Fanfic
Jujutsu Kaisen
Xนายน้อย
Pairing : Ryomen Sukuna x Itadori Yuji
Rating : SFW
เพราะรุ่นพี่เผ่าวิหคป่วยกะทันหัน
ไฮบาระ
ยูซึ่งเหลือตัวคนเดียวในสำนักงานจึงต้องรับหน้าที่นำจดหมายไปส่งยังเคหาสน์ต้องสาปบนยอดเขาอันเป็นอาณาเขตของราชาคำสาป
เรียวเมน สุคุนะ ด้วยความสูงกว่า 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ไฮบาระผู้เป็นเพียงมนุษย์ดวงซวยธรรมดารู้สึกเหมือนจะขาดใจตายให้ได้
ยังอีกหรือ....
ยังไม่ถึงอีกหรือ
แม้ออกจากที่ทำการไปรษณีย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง
ลำพังตอนถีบจักรยานมาถึงตีนเขาก็สายโด่งแล้ว กว่าจะลากสังขารใช้สองเท้าพาตัวเองขึ้นไปถึงที่หมายไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกเท่าไร
เขาเหนื่อยมากจริงๆ
ไหนจะความกดอากาศที่เบาบางลงเรื่อยๆ อีก
ไฮบาระหันกลับไปมองทางที่ตนเดินมา
พลันรู้สึกอยากร้องไห้
ถอยตอนนี้ก็สายเกินไป
ระหว่างนั่งพักเอาแรงพลางละเลียดน้ำดื่ม ชายหนุ่มปลุกใจให้ฮึกเหิม
หวนนึกถึงตนเองเมื่อครั้งเยาว์วัยและปัจจุบันที่ได้ทำงานในฝัน รอจนกำลังใจหวนคืน
ไฮบาระลุกขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่า บอกว่าจะทำหน้าที่ให้สำเร็จให้จงได้! ทว่าออกเดินได้ไม่นานกลับเจองูตัวหนาเท่าสองแขนเลื้อยผ่านหน้า
จิตใจพองฟูมีอันต้องเหี่ยวแฟบลงไปประหนึ่งลูกโป่งถูกเจาะลม
ไฮบาระทรุดกายกอดโขดหิน
เริ่มถกปรัชญาชีวิตหนีความจริง
ทำเป็นไม่ได้ยินวงบรรเลงเสียงเพี้ยนซึ่งมีจุดกำเนิดมาจากหน้าท้องดังโครกคราก
โครกคราก
เนื่องจากจมจ่อมอยู่ในโลกของตัวเองลึกไปหน่อยจึงไม่ทันสังเกตว่ามีคนเข้ามาใกล้
“พี่ชาย ร้องไห้ทำไม”
เด็กชายในชุดยูคาตะคนหนึ่งวางมือลงบนแขนของตน อีกฝ่ายดูอายุอานามไม่กี่ขวบ
ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าตาสดใส
แม้เด็กมากกลับเดินเหินบนพื้นดินไม่ราบเรียบได้มั่นคง ออกเสียงการพูดชัดเจน
ดูเหมือนคุณชายตัวน้อยผู้ถูกอบรมเลี้ยงดูอย่างเอาใจใส่ทะนุถนอม
แปลกแยกจากป่าเขายามนี้เป็นที่สุด
เคราะห์ดีว่ายังเป็นคน
ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอันตรายจากไหน...คิดแล้วคนประมาทก็หดหู่
ชกหน้าตัวเองตุ้บตั้บในใจ พร้อมกันนั้น ไฮบาระปริวิตกหนักกว่าเก่า ตัวเองคนเดียวยังเอาตัวแทบไม่รอด
แล้วจะพาเด็กหลงคนนี้กลับไปอย่างปลอดภัยไหวไหมหนอ?
ตรงข้ามกับชายหนุ่มซึ่งเริ่มคำนึงถึงสถานการณ์ในอนาคต
เด็กชายผมสีอ่อนยังคงจับเครื่องแบบของไฮบาระ เมียงๆ มองๆ
อยู่ครู่หนึ่งค่อยใช้เสียงใสๆ ของเด็กถามว่า “หรือว่าพี่ชายมาส่งจดหมาย?”
“บ้านของเจ้าอยู่บนเขานี้งั้นรึ?”
ขึ้นมาสูงขนาดนี้
นอกจากเคหาสน์ต้องสาปก็ไม่น่ามีบ้านอื่นแล้ว
ไฮบาระเริ่มคิดว่าเด็กชายอาจอาศัยในเคหาสน์ต้องสาป
ด้วยเครื่องแต่งกายไม่น่าเป็นเด็กรับใช้ บางทีคงเป็นเครือญาติของเรียวเมน
สุคุนะทางใดทางหนึ่ง จากตรงนี้มองไม่เห็นจุดหมาย
คาดว่าระยะทางกว่าจะถึงไม่น่าสั้นปานนั้น ไม่ควรเป็นระยะทางที่เด็กชายตัวเล็กๆ ออกมาเดินเล่นได้เลย
ชายหนุ่มยังคงคาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมาปรากฏกาย
ณ จุดที่ห่างจากเคหาสน์ขนาดนี้ได้อย่างไร มิหนำซ้ำยังปรากฏกายตามลำพังอีกต่างหาก
หรือจะมีหนทางไปถึงที่หมายนอกเหนือไปจากการเดินเท้าตามปกติ?
บุรุษไปรษณีย์ผู้รักงานกุมมือน้อยๆ
เอาไว้ ฉีกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“คือว่านะ
เจ้ามาจากไหน...” ...มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
คำถามหลังไม่ทันเอ่ย
...เพราะเด็กชายตรงหน้าเผยใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
รูม่านตาหดเล็กจับจ้องไปยังด้านหลังของไฮบาระ
ชายหนุ่มได้ยินเพียงเสียงร้องด้วยความตกใจ
ไม่ทันได้เหลียวกลับไปมองว่าเกิดอะไรขึ้นสติสุดท้ายก็ถูกกระชากออกไปอย่างป่าเถื่อน
“...นายน้อย”
“อย่าเรียกแบบนั้นนะ”
เสียงล่องลอยเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกลปลุกไฮบาระ ยูให้ตื่นขึ้นมา
เขาเหม่อมองเพดานสูงครู่ใหญ่
รู้สึกตัวช้าไปหลายจังหวะว่าไม่ได้อยู่กลางป่ากลางเขาแล้ว
แต่อยู่ในห้องหับโอ่โถงไม่คุ้นตาห้องหนึ่ง
เกิดอะไรขึ้น?
