Fanfic Daiya no A
Change
Chapter : Prolouge
Pairing : Okumura Koushuu x Sawamura Eijun
Rating : SFW
สำหรับเด็กบ้านนอกที่ไม่เคยย่างเท้าเหยียบเมืองหลวงสักครั้งในชีวิต
การมาเรียนต่อม.ปลายในเมืองเป็นเรื่องชวนตื่นเต้นและประหวั่นพรั่นพรึงในเวลาเดียวกัน
ความเจริญที่ต่างกันลิบลับทำเอาปรับตัวแทบไม่ทัน
ตอนขึ้นรถไฟฟ้าครั้งแรกก็พลาดขายขี้หน้าให้คนอื่นหัวเราะขำมาแล้ว
แม้จะชวนให้หนักใจอย่างยิ่งในช่วงแรก แต่พอผ่านมาได้สักหลายวันก็เริ่มชิน
ซาวามุระ เอย์จุนถือถุงจากร้านสะดวกซื้อด้วยมือข้างหนึ่ง
ส่วนอีกข้างจับร่มพลาสติกไว้มั่น
ฝนตกปรอยๆ
ไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อวาน
เขาออกมาซื้อของใช้จำเป็นรวมทั้งยาจากร้านสะดวกซื้อ
สัปดาห์หน้า...เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะได้เริ่มต้นชีวิตนักเรียนม.ปลายแล้ว
ไพล่คิดถึงเรื่องนี้ก็อดกังวลไม่ได้
เอย์จุนไม่ได้เข้ามาเรียนคนเดียว
มีอีกคนที่มาเรียนต่อม.ปลายด้วยกันและเป็นรูมเมทที่อพาร์ทเมนต์
ญาติสนิทจากทางแม่
ฟุรุยะ ซาโตรุ
พวกเขาโตมาด้วยกัน
เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนซี้เพื่อนตาย แม้เจ้าคนหน้าตายคนนั้นสุดแสนจะกวนโอ๊ยและน่าโมโห
ทว่าแม้ไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับว่าเอย์จุนคุ้นเคยกับการมีอีกฝ่ายอยู่ข้างๆ
อีกทั้งยังเป็นคนที่ทำให้เขาเป็นห่วงได้ตลอดเวลา
สาเหตุสำคัญอาจเป็นเพราะฟุรุยะ
ซาโตรุขาดความสามารถในการสื่อสาร
ในที่นี้หมายความว่าพูดไม่ได้
ซาโตรุพูดไม่ได้
แล้วยังเป็นพวกหน้าตายอีกต่างหาก
บางทีการที่เติบโตมาโดยมีเพื่อนแค่เอย์จุนคนเดียวและยอมแพ้ในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็เพราะความบกพร่องแต่กำเนิดดังกล่าว
ยิ่งมีนิสัยขี้เบื่อขี้รำคาญ
พอคนอื่นนอกจากเอย์จุนไม่มีทักษะในการเดาคำพูดก็ละทิ้งความพยายามในการสร้างมิตรโดยปริยาย
ด้วยเหตุนี้เอย์จุนเลยยิ่งต้องตามประกบอีกฝ่าย
และช่วยเหลือในหลายๆ เรื่อง
ตอนนี้ก็เช่นกัน
เขาออกมาซื้อยาให้ซาโตรุที่เป็นไข้อ่อนๆ
“หมอนั่น
หวังว่ากลับไปแล้วจะเห็นว่ายอมนอนดีๆ นะ”
หากกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่
ต่อให้รู้ว่าเพื่อนไม่สบายก็จะชกสักเปรี้ยง
เอย์จุนเดินทอดหุ่ยเรื่อยเปื่อยด้วยชะล่าใจว่าฝนตกไม่หนัก
และไม่รู้โดนเบื้องบนรับรู้ความคิดนั้นแล้วอยากกลั่นแกล้งหรืออย่างไร ฝนที่ตกปรอยๆ
เสมือนจะขาดเม็ดเมื่อสักครู่พลันตกหนักขึ้นมากะทันหัน คลื่นลมพัดแรง
ฟ้าร้องฟ้าแลบดั่งเกิดอาเพศ พายุฝนฟ้าคะนองเร่งให้เอย์จุนรีบวิ่งกลับอพาร์ทเมนต์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร
หากไม่ติดว่าต้องยื้อยุดไม่ให้ร่มปลิวไปตามลมอาจจะเปียกน้อยกว่านี้ก็ได้
เปรี้ยง!
“อ๊า! รู้แล้วๆ! รอให้ถึงบ้านก่อนก็ไม่ได้!”
ผลจากการพากเพียรฝึกซ้อมเคนโด้ทำให้ร่างกายแข็งแรง
วิ่งขึ้นไปยังห้องที่อยู่ชั้น 2 ได้อย่างรวดเร็ว
เอย์จุนจับลูกบิดหมุนเพราะรู้ว่าประตูไม่ได้ล็อก
“ซัตจัง
ขอผ้า...”
เปรี้ยง!
