Thursday, 25 January 2024

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; GoYu] สัญญาแลกเปลี่ยน Part II

Fanfic Jujutsu Kaisen

สัญญาแลกเปลี่ยน

Part II

 


Pairing   : Gojo Satoru x Itadori Yuji

CW         : Coercion, Violence, Obsession, Death

 

 

ต่อให้มีดวงตาดุดันและแผ่ไอสีดำขับภาพลักษณ์ชั่วร้าย แท้จริงฮิกุรุมะ ฮิโรมิเป็นเทพองค์หนึ่ง...เทพนอกรีตที่มีความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ บนโลก โดยสิ่งที่เขาให้ความสนใจมากเป็นพิเศษคือมนุษย์ นอกจากมีมิติหลากหลายยังเป็นตัวแปรสำคัญในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ทั้งที่เป็นสิ่งมีชีวิตอ่อนแอตัวจ้อย เมื่อรวมตัวกันกลับมีความสามารถในการกัดกร่อนธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ได้ การใช้สติปัญญาสร้างความสะดวกสบายแก่ตนโดยไม่สนว่าจะทำลายโลกในภายหลังอย่างไรก็โอหังดี

ระหว่างเฝ้าดูพวกเขา ฮิกุรุมะไม่ชอบใจนักเมื่อเห็นว่ามนุษย์บางกลุ่มไม่ได้รับในสิ่งที่ตนควรได้

การแทรกแซงโชคชะตาของมนุษย์นี่เองที่ทำให้ฮิกุรุมะกลายเป็นเทพนอกรีต

ทำให้ความปรารถนากลายเป็นจริงเมื่อมนุษย์ผู้นั้นยินยอมมอบสิ่งแลกเปลี่ยนอย่างสมน้ำสมเนื้อ

สำหรับฮิกุรุมะ ปริมาณเครื่องสังเวยไม่ต่างจากระดับความดังในการเปล่งเสียง ยิ่งใช้เครื่องสังเวยมาก ยิ่งก่อให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจ เป็นหนึ่งในขั้นตอนการ เรียก ไม่อาจนับเป็น สิ่งแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ การที่เราได้ยินใครตะโกนเรียกตนเองดังๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องหันไปขานตอบทุกครั้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงยิ่งดังยิ่งเพิ่มโอกาสในการได้ยิน แต่ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าฮิกุรุมะจะเปิดโอกาสให้เจรจาแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด

ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของฮิกุรุมะ ฮิโรมิ

ช่วงนี้ฮิกุรุมะสนใจอารยธรรมจากฝั่งตะวันตกเป็นพิเศษ นอกจากปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกอย่างเสื้อผ้าหรือทรงผม กระทั่งตุ๊กตาคู่หูที่ไร้นามนับพันปี ในที่สุดก็ได้ชื่อเสียทีว่า จัดจ์แมน

ยูจิเองแม้จะเฝ้ามองความเป็นไปของโลกจากที่ไกลๆ เช่นกัน ทว่ายังคงสบายใจกับความคุ้นเคยเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายหรือการตกแต่งที่พักอาศัย ในกลุ่มมนุษย์คงบอกว่าเป็นพฤติกรรมคนแก่ ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ยูจิไม่ได้เป็นมนุษย์อยู่แล้ว โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรไม่มีความหมายต่อเขา

อารามสงฆ์ซ่อนมารเป็นดั่งดินแดนปิดตาย มันถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วงชิงอิสระภาพ แม้ยูจิจะควบคุมการเปิดปิดทวารเพื่อต้อนรับอาคันตุกะได้ดังใจ ทว่าสิ่งที่ไม่อาจทำได้คือพาตัวเองออกไปด้านนอก สำหรับอิตาโดริ ยูจิผู้ไม่อาจย่างกรายออกจากอารามสงฆ์ซ่อนมาร ฮิกุรุมะเป็นสหายจำนวนหยิบมือที่ผ่านช่วงเวลาอันยาวนานมาด้วยกัน

ตอนพวกเขาพบกันครั้งแรก ยูจิเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

