้แนบติดกันไม่สำเร็จ “เมื่อกี้เยอะพอดู รู้สึกว่าจะท้องบ้างรึยังครับ นี่ถ้าไม่ใช่จะทำให้คุณท้องไส้ไม่ดีล่ะก็ผมคงไม่เอาออก...”

“อ๊า! หยุดพูดได้แล้ว!

“งั้นเวลาผมพูดจาแบบนี้ก็อย่าหน้าแดงได้ไหมครับ เห็นแล้วมันอดไม่ได้น่ะ” ไม่พูดเปล่ายังเอื้อมมาตีแก้มแปะๆ พร้อมส่งยิ้มละลายใจ

การกลั่นแกล้งเขาเป็นความบันเทิงของมิยูกิเรอะ...

รู้มาตั้งนานแล้วว่ามิยูกิชอบเห็นตนอับอาย แถมยังพูดจาลามกและหวานเลี่ยนได้คล่องปาก...รู้ทั้งรู้ เจอมาจนนับครั้งไม่ถ้วน กระนั้นก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้ เจ้าเด็กนี่ถึงได้สนุกกับการกลั่นแกล้งไม่เลิก เอย์จุนเคยพยายามตีหน้าเยือกเย็นแล้ว แต่พอเขานิ่ง มิยูกิยิ่งเพิ่มดีกรีคำพูด ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว

เคยคิดว่าเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ ทำไมไม่อายเสียบ้าง ได้รับอิทธิพลแปลกๆ มาจากอะไรหรือเปล่า หากพอนึกย้อนดูเจ้าตัวก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่ม.ต้น คำพูดแค่ไม่น่าฟังขึ้นตามประสบการณ์ที่เพิ่มตามอายุเท่านั้น

เรื่องที่ว่าคนเราจะไร้ยางอายได้ถึงขั้นไหน เอย์จุนไม่อยากรู้เลยสักนิด











Talk

ตอนที่ลงพาร์ทแรก เราก็เขียนพาร์ทนี้ไปได้พอสมควรแล้วค่ะ มันมาติดตรงฉากอัศจรรย์นี่แหละ...เสียเวลาก็เพราะฉากนี้นี่แหละ ไม่เคยเขียนมาก่อน พอลองแล้วพบว่ามันยากมาก // ข่วนกำแพง

ตอนแรกตั้งใจจะให้จบพาร์ทนี้แต่ก็ยืดเยื้อจนได้ อันที่จริงเราค่อนข้างชอบหนูน้อยมิยูกิ ไม่งั้นคงไม่ได้เข็นภาคอาฟเตอร์เวิร์ดออกมา ถึงอย่างงั้น ตอนนี้ก็กินพลังงานจริงๆ นะ...

1 comment:

  1. ถ้าไม่อ่านทอร์ค เราคิดว่าต้องเป็นคนที่เขียนมาอย่างโชกโชนแล้วซะอีก
    ฉากอัศจรรย์รื่นไหลมาก อ่านแล้วเคลิ้ม 55555555555 ชอบการบรรยายมากเลยค่ะ น่าร้าาาาาาาากกกกกก
    เขินตาม

    ReplyDelete