Tuesday, 27 February 2024

[Fanfic Gundam Seed / Seed Destiny ; AsuCaga] สารัตถะ

  Fanfic Gundam Seed / Seed Destiny

สารัตถะ

 

 

Pairing: Athrun Zala x Cagalli Yula Athha

Rating:   SFW

Timeline: C.E. 72 – C.E. 73 (After Gundam Seed, Before Gundam Seed Destiny)         

 

             

              นับจากขึ้นดำรงตำแหน่งผู้แทนของออร์บ คางาริต้องเรียนรู้งานด้านการบริหารอย่างหนัก ลำพังสถานการณ์ปกติก็เป็นภาระเกินตัวเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งอยู่แล้ว ออร์บยังเสียหายจากภัยสงคราม ไม่เพียงความเสียหายทางกายภาพ กระทั่งบุคลากรที่เก่งกาจเปี่ยมอุดมการณ์ก็จมกองเพลิงไปพร้อมผู้นำคนก่อน

              วันนี้ขณะอุ้มคางาริที่ผล็อยหลับระหว่างอ่านรายงานความเสียหายของสิ่งก่อสร้างในเขตกองทัพเพื่อพาไปพักผ่อน อัสรันยืนนิ่งเพื่อคะเนน้ำหนักคนรักครู่หนึ่ง เขาขมวดคิ้วด้วยความปวดใจเมื่อตระหนักได้ว่าน้ำหนักของเธอลดลงอีกแล้ว

              ด้านอาหารการกินมีคนกำกับดูแลเรื่องคุณค่าทางโภชนาการจึงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก จะมีก็แต่เรื่องนอนน้อยกับไม่ได้ออกกำลังกายนี่แหละ

              เมื่อไม่นานมานี้คางาริยังวิ่งเต้นไปทั่วอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ช่วงนี้กลับอ่อนล้าง่ายลงมาก กระทั่งเวลานอนหลับพักผ่อนยังกระเบียดกระเสียร นับประสาอะไรกับการเจียดเวลาไปออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม การจัดตารางชีวิตอย่างเหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ อัสรันคิดในใจว่าจะบริหารร่างกายอย่างไรได้บ้างภายใต้ข้อจำกัดมากมายนี้

              ห้องทำงานในสภามีโซฟาพอให้งีบได้ อัสรันย่อเข่าลง พยายามวางคางาริลงอย่างเบามือ

              “งือ...”

              เปลือกตาคางาริขยับเล็กๆ งอนิ้วเกี่ยวเสื้อตัวนอกของอัสรันเอาไว้ เจ้าของเสื้อมองซ้ายขวาไม่เห็นผ้าห่มจึงถอดเสื้อตัวนอกอย่างทุลักทุเลด้วยเกรงจะปลุกคนหลับ จากนั้นนำมาคลุมไหล่ให้เธอพร้อมปล่อยให้กำชายเสื้อมุมเล็กๆ เอาไว้ดังเดิม...เห็นทีคงต้องแจ้งให้เตรียมเครื่องนอนไว้ในห้องทำงานบ้างแล้ว

              คางาริงีบหลับไปประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น รอจนตื่นเต็มตาดีแล้ว อัสรันถึงเปิดประเด็นขึ้นมาว่ามาจัดตารางประจำวันกันเถอะ จากนั้นร่ายยาวเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วยกับความแข็งแรงของร่างกายเพื่อโน้มน้าว บุคคลต้นเรื่องไม่มีความเห็นเป็นอื่น เห็นด้วยว่าการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นผลดีต่อสุขภาพ จนกระทั่งอัสรันเสริมจุกจิกไปเรื่อย...

              “คางาริในตอนนี้น่าจะงัดข้อแพ้คิระด้วยซ้ำ”

              “หา?”