กระทั่งทำสัญญาแลกเปลี่ยนกับฮิกุรุมะถึงได้โยนความเป็นมนุษย์ทิ้งไป

ราคาที่ต้องจ่ายได้แก่ อิสระ 

ข้อเรียกร้องต้องการของตอบแทนมูลค่าสูงมาก อายุขัยของมนุษย์ไม่เพียงพอในการจ่ายจนครบถ้วนเป็นเหตุให้ยูจิต้องกลายเป็นตัวตนในปัจจุบันหรือก็คือเขาไม่ได้มีความตั้งใจจะเป็นมาร แต่ต้องกลายเป็นมารเพื่อแลกเปลี่ยนในสิ่งที่ต้องการ

ส่วนสิ่งแลกคืนกลับมา ยูจิไม่อยากนึกถึงเท่าใดนัก

สำหรับ การบรรเทาทุกข์ผู้เดือดร้อน นั่นเป็นข้อเรียกร้องเพิ่มเติมในการกำหนดสถานที่ที่จะช่วงชิงอิสระของตนไป เพื่อให้ได้อยู่ใน คุก ที่ตนพอใจ ยูจิคอยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่สรรพสิ่งบนโลกที่กำลังทุกข์ยากเดือดร้อน ทว่านั่นเป็นสิ่งที่เขายินดีทำอยู่แล้ว ไม่ถือเป็นภาระหรือสร้างความเดือดร้อนแม้แต่น้อย

“การบรรเทาทุกข์ผู้อื่นน่ะเกินพอแล้ว เหลือแต่ อิสระ อย่างเดียว...อีกไม่กี่สิบปีก็ครบกำหนดพอดี เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับนายมากสินะ แต่หลับอีกสักตื่นสองตื่นก็จบแล้วล่ะ” ฮิกุรุมะเปรยพร้อมชมเชยว่าอดทนได้ดี การมาเยี่ยมเยือนคราวนี้เขาสวมชุดสูทสีดำ เข้ากับไอสีดำจางๆ ที่แผ่ออกมารอบตัวตลอดเวลาเป็นอย่างมาก กับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันตอนทำสัญญาแลกเปลี่ยน ฮิกุรุมะมักใช้ไออัปมงคลเหล่านี้เป็นฉากบังตา หลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง ทว่ายูจิถือเป็นคนกันเองจึงไม่ทำอย่างนั้น 

ฮิกุรุมะนั่งในอารามอย่างคุ้นที่คุ้นทาง ระหว่างสนทนาเขาปรายตามองแขนเสื้อว่างเปล่าของยูจิ

แขนข้างนั้นถูกนำไปใช้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับฮิกุรุมะในอดีต

เมื่ออยู่ในอาราม ยูจิสามารถสร้างแขนออกมาได้ การที่ไม่ทำแบบนั้นก็เพื่อย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งตอนที่ยังเป็นมนุษย์ตนเคยต้องสูญเสียอะไรไป เป็นเครื่องย้ำเตือนความอ่อนแอและสัญลักษณ์ของรากเหง้าความเป็นมนุษย์สุดท้ายที่เหลืออยู่

ยูจิเคยเปิดอกคุยกับฮิกุรุมะวันหนึ่งในห้วงเวลาอันยาวนานว่าแขนข้างเดียวแลกกับการต่อลมหายใจคนใกล้ตายคนหนึ่งนับว่าถูกมาก เขาไม่เสียดายเลย ยังถามกลับด้วยว่าเส้นทางของฮิกุรุมะที่ต่างไปจากเทพจนดูเหมือนปิศาจร้ายมอมเมาสรรพสิ่งบนโลกต่างหาก เคยเสียใจที่เลือกทำแบบนี้ไหม?

คำตอบของฮิกุรุมะคือไม่เช่นกัน

ระหว่างใช้มือสองข้างเท้าคางพลางทอดมองทิวทัศน์ที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนมานาน ยูจิพรูลมหายใจเฮือกหนึ่ง กล่าวโดยไม่มองชายด้านข้างว่า “อย่างกับมาลาเลย”

“เพราะนายใกล้จะหลุดพ้นแล้ว ฉันถือโอกาสมายินดีด้วยล่วงหน้า”

การสิ้นสลายของเทพเกิดจากอะไร ยูจิซึ่งเดิมเป็นมนุษย์ไม่รู้ได้ ทว่าเขาอยู่มานานนับพันปีจนความทรงจำเลอะเลือนไปไม่น้อยยังมีความหวังเพราะรับรู้ว่าช่วงชีวิตอันยาวนานจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ฮิกุรุมะซึ่งดูไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานนัก ตอนนี้กำลังรู้สึกอย่างไรนะ?

