Fanfic Daiya no A
Straight Line
[Part : Extra]
Pairing : None / General
Rating :
SFW
- บันทึกของฟุรุยะ ซาโตรุ –
เขารู้ความลับของผู้ชายที่ชื่อซาวามุระ
เอย์จุนโดยบังเอิญ
หมอนั่นมองเห็นอนาคต
ตอนเดินกลับหอด้วยกันวันหนึ่ง
ขณะที่เขากำลังจะข้ามถนน อยู่ๆ เจ้าบ้านั่นก็ทำหน้าตื่นตกใจอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
คว้าเอวเขาเอาไว้ แล้วกระชากกลับขึ้นฟุตบาทก่อนที่เท้าข้างที่ก้าวออกไปจะทันเหยียบพื้น
ฟุรุยะเคืองคนงี่เง่าที่ทำอะไรกะทันหัน กำลังจะอ้าปากด่า
แต่แล้วกลับมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งผ่านด้านข้างไปด้วยความเร็วสูง...ปีนขึ้นฟุตบาท
ชนกระจกร้านร้านหนึ่งแตกกระจาย หากไม่ถูกดึงตัวเอาไว้
ที่โดนชนคงไม่ใช่กระจกร้านแต่เป็นตัวเอง
ริมฝีปากอ้าค้าง ไม่มีเสียงด่าสักครึ่งคำ ผิวที่ขาวซีดพลันซีดลงกับจินตนาการอันตราย
ฟุรุยะรู้สึกได้ว่าเม็ดเหงื่อเย็นเฉียบซึมจากไรผม
ทว่าแรงบีบหนักหน่วงที่ต้นแขนเรียกสติกลับคืนมา เอย์จุนมองเขาอย่างร้อนรน
เนื้อตัวสั่นริก กระทั่งหางเสียงยังสั่นพลิ้ว ระหว่างที่ถามความปลอดภัยของเขา
ดวงตาคู่โตสำรวจร่างกายไม่หยุด ดูเหมือนจะไม่วางใจว่าเขาไม่ได้รับอันตรายจริงๆ
ฟุรุยะพลันนึกสงสัยขึ้นมาว่าคนตรงหน้า ‘ตั้งใจ’ ดึงตัวเขาออกมาจากอันตราย
ทั้งที่ไม่น่ารู้
แต่จากการกระทำราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะมีมอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามา
สีหน้าเรียบเฉยเกิดความเปลี่ยนแปลงแต่สถานการณ์ฉุกละหุกไม่เข้าที
พวกเขาพากันออกมาจากที่เกิดเหตุ ตรงดิ่งกลับที่พัก ระหว่างรอเจ้าบ้าอาบน้ำ
ฟุรุยะนั่งครุ่นคิดเงียบๆ กับตัวเอง ในที่สุดก็เดินลงไปด้านล่าง
ซื้อเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์กลับขึ้นมา แม้อายุยังไม่ถึง แต่พอปล่อยให้พนักงานสาวเหลือน้อยลูบไม้ลูบมือ
เจ้าหล่อนก็ปล่อยเขาง่ายๆ
ของที่ซื้อมานั้นไม่ต้องบอกก็รู้...เอาไว้กรอกปากหาความจริง
ฟุรุยะใช้วิธีการบีบบังคับ...ล็อกขากรรไกรแล้วกรอกลงไป
โหดมาก แต่ประสิทธิภาพชะงัดนัก เดี๋ยวเดียวคนเมาก็พ่นทุกสิ่งออกมาให้ได้ยินโดยไม่ต้องเปลืองแรง
คงเพราะคับข้องใจเป็นทุน พูดไปเรื่อยๆ ก็เริ่มฟูมฟาย
...พอพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นว่าดันมีคนตายเพิ่ม
คนบาดเจ็บเพิ่ม พอกันที! ไม่เอาแล้ว ถ้าพยายามแล้วทำให้เรื่องเลวร้ายลงล่ะก็
ฉันยอมแพ้ดีกว่า...!
