Fanfic Slam Dunk ft. Kuroko no Basuke
เงินไม่หนากาชาก็เกลือ
Pairing
: Kise Ryota x Kuroko Tetsuya, Rukawa Kaede x Sakuragi Hanamichi
Mentioned Pairing : KenHina (HQ), ReoIsa(BLLK), OkuSawa (DnA)
แฟรนไชส์ร้านเบเกอรี่เครือนานามิทำแคมเปญร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศ
เมื่อซื้อสินค้าของทางร้านครบทุก 500 เยนได้สิทธิ์สุ่มการ์ดนักกีฬาอาชีพ 1 ใบ
กิจกรรมนี้เดิมทีจัดขึ้นโดยไม่ได้คาดหวังผลลัพธ์อะไรแต่กระแสตอบรับกลับดีมาก
มีข่าวลือว่ายอดขายแฟรนไชส์ “นานามิน”
ซึ่งมีเมนูหลักเป็นเค้กพุ่งกระฉูด
การ์ดที่แจกในเครือนี้เป็นการ์ดนักกีฬาฟุตบอลกับวอลเลย์บอล ทั้งสองเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมก็จริง
ทว่าการ์ดผู้เล่นที่กลายเป็นของแรร์ในแวดวงนักสะสมกลับเป็นมืออาชีพหน้าใหม่อย่างฮินาตะ
โชโยกับอิซางิ โยอิจิ
ข่าวลือจากบางแพลตฟอร์มบอกว่าสองหนุ่มมีแฟนคลับเดนตายเป็นเศรษฐี
พร้อมทุ่มเงินเพื่อเก็บการ์ดลายนักกีฬาคนโปรดให้ครบทุกซีเรียลนัมเบอร์
การ์ด 1 ซีรีส์หรือ 1 ลายจะมีซีเรียลนัมเบอร์ตั้งแต่
000 จนถึง 100 รวมทั้งสิ้น 101 ใบ โดยคนหนึ่งจะออกการ์ดมากที่สุด 3 ซีรีส์รวมเป็น
303 ใบ
ทั้งนี้ แม้ฮินาตะ โชโยจะเป็นหน้าใหม่แต่เคยไปเล่นลีกต่างประเทศ
มีฐานแฟนคลับพอสมควร เขาได้ออกการ์ดจำนวน 1 ซีรีส์ ส่วนอิซางิ
โยอิจิยังอยู่ระหว่างสะสมชื่อเสียง มีการ์ดออกมาทั้งหมด 3 ซีรีส์
การเก็บการ์ดนักกีฬาคนโปรดให้ครบทุกซีเรียลนัมเบอร์ไม่ใช่แค่ง่ายหรือยากทว่าเกี่ยวพันถึงทุนทรัพย์
คนที่พอจะทำได้มีแต่เศรษฐีเท่านั้นแหละ
การเก็บการ์ดสุ่มอย่างเอิกเกริกถูกจับสังเกตได้อย่างรวเร็ว
ข่าวนี้ถูกแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ถึงขั้นว่าก่อเกิดเป็นธุรกิจเล็กๆ
เพราะรู้กันดีว่าหากสุ่มได้การ์ด ฮินาตะ โชโยกับอิซางิ โยอิจิ จะนำไปขายต่อได้ราคาสูง
ทางฝั่ง “นานามิน อัลเตอร์”
ที่ขายเบเกอรี่กลุ่มขนมปังอบสงบสุขกว่ามาก แทนที่จะบอกว่ากีฬาบาสเกตบอลกับเบสบอลไม่ได้รับความนิยมเท่าฟุตบอลกับวอลเลย์บอล
มิสู้บอกว่าทุนทรัพย์ของแฟนคลับไม่หนาเท่าเศรษฐีของอีกฝั่งจะเหมาะสมกว่า
“ได้ยินว่าพวกการ์ดแรร์จะเป็นลายผู้เล่นอาชีพที่ดังๆ
ทั้งนั้นนี่นา ในเน็ตมีคนจับได้คุโรโกจจิตั้งเยอะแยะ แล้วทำไม...”