"คุณลุงคนนี้ ทำเอารู้สึกผิดที่ต้องทิ้งไว้ข้างหลังเลยเนี่ย ให้คนเขาไปอย่างสบายใจหน่อยไม่ได้เหรอ?"

วิธีการพูดฟังเหมือนเหมือนสร้างบรรยากาศขบขัน ทว่ายูจิหมายความตามนั้นจริงๆ พวกเขาคบหากันมานานขนาดนี้ เมื่อต้องประสบการแยกจากแบบไม่มีวันหวนคืน คนที่ยังอยู่ต้องรู้สึกว่างเปล่ามากแน่

ผู้ฟังก็รู้จักยูจิดีพอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ ฮิกุรุมะก้มหน้าหัวเราะเสียงเบา กล่าวว่า "ไม่ต้องใส่ใจฉันหรอก อิตาโดริ นายน่ะทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างเถอะ"

หลังฮิกุรุมะกลับไปไม่กี่วัน ยูจิที่ไม่จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่ผู้เดือดร้อนแล้วก็ยังเฝ้ามองความเป็นไปบนโลกมนุษย์อย่างที่ทำเป็นประจำ คราวนี้เขาเห็นเด็กน้อยกระเซอะกระเซิงคนหนึ่ง แม้ความจำจะเลอะเลือนไปมากจากการกัดกร่อนของกาลเวลา ทว่ายังพอนึกออกว่าประพิมพ์ประพายคล้ายกับคนรู้จักคนหนึ่งเมื่อครั้งยังมีชีวิต

อุตส่าห์ลืมชื่อไปแล้ว หน้าตาก็นึกแทบไม่ออกแล้ว...

ตอนที่กำลังจะเป็นอิสระกลับโผล่กวนตะกอนความทรงจำในอดีตเสียได้

ยูจิลังเลใจเพียงครู่ จากนั้นหักใจคิดว่าเด็กน้อยตกระกำลำบากคนหนึ่งสมควรได้รับความช่วยเหลือ ไม่ควรถูกอคติหรือประสบการณ์เลวร้ายในอดีตของตัวเองครอบลงบนศีรษะแล้วถูกละเลย ต่อให้เป็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ มีจิตวิญญาณเดียวกันจริงๆ ตอนนี้ก็เป็นคนละคนกับคนรู้จักที่ทำลายชีวิตมนุษย์ของยูจิย่อยยับอยู่ดี

ด้วยเหตุนี้ โกะโจ ซาโตรุจึงได้พบกับอิตาโดริ ยูจิเป็นครั้งแรก

 

 

การถูกโกะโจเห็นหน้าทำให้ยูจิรู้สึกแย่ เขาไม่ปิดบังหน้าตายามพบปะผู้อื่น แค่โกะโจเท่านั้นที่ไม่อยากให้เห็น ด้วยเหตุนี้ยูจิซึ่งใกล้จะสูญสลายเต็มทีจึงตัดสินใจจมลงสู่ห้วงนิทรา เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ราคาของ อิสระ ที่ต้องมอบให้ฮิกุรุมะน่าจะครบถ้วนพอดี เขาคงไม่ได้เจอโกะโจ ซาโตรุอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ยูจิถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล

อารามของเขาถูกบุกรุกเป็นครั้งแรก

นอกเหนือจากฮิกุรุมะผู้เป็นต้นกำเนิดพลังทำให้ควบคุมอารามได้เช่นเดียวกับยูจิ ที่แล้วมาอารามสงฆ์ซ่อนมารไม่เคยถูกบุกรุกสำเร็จมาก่อน อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือยูจิ เพียงเขาไม่อนุญาต นอกจากฮิกุรุมะที่เป็นข้อยกเว้น ใครก็เข้ามาไม่ได้ทั้งนั้น

เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสร้างความตระหนกแก่ยูจิในช่วงแรก พอตื่นเต็มตาและสมองกลับมาทำงานค่อยใจเย็นลงหน่อย ยูจิตกแต่งอารามให้สงบร่มรื่น แต่ทุกสิ่งที่ปรากฏในตอนนี้สามารถหายวับและถูกแทนที่ด้วยป้อมปราการได้ในพริบตา เขาควบคุมทุกพื้นที่ในอาณาเขตได้ดังใจ หากผู้บุกรุกมีเจตนาร้าย จะเสกฝนดาบลงมากำจัดก็ไม่ยากเย็น

ยูจิผลักประตูเดินออกมาด้านนอก จากนั้นมีอันต้องตกตะลึงพรึงเพริด

ชายคนหนึ่งโปรยยิ้มพลางโบกมือให้

“ไม่เจอกันนานเลยนะ ยูจิ อ๊ะ ไม่ได้ปิดหน้านี่นา~”

โกะโจ ซาโตรุ

มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?

