Fanfic Jujutsu Kaisen
OS
Pairing: No CP (1st year trio as Center)
Rating: SFW
1.
คุกิซาคิ โนบาระ :
เรื่องละเอียดอ่อน
ระหว่างนั่งทานอาหารหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
เพราะเห็นคุกิซาคิ โนบาระตักข้าวอย่างขยันขันแข็ง แก้มป่องปานหนูแฮมสเตอร์ ฟุชิงุโระซึ่งเริ่มอิ่มเปรยออกไปโดยไม่ได้คิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งนักว่า
“เธออ้วนขึ้นหรือเปล่าน่ะ?”
“...”
คุกิซาคิหยุดมือทันควัน
การหยุดชะงักนี้ไม่ใช่การแสดงออกพิสดารแต่ประการใด
ทว่ากลับเกิดบรรรยากาศกดดันหนักหน่วงขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ฉันไปนั่งอยู่บนหัวนายเหรอถึงได้รู้สึกว่าตัวอ้วนขึ้นน่ะ?”
“...”
หลังเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ดวงตาสีอ่อนของคุกิซาคิหลุบมองคัตสึด้งจัมโบ้ไซส์ที่หน้ามืดสั่งด้วยความหิวของตน
ก้นชามมองเห็นเม็ดข้าวสีขาวกับเศษซากอารยธรรมของไข่นุ่มนิ่ม สามารถใช้ช้อนกวาดหมดจดได้ในคำเดียว
จากนั้นย้ายสายตาไปมองทงคตสึมิโสะราเมงเพิ่มขิงที่เหลือกว่าครึ่งของคนปากไม่มีหูรูด
รังสีสังหารแผ่ออกมาทิ่มแทงเพื่อนร่วมโต๊ะดั่งเม่นพองขน
ฟุชิงุโระ เมงุมิไม่ใช่คนโง่ทึ่ม
ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วว่าเลือกหัวข้อสนทนาผิดไป กระนั้น หากพลิกลิ้นเอาจังหวะนี้จะดูเป็นคนปลิ้นปล้อนไหมนะ
นี่เขาควรจะพูดอะไรออกไปเพื่อรักษาความสงบระหว่างมื้ออาหารดี?
ระหว่างที่เด็กหนุ่มผมดำกำลังใช้ความคิด
สาวน้อยเพียงผู้เดียวประจำโต๊ะกำลังใช้อารมณ์และสัญชาตญาณ
พลังงานบางอย่างจากภายในที่เอ่อล้นออกมาทำให้ปลายผมสั้นสีน้ำตาลปลิวไสวและค่อยๆ
ยกตัวขึ้นประหนึ่งเกิดไฟฟ้าสถิต
“ไอ้...”
“ฉันว่าคุกิซาคิตัวเบาออกนะ”
พลังงานปริศนาถูกปัดเป่าด้วยความเห็นสั้นๆ
จากอิตาโดริ ยูจิ
ข้างมือของอิตาโดริมีชามและจานเปล่าอย่างละใบ
ตรงหน้ามีข้าวหน้าเทมปุระรวม บัดนี้กำลังคีบกุ้งเทมปุระที่เหลือครึ่งตัว
ระหว่างพูดก็พิจารณาเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ ไปด้วย แม้เป็นการกระทำที่ไม่ได้ผ่านการคิดคำนึงถึงจิตใจอันละเอียดซับซ้อนของหญิงสาววัยแรกแย้ม
ผลลัพธ์กลับต่างจากการแสดงความคิดเห็นของฟุชิงุโระหน้ามือเป็นหลังเท้า
โดยเฉพาะเมื่อขยายความด้วยประโยคถัดมา
“วันก่อนฉันอุ้มคุกิซาคิระหว่างทำภารกิจ
ตัวเบาจะตาย ไม่เห็นรู้สึกว่าน้ำหนักเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้เลย”
สีหน้าผู้ฟังคนหนึ่งแช่มชื่น “ใช่ไหมล่ะ!”
