Fanfic Eyeshield 21
Fragile
Pairing : Hiruma Yoichi x Anezaki Mamori
Rating
: SFW
ไซเคียวเป็นมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง...ชื่อกระฉ่อนเพราะมีแต่เด็กหัวกะทิ
เป็นที่หมายปองของนักเรียนเรียนดีทั้งหลาย ทว่าอาเนซาคิ มาโมริไม่ได้เข้าเรียนที่มหาลัยแห่งนี้เพราะสนใจชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
เมื่อครั้งม. ปลาย ที่เข้าเรียนที่เดมอนทั้งที่สอบเข้าโรงเรียนม.ปลายดังๆ
ได้สบายก็เพราะเพื่อนๆ ชักชวน
ไซเคียวก็เหมือนกัน
ครอบครัวดูเหมือนจะอยากให้ต่อที่นี่
มาโมริซึ่งไม่มีมหาวิทยาลัยเป้าหมายจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะสอบเข้าที่มหาลัยนี้
เธอไม่สนใจชื่อสถาบันเท่าไหร่
ดังนั้นจึงไม่ต่อต้านและโอนอ่อนตามความเห็นมารดาโดยง่าย ทั้งที่คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตนักศึกษาเหมือนคนอื่นๆ
อย่างสงบสุข ทว่า...
ฮิรุม่า โยอิจิ
...ไม่นึกว่าจะได้มาเจอกันในที่แบบนี้เลย...
เขาเป็นคนหัวดี เรื่องสอบเข้าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง
แต่พอเห็นผู้ชายคนนี้
มาโมริซึ่งคิดจะตั้งใจเรียนและใช้ชีวิตนักเรียนโค้งสุดท้ายของชีวิตให้เต็มที่ก็ตระหนักได้ว่าตนคงทำตามความต้องการดังกล่าวต่อไม่ได้กระมัง...
สมัยม.ปลาย
เพราะอยากปกป้องเซนะจึงจับพลัดจับผลูเข้าร่วมกับชมรมอเมริกันฟุตบอลในฐานะผู้จัดการ
วันเวลาผ่านไปทำให้เธอชอบกีฬาลูกหนังประเภทนี้มากขึ้น
ทว่ามันไม่เพียงพอจะก่อเกิดความรู้สึกอยากทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ชมรมต่อเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย
มาโมริไม่ได้อยากเข้าชมรมอเมริกันฟุตบอล
ทว่าตัวตนของฮิรุม่า
โยอิจิทำให้เธอต้องหลวมตัวมาเป็นผู้จัดการชมรมอีกครั้ง
ฮิรุม่าเป็นคนประเภทที่มาโมริไม่ชอบ
เขาก่อเรื่องสารพัด รังแกคนอื่น แถมยังเอาแต่ใจสุดขีด
คำพูดคำจาก็ไม่น่าฟังเอาเสียเลย...เป็นปิศาจอย่างที่คนอื่นแอบขนานนามลับหลังจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ทั้งที่ฮิรุม่าไม่ใช่คนดีและไม่มีอะไรน่าเห็นใจเธอกลับรู้สึกว่าปล่อยเขาไว้ไม่ได้
เฮ้อ...
“เอ้า วิดีโอทีมเอนมะ”
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา...
ฮิรุม่า โยอิจิปรากฏตัวแบบไม่มีสัญญาณเตือน
มาถึงก็โยนกล้องถ่ายวิดีโอให้อย่างไร้มารยาท มือข้างหนึ่งถือปืนยาวพาดบ่า ปากเคี้ยวหมากฝรั่งไร้น้ำตาลเหมือนที่เห็นจนเจนตามาหลายปี
ผมสีทองชี้แหลมและตุ้มหูทำให้ดูเป็นเด็กเกเร...เครื่องแบบกลายเป็นชุดไม่เรียบร้อยโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น
มาโมริถอนใจเฮือกขณะวางปากกา
ทีมออลสตาร์ของอเมริกันฟุตบอลม.ปลายมารวมตัวกันที่ไซเคียวไม่รู้ตั้งกี่คนต่อกี่คน
ทั้งอย่างนั้นผู้ชายที่ไร้ความโดดเด่นด้านศักยภาพทางกีฬากลับสะดุดตาแม้อยู่ท่ามกลางผู้เล่นชั้นแนวหน้า
ตอนนี้เองก็เป็นบุคคลสำคัญของทีม ออร่าหัวโจกกลบรัศมีผู้นำของบรรดารุ่นพี่เสียมิด
เอาเถอะ เข้ามาได้ไม่นานก็ข่ม ผอ.
