Monday, 27 March 2023

[Fanfic Slam Dunk ; NoCP] เซนโดกับการตกปลา

Fanfic Slam Dunk

เซนโดกับการตกปลา

 

 

Pairing:  No CP (slice of RuHana)

Appearance: Sakuragi Hanamichi, Sendoh Akira

Rating:   SFW

Note:      สถานที่ต่างๆ ที่ปรากฏไม่ใช่ข้อมูลจากออฟฟิเชียล แต่มาจากการนั่งเทียนทึกทักเอาเอง

             

อาการบาดเจ็บเป็นภาระต่อร่างกาย ซากุรางิ ฮานามิจิยังเดินเหินไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง แต่บางครั้งอาการปวดหลังจะเล่นงานจนต้องหยุดเท้าเพื่อต่อสู้ให้ความรู้สึกเหล่านั้นเบาบางลงไปเสียก่อน อย่างไรก็ตาม การอุดอู้อยู่แต่ในสถานพยาบาลมันหดหู่เกินไป แม้จะลำบากเล็กน้อย แต่ซากุรางิมักเดินออกไปนั่งริมหาดรับลมทะเลเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ หมอประจำตัวจะมารับเขาเมื่อถึงเวลาต้องเข้ารับการรักษาเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

กิจวัตรที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายวันนี้ ในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์เล็กๆ ที่แตกต่างออกไป

“ซากุรางิ ฮานามิจิ?”

“หือ?”

เบื้องหน้าคือเซนโด อากิระแห่งเรียวนัน...มือหนึ่งถือกระติก อีกมือถือเบ็ดตกปลา ท่ามกลางหาดยามเช้าอันเงียบสงบ กัปตันคนใหม่ของเรียวนันเดินทอดหุ่ยหอบอุปกรณ์ประกอบงานอดิเรกมาเพียงลำพัง เขามองเลยไปด้านหลังของซากุรางิที่นั่งเหยียดขาบนพื้นทราย นึกถึงข่าวคราวเรื่องการถอนตัวเพื่อทำกายภาพของเด็กหนุ่มจากโรงเรียนคู่แข่งก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้โดยเร็ว

“มิน่าล่ะ”

“ยังจะมามิน่าล่ะอะไรอีก นายนั่นแหละถ่อมาทำอะไรถึงคามาคุระแต่เช้า!

บุคคลอันคาดไม่ถึงปรากฏกายเบื้องหน้ากะทันหัน ซากุรางิตกใจจนอ้าปากหวอ เห็นท่าทางของเขา เซนโดหัวเราะจนตาหยี แกว่งคันเบ็ดพลางตอบอย่างเย็นใจเสียเหลือเกินว่า “อื้อ มาตกปลาน่ะสิ แถวนี้มีจุดตกปลาด้วยนะ”

อย่างไรก็กินนอนรักษาตัวอยู่ละแวกนี้มาพักหนึ่ง ซากุรางิย่อมเคยเห็นทั้งท่าเรือและคนหิ้วอุปกรณ์ตกปลา ทว่า เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเอ้อระเหยลอยชายต่อหน้า ชะหน็อยแน่ พออัจฉริยะไม่อยู่เลยชะล่าใจสินะ บาดเจ็บไปคนถึงกับถูกประเมินว่าเป็นทีมไร้พิษสงเลยงั้นสิ?

เซนโดกดคางลงมองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อย เผยใบหน้าครุ่นคิดออกมาครู่หนึ่ง “ซากุรางิ นายออกมานั่งแถวนี้เวลาเดิมทุกวันเลยหรือเปล่า?”

“หา?”

เซนโดหันมาสบตา ถามยิ้มๆ พลางบ่ายนิ้วหัวแม่มือไปทางทะเล “ไปตกปลาด้วยกันมั้ย?”