แสงจากฟ้าผ่าลอดผ่านหน้าต่างจนต้องหลับตาหนี
เอย์จุนเสียจังหวะไปเล็กน้อย เมื่อมองเข้าไปภายในห้องและเห็นความเป็นไปชัดๆ
ก็ตกใจจนเข่าแทบทรุด ทว่าสัญชาตญาณทำงานได้ดีเยี่ยมอย่างน่าชม แทนที่จะทรุดฮวบ
ขาเอย์จุนกลับพาร่างกายหนักอึ้งวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเข้าไปข้างใน
ซาโตรุไม่ได้ดูโทรทัศน์
และยิ่งไม่ได้กำลังนอนหลับ
ทว่าเพื่อนสนิทกำลังถูกเงาที่มีลักษณะเป็นเส้นสายสีดำดึงตัวลงให้จมลงไปในพื้นห้อง
ซาโตรุพูดไม่ได้จึงมีแต่เสียงอืออาหลุดออกมาให้ได้ยิน เมื่อรวมกับเสียงฝน ไม่แปลกใจหากข้างห้องไม่ทราบว่าเกิดเหตุผิดปกติ
เดิมทีซาโตรุก็เป็นคนขาวจัดอยู่แล้ว
มาตอนนี้ใบหน้ายิ่งซีดเผือดเพราะร่างกายโดนรัดพัน
เอย์จุนพยายามแกะเงานั้น
ปากก็ส่งเสียงขอความช่วยเหลือ เขาไม่กล้าละสายตาจึงไม่อาจวิ่งออกไปเพื่อเรียกคน
“...!”
“ซัตจัง! อดทนไว้นะ!”
กระนั้นร่างกายของซาโตรุกลับค่อยๆ
ถูกเงาดำกระชากลงไปอย่างน่าพิศวง
ทว่านี่ไม่ใช่เวลามามัวตกตะลึงว่าร่างกายครึ่งล่างหายเข้าไปในพื้นห้องได้อย่างไร
เอย์จุนเค้นเรี่ยวแรงทั้งร่างกายกอดแขนเพื่อนรักไว้มั่น
เขากล้าพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่าไม่เคยดิ้นรนอะไรมากมายขนาดนี้มาก่อน
“โธ่เว้ย!”
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงอีกครั้ง
...ดังกึกก้องราวกับจะผ่าผืนดินให้แยกเป็นสองส่วน
นอกจากแรงกระชากอย่างรุนแรงราวกับจะฉีกร่างกายเป็นชิ้นๆ
และความอบอุ่นจากอุณหภูมิร่างกายที่ถ่ายทอดผ่านแขนของใครอีกคน
เอย์จุนไม่รับรู้ถึงอะไรอีก
ใครบางคนนั่งบนกรอบหน้าต่าง
ทอดสายตามองพายุฝนฟ้าคะนองและฟ้าแลบแปลบปลาบ
มุมปากยกเป็นรอยยิ้มชวนหนาวยะเยือก
“มาแล้วสินะ”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฟุรุยะ
ซาโตรุไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อครู่เขาอยู่ในอพาร์ทเมนต์กลางเก่ากลางใหม่ซึ่งเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่ทันครบสัปดาห์
แต่ตอนนี้...แม้จะได้ยินเสียงฝนตกกระหน่ำไม่ต่างกันทว่าทิวทัศน์ที่เห็นและบรรยากาศโดยรอบต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ที่นี่คือห้องโถงขนาดใหญ่ เพดานสูงจัดจนเหมือนอยู่ในยิมเนเซียม
ทว่าลวดลายวงกลมบนพื้นและผนังที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตรบอกให้รู้ว่าไม่ได้เป็นสถานที่อย่างที่คิด
เขาเอื้อมมือไปเขย่าเอย์จุนซึ่งนอนหมดสติอยู่ข้างๆ
อย่างร้อนรน
ทันใดนั้นได้ยินเสียง
‘กอก กอก’
ก้อนผ้าคลุม...ไม่สิ
ใครบางคนถือไม้เท้าสูงท่วมศีรษะเดินลากผ้าคลุมสีดำเข้ามาใกล้
ฮู้ดตกลงมาปกคลุมใบหน้าทำให้ซาโตรุมองเห็นเพียงริมฝีปากไม่ยิ้มไม่บึ้ง
“...”
ฝัน?
ไม่ใช่...เหมือนจริงขนาดนี้
แถมยังความรู้สึกที่ได้รับผ่านประสาทสัมผัสส่วนต่างๆ
เป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
Talk
เรื่องยาวค่ะ สวัสดี บล็อกร้างมาก 55555 เรื่องนี้ไม่ต้องลุ้นนะคะ เป็นโคซาวะ แต่เพื่อเป็นการไถ่โทษให้ฟุรุยังที่บอกจะแต่งฟุรุซาวะแต่ไม่ได้แต่งซักที เรื่องนี้เลยได้ความรักจากเอย์จังไปเต็มๆ ค่ะ
ฮื้ออออออออ ขอบคุณค่ะที่กลับมา ดีใจมากๆๆๆๆๆๆ รอดูน้องหนูหมาป่าจะโผล่มาอีท่าไหน ❤️ แต่รู้ๆอยู่อย่างนึง ฟุนุมาวินแน่ๆ ❤️❤️❤️❤️❤️
ReplyDelete