เนื้อความที่ได้ยินน่าตื่นตระหนกจนเขาไม่อยากเชื่อ
แต่เอย์จุนร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร
แถมเรื่องที่เพิ่งเกิดยังทำให้ใจเอนเอียงไปทางน้ำหนักของคำว่า ‘เชื่อ’
ถ้าภาพที่เห็นเป็นอนาคตธรรมดายังไม่เท่าไหร่แต่ดูเหมือนจะเห็นเหตุการณ์ร้ายๆ
หลายครั้ง อย่างอุบัติเหตุ มีผู้เสียชีวิต...ต้องเห็นภาพพวกนั้นซ้ำซากตั้งแต่ยังเด็ก
จิตใจได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแสนสาหัส คนที่รู้เรื่องนี้มีแต่ครอบครัว ประกอบไปด้วย
พ่อ แม่ กับปู่
เจ้าตัวไม่สามารถควบคุม นึกอยากเห็นก็เห็น
ไม่เกี่ยงว่าเป็นยามหลับหรือตื่น ฝันร้ายตามหลอกหลอนตั้งแต่จำความได้ การที่จิตใจยังไม่บิดเบี้ยวและยังยิ้มได้
หากไม่ใช่ปาฏิหาริย์ก็สมควรบอกว่าจิตใจแข็งแกร่งอย่างไม่อาจนึกภาพออก
ฟุรุยะลูบหลังคนเมา สายตาที่มองเอย์จุนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ตอนกำลังจะบอกให้ไปอาบน้ำนอนเพราะไม่อยากบังคับให้เจ้าตัวนึกถึงเรื่องเลวร้ายมากไปกว่านี้
จู่ๆ เสียงอ้อแอ้ก็เริ่มพูดถึงฉากสุดท้ายของชีวิตตัวเอง
วินาทีนั้นฟุรุยะเพิ่งเข้าใจว่าคำว่าเลือดจับตัวเป็นน้ำแข็งหมายความว่าอย่างไร
วันนั้นเขาอุ้มเอย์จุนที่สลบไปทั้งน้ำตาไปนอน
และเช้าวันถัดมาก็ยอมรับกับเจ้าตัวตรงๆ ว่าตัวเองจงใจมอมเหล้าเพื่อหาความจริง เอย์จุนซึ่งจำเรื่องตอนเมาได้ทุกอย่างโกรธไฟแล่บตามคาด
ฟุรุยะทราบดีว่าเอย์จุนไม่อยากให้คนอื่นต้องแบกรับความทุกข์เหมือนตน
แต่ในเมื่อเขารู้เรื่องหมดแล้ว จะให้ทำไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นก็ทำไม่ได้
สุดท้ายก็หาวิธีอ้อมค้อมมากมายทำให้เจ้าตัวยอมลดระดับความคำนึงถึงคนอื่นลงแล้วเปิดปากระบายความในใจให้ฟัง
สิ่งที่เขาทำได้มีแค่การฟังเท่านั้น...เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องเผชิญ
ถึงอย่างนั้นเจ้าบ้านั่นก็ยังมีแก่ใจห่วงความรู้สึกของเขา น่าโมโหที่สุด
ฟุรุยะหงุดหงิดเสมอเวลาสัมผัสได้ว่าเพื่อนคนนี้กำลังแบกรับอะไรบางอย่างที่หนักหน่วงเกินกำลัง
ยิ่งได้เห็นเจ้าตัวร่าเริงและใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อรอวาระสุดท้ายของชีวิตยิ่งเจ็บใจกับความไร้กำลังของตัวเอง
เขาทำอะไรไม่ได้เลย
การรู้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เป็นเรื่องแย่ที่สุด
เด็กหนุ่มตระหนักได้ยามที่เจ็บปวดเพราะอีกฝ่ายว่า ที่แท้ซาวามุระ
เอย์จุนคือเพื่อนคนสำคัญของเขา...เพื่อนที่หนวกหูน่ารำคาญแต่อ่อนโยนและเข้มแข็งกว่าใคร
ทั้งที่เพื่อนคือคนที่จะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ทว่าฟุรุยะกลับช่วยแบ่งเบาภาระของเพื่อนคนสำคัญไม่ได้
พอบอกให้หนี