              ศักดิ์ศรีของ พี่สาว สั่นสะเทือนปานแผ่นดินไหว สมองฉายภาพคิระนั่งหดหู่เศร้าซึมสลับกับร้องไห้ขึ้นมาอัตโนมัติ คางาริที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าในแง่กายภาพตนเองเหนือกว่าโคออดิเนเตอร์คู่แฝดรับไม่ได้เหมือนถูกตราหน้าเป็นคนอ่อนแออย่างไรอย่างนั้น เธอเดินตึงตังไปยังโต๊ะไม้ คว่ำปากพลางกวักมือเรียกไหวๆ

              “นายน่ะ มานี่เดี๋ยวซิ”

              อัสรันเลิกคิ้ว มองคางารินั่งลงยังเก้าอี้ด้านหนึ่ง ตั้งศอกขึ้นจากพื้นโต๊ะ แสดงออกผ่านการกระทำว่าต้องการทำอะไร

              “จะงัดข้อกับฉันเนี่ยนะ?”

              ต่อให้ใช้แขนข้างที่ไม่ถนัด อัสรันก็ชนะ...นี่ไม่ใช่การคุยข่มแต่เป็นข้อเท็จจริง ไม่เพียงเพราะเขาเป็นโคออดิเนเตอร์ แต่ยังเป็นโคออดิเนเตอร์ที่เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษด้วย อัสรันได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดเพื่อทำภารกิจอันตราย ตอนนี้ถอยมาเป็นพลเมืองไม่ได้แปลว่าเขี้ยวเล็บจะหดหายตาม หากคู่แข่งเป็นคนจำพวกเดียวกับตนยังพอวัด ส่วนคางาริน่ะเหรอ...

              “ทำหน้าอะไรของนายหา?!

              “เอาเถอะ ฉันจะเล่นด้วยแล้วกัน” อัสรันม้วนแขนเสื้อขึ้นมากองบนศอกยิ้มๆ ครุ่นคิดในใจว่าควรอ่อนข้อให้สาวน้อยที่กำลังกะบึงกะบอนถึงขั้นไหนดี “งานเธอไม่เป็นไรแน่เหรอ?”

              “ไม่มีปัญหา ไม่เร่งด่วน”

              ไฟสู้ของคางาริลุกโหม ใจมุ่งเพียงการประชันขันแข่ง ไหนเลยจะมัวสนใจเรื่องอื่นอยู่อีก

               อัสรันกำมือสลับคลายสองสามครั้งก่อนตั้งแขนสอดมือประสานนิ้วกับคางาริ เขาให้เธอเป็นฝ่ายส่งสัญญาณเริ่มเกม ตัวเองมองใบหน้าเอาจริงเอาจังฝั่งตรงข้ามอย่างสบายใจเอาล่ะ ตัดสินใจได้แล้ว นั่งจับมือดูคนพยายามไปเรื่อยๆ แล้วกัน

              ตอนเริ่มออกแรง คางาริได้แต่นึกเจ็บใจเพราะลงแรงเท่าไรแฟนหนุ่มก็ไม่สะทกสะท้าน ลำแขนตั้งมั่นแข็งแรงดั่งต้นไม่ใหญ่ เขายังเอาแต่มองเธอแล้วยิ้มด้วย รอจนหมดแรงแล้วพบว่าอัสรันเอาแต่จับมือเธอนิ่งๆ นั่นแหละถึงได้รู้สึกผิดสังเกต

              “นี่มันหมายความว่าไง?”

              “ก็ไม่ยังไง ฉันจะรอจนกว่าคางาริจะชนะไง”

              “...”

              “ไม่กดฉันแล้วเหรอ?”

              การใช้คำพูดกำกวมดึงสติให้กลับเข้าร่าง คางาริที่หน้ามืดไปกับการแข่งขันจนถึงวินาทีก่อนหน้าแดงก่ำ

              สถานการณ์ตอนนี้คือคนสองคนตั้งท่าเหมือนงัดข้อ...หากก็เพียงแต่เหมือนเท่านั้น เอาเข้าจริงคือการนั่งจับมือปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเพราะคนหนึ่งพยามเอาชนะจนหมดแรงแต่ชนะไม่ได้ ส่วนอีกคนไม่มีความคิดจะแข่งขันแต่แรก ดูเหมือนแค่อยากหาโอกาสแตะเนื้อต้องตัวอย่างชอบธรรมเท่านั้น

              “ตั้งใจหน่อยไม่ได้รึไง?!