สรรพางค์กายหนักอึ้งทุกตารางนิ้วจนไม่อาจขยับตัวได้ในทันที
ไฮบาระกระพริบตา เอียงคอหันข้างเพื่อมองสำรวจสถานที่...พื้นเสื่อสะอาด
ประตูบานเลื่อนไม้กรุกระดาษบานใหญ่ เครื่องเรือนน้อยชิ้นทำมาจากไม้เกือบทั้งหมด
เครื่องเคลือบตามมุมห้องล้วนมีลวดลายชดช้อยสวยงาม
ในฐานะชนชั้นกลาง
ไฮบาระสัมผัสได้ถึงความฟุ้งเฟ้อภายใต้ความเรียบง่ายพวกนี้อย่างชัดแจ้ง
“อ๊ะ พี่ชายตื่นแล้ว สุคุนะปล่อยนะ”
เสียงซึ่งเคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นอีกครั้ง
ตามด้วย
“อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวก็หักขาซะหรอก”
...ถึงไม่เคยได้ยินเสียงเย่อหยิ่งยานคางนี้มาก่อน
แต่เด็กน้อยเพิ่งเรียกชื่อเจ้าของเสียงไปหมาดๆ ไฮบาระไม่ได้โง่ทึ่มขนาดคิดเองไม่เป็น
จากนอนทอดร่างไม่สบายตัวอยู่ก่อน
บัดนี้ไฮบาระ ยูเหงื่อกาฬไหลพรากด้วยความขวัญผวาจนหนาวสั่น
แม้เขากวาดตามองห้องอย่างถือวิสาสะ ทว่ามีอยู่ทิศทางหนึ่งที่ไม่กล้าหันไป...เกรงว่าหากเห็น
หรือบังเอิญสบตาใครบางคนเข้าจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้
ตัวตนอันยิ่งใหญ่ซึ่งไม่กล้าหันไปมองเต็มตา
เขาอยู่ในเคหาสน์ต้องสาปของเรียวเมน สุคุนะจริงๆ หรือนี่...
“อุราอุเมะ”
“ขอรับ”
ต่อให้อยากหนีความจริงเพียงไร
ไฮบาระซึ่งมีข้อจำกัดหลายอย่างไม่อาจหลีกหนีไปได้ตลอด
เงาร่างสีขาวพลิ้วกายมาปรากฏด้านข้าง
เจ้าของร่างดังกล่าวมีใบหน้าพริ้มเพรายากระบุเพศ
ทั่วทั้งกายแผ่กลิ่นอายทั้งเฉยชาทั้งทะนงตัว อุราอุเมะช่วยประคองไฮบาระให้ลุกขึ้นนั่ง
ไม่รู้ลงมือทำอะไรหรือไม่ ทว่าร่างกายหนักอึ้งเบาสบายขึ้นกะทันหันดั่งต้องมนต์
ไฮบาระถูกบังคับให้ต้องนั่งหันหน้าไปทาง ‘เจ้าบ้าน’
...ผู้ดูไม่เหมือน ‘มนุษย์’ เลยสักนิด
เบื้องหน้าฉากกั้นห้องคือชายร่างยักษ์บนเบาะรองนั่ง
ชายผู้นั้นกำลังเปิดจดหมายจากกองจดหมายที่ไฮบาระนำมาส่ง ขนาดตัวอีกฝ่ายพอๆ
กับชายฉกรรจ์ราวสามถึงสี่คนมัดรวมกัน
ใบหน้าซึ่งเผยให้เห็นเพียงครึ่งมีเค้าของมนุษย์ปกติ
เว้นแต่ใต้หางตายังมีดวงตาอีกดวง ด้วยสรีระร่างกายอาจทำให้สวมใส่เสื้อผ้าลำบาก
ร่างกายท่อนบนจึงเปิดเปลือยให้เห็นสี่แขน
มีปากขนาดใหญ่ตรงหน้าท้องที่น่ากลัวว่าจะเขมือบเด็กชายบนตักได้ในการกลืนเพียงครั้งเดียว
นอกจากนี้ลวดลายสีดำบนร่างยังขับให้ดูน่าประหวั่นพรั่นพรึงมากขึ้นอีกด้วย
ไฮบาระไม่เคยได้ยินว่าสุคุนะมีลูกชาย
แต่จากท่าทางที่เห็น...ใช่จะเป็นไปไม่ได้
แม้อยู่ภายในห้อง
ไฮบาระสัมผัสได้ว่าพื้นที่ของเคหาสน์ทั้งหลังน่าจะกว้างขวางมาก
กระนั้นกลับดูเหมือนมีข้ารับใช้น้อยนิด อย่างน้อยนับจากรู้สึกตัวตื่นมาจนถึงตอนนี้
ชายหนุ่มเพิ่งมีโอกาสได้เห็นเพียงสุคุนะ อุราอุเมะ และเด็กชายร่างเล็กรวม 3 ชีวิตเท่านั้น
เรียวเมน
สุคุนะ ชายร่างยักษ์ซึ่งแยกตัวออกมาอาศัยตามลำพังบนเขาสูงผู้นี้อาศัยความแข็งแกร่งรีดเร้นจากผู้อ่อนแอ
ในแต่ละปีชาวบ้านซึ่งอยู่ภายใต้การ ‘คุ้มครอง’ ของเรียวเมน สุคุนะจะต้องส่ง ‘ส่วย’ เป็นสิ่งแลกเปลี่ยน หาไม่แล้วสุคุนะจะไม่เผื่อแผ่อาณาเขตการคุ้มครองและปล่อยให้ศัตรูบุกเข้ามาสร้างความวุ่นวาย
ฆ่าฟัน หรือชิงดินแดน ในทางกลับกัน หากอยู่ภายใต้การ ‘คุ้มครอง’ ของเขา แม้มีผู้บุกรุกฝีมือฉกาจตีฝ่าอาณาเขตเข้ามาสร้างความเสียหายได้
สุคุนะจะมีวิธีการในการขับไล่ออกไปให้
เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อย่างหนึ่งไม่ต่างจากการทำการค้า
เพียงแต่คู่ค้าฝ่ายหนึ่งแข็งแกร่งและน่าหวาดเกรงเกินไป
ไม่มีใครรู้ว่าเรียวเมน
สุคุนะผู้สังหารศัตรูเป็นผักปลาและมีรูปลักษณ์ก้าวข้ามขอบเขตมนุษย์จะแปรผันไปเป็นฝ่ายตรงข้ามเมื่อใด
ต่อให้เหล่าชาวบ้านมีการซ่องสุมกองกำลังลับๆ
เพื่อความอุ่นใจกรณีมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
หากก็ไม่มีความมั่นใจแม้แต่นิดว่าจะจัดการสัตว์ประหลาดกินคนผู้นี้ได้
น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้พบเรียวเมน สุคุนะด้วยตาตัวเอง ไฮบาระประจวบเหมาะถูกพาตัวมายังเคหาสน์ต้องสาปและได้เจอท่านเจ้าบ้านผู้ยิ่งใหญ่เข้าพอดี
ทว่าท่านเจ้าบ้านไม่แม้แต่จะเหลือบแลมาทางชายหนุ่มแปลกหน้า
เขาเอกเขนกบนเบาะรองนั่ง มือหนึ่งถือจดหมาย อีกมือจับเด็กชายผมสีน้ำตาลอ่อนจนเหมือนสีชมพูให้นั่งนิ่งๆ
อยู่บนตัก ดวงตาจับจ้องเพียงตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ
ตอนพบกันระหว่างทาง
ถึงรู้สึกว่าเด็กชายช่างตัวเล็ก นั่นก็เพราะไฮบาระเป็นผู้ใหญ่ที่ร่างกายเติบโตแล้ว
เขาได้พบเด็กมามากมายทั้งเด็กจากครอบครัวมีอันจะกินและเด็กยากไร้ผอมแห้ง
เทียบกับมาตรฐานตามวัย เด็กคนนี้ไม่นับว่าผอมแกร็น ออกจะเป็นเด็กแข็งแรงมีน้ำมีนวลเสียด้วยซ้ำ...เพียงแต่เจ้าของตักตัวใหญ่โตเกินไปถึงได้ดูกระจ้อยร่อยจนน่าสงสาร
เด็กชายไม่ได้เมินเฉยอาคันตุกะเช่นสุคุนะ
“อุราอุเมะทำเกินกว่าเหตุ
ต้องขอโทษพี่ชายส่งไปรษณีย์ด้วย”
ในที่นี้ไฮบาระสนิทใจกับเด็กน้อยที่สุด
เห็นท่าทางฉลาดเฉลียวเช่นนั้นพลอยทำให้เอ็นดูมากขึ้นไปอีก
นึกในใจว่าเด็กตัวแค่นี้รู้จักคำว่าทำเกินกว่าเหตุด้วยแฮะ
...แต่ที่พูดมานี่แสดงว่าเขาถูกเจ้าคนที่ชื่ออุราอุเมะเล่นงานจนสลบถึงได้ถูกพาตัวมาสินะ
แววตาของอุราอุเมะแฝงประกายเสียดสีเดียดฉันท์ทุกครั้งที่หันเหมาทางไฮบาระ
กระนั้นกลับให้ความร่วมมือในทันทีด้วยการกล่าวเสียงนุ่มนวลว่า
“ขออภัยที่เสียมารยาทลงมือเกินกว่าเหตุ ในฐานะข้ารับใช้
ข้ามีหน้าที่ต้องปกป้องเจ้านาย”
“...”
