Friday, 28 October 2016

[Fanfic Daiya no A ; Kousawa] Hidden Mind

Fanfic Daiya no A

Hidden Mind



Pairing : Okumura Koushuu x Sawamura Eijun

Rating  : SFW





โรงเรียนมัธยมปลายเซย์โดเป็นโรงเรียนชื่อดัง แม้หลายปีให้หลังจะไม่มีผลงานไปโคชิเอ็ง แต่ก็เข้ารอบลึกๆ ในการแข่งระดับประเทศอยู่ตลอด เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่พวกเขาไม่อาจเหยียบเวทีสูงสุดทั้งที่ผู้เล่นล้วนแล้วแต่มากความสามารถ ใครต่อใครพากันวิเคราะห์สาเหตุ บ้างบอกผู้เล่นในทีมแข็งแกร่งแล้ว แค่ยังไม่พอไปสู้รบกับโรงเรียนชั้นนำโรงเรียนอื่น บ้างบอกเป็นเพราะโค้ชโคตาอากะยังอ่อนเชิงในฐานะโค้ช...วิจารณ์กันไปสารพัด

โอคุมุระ โคชูไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของเซย์โด สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือไม่ใช่เด็กโตเกียว ไม่ได้สนใจโรงเรียนต่างถิ่น เพิ่งจะได้เห็นการแข่งของโรงเรียนนี้กับตาครั้งแรกก็ตอนมัธยมต้นปีสุดท้าย เด็กหนุ่มถ่อมาดูการแข่งระดับ ม.ปลายชนิดติดขอบสนามเพื่อตัดสินใจว่าจะเข้าเรียนต่อที่ไหน เซย์โตะ ทาคุมะผู้เป็นเพื่อนสนิทและตัวเขาเองไม่ได้มีโรงเรียนในดวงใจแต่แรกจึงลังเลใจจนเกือบจะวินาทีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เป็นผู้เล่นตำแหน่งแคชเชอร์ โคชูค่อนข้างจะสนใจพิชเชอร์เซย์โดอยู่ไม่น้อย

ได้ยินมาว่าเซย์โดถูกบอกว่า ไม่มีเอซที่แท้จริง จนเมื่อไม่นานมานี้ มีรุกกี้สัตว์ประหลาดปรากฏโฉมในทีม และสัตว์ประหลาดคนดังกล่าวก็ได้ขึ้นตำแหน่งเอซตั้งแต่ปีหนึ่งหลังปีสามถอนตัวเมื่อพ่ายแพ้ในการแข่งหน้าร้อน

ชื่อของเขาคือฟุรุยะ ซาโตรุ

จุดเด่นคือลูกเร็วทรงพลัง แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเผชิญหน้าลำบาก ต่อให้เป็นลูกที่เดาทิศทางได้ แต่ในเมื่องัดแรงสู้ไม่ได้และตามความเร็วไม่ทัน ถึงรู้ก็ไม่มีประโยชน์ สำหรับโคชู ฟุรุยะ ซาโตรุเป็นพิชเชอร์รับมือยากจากพรสวรรค์ฟ้าประทาน แต่ในแง่ความสามารถที่ต้องใช้เวลาขัดเกลายังไม่ได้เรื่องเท่าไหร่

เวลาฟอร์มหลุดสนามถึงกับเละไม่เป็นท่า...ขว้างบอลเสียบ่อยเหลือเกิน

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีพิชเชอร์อีกสองคน คนหนึ่งชื่อคาวาคามิ โนริฟุมิ อยู่ปีสอง สไตล์การขว้างเป็นไซด์โธรว ส่วนอีกคนชื่อซาวามุระ เอย์จุน อยู่ปีหนึ่ง เป็นเซาท์พาว

ว่าไปแล้วเป็นฝ่ายเซาท์พาวพิชเชอร์เสียอีกที่ดึงความสนใจของโคชู

อย่างแรกที่เตะตา ไม่สิ เตะหู...คือเสียงอันดังลั่นของเจ้าตัว ก้าวลงสนามเมื่อไหร่เป็นต้องแหกปากน่ารำคาญ โคชูไม่ชอบคนดีแต่พูด ทว่าเสียงดังๆ ย่อมดึงดูดความสนใจโดยไม่เกี่ยวกับความชอบ แม้สไตล์การเล่นจะติดตรึงในความทรงจำอย่างชัดเจน หากบุคลิกไม่เข้าตาอย่างแรง