 

ชีวิตในโรงพยาบาลน่าเบื่อเกินไป หากไม่เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพก็พักผ่อนร่างกาย ไม่มีกิจกรรมให้ความบันเทิงใดน่าสนใจ ไหนจะข้อจำกัดด้านการติดต่อสื่อสารกับคนภายนอก แม้แต่เพื่อนสนิทยังไม่อาจใช้โทรศัพท์คุยแก้เซ็งได้นานๆ ซากุรางิที่เบื่อจนต้องออกมารับลมทุกวันจึงมานั่งรอศัตรูหน้ายิ้มคนนั้น

“เมื่อวานนายต้องรีบกลับ แต่วันนี้เผื่อเวลามาก่อนตั้งเยอะ คงไม่มีปัญหาสินะ”

นอกจากชุดกับสีสันของท้องฟ้าที่เปลี่ยนไป เซนโด อากิระในวันนี้แทบไม่ต่างอะไรจากเมื่อวาน

มีคนเป็นๆ ให้คุยด้วยย่อมดีกว่าอยู่แล้ว แม้จะไม่สนใจเรื่องการตกปลารวมทั้งไม่เคยตกปลามาก่อน ซากุรางิยังตามไปต้อยๆ เหมือนถูกล่อลวงด้วยเสียงเป่าปี่ อย่างไรก็ตาม นักเป่าปี่แห่งฮาเมลิน เซนโดแห่งเรียวนันคำนึงถึงสภาพร่างกายและสถานะของซากุรางิอย่างดี เขาไม่ได้พาไปตั้งหลักเหวี่ยงคันเบ็ดไกลจากจุดปักหลักประจำของซากุรางิมากนัก

ระหว่างนั่งรับลมรอปลากินเบ็ด อาจเพราะยังมีความอึดอัดใจต่อกันอยู่ เซนโดเปรยเหมือนอยากจับมือกระชับสัมพันธ์ว่า ถึงเป็นคู่แข่งในการแข่งขันบาสเกตบอลระดับมัธยมปลาย ในอนาคตอาจได้เป็นเพื่อนร่วมทีมกันก็ได้ อย่างตอนนี้ พอตนร่วมทีมเยาวชนทีมชาติ คนที่เคยประจันหน้าบนสนามแข่งก็กลับกลายมาสวมยูนิฟอร์มเดียวกันตั้งหลายต่อหลายคน

“นาย...ทีมชาติ?!

“อ้าว ไม่รู้หรอกเหรอ?”

“จะไปรู้ได้ไงล่ะเฟ้ย!

“งั้นก็แสดงว่ายังไม่ได้เจอกันน่ะสิ เจ้าหมอนั่นก็มาแถวนี้ไม่ใช่เหรอ แปลกจังน้า...”

?”

เพราะอยู่ระหว่างเก็บตัวซ้อม แม้มีเวลาอิสระอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเซนโดชอบตกปลาเหลือเกินถึงได้ยอมถ่อมาตั้งไกล ซากุรางิคงไม่มีโอกาสได้ใช้เวลาร่วมกับคนวัยเดียวกันที่เล่นบาสอย่างนี้ ต่อให้เซนโดมานั่งหย่อนใจ ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย เทียบกันแล้วก็ยังดีกว่าอยู่ตามลำพังอยู่ดี

บรรยากาศเงียบสงบ สายลม กลิ่นทะเล

เมื่อได้ใช้เวลาซึมซับก็ค่อยๆ เข้าใจความหลงใหลของคนที่ชอบ ‘นั่งโง่ๆ ดูทะเล’ เซนโด อากิระเปรยเจือเสียงหัวเราะขึ้นมาในจังหวะเดียวกัน

“ความรู้สึกของการรอคอย บางทีมันก็ไม่เลวใช่ไหมล่ะ?”