กำลังจูงเด็กเลยคิดว่าเป็นคนร้ายลักพาตัวหรือออะไรเทือกๆ นั้นว่างั้นเถอะ…ชายหนุ่มได้แต่คิดในใจ ไม่กล้าคาดคั้นซอกแซก
สุคุนะซึ่งไม่ได้มีเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกเท่าไรนักบอกให้อุราอุเมะ ‘ส่งแขก’ หลังคนได้สติไม่นาน
เห็นได้ชัดว่าเกะกะสายตา คราแรกไฮบาระที่หิวตั้งแต่ขึ้นเขาทำใจไว้ว่าต้องแขวนท้องรอจนมืดค่ำ
เคราะห์ดีว่าเด็กชายเอาใจใส่และช่วยออกหน้าพูดกับสุคุนะ นอกเหนือจากพาไปส่ง
สุคุนะถึงได้สั่งให้อุราอุเมะนำอาหารที่มีมาให้
“นายท่านอุตส่าห์กรุณาเผื่อแผ่ให้เจ้า
จงกินอาหารโดยสำนึกบุญคุณเอาไว้ด้วย”
ไฮบาระรับข้าวปั้นสามก้อนใหญ่มาอย่างยินดี
เพิ่งมาทราบเอาตอนขากลับว่ามีความสามารถพิสดารในการควบคุมสิ่งมีชีวิตตามใจชอบอยู่ด้วย
อุราอุเมะพาเขาขึ้นหลังนกยักษ์เพื่อพาตัวไปส่งยังตีนเขา
ต่อให้ท่าทางไม่ยินดีอยู่สักหน่อย โดยรวมถือว่าปฏิบัติต่อไฮบาระตามมารยาทขั้นต่ำ
“จะว่าไป
ครั้งนี้มีจดหมายส่งมายังเคหาสน์ต้องสาปมากกว่าปรกตินะขอรับ”
เท่าที่เคยแยกจดหมายตามแต่ละเขตมา
ครั้งนี้มีจดหมายส่งถึงเรียวเมน สุคุนะมากกว่าทุกครั้งอย่างมีนัยสำคัญ
ไฮบาระหยิบยกมาเป็นหัวข้อสนทนาเพื่อลดความอึดอัด แต่คิดไปคิดมาก็เกิดความคิดในแง่ร้ายว่า...ละลาบละล้วงเกินไปหรือเปล่า? เป็นเรื่องที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้หรือเปล่า? ถ้าจดหมายพวกนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานสกปรกที่ให้คนอื่นรู้ไม่ได้จะโดนฆ่าปิดปากไหม?
เคราะห์ดีที่เป็นเพียงการวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ
กล้ามเนื้อใบหน้าของอุราอุเมะลดความเฉยเมยลง
เผยความคึกคักออกมาเบาบาง “เพราะเป็นจดหมายตอบรับงานมงคลสมรสของนายท่านน่ะสิ”
“เอ๊ะ?”
สมรส?
ชีวิตส่วนตัวของเรียวเมน สุคุนะห่างไกลจากวิถีชาวบ้านตาดำๆ อย่างไฮบาระ
ยูมากเกินไปจึงไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน สมองของชายหนุ่มประหวัดถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายซึ่งแทบไม่มีเค้าของบิดา
บังเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกนอกสมรสงั้นหรือ? หรือความจริงแล้วมีการจัดงานสมรสหลังจากใช้ชีวิตคู่กันแน่นะ?
ที่สำคัญคือ...
คู่สมรสเป็นใคร?
กองจดหมายซึ่งถูกส่งมายังเคหาสน์ต้องสาปเป็นการตอบรับการเข้าร่วมพิธีดังนั้นจึงต้องมีการตระเตรียมงานเพื่อทำการรับรองแขกอย่างเหมาะสม
แม้สุคุนะจะฉีกจดหมาย ทว่าก็เพียงแต่เปิดดูด้านในเท่านั้น หน้าที่ลงแรงจัดการหลังจากนี้ล้วนโยนให้ข้ารับใช้
“ดูแล้วก็เก็บให้เรียบร้อย
อย่าโยนทิ้งเรี่ยราดสิ”
“หนวกหูจริง”
ชายร่างยักษ์ปิดปากหาวหวอด
สุคุนะยังไม่ได้ย้ายตัวเองออกมาจากห้องรับรองแขก
บัดนี้จึงนอนตะแคงยกมือข้างหนึ่งเท้าใบหน้าอยู่ในตำแหน่งเดิมกับตอนก่อนอุราอุเมะออกไป
อย่างไรก็ตาม
ห้องที่เคยสะอาดเรียบร้อยกลับมีกระดาษแผ่กระจายเกลื่อนกลาดจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นห้องเดียวกัน
เห็นเด็กชายตัวกระเปี๊ยกก้มๆ
เงยๆ วิ่งไล่ตามแผ่นกระดาษที่ลมพัดปลิวอย่างทุลักทุเล
สุคุนะถอนหายใจอย่างแสนเหนื่อยหน่าย “ชักช้า ไม่ได้เรื่อง”
จังหวะคว้ากระดาษสะดุดกึก
ร่างเล็กๆ
พุ่งเข้ามาเอาหัวโหม่งด้วยความฉุนเฉียว
จากนั้นปีนขึ้นไปนั่งบนตัวแล้วยกกำปั้นทุบตีดังตุบตับ
สุคุนะหยุดการประทุษร้ายอันไร้ประโยชน์ด้วยการหิ้วคอเสื้อด้านหลังคนลงมือเหมือนหิ้วลูกแมว
แม้ใช้เพียงสองนิ้ว คนทั้งคนยังลอยหวือจนฝ่ายหิ้วไม่สบอารมณ์
ดวงตาสีแดงเหล่มองเยาะๆ “ใช้สารรูปพรรค์นี้มานั่งทับข้ารึ”
“แง่ง!”
