Wednesday, 7 June 2023

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; NoCP] OS combination

Fanfic Jujutsu Kaisen

OS


 

Pairing: No CP (1st year trio as Center)

Rating:   SFW




1. คุกิซาคิ โนบาระ : เรื่องละเอียดอ่อน

ระหว่างนั่งทานอาหารหลังเสร็จสิ้นภารกิจ เพราะเห็นคุกิซาคิ โนบาระตักข้าวอย่างขยันขันแข็ง แก้มป่องปานหนูแฮมสเตอร์ ฟุชิงุโระซึ่งเริ่มอิ่มเปรยออกไปโดยไม่ได้คิดใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งนักว่า

“เธออ้วนขึ้นหรือเปล่าน่ะ?”

              “...”

              คุกิซาคิหยุดมือทันควัน

              การหยุดชะงักนี้ไม่ใช่การแสดงออกพิสดารแต่ประการใด ทว่ากลับเกิดบรรรยากาศกดดันหนักหน่วงขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

              “ฉันไปนั่งอยู่บนหัวนายเหรอถึงได้รู้สึกว่าตัวอ้วนขึ้นน่ะ?”

              “...”

              หลังเอ่ยเสียงเย็นเยียบ ดวงตาสีอ่อนของคุกิซาคิหลุบมองคัตสึด้งจัมโบ้ไซส์ที่หน้ามืดสั่งด้วยความหิวของตน ก้นชามมองเห็นเม็ดข้าวสีขาวกับเศษซากอารยธรรมของไข่นุ่มนิ่ม สามารถใช้ช้อนกวาดหมดจดได้ในคำเดียว จากนั้นย้ายสายตาไปมองทงคตสึมิโสะราเมงเพิ่มขิงที่เหลือกว่าครึ่งของคนปากไม่มีหูรูด

              รังสีสังหารแผ่ออกมาทิ่มแทงเพื่อนร่วมโต๊ะดั่งเม่นพองขน

              ฟุชิงุโระ เมงุมิไม่ใช่คนโง่ทึ่ม ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วว่าเลือกหัวข้อสนทนาผิดไป กระนั้น หากพลิกลิ้นเอาจังหวะนี้จะดูเป็นคนปลิ้นปล้อนไหมนะ นี่เขาควรจะพูดอะไรออกไปเพื่อรักษาความสงบระหว่างมื้ออาหารดี?

              ระหว่างที่เด็กหนุ่มผมดำกำลังใช้ความคิด สาวน้อยเพียงผู้เดียวประจำโต๊ะกำลังใช้อารมณ์และสัญชาตญาณ พลังงานบางอย่างจากภายในที่เอ่อล้นออกมาทำให้ปลายผมสั้นสีน้ำตาลปลิวไสวและค่อยๆ ยกตัวขึ้นประหนึ่งเกิดไฟฟ้าสถิต

“ไอ้...”

              “ฉันว่าคุกิซาคิตัวเบาออกนะ”

              พลังงานปริศนาถูกปัดเป่าด้วยความเห็นสั้นๆ จากอิตาโดริ ยูจิ

ข้างมือของอิตาโดริมีชามและจานเปล่าอย่างละใบ ตรงหน้ามีข้าวหน้าเทมปุระรวม บัดนี้กำลังคีบกุ้งเทมปุระที่เหลือครึ่งตัว ระหว่างพูดก็พิจารณาเพื่อนสาวที่นั่งข้างๆ ไปด้วย แม้เป็นการกระทำที่ไม่ได้ผ่านการคิดคำนึงถึงจิตใจอันละเอียดซับซ้อนของหญิงสาววัยแรกแย้ม ผลลัพธ์กลับต่างจากการแสดงความคิดเห็นของฟุชิงุโระหน้ามือเป็นหลังเท้า โดยเฉพาะเมื่อขยายความด้วยประโยคถัดมา

              “วันก่อนฉันอุ้มคุกิซาคิระหว่างทำภารกิจ ตัวเบาจะตาย ไม่เห็นรู้สึกว่าน้ำหนักเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้เลย”

              สีหน้าผู้ฟังคนหนึ่งแช่มชื่น “ใช่ไหมล่ะ!