ซากุรางิตามเซนโดไปเป็นเพื่อนตอนอีกฝ่ายตกปลาเป็นกิจวัตร อาจเพราะความใส่ใจแปลกๆ ของตัวเซนโดเอง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยยากเจียดเวลาพักผ่อนเพื่อเดินทางมาทำงานอดิเรกบ่อยๆ เขาก็ยังโผล่มาให้ซากุรางิเห็นด้วยความถี่ราววันเว้นวัน เสมือนมาเยี่ยมเยียนกลายๆ

“อีกเดี๋ยวฉันก็กลับไปสมทบกับทางเรียวนันแล้ว นายจะกลับไปได้เมื่อไหร่ล่ะ?”

“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

คราแรกเซนโดถึงกับเลิกคิ้ว นึกในใจว่าถูกยวนอยู่หรือเปล่านะ ทว่าเมื่อพินิจสีหน้าขึงขังกับคำนึงถึงสมองอันว่างเปล่าของตัวผู้พูดแล้ว เขาเข้าใจได้เองว่าซากุรางิไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับการรักษามากนัก หรือไม่ก็ยังไม่มีกำหนดระยะเวลาที่การพักฟื้นเสร็จสิ้นจริงๆ

เซนโดนิ่งคิดอะไรบางอย่างเล็กน้อย เขามองผิวน้ำสีน้ำเงิน ยกมุมปากชวนคุยเรื่อยเปื่อย “ทางโชโฮคุเป็นยังไงบ้าง”

แม้ซากุรางินิ่วหน้าพูดว่า ‘สปายเรอะ!’ หากก็ตอบโดยไม่คิดอะไรมาก “ฉันไม่ได้ไปโรงเรียน จะไปรู้เรอะ”

คนที่แวะมาหา นอกจากกลุ่มเพื่อนม.ต้นก็มีเพียงมิสึอิ ฮิซาชิ...คนหลังค่อนข้างจะสร้างความประหลาดใจแก่ซากุรางิพอควร บางทีคงคิดอะไรหยุมหยิมตามประสาคนแก่ที่เคยมีประสบการณ์บาดเจ็บจนห่างหายจากบาสไปร่วม 2 ปี

เพราะเจ้าตัวคล้ายอารมณ์เสียเวลาพูดถึงเรื่องในชมรม ตอนมาเยี่ยมซากุรางิครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้จึงพูดถึงแต่เรื่องการพักฟื้น ซากุรางิก็ไม่รู้นักว่าชมรมบาสโชโฮคุเป็นอย่างไรบ้างหลังจากตนไม่อยู่...ที่แน่ๆ คงอ่อนด้อยลงมากนั่นแหละ อัจฉริยะที่แบกทีมไม่อยู่นี่

“จริงสิ ฉันไม่แน่ใจว่าจะได้แวะมาเยี่ยมนายอีกหรือเปล่า อาจจะได้เจอกันอีกครั้งตอนแข่งเลยก็ได้ พยายามเข้าล่ะ”

แม้จะแค่นั่งฆ่าเวลาเป็นเพื่อน แต่หากหายหน้าหายตาไปโดยไม่บอกกล่าวก็คงไม่ดี เมื่อถึงเวลาเก็บของเตรียมแยกย้ายไปใช้ชีวิตในแต่ละวันของตนเองต่อ เซนโดจึงบอกรุ่นน้องต่างโรงเรียนเผื่อเอาไว้ ซากุรางิฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงัก

จดหมายจากอาคางิ ฮารุโกะถูกส่งมาถึงมือซากุรางิในวันถัดมาที่เซนโดไม่ได้มาเยี่ยม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังออกไปนั่งบนหาดอย่างเคย ซากุรางิคลี่กระดาษออก ค่อยๆ อ่านทีละตัวอย่างเชื่องช้า

คำบอกเล่าผ่านตัวหนังสือกระตุ้นให้อยากกลับไปเห็นความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในโชโฮคุด้วยตาตนเอง