ก่อนการวิวาทข้างเดียวอันน่าสลดจะเลยเถิด
อุราอุเมะซึ่งส่งคนเสร็จกลับมาพอดี เขาเอ่ยเรียกอย่างนอบน้อม “นายท่าน คุณนายน้อย”
ผลคือเป้าหมายการโจมตีถูกเปลี่ยนทันที
“บอกว่าอย่าเรียกแบบนั้นไง!”
อุราอุเมะแก้ไขอย่างว่าง่าย
“ท่านยูจิ”
เนื่องจากสุคุนะไม่ได้ปล่อยมือ
ต่อให้อยากพุ่งเข้ามา ‘เอาเรื่อง’ อุราอุเมะซึ่งเอาแต่เรียกผิดซ้ำๆ
ราวกับจะหยอกล้อ เด็กน้อยทำได้มากที่สุดเพียงเหวี่ยงแขนขาไปมากลางอากาศในสภาพเท้าลอยจากพื้นห้อง
ยูจิอมลมจนแก้มป่อง
แต่แล้วร่างกายก็โยกไหวซ้ายขวาเมื่อสุคุนะจับแกว่งประหนึ่งเห็นเป็นสิ่งของ
“ร่างกายเจ้านี่จะฟื้นตัวกลับสภาพเดิมทันจริงๆ
ใช่ไหม”
อุราอุเมะนั่งทับส้นอยู่ไม่ไกลช่วยรับรองว่า
“ร่างกายท่านยูจิเกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ วัน
เฉลี่ยแล้วหนึ่งวันร่างกายจะเจริญเติบโตขึ้นไม่ต่างจากหนึ่งปี
คาดว่าอีกราวสองสัปดาห์จะกลับคืนร่างในอายุเดิมได้ขอรับ
ในการเลือกวันมงคลสมรสข้าได้เผื่อเวลาไว้อีกเล็กน้อย
ดังนั้นนายท่านจึงไม่ต้องเป็นกังวล ท่านยูจิสามารถเข้าพิธีได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน”
สุคุนะใช้หนึ่งในแขนทั้งสี่แคะหู
ทำหน้าปลาตายพลางบ่นเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่ทราบว่า “ช้า!”
คราวนี้ยูจิเหยียดขาเตะเฉียดปลายจมูกได้สำเร็จ
“ไม่ใช่ความผิดของข้า เจ้าต่างหาก!”
“หา? ข้าเลือกได้รึไงล่ะ?” สุคุนะหย่อนร่างเล็กๆ
ลงแล้วจับให้นั่งพิงอก ยูจินั่งเขยิบเข้ามาอีกหน่อยเพราะไม่อยากถูกปากกับลิ้นใหญ่ยักษ์บริเวณท้องงาบเข้าให้
ถึงรู้ว่าตนไม่มีทางถูกกิน
ทว่าเจอลิ้นที่ใหญ่กว่าหน้าเลียหรือถูกแกล้งด้วยการอมทั้งศีรษะเข้าไปในปาก...มันไม่น่าอภิรมย์จริงๆ
“ลูกของข้าก็จะตัวเท่าเม็ดถั่วเช่นนี้ด้วยงั้นรึ
ขายขี้หน้านัก”
“เจ้าเองก็เคยตัวเท่าเม็ดถั่ว
อย่ามาเสแสร้งถอนหายใจไปหน่อยเลย”
เผ่าพันธุ์ยักษ์ของสุคุนะเป็นเผ่าพันธุ์มีบุตรยาก
ธรรมชาติจึงเกิดการปรับตัวด้วยการเพิ่มความสามารถในการขยายพันธุ์ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายทำให้สิ่งมีชีวิตไม่เกี่ยงเพศจากเผ่าพันธุ์อื่นสามารถอุ้มครรภ์ให้เผ่าพันธุ์ยักษ์ได้
สุคุนะกับยูจิรู้จักกันมาแต่เด็กและเป็นคู่สมรสทางพฤตินัยมาเกือบสามปีแล้ว
ตามบันทึกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ
การเปลี่ยนแปลงร่างกายจะเกิดขึ้นหลังได้รับอสุจิจากเผ่าพันธุ์ยักษ์สม่ำเสมอยาวนานต่อเนื่องเฉลี่ยสามถึงห้าปี
หากไม่ขยันทำการบ้านก็จะใช้เวลายาวนานกว่านั้น ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบอื่นด้วย
เมื่อราวสามสัปดาห์ก่อนร่างกายยูจิเกิดความผิดปกติ
เขาอ่อนเยาว์ลงทุกวันเฉลี่ยหนึ่งวันดูเด็กลงหนึ่งปี
จากคนหนุ่มแข็งแรงถดถอยลงจนกลายเป็นเด็กทารก
ปัจจุบันอยู่ในช่วงเริ่มการเจริญเติบโตอีกครั้งเพื่อกลับเข้าสู่ช่วงวัยเดิม
อุราอุเมะกล่าวว่าเมื่อร่างกายเกิดการสร้างใหม่เสร็จสมบูรณ์
ยูจิก็สามารถตั้งครรภ์ได้แล้ว
ตอนยูจิเริ่มเด็กลง
สุคุนะก็สั่งการให้เตรียมการสมรสอย่างเป็นกิจจะลักษณะ
ธรรมเนียมทางบ้านเขาคือจะทำพิธีใช้ชีวิตคู่ออกหน้าออกตาได้กับผู้ที่สามารถสืบทอดเลือดเนื้อเชื้อไขได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม
การจะตั้งครรภ์ได้หรือไม่นับเป็นเรื่องหลังจากนี้
ดังที่บอกไปก่อนหน้า...เผ่าพันธุ์ยักษ์มีบุตรยาก
เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ซึ่งมีเพียงหยิบมือบางรายหรือบรรพบุรุษบางรุ่นของสุคุนะจึงมีคู่ครองจำนวนมาก
แม้แต่ตัวสุคุนะเองก็เคยพิจารณาเรื่องการตบแต่งอนุภรรยาอย่างจริงจังมาก่อน
คนใกล้ชิดสรรหาหญิงชายมากหน้าหลายตามาทำประวัติเป็นบัญชีรายชื่อ
ดูว่าเขาถูกใจใครจะดำเนินการทาบทามสู่ขอ
ตัวตั้งตัวตีหลักที่ช่วยสุคุนะคัดเลือกคืออุราอุเมะซึ่งเป็นมือขวากับยูจิซึ่งตอนนั้นยังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้สุคุนะและเป็นเสมือนมือซ้าย
