Friday, 15 March 2024

[Fanfic Gundam Seed / Seed Destiny ; AsuCaga] Miriallia's counterattack

 Fanfic Gundam Seed / Seed Destiny

 Miriallia's counterattack

 

 

Pairing: Athrun Zala x Cagalli Yula Athha (feat. DiaMiri)

Rating:   SFW

Timeline: After Gundam Seed Freedom         

 

              “ฉันไม่เห็นด้วย”

              แม้นิ้วมือยังพรมแป้นเสียงดังต็อกแต็กเสมือนไม่มีอะไรผิดปกติทว่าสถานการณ์ภายในห้องทำงานผู้แทนอัสฮาเริ่มคุกรุ่น ระหว่างนั่งร่างเอกสาร ไซพยายามหดตัวซุกมุมโต๊ะอย่างแนบเนียน ตัวเล็กลงได้เท่าไรก็เท่านั้น กลัวลูกหลงพลาดเป้ากระเด็นกระดอนมาทำตนบาดเจ็บ

              มิริอาเรียยืนจังก้าหน้าโต๊ะทำงานเจ้านายอย่างใจกล้า คิ้วขยับเข้าหากัน ส่วนคางารินั่งประสานมือวางบนโต๊ะ ใบหน้าปรากฏความยุ่งยากใจ 

              เมื่อเหลือเพียงคนกันเอง มารยาทตามสถานะทางสังคมถูกพักเอาไว้ก่อน

              “มิริอาเรีย...”

              “เร็วเกินไปที่คิดจะแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นนะคางาริ” เจ้าของชื่อเอ่ยขัด ไม่เปิดช่องให้ทักท้วงใดๆ มิริอาเรียเท้าเอวข้างหนึ่ง กล่าวอย่างเข้มงวด “การแต่งงานด้วยความรักเป็นเรื่องดี แต่มันเร็วเกินไป...เร็วเกินไปมากๆ มิหนำซ้ำเธอน่ะ....!” มิริอาเรียทุบโต๊ะดังปึง ดวงตามีเปลวไฟขุมหนึ่งลุกโชน “ยังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างหญิงสาว ในขณะที่ตานั่นตะลอนไปทั่ว มันเสียเปรียบเกินไปแล้วกล้าดียังไงถึงคิดจะมาผูกมัดกันโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้รู้จักโลกภายนอกน่ะหา!

              “มิริอาเรีย ใจเย็นก่อน...” คางาริแนบแผ่นหลังติดพนักเก้าอี้พลางยกสองมือระดับไหล่เป็นเชิงยกธงขาว ตกใจใบหน้าที่พุ่งเข้าใส่จนเผลอถอยกรูด

              มิริอาเรียโน้มกายท่อนบนไปด้านหน้า รุกไล่ดุเดือด “คนที่มีประสบการณ์ความรักต่ำเตี้ย จะโดนหลอกเอาง่ายๆ นะ!

              ชายเพียงคนเดียวในห้องอย่างไซวางตัวลำบากอย่างยิ่ง เขาคันปากยิบๆ อยากปรามเพื่อนตัวเองว่าเธอแค่หัวเสียเพราะเห็นดิอัคก้าอยู่กับผู้หญิงไม่ใช่เหรอ อย่าพาลลากคนอื่นลงน้ำตามลงไปด้วยสิ...ทว่าไซฉลาดพอไม่วิ่งโร่เอาตัวไปกันกระสุนแทนคนอื่น อย่างน้อยแสร้งลบตัวตนทำงานเงียบๆ อยู่ตรงนี้ตนก็ไม่เดือดร้อน ลองออกหน้าสิ...พลอยโดนสับเละไปด้วยแหงๆ

              ‘ตานั่นที่ตะลอนไปทั่ว’ ของมิริอาเรีย หรืออัศวินแดง อัสรัน ซาล่า คนรักของคางารินั้น ปัจจุบันนับเป็นบุคลากรของออร์บ ทว่าปฏิบัติการลับในพื้นที่ห่างไกล หาโอกาสเจอหน้าค่าตายากสักหน่อย อย่างไรก็ตามเมื่ออีกฝ่ายกลับมาจะมีการนัดดื่มในหมู่ผู้ชายด้วยกันอยู่บ้าง ไซเองก็เป็นสมาชิกคนหนึ่ง ครั้งล่าสุดที่ไปดื่ม อัสรันเล่าให้ฟังอย่างเบิกบานว่ามีแผนจะแต่งงานแล้ว ต่อให้ยังไม่มีกำหนดการชัดเจน แต่ก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง แค่นี้ก็ทำให้ดีใจสุดๆ...การแสดงออกของอัสรันเป็นความยินดีจากใจจริง ไซไม่กังขาเลย

              อันที่จริงสายข่าวของมิริอาเรียแข็งแกร่งมาก ไม่รู้เธอมาโยนระเบิดเอาวันนี้เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินข่าวจริงๆ หรือคิดว่าเป็นช่าวลือไม่มีมูลจนไม่ใส่ใจกันแน่...หรือไม่ก็เพราะเพิ่งโมโหดิอัคก้าวันนี้ ก่อนหน้านี้เลยไม่หยิบยกคนอื่นมาพาลใส่

              ระหว่างลอบจับตามองสถานการณ์ของสองสาว ไซชั่งใจว่าควรเป็นพรายกระซิบลอบส่งข่าวให้อัสรันเตรียมตัวรับมือเรื่องยุ่งยากแต่เนิ่นๆ ดีหรือไม่ ไซไม่อาจนับได้ว่าสนิทสนมกับอัสรัน แต่ในฐานะสหายผู้ชายด้วยกัน เขานึกเห็นใจหากอยู่ดีๆ เจ้าตัวจะต้องมาซวยโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อย่างน้อยรู้ล่วงหน้าก็เตรียมการตั้งรับได้โดยไม่ตื่นตระหนก

              “ลองดูนี่ก่อนสิ”

                เพราะงานเร่งด่วนส่วนของวันนี้จัดการเสร็จเรียบร้อยไปเกือบหมดจนมีเวลาให้พักหายใจหายคอ มิริอาเรียยังคงโน้มน้าวคางาริต่อไป เธอฉายภาพบนหน้าจอขนาดใหญ่คางาริที่เมื่อครู่ยังแก้ต่างเสียงค่อยว่า ‘ฉันเป็นคนเลือกเมย์รินไปทำงานด้วยเอง’ ‘อัสรันไม่เคยออกนอกลู่นอกทางนะ’ มาบัดนี้ใบหน้ามืดครึ้ม ด้านไซสำลักกาแฟจนหน้าเขียว

              ร้ายกาจจริงๆ ก่อนลั่นกลองรบ ที่แท้มิริอาเรียก็เตรียมการพร้อมสรรพมาก่อนแล้ว...