คิเสะ เรียวตะวนเวียนเข้าร้านนานามิน
อัลเตอร์ทุกวันต่อเนื่องถึง 1 สัปดาห์แล้ว ยอดซื้อแต่ละวันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อสิทธิ์ในการสุ่มการ์ด นายแบบอย่างเขาต้องรักษารูปร่างหน้าตา
ทานแป้งมากเกินไปไม่ได้ ขนมปังที่ซื้อไปล้วนตกเป็นภาระคนรอบข้าง
และภาระที่ว่าก็ค่อยๆ หนักหนาขึ้นเพราะยังจับไม่ได้การ์ดที่ต้องการเสียที
ตามข้อมูลที่ทางร้านประกาศออกมา
การ์ดลายคุโรโกะ เท็ตสึยะมีจำนวน 3 ซีรีส์ ก่อนเริ่มแคมเปญ
คิเสะวางแผนเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเก็บครบ 3 ลายง่ายมาก
เขาไม่เพียงจะเก็บให้ครบทุกลาย แต่ละลายยังจะเก็บซีเรียลนัมเบอร์ที่ลงท้ายด้วยเลข
7 ให้ได้ใบหนึ่งเป็นอย่างน้อย
ทว่าตอนนี้เขายังสุ่มการ์ดลายคุโรโกะ
เท็ตสึยะไม่ได้สักใบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใบที่ลงท้ายด้วย 7
ผลประกอบการสุ่ม 4
ครั้งในวันนี้หลังฉีกซองพลาสติกสีดำ...ไอคาวะ คาซึฮิโกะ I
ซีเรียลนัมเบอร์ 016 / อาเบะ ทาคายะ I ซีเรียลนัมเบอร์
088 / อาคางิ ทาเคโนริ III ซีเรียลนัมเบอร์ 067 / โคมินาโตะ ฮารุอิจิ II ซีเรียลนัมเบอร์
099
...โคตรเกลือ
ให้ไปแลกกับคนอื่น ซื้อต่อ
หรือประมูล...คิเสะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี ราวกับว่าตนมีความรักไม่เพียงพอ หรือไม่ก็ไม่ได้รับความรักความโปรดปรานทั้งจากโชคชะตาและตัวคุโรโกะเอง
แต่ตอนนี้เขาเริ่มหน้ามืดแล้ว น่าจะเป็นความรู้สึกอยากเอาชนะรูปแบบหนึ่ง
สุ่มไม่ได้สักทีงั้นเหรอ? สวยเซ่! จะเอามาให้ได้เลย!!
ถึงแม้แฟรนไชส์นานามิจะเป็นสปอนเซอร์สมาคมจนได้ทำแคมเปญพิเศษ
แต่ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่โตอะไร มีสาขาอยู่แค่ในเมืองหลวง เป็น “นานามิน” 2 สาขา และ
“นานามิน อัลเตอร์” 3 สาขา รวมกับที่ฝากคนอื่นสุ่มให้ คิเสะใช้บริการนานามิน
อัลเตอร์มาแล้วครบทุกแห่ง น่าเสียดายที่ดวงไม่ดีนัก ไม่ได้การ์ดลายคุโรโกะ
เท็ตสึยะสักใบอยู่ดี
“จืดจางจนการ์ดหายสาบสูญไปเองหรือเปล่านะ...”
ขณะรำพึงรำพันอย่างเศร้าสร้อย
มีเสียงฉีกซองดังจากทางซ้ายมือ การ์ดที่อยู่ในมือหนุ่มผมดำตัวยักษ์มีสีฟ้าสดใส
‘คุโรโกะ เท็ตสึยะ I
ซีเรียลนัมเบอร์ 007’
คิเสะ เรียวตะผู้คิดว่าการสุ่มได้ด้วยตัวเองถึงจะนับเป็นการแสดงความรัก
“…”
ซีรีส์ I เป็นซีรีส์เดียวที่คุโรโกะ
เท็ตสึยะเผยรอยยิ้มออกมาจางๆ จึงเป็นลายที่คิเสะอยากได้มากที่สุด
หนำซ้ำยังเป็นซีเรียลนัมเบอร์ 007 ซึ่งเป็นเบอร์เสื้อเก่าของตนสมัยยังเล่นบาสเกตบอลเมื่อครั้งอยู่มัธยมปลาย
หรือก็คือ
เป็นการ์ดที่อยากได้มากที่สุด
“การ์ดใบนั้น ผมขอได้หรือเปล่าฮะ
ตั้งราคามาได้เลย…!”