พิชเชอร์แต่ละคนมีนิสัยและสไตล์การเล่นแตกต่างออกไปเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เขาไม่ใจแคบขนาดอยากกะเกณฑ์นิสัยคนอื่นให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ เพียงแต่เมื่อเข้าเซย์โดแล้วได้พบเซาท์พาวพิชเชอร์คนนั้นตัวเป็นๆ เด็กหนุ่มต้องยอมรับว่าเขาไม่ชอบคนแบบนี้เอาเสียเลย

ซาวามุระ เอย์จุนไม่คิดจะทำลายภาพลักษณ์เดิมสักนิด นอกจากจะไฟแรงเหมือนอย่างที่เห็นตอนอยู่บนสนามยังจุ้นจ้านชนิดยากจะหาตัวจับ โคชูเป็นหนึ่งในคนที่ทานอาหารเสร็จเป็นคนท้ายๆ ของรุ่นจึงเห็นรุ่นพี่คนดังกล่าวเข้ามาวุ่นวายกับรูมเมทตัวเองอยู่ตลอด

จริงอยู่ว่าเจ้าตัวไม่ได้มายุ่งกับตน กระนั้นเสียงเจื้อยแจ้วช่างบั่นทอนสุขภาพจิต นอกจากนี้ โคชูก็เหมือนอาซาดะ ฮิโรฟุมิที่ กินข้าวเสร็จช้า ถ้อยคำ ให้กำลังใจ อันแสลงหูจึงเหมือนถูกส่งเผื่อแผ่มาให้

เขาอดทนฟังเสียงพล่ามครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดก็ตบะแตกต่อว่าการกระทำคนมากอาวุโสกว่าจนได้

อุจาดตาชะมัด ถ้ายังไงช่วยไสหัวไปทีจะได้หรือเปล่า รุ่นพี่

เด็กหนุ่มไม่ใช่คนมารยาทแย่ขนาดไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองพูดดูหยาบคายเกินไปหน่อย...ทั้งอย่างนั้นการกระทำของรุ่นพี่กลับกระตุ้นอารมณ์จนไม่อาจยับยั้งชั่งใจ นับแต่นั้นมา คนความจำสั้นก็จำเขาได้แม่น แม้ยังจำชื่อไม่ได้เหมือนเดิม แต่เจอหน้าโคชูเมื่อไหร่เป็นต้องทำตาแมว เหงื่อกาฬไหลพลั่ก พอมองตอบก็จะแหกปากพูดอะไรสักอย่างเหมือนกลบเกลื่อนว่าไม่ได้หวาดรุ่นน้อง

ทาคุมะเพื่อนสนิทมักแสดงสีหน้าเป็นห่วงแกมกังวล บอกว่าในเมื่อเจอหน้าเมื่อไหร่เป็นต้องทะเลาะกัน ดังนั้นอยู่ให้ห่างๆ รุ่นพี่ไม่ดีกว่าหรือ หากคนรักศักดิ์ศรีอย่างโคชูไหนเลยจะทำตามคำแนะนำ หนีก็เหมือนขี้ขลาด ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องเป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อให้ด้วย

เรื่องคงถึงหูกัปตัน เขาโดนเรียกไปปรับทัศนคติ และคงโดนชักจูงด้วยวาทศิลป์อันยากจะหาคำแย้งถึงได้เริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อรุ่นพี่เจ้าปัญหาและลดอคติลง โคชูยอมรับว่าซาวามุระ เอย์จุนยังคงเป็นคนน่ารำคาญและสมควรติดป้ายตัวปัญหาตัวใหญ่ๆ ไว้กลางหน้าผาก เพียงแต่ยิ่งได้มองอีกฝ่ายนานขึ้น ด้านที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็น

ในแง่ศักดิ์ศรีของพิชเชอร์และความพยายาม เรียกว่าสมแล้วที่อยู่ระดับประเทศ กระนั้น ที่ทำให้ประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นมุมมองเรื่องการร่วมมือกันระหว่างแคชเชอร์กับพิชเชอร์