ส่วนอีกคนฝั่งตรงข้ามทำหน้าปั้นยาก “...”

ฟุชิงุโระเคยเห็นอิตาโดริยกรถยนต์ทั้งคันลอยจากพื้นด้วยตาตัวเอง

เมื่อดูจากการที่สามารถยกรถยนต์ขนาดกลางน้ำหนักเฉลี่ยราว 1.7 ตันขึ้นมาได้สบายๆ แล้ว แม้แต่รถ SUV ขนาดใหญ่ น้ำหนัก 2.8 ตันก็มีความเป็นไปได้ที่อิตาโดริสามารถจะยกขึ้นมาได้เช่นกัน มาตรฐานร่างกายบิดเบี้ยวผิดมนุษย์มนาอย่างนี้อาจจะแยกความแตกต่างระหว่างน้ำหนักของสาวน้อยคนหนึ่งกับน้ำหนักของนักซูโม่คนหนึ่งแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ

แต่พูดออกไปไม่เป็นผลดี

ดังนั้นฟุชิงุโระจึงเก็บมันไว้ให้เป็นเพียงความคิดต่อไป

 

 

2. ฟุชิงุโระ เมงุมิ : เวลาว่าง

              วันหยุดประจำสัปดาห์นี้ คุกิซาคิผู้หลงระเริงไปกับแสงสีแห่งเมืองหลวงออกไปช็อปปิ้งตามเคย อิตาโดริไปเป็นแรงงานทาสให้เพื่อนสาวมาหลายครั้งแล้ว รอบนี้เขาไม่นึกอยากกินอะไรในเมืองเป็นพิเศษจึงไม่ได้ติดสอยห้อยตามเจ้าหล่อนไป คิดว่าจะนั่งๆ นอนๆ หาอะไรทำอยู่ละแวกห้องพัก

              แต่แล้วตอนออกมารับแดดยามสายกลับพบสารพัดสัตว์บริเวณลานดิน

              “เอ๊ะ?”

              ภาพตรงหน้าน่าตื่นตาเกินไปจนสมองลัดวงจร

              ต่อเมื่อเข้าไปใกล้แล้วเขม้นมองให้ดีค่อยพบว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้แท้จริงล้วนเป็นชิคิงามิของฟุชิงุโระ

              อิตาโดริฝ่าดงกระต่ายหลบหนีและสัตว์อื่นเข้าไป พบเพื่อนร่วมชั้นในชุดไปรเวทพับแขนเสื้อและขากางเกงกำลังใช้แปรงขัดตัวให้ช้าง นอกจากเจ้ากบเขียดตัวเขียวๆ กามะที่ช่วยจับสายยางฉีดน้ำ เหนือศีรษะขึ้นไปยังมีนูเอะช่วยส่งขวดแชมพูและหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ มาให้ด้วยกรงเล็บ สุนัขศักดิ์สิทธิ์นอนกระดิกหางอยู่ไม่ไกล กำลังจดจ้องเจ้านายด้วยดวงตาแฝงความคาดหวัง น่าจะกำลังรอคิวอาบน้ำ

              ถึงแม้จะรู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยาจากเหล่าสัตว์เล็กใหญ่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด...สัตว์พวกนี้จำเป็นต้องอาบน้ำขัดตัวด้วยเหรอ?

              ฟุชิงุโระย่อมสังเกตเห็นอิตาโดริที่ยืนงงงวยในทันที

              “มีอะไร?”

              อิตาโดรินั่งลงกอดสุนัขศักดิ์สิทธิ์ ปล่อยให้กระต่ายกระโจนขึ้นมาแย่งพื้นที่บนตัก ลูบขนไปถามด้วยความสงสัยไป “ตอนออกไปสู้เห็นว่ามันบาดเจ็บหรือสกปรกเลอะเทอะบ้างก็จริง แต่มันไม่ใช่สัตว์ทั่วไปไม่ใช่เหรอ ฉันนึกว่าไม่ต้องอาบน้ำให้ซะอีก”

              ฟุชิงุโระใช้เวลาคิดไม่นาน เขาไม่ได้ตอบคำถามแต่ถามกลับ

              “ระหว่างของอร่อยกับไม่อร่อย ถ้าต้องเลือก นายจะกินอย่างไหน?”

              “ต้องเป็นของอร่อยสิ!

              “ในเมื่อกินแล้วอิ่มเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องกินของอร่อยก็ได้นี่”

              “แต่กินของอร่อยมันดีกว่านี่นา เป็นความรู้สึกถูกเติมเต็มรูปแบบหนึ่งน่ะ”

              ฟุชิงุโระบุ้ยใบ้ไปทางชิคิงามิของตน ตอบกลับง่ายๆ ว่า เจ้าพวกนี้ก็เหมือนกันนั่นแหละ

              ดังนั้นวันหยุดในคราวนี้ อิตาโดริที่ไม่ได้ไปเป็นแรงงานทาสหิ้วถุงช็อปปิ้งให้คุกิซาคิจึงมาเป็นแรงงานทาสช่วยฟุชิงุโระอาบน้ำแปรงขนสรรพสัตว์ทั้งหลายแทน

             


3. อิตาโดริ ยูจิ : ความสามารถพิเศษ

              คุกิซาคิมั่นใจว่ามันไม่ใช่ความบังเอิญ

              เป็นไปไม่ได้ที่อิตาโดริจะชนะเกมบันไดงูสามครั้งติด พอเปลี่ยนมาเล่นเกมเศรษฐีเพื่อหนีจากการแพ้ต่อเนื่อง เจ้านั่นยังยึดครองที่ดินและมีเงินในมืออู้ฟู่กว่าคนอื่น จากสีหน้าท่าทาง ฟุชิงุโระก็คงคิดไม่ต่างกัน คิ้วขมวดจนแทบผูกโบเพราะเสียทรัพย์ซ้ำซากแทบทุกครั้งที่ทอยเต๋า

              ในทางกลับกัน...

              “1...2...3...4 โอเค ลงฮาวาย ฉันซื้อคอนโดเพิ่ม!

              ที่ดินทุกช่องของอิตาโดริมีสิ่งปลูกสร้างชวนให้หนาวสันหลัง ขูดรีดคุกิซาคิกับฟุชิงุโระจนต้องขายบ้านขายที่ดิน สถานการณ์ตอนนี้คือมีคนหนึ่งรวยเอาๆ ส่วนอีกสองค่อยๆ กลายเป็นยาจก

              “ลองเปลี่ยนมาใช้ลูกเต๋าสองลูกมั้ย?” ฟุชิงุโระเสนอ

              ทว่าต่อให้ปรับเปลี่ยนการเล่น เศรษฐีของกระดานนี้ก็ยังเอาแต่รับทรัพย์ไม่ผิดจากเดิมสักนิด

              จะบอกว่าดวงดีก็ไม่ใช่เพราะเมื่อเจอกล่องสุ่ม อิตาโดริยังจับได้บัตรที่ทำให้ต้องจ่ายเงินบ้างไม่ว่าจะเป็น ถูกหวยแดก ขาดทุนจากการซื้อหุ้นและอื่นๆ มีทั้งได้ทั้งเสียปะปนกันไป

              ที่ไม่พลาดเลยเห็นจะมีแต่การทอยเต๋า

              แต้มที่ออกมันเหมาะเหม็งเกินเหตุ จะทอยด้วยลูกเต๋าลูกเดียวหรือสองลูกตามที่ฟุชิงุโระบอกให้เพิ่มก็ยังได้ตัวเลขที่เหมือนกับถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เห็นได้ชัดว่า...

              “นายทอยลูกเต๋าแม่นสินะ”

              อิตาโดริกะพริบตาสองครั้ง เผยสีหน้าใสซื่อสุดฤทธิ์ “นิดหน่อยเองน่า”

              ล็อกแต้มขนาดนี้ไม่เรียกนิดหน่อยยย่ะ!

              ตาแรกๆ ตอนใช้ลูกเต๋าชุดนี้เล่นบันไดงู อาจด้วยไม่คุ้นเคยหรืออะไรไม่ทราบ แต้มที่หงายมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ทว่าพอจำนวนครั้งในการทอยเต๋าเริ่มเพิ่มขึ้น อิตาโดริกลายเป็นพ่อมดผู้เสกแต้มได้ดังใจ

              “ถึงขั้นทอยเต๋าสองลูกแล้วยังล็อกแต้มได้ยังกล้าเรียกว่านิดหน่อยอีกเหรอ?” ใบหน้าฟุชิงุโระมืดครึ้ม เสียท่าจนหมดอารมณ์เล่นต่อ...ถึงแม้ผลแพ้ชนะจะปรากฏออกมาให้เห็นแล้วก็เถอะ

              “ฉันโตมากับปู่ก็ต้องเล่นอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้ว พวกคนแก่ๆ เขาชอบน่ะ”

              นอกจากใช้มือโยนลูกเต๋าตรงๆ อิตาโดริยังเขย่าลูกเต๋าเก่งด้วย ฟุชิงุโระกับคุกิซาคิเพียงอยากทดสอบด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อพบว่าอิตาโดริเขย่าให้ออกแต้มได้ตามคำสั่งพลันรู้สึกจนคำพูดโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม อิตาโดริไม่ได้มองว่ามันเป็นความสามารถพิเศษอะไร

              “ของพวกนี้ฝึกกันได้น่า อีกอย่างแค่ทอยลูกเต๋ามันชี้วัดอะไรได้ที่ไหน เวลาเข้าบ่อนพวกเจ้ามือเขามีทริคแปลกๆ มาสกัดขาไม่ให้คนเล่นรวยอยู่ดีนั่นแหละ...ถึงอย่างน้อยจะดีกว่าตู้ปาจิงโกะก็เถอะ อันนั้นไม่รู้จะหาอะไรมาเพิ่มโอกาสชนะเลย”

              ...เด็กเพิ่งขึ้นมัธยมปลายพูดถึงอบายมุขแบบนี้จะดีเหรอ แล้วการทอยเต๋ามันไม่ได้โยงแค่กับการพนันนะ

              อ๊ะ เดี๋ยวสิ...

              “คราวหน้าลองไปแข่งกินเงินกับพวกรุ่นพี่ดีมะ?”

              ฟุชิงุโระใช้หางตามองเพื่อนอย่างเย็นชา เอ่ยเยินยอว่า “ปรับตัวเก่งเหลือเกินนะคุกิซาคิ”

              อย่างไรก็ตาม เพื่อความปรองดองในหมู่มิตรสหาย อิตาโดริปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ บอกว่าพวกเดียวกันเองเอาไว้เล่นสนุกๆ ก็พอ ถ้าคิดจะใช้เป็นช่องทางทำมาหาได้ ควรไปหาคนแปลกหน้าหรือคนไม่รู้จักดีกว่า อย่างน้อยๆ ถ้าอีกฝ่ายแพ้แล้วพาลคิดจะใช้กำลัง พวกเขาสามคนสามารถตอบโต้กลับไปได้อย่างสนิทใจ แถมมั่นใจด้วยว่าชนะชัวร์

              ฟุชิงุโระบอกว่าอย่าลากตนไปเกี่ยว ส่วนคุกิซาคิชมทึ่งๆ ว่ารู้จักคิดใช้ได้นี่





Talk

คิดถึงโนบาระจัง...

No comments:

Post a Comment