กลิ่นอายอีกฝ่ายเปลี่ยนไปมากยูจิจึงไม่นึกเอะใจ นอกจากนี้ชายผมขาวซึ่งยืนตัวตรงอยู่บนลานปูด้วยพื้นหินก็ไม่ใช่หนุ่มน้อยในชุดสตรีอย่างวันวาน คะเนแล้วน่าจะอายุยี่สิบตอนปลาย ร่างกายโกะโจสูงใหญ่ขึ้น เป็นชายเต็มตัวและแต่งกายอย่างบุรุษ รอยยิ้มบนหน้าแม้แฝงความซุกซน ทว่าความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ หายไปแล้ว ถึงขั้นเจือกลิ่นคาวเลือดอย่างไม่เข้าท่า

ยูจิเผลอยกมือแตะใบหน้า กระนั้นมาปกปิดเอาป่านนี้ออกจะน่าอายเกินไปถึงได้ตัดใจปล่อยเลยตามเลย

เขาเพิ่งผลักไสโกะโจออกไปจากอาณาเขตแล้วซุกตัวหลับหนีความจริง กลับถูกปลุกให้ตื่นโดยเด็กคนเดิมที่เมื่อกี้ยังดื้อรั้นอย่างน่าเอ็นดูแต่ตอนนี้ตัวโตเบ้อเร่อ ที่แย่สุดคือใบหน้าเหมือนกับคนในความทรงจำมาก...มากจนปวดใจ

เห็นใบหน้านั่นแล้วความทรงจำแย่ๆ แย่งกันผุดออกมา ยูจิผู้ไม่อยากได้รับคำวิจารณ์ว่า อัปลักษณ์ อีกจึงเปลี่ยนใจอีกครั้ง เรียกผ้าผืนน้อยมาไว้ในมือ ทว่าไม่ทันผูกรอบศีรษะ โกะโจพรวดพราดเข้ามาขวางเอาไว้ 

“ไม่อัปลักษณ์หรอก ฉันอยากเห็นหน้ายูจินะ”

การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาก็เป็นอีกสิ่งที่โกะโจก่อนหน้านี้ทำไม่ได้

เรื่องชวนให้ตกใจมีมากเกินไป ยูจิอยู่อย่างเรียบง่ายมานาน ไม่คุ้นเคยกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เขาเหนื่อยอยู่บ้าง ต่อให้รู้สึกกระสับกระส่าย แต่ก็ไม่ได้ดื้อดึงซ่อนใบหน้าตัวเองอีก

ยูจิอ่อนลงให้ โกะโจกลับไม่ยอมปล่อยมือเสียที ด้วยเหตุนี้จึงจะบอกกล่าวสักหน่อย อย่างไรก็ตาม สัมผัสแนบชิดทำให้ยูจิรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ คำว่า 'ปล่อย' ถูกกลืนลงท้อง

อะไรน่ะ?

“ความรู้สึกนี่ ฮิกุรุมะ...”

จังหวะกำลังสับสน โกะโจเลื่อนมือที่กำรอบข้อมือไว้หลวมๆ โอบรอบแผ่นหลังแล้วสวมกอดเต็มรัก ขณะที่ใบหน้ายูจิฝังลงบนอกและเกร็งไปทั้งตัวจากความใกล้ชิดอันไม่คุ้นเคย โกะโจถูไถศีรษะราวออดอ้อน ปากพร่ำว่า เจอสักที คิดถึงจัง ดูตื้นตันและอิ่มเอมเป็นพิเศษ

ในทางกลับกัน ลำคอยูจิแห้งผาก ความสับสนแทนที่ด้วยความหวาดวิตก ในที่สุดก็รู้สึกตัวแล้วว่าอำนาจการควบคุมดินแดนหลุดลอยไปจากมือ เขาดันโกะโจออกไปไม่ได้ เรียกอะไรออกมาไม่ได้ และแปรสภาพอะไรไม่ได้เลย เดิมอาจคิดว่าสภาวะมารกำลังหายไปถึงสูญเสียพลัง แต่ร่องรอยของฮิกุรุมะบนตัวโกะโจทำให้สันนิษฐานว่าคนที่กำลังพัวพันตนอย่างแนบแน่นอาจเป็นต้นเหตุ

“ซาโตรุคุง”

“ในที่สุดก็อยากคุยกับฉันแล้วเหรอ?”