เพราะพิชเชอร์มีแต่คนเอาตัวเป็นใหญ่ เห็นแคชเชอร์เป็นเครื่องมือโชว์ฟอร์มของตัวเอง นับเป็นครั้งแรกที่ได้ยินพิชเชอร์บอกว่าการขว้างเป็นผลงานของคนสองคน คงเพราะแรงขับพิลึกๆ ดังกล่าวโคชูเลยอาสาเป็นคู่ซ้อมให้ แต่เมื่อได้ลองรับลูกให้เป็นเรื่องเป็นราวเขากลับปล่อยลูกหลุดหลัง

ความอายและหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมา

ตนเองเคยพูดจาวางโต แท้จริงกลับไร้ความสามารถ ตอนเห็นการขว้างอีกฝ่ายจากบนอัฒจันทร์ ยอมรับว่าเป็นลูกชั้นยอด กระนั้นก็คิดว่าตนสามารถรับลูกเหล่านั้นได้

ประสบการณ์หนนี้ย้ำชัดว่าโคชูลำพองเกินไป

เดิมตั้งตนไม่ยอมแพ้ ยูกิ มาซาชิ กับ ยูอิ คาโอรุ...แต่ขนาดรุ่นเดียวกันยังข้ามไม่ได้ นับประสาอะไรกับรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์มากกว่าและเคยไปยืนยังจุดที่สูงกว่า

แม้บ้าบอน่ารำคาญ ซาวามุระ เอย์จุนก็คือพิชเชอร์ระดับแนวหน้า

โคชูเจ็บใจจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ยิ่งอีกฝ่ายบอกว่าตัวเองผิดที่ขว้างลูกไม่ได้ตามคอร์ส ความเจ็บใจยิ่งพุ่งสูงทะลุปรอท มิยูกิ คาซึยะซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลก็หัวเราะคิกคัก...จำไม่ได้แล้วว่ากัปตันพูดอะไร แต่คงไม่พ้นพูดเรื่องความสามารถอันอ่อนเชิงของตน

ความอ่อนหัดที่มี โดนยัดเยียดให้รู้ชนิดแก้ตัวไม่ออก

โคชูสลักประสบการณ์หนนี้ไว้ในใจก่อนยอมรับอย่างเยือกเย็นว่าเป็นเรื่องดีที่ข้อด้อยแสดงตัวออกมาอย่างชัดแจ้ง หากเขาแก้ไขได้ โอกาสทะยานสู่ทีมหนึ่งก็จะเพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนั้น ชื่อของคนที่ทำให้ลิ้มรสความรู้สึกพ่ายแพ้ก็กลายเป็นชื่อต้องห้าม

เพื่อนสนิทคงรู้ว่าชื่อของรุ่นพี่คนดังกล่าวเป็นตัวจุดชนวนอารมณ์ ทาคุมะไม่พูดชื่อซาวามุระ เอย์จุนให้ได้ยินง่ายๆ อีก อาการระแวดระวังกลัวเขามีเรื่องกับรุ่นพี่ก็หนักข้อขึ้น

โคชูอยากบอกว่าอย่ากังวลอะไรไม่เข้าท่า...เขาไม่ใช่เด็กแยกแยะอะไรไม่ได้ และยิ่งไม่ใช่พวกแพ้แล้วพาล ต่อให้ไม่ชอบหน้าก็ไม่ไปหาเรื่อง นอกจากนี้ คู่กรณีก็คงไม่จำเรื่องที่ทำตนหงุดหงิดหนักหนาไว้ให้เปลืองพื้นที่สมองด้วย

ซาวามุระ เอย์จุนเหมือนจะใส่ใจเด็กใหม่ หากเอาเข้าจริงขนาดชื่อเสียงเรียงนามรุ่นน้องยังจำไม่ได้ โคชูเคยพูดเสียดสีตอนถูกถามชื่อไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้จะจำชื่อตนได้หรือยัง เขาไม่อยากวุ่นวายกับคนตาแมวเกินจำเป็น ทว่าพอคิดว่าใครคนนั้นจะจำตนได้แค่หน้าความหงุดหงิดก็ร่ำๆ จะเผยตัวทางสีหน้าและแววตา

ขณะที่โคชูมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เปลี่ยนแปลงไป รุ่นพี่คนนั้นกลับไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเสมอต้นเสมอปลาย

คิดมาตลอดว่าไม่ชอบคนปากมากเอาแต่พร่ำคำสวยหรู...ไม่อยากยุ่ง ไม่อยากสนิทสนม แค่เห็นก็รำคาญตา

...แล้วทำไมถึงอยากให้คนประเภทที่ไม่ชอบหันมามอง?