และในอีกไม่กี่นาทีให้หลัง ยากระตุ้นที่ได้ผลชะงัดนามว่ารุคาว่า คาเอเดะในชุดเยาวชนทีมชาติก็มาปรากฏตัวต่อหน้า

 

Extra  Sendoh Akira

              เห็นซากุรางิ ฮานามิจินั่งหงอยเหงาอยู่ตามลำพัง เซนโดที่บังเอิญผ่านมาเห็นจึงเข้าไปชวนคุยและฆ่าเวลาเป็นเพื่อน ได้ยินมาว่าการฟื้นฟูสมรรถภาพค่อนข้างหนักหนาสาหัส แถมดูแล้วก็ไม่น่ามีใครมาเยี่ยมเจ้าหนุ่มหัวแดงคนนั้นบ่อยๆ อย่างน้อยถ้าตนช่วยด้านกำลังใจได้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย ซากุรางิเป็นคนมีความสามารถ เซนโดยังอยากเห็นอีกฝ่ายเล่นบาสต่อ หากเลิกไปก็น่าเสียดาย

              เซนโดคิดว่าตนทำความดีอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แม้จะแวะไปหาซากุรางิสม่ำเสมอ แต่เพราะเป็นอยู่ระหว่างการรวมทีมระดับชาติ เขาเข้าร่วมทำกิจกรรมตามตารางเวลา ไม่ได้ไปสายหรือแอบอู้ ทำตัวมีความรับผิดชอบกว่าปกติด้วยซ้ำ

              แต่แล้วกลับถูกรุ่นน้องต่างโรงเรียนมองตาขวาง

              “หายหัวไปกับเจ้าโง่นั่นตลอดเลยงั้นเหรอ?”

              “?”

              บอกตรงๆ ว่าไม่เข้าใจรุคาว่า คาเอเดะเท่าไร

              พอรู้อยู่บ้างว่ารุคาว่ามักจะออกไปข้างนอก เคยติดรถจากค่ายไปลงคามาคุระใกล้ๆ กัน เซนโดยังคิดอยู่เลยว่าอีกฝ่ายอาจแวะไปเยี่ยมเพื่อนร่วมทีม ทว่าเมื่อพิจารณาท่าทีของซากุรางิแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่เคยเจอรุคาว่าและไม่รู้เรื่องทีมเยาวชนแม้แต่น้อย

              หรือรุคาว่าแอบไปดูเงียบๆ กันนะ?

              จากคำพูดเมื่อสักครู่ น่าจะเคยเห็นเซนโดอยู่กับซากุรางิหลายครั้งเสียด้วย

              “ฉันไม่รู้สักหน่อยว่านายมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ถ้าเห็นก็ทักได้นี่นา”

              เซนโดไม่เข้าใจว่าทำไมรุคาว่าถึงดูไม่พอใจ เขาเกาแก้มแกรกๆ พยายามคาดเดาจุดประสงค์ในการเดินดุ่มๆ เข้ามาทักเรื่องซากุรางิของเอซโรงเรียนคู่แข่ง...หรือหมอนี่อยากคุยกับซากุรางิตามลำพัง?

              “ถ้าอย่างนั้น...”

              “...”

              “จะให้หายหน้าไปดื้อๆ ก็ไม่ดี คราวหน้าฉันจะบอกซากุรางิว่าอาจแวะไปเยี่ยมไม่ได้ แบบนี้เป็นไง?”

              “ไม่ได้สนใจสักหน่อย” รุคาว่าพ่นลมหายใจออกทางจมูกก่อนหมุนตัวเดินจากไป

              เซนโดลูบคางมองแผ่นหลังในชุดยูนิฟอร์ม พึมพำเสียงเบาว่า “เดาผิดหรอกเหรอ ถ้างั้นฉันไปเยี่ยมซากุรางิตามปกติแล้วกัน เจ้าตัวเองก็ดูเหงาๆ...”