              หน้าจอแสดงภาพถ่ายจากต่างเวลาและสถานที่ ทว่าหนุ่มรูปงามที่มีหญิงสาวมากหน้าหลายตาเบียดกระแซะเป็นอัสรัน ซาล่าทุกรูปไม่ผิดแน่

ไม่ว่าอย่างไรการเห็นคนรักมีคนอื่นสัมผัสแนบชิดแฝงนัยยะทางเพศก็เป็นของแสลงตาวันยังค่ำ ในบรรดารูปที่ถูกจัดเรียงสะเปะสะปะบนหน้าจอ คางาริมองมีอา แคมป์เบลในชุดกึ่งเปลือย กับเจ้าหล่อนตอนใช้หน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มบดเบียดแขนอัสรันนานกว่ารูปอื่นเล็กน้อย จากนั้นหลุบตามองเรือนร่างตัวเองอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ใครสังเกต ก่อนเบือนหน้าแค่นหัวเราะเสียงหนึ่ง

              ไม่รู้ว่ามิริอาเรียใช้เส้นสายแบบไหนหารูปพวกนี้มา แต่เล่นมีรูปคนกันเองอย่างเมย์รินที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจของเทอร์มินอลร่วมกับอัสรันซุกซบดั่งสาวน้อยต้องการการปลอบโยน ถึงจะเป็นรูปเก่าสมัยเมย์รินยังไม่ทำงานกับออร์บ....ไซคิดว่ามิริอาเรียโหดร้ายไม่น้อยเลย

              “พูดตามตรงนะคางาริ เธอยังไม่มีโอกาสทำความรู้จักผู้หญิงหรือผู้ชายคนอื่นในเชิงชู้สาวเลย ทำไมถึงรีบปักใจขนาดนั้น บางทีถ้าได้ออกไปเปิดหูเปิดตาใกล้ชิดคนอื่นบ้าง อาจจะมีคนที่ทำให้หวั่นไหวมากกว่าเขาก็ได้ ฉันเข้าใจที่เธอบอกว่าอัสรันวางตัวดีมาตลอด แล้วก็เข้าใจด้วยว่าเขาปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างให้เกียรติถึงหักหาญน้ำใจผลักไสคนเข้าหาอย่างรุนแรงไม่ได้ แต่มีเหตุการณ์แบบนี้ไม่หยุดหย่อน คางาริเหนื่อยใช่ไหมล่ะ?”

              “...”

              ก่อนหน้านี้จะมากจะน้อยคางาริยังยืนหยัดต่อต้านบ้าง ทว่านาทีนี้เธอนิ่งเงียบและครุ่นคิดตามอย่างจริงจัง มิริอาเรียรีบตีเหล็กตอนยังร้อน

              “ฉันไม่ได้บอกให้เลิกกันหรืออะไรสักหน่อย แค่ให้ออกไปเปิดหูเปิดตาพบคนมากขึ้นจะได้มั่นใจเท่านั้นเอง ถ้าสมมติรีบแต่งงานกันทั้งแบบนี้ เกิดมานึกเสียดายทีหลังกับความใจเร็วจะว่ายังไง? นอกจากอัสรัน คางาริไม่เคยพิจารณาคนอื่นในฐานะคนรักเลยใช่ไหม? ถ้าเกิดคนที่ใช่จริงๆ ไม่ใช่อัสรันล่ะ?”

               ตรงนี้เริ่มอันตรายแล้ว ไซคิดว่าตนควรมีส่วนร่วมและปรามเพื่อนสักหน่อย เกรงว่าจะเกิดการยุยงให้คู่รักแตกแยก ไซไม่ได้สนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของคนอื่นเชิงลึก กระนั้นยังจำได้ว่าคิระเคยพูดถึงความสัมพันธ์ของสองคนนี้ที่ชะลอลงไปช่วงหนึ่งด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง กว่าจะกลับมาแน่นแฟ้นถึงขั้นคำนึงถึงการแต่งงานได้ต้องผ่านอะไรมาไม่น้อย เขาไม่อยากให้มันถูกรบกวนจนมีรอยร้าว

ผลคือมิริอาเรียปรายดวงตาคมกริบมาให้

“คางาริไม่เคยมานั่งหึงหวงเขา มีแต่เข้าอกเข้าใจทุกอย่าง พอผู้ชายต้องเป็นฝ่ายทำความเข้าใจบ้างมันอดทนไม่ได้ขนาดนั้นเลยว่างั้นถ้าเป็นรักแท้จะกลัวอะไร? พังง่ายขนาดนั้นก็แสดงว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เปราะบางและต้องเหนื่อยกับการประคับประคองไม่ใช่เหรอ?”

“...”

ตัวแทนคนมีประสบการณ์ถูกคู่หมั้นทอดทิ้งเพราะเจอคนใหม่เถียงไม่ทัน ไซเจอมากับตัว...คนที่เคยคิดว่ารักกันแท้จริงมีความสุขเพราะคนอื่นมากกว่า...

ก่อนมิริอาเรียจะแผลงฤทธิ์โจมตีแบบสุ่มไม่แยกแยะมิตรศัตรู คางาริคลึงข้างขมับพลางรีบยุติความขัดแย้งด้วยการเอ่ยประนีประนอม ถามว่ามิริอาเรียอยากจะทำอะไรล่ะ ถ้าให้ไปนัดบอดคงตอบรับไม่ได้หรอกนะ ไม่ว่าจะพูดยังไง ความสัมพันธ์กับอัสรันตอนนี้ก็เป็นของจริง ซ้ำยังจริงจังด้วย

“งั้นถ้าแค่ไปดื่มและเรียกโฮสมานั่งเป็นเพื่อนน่าจะได้ใช่ไหม?”

“ฮะ?”

“มะรืนนี้เราต้องไปประเทศ A นี่ ฉันพอจะรู้จักร้านดีๆ อยู่...อย่าทำหน้าแบบนั้นน่า คนประเทศอื่นจำหน้าคางาริไม่ได้หรอก หรือต่อให้นึกคุ้นขึ้นมาก็คงไม่คิดว่าจะเป็นผู้แทนของออร์บอยู่ดี ไม่ต้องกังวลเรื่องชื่อเสียงไป ส่วนเรื่องความปลอดภัยยังไงการ์ดของเราก็ทำหน้าที่ได้ไม่บกพร่องไม่ใช่เหรอ?”

ไซแอบคิดในใจว่าเธอแค่อยากไปชัดๆ สบโอกาสหาเรื่องก่อกวนคนอื่นเพราะไม่สบอารมณ์เฉยๆ ต่างหาก

อนึ่ง มิริอาเรียย่อมไม่มีเจตนาร้าย คางาริเป็นพี่น้องของคิระที่เป็นเพื่อนของพวกเขา ทุกวันนี้ก็คบหากันทั้งในฐานะเพื่อนและเพื่อนร่วมงาน เพียงแต่ความเป็นห่วงและการแสดงออกของเธอค่อนข้างจะหนักหน่วงและชวนปวดหัวเอาเรื่อง...

กำหนดการของคางาริจึงเพิ่มขึ้นมาหนึ่งอย่างด้วยประการฉะนี้

หลังแยกย้ายกลับบ้านไปพักผ่อน เรื่องของคางาริกับมิริอาเรียยังกวนใจอยู่เนืองๆ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นประเด็นอ่อนไหว ลงท้ายไซไม่กล้านำเรื่องนี้ไปคุยกับอัสรันที่ไม่ได้สนิทกัน ทว่าคิระเป็นอีกกรณี

“ไม่เป็นไรหรอก”

น้องชายจำเป็นเย็นใจอย่างยิ่งยวด คิระระบายยิ้มน้อยๆ จากอีกฟากของหน้าจอ เอ่ยอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่นว่าคางาริไม่ควรปิดกั้นตัวเอง ตนคาดหวังอนาคตอันดีของอัสรันกับคางาริก็จริงแต่ความสุขเป็นสิ่งที่เจ้าตัวต้องเลือกเอง ก่อนหน้านี้อารมณ์ไม่มั่นคงและการเปลี่ยนแปลงของอัสรันสร้างความเจ็บปวดให้คางาริไม่น้อย ในช่วงเวลาที่ยากลำบากกลับต้องเป็นศัตรูกับคนรัก คิระเห็นกับตาว่าคางาริหม่นหมองลงไปขนาดไหน ถึงขั้นทำให้เธอตัดสินใจพักความสัมพันธ์เพราะไม่พร้อมกับการก้าวไปข้างหน้าหากก็ไม่อยากให้ทุกอย่างดิ่งลงเหว