ซาวามุระ เอย์จุนทำให้รู้สึกสับสน

แถมยังหาทางสงบจิตใจไม่ได้

โคชูไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ความ ไม่ชอบ รุ่นพี่เจ้าปัญหาจึงมากขึ้นทบทวี เขาคิดว่ามันคงเป็นความรู้สึกเป็นปรปักษ์อย่างหนึ่ง อาจต่างจากกรณีที่เคยเป็นนิดหน่อย...แต่รายละเอียดยิบย่อยจะต่างกันบ้างก็ไม่เห็นแปลก บางทีถ้าขึ้นทีมหนึ่งได้และได้เป็นแคชเชอร์ให้อีกฝ่ายอีกครั้ง จิตใจอันขุ่นมัวและอลหม่านอาจกลับสู่สภาพเดิม

“เห~ วันนี้ไม่แง่งๆ ใส่ซาวามุระเหรอ พ่อหนุ่มหมาป่า~

มิยูกิ คาซึยะนั่งเท้าคางอมยิ้มขณะแซวด้วยชื่อเล่นไม่น่าพิสมัย...ชื่อที่มีคนเรียกอยู่คนเดียว คนที่คงตั้งชื่อทุเรศๆ เพราะจำชื่อไม่ได้ บางทีกัปตันก็จะแซวอะไรทำนองนี้ และมันคงไม่แปลกเพราะเจ้าตัวเคยเรียกเขาไปคุยเป็นการส่วนตัวเรื่องที่ชอบทะเลาะกับเซาท์พาวพิชเชอร์คนสำคัญ

โคชูเก็บความคิดไว้ในใจโดยไม่ตอบคำ...

ทำไมใครๆ ถึงคิดว่าถ้าเขาเจอหน้าคนคนนั้นแล้วต้องทะเลาะกันตลอดด้วย

จริงอยู่ว่าความสัมพันธ์แรกเริ่มไม่ใคร่จะดีเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม โคชูคิดว่าคนที่ออกอาการ หาเรื่องคือทางรุ่นพี่...ไม่ว่าจะเข้ามาแหกปากเสียงดังลั่นอยู่ข้างหูหรือเกร็งจนเหงื่อท่วม ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นทางนั้นที่เริ่มก่อน นับจากตอนตำหนิอีกฝ่ายตอนอยู่โรงอาหาร เขาอยู่เฉยๆ มาตลอด

นอกจากนี้ การไม่ แง่งๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจับมือสมานฉันท์ด้วย

คนคนนั้นพูดจาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเขาก็จริงแต่ไม่เคยยิ้มให้แบบเดียวกับที่ยิ้มให้คนอื่น...สิ่งที่คนอื่นได้รับเป็นเรื่องปกติ โคชูกลับไม่มีโอกาสเฉียดกรายเข้าใกล้โอกาสที่ว่า...นั่นเป็นหลักฐานบ่งบอกว่าพวกเขายังห่างไกลจากคำว่าสมัครสมานกลมเกลียว

สำหรับซาวามุระ เอย์จุน โอคุมุระ โคชูคงเป็นรุ่นน้องไม่น่ารักเพียงหนึ่งในบรรดารุ่นน้องทั้งมวล

ประหวัดถึงเรื่องนี้ทีไร ส่วนลึกในใจพลันก่อคลื่นลม

โคชูได้พูดคุยกับรุ่นพี่น่าโมโหเป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้งในเช้าวันอาทิตย์ที่มีการแข่งขันระหว่างพาณิชย์อินาชิโระกับอิจิไดซังโค เขาเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน และมันก็จบลงด้วยการที่คู่สนทนาแยกเขี้ยวยิงฟันใส่เหมือนเดิม