              อ๊ะ หันขวับมาจ้องเขม็งเลยแฮะ

              คนรู้ความรีบยกมือสองข้างยอมแพ้แล้วบอกว่าตนจะหยุดโผล่หน้าไปหาซากุรางิแล้วกัน นายอยากทำอะไรก็ทำเถอะ...เท่านั้นเองรุกกี้เอซแห่งโชโฮคุถึงยอมผละออกไปอีกครั้ง เจ้าตัวไม่ได้พูดอะไรก็จริง ทว่าเซนโดคิดว่าหนนี้การคาดเดาน่าจะถูกต้องแล้ว

 

Extra2 – Rukawa Kaede

              แต่เดิมก็ไปที่นั่นโดยไม่ได้คาดหวังอะไร หากหยุดอยู่ภายนอก ไม่เข้าไปหาถึงด้านใน คงเป็นการยากที่จะได้เจอคนเจ็บ ต่อให้เจ้าโง่นั่นออกมารับลมนอกสถานพยาบาลก็ใช่ว่าจะออกมาเวลาเดียวกับที่ตนโฉบผ่านไปพอดิบพอดี ถึงอย่างนั้นกลับเห็นผู้ชายหัวแดงๆ นั่งเหยียดขาอยู่บนชายหาดตั้งแต่วันแรกที่หลบออกจากค่ายไปวิ่งยามเช้านอกสถานที่

              รุคาว่า คาเอเดะประหลาดใจ...พร้อมกันนั้นก็ค่อนข้างพึงพอใจ

              เขาออกไปวิ่งเสียไกลเวลาเดิมเป็นประจำ แต่ไม่เคยทักทายหรือปรากฏตัวให้เพื่อนร่วมทีมผู้กำลังพักฟื้นเห็นแม้แต่ครั้งเดียว

              จนวันหนึ่ง ตำแหน่งที่เห็นเด็กหนุ่มผมสีแดงมองเห็นเพียงผืนทรายว่างเปล่า รุคาว่านึกฉงนในใจ คิดว่าเกิดอะไรขึ้น? ร่างกายเป็นอะไรไป? หรือจะแค่ตื่นสาย?...เป็นวันแรกที่เขากลับค่ายด้วยใบหน้าอึมครึม

              และมันก็อึมครึมขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวันต่อๆ มารุคาว่ายังคงไม่พบเจอเด็กหนุ่มคนดังกล่าว

              “ฉันแบ่งปลาให้เอามั้ย เขาเอาไปปรุงให้ได้หรือเปล่า?”

              พอวิ่งลัดเลาะออกนอกเส้นทางเดิมถึงได้เจอเด็กหนุ่ม 2 คนบริเวณท่าเรือ การรวมตัวของเอซแห่งเรียวนันกับรุกกี้ตัวปัญหาแห่งโชโฮคุออกจะเป็นการจับคู่ที่พิสดารอยู่ไม่น้อย กระนั้นกลับอยู่ร่วมกันอย่างสงบเกินคาด

              หลังหยุดยืนมองเงียบๆ ครู่หนึ่ง รุคาว่า คาเอเดะขยับตัวอีกครั้งด้วยการออกวิ่งอย่างที่ควรเป็น

              อย่างน้อยก็เจอตัวแล้ว ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอะไร

              อย่างไรก็ตาม เมื่อยังคงเห็นสองคน ณ จุดตกปลาซ้ำๆ วันแล้ววันเล่า...และมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สภาพอารมณ์ของรุคาว่าชักขุ่นมัวขึ้นมา ไม่เพียงอยากอัดลูกบาสใส่หลังศีรษะแดงๆ ความเป็นปรปักษ์ต่อเซนโด อากิระยังพอกพูนขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

              มีอะไรให้เจอกันนักหนา?

              “หายหัวไปกับเจ้าโง่นั่นตลอดเลยงั้นเหรอ?”

              สุดท้าย เส้นความอดทนขาดสะบั้นจนได้

 

 

 

 

 

No comments:

Post a Comment