              “ฉันตั้งใจอยู่ตลอดแหละ” แค่ไม่ได้ตั้งใจเอาชนะเฉยๆ

อัสรันใช้นิ้วหัวแม่มือถูไถโคนนิ้วที่แนบชิดผะแผ่วดุจหยอกล้อ ครั้นเห็นสีแดงบนใบหน้าฝั่งตรงข้ามลามลงมาถึงต้นคอก็ลอบกลั้นหัวเราะ...ให้นั่งแบบนี้ต่อไปทั้งวันยังได้เลย จริงๆ นะ

คางาริอับจนคำพูด ไม่รู้ว่าควรจัดการสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี เธอเอาชนะไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ไม่อาจรามือยอมแพ้กลางทาง ทางที่ดีที่สุดคือถูกอัสรันเอาชนะอย่างตรงไปตรงมา ติดก็ตรงเจ้าหมอนี่ไม่ยินดีให้ความร่วมมือนี่สิ คางาริพยายามเค้นเรี่ยวแรงอีกครั้งแต่ต้องจบลงด้วยความล้มเหลวไม่ผิดจากเดิม เธอพ่นลมหายใจผ่านจมูกอย่างหงุดหงิด

“อัสรัน!

“อะไรเหรอ?”

“ไม่ต้องมาเอียงคอตีหน้าซื่อเลยนะ คิดว่าตัวเองน่ารักหรือไง?! หยุดยิ้มด้วย! อย่าล้อฉันนะ!” ท่านผู้แทนคนสำคัญของออร์บ คางาริ ยูระ อัสฮาฉุนจนน็อตหลุดออกมาหนึ่งแถว

ถึงแม้แฟนสาวยามขัดเคืองจะน่ารักวันยังค่ำ ปล่อยให้เธองอนเกินเหตุจะเป็นตนที่ลำบากตามง้อทีหลัง อัสรันรู้จักความเหมาะสมจึงสำรวมการแสดงออกไว้หน้าเธอแม้ปวดแก้มแทบแย่

“เอาล่ะๆ ฉันไม่ได้อยากเอาชนะนี่นา เรียกว่าไม่มีแรงจูงในการเอาชนะน่ะ แต่ถ้าคางาริอยากยอมแพ้ก็พอตรงนี้เถอะ”

คำว่า ยอมแพ้ กระทบใจอีกครั้ง คางาริซึ่งเกือบจะทอดบันไดหาทางลงให้ตัวเองแล้วพลันดื้อรั้นขึ้นมาอีกหน ต่อให้จับสัญญาณหลุมกับดักได้เลาๆ ความสนิทสนมไว้วางใจในตัวคู่สนทนาทำให้ปากไวเอ่ยออกไปก่อนได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

“เกมลงทัณฑ์เหรอ?”

“เรียกว่ารางวัลของผู้ชนะดีกว่าไหมนะ?”

ปฏิกริยาตอบสนองของอัสรันว่องไวชนิดที่อ้าปากตอบก่อนคางาริถามจบเสียอีก เห็นได้ชัดว่ารอจังหวะนี้อยู่

คางาริหน้าเขียวคล้ำ จิตใจสองฝ่ายยกพวกตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย...ถ้ายอมแพ้ สิ่งที่ต้องเสียคือหน้าตาและศักดิ์ศรี แต่ถ้าถูกอัสรันทำให้แพ้ก็ไม่รู้ว่าอัสรันจะเรียกร้องอะไรในฐานะผู้ชนะ

“คางาริคิดว่าฉันจะเรียกร้องในสิ่งที่ทำให้เธอลำบากใจเหรอ?”

"..."