ส่วนอีกคนฝั่งตรงข้ามทำหน้าปั้นยาก “...”
ฟุชิงุโระเคยเห็นอิตาโดริยกรถยนต์ทั้งคันลอยจากพื้นด้วยตาตัวเอง
เมื่อดูจากการที่สามารถยกรถยนต์ขนาดกลางน้ำหนักเฉลี่ยราว
1.7 ตันขึ้นมาได้สบายๆ แล้ว แม้แต่รถ SUV ขนาดใหญ่ น้ำหนัก 2.8 ตันก็มีความเป็นไปได้ที่อิตาโดริสามารถจะยกขึ้นมาได้เช่นกัน
มาตรฐานร่างกายบิดเบี้ยวผิดมนุษย์มนาอย่างนี้อาจจะแยกความแตกต่างระหว่างน้ำหนักของสาวน้อยคนหนึ่งกับน้ำหนักของนักซูโม่คนหนึ่งแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่พูดออกไปไม่เป็นผลดี
ดังนั้นฟุชิงุโระจึงเก็บมันไว้ให้เป็นเพียงความคิดต่อไป
2.
ฟุชิงุโระ เมงุมิ : เวลาว่าง
วันหยุดประจำสัปดาห์นี้
คุกิซาคิผู้หลงระเริงไปกับแสงสีแห่งเมืองหลวงออกไปช็อปปิ้งตามเคย
อิตาโดริไปเป็นแรงงานทาสให้เพื่อนสาวมาหลายครั้งแล้ว
รอบนี้เขาไม่นึกอยากกินอะไรในเมืองเป็นพิเศษจึงไม่ได้ติดสอยห้อยตามเจ้าหล่อนไป
คิดว่าจะนั่งๆ นอนๆ หาอะไรทำอยู่ละแวกห้องพัก
แต่แล้วตอนออกมารับแดดยามสายกลับพบสารพัดสัตว์บริเวณลานดิน
“เอ๊ะ?”
ภาพตรงหน้าน่าตื่นตาเกินไปจนสมองลัดวงจร
ต่อเมื่อเข้าไปใกล้แล้วเขม้นมองให้ดีค่อยพบว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้แท้จริงล้วนเป็นชิคิงามิของฟุชิงุโระ
อิตาโดริฝ่าดงกระต่ายหลบหนีและสัตว์อื่นเข้าไป พบเพื่อนร่วมชั้นในชุดไปรเวทพับแขนเสื้อและขากางเกงกำลังใช้แปรงขัดตัวให้ช้าง
นอกจากเจ้ากบเขียดตัวเขียวๆ กามะที่ช่วยจับสายยางฉีดน้ำ
เหนือศีรษะขึ้นไปยังมีนูเอะช่วยส่งขวดแชมพูและหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ
มาให้ด้วยกรงเล็บ สุนัขศักดิ์สิทธิ์นอนกระดิกหางอยู่ไม่ไกล
กำลังจดจ้องเจ้านายด้วยดวงตาแฝงความคาดหวัง น่าจะกำลังรอคิวอาบน้ำ
ถึงแม้จะรู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยาจากเหล่าสัตว์เล็กใหญ่
แต่เหนือสิ่งอื่นใด...สัตว์พวกนี้จำเป็นต้องอาบน้ำขัดตัวด้วยเหรอ?
ฟุชิงุโระย่อมสังเกตเห็นอิตาโดริที่ยืนงงงวยในทันที
“มีอะไร?”
อิตาโดรินั่งลงกอดสุนัขศักดิ์สิทธิ์
ปล่อยให้กระต่ายกระโจนขึ้นมาแย่งพื้นที่บนตัก ลูบขนไปถามด้วยความสงสัยไป “ตอนออกไปสู้เห็นว่ามันบาดเจ็บหรือสกปรกเลอะเทอะบ้างก็จริง
แต่มันไม่ใช่สัตว์ทั่วไปไม่ใช่เหรอ ฉันนึกว่าไม่ต้องอาบน้ำให้ซะอีก”
ฟุชิงุโระใช้เวลาคิดไม่นาน
เขาไม่ได้ตอบคำถามแต่ถามกลับ
“ระหว่างของอร่อยกับไม่อร่อย
ถ้าต้องเลือก นายจะกินอย่างไหน?”
“ต้องเป็นของอร่อยสิ!”
“ในเมื่อกินแล้วอิ่มเหมือนกัน
ไม่จำเป็นต้องกินของอร่อยก็ได้นี่”
“แต่กินของอร่อยมันดีกว่านี่นา
เป็นความรู้สึกถูกเติมเต็มรูปแบบหนึ่งน่ะ”
ฟุชิงุโระบุ้ยใบ้ไปทางชิคิงามิของตน
ตอบกลับง่ายๆ ว่า เจ้าพวกนี้ก็เหมือนกันนั่นแหละ
ดังนั้นวันหยุดในคราวนี้
อิตาโดริที่ไม่ได้ไปเป็นแรงงานทาสหิ้วถุงช็อปปิ้งให้คุกิซาคิจึงมาเป็นแรงงานทาสช่วยฟุชิงุโระอาบน้ำแปรงขนสรรพสัตว์ทั้งหลายแทน
3.
อิตาโดริ ยูจิ :
ความสามารถพิเศษ
คุกิซาคิมั่นใจว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญ
เป็นไปไม่ได้ที่อิตาโดริจะชนะเกมบันไดงูสามครั้งติด
พอเปลี่ยนมาเล่นเกมเศรษฐีเพื่อหนีจากการแพ้ต่อเนื่อง เจ้านั่นยังยึดครองที่ดินและมีเงินในมืออู้ฟู่กว่าคนอื่น
จากสีหน้าท่าทาง ฟุชิงุโระก็คงคิดไม่ต่างกัน คิ้วขมวดจนแทบผูกโบเพราะเสียทรัพย์ซ้ำซากแทบทุกครั้งที่ทอยเต๋า
ในทางกลับกัน...
“1...2...3...4 โอเค ลงฮาวาย
ฉันซื้อคอนโดเพิ่ม!”
ที่ดินทุกช่องของอิตาโดริมีสิ่งปลูกสร้างชวนให้หนาวสันหลัง
ขูดรีดคุกิซาคิกับฟุชิงุโระจนต้องขายบ้านขายที่ดิน สถานการณ์ตอนนี้คือมีคนหนึ่งรวยเอาๆ
ส่วนอีกสองค่อยๆ กลายเป็นยาจก
“ลองเปลี่ยนมาใช้ลูกเต๋าสองลูกมั้ย?”
ฟุชิงุโระเสนอ
ทว่าต่อให้ปรับเปลี่ยนการเล่น เศรษฐีของกระดานนี้ก็ยังเอาแต่รับทรัพย์ไม่ผิดจากเดิมสักนิด
จะบอกว่าดวงดีก็ไม่ใช่เพราะเมื่อเจอกล่องสุ่ม
อิตาโดริยังจับได้บัตรที่ทำให้ต้องจ่ายเงินบ้างไม่ว่าจะเป็น ‘ถูกหวยแดก’ ‘ขาดทุนจากการซื้อหุ้น’ และอื่นๆ
มีทั้งได้ทั้งเสียปะปนกันไป
ที่ไม่พลาดเลยเห็นจะมีแต่การทอยเต๋า
แต้มที่ออกมันเหมาะเหม็งเกินเหตุ จะทอยด้วยลูกเต๋าลูกเดียวหรือสองลูกตามที่ฟุชิงุโระบอกให้เพิ่มก็ยังได้ตัวเลขที่เหมือนกับถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
เห็นได้ชัดว่า...