จากรายชื่อรอบแรก
มีผู้ถูกเลือก 21 ราย
แม้ชื่อเสียงของเรียวเมน
สุคุนะจะเป็นไปในทางโหดร้ายอยู่สักหน่อย
ทว่าหากถูกรับตัวเข้าเคหาสน์ต้องสาปในฐานะภรรยา
อย่างน้อยก็รับรองชีวิตสุขสบายไม่ขาดแคลนเงินทองได้
อุราอุเมะซึ่งมีความเชื่อฝังใจว่านายของตนดีเลิศและควรได้ทุกสิ่งสมปรารถนาไม่กังวลว่าเทียบเชิญจะถูกปฏิเสธด้วยซ้ำ
ผลลัพธ์คือได้รับคำตอบตกลงกลับมา
13 ราย
อุราอุเมะในตอนนั้นเจ็บใจไม่น้อย
ทั้งยังบอกว่าการคัดเลือกภรรยาเพิ่มในคราวหน้าจะพยายามทำให้ได้รับคำตอบอันน่าพึงพอใจมากขึ้น
“เห
จะไปรับตัวคนกลุ่มนี้เข้ามาพร้อมกันอีกเดือนให้หลัง? ทยอยก็ได้ไม่ใช่รึ? สุคุนะ
เจ้าคงไม่ได้ตั้งใจหลับนอนกับทุกคนพร้อมกันจริงไหม?” ยูจิลูบคางร้องอืมๆ
ขณะมองภาพเหมือนของชายหญิงสิบกว่าแผ่น มีทั้งมนุษย์ธรรมดาสายเลือดแท้อย่างตนไปจนถึงเผ่าพันธุ์กลุ่มน้อย
เขาหยุดมองลายเส้นพู่กันของหญิงสาวขนปุยหูยาวนานเป็นพิเศษ...บั้นท้ายแบบนี้น่าจะคลอดเด็กได้ดีสินะ
แต่นั่งจินตนาการถึงรูปโฉมจริงของสาวงามได้ไม่กี่นาทีอุราอุเมะก็ริบกระดาษแผ่นนั้นไปเสียก่อน
ข้อเสนอของยูจิน่าสนใจ
สุคุนะไม่มีความเห็นแย้ง ดังนั้นอุราอุเมะจึงประสานงานตามคำแนะนำ
ผลคือจะรับภรรยากลุ่มแรกเข้ามาก่อน 6 รายในสัปดาห์หน้า
ทุกคนพึงพอใจมาก
“ทีนี้ก็มาว่ากันเรื่องถัดไปดีกว่า”
ยูจิปลดดาบยาวลงจากข้างเอว
สิ่งนี้ตนได้รับมาจากเจ้าบ้านรุ่นก่อนเพื่อใช้ปกป้องเจ้าบ้านรุ่นปัจจุบัน
“คนที่มาทำหน้าที่แทนข้า จะคัดเลือกคนในมาแทนหรือคิดจะรับคนใหม่”
อุราอุเมะและสุคุนะในตอนนั้นเผยสีหน้างุนงง
ยูจินั่งทับส้น
เลื่อนฝักดาบไปตรงหน้าราวกับจะคืนเจ้าของ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
“สัปดาห์หน้าข้าจะปลดระวางตัวเองและไปจากที่นี่”
สุคุนะซึ่งใช้ร่างจำแลงจนรูปลักษณ์ไม่ต่างจากมนุษย์ปกติจับอะไรบางอย่างได้เลาๆ...สิ่งนั้นทำให้ฉุนกึ้กจนคืนร่างจริง
เกือบจะใช้แขนทั้งสี่ตะปบเจ้าคนไม่กลัวตายเอาไว้ เมื่อถามเหตุผล
คำตอบก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
“ข้าจะหาคู่ครองใหม่แล้วไปมีชีวิตใหม่น่ะสิ!”
ตัวอย่างเช่นพี่สาวหุ่นอวบอัดบั้นท้ายแน่นๆ
หญิงวัยกลางคนหุ่นอวบอัดบั้นท้ายแน่นๆ
หรือไม่ก็สุภาพสตรีหุ่นอวบอัดบั้นท้ายแน่นๆ
ด้วยคุณสมบัติและพรสวรรค์แต่กำเนิด
ยูจิถูกชุบเลี้ยงให้เป็นดาบและโล่ของสุคุนะ
ทว่าเพราะสุคุนะถูกตาต้องใจมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน เมื่อเจริญเติบโตจนถึงวัยอันควร
นอกจากหน้าที่คุ้มกันและฟาดฟันศัตรูยังต้องปรนนิบัติรับใช้ในห้องนอนด้วย
กล่าวได้ว่านอกจากเป็นข้ารับใช้ ยูจิยังเป็นคนรักซึ่งมีความผูกพันทางใจกับสุคุนะมาตั้งแต่เด็ก
อย่างไรก็ตาม
ยูจิมีความต้องการครอบครองผูกขาด
เขาไม่ยอมรับการมีคนรักร่วมกับผู้อื่น
กระนั้น
เพราะเข้าใจในความจำเป็นของสุคุนะ ผนวกกับคิดมานานแล้วว่าสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้น ยูจิซึ่งเด็ดขาดทั้งต่อตนเองและผู้อื่นจัดลำดับสิ่งที่ตัวเองต้องทำรอเอาไว้เรียบร้อย
ทนอยู่ไม่ได้ก็ต้องจากไป
ผู้อาศัยไม่มีทางเลือกมากนักหรอก
สุคุนะหรี่ตา
ทั้งที่ยกมุมปากยิ้ม ทว่าเป็นสีหน้ายามกำลังโกรธขึ้งอย่างไม่ต้องสงสัย
“เจ้าคิดว่าข้าจะยอมรับงั้นรึ?”
เมื่อจับสัญญาณอันตรายได้
ยูจิได้แต่ลอบถอนหายใจว่าครั้งสุดท้ายแท้ๆ จะเจรจาด้วยดีไม่ได้จริงๆ
หรือ...จากนั้นหยิบดาบซึ่งยังอยู่ในระยะเอื้อมถึงขึ้นมาถืออีกครั้ง
ยูจิแข็งแกร่ง
แต่เมื่อเทียบกับสุคุนะยังถือว่าห่างชั้น
เขารักอีกฝ่ายอย่างไร้ข้อกังขา
ทว่า
“ถ้าออกไปไม่ได้แม้อวัยวะสักส่วน
อย่างน้อยข้าก็ได้ใช้ชีวิตตามเจตนารมณ์ของตัวเองจนถึงที่สุด
ไม่มีอะไรต้องสำนึกเสียใจภายหลัง” ยูจิยกเข่าขึ้นหนึ่งข้าง
แตะนิ้วหัวแม่มือเข้ากับโกร่งดาบ ตั้งท่าพร้อมรับมืออย่างเด็ดเดี่ยวแน่แน่ว
“เจ้าจะยอมรับได้หรือไม่ไม่ใช่ปัญหาของข้า”
“หืม...?”