ได้แล้ว กับแค่รุ่นพี่คงไม่ครณามือพ่อเจ้าประคุณหรอก
มาโมริเกี่ยวผมที่ยาวขึ้นมากทัดใบหู จากนั้นเปิดไฟล์ดูพอผ่านตา
เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชมรมใหญ่ขนาดนี้กลับไม่ค่อยมีคนหลังฉาก...มีเธอทำงานมือเป็นระวิงอยู่คนเดียว
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้คนมาช่วย แต่ขืนพูดออกไปฮิรุม่าคงถือปืนไปบังคับคนอื่นมาเดือดร้อน
เป็นแบบนั้นสู้อดทนต่อยังจะดีซะกว่า
ความจริงก่อนหน้านี้มีคนรับหน้าที่ฝ่ายซัพพอร์ตอยู่เหมือนกัน
แต่พอผู้ชายผมทองแถวๆ นี้โผล่หน้ามาคนพวกนั้นก็พากันหายเกลี้ยง เหล่าสาวๆ
ที่มาเมียงมองหนุ่มๆ ในชมรมก็พากันโกยแน่บ แม้จะมีคนเนื้อหอมอย่างพวกยามาโตะ
ทาเครุอยู่หลายคนก็ไม่ช่วยอะไร...ไม่มีใครกล้ามาเสนอตัวขอเป็นผู้ช่วยแม้แต่คนเดียว
“เราต้องแข่งกับเอนมะด้วยเหรอ”
เธอถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มซึ่งเปรียบเสมือนน้องชายในหน้าจอขนาดเล็ก
“...เคี้ยกๆ
ไม่แข่งตอนนี้เดี๋ยวก็ได้แข่งเองล่ะน่า”
ฮิรุม่าหัวเราะในแบบที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ เขาปรายตาลงมองโดยที่ยังยืนหลังตรง มาโมริซึ่งนั่งเก้าอี้รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายจงใจข่มพิกล
“ไหนว่าเจ้าเปี๊ยกเป็นคู่แข่งไง หรือเอาเข้าจริงจะทำใจไม่ได้กันล่ะ ‘พี่มาโมริ’ ?”
รอยยิ้มกึ่งเหยียดกึ่งยั่วขัดตาเป็นพิเศษ
มาโมริเชิดคางเล็กๆ “ฉันไม่ได้หมายความยังงั้นซะหน่อย”
“งั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำงานกรรมกรไปซะ อย่าอู้”
“ขอให้คนอื่นช่วยก็พูดดีๆ หน่อยสิ...!”
มาโมริว่า แต่คนเอาแต่ใจเดินตัวปลิวไปอีกทาง
เห็นได้ชัดว่าไม่คิดฟัง หญิงสาวค้อนใส่บานประตูที่ร่างผอมสูงเพิ่งพ้นไป แต่จู่ๆ ใบหน้าเรียวยาวก็โผล่พรวดจากทิศทางที่เพิ่งเดินออกไปจนเธอสะดุ้ง
“...”
ฮิรุม่าไม่ได้พูดอะไร
แค่โผล่มาจ้องเหมือนภูตผีราวจะบอกว่า ‘ได้ยินนะเฟ้ย’ แล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง...ไปไวมาไวปานพายุ
ไม่รู้มีอะไรต้องรีบไปทำต่อหรือเปล่า
ขึ้นมหาลัยแล้วก็ยังทำพฤติกรรมเหลวไหลเหมือนก่อนไม่มีเปลี่ยน อย่างวิดีโอนี่ก็คงใช้
‘ทาสผู้ซื่อสัตย์’ ไปถ่ายมาให้
มาโมริตำหนิเขาจนไม่รู้จะตำหนิยังไง ตอนนี้ทำได้แค่ปลงและห้ามปรามเท่าที่จะทำได้ หญิงสาวรู้ดีว่าฮิรุม่าไม่ได้แย่ซะหมด
แต่ว่า...
ทำไมเธอต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ
ด้วยนิสัยของมาโมริ
เป็นปกติหากจะนึกไม่พอใจเมื่อเห็นพฤติกรรมออกนอกลู่นอกทางของอีกฝ่าย ทว่าการเอาตัวเข้ามาข้องแวะขนาดนี้...
เซนะก็ไม่อยู่ แถมฮิรุม่ายังไม่ได้แบล็กเมล์
‘เธอเต็มใจทำแล้วจะหาเรื่องมาแบล็กเมล์ทำไม’
ปิศาจผมทองเคยพูดแบบนั้นแล้วหัวเราะ
แววตาที่เหมือนจะรู้ทันไปหมดทุกเรื่องทำเอามาโมรินั่งไม่ติดที่
ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับตามตรงว่าเขาพูดไม่ผิด ที่น่าโมโหที่สุดคือแม้จะไม่พอใจฮิรุม่าจนโมโหเขาอยู่บ่อยๆ
กลับรู้สึกอยากให้เขาเป็นตัวของตัวเองต่อไป...แค่ลดๆ
เรื่องสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นลงบ้าง
เธอบอกตัวเองว่าแม้เขาจะไม่ใช่คนดีก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด...เจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกแต่ก็รักษากติกา
เล่นลูกไม้แต่ไม่เคยขี้โกง
บางทีที่ปล่อยมือจากอีกฝ่ายไม่ได้เพราะคนรอบข้างมองเห็นแต่ความร้ายกาจของเขาจนละเลยเนื้อใน
เรื่องนิสัยแย่ๆ ของฮิรุม่าไม่ว่าใครก็คงแก้ตัวแทนไม่ได้
ทั้งอย่างนั้นเขาก็ยังมีด้านอื่นๆ อยู่อีก
มาโมริที่เคยเห็นฮิรุม่าด้านอื่นรู้สึกว่ามันโหดร้ายเกินไปที่ไม่มีใครดีกับคนคนนั้นเพราะเอาแต่หวาดกลัวกิตติศัพท์ย่ำแย่โดยไม่ลืมตามองความเป็นจริงให้ชัดเจน
มุซาชิคุงกับคุริตะคุงก็แยกกันไปคนละทิศละทางแล้ว...
อย่างน้อยมาโมริก็อยากเป็นคนหนึ่งที่คบหากับฮิรุม่าอย่างเสมอภาค
รอยยิ้มสนุกสนานตอนอีกฝ่ายอยู่บนสนามสีเขียวชวนให้รู้สึกอย่างนั้น
ขี้โกงที่สุด...
หวนนึกถึงสีหน้าดังกล่าวแล้วอดบุ้ยปากไม่ได้
มาโมริมองสถิติของผู้เล่นทีมบาเบลที่ตนกำลังจดสลับกับกล้องที่คนขี้โกงเพิ่งเอามาทิ้งไว้
จากนั้นค่อยสังเกตเห็น...
น้ำผลไม้กระป๋องบนโต๊ะ
ไอน้ำเริ่มเกาะข้างผิวกระป๋องเรียบลื่นทว่ายังคงความเย็น
มาโมริไม่ได้เป็นคนซื้อและเพิ่งจะมองเห็นมันก็ตอนนี้
ดังนั้นคนเอามาวางทิ้งไว้จะเป็นใครไปได้
หญิงสาวระบายยิ้มอ่อนใจก่อนหยิบน้ำผลไม้กระป๋องนั้นขึ้นมาดื่มเงียบๆ
No comments:
Post a Comment