ความดันทุรังถูกกิเลสบดขยี้ภายในวินาทีเดียว
ชายผู้เข้าตาจนโยนศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้ทิ้งไปอย่างไม่เสียดมเสียดาย
เพราะสีหน้าท่าทางของคิเสะซื่อตรงมาก
เก็บซ่อนความกระวนกระวายอยากได้ไว้ไม่มิด
หนุ่มผมดำดวงเฮงซึ่งประหลาดใจในแวบแรกพลันเข้าใจสถานการณ์ในทันที
...รวมทั้งอำนาจต่อรองในมือที่ได้มากะทันหันด้วย
ดวงตาเรียวยาวหลุบมองการ์ดนักกีฬาบาสเกตบอลมืออาชีพที่ตนไม่ได้สนใจสักนิดแวบหนึ่ง
เขาคิดสะระตะอยู่ในหัว จากนั้นเบนสายตากลับไปยังชายแปลกหน้าผมสีทอง เอ่ยออกมาเนือยๆ ว่า
“ถ้าเอาการ์ดลายซากุรางิ
ฮานามิจิมาแลกน่ะนะ”
ลำพังส่วนสูงและหน้าตาเปี่ยมออร่าคนเด่นดังก็เป็นจุดสนใจมากพออยู่แล้ว
เมื่อคนสองคนที่มีคุณสมบัติเหล่านี้มาอยู่ด้วยกันยิ่งกลายเป็นจุดสนใจมากยิ่งขึ้น
เพื่อให้ตั้งโต๊ะเจรจาได้อย่างสงบ คิเสะที่ยังมีเวลาเหลือก่อนเริ่มงานถ่ายแบบจึงเลือกโต๊ะกลมเล็กๆ
โต๊ะหนึ่งสำหรับบริการทานในร้านบริเวณไม่สะดุดตามานั่งจับเข่าคุย
คู่กรณีที่มีสภาพเหมือนพร้อมหลับฟุบตลอดเวลานี้เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับแฟนบาสเกตบอล
ไม่ต้องแนะนำตัวคิเสะก็ทราบชื่ออีกฝ่าย
รุคาว่า คาเอเดะเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพ
และเป็นหนึ่งในคอลเลคชันสะสมของนานามิน อัลเตอร์ในกลุ่มการ์ดแรร์
ผู้เล่นยอดนิยมจะถูกพิมพ์การ์ดออกมาจำนวนซีรีส์น้อย
เทียร์ลิสสูงสุดจะมีการ์ดออกมาเพียงซีรีส์เดียว ซึ่งรุคาว่า
คาเอเดะเป็นบุคคลในกลุ่มนั้น
ไม่คาดว่าคนคนนั้นจะมาซื้อขนมปังเพื่อสุ่มการ์ดกับเขาด้วย
คิเสะไม่สนใจผู้เล่นซากุรางิเป็นพิเศษ
อยู่นอกสายตาขนาดที่ว่าได้การ์ดอีกฝ่ายมาหรือยังก็จำไม่ได้
ทว่าเขาติดนิสัยชอบโพสโซเชียลมีเดียและเคยโพสรูปการ์ดทุกใบที่ตนเคยสุ่มได้เอาไว้
ใช้โอกาสนี้นำมาตรวจสอบได้ว่าตนจะค้าขายสำเร็จลุล่วงไหม
อันที่จริงต่อให้ตนไม่มีการ์ดลายซากุรางิ
ฮานามิจิในครอบครอง คิเสะก็จะหามาให้ได้เพื่อแลกกับคุโรโกะ เท็ตสึยะ I ซีเรียลนัมเบอร์
007
“อ๊ะ มีแฮะ!”
รูปที่ถูกถ่ายไว้เป็นการ์ดหลายใบวางซ้อนทับกัน
พอจะมองเห็นว่าเป็นการ์ดลายซากุรางิ ฮานามิจิ แต่มองเห็นซีเรียลนัมเบอร์ไม่ชัดเจน
คิเสะรีบยื่นโทรศัพท์ไปให้รุคาว่าซึ่งนั่งหน้าตายคุมเชิงอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างดี๊ด๊า
บอกว่านี่ไงๆ ผมมีใบนี้ แลกกับผมได้สินะ?
รุคาว่านั่งกอดอก
ขยับเฉพาะลูกตาลงมองหน้าจอ
การ์ดที่มองเห็นเพียงครึ่งใบเป็นชายในชุดแจคเกตทีมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของซีรีส์
II
“ฉันมีลายเจ้าโง่นั่นของซีรีส์
II 10 ใบแล้ว ถ้าไม่ใช่ซีเรียลนัมเบอร์เลขหลักเดียวไม่แลก”
คิเสะ “…”
รุคาว่าหมุนข้อมือดูหน้าปัดนาฬิกาแวบหนึ่ง
เห็นว่าดีลแลกเปลี่ยนล่มก็ไม่คิดเสียเวลาอยู่ต่อ
ดันเก้าอี้ลุกขึ้นยืนอย่างไร้เยื่อใย คิเสะตะครุบอีกฝ่ายแทบไม่ทัน
“เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยวก่อนฮะ!”
ไหนบอกว่าการ์ดลายซากุรางิ ฮานามิจิก็พอไง เปลี่ยนเงื่อนไขกลางทางนี่นา! คิเสะอยากจะร้องไห้ “ผมอยากได้ใบนั้นจริงๆ น้า แลกกับผมทีเท้อออ”
“ปล่อย”
“เสนอราคามาได้เลยฮะ...!”