ทั้งอย่างนั้นกลับรู้สึกเหมือนจูนคลื่นเข้าหากันได้มากขึ้น

ไม่รู้เริ่มหายหวาดหรืออย่างไร แม้ตอนเจอหน้ากันจะทำตาขวาง หากรวมๆ อาการเหมือนอยากถอยหนีหดหายลงไปอย่างเห็นได้ชัด สำหรับคนที่หวังจะเป็นแคชเชอร์ตัวจริงแล้ว นับเป็นก้าวแรกอันดีในการลดความประหม่าของพิชเชอร์ โคชูไม่ได้ใส่ใจว่าจะสนิทสนมกับใครหรือไม่ ที่รู้สึกพออกพอใจอยู่บ้างกับช่องว่างที่แคบลงก็เพราะหากตนได้เป็นผู้เล่นตัวจริง ยังไงก็ต้องได้รับลูกพิลึกกึกกือของอีกฝ่าย ถ้าพิชเชอร์เกิดอคติจนแสดงฝีไม้ลายมือไม่ได้ก็แย่

ใช่แล้ว...

เพราะเขาเป็นแคชเชอร์

เป็นแคชเชอร์

ก็แค่นั้น

...ยังจะมีสาเหตุมาจากอะไรได้อีก

เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว พร่ำถามว่าทำไมยังติดใจสงสัย...ทำไมถึงคิดว่ายังมีสาเหตุอื่น ขณะกำลังพยายามทำความเข้าใจตัวเอง เพราะจมจ่อมอยู่ในโลกส่วนตัวลึกเกินไป กว่าจะรู้ว่ามีคนเข้ามาใกล้ก็ตอนได้ยินเพื่อนสนิทซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ร้อง อ๊ะ

“เป็นเด็กเป็นเล็กเอาแต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดมันไม่ดีนะ!

แก้มขวาถูกดึงจนผิดรูปด้วยน้ำมือคนถนัดซ้าย เจ้าตัวคงจะเดินออกไปข้างนอก ตอนเดินผ่านเพื่อไปทางประตูแล้วเห็นเขาเข้าจึงสอดมือเข้ามายุ่งโดยไม่คำนึงถึงพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น

โคชูได้ยินเสียงรุ่นพี่ผมชมพูที่เดินมาพร้อมคนเจ้าปัญหาร้องเหวอ

...แต่ที่ดังหนวกหูกว่าคือเสียงหัวใจตัวเอง

ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง...ตกใจจนคุมสีหน้าไม่อยู่ พร้อมกันนั้นก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวผิดธรรมชาติ ใบหน้าซับสีเลือดระเรื่อยไปถึงคอ ดูท่าเลือดจะไหลขึ้นมากองบริเวณใบหน้าหมด ปลายนิ้วถึงได้ชาดิกจนขยับไม่ได้

“อ้าว ตัวรุมๆ แฮะ หรือไม่สบาย?”

สิ้นเสียงแสนซื่อ จากจับแก้มด้วยสองนิ้ว อุ้งมือแนบลงมาเหมือนจะวัดไข้

บริเวณที่ถูกสัมผัสร้อนลวก

อะไรบางอย่างในสมองแตกดังโพละ

โคชูสะบัดมือข้างนั้นทิ้งโดยไม่ทันคิด

เสียงที่เกิดคล้ายจะดังกังวานเป็นพิเศษ เซย์โตะ ทาคุมะกับโคมินาโตะ ฮารุอิจิหน้าเสีย จากนั้นสีหน้าฝ่ายหลังพลันขรึมลงคล้ายไม่พอใจ คนผมชมพูมองมือแดงๆ ของเพื่อนสนิท ปรับสีหน้า แล้วเข้าไปถามไถ่เสียงเบาด้วยความเป็นห่วง ขณะเดียวกัน ทาคุมะที่เหงื่อแตกพลั่กก็ปรี่เข้ามากระซิบกระซาบ

“ทำเกินไปหรือเปล่าเนี่ย...!

คงได้ยินเสียงแผ่วค่อย โคมินาโตะ ฮารุอิจิหันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามนิสัย “ไม่หรอก ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบให้มีคนทำแบบนั้นสินะ ดังนั้นคนผิดคือเอย์จุนคุงนั่นแหละ”

ทาคุมะสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงจากคนที่ไม่อยากได้ยิน คนผมแดงรีบตะลีตะลานหันไปสบตารุ่นพี่แล้วหัวเราะเก้อๆ

แต่แล้วใบหน้ายิ้มแย้มของคลีนอัพมือดีกลับคล้ำลงพร้อมกับที่บรรยากาศพลันหนักอึ้ง หน้ายิ้มผ่องแผ้วกลับน่ากลัวราวปิศาจร้ายเมื่อกระไอขมุกขมัวสีทะมึนปกคลุมร่างกาย “...ถึงอย่างนั้นการกระทำของเธอก็หยาบคายกับรุ่นพี่เกินไปเหมือนกัน คิดอย่างนั้นหรือเปล่า?”  

“คะ...ครับ”

ใบหน้าคนตอบรับอย่างทาคุมะขาวซีดดุจแผ่นกระดาษ ขับเสียงแทบไม่พ้นคอ

ขณะเดียวหัวใจโคชูยังคงเต้นแรง สมองตื้อจนประสาทผิดเพี้ยน ไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่ารุ่นพี่พูดอะไร มีแต่เสียงวิ้งๆ รบกวนจนไม่มีสมาธิ รู้สึกได้แค่บรรยากาศชวนหนาวสันหลังเท่านั้น เขาพยายามตั้งสติ เมื่อกลั้นใจยืดตัวตรงสำเร็จ น่าแปลก...สิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่คนปล่อยบรรยากาศพิษผู้น่าสะพรึง

คนที่ดึงความสนใจไปกลับเป็นคนยืนข้างๆ ที่ไม่ส่งจิตมุ่งร้าย...คนที่ย้ำคิดอยู่ตลอดว่าเป็นคนที่ตนไม่ชอบ

ใบหน้าพิชเชอร์รุ่นพี่ที่ต่างไปจากทุกที...ซาวามุระ เอย์จุนไม่ได้หัวเราะแหะๆ เสมือนคนกระทำผิดแล้วทำอะไรไม่ถูก ทั้งยังไม่ได้แยกเขี้ยวยิงฟันทำตาขวางอย่างตอนอารมณ์ขึ้น

เรียวคิ้วเหนือดวงตาสีอำพันเพียงขยับเข้าหากันเล็กน้อย นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีการแสดงสีหน้าอะไรเป็นพิเศษ

หัวใจที่เคยเต้นแรงลดจังหวะช้าลง...ช้าลง...

ความไม่สบายใจไหลท่วมท้นจนแทบสำลัก

โคชูรู้สึกว่าควรพูดอะไรสักอย่าง เสียแต่ลิ้นแข็งค้างจนทำอะไรไม่ได้

บุรุษผู้สร้างความวุ่นวายแก่ใจคนอื่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาพอดี “โทษทีที่ทำอะไรเกินเลย ฉันไม่ได้มีเจตนาทำให้นายโกรธหรอกนะ”

ดูเหมือนจะตีความสีหน้าแข็งเกร็งและปมบริเวณหว่างคิ้วเป็นความขุ่นขึ้ง ดวงตาสีฟ้าเห็นอีกฝ่ายยกแขนลูบหลังคออย่างทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าซื่อบื้อพยายามฝืนยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติแต่แป้กจนดูพิลึก หลังตรึกตรองอะไรชั่วครู่ เสียงซึ่งฟังดูจ๋อยๆ ดังขึ้นอีกครั้ง

“ฉันแค่อยากเป็นรุ่นพี่ที่ดี...แต่คราวหน้าจะไม่ทำแล้ว นายอย่าเพิ่งอคติจนเหมาคนอื่นว่าเป็นเหมือนฉันนะ จะเกลียดฉันก็ได้แต่อย่าพาลเกลียดคนอื่นเลย!” ท่อนหลังเสียงหนักแน่นจนเข้าขั้นลนลาน จากนั้นเจ้าตัวก็โค้งเก้าสิบองศาก่อนพูดเสียงดัง “ขอโทษครับ!

“...”

โคชูได้แต่ยืนเงียบเพราะร่างกายไม่ขยับตามคำสั่งของสมอง เขามองกลุ่มผมสีน้ำตาล อยากบอกว่าไม่ได้เกลียดอีกฝ่าย...ไม่ต้องก้มหัวให้เขา ทว่าเสียงซึ่งส่งมาถึงลำคอติดค้างอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าจะฝืนดึงเท่าไรก็ดึงไม่ออก

กระทั่งถูกรุ่นพี่ผมชมพูมองด้วยสายตาตำหนิก่อนเดินตามหลังเพื่อนไป เด็กหนุ่มก็ยังยืนนิ่งดังเดิม

เพื่อนสนิทพรูลมหายใจระบายความตึงเครียดก่อนตบไหล่เขาเบาๆ

“...เอาไว้ไปคุยกันทีหลังก็ได้ ซาวามุระเซมไปไม่น่าใช่คนคุยยาก โกรธยังไงนายก็น่าจะขอโทษเขาเหมือนกันนะ”

ทาคุมะที่คบหากันมานานเป็นคนจำนวนน้อยที่ไม่จิตอ่อนกับคำพูดไร้ไมตรีของเขา โคชูนึกขอบคุณเพื่อนคนนี้อยู่ไม่น้อยที่กล้าพูดกับตนอย่างตรงไปตรงมาไม่ว่าจะเรื่องอะไร แม้เจ้าตัวจะแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากมีเรื่องยุ่งยาก ทั้งอย่างนั้นกลับไม่เคยทิ้งโคชูไปไหน

เขายับริมฝีปาก เอ่ยปฏิเสธเสียงค่อยว่า “...ไม่ได้โกรธ”

ตอนนี้กลับพูดได้ปกติ

ดวงตาหลังแว่นมองมาด้วยสายตาค้นหาก่อนพรูลมหายใจหนักอึ้งอีกครั้ง เจ้าของผมย้อมสีแดงเบือนไปยังทิศทางที่รุ่นพี่เพิ่งเดินจากไป เอ่ยเสียงล้าว่า “นายมีเรื่องกับเขามาสักพักแล้ว รวมเรื่องวันนี้เข้าไป ถ้าไม่รีบประสานรอยร้าวเดี๋ยวจะแก้ไขไม่ทันเอานะ”

“...”

“หรือนายเกลียดเขาจริงๆ?”

“...เปล่า”

เด็กหนุ่มตอบเสียงแผ่ว ความรู้สึกนี้ไม่ได้มีชื่อว่าเกลียดแน่นอน

โคชูมองมือตัวเองที่เพิ่งใช้สะบัดรุ่นพี่ทิ้ง รอยแดงจางๆ ยังประทับบนหลังมือ ดูท่าเขาจะทำเกินกว่าเหตุจริงๆ คงไม่แปลกอะไรหากจะคิดว่าโดนเกลียดในเมื่อพวกเขาไม่เคยจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบ

หวนนึกถึงสีหน้ากระอักกระอ่วนที่เพิ่งได้เห็นแล้วรู้สึกหน่วงในอกอย่างประหลาด

อยากบอกคนคนนั้นว่าสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้เกิดจากความเกลียดชัง

เขาแค่...ตกใจ

แค่ทำตัวไม่ถูก

ไม่ได้อยากให้ทำหน้าแบบนั้นเลย

ทำไมถึงลงเอยแบบนี้นะ

โคชูกำหมัดแน่น ความมุ่งมั่นบางอย่างพลุ่งพล่านจนไม่อาจยืนอยู่กับที่ต่อ เขาผละสะโพกจากตู้ด้านหลัง สืบเท้าตามทิศทางที่ต้นเหตุความวุ่นวายใจเดินจากไป ดวงตาใต้ผมปรกหน้าทอประกายแน่วแน่ แม้ไม่เข้าใจจิตใจตัวเองว่ากำลังอยู่ในสภาพไหน แต่อยากบอกคนคนนั้นว่าเขาไม่ได้เกลียด...ไม่ได้เกลียดเลย และคงไม่มีทางเกลียดลงด้วย

เด็กหนุ่มไม่ฟังเสียงเพื่อนที่ร้องเรียก เดินหน้าฉับๆ ไม่เหลียวหลังจนเห็นเงาร่างคุ้นตากำลังนั่งบนม้านั่งข้างตู้กดเครื่องดื่มอย่างโดดเดี่ยว

หยาดเหงื่อไหลตามโครงหน้า...นี่เขาวิ่งหรือ?

แม้ประหลาดใจแต่ดวงตาเรียวยาวยังจังจ้องเงาร่างนั้นนิ่ง

 “รุ่นพี่...”

ในที่สุดก็เรียกออกไป

ใบหน้านั้นหันกลับมา สิ่งที่สะท้อนในดวงตาสีอำพันคือโคชูที่เผยความพ่ายแพ้ออกมาทางสีหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย

เกิดอะไรขึ้น...ตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ จากเคยคิดว่าไม่เข้าใจ โคชูพลันสำนึกได้เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นