Fanfic Gundam Seed / Seed Destiny
สารัตถะ
Pairing: Athrun
Zala x Cagalli Yula Athha
Rating: SFW
Timeline: C.E. 72 – C.E. 73 (After Gundam Seed, Before Gundam Seed
Destiny)
นับจากขึ้นดำรงตำแหน่งผู้แทนของออร์บ
คางาริต้องเรียนรู้งานด้านการบริหารอย่างหนัก
ลำพังสถานการณ์ปกติก็เป็นภาระเกินตัวเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งอยู่แล้ว
ออร์บยังเสียหายจากภัยสงคราม ไม่เพียงความเสียหายทางกายภาพ
กระทั่งบุคลากรที่เก่งกาจเปี่ยมอุดมการณ์ก็จมกองเพลิงไปพร้อมผู้นำคนก่อน
วันนี้ขณะอุ้มคางาริที่ผล็อยหลับระหว่างอ่านรายงานความเสียหายของสิ่งก่อสร้างในเขตกองทัพเพื่อพาไปพักผ่อน
อัสรันยืนนิ่งเพื่อคะเนน้ำหนักคนรักครู่หนึ่ง
เขาขมวดคิ้วด้วยความปวดใจเมื่อตระหนักได้ว่าน้ำหนักของเธอลดลงอีกแล้ว
ด้านอาหารการกินมีคนกำกับดูแลเรื่องคุณค่าทางโภชนาการจึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก
จะมีก็แต่เรื่องนอนน้อยกับไม่ได้ออกกำลังกายนี่แหละ
เมื่อไม่นานมานี้คางาริยังวิ่งเต้นไปทั่วอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ช่วงนี้กลับอ่อนล้าง่ายลงมาก กระทั่งเวลานอนหลับพักผ่อนยังกระเบียดกระเสียร
นับประสาอะไรกับการเจียดเวลาไปออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม
การจัดตารางชีวิตอย่างเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ
อัสรันคิดในใจว่าจะบริหารร่างกายอย่างไรได้บ้างภายใต้ข้อจำกัดมากมายนี้
ห้องทำงานในสภามีโซฟาพอให้งีบได้
อัสรันย่อเข่าลง พยายามวางคางาริลงอย่างเบามือ
“งือ...”
เปลือกตาคางาริขยับเล็กๆ
งอนิ้วเกี่ยวเสื้อตัวนอกของอัสรันเอาไว้
เจ้าของเสื้อมองซ้ายขวาไม่เห็นผ้าห่มจึงถอดเสื้อตัวนอกอย่างทุลักทุเลด้วยเกรงจะปลุกคนหลับ จากนั้นนำมาคลุมไหล่ให้เธอพร้อมปล่อยให้กำชายเสื้อมุมเล็กๆ
เอาไว้ดังเดิม...เห็นทีคงต้องแจ้งให้เตรียมเครื่องนอนไว้ในห้องทำงานบ้างแล้ว
คางาริงีบหลับไปประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
รอจนตื่นเต็มตาดีแล้ว อัสรันถึงเปิดประเด็นขึ้นมาว่ามาจัดตารางประจำวันกันเถอะ จากนั้นร่ายยาวเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วยกับความแข็งแรงของร่างกายเพื่อโน้มน้าว บุคคลต้นเรื่องไม่มีความเห็นเป็นอื่น เห็นด้วยว่าการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นผลดีต่อสุขภาพ จนกระทั่งอัสรันเสริมจุกจิกไปเรื่อย...
“คางาริในตอนนี้น่าจะงัดข้อแพ้คิระด้วยซ้ำ”
“หา?”
ศักดิ์ศรีของ ‘พี่สาว’ สั่นสะเทือนปานแผ่นดินไหว สมองฉายภาพคิระนั่งหดหู่เศร้าซึมสลับกับร้องไห้ขึ้นมาอัตโนมัติ คางาริที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าในแง่กายภาพตนเองเหนือกว่าโคออดิเนเตอร์คู่แฝดรับไม่ได้เหมือนถูกตราหน้าเป็นคนอ่อนแออย่างไรอย่างนั้น
เธอเดินตึงตังไปยังโต๊ะไม้ คว่ำปากพลางกวักมือเรียกไหวๆ
“นายน่ะ มานี่เดี๋ยวซิ”
อัสรันเลิกคิ้ว
มองคางารินั่งลงยังเก้าอี้ด้านหนึ่ง ตั้งศอกขึ้นจากพื้นโต๊ะ
แสดงออกผ่านการกระทำว่าต้องการทำอะไร
“จะงัดข้อกับฉันเนี่ยนะ?”
ต่อให้ใช้แขนข้างที่ไม่ถนัด อัสรันก็ชนะ...นี่ไม่ใช่การคุยข่มแต่เป็นข้อเท็จจริง
ไม่เพียงเพราะเขาเป็นโคออดิเนเตอร์
แต่ยังเป็นโคออดิเนเตอร์ที่เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษด้วย
อัสรันได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดเพื่อทำภารกิจอันตราย
ตอนนี้ถอยมาเป็นพลเมืองไม่ได้แปลว่าเขี้ยวเล็บจะหดหายตาม หากคู่แข่งเป็นคนจำพวกเดียวกับตนยังพอวัด
ส่วนคางาริน่ะเหรอ...
“ทำหน้าอะไรของนายหา?!”
“เอาเถอะ ฉันจะเล่นด้วยแล้วกัน”
อัสรันม้วนแขนเสื้อขึ้นมากองบนศอกยิ้มๆ ครุ่นคิดในใจว่าควรอ่อนข้อให้สาวน้อยที่กำลังกะบึงกะบอนถึงขั้นไหนดี
“งานเธอไม่เป็นไรแน่เหรอ?”
“ไม่มีปัญหา ไม่เร่งด่วน”
ไฟสู้ของคางาริลุกโหม ใจมุ่งเพียงการประชันขันแข่ง
ไหนเลยจะมัวสนใจเรื่องอื่นอยู่อีก
อัสรันกำมือสลับคลายสองสามครั้งก่อนตั้งแขนสอดมือประสานนิ้วกับคางาริ
เขาให้เธอเป็นฝ่ายส่งสัญญาณเริ่มเกม ตัวเองมองใบหน้าเอาจริงเอาจังฝั่งตรงข้ามอย่างสบายใจ…เอาล่ะ
ตัดสินใจได้แล้ว นั่งจับมือดูคนพยายามไปเรื่อยๆ แล้วกัน
ตอนเริ่มออกแรง คางาริได้แต่นึกเจ็บใจเพราะลงแรงเท่าไรแฟนหนุ่มก็ไม่สะทกสะท้าน
ลำแขนตั้งมั่นแข็งแรงดั่งต้นไม่ใหญ่ เขายังเอาแต่มองเธอแล้วยิ้มด้วย
รอจนหมดแรงแล้วพบว่าอัสรันเอาแต่จับมือเธอนิ่งๆ นั่นแหละถึงได้รู้สึกผิดสังเกต
“นี่มันหมายความว่าไง?”
“ก็ไม่ยังไง ฉันจะรอจนกว่าคางาริจะชนะไง”
“...”
“ไม่กดฉันแล้วเหรอ?”
การใช้คำพูดกำกวมดึงสติให้กลับเข้าร่าง
คางาริที่หน้ามืดไปกับการแข่งขันจนถึงวินาทีก่อนหน้าแดงก่ำ
สถานการณ์ตอนนี้คือคนสองคนตั้งท่าเหมือนงัดข้อ...หากก็เพียงแต่เหมือนเท่านั้น
เอาเข้าจริงคือการนั่งจับมือปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเพราะคนหนึ่งพยามเอาชนะจนหมดแรงแต่ชนะไม่ได้
ส่วนอีกคนไม่มีความคิดจะแข่งขันแต่แรก ดูเหมือนแค่อยากหาโอกาสแตะเนื้อต้องตัวอย่างชอบธรรมเท่านั้น
“ตั้งใจหน่อยไม่ได้รึไง?!”
“ฉันตั้งใจอยู่ตลอดแหละ”
แค่ไม่ได้ตั้งใจเอาชนะเฉยๆ
อัสรันใช้นิ้วหัวแม่มือถูไถโคนนิ้วที่แนบชิดผะแผ่วดุจหยอกล้อ
ครั้นเห็นสีแดงบนใบหน้าฝั่งตรงข้ามลามลงมาถึงต้นคอก็ลอบกลั้นหัวเราะ...ให้นั่งแบบนี้ต่อไปทั้งวันยังได้เลย
จริงๆ นะ
คางาริอับจนคำพูด
ไม่รู้ว่าควรจัดการสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี เธอเอาชนะไม่ได้
ขณะเดียวกันก็ไม่อาจรามือยอมแพ้กลางทาง ทางที่ดีที่สุดคือถูกอัสรันเอาชนะอย่างตรงไปตรงมา ติดก็ตรงเจ้าหมอนี่ไม่ยินดีให้ความร่วมมือนี่สิ
คางาริพยายามเค้นเรี่ยวแรงอีกครั้งแต่ต้องจบลงด้วยความล้มเหลวไม่ผิดจากเดิม เธอพ่นลมหายใจผ่านจมูกอย่างหงุดหงิด
“อัสรัน!”
“อะไรเหรอ?”
“ไม่ต้องมาเอียงคอตีหน้าซื่อเลยนะ
คิดว่าตัวเองน่ารักหรือไง?! หยุดยิ้มด้วย! อย่าล้อฉันนะ!”
ท่านผู้แทนคนสำคัญของออร์บ คางาริ ยูระ อัสฮาฉุนจนน็อตหลุดออกมาหนึ่งแถว
ถึงแม้แฟนสาวยามขัดเคืองจะน่ารักวันยังค่ำ
ปล่อยให้เธองอนเกินเหตุจะเป็นตนที่ลำบากตามง้อทีหลัง อัสรันรู้จักความเหมาะสมจึงสำรวมการแสดงออกไว้หน้าเธอแม้ปวดแก้มแทบแย่
“เอาล่ะๆ ฉันไม่ได้อยากเอาชนะนี่นา เรียกว่าไม่มีแรงจูงในการเอาชนะน่ะ
แต่ถ้าคางาริอยากยอมแพ้ก็พอตรงนี้เถอะ”
คำว่า ‘ยอมแพ้’ กระทบใจอีกครั้ง คางาริซึ่งเกือบจะทอดบันไดหาทางลงให้ตัวเองแล้วพลันดื้อรั้นขึ้นมาอีกหน
ต่อให้จับสัญญาณหลุมกับดักได้เลาๆ ความสนิทสนมไว้วางใจในตัวคู่สนทนาทำให้ปากไวเอ่ยออกไปก่อนได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
“เกมลงทัณฑ์เหรอ?”
“เรียกว่ารางวัลของผู้ชนะดีกว่าไหมนะ?”
ปฏิกริยาตอบสนองของอัสรันว่องไวชนิดที่อ้าปากตอบก่อนคางาริถามจบเสียอีก
เห็นได้ชัดว่ารอจังหวะนี้อยู่
คางาริหน้าเขียวคล้ำ จิตใจสองฝ่ายยกพวกตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย...ถ้ายอมแพ้
สิ่งที่ต้องเสียคือหน้าตาและศักดิ์ศรี แต่ถ้าถูกอัสรันทำให้แพ้ก็ไม่รู้ว่าอัสรันจะเรียกร้องอะไรในฐานะผู้ชนะ
“คางาริคิดว่าฉันจะเรียกร้องในสิ่งที่ทำให้เธอลำบากใจเหรอ?”
"..."
การลงไพ่ใบนี้เป็นตัวตัดสินชี้ขาด
คางาริใจอ่อนทันควันเมื่อเห็นคนรักทำหน้าสลด
เพราะอัสรันที่ต้องปรับตัวทุกอย่างกับสภาพแวดล้อมใหม่ไปพร้อมฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังสงครามค่อนข้างน่าสงสาร
เขาที่เคยเป็นคนมีหน้ามีตายังต้องละทิ้งลาภยศชื่อเสียงรวมทั้งความเป็นอยู่สุขสบายมาเป็นผู้ติดตามธรรมดาคนหนึ่ง
คางาริค่อนข้างยอมให้เขาอยู่แล้ว อยากจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่กดดันอีกฝ่ายและสร้างความผ่อนคลายให้
เยียวยาความรู้สึกด้านลบได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น กล่าวได้ว่าสีหน้าอมทุกข์ของอัสรันเป็นสิ่งที่ทนมองไม่ได้ก็ว่าได้
“เข้าใจแล้วๆ
งั้นถ้านายชนะอยากได้อะไรก็บอกมาได้เลย อันที่จริงถึงไม่มีเกมแบบนี้แต่ถ้านายต้องการอะไรฉันก็...”
ฟุ่บ!
“...”
หลังมือแนบผิวโต๊ะเรียบร้อย
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วฉับไวจนไม่อยากเชื่อสายตา
มือสองข้างเป็นประจักษ์พยานผลแพ้ชนะเด่นหรา
ต่อให้ถูกกระชากดึงด้วยความเร็วอันน่าตกใจ ทว่าไม่ได้ถูกกระแทกจนเจ็บ
อดีตทหารนายหนึ่งยกมุมปากขึ้นอย่างเบิกบาน
ดวงตาทอยิ้ม “ฉันชนะแล้วนะ”
คางาริ “...”
เอาความเห็นอกเห็นใจเมื่อกี้คืนมาเลย…!
สิ่งที่อัสรัน ‘ขอ’ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าละอายอันใด ในช่วงที่คางาริกำลังหลับอุตุ
เขาคิดรูปแบบการออกกำลังกายแต่ละวันไว้ให้คร่าวๆ รอให้เธอเลือกว่าแบบไหนถูกใจที่สุด
อัสรันเพียงอยากให้คางาริแบ่งเวลามาออกกำลังกายบ้างเท่านั้น
“หมกตัวอยู่กับโต๊ะนานเกินไปไม่ส่งผลดีในระยะยาว”
อัสรันว่า หลังจากนั้นยังแจกแจงเรื่องปัญหาสุขภาพกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุลต่ออีกพักหนึ่ง...เนื้อหาส่วนหลังคางาริฟังพอผ่านๆ
หู
การแข่งงัดข้อเล่นๆ อัสรันย่อมไม่นำมาถือสาเป็นจริงเป็นจัง เพียงสบโอกาสหาข้ออ้างให้คางาริได้ออกกำลังกาย ทำเสมือนการแบ่งเวลางานออกมาทำเรื่องส่วนตัวเป็นความเอาแต่ใจของเขา ความเอาใจใส่นี้เองที่ทำให้คางาริอยากทำอะไรเพื่ออัสรันบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าตัวอัสรันไม่ต้องการอะไรบ้างเหรอ หลังนิ่งคิดครู่หนึ่ง เขาเพียงเอ่ยตะกุกตะกักทั้งหน้าแดงๆ ว่า
“นะ นั่งตัก...?”
ด้วยเหตุนี้แม้จะเขินอายจนอยากระเบิดตัวตูมตาม คางาริยังทิ้งตัวลงบนตักแฟนหนุ่มอย่างยินยอมพร้อมใจ
ให้เขาโอบกอดไว้ทั้งตัวขณะพูดคุยเสียงเบาเรื่องนู่นนี่เช่นคู่รักทั่วๆ
ไป
Talk
ชอบมากค่ะ
อัสรันผู้ซื่อตรงอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมเนี่ย
อนึ่ง ชื่อเรื่องสิ้นคิดไปหน่อยแต่คิดว่าแปลกดีเลยช่างมันเถอะ (อ้าว...)
No comments:
Post a Comment