คนหน้าตาดีร้องไห้น้ำตาหยดเผาะๆ ออกจะชวนให้เห็นอกเห็นใจ
ทว่าพนักงานร้านหนุ่มน้อยไม่มีจิตใจเอื้ออารีของคนเป็นแม่
สิ่งที่มองเห็นคือลูกค้าชายผมดำกำลังถูกลูกค้าชายผมทองเกาะติดเหมือนบังคับขายตรง...สร้างความวุ่นวายอยู่เห็นๆ
“คุณลูกค้า รบกวนไม่สร้างความลำบากใจให้คนอื่นนะครับ”
โชคดีที่ในร้านมีคนไม่มากและไม่มีใครนึกคึกอัดคลิปโพสประจานพ่อหนุ่มคนดังในสารรูปดูไม่จืด
รุคาว่าน่ะไม่เท่าไหร่แต่ภาพลักษณ์ของคิเสะคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่น้อย
เจ้าตัวสูดน้ำมูกดังฟืด นึกเจ็บใจว่าอย่างน้อยถ้าเป็นซีเรียลนัมเบอร์อื่นคงไม่ทำให้ขาดสติขนาดนี้หรอก
หลังสองหนุ่มถูกจับแยกด้วยพลังช้างสารของพนักงานร้าน
คิเสะนั่งคอตกอย่างหดหู่ ด้านรุคาว่าเก็บสัมภาระจุกจิกบนโต๊ะ
เตรียมตัวออกไปทำธุระของตนต่อตามกำหนดการเดิม
อย่างไรก็ตาม
เพิ่งขยับได้เพียงก้าวเดียว พลันมีเสียงของคนไม่ยอมตัดใจดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอโอกาสผมครั้งสุดท้ายได้หรือเปล่า?”
โอกาสครั้งสุดท้ายของคิเสะคือเขาคิดจะสุ่มการ์ดวัดดวงอีกสักยกก่อนรุคาว่ากลับ
อยากขอเวลาอีกสักนิดเท่านั้น...ได้การ์ดคุโรโกะก็ดี
หรือถ้าได้การ์ดซากุรางิเพื่อนำไปแลกก็ยังคงดีอยู่เช่นกัน
ทางพนักงานร้านไม่ขัดข้องหากได้ยอดขายเพิ่มจึงช่วยอำนวยความสะดวกรวมทั้งคิดเงินให้อย่างรวดเร็ว
รุคาว่า
คาเอเดะกอดอกรออยู่ข้างเคาน์เตอร์ เขาไม่พูดอะไร
แต่ในใจคิดว่าการเข้าโซนไม่ช่วยให้ดวงดีขึ้นหรอกนะ
สายตาของพนักงานที่ติดป้ายบนอกว่า ‘อิตาโดริ’ ทอดมองคิเสะ แฝงความเห็นใจแกมสงสาร
ผลของการสุ่มการ์ด 2 ครั้งคือ...
ซากุรางิ ฮานามิจิ II ซีเรียลนัมเบอร์
066…ส่วนอีกใบ ซาวามุระ เอย์จุน I ซีเรียลนัมเบอร์
020
“...”
คิเสะ
เรียวตะกุมหัวกรีดร้องในโหมดปิดเสียง มีกองภูเขาขนมปังย่อมๆ
(ที่ตัวเองกินแทบไม่ได้) เป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก นอกเหนือไปจากสายตาเวทนาสงสาร
รีแอคชันใหญ่โตนี้ยังดึงดูดความสนใจจากลูกค้าอีกคนที่เพิ่งชำระเงินเสร็จ
หนุ่มน้อยผมทองตาฟ้าราวกับคนต่างชาติคาดเดาความเป็นไปได้หนึ่งออกมา
“อยากได้ลายอื่นเหรอครับ?”
แสงแห่งความหวังที่สาดส่องลงมาไม่ใช่ของปลอม
แม้หนุ่มแปลกหน้าจะดูเข้าหายากไม่ต่างจากรุคาว่าแต่คุยง่ายกว่ากันเยอะ
หลังแกะซองของตัวเองแล้วพบว่าได้ ซากุรางิ ฮานามิจิ III ซีเรียลนัมเบอร์
011 ก็บอกว่าตนยินดีแลกกับการ์ดซาวามุระของคิเสะ
“คุณรุคาว่า ถ้าเป็นการ์ดใบนี้ จะแลกกับการ์ดคุโรโกจจิ
เอ้ย...การ์ดผู้เล่นคุโรโกะของคุณได้ไหมครับ?”
“...”