อยากให้ปล่อยมากกว่า แต่มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่านั้น ยูจิแสร้งไม่รู้สึกถึงกระแสน้อยใจเจือเหน็บแนม เลือกถามอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ทำไมถึงมีไอสีดำแบบเดียวกับฮิกุรุมะออกมาจากตัวนาย”

“...”

สิ้นคำถาม โกะโจล้มตัวหงายผลึ่งไปด้านหลัง ทอดสายตานอนมองฝ้าอารามโดยที่ยังกอดรัดยูจิไม่ปล่อย เขาใช้มือใหญ่ๆ สอดเข้าไปในกลุ่มผมสั้นสีชมพูน้ำตาล นวดศีรษะชายที่เกยทั้งตัวอยู่เหนือร่างตนเองเรื่อยเปื่อย หลังครุ่นคิดไม่นานค่อยเอ่ยอย่างเกียจคร้าน

“ฉันไม่ได้จงใจปล่อยไอพวกนั้นออกมาสักหน่อย ยังอุตส่าห์รู้สึกตัวได้อีกนะ หรือว่าฉันควบคุมได้ไม่ดียูจิถึงรู้สึกตัว?” โกะโจจุปาก “ไม่อย่างนั้นก็...ยูจิสนิทกับหมอนั่นจนประสาทสัมผัสไว?”

เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์อิตาโดริ ยูจิเหยียบย่ำกองซากศพมากมายผ่านสงคราม หลังกลายเป็นมาร น้อยสิ่งที่สามารถเป็นภยันตรายต่อเขาทำให้สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดทื่อลง กระนั้นมันก็ไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง 

ยิ่งกับโกะโจในตอนนี้ที่มีกลิ่นสาบเลือดฝังรากลึกในบรรยากาศยิ่งสัมผัสได้ถึงอันตรายโดยง่าย

ไอสีดำอันคุ้นเคยแผ่ออกมาหนาทึบ อวดโฉมอย่างคึกคะนองและถือดี มันค่อยๆ โอบล้อมตัวโกะโจและหยอกเย้ายูจิราวกับมีชีวิต

ประหนึ่งว่าถูกจับได้แล้ว ยังต้องแอบซ่อนอะไรอีก?

ทำไมถึง...!

ประจักษ์พยานที่สะท้อนในดวงตาขับให้ชีพจรในกายยูจิเต้นเร่าอย่างบ้าคลั่ง เขาเงยหน้าจากอกโกะโจ หากไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกสองมือช้อนใบหน้าขึ้น โกะโจยกลำตัวท่อนบนเล็กน้อย กดปลายคางมองใบหน้าตื่นตะลึงผ่านดวงตาที่หรี่โค้งดั่งจันทร์เสี้ยว มุมปากยกเป็นรอยยิ้มหวานหยด 

“ยูจิไม่รู้ใช่ไหม เทพก็ตายได้นะ”

"...!"

วงจรสมองของยูจิประมวลผลไม่ทัน ระดับความเครียดไต่สูงจนน่ากลัว

โกะโจกดนิ้วโป้งลงบนริมฝีปากล่างของยูจิ ไล้ไปมาแผ่วๆ พลางเอ่ยต่ออย่างอ่อนโยน

“ฉันเป็นคนฆ่าฮิกุรุมะ ฮิโรมิเอง”





Talk

ขอโทษพี่ทนายด้วยนะคะ รักพี่นะ...

เพราะตอนแรกจะให้เป็นพาร์ทของยูจิและเล่าไปเลยว่าในอดีตเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่พอเปลี่ยนแผนแล้วตัดตรงนั้นออกไปถึงเหลือแค่นี้

No comments:

Post a Comment