 ตอนเจอกันครั้งแรกอีกฝ่ายเหมือนเด็กที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ สภาพแวดล้อมกลับผลักให้ต้องลงสนามการเมืองเสียแล้ว ช่วงเวลาสำหรับการใช้ชีวิตอย่างสดใสมีชีวิตชีวาของคนหนุ่มสาวถูกพรากจากไปในพริบตา อย่าว่าแต่พอกพูนประสบการณ์ด้านความรักเลย คางาริไม่ทันออกเดทสักครั้งก็ถูกอัสรันจับไว้เสียแน่น ในจุดนี้คิระเห็นพ้องกับมิริอาเรียว่าหากได้รู้จัก ‘ผู้ชาย’ มากอีกนิดจะเป็นผลดีกว่า

สงครามทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของเวลาและการสูญเสีย บางสิ่งสัมผัสได้เฉพาะในช่วงวัยหนึ่งเท่านั้น ขอเพียงไม่ล่วงเกินใคร คิระสนับสนุนให้คางาริได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

 

นอกจากงานทั่วไปตามได้รับมอบหมาย แท้จริงเทอร์มินอลยังมีงานลับๆ อีกอย่างนั่นคือการเฝ้าระวังผู้แทนแห่งออร์บ คางาริ ยูระ อัสฮา

ในฐานะบุคคลสำคัญ การเข้มงวดด้านความปลอดภัยถือเป็นเรืองปรกติมาก และแม้ข้างตัวจะมีการคุ้มกันแน่นหนาอยู่แล้ว ทว่าป้องกันเพิ่มเติมเผื่อไว้อีกชั้นไม่เสียหายตรงไหน

อย่างไรก็ตาม การสอดส่องจากทางเทอร์มินอลไม่อาจพูดได้เต็มปากว่ากระทำโดยบริสุทธิ์ใจ เมื่อชั่งน้ำหนักดูดีๆ จะบอกว่าเป็นการใช้อำนาจเพื่อเรื่องส่วนตัวของพันเอกซาล่ามากกว่าหน้าที่การงานก็ได้

เก็บข้อมูลแวดล้อมผู้แทนอัสฮาเพื่อตรวจสอบเหตุผิดปกติน่ะแล้วไปเถอะ นี่เห็นได้ชัดว่าอยากรู้อยากเห็นชีวิตประจำวันของคนรักมากกว่าน่ะสิ

“ห้ามติดตั้งกล้องกับเครื่องจับสัญญาณเพิ่มเติมโดยไม่บอกฉันนะ”

จากสีหน้าละเหี่ยใจตอนให้คำอนุญาต เมย์รินคิดว่าคางาริรู้เจตนาแอบแฝงเป็นอย่างดี ยังอุตส่าห์ยอมอีกแน่ะ...ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อได้รับความยินยอม จะทำอะไรๆ ก็ง่ายดาย หากอุปกรณ์ตรงไหนทำงานผิดปกติ เพียงส่งเรื่องไปก็สามารถสับเปลี่ยนซ่อมแซมได้อย่างว่องไว

ที่แล้วมาคางาริวุ่นวายแต่กับหน้าที่การงานของประเทศ อัสรันเพียงเฝ้ามองอีกฝ่ายรวมทั้งสังเกตการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เมย์รินไม่เคยต้องประสบปัญหาในการอัพเดทความเคลื่อนไหวของคางาริเลย

แต่แล้วคุณมิริอาเรียก็มาบอกว่าจะพาคุณคางาริไปหาหนุ่มโฮส

ตกลงกันเรียบร้อยแล้วด้วย

แถมสาเหตุที่ต้องการพาท่านผู้แทนที่มีโลกใบน้อยเพียงประเทศของตนไปเปิดหูเปิดตา เมย์รินยังมีเอี่ยวอีกต่างหาก

...สถานการณ์อย่างนี้ จะรายงานหัวหน้ายังไงดีล่ะ? เมย์รินลำบากใจจนอยากแกล้งตายให้รู้แล้วรู้รอด

นอกเหนือจากความปลอดภัย สิ่งที่อัสรันเป็นห่วงเกี่ยวกับคางาริที่สุดคือเรื่องนี้ จะด้วยนิสัยส่วนบุคคลก็ดี หรือเพราะมีคนพยายามเข้าหาคางาริโดยมีจุดประสงค์เพื่อการแต่งงานจำนวนมากก็ดี เอาเป็นว่า เป็นกับระเบิดที่ทำให้หน้าเปลี่ยนสีง่ายๆ หากไม่มีความเกี่ยวข้องกับตัวเอง เมย์รินยังพอทำใจดีสู้เสือบอกตามตรงได้ ทว่าตนดันเป็นหนึ่งในตะกอนสร้างความขุ่นใจจนคางาริอยากไปเจอคนใหม่ๆ นี่สิ...

การตรวจสอบเสียงไม่ได้ทำเป็นประจำทุกวัน เฉพาะเวลาที่มีคีย์เวิร์ดอันตรายตามการตั้งค่าเท่านั้นที่จะมีการแจ้งเตือนให้พวกเธอรู้ตัว ลองสถานการณ์ที่เห็นผ่านภาพเคลื่อนไหวปกติดี โดยทั่วไปเมย์รินจะคอยเจียดเวลาจากตารางงานอันแน่นขนัดมาเช็คเสียงเร็วๆ ประมาณสัปดาห์ละหน

ตัวแทนของออร์บเดินทางไปประเทศ A ตั้งแต่เมื่อวาน เมย์รินมองวันที่กับเวลาบนหน้าปัดดิจิตอล ประเมินในใจว่าการประชุมวาระสำคัญของตัวแทนประเทศน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว ป่านนี้บาร์สักแห่งอาจจะกำลังต้อนรับผู้นำออร์บผู้ไม่ประสีประสาอยู่ก็ได้...

ครืด

ประตูอัตโนมัติเลื่อนออกด้านข้าง ชายที่เดินเข้ามาแม้เคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงดีแต่เสื้อผ้ายับย่นเล็กน้อย เสื้อคลุมกันลมตัวยาวพาดไว้บนแขนข้างหนึ่งลวกๆ อัสรันเพิ่งตื่นจากการพักงีบสั้นๆ โผล่มาจังหวะเหมาะราวกับฟ้าดินเป็นใจ

“แว่นของฉันอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”

ดูเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก

เมย์รินลอบกลืนน้ำลาย ต่อสู้กับตัวเองสิบกระบวนท่าขณะบอกว่าไม่เห็นแว่นตาของอีกฝ่าย

ในเมื่อช้าเร็วก็ต้องรู้อยู่ดี ฉะนั้นรีบบอกก่อนน่าจะดีกว่ากระมัง? วินาทีที่ตัดสินใจได้ อัสรันซึ่งไม่เจอของที่ตามหากำลังหมุนตัวกลับพอดี เมย์รินลนลานเรียกเขา

“คุณอัสรัน คือว่า....คุณคางาริ...!

“คางาริ?”

อาจเพราะน้ำเสียงแฝงความกระวนกระวาย อัสรันที่เมื่อครู่ยังหันหลังเตรียมออกจากห้องจึงหันกลับมาทันที สีหน้าคร่ำเคร่งขึ้น ปฏิกริยาของเขาทำเอาเมย์รินใจฝ่อ ถ้อยคำต่างๆ กลิ้งกลุกกลักอยู่ในคอ

“จริงๆ ก็...ไม่ใช่เรื่องใหญ่...? พอดีว่า คุณคางาริเขา...”

ติ๊ด

ผลจากการโอ้เอ้ชักช้าทำให้เกิดการรบกวนระลอกแรก อัสรันตัดสายเรียกเข้าหมายเลขส่วนตัวอย่างไม่ไยดี รอฟังเมย์รินพูดต่ออย่างอดทน ถึงอย่างนั้นถ้าเธอยังพูดไม่รู้เรื่องอีก ภายใน 1 นาทีนี้คงได้มีเรื่องแน่ๆ

“คุณคางาริ....”