ไม่ว่าใครล้วนจับได้การ์ดลายซากุรางิ
ฮานามิจิ รุคาว่า คาเอเดะที่ครอบครองการ์ดลายซากุรางิ ฮานามิจิทุกใบด้วยการซื้อต่อและเทรดแลกหน้าดำเป็นก้นหม้อ
แน่นอนว่าแม้ตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง คราวนี้เขายินดีแลกการ์ดซีรีส์ III ซีเรียลนัมเบอร์
011 แล้ว
[Extra I : KiKuro]
วันหยุดสำหรับพักผ่อนร่างกายถูกใช้ไปกับการอ่านหนังสือที่ซื้อมาตุนไว้
คุโรโกะ เท็ตสึยะนั่งพลิกหน้ากระดาษอ่านหนังสือเงียบๆ บนเก้าอี้หวายข้างระเบียงมาได้ราวชั่วโมงครึ่งก่อนถูกรบกวนด้วยเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์
เนื่องจากปิดเสียงแจ้งเตือนจากผู้ติดต่อยกเว้นเพียงคนใกล้ชิดไม่กี่คนที่ไม่ควรพลาดธุระสำคัญ
คุโรโกะจึงสงสัยว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า ทว่ายื่นมือออกไปยังไม่ทันแตะเครื่อง
เสียงแจ้งเตือนก็ดังรัวต่อเนื่องปานกระสุนปืนกล
“....”
ใบหน้าของแฟนหนุ่มที่ติดงานวันนี้และร้องห่มร้องไห้กอดตนว่า
‘ทำไมถึงว่างไม่ตรงกันล่ะ’
ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก คิเสะไม่จัดอยู่ในกลุ่ม ‘ไม่ควรพลาดธุระสำคัญ’ แต่ได้รับข้อยกเว้นเป็นพิเศษ
คุโรโกะนิ่งไปเล็กน้อย ยังไม่เห็นว่าเป็นแจ้งเตือนจากใคร
กลับเทใจไปแล้วเกินครึ่งว่าคงจะเป็นคนนั้นแหละ...ไม่ควรยกเว้นให้หรือเปล่านะ?
เมื่อมองหน้าจอล็อก
ตัวหนังสือที่ส่องสว่างกระแทกตามีแต่แจ้งเตือนโพสใหม่บนสื่อโซเชียลมีเดียของคิเสะ
เรียวตะกับข้อความจากอีกฝ่ายที่ยังไม่ได้อ่านผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด
คุโรโกะเปิดโหมดห้ามรบกวนอย่างเย็นชา
ทว่ายังตั้งค่าไม่เสร็จ
คราวนี้มาเป็นเสียงเรียกเข้า
หนุ่มผมฟ้าไม่จำเป็นต้องลังเลเลย
ตัดสาย
โทรมาใหม่เหรอ...ตัดสายอีก
เป็นอย่างนี้อยู่ 4
ครั้งถึงได้ยอมแพ้
“ครับ คิเสะคุง ถ้าจะโทรมารบกวน
ผมบล็อกนะครับ”
ในเมื่อมีโพสใหม่บนโซเชียลมีเดีย
คาดว่าน่าจะกำลังเห่ออยากอวดอะไรสักอย่างอยู่เป็นแน่ คุโรโกะพอจะเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมของคิเสะ
แต่วันนี้เป็นหยุดพักผ่อนและตนกำลังซึมซับบรรยากาศในการอ่านหนังสือได้ที่
เขาไม่อยากทำลายบรรยากาศนั้น
เสียงกระเง้ากระงอดไม่สมขนาดตัวผู้พูดดังออกมาจากเครื่อง
“คุโรโกจจิใจร้าย!”
คนใจร้ายคลึงหว่างคิ้ว “ทราบแล้วครับ
ผมวางสายเลยนะ”
“เดี๊ยววววววววววว”
สรุปคือคิเสะแวะไปร้านขนมปังที่สุ่มแจกกการ์ดลายคุโรโกะมาแล้วพักใหญ่
ไม่ได้หวังสูงอะไรมากมาย แค่อยากได้ลายแฟนหนุ่มผู้น่ารักกลับมาบ้างดันแห้วแล้วแห้วอีกจนท้อ
วันนี้ในที่สุดก็ได้การ์ดใบที่ต้องการมาเสียที
แถมเลขประจำการ์ดยังเป็นเลขที่อยากได้ด้วย ปลาบปลื้มเป็นที่สุด
ในฐานะคนที่ไม่อินกับอะไรแบบนี้
คุโรโกะไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมคิเสะถึงดีใจขนาดนั้น
เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ
เมื่อถูกกระตุ้นความทรงจำค่อยนึกออกว่าตนได้รับการ์ดลายตัวเองที่เป็นรุ่นพี่เศษมาอยู่เหมือนกัน...ถ้าคิเสะอยากได้นักไว้จะลองหาดู
“....ถึงผมกินขนมปังพวกนี้แทบไม่ได้ก็ให้คนอื่นได้
ไม่เห็นเป็นไรเลย มีคนช่วยกินตั้งเยอะแยะ จะว่าไปผมล้มเลิกความตั้งใจในการพึ่งดวงแล้วล่ะ
จากนี้ถ้ายังสุ่มไม่ได้การ์ดคุโรโกจจิอีกจะหาแลกแต่โดยดี...”
ในช่วงที่คุโรโกะเหม่อลอยคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
คิเสะพล่ามน้ำไหลไฟดับไม่หยุดพัก
หูได้ยินเสียงพูดเจื้อยแจ้วต่อเนื่องมาห้านาทีแล้ว ใจหนึ่งอยากถามว่ายังต้องไปถ่ายแบบต่อไม่ใช่เหรอ
แต่เมื่อใคร่ครวญให้ดี รีบตัดบทจะดีกว่า
ดังนั้นคุโรโกะ เท็ตสึยะจึงเปิดกล้อง
ยกมือขึ้นมาชูสองนิ้ว กดแชะ...แล้วก็ส่ง ไม่สิ ยังไม่ส่งดีกว่า
คุโรโกะไม่ฟังเสียงจากสปีกเกอร์ วาดหัวใจใส่รูปไปหนึ่งดวงแล้วกดส่ง
เสร็จเรียบร้อยค่อยหันมาสนใจแฟนหนุ่มผู้กระตือรือร้น
“โอ๊ะๆ ส่งอะไรมาเหรอคุโร....”
“ของแรร์สำหรับคิเสะคุงคนเดียวไงครับ”
ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง
คุโรโกะกะเวลาในใจ ก่อนใครบางคนจะดีดดิ้น เขาชิงพูดตัดหน้าว่า
“ตั้งใจทำงานนะครับ
แล้วเจอกันตอนค่ำ”
“เอ๋...อ๋อ อื้อ!” คิเสะถูกชักจูงให้เตรียมวางสายด้วยคำว่า
‘แล้วเจอกันตอนค่ำ’ อย่างง่ายดาย “ผมจะพยายามนะ! จุ๊บๆ หน่อย!”
“...”
ใบหน้าสงบเยือกเย็นของคุโรโกะเริ่มปริแตก
เขาข่มความอายส่งเสียงจูบไปเบาๆ จากนั้นรีบตัดสาย
ตั้งค่าโทรศัพท์เป็นโหมดห้ามรบกวน ปิดท้ายด้วยโยนทิ้งให้ห่างๆ สายตา
รอจนอุณหภูมิบนหน้าลดลง คุโรโกะ
เท็ตสึยะผู้วางแผนดิบดีไม่ให้มีใครรบกวนจนถึงช่วงหัวค่ำปลุกใจให้ฮึกเหิม...ตั้งปณิธานว่าอย่างน้อยต้องอ่านเล่มนี้จบ
แล้วค่อยๆ พลิกหน้าหนังสืออีกครั้ง
[Extra II : RuHana]
ซากุรางิ
ฮานามิจิเลือกใช้วันหยุดพักผ่อนในการออกมาเปิดหูเปิดตา ชีวิตแต่ละวันหมดไปกับการซ้อม
การแข่ง การเดินทาง เขาไม่ได้เดินเตร่ดูความเปลี่ยนแปลงในเมืองสักพักแล้ว
เห็นร้านรวงเปิดใหม่มากมาย ซอฟครีมร้านเมื่อครู่อร่อยดี
โดนัทร้านก่อนหน้านั้นติดหวานไปหน่อย...ว่าแล้วชักกระหายน้ำแฮะ
“ทำไมล่ะ ฉันได้ยินมาว่าโคซึเมะ
เคนมะก็ทำเหมือนกัน ไม่เห็นโดนใครว่าเลย”
ในร้านสะดวกซื้อมีผู้ชายผมม่วงยืนอยู่หน้าโซนสิ่งพิมพ์
หนีบโทรศัพท์ด้วยไหล่พลางไล่นิ้วเลือกนิตยสารธุรกิจ ระหว่างที่ซากุรางิลังเลว่าจะซื้อคาราอาเกะหรือแซนวิชดี
อีกฝ่ายเอ่ยติดหัวเราะพลางหยิบนิตยสารขึ้นมาทีเดียว 3 เล่มว่า
“อยากได้ก็ต้องเอามาให้ได้สิ
ฉันไม่เดือดร้อนเรื่องเงินสักหน่อย...อะไรกัน โดนเพื่อนในทีมล้อเลยอายเหรอ
สามีนายรวยขนาดนี้มีอะไรต้องอายหือ?”
แค่จะมาหาอะไรกินทำไมต้องมาฟังคนจีบกันด้วยนะ...เสียงหนุ่มผมม่วงเลี่ยนหูเกินไป
ก่อนอ้วกเอาของกินเล่นทั้งหลายออกมาหมดท้อง ซากุรางิตัดสินใจถอยหนีจากสถานการณ์ชวนแหวะด้วยการซื้อทั้งคาราอาเกะและแซนวิช
เขายังไม่ลืมว่าตัวเองกระหายน้ำจึงหยิบ Dr Pepper มา 1 กระป๋องและน้ำแร่อีก 1
ขวด
เพื่อให้ดับกระหายได้คุ้มค่าที่สุด
ซากุรางิคิดอย่างชาญฉลาดว่าต้องกินจนกระหายน้ำยิ่งขึ้น ซื้อมาทั้งคาราอาเกะและแซนวิชไม่มากเกินไปหรอก
อีกสิบนาทีจะถึงเวลานัดกับเพื่อนฝูง เติมท้องให้อิ่มไว้ก่อนเป็นดี
ตอนกำลังเลื่อนหาชื่อมิโตะ
โยเฮเพื่อนรักเพื่อส่งข้อความว่าใกล้ถึงแล้ว
ซากุรางินั่งอยู่ในร่มจึงไม่ทันสังเกตเห็นเงาคนที่โผล่มายืนซ้อนด้านหลัง
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าก็จริง แต่นึกว่าเป็นคนเดินผ่านไปมา
จังหวะถูกดันคางให้เงยขึ้นแล้วเห็นใบหน้าคุ้นตาก้มลงมางับริมฝีปากอย่างเคืองๆ
จึงตกใจอย่างยิ่ง
“ทำไมแกมาอยู่แถวนี้ได้หา?”
หลังใบหน้าถูกปล่อย
ซากุรางิรีบพลิกตัวกลับไปมองชายด้านหลัง เห็นรุคาว่า คาเอเดะยืนจังก้าหน้านิ่งสนิท
เจ้าตัวเปิดแอพคู่รักให้ดูเป็นการตอบคำถามว่าตามมาจากตำแหน่งในแอพยังไงล่ะ
“วันหยุดครั้งก่อนก็ไม่นึกถึงแฟน”
ยังไม่ทันทำอะไรรุคาว่าเป็นฝ่ายเปิดการโจมตีก่อน
ไม่เพียงนั่งเก้าอี้ตัวด้านข้างอย่างเป็นธรรมชาติ กระทั่งการหยิบจับเครื่องดื่มที่คนอื่นดื่มไปแล้วขึ้นมาก็เป็นธรรมชาติพอกัน
อย่างไรก็ตาม ปากยังไม่ทันแตะปากขวดหลังศีรษะก็ถูกชกเข้าให้
ซากุรางิไม่ยอมรับบทคนผิด
หรือที่จริงควรแก้ให้ถูกต้องว่าเขาถูกเสมอ “พูดบ้าบออะไร อยู่บ้านเดียวกันจะมาตัวติดกันอีกทำไมฟะ
ฉันไปเจอพวกโยเฮสิเหมาะสมที่สุด”
“อยู่บ้านเดียวกันแล้วกลางวันห้ามอยู่ด้วยกันหรือไง”
“อยู่กับแกก็มีแต่นอนกับนอน
ไม่นอนความหมายนึงก็นอนอีกความหมายนึง! ฉันไม่ยอมเสียวันหยุดไปโง่ๆ
อีกแล้วเฟ้ย!”
“แกโง่อยู่แล้วต่างหาก”
ด้วยอาการไข้หวัดอ่อนๆ รุคาว่าถูกต้นสังกัดสั่งให้หยุดพักและถูกถอดจากรายชื่อผู้เล่นตัวจริงในการแข่งวันนี้
ทว่าไม่เพียงไม่ยอมพักตามคำสั่งยังเตร่ออกมาต่อปากต่อคำสร้างความหงุดหงิดแก่คนร่วมบ้าน
รุคาว่ายามไข้ขึ้นดื้อดึงเป็นพิเศษ
ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยซากุรางิไปรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนสนิท จากเดิมเป็นพวกพูดไม่ฟังอยู่แล้ว
พอไข้ขึ้นยิ่งไม่ฟังไปกันใหญ่ ต่อให้ภายนอกแทบไม่ปรากฏอาการผิดปกติถึงขั้นกลมกลืนกับคนทั่วไปได้สบายแต่ซากุรางิรู้ดีว่ายิ่งไม่พักรุคาว่าจะยิ่งอาการหนัก
หากตากแดดตากลมต่ออีกสักสองชั่วโมงคืนนี้น่าจะได้พล่ามเพ้อเจ้อแล้วน็อกไปเองแน่ๆ
“ชั่วช้ามาก
คิดจะมาแพร่เชื้อใส่อัจฉริยะ ดีที่ไม่เปื้อนน้ำลาย” ซากุรางิถูปากไปมา แต่แล้วจู่ๆ
ก็ถูกบีบแก้มจนปากจู๋ คนประสาทตอบสนองไวแทบจะล็อกศีรษะรุคาว่าที่พุ่งเข้ามาไม่ทัน เกร็งแขนดันใบหน้าหล่อเหลาจนเส้นเลือดปูด
“หยุดๆๆ อย่าเข้ามานะเว้ย! เออๆ ไม่ไปหาพวกโยเฮแล้วก็ได้!”