การลงไพ่ใบนี้เป็นตัวตัดสินชี้ขาด คางาริใจอ่อนทันควันเมื่อเห็นคนรักทำหน้าสลด

เพราะอัสรันที่ต้องปรับตัวทุกอย่างกับสภาพแวดล้อมใหม่ไปพร้อมฟื้นฟูสภาพจิตใจหลังสงครามค่อนข้างน่าสงสาร เขาที่เคยเป็นคนมีหน้ามีตายังต้องละทิ้งลาภยศชื่อเสียงรวมทั้งความเป็นอยู่สุขสบายมาเป็นผู้ติดตามธรรมดาคนหนึ่ง คางาริค่อนข้างยอมให้เขาอยู่แล้ว อยากจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่กดดันอีกฝ่ายและสร้างความผ่อนคลายให้ เยียวยาความรู้สึกด้านลบได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น กล่าวได้ว่าสีหน้าอมทุกข์ของอัสรันเป็นสิ่งที่ทนมองไม่ได้ก็ว่าได้

“เข้าใจแล้วๆ งั้นถ้านายชนะอยากได้อะไรก็บอกมาได้เลย อันที่จริงถึงไม่มีเกมแบบนี้แต่ถ้านายต้องการอะไรฉันก็...”

ฟุ่บ!

              “...”

              หลังมือแนบผิวโต๊ะเรียบร้อย

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วฉับไวจนไม่อยากเชื่อสายตา 

มือสองข้างเป็นประจักษ์พยานผลแพ้ชนะเด่นหรา ต่อให้ถูกกระชากดึงด้วยความเร็วอันน่าตกใจ ทว่าไม่ได้ถูกกระแทกจนเจ็บ

              อดีตทหารนายหนึ่งยกมุมปากขึ้นอย่างเบิกบาน ดวงตาทอยิ้ม “ฉันชนะแล้วนะ”

              คางาริ “...”

              เอาความเห็นอกเห็นใจเมื่อกี้คืนมาเลย…!

 

              สิ่งที่อัสรัน ขอ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าละอายอันใด ในช่วงที่คางาริกำลังหลับอุตุ เขาคิดรูปแบบการออกกำลังกายแต่ละวันไว้ให้คร่าวๆ รอให้เธอเลือกว่าแบบไหนถูกใจที่สุด

              อัสรันเพียงอยากให้คางาริแบ่งเวลามาออกกำลังกายบ้างเท่านั้น

              “หมกตัวอยู่กับโต๊ะนานเกินไปไม่ส่งผลดีในระยะยาว” อัสรันว่า หลังจากนั้นยังแจกแจงเรื่องปัญหาสุขภาพกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุลต่ออีกพักหนึ่ง...เนื้อหาส่วนหลังคางาริฟังพอผ่านๆ หู

              การแข่งงัดข้อเล่นๆ อัสรันย่อมไม่นำมาถือสาเป็นจริงเป็นจัง เพียงสบโอกาสหาข้ออ้างให้คางาริได้ออกกำลังกาย ทำเสมือนการแบ่งเวลางานออกมาทำเรื่องส่วนตัวเป็นความเอาแต่ใจของเขา วามเอาใจใส่นี้เองที่ทำให้คางาริอยากทำอะไรเพื่ออัสรันบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าตัวอัสรันไม่ต้องการอะไรบ้างเหรอ หลังนิ่งคิดครู่หนึ่ง เขาเพียงเอ่ยตะกุกตะกักทั้งหน้าแดงๆ ว่า

              “นะ นั่งตัก...?”

              ด้วยเหตุนี้แม้จะเขินอายจนอยากระเบิดตัวตูมตาม คางาริยังทิ้งตัวลงบนตักแฟนหนุ่มอย่างยินยอมพร้อมใจ ให้เขาโอบกอดไว้ทั้งตัวขณะพูดคุยเสียงเบาเรื่องนู่นนี่เช่นคู่รักทั่วๆ ไป

 

 

Talk

ชอบมากค่ะ อัสรันผู้ซื่อตรงอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมเนี่ย

อนึ่ง ชื่อเรื่องสิ้นคิดไปหน่อยแต่คิดว่าแปลกดีเลยช่างมันเถอะ (อ้าว...)




No comments:

Post a Comment