“....”

“เอ่อ...”

สุ้มเสียงของอัสรันเข้มขึ้น หัวคิ้วขยับเข้าหากัน “ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆ ทำไมต้องอึกอัก เมย์ริน ตั้งสติแล้วพูดให้รู้เรื่องได้ไหม”

              จะให้พูดว่าท่านผู้แทนอาจจะกำลังโอบหนุ่มโฮสซ้ายขวาออกมาง่ายๆ ได้ยังไงล่ะค้า

              เสียงเรียกเข้าดังขึ้นอีกครั้ง เมย์รินซึ่งความกล้าเหือดหายทำไม้ทำมือบอกให้อัสรันรีบตอบรับ แม้จะไม่ได้ดั่งใจนัก แต่อัสรันประเมินสถานการณ์จากท่าทีของเมย์รินแล้วลงความเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จะให้เวลาเธอสักหน่อยแล้วกัน

              “ว่าไงดิอัคก้า”

              แม้ไม่ได้เปิดโหมดขยายเสียง เสียงของซาฟท์ชุดดำยังดังมากจนเมย์รินตกใจ

            “อัสรัน...!!

            เจ้าของชื่อนึกว่าเพื่อนตั้งใจถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ไม่คาดว่าจะได้รับการทักทายอันดุเดือด อัสรันตกใจเล็กน้อย “เป็นอะไรไปดิอัคก้า ทำไมถึง...”

            “ปัดโธ่เว้ย นายจะปล่อยให้คนของตัวเองไปนั่งดื่มกับโฮสหรืออะไรฉันไม่สนใจหรอกนะแต่มิริอาเรียเข้าใจผิดแล้วเมินฉันอยู่นะเฟ้ยคิดว่าฉันรู้สึกยังไงที่ติดต่อไปเท่าไหร่ก็ติดต่อไม่ได้ แล้วระหว่างที่แก้ต่างให้ตัวเองไม่ได้ก็มาพบว่าแฟนนั่งดื่มดี๊ด๊าอยู่กับผู้ชายเป็นฝูงน่ะบอกมาว่าพวกนั้นอยู่ที่ไหน นายรู้ใช่ไหมล่ะ!

              อัสรัน “...”

              เมย์รินหลบดวงตาเย็นชาสีเขียวโดยสัญชาตญาณ ไหวพริบเพื่อการเอาชีวิตรอดสั่งให้แข้งขาอ่อนปวกเปียกพาร่างกลับไปนั่งจุมปุ๊กบนเก้าอี้และเริ่มตรวจสอบเครือข่ายเพื่อดึงภาพจากกล้องวงจรปิดในเขตเมืองที่จัดประชุมตัวแทนนานาประเทศ เธอไม่ห่วงเรื่องหาไม่เจอ ห่วงแต่จะใช้เวลาหานานเกินไปจนคนใกล้ตัวบางคนองค์ลงเสียก่อน...

              ดิอัคก้าส่งรูปมาให้เพื่อระบายว่า ‘นี่ไงเห็นไหม!’ อัสรันจึงส่งรูปนั้นต่อให้เมย์รินอีกทอดเพื่อตีกรอบสถานที่เป้าหมายให้แคบลง

              แม้ติดต่อมิริอาเรียไม่ได้ ทว่าดิอัคก้ารู้จักคนรอบตัวของมิริอาเรีย รูปนี้เขาได้รับมาจากไซ คาดว่ามิริอาเรียส่งภาพบรรยากาศให้เพื่อนๆ ดูว่าตนเองทำอะไรอยู่ที่ไหน ในรูปแสดงภาพบาร์มีระดับแห่งหนึ่ง แสงไฟไม่มืดสลัวเกินไป เหล่าโฮสชายที่นั่งปะปนกับกลุ่มหญิงสาวก็ไม่ได้แต่งตัววาบหวิว ออกจะเป็นชายรูปงามสไตล์สุภาพบุรุษเจ้าเสน่ห์เสียมากกว่า หากใช้มาตรฐานความงามของเมย์รินแล้ว หน้าตาของคนกลุ่มนี้ไม่น่าดึงดูดเท่าดิอัคก้าหรืออัสรัน อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ไม่ได้ขึ้นกับหน้าตา และคางาริกับมิริอาเรียก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับหน้าตาด้วย

              ดวงตาของเมย์รินตกลงบนจุดหนึ่งบนรูป เครียดจนชักปวดท้อง

              นอกจากมิริอาเรียกับคางาริ ในรูปยังมีสุภาพสตรีอีกสองสามคน เป็นคนของออร์บที่ออกไปสังสรรค์ด้วยกันตามประสาเพื่อนหญิง โฮสที่นั่งปะปนคุยเล่นบริการพวกเธอมีจำนวนมากกว่าประมาณคนหรือสองคน ทว่าคนหนึ่งในนั้นดูโดดเด่นออกมาเป็นพิเศษ เขายังเป็นคนที่นั่งข้างคางาริ

              ที่บอกว่าเด่นนั้นเป็นเพราะเทียบกับคนอื่นหน้าตาของเขาธรรมดามาก ร่างกายก็หนาใหญ่ แม้แต่ภาพนิ่งยังมองออกว่าเงอะงะตื่นคนเหมือนมือใหม่

              การที่คางาริเลือกคนที่รูปลักษณ์ภายนอกไม่เหมือนคนรักตัวจริงสักนิดไว้ใกล้ตัวเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่นะ?

              “ยังอีกเหรอ เมย์ ริน ?

              “...”

โอย ยาหมดหรือยังน้อ

             

              แม้มีงานพบปะกินดื่มเพื่อเข้าสังคมบ้างแต่คางาริได้กินเหล้าไม่บ่อยนัก เธอยังไม่ดื่มคลายเครียดอีกด้วย การตั้งใจออกมาดื่มเพื่อผ่อนคลายกล่าวได้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพิ่งได้พบโฮสตัวเป็นๆ ครั้งแรกเช่นกัน

              อันที่จริงเธอค่อนข้างประทับใจทีเดียว

              ส่วนหนึ่งอาจเพราะมิริอาเรียเลือกร้านได้ต้องรสนิยม ต่อให้กลิ่นแอลกอฮอล์กับน้ำหอมจะกวนจมูกในช่วงแรก ทว่านั่งสักระยะก็เริ่มชิน เท่าที่เห็นไม่มีสารเสพติดกับยาสูบต่างๆ บรรยากาศในร้านดีใช้ได้เลย

              สาวๆ ที่มาด้วยกันกระซิบกระซาบบอกว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เลือกคนที่ถูกชะตาดูสิ อย่างน้อยที่สุดลองเลือกที่รูปร่างหน้าตาถูกใจก็ได้ วันนี้มาเพื่อพักผ่อนสนุกสนานนี่นา 

              คางาริสะดุดตาชายหนุ่มคนหนึ่งเข้าพอดี เขาต่างจากโฮสรอบๆ ตรงที่ร่างกายกำยำสูงใหญ่ การวางมือไม้เก้กังเสมือนวางตัวไม่ถูกจนอยากให้กำลังใจ นอกจากนี้ดวงตาสีเขียวที่มองเห็นผ่านแสงไฟในร้านยังสวยดีอีกต่างหาก เธอไม่สันทัดการเที่ยวเล่นลักษณะนี้ พอล็อกคนได้แล้วก็เลือกทันที ตอนที่อีกฝ่ายแนะนำตัวว่าชื่ออเล็กซ์ คางาริถึงกับหลุดหัวเราะพรืด

              ในฐานะที่เป็นคนใหญ่คนโตที่สุด แม้ไม่รู้เรตค่าใช้จ่าย คางาริยังบอกอย่างใจป้ำว่าจะเป็นเจ้ามือเอง เชิญทุกคนตามสบายได้เลย

              เพราะไม่รู้จักเครื่องดื่มประเภทต่างๆ มากนัก อีกทั้งไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง คางาริที่สนใจอยากลองอะไรแปลกใหม่จึงยกโอกาสให้โฮสของตนได้ขายของ อเล็กซ์เป็นมือใหม่อย่างเห็นได้ชัด ต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานด้านข้าง ครั้นคางาริถามเขาว่าปกติทำงานยังไงเนี่ย อีกฝ่ายลูบท้ายทอยอย่างเขินอายบอกว่าตนมาจากต่างจังหวัด เพิ่งเข้ามาทำงานได้สัปดาห์เดียว ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีลูกค้าคนไหนใสนใจเลย เพิ่งจะมีคางารินี่แหละ

              อเล็กซ์ชวนคุยไม่เก่งนัก พลอยทำให้คางาริรู้สึกอยากให้กำลังใจพิกล ระหว่างนั่งดื่มพลางพูดคุยเรื่อยเปื่อย เป็นคางาริเสียอีกที่ถามโน่นนี่ซ่อกแซ่ก

              “เพราะทำไร่ทำสวนตลอดถึงมีกล้ามเนื้อแบบนี้สินะ”

              “เมื่อฤดูกาลก่อนต้องขุดรางน้ำในไร่กับบ่อเก็บน้ำกันยกใหญ่เลยครับ”

              “น้ำใช้ไม่เพียงพองั้นเหรอ?”

              “...” มิริอาเรียที่นั่งอยู่ไม่ไกลกำลังบ่นเรื่องดิอัคก้าให้โฮสหนุ่มฟัง เธอได้ยินบทสนทนาจากทางคางาริตลอดเวลาจนเริ่มสับสนว่าผู้แทนประเทศกำลังหาข้อมูลเรื่องปัญหาภัยแล้งกับการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจของประเทศพันธมิตรอยู่หรือไง?

              โฮสแต่ละคนสุภาพเอาใจใส่และไหวพริบดีมาก พวกเขารู้จักการสังเกตสีหน้าท่าทางและรับรู้ได้ว่าลูกค้าต้องการหรือไม่ต้องการอะไร อเล็กซ์อาจจะอ่อนเชิงตรงจุดนั้นหน่อย ทว่าก็คอยสังเกตและดูแลคางาริเป็นอย่างดี คางาริซึ่งสมองเริ่มทำงานช้าลงนึกทึ่งว่าเขารู้ได้ไงว่าเธอกำลังอยากได้ผ้าเย็นกับน้ำเปล่า?

              “ให้ตายสิ ไปถึงหูพวกนั้นได้ยังไงนะ” อีกด้านมิริอาเรียขมวดคิ้วบ่นพึมพลางกดโทรศัพท์บล็อกอัสรัน

              อาจเพราะตั้งใจมาเพื่อเมาโดยเฉพาะ ไม่กี่ชั่วโมงผ่านไปบรรดาสาวๆ ก็หมดสภาพ มิริอาเรียซึ่งยังสติดีที่สุดโยนสายเรียกเข้าเมื่อสักครู่ทิ้งจากวงจรสมอง คิดว่าน่าจะได้เวลากลับกันเสียที เธอสะกิดคางาริเป็นคนแรก แต่ท่านผู้แทนคนสำคัญของออร์บแยกใบหน้าคนไม่ออกเสียแล้ว จังหวะที่จับแขนมิริอาเรียเพื่อผลักไส คางาริออกความเห็นที่ไม่มีใครร้องขอ

              “ผอมแห้ง นุ่มนิ่ม ไม่ชอบ!

              “...”

              ผู้หญิงที่ไม่ได้เล่นกล้ามจะไปมีเนื้อแน่นๆ ได้ยังไงกันล่ะ มิริอาเรียพ่นลมหายใจออกจมูกดังหึ ลำดับความสำคัญใหม่...เรียกสติคนอื่นๆ ก่อน ส่วนยัยคนที่เมาแอ๋คนนี้รออุ้มกลับไปทีเดียวเลยดีกว่า

              เทียบกับเวลาทำงานที่เฉียบขาดดุดัน คางาริที่ใบหน้าแดงระเรื่อหัวเราะเสียงเล็กเสียงน้อยดูผิดไปเป็นคนละคน เธอย้ายสายตาจากมิริอาเรียไปยังอเล็กซ์ เถิบเข้าไปนั่งชิดเขาก่อนจับต้นแขนอีกฝ่ายอย่างชื่นชม

              “ทางนี้ ชอบ!

              เกิดเสียงแก้วแตกดังเพล้ง

              มาช้าหรือมาเร็วไม่สู้มาถูกจังหวะ อัสรันยืนช็อกอยู่ตรงนั้น อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ที่คาดว่าใช้ระบุตำแหน่งขนาดหนึ่งกำปั้นร่วงใส่แก้วน้ำจนแตก บัดนี้มันนอนแน่นิ่งหยุดทำงานอยู่บนโต๊ะ

              “คะ คางาริ...”

              ดิอัคก้าสืบเท้าเร็วๆ ตามมาจากด้านหลัง ไม่สนใจเพื่อนผู้เผยสีหน้าเหมือนโลกถล่ม บอกว่า ‘อย่าเกะกะน่า’ แล้วกระแทกไหล่ให้เปิดทางก่อนพุ่งไปหามิริอาเรียทันที คนอื่นๆ เริ่มมองเห็นอัสรันแล้ว ทว่าสาวน้อยผมทองตัวต้นเรื่องยังคงหันแผ่นหลังให้ดังเดิม อัสรันยกขาข้ามโต๊ะก้าวไปด้านใน ถลึงมองพ่อหนุ่มหุ่นล่ำทีหนึ่งขณะงัดนิ้วคางาริออกจากต้นแขนหนั่นแน่นทีละนิ้ว

              “ใคร เนี่ย?”

              เคราะห์ดีที่คางาริไม่ได้ดึงดันจะเกาะติดคนแปลกหน้าต่อจนใครบางคนทนไม่ได้ กระนั้นเพราะเธออยู่ในสภาพแยกแยะใบหน้าไม่ออก ต่อให้มองตรงมายังอัสรันก็ไม่รับรู้ว่าเขาเป็นใคร

              แม้พยายามควบคุมอารมณ์ อัสรันยังคงรู้สึกแย่มาก อย่างน้อยเขาอยากให้ตนเป็นข้อยกเว้น จำคนอื่นไม่ได้เขาไม่สนใจหรอก ควรจำเขาได้สิ

              ขณะพยายามดึงตัวคางาริขึ้นมาเพื่อบังคับพาตัวกลับ มือของเธอแตะลงบนไหล่อัสรัน คางาริจับเอาไว้ คลำหัวไหล่กับแขนผ่านเสื้อตัวนอก จากนั้นยู่หน้า

              “ไม่ชอบ!”

              อัสรัน “...!

              “ชอบ (กล้าม) อเล็กซ์...มากกว่า

              “...”

              ไอเย็นยะเยือกขุมหนึ่งแผ่ปกคลุม

              สาวๆ จากออร์บท่านอื่นสร่างเมาทันควัน นอกจากมิริอาเรียที่ยังวุ่นวายอยู่กับดิอัคก้า คนที่เหลือพยายามรีดเร้นสมองเพื่อคิดคำนวณและตัดสินใจ สัญชาตญาณบอกว่าสถานการณ์ ณ ปัจจุบันไม่สู้ดี “เอ่อ พันเอก...”

              ไปปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่เสียนาน คนที่ประจำการอยู่ออร์บแม้รู้จักพันเอกซาล่า ส่วนมากไม่ได้สนิทสนมกับเขา ถึงขั้นที่หลายคนไม่เคยแม้แต่สบโอกาสทักทาย ในที่นี้คนที่น่าจะเป็นตัวแทนคลี่คลายความอึดอัดได้มากที่สุดคือมิริอาเรีย ทว่ารายนั้นยังคงสลัดทหารซาฟท์ชุดดำนายหนึ่งไม่หลุด ปากตะโกนว่า “ซีนล้มทับเหมาะเหม็งพรรค์นั้นมีแต่ในละครน้ำเน่าเท่านั้นแหละ เห็นฉันโง่นักเหรอ!

สาวๆ ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังโฮสของทางร้าน เชื่อมั่นว่าพวกเขาที่พบเจอแขกมากมายหลายรูปแบบต้องมีวิธีการรับมือดีๆ อนิจจา เพราะพวกเขาพบเจอคนมามากมายนี้เองที่ทำให้ตัวไม่ถูก ในโลกตอนนี้ แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเนเชอรัลกับโคออดิเนเตอร์จะดีขึ้นมาก ทว่าในประเทศนอกจากออร์บ โคออดิเนเตอร์ยังไม่ได้พบเห็นง่ายขนาดนั้น เหล่าโฮสมองออกว่าอัสรันกับดิอัคก้าเป็นโคออดิเนเตอร์ ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้าขยับตัวทำอะไรซี้ซั้ว

“คางาริ ฉันเอง กลับกันเถอะ”

อัสรันส่งสัญญาณเรียกการ์ดที่แฝงตัวอยู่รอบๆ ให้เข้ามาเคลียร์พื้นที่ พยายามไม่มองตาสีเขียวของนาย ‘อเล็กซ์’ ให้ยิ่งขุ่นเคืองใจ หลังออกแรงยื้อยุดเล็กน้อยถึงช้อนตัวคางาริขึ้นมาอุ้มแนบอกได้สำเร็จ

ในใจของเขาเกิดความขัดแย้งเล็กน้อย....ใจหนึ่งสงสัยว่าคางาริรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนอุ้มตัวเองอยู่ หากไม่รู้ การยินยอมให้คนอื่นมาอุ้มง่ายๆ อย่างนี้มันน่าหงุดหงิดและน่าเป็นห่วงเอามากๆ...ในขณะที่อีกใจซึ่งมีความคิดเข้าข้างตัวเองปนอยู่หลายส่วนบอกว่าจงดีใจเสียเถอะ เพราะรู้ว่าเป็นอัสรัน ซาล่าถึงไม่ดิ้นรนขัดขืนไงล่ะ

ว่าแต่ โฮสงั้นเหรอ...?

เขามั่นใจว่าคางาริไม่มีทางนึกสนใจเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมาด้วยตัวเองแน่ ต่อให้มองดูที่นี่จะเรียบร้อยดี ยังไงก็อดหงุดหงิดไม่ได้ คิดแล้วแอบถ่ายน้ำหนักลงไปบนแขนข้างถนัด ใช้อีกมือลอบเช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าคนรัก ผลคือโดนเจ้าหล่อนสะบัดมือด้วยความรำคาญดังเพียะ ลองไม่ใช่หลังจากนั้นอิงแอบซุกเข้าหาดั่งต้องการพึ่งพิงแล้วหลับตาพริ้มอย่างน่ารักน่าชัง อัสรันคงทดบัญชีรอชำระเพิ่มอีกหนึ่งกระทง

“ผมกลับพร้อมท่านผู้แทนด้วยครับ”

การ์ดใกล้ชิดหรือการ์ดระดับสูง มากน้อยต้องมีคนรู้เรื่องอัสรันบ้าง ต่อให้มีคนสับสนจำนวนมากแล้วอย่างไร มีคนที่มีอำนาจตัดสินใจในสถานการณ์นี้คุยรู้เรื่องสักคนก็เพียงพอแล้ว 

อัสรันเดินตามหลังคนนำทางเพื่อกลับโรงแรม หลังพาตัวเองกับคางาริขึ้นไปนั่งเบาะหลังก็ประสานงานผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ เพื่อจัดการเรื่องยิบย่อยในส่วนของวันนี้และวันพรุ่งนี้

 

ผลจากความอ่อนเพลียควรทำให้คางาริตื่นนอนสายกว่าปกติ ทว่าไม่รู้นาฬิกาชีวิตทำงานดีเกินไปหรืออัดอัดจนนอนต่อไม่ได้ถึงรู้สึกตัวตั้งแต่ฟ้ายังสว่าง ความรู้สึกอึดอัดนี้เหมือนเคยสัมผัสมาก่อน สมองของคนเพิ่งตื่นยังไม่ทันทำงานเต็มที่ นึกไม่ออกว่าเคยสัมผัสตั้งแต่เมื่อใด ครั้นเอียงศีรษะหนักอึ้งไปด้านข้างแล้วเห็นใบหน้าคุ้นตา คางาริก็...

3...

2...

1...

“ว้ากกกกกกอื้อๆๆ!

อัสรันยกแขนที่พาดเอวกระทบคุณภาพการนอนของคนอื่นขึ้นอย่างคล่องแคล่ว เอื้อมมือไปปิดปากพลางส่งเสียง ‘ชี่’ ดุว่าอย่าโวยวายแต่เช้าสิ กระบวนการทั้งหมดนี้กระทำโดยไม่ได้ลืมตาตั้งแต่ต้นจนจบ

ดวงตาเบิกโพลงของคางาริค่อยๆ กลับสู่สภาพปกติ พอร่างกายผ่อนคลายลงแรงกดเหนือริมฝีปากก็ผ่อนลงตาม ถึงอย่างนั้นอัสรันยังไม่เอาแขนออกไป ขาก็ยังก่ายอยู่บนตัว เป็นสัญญาณว่าไม่ยอมลุกนั่นเอง คางาริซึ่งตื่นเต็มตาแล้วถอนหายใจอย่างมึนเบลอเฮือกหนึ่ง จากนั้นผลักๆ ดันๆ มือใหญ่ๆ ออกจากใบหน้า เธอพยายามทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นถึงเกิดสถานการณ์ในปัจจุบันได้

จำได้แค่ว่านั่งดื่มอยู่กับพวกมิริอาเรีย

หมอนี่โผล่มาจากไหนเนี่ย?

ระหว่างลำดับความคิด คางาริแอบยืดคอเพื่อดูเวลา พบว่ายังมีเวลาให้โอ้เอ้อีกนิดหน่อยก่อนไปทานมื้อเช้าและทำกำหนดการแรกของวัน อย่างไรก็ตาม พอสะกิดปลุกอัสรัน อีกฝ่ายปรือตาครึ่งนึงมองเวลาแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวแน่นกว่าเดิม พูดงึมงำว่าตัวเองเพิ่งได้นอนสองชั่วโมงเอง

“นายนอนต่อเถอะ ฉันต้องประชุมย่อยตอนสาย”

“ฉันเลื่อนกำหนดการทั้งหมดไปช่วงบ่ายแล้ว”

คางาริอึ้งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะร้อง ‘หา?’ ตกใจจนดีดตัวผึงขึ้นมาจากเตียง ผลจากการขยับตัวกะทันหันทำเอาหน้ามืดไปวูบหนึ่ง อัสรันที่ยังเกี่ยวอยู่บนตัวกดเธอลงบนฟูกอีกรอบ คราวนี้นอนคว่ำทับเอาไว้ไม่ยอมให้ลุกซี้ซั้วอีก

ถึงแม้อัสรันสามารถดูแลคางาริได้ แต่เมื่อคืนมีคนรับใช้ของอัสฮาเข้ามาปรนนิบัติแทนทุกอย่าง ใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าปกติ นอกจากอาบน้ำคงมีขั้นตอนบำรุงผิวพรรณเพื่อไม่ให้ตื่นนอนในสภาพโทรมๆ ไปพบแขก ก่อนนอนยังนำอะไรสักอย่างมาให้คางาริดื่ม คิดว่าน่าจะเป็นตัวช่วยแก้แฮงก์

เมื่อคืนระหว่างรอคางาริ อัสรันเคลียร์งานที่ตนโยนทิ้งไว้เพื่อดอดมาประเทศ A ไปพลางๆ คนที่ใกล้ชิดพอจะเข้ามาปรนนิบัติเรื่องส่วนตัวให้คางาริได้ย่อมรับรู้สถานะของอัสรันดี อีกทั้งคางาริยังให้สิทธิพิเศษเขาแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้ถูกไล่ไปนอนห้องอื่น ลอยหน้าลอยตาอยู่ในห้องเดียวกันได้อย่างผ่าเผย อย่างไรก็ตาม กว่าอัสรันจะจัดการเรื่องสัพเพเหระพร้อมพักผ่อนก็ล่วงเลยจนเกือบฟ้าสาง ที่บอกว่าเพิ่งได้นอนสองชั่วโมงนั้นไม่ได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใด

“ไอ้เจ้าบ้านี่ เลื่อนกำหนดการกะทันหันตามใจชอบได้ยังไง” คางาริโอด ปวดหัวจี๊ดๆ “ลุกสิ มันหนักนะ”

อัสรันยอมลืมตาอย่างเสียไม่ได้ ย้ายมานอนด้านข้างก็จริงทว่าโอบคางาริขึ้นมาเกยบนร่างตัวเองครึ่งตัวแทน เขาหาวทีหนึ่งพลางเอ่ยเนือยๆ “ไม่เป็นไรหรอก เป็นวาระประชุมภายในของออร์บแถมไม่ใช่หัวข้อเร่งด่วน ไม่กระทบความน่าเชื่อถือจากภายนอก ให้เธอที่อาจจะอาการไม่ดีเพราะเหล้าได้พักเพิ่มอีกหน่อยน่าจะดีกว่า”

แม้เป็นจริงตามอัสรันว่า คางาริกลับนึกหมั่นไส้ “บอกว่าให้ฉัน ‘พัก’ เหรอ?”

 ว่าแล้วก็บิดเนื้อบนหลังมือที่ขยับไปเรื่อยหนึ่งที

อัสรันยอมสำรวมมือไม้เมื่อถูกเตือน มิวายแนะอย่างใจดีเป็นการตอบแทนว่า “ถ้าไม่ให้คางาริพักจะเป็นยังไงน่าจะยังจำได้ล่ะมั้ง ตอนนี้ฉันไม่ได้ล้าหรอกนะ อยากให้ทวนความจำไหม?”

“...”

คุยกับคนไร้ยางอายที่แข็งแรงกว่าตนไปไม่มีอะไรดีหรอก

เรื่องที่ทำไปแล้วคือทำไปแล้ว คางาริอยากนอนขี้เกียจอยู่เหมือนกันจึงไม่บ่นหยุมหยิมเรื่องเลื่อนภารกิจรอบเช้าต่อ อุตส่าห์ได้ใช้เวลากับอัสรันหลังไม่ได้เจอหน้ากันมาพักใหญ่...ไม่สิ เดี๋ยวก่อน...ยังไม่รู้เลยว่าอัสรันมาได้ยังไง และจะกลับเมื่อไหร่ จังหวะเตรียมถาม อัสรันชิงเปิดเกมรุกก่อนครึ่งจังหวะ

“เมื่อคืน คางาริไปเที่ยวไม่บอกฉันไม่พอ ยังบอกว่าชอบโฮสของที่ร้าน แต่ไม่ชอบฉันด้วย”

“...”

พูดจริงหรือโกหกเนี่ย?

“ไม่เชื่อเหรอ?" อัสรันยกหางเสียงถามทันควันราวกับอ่านใจได้ "อยากดูคลิปไหม?”

“มีด้วยเหรอ?!

“ไม่มีหรอก แค่แหย่เล่นน่ะ”

คนเล่นไม่รู้เรื่องถูกสำเร็จโทษด้วยการทุบหน้าท้องไปหนึ่งที

สาเหตุที่อัสรันใช้เวลานานกว่าจะได้นอนเป็นเรื่องเป็นราว นอกจากงานหลวง เขายังใช้เวลาไปกับการสืบสาวต้นสายปลายเหตุของการหนีเที่ยวเมื่อคืน

ปล่อยความสงสัยค้างคาไว้รังแต่จะปวดหัวปวดท้องนอนหลับไม่สนิท ด้วยเหตุนี้จึงซักไซ้ไล่เรียงมาหมดแล้วว่าสถานการณ์ชวนหงุดหงิดดังกล่าวเกิดมาจากอะไร รวมทั้งยังใช้ลูกไม้นิดหน่อยตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางร้านเพื่อยืนยันด้วยตาตัวเองเร็วๆ มาแล้วรอบหนึ่ง บทสนทนาของมิริอาเรีย ไซ กับคางาริในห้องทำงานเองก็เร่งความเร็วฟังแล้วเช่นกัน

อัสรันยังไม่หงายไพ่ในมือ อยากรู้ว่าคางาริจะแสดงออกอย่างไร

ละอายใจเรื่องหนึ่ง ส่วนหึงหวงเป็นอีกเรื่อง

เพราะเคยอบรมอัสรันกับปากว่ามีอะไรอย่าเก็บไปคิดเองเออเองคนเดียว ให้พูดสิ่งในใจออกมา ดังนั้นแม้นึกย้อนไปจะพานให้อารมณ์เสีย ทว่าคางาริยังคงเปิดอกบอกเล่าตามความเป็นจริงอย่างเถรตรง อย่างไรก็ตาม

“บอกตามตรง ฉันรู้สึกเสียเปรียบน่ะ”

เพิ่งนอนนิ่งๆ อย่างว่าง่ายได้ครู่เดียว คางาริพลันลุกฟุ่บไปนั่งเก้าอี้ด้านข้าง ความจริงอัสรันตอบสนองทัน ทว่าเขาไม่อยากให้คางาริโมโหเกินไปถึงยอมให้ความร่วมมือปล่อยตัวชั่วคราว

“...ฉัน หลังจากนั้นมาก็พยายามหลีกเลี่ยงเท่าที่จะทำได้จริงๆ”

ชนักติดหลังเรื่องผู้หญิงจะตามหลอกหลอนไปถึงเมื่อไรกันนะ อัสรันปวดอก อยากแสดงความบริสุทธิ์ใจ ขณะเดียวกันก็ไม่อยากพูดถึงใครในทางที่อาจเกิดความเข้าใจที่ไม่ดี

คางาริชันเข่าขึ้นบนเก้าอี้ข้างหนึ่ง พาดคางไว้บนนั้นขณะทอดสายตามองอย่างเคืองๆ การตอบรับเมื่อเห็นแฟนหนุ่มตัวหดลงคือ...

“ชิ”

อัสรันที่โดนเดาะลิ้นใส่ “...”

จากท่าทีของอัสรัน คางาริรับรู้ได้เองว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังประมาณหนึ่งเป็นทุนเดิม แค่อยากฟังชัดๆ จากปากเธอเท่านั้นว่าทำไมต้องหาเรื่องหนีเที่ยว

ในใจเป็นอย่างไรต่างฝ่ายต่างรู้ดี และเพราะรู้ว่าคางาริไม่ได้มีใจเป็นอื่น เพียงอยากไปสัมผัสประสบการณ์ที่ตนไม่มีโอกาสพบเจอมาก่อน อัสรันแม้ไม่ชอบใจ หากก็ปิดกั้นไม่ได้

สำหรับคนใจคอคับแคบอย่างอัสรัน เท่านี้ก็แทบกระอักเลือดออกมาแล้ว ต่อให้คางาริไม่ได้ออกนอกลู่นอกทาง การจัดการความรู้สึกยังคงทำได้ยากอยู่ดี ส่วนหนึ่งคงเพราะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและอัสรันมารู้เรื่องเอาตอนจบถึงยอมรับได้อย่างรวดเร็ว

หากรู้แต่แรก ไม่แน่อาจผูกคางาริไว้ข้างเอวจะได้ไม่โผล่ไปในสถานที่ที่จะทำให้ความดันพุ่งปรี๊ด

ความรู้สึกหูอื้อตาลายตอนได้ยินคางาริบอกว่าชอบคนอื่นมันแย่มาก ไม่ขอพบเจอเป็นหนที่สอง...ต่อให้มานั่งกรอบันทึกเสียงฟังทีหลังแล้วเข้าใจว่าคางาริหมายถึงกล้ามเนื้อ อัสรันก็แสลงหูอยู่ดี

คางาริคิดว่าอัสรันโอเวอร์ไปหน่อย “ฉันยังไม่ได้ตื่นนอนมาเจอผู้ชายคนอื่นนอนเปลือยอยู่ข้างๆ ด้วยซ้ำ”

“อย่าพูดว่าผู้ชายคนอื่นสิ...”

“ทีนายล่ะ?”

“ขอโทษ” ...มากกว่านี้ฉันทนฟังไม่ได้แล้ว อัสรันยกธงขาวด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ ส่งสัญญาณฉุกเฉินให้วิ่งออกจากหัวข้อสนทนาอันตรายโดยไว

คางาริแค่นเสียงทีหนึ่ง “บางทีถึงเข้าใจเหตุผลของนาย แต่มันยอมรับไม่ได้น่ะ”

“ขอโทษนะ...”

คนทั้งคนแทบจะกลายเป็นแผ่นเสียงตกร่อง คางาริชักเห็นใจจึงยอมรามือ

อัสรันสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์จากท่าทีเธอได้ มองเวลาแล้วเห็นว่ายังเอ้อระเหยลอยชายได้อีกหน่อยจึงตบปุๆ ลงด้านข้างเป็นเชิงเรียก

“ฉันรู้สึกไม่ดี มาปลอบหน่อยสิ”

“เหหหหห?”

“คางาริรู้สึกไม่ดี มาให้ฉันปลอบหน่อยสิ”

ไอ้หมอนี่...

ปากพูดอย่างนั้น เอาเข้าจริงพออุ้มคางาริขึ้นมานั่งกอดจนโล่งใจขึ้น อัสรันกลับเอาแต่บ่นเป็นตาแก่...จะทำอะไรให้ปรึกษาก่อนบ้างล่ะ หากตั้งใจไปที่อโคจรจริงๆ ให้เรียกตนไปด้วยบ้างล่ะ คางาริขี้เกียจฟังเขา ในหัวคิดว่ามิริอาเรียชวนไปส่องคนอื่น พาแฟนตัวจริงไปด้วยยังจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้อีกหรือไง?

เธอตบหลังคนคิดมากเบาๆ ปลอบไปตามเรื่องว่าแค่ไปเที่ยวเล่นเท่านั้น ไม่ได้กำลังพิจารณาหาแฟนใหม่สักหน่อย ต่อให้คิดว่าเสียเปรียบและไม่ยุติธรรมอยู่บ้าง ถือว่าเธอยอมให้แล้วกัน ในเมื่อคิดถึงการแต่งงานอย่างจริงจังแล้ว อย่างไรเสียก็ไม่มีตาไปมองคนอื่นหรอก ไม่ต้องกังวล

“แต่ถ้ามีเหตุการณ์แบบเมื่อคืนอีก ฉันก็คงอดรีบไปหาไม่ได้อยู่ดี”

“ไม่ลดราวาศอกเลยแฮะ”

สายตาที่มองมาค่อนข้างจริงจัง คางาริจึงวางมือทาบลงบนตาคู่นั้นพลางออกแรงดันให้หงายไปด้านหลังนิดๆ ด้วยความหมั่นไส้

อัสรันโอนอ่อนตาม สิ้นแรงเฉื่อยก็รีบกลับมาคลอเคลียใหม่ ให้เหตุผลว่า “ถ้าไม่เห็นกับตาฉันจะคิดมากน่ะ”

พอออกจากพื้นที่ส่วนตัวต้องระมัดระวังการแสดงออกมากขึ้น คางาริกับอัสรันใช้เวลาตามประสาคู่รักร่วมกันสักพัก รอจนใครบางคนตอดนู่นเล็มนี่จนพอใจถึงยุรยาตรออกมาสู่โลกภายนอกเพื่อไปทำภารกิจของตัวเองต่อ มื้อสายของทั้งคู่ที่ทานร่วมกันในห้องอาหารของโรงแรมดูเหมือนเป็นการร่วมโต๊ะของเพื่อนร่วมงานอย่างสมบูรณ์แบบ

“แล้วจะติดต่อมาใหม่นะครับ”

งานของเทอร์มินอลยังรออยู่ อัสรันที่ขามาประเทศ A ติดสอยห้อยตามยานบินของดิอัคก้า บัดนี้ทางออร์บช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางขากลับเรียบร้อยแล้ว เขาทำความเคารพตามระเบียบอย่างที่ควรทำก่อนจากไปอย่างผ่าเผยผิดกับขามาลิบลับ

 



Extra

ระหว่างเดินทางกลับเทอร์มินอล อัสรันได้รับสายจากดิอัคก้าอีกครั้ง เนื่องจากเป็นยานหนึ่งที่นั่งไม่มีบุคคลภายนอก อัสรันจึงตอบรับคำเชิญสนทนาเสียงของเพื่อนเก่าเพื่อนแก่

ดิอัคก้า : ขอบใจที่บอกที่อยู่เมื่อคืนนะ ถ้ามีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยคราวหน้าก็ไม่ต้องเกรงใจล่ะ

อัสรัน : อืม

ดิอัคก้า : เฮ้อ กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง เล่นเอาแทบแย่แน่ะ แต่ในที่สุดมิลลี่ก็ยอมปลดบล็อกฉัน...!

อัสรัน : อ้อ

ดิอัคก้า : หึงดุจังเลยน้า~ แหม ที่แท้ฉันก็ได้รับความรักขนาดนี้ ~

อัสรัน : อืม

ดิอัคก้า : เมื่อกี้เธอยังหอมแก้มฉันแล้วบอกให้เดินทางกลับดีๆ ด้วย ท่าทางตอนทำเป็นเย็นชาทั้งที่หน้าแดงช่างน่า...!

อัสรัน : ฉันได้นอนกอดคางาริทั้งคืน ตื่นมาตอนเช้าได้จู๋จี๋อีกพักใหญ่ แถมคางาริยังช่วยฉันอาบน้ำแต่งตัวด้วย นอกจากนี้...

ดิอัคก้า : อัสรัน

อัสรัน : อะไร

ดิอัคก้า : ไอ้เวร

อัสรัน : (¬¬)

 

 



Talk

อย่ามาขิงให้ฮีฟัง ฮีสู้ ฮีไม่ยอม 55555555555

ส่วนเสนเสที่โดนปาดแล้วปาดอีก รอไปก่อนนะ ตานี่เขาเป็นเมนสิบกว่าปีเลยน่ะ ของขลัง...


No comments:

Post a Comment