ด้วยเหตุนี้ซากุรางิจึงจำใจต้องเบี้ยวนัดเพื่อน
ส่วนข้อความตอบกลับของเจ้าพวกนั้น...ไม่อยากอ่านให้เสียสายตาจริงๆ
การสัมผัสผิวหนังโดยตรงทำให้ตระหนักได้ว่าอุณหภูมิร่างกายรุคาว่าสูงอยู่บ้าง ก่อน (จำใจ) ตรงกลับบ้าน ซากุรางิแวะเข้าร้านสะดวกซื้ออีกครั้งเพื่อเตรียมข้าวของจำเป็น
รุคาว่าหลุบตามองถุงใส่ข้าวของที่ซากุรางิซื้อมาให้ตน
อยู่ๆ ก็ส่งเสียงหึราวกับจักรพรรดิที่พอใจการปรนนิบัติรับใช้
ใจจริงซากุรางิไม่อยากตบตีคนป่วย กลัวอาการทรุดลงแล้วจะเป็นตนที่เดือดร้อนกว่าเดิม
กระนั้นด้วยอารามหมั่นไส้ อดไม่ได้ต้องเตะน่องจักรพรรดิเก๊ไม่หนักไม่เบาไปทีหนึ่ง
อาจเพราะวงจรความคิดทำงานอยู่แบบแกนๆ
รุคาว่าไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างทุกที
กลับป่ายมือซ้ายไปมาหาอะไรสักอย่างแล้วหย่อนลงใส่กระเป๋าเสื้อแจคเกตของซากุรางิ
มือขวาของซากุรางิถือถุงจากร้านสะดวกซื้อ
ซ้ายจับมือรุคาว่า
แต่เพราะสะบัดมือคนไม่หลุดจึงต้องใช้แขนข้างที่หิ้วถุงนั่นแหละเอื้อมมาดูว่าได้รับขยะอะไรมาอีก
“การ์ดเหรอ?”
ซากุรางิ ฮานามิจิ III ซีเรียลนัมเบอร์
011
รุคาว่าผงกศีรษะทีหนึ่ง “เพิ่งได้มา
ฉันให้”
ไม่อยากได้โว้ย...!
พอจะรู้ว่ามีแคมเปญร่วมกับร้านขนมปังที่แจกการ์ดลายตัวเอง
มิโตะ โยเฮเคยไปซื้อสนุกๆ และเอามาอวด
รวมทั้งเล่านู่นนี่ให้ฟังนิดหน่อยว่าในหมู่คนเก็บสะสม
การ์ซากุรางิจัดอยู่ในกลุ่มหาง่าย ที่แรร์คือรุคาว่า
ตอนนั้นซากุรางิของขึ้นจนไปซื้อขนมเพื่อสุ่มการ์ดบ้าง ได้สิทธิ์ครั้งเดียวดันสุ่มได้การ์ดตัวเองจริงๆ
เสียด้วย...สุ่มออกง่ายจนน่าโมโห ยิ่งเพื่อนฝูงหัวเราะก๊ากซ้ำเติมไม่ไว้หน้ายิ่งอับอายเข้าไปอีก
อย่างไรก็อยู่ด้วยกัน
พอเห็นอยู่หรอกว่าดูเหมือนรุคาว่าจะแอบเก็บสะสมการ์ดอะไรสักอย่างอย่างสนุกสนาน
ไม่รู้มีแค่การ์ดจากแคมเปญนี้หรือยังมีอย่างอื่นอยู่อีก เทียบกับซากุรางิซึ่งไม่สนใจการ์ดลายตัวเองใบนี้...ถึงขั้นแสลงตากับความสุ่มออกง่ายเสียราคาอัจฉริยะ
เขาตั้งใจจะนำมันไปคืนเจ้าของทีหลัง
ส่วนทำไมต้องไว้ทีหลังเพราะตอนนี้คุยไปน่าจะเหนื่อยเปล่าน่ะสิ
“เอาคางออกไป”
“ไม่”
ระหว่างปล่อยให้ผู้ชายตัวโตๆ เดินประกบในสภาพพาดคางไว้บนบ่าให้อับอายขายขี้หน้าประชาชี กับทุบตีสักยกจนกว่าจะยอมเดินด้วยตัวเอง...ซากุรางิเลือกอย่างหลัง แขนขาวๆ ของรุคาว่าเลยได้รอยช้ำมาประดับสองรอย
เราจะมาพูดเรื่องเกลือกาชาในวันวาเลนไทน์ทำไม...
No comments:
Post a Comment