“นายทอยลูกเต๋าแม่นสินะ”
อิตาโดริกะพริบตาสองครั้ง
เผยสีหน้าใสซื่อสุดฤทธิ์ “นิดหน่อยเองน่า”
ล็อกแต้มขนาดนี้ไม่เรียกนิดหน่อยยย่ะ!
ตาแรกๆ ตอนใช้ลูกเต๋าชุดนี้เล่นบันไดงู อาจด้วยไม่คุ้นเคยหรืออะไรไม่ทราบ แต้มที่หงายมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ทว่าพอจำนวนครั้งในการทอยเต๋าเริ่มเพิ่มขึ้น อิตาโดริกลายเป็นพ่อมดผู้เสกแต้มได้ดังใจ
“ถึงขั้นทอยเต๋าสองลูกแล้วยังล็อกแต้มได้ยังกล้าเรียกว่านิดหน่อยอีกเหรอ?”
ใบหน้าฟุชิงุโระมืดครึ้ม เสียท่าจนหมดอารมณ์เล่นต่อ...ถึงแม้ผลแพ้ชนะจะปรากฏออกมาให้เห็นแล้วก็เถอะ
“ฉันโตมากับปู่ก็ต้องเล่นอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้ว
พวกคนแก่ๆ เขาชอบน่ะ”
นอกจากใช้มือโยนลูกเต๋าตรงๆ
อิตาโดริยังเขย่าลูกเต๋าเก่งด้วย ฟุชิงุโระกับคุกิซาคิเพียงอยากทดสอบด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อพบว่าอิตาโดริเขย่าให้ออกแต้มได้ตามคำสั่งพลันรู้สึกจนคำพูดโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม อิตาโดริไม่ได้มองว่ามันเป็นความสามารถพิเศษอะไร
“ของพวกนี้ฝึกกันได้น่า
อีกอย่างแค่ทอยลูกเต๋ามันชี้วัดอะไรได้ที่ไหน
เวลาเข้าบ่อนพวกเจ้ามือเขามีทริคแปลกๆ มาสกัดขาไม่ให้คนเล่นรวยอยู่ดีนั่นแหละ...ถึงอย่างน้อยจะดีกว่าตู้ปาจิงโกะก็เถอะ
อันนั้นไม่รู้จะหาอะไรมาเพิ่มโอกาสชนะเลย”
...เด็กเพิ่งขึ้นมัธยมปลายพูดถึงอบายมุขแบบนี้จะดีเหรอ
แล้วการทอยเต๋ามันไม่ได้โยงแค่กับการพนันนะ
อ๊ะ เดี๋ยวสิ...
“คราวหน้าลองไปแข่งกินเงินกับพวกรุ่นพี่ดีมะ?”
ฟุชิงุโระใช้หางตามองเพื่อนอย่างเย็นชา
เอ่ยเยินยอว่า “ปรับตัวเก่งเหลือเกินนะคุกิซาคิ”
อย่างไรก็ตาม เพื่อความปรองดองในหมู่มิตรสหาย
อิตาโดริปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ บอกว่าพวกเดียวกันเองเอาไว้เล่นสนุกๆ ก็พอ
ถ้าคิดจะใช้เป็นช่องทางทำมาหาได้ ควรไปหาคนแปลกหน้าหรือคนไม่รู้จักดีกว่า
อย่างน้อยๆ ถ้าอีกฝ่ายแพ้แล้วพาลคิดจะใช้กำลัง พวกเขาสามคนสามารถตอบโต้กลับไปได้อย่างสนิทใจ
แถมมั่นใจด้วยว่าชนะชัวร์
ฟุชิงุโระบอกว่าอย่าลากตนไปเกี่ยว
ส่วนคุกิซาคิชมทึ่งๆ ว่ารู้จักคิดใช้ได้นี่
No comments:
Post a Comment