เจ้าตัวก็ยิ้มเศร้าและบอกว่าทำแบบนั้นไม่ได้หรอก
หนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงวันดังกล่าว ซาวามุระ
เอย์จุนเก็บข้าวของส่วนตัวในห้องพักยัดใส่กล่อง
เหลือเพียงสัมภาระนิดหน่อยที่เอาไว้ใช้ยามตระเวนไปเที่ยวค้างกับคนอื่น เสร็จแล้วตั้งหน้าตั้งตาเขียนจดหมายบอกความจริงกับคนในครอบครัว
เจ้าตัวอ้างว่าไม่อยากบอกก่อนเพราะกลัวคนที่บ้านจะไม่สบายใจ
ส่วนที่มาบอกเอาทีหลังเพราะอยากให้พวกเขารู้ว่าตนจากไปโดยไม่มีอะไรติดค้าง
ไม่ต้องเป็นห่วง หลังตรวจทานสามรอบและยัดรวมกับสัมภาระอื่นๆ
เสร็จก็ฝากเขาส่งของทางไกล วันนั้นเจ้าตัวมีงานพิเศษ ไม่ว่างไปเอง เลยขอร้องแลกกับเวรทำความสะอาดหนึ่งวัน
บางทีคงมีแต่ฟุรุยะคนเดียวที่รู้ว่าการที่เอย์จุนชอบเที่ยวไปค้างบ้านคนอื่นเป็นเพราะอยากอยู่กับทุกคนให้เต็มที่
ที่ทำงานพิเศษสารพัดและหากิจกรรมทำไม่เว้นแต่ละวันเพราะอยากเก็บประสบการณ์ในการทำนู่นนี่ให้มากที่สุดขณะที่ยังมีโอกาส
ที่จนแล้วจนรอดทำไม่สำเร็จคือการคว้าเอซนัมเบอร์กับความรักของคนคนหนึ่ง
สำหรับเรื่องแรกดูเหมือนจะยอมรับโดยดีเพราะเข้าใจความสามารถตัวเองดีที่สุด
ในขณะที่เรื่องหลัง...แม้เสียใจอยู่บ้างก็บอกอย่างคนมองโลกในแง่ดีว่าเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
อย่างน้อยก็ไม่ทิ้งแผลใจให้คนที่ถูกทิ้งเอาไว้
เห็นสีหน้าตอนพูดไม่เหมือนคนกำลังอดทนทำเรื่องขัดความรู้สึก
ฟุรุยะจึงไม่บอกให้ลองพยายามต่อ
ไม่มีใครรู้เหตุผลเบื้องหลังการกระทำเหล่านี้เลย
คนที่รู้เพียงคนเดียวจึงได้แต่มองอย่างปวดใจ
โอกาสสุดท้ายที่จะได้เจอกันในขณะยังมีลมหายใจ
คนงี่เง่าพูดเรื่องน่าโมโหแล้วยิ้มให้
‘ไว้ฉันจะชดเชยให้ชาติหน้าแล้วกัน’
เจ้าบ้า นั่นมันคำพูดฉัน...
เขาอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อซาวามุระ เอย์จุน
ในเมื่อชาตินี้ไม่มีโอกาส ถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้ตัวเองสามารถลบความทุกข์ออกไปจากดวงตาคู่นั้นได้
ไม่อยากเห็นเจ้าบ้านั่นต้องทรมานหรือร้องไห้เพราะคนอื่นอีกแล้ว
วินาทีที่เห็นแผ่นหลังคุ้นตาวิ่งจากไป
บางสิ่งร้อนผ่าวเกาะหางตา เมื่อยกมือป้ายออก
ปรากฏว่าปลายนิ้วเปียกชื้นและมีรสเค็มจางๆ...
Talk
สุดท้ายก็สี่พาร์ทจริงๆ ทั้งที่เนื้อเรื่องหลักไม่ได้ชอบฟุรุยังมากมาย ออกแนวหมั่นไส้ด้วยซ้ำ แต่แต่งฟิคทีไรหมอนี่หล่ออยู่เรื่อย พิลึกจริง
ปล. เรื่องนี้เป็นเพื่อนจริงๆ นะ ไม่ใช่เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ
แงงงง น้อง แงงง ที่ไปนอนค้างบ้านคนอื่นบ่อยๆ เพราะงี้นี่เอง แง ม้ายยยย
ReplyDeleteชอบคุงหมีขาว... ฮือ ชาติหน้าพยายามเข้านะฮะ TT TT
สงสารน้อง... โธ่ว พี่มิ...