หลังจากนั้น
อุราอุเมะต้องล้มงานทุกอย่างที่ตระเตรียมมา…ซึ่งง่ายดายกว่าการเตรียมการหลายเท่านัก โดยเฉพาะเมื่อเรียวเมน
สุคุนะไม่ได้มีภาพลักษณ์ดีๆ ให้รักษาเป็นทุน
ศูนย์กลางเรื่องทั้งหมดไม่แยแสขั้นตอนการตามล้างตามเช็ดของข้ารับใช้
เจ้าตัวสร้างอาณาเขตพิเศษขึ้นมา โยนยูจิเข้าไปในนั้น บอกอุราอุเมะว่าจะ ‘ปรับความเข้าใจเป็นการส่วนตัว’ หากมีเรื่องอะไรให้จัดการตามความเหมาะสม…แล้วก็ไม่กลับออกมาหนึ่งสัปดาห์เต็ม
อุราอุเมะไม่เสียทีที่เป็นมือขวา
นอกจากทำทุกอย่างได้ตามประสงค์เจ้านายยังรู้งานเตรียมอาหารและของบำรุงรอท่าไว้มากมาย
วันที่สุคุนะอุ้มยูจิซึ่งหมดสภาพโดยสิ้นเชิงออกมาจากอาณาเขต เขาสามารถยกของเหล่านั้นออกมาให้ยูจิได้ในทันที
ส่วนเรื่องบ้านเล็กของนายท่านเรียวเมน
สุคุนะ...
ถูกพับแผนอย่างไม่มีกำหนด
จากตอนนั้นก็ผ่านมาแล้วสองปี
ยูจิซึ่งปัจจุบันอยู่ในร่างเด็กน้อยและถูกสุคุนะบีบแก้มเล่นจนแทบช้ำรู้สึกหนักใจในระดับหนึ่ง
สุคุนะไม่เคยงดเว้นกิจกรรมทางเพศยาวนานขนาดนี้
...พอร่างกายฟื้นฟูสมบูรณ์เขาจะตายคาอกสุคุนะหรือเปล่า
ประสบการณ์เมื่อครั้งอดีตอาจนำมาใช้อ้างอิงไม่ได้เสียทีเดียวเพราะสุคุนะเมื่อสองปีก่อนไม่ได้อดกลั้นจนเก็บกด
ทว่าอย่างน้อยก็พอจะนำมาใช้ประเมินขอบเขตขั้นต่ำของความสามารถทางกายภาพได้
สัตว์นักล่าบางชนิดมีอวัยวะสำหรับจับเหยื่อหรือมีพิษประเภทต่างๆ
ในการควบคุมหรือทำอันตรายเป้าหมาย
ในกรณีของสุคุนะผู้ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ที่ธรรมชาติต้องการดิ้นรนให้สืบทอดลูกหลานต่อไปได้นั้น
ของเหลวในร่างกายนอกจากช่วยให้ร่างกายฝ่ายรับเปิดรับมากยิ่งขึ้นยังมีฤทธิ์กระตุ้นขณะร่วมสัมพันธ์
ทว่าต่อให้มีตัวช่วยเช่นนี้ก็ไม่อาจลบล้างผลของความต่างทางสรีระร่างกายได้อย่างหมดจด
หากใช้ร่างจำแลงลดภาระ ก็ติดข้อเสียที่ประสิทธิภาพสารกระตุ้นจะลดลง อีกทั้งการเติมเต็มความต้องการของสุคุนะยังทำได้ยากลำบากมากกว่าเดิม
ถึงขั้นที่ใช้เวลายาวนานมากกว่าร่างปกติหลายเท่าตัว
ระหว่างถูกสอดใส่ด้วยร่างใหญ่ยักษ์ทั้งวันทั้งคืนในสภาพกึ่งมึนเมา
เปลี่ยนเป็นร่างที่ใหญ่กว่าตนเล็กน้อยแต่ยืดเวลาเป็นสามวันเจ็ดวันและมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนดี
...ไม่ว่าทางไหนล้วนทำให้ยูจิลำบากทั้งสิ้น
ร่างกายของเด็กต้องการการพักผ่อนเพื่อเจริญเติบโต
หลายวันมานี้ยูจิซึ่งอยู่ในสภาพเด็กกลายเป็นทารก และทารกค่อยๆ
เติบโตจนกลายเป็นเด็กอีกครั้ง ใช้เวลาในการนอนแต่ละวันมากกว่าผู้ใหญ่
เพิ่งหัวค่ำก็ซุกสุคุนะหลับปุ๋ย
พอวันนี้ยุกยิกไปมาไม่หลับเสียทีสุคุนะจึงผิดสังเกต
“เป็นอะไร”
ร่างจำแลงทำให้ขนาดตัวสุคุนะลดลงจนสามารถพาดแขนกอดเด็กชายได้โดยไม่ต้องกังวลว่าแขนหนักๆ
จะทับจนขาดอากาศหายใจ
แม้กอดไม่ถนัดเพราะขนาดตัวยังคงแตกต่างอีกทั้งไม่สบายตัวเท่าใช้ร่างจริง
แต่ก็ยังดีกว่ามานั่งวิตกจริตว่าตื่นเช้ามาจะพบยูจิถูกทับตัวแบนแต้ด
ยูจิคว่ำปากบอกความกังวลของตัวเองออกไป
สุคุนะกลับตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ไม่ตายหรอก”
“...”
ถึงจะไม่ตาย
แต่อีกแง่หนึ่ง ถูกอุราอุเมะจับใส่หม้อต้มให้จบเรื่องจบราวไปเลยอาจดีเสียกว่า
สุคุนะไม่ได้มีอาการใคร่เด็ก ไม่เคยสัมผัสร่างกายเยาว์วัยของยูจิโดยแฝงนัยทางเพศ ทว่าเคยบอกว่าเนื้อเด็กให้สัมผัสถูกปาก
อีกฝ่ายเคยกินเด็กตามตัวอักษร
กินในความหมายทางตรง
แม้จะยืนยันว่าเลิกกินเนื้อมนุษย์แล้วก็เถอะ
ยูจิต้องผ่านแต่ละวันไปด้วยความระมัดระวังอยู่ช่วงหนึ่ง
เกรงว่าต่อให้ถูกขบเหมือนหยอกเล่น อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันถูกกลืนทั้งเป็นก็ได้
แม้สุคุนะไม่ได้ตั้งใจ แต่สัญชาตญาณเป็นสิ่งกระจอกงอกง่อยจัดการง่ายเสียเมื่อไรกัน
โชคดีที่เขากลับมาตัวโตอีกครั้งโดยไม่มีร่างกายส่วนไหนขาดแหว่ง
ด้วยมีการเผื่อเวลาไว้ทำให้พอมีเวลาหายใจหายคอก่อนถึงวันมงคลสมรส
แม้วันจริงจะเป็นวันมะรืน
แต่สุคุนะและยูจิมีหน้าที่แค่ใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปอย่างสุขสบาย ทำมากสุดคือชี้นิ้วสั่ง
ไม่ได้ลงแรงเหนื่อยยากแต่อย่างใด ยูจิว่างและไม่ได้จุกจิกกับงานพิธีจนต้องฆ่าเวลาด้วยการฉวยดาบออกมายังลานหน้าเคหาสน์
ปล่อยหน้าที่กำกับดูแลทุกอย่างให้อุราอุเมะรับผิดชอบ
ช่วงที่ร่างกายเริ่มคืนสู่ความหนุ่มยูจิก็เริ่มจับดาบเกรงฝีมือขึ้นสนิม
ทว่าเพิ่งจะมาวันนี้ที่ตระหนักได้ว่าร่างกายฟื้นสภาพเต็มที่แล้วจริงๆ
“ไม่รู้สึกเลยว่าร่างกายต่างจากเดิม”
“ตามสถานการณ์
ร่างกายของคุณนายน้อย...” พอถูกมองด้วยสายตาเรืองแสง อุราอุเมะซึ่งวางงานกำกับพิธีสมรสมาอำนวยความสะดวกเจ้านายรีบกลับคำเป็น ‘ท่านยูจิ’ ก่อนกล่าวต่อว่า ร่างกายน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว
เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงภายในมองไม่ออกจากภายนอก เขาเสริมว่า
“รอตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งน่าจะพบข้อแตกต่างแน่นอนขอรับ”
ยูจิไม่ได้รักเด็กหรืออยากมีลูกเป็นพิเศษ
เขาไหลไปตามน้ำเพราะสภาพแวดล้อม
ดังนั้นในอนาคตจะตั้งครรภ์ได้จริงหรือไม่ก็ไม่ได้วิตกกังวลอะไร
เทียบกันแล้วเขาห่วงอนาคตอันใกล้ เช่น วันงานสมรสจะวุ่นวายหรือเปล่ามากกว่า
สุคุนะมีอริมากมาย อาจโดนใครสักคนลอบทำร้ายท่ามกลางความชุลมุน
ไม่อยากให้แขกโดนลูกหลงบาดเจ็บเลย
ไม่สิ
เดี๋ยวก่อน...
“สุคุนะ”
ยูจิทิ้งดาบรี่เข้าไปหยุดตรงหน้าสุคุนะซึ่งกำลังนอนอาบแดดอยู่ตรงเฉลียงไม่ไกลจากจุดที่ตนกับอุราอุเมะกำลังฝึกซ้อมประจำวัน
ท่านเจ้าบ้านร่างใหญ่โตนอนตะแคงอย่างเกียจคร้าน เคี้ยวขนมเซมเบ้ดังกรุบกรับ
หากไม่ติดว่ารูปร่างหน้าตาทำให้เด็กเล็กหวาดกลัวจนปัสสาวะราด
กริยาที่แสดงออกดูไร้พิษภัยลวงโลกเป็นที่สุด
หลังป้ายมือกับแขนเสื้อเพื่อเช็ดทำความสะอาดลวกๆ
ยูจิฉกเซมเบ้มาหนึ่งชิ้น ถามพลางใช้ฟันหน้าหักขนมว่า
“เจ้าบอกว่าพวกเลื้อยคลานอร่อยสินะ”
“แน่นอน”
สุคุนะยกแขนออกมาข้างหนึ่ง แต่ระยะยังขาดไปเล็กน้อยทำให้ดึงคนเข้ามาใกล้ๆ ไม่ได้
ยูจิซึ่งไม่อยากเข้าใกล้นักแอบขยับเท้าถอยครึ่งก้าว
ต่อบทสนทนาเหมือนมองไม่เห็นมือใหญ่ยักษ์ที่สะบัดไหวๆ กลางอากาศ
“ช่วงนี้ข้าเห็นอุราอุเมะนั่งศึกษาโครงสร้างร่างกายกลุ่มดำดินด้วย”
“เกี่ยวอะไรกับข้า?”
“หม้อต้มที่ในครัวเอามาขัดก็ไม่ใช่ใบที่ใช้ปรุงพวกสัตว์น้ำตามปกติแต่รูปร่างหน้าตาเหมาะแก่การใส่เผ่ามีครีบมากทีเดียว”
ผู้ฟังแค่นเสียงออกจมูกดังหึ
หันหน้าไปอีกทาง “แทนที่จะวิ่งพล่านไปทั่วบ้าน เจ้าควรใช้ร่างกายที่กลับมาเป็นปกติเสียทียั่วยวนเอาอกเอาใจผัวที่รอมานับเดือนมากกว่าไม่ใช่รึ?”
เริ่มบ่ายเบี่ยงแล้ว
ยูจิคลึงขมับ
ปวดหัวจี๊ด “สุคุนะ...งานสมรสไม่ใช่โต๊ะอาหารนะ”
“ไม่ต้องบอกก็รู้”
“แต่ความหลากหลายของแขกในงานมีความสอดคล้องกับรสนิยมการกินของเจ้าช่วงนี้จนน่าสงสัยน่ะสิ
แขกจริงๆ ก็แล้วไปเถอะ
บางรายกลับรู้สึกเหมือนถูกเชิญเพื่อหวังผลอย่างอื่นมากกว่ามาเป็นประจักษ์พยานงานมลคล....”
ปึง
พื้นไม้ฮิโนกิถูกตีไม่หนักไม่เบาหนึ่งที
ยูจิซึ่งถูกขัดจังหวะจนพูดไม่จบเลิกคิ้วเล็กน้อย
มองเห็นสุคุนะทอดสายตาเขม็งมายังตน ท่าทางไม่พอใจ
“เจ้าเลือกข้าหรือคนไม่รู้จักพวกนั้น?”
“...” ถามแบบนี้ต้องการอะไร...อาการปวดลามมาถึงรากฟัน
มิหนำซ้ำ...ยอมรับว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์จริงๆ
งั้นเรอะ?
ไม่รอให้ยูจิตอบโต้
ชายสี่แขนร่างยักษ์ยันกายขึ้นนั่งกอดอก เริ่มต้นเปิดปากรำเลิกบุญคุณราวกับอันธพาล
“เห็นแก่ที่เจ้าบอกว่างานพิธีสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตอยากจะเข้าร่วมในสภาพร่างกายสมบูรณ์
ข้าถึงประนีประนอมไม่แตะต้องเจ้า
เจ้าอ้างเรื่องการปกป้องแขกเหรื่อเหมือนข้าไม่มีปัญญาป้องกันหนูท่อลอบกัด…ข้าก็ยังคงไม่ติดใจถือสา แต่เจ้าเหิมเกริมถึงขั้นเห็นคนอื่นดีกว่าข้า!”
“...”
อย่างนี้นี่เอง
กลยุทธ์ชิงโมโหตัดหน้า
อ่า
แบบนี้เริ่มจัดการยากแล้ว ยูจิกัดเล็บ
ข้ารับใช้นอกจากอุราอุเมะค่อยๆ
ถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างเงียบเชียบแนบเนียน
ยูจิมีร่างกายเป็นเด็กจนถึงเมื่อไม่นานมานี้
แม้มีการปะทะฝีปากกับนายท่านของเคหาสน์ต้องสาปอยู่เนืองๆ
ทว่ากระดูกคนละเบอร์ปานนั้นย่อมไม่มีเรื่องชวนหวั่นใจเกิดขึ้นแต่อย่างใด
สุคุนะไม่ลดตัวลงไปมีเรื่องกับก้อนโมจิจิ๋วหรอก
แต่กับยูจิร่างปกตินั้นเป็นอีกเรื่อง
อาจจะผิดต่อยูจิอยู่บ้าง ทว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในเคหาสน์นี้ให้ความสำคัญต่อนายท่านใหญ่เป็นลำดับแรก...กลับมามีชีวิตชีวาได้เช่นนี้ช่างดีเหลือเกิน
ทำให้อดไม่ได้ต้องออกโรงเข้าข้าง
“ท่านยูจิ นายท่านไม่ใช่มนุษย์สายเลือดแท้นะขอรับ
อาหารการกินเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ ท่านยูจิก็ทราบดี”
การละเว้นเนื้อมนุษย์นับว่าเห็นแก่ยูจิมากแล้ว
“ไม่ ข้าหมายถึง ถูกเชิญมาเป็นแขกใน...”
“ท่านยูจิ นายท่านไม่ได้ไม่ได้ไปฆ่าล้างบางที่ใด
เพียงแต่แขกที่กำลังจะมาเยือนบางท่านอาจประสบเหตุไม่คาดฝัน
แทนที่จะปล่อยให้เลือดเนื้อเสียเปล่า ไม่สู้นำมาประกอบอาหาร...”
“เหตุไม่คาดฝันแน่เรอะ!”
สุคุนะรับถ้วยชาจากข้ารับใช้เผ่ามิงค์มาดื่ม
ปล่อยให้ยูจิถูกรุมกดดันอย่างไม่รู้สึกรู้สา เรียวเมน
สุคุนะชื่อกระฉ่อนในฐานะชายโฉดมาแต่ไหนมาแต่ไร
เขาไม่สนใจสักนิดหากจะถูกรุมประณามหรือด่าทอเพิ่มขึ้นอีกสักเรื่องสองเรื่อง
เทียบกันแล้วอ่างอาบน้ำใหญ่พิเศษที่เพิ่งสร้างเสร็จยังน่าสนใจเสียกว่า
เขาเพิ่งได้เครื่องหอมจากพ่อค้าตะวันออกกลางมาพอดี
รอใช้ขณะลงอ่างอาบน้ำกับคนรักตัวน้อยวันเข้าหออย่างเป็นทางการแทบไม่ไหว
“อึ๋ย” ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันกะทันหัน
ยูจิซึ่งมีสัญชาตญาณดีเยี่ยมหยุดต่อล้อต่อเถียงแล้วบิดคอแทบหักหันไปทางสุคุนะ
ฝ่ายถูกมองไหวไหล่ ตีหน้าใสซื่อ…มองทำไม
ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
ในใจบังเกิดการต่อสู้หนึ่งคำรบ ยูจิยืนนิ่งคิดเล็กน้อย
สุดท้ายเดินลากเท้าเปล่าไปทางเฉลียง ปีนขึ้นไปขัดสมาธิใกล้เสียจนเข่าแทบชิดกัน เขากุมเข่าสองข้างของตนเอาไว้
สีหน้าแน่วแน่อย่างผู้หักใจทำการใหญ่
“สุคุนะ
อาหารไม่ควรกินทิ้งขว้าง”
สุคุนะซึ่งกำลังคิดเรื่องการกินในความหมายเปรียบเปรยร้อง ‘เออ’ ตอบรับส่งๆ
ยูจิกล่าวต่อว่า “ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดก็ไม่ควรทิ้งชีวิตเพื่อตอบสนองความเอาแต่ใจของใครบางคน”
“เออ”
“หากเจ้าตั้งใจกินอะไร...ก็ควรตระเตรียมเท่าที่พอกิน”
“เออ”
“...”
“...”
“อย่าฆ่าซี้ซั้วเลยนะ อย่างน้อยก็ถือเสียว่างานมงคลไม่ควรก่อกรรมทำเข็ญ”
ยูจิกำนิ้วก้อยสุคุนะพูดเสียงอ่อย ในที่สุดก็เอ่ยสาระสำคัญออกมา
ในเคหาสน์หลังนี้ ยูจินับเป็นผู้ที่มี ‘ความรักความเมตตา’ ต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลกที่สุดแล้ว
สุคุนะปล่อยให้ยูจิกำนิ้วของตนต่อไป ใช้มืออื่นยกขึ้นมาวางปุลงบนผมสีอ่อนแทน
มุมปากของเขายกขึ้นน้อยๆ สีหน้าอ่อนโยนลงหนึ่งระดับ
“...คราวหน้าออดอ้อนให้เร้าอารมณ์กว่านี้นะ”
“...”
หน้าแข้งทรงพลังแหวกอากาศพุ่งตรงไปยังปากเหม็นเน่าของนายท่านเผ่ายักษ์ผู้หมกมุ่นในกามารมณ์ทันที
อนึ่ง
ในวันงานมงคลสมรสของเรียวเมน สุคุนะ
ไม่มีแขกเหรื่อหายสาบสูญหรือมีเหตุการณ์นองเลือดพรากชีวิตผู้ใดอย่างที่ยูจิเป็นกังวล
สุคุนะมีแขนขาอันแข็งแกร่งคอยดูแลความสงบภายในงานทำให้ศัตรูจากภายนอกนอกไม่อาจลอบกระทำการน่าสงสัยสำเร็จ
นอกจากนี้
เนื้อน่ะ
ต้องกินตอนสดใหม่สิ
นายท่านใหญ่เรียวเมน
สุคุนะซึ่งเป็นนักชิมมือฉมังไม่อาจปันเวลาไปพะวงกินเนื้อนั่นนี่ทั้งหลาย
คาดว่าเขาต้องใช้เวลาหลายวันในการกิน ‘เนื้อ’ ซึ่งแขวนอยู่ต่อหน้าแต่ไม่อาจนำเข้าปากกลืนลงท้องมานานนับเดือนให้เต็มอิ่มเสียก่อน
ส่วนเนื้อจำพวกอื่น
ไว้อยากกินเมื่อไรค่อยหามาขึ้นโต๊ะอาหารภายหลัง
เรื่องพรรค์นี้ยังคิดไม่ได้...
เจ้าหนูของเขาช่างโง่เง่านัก
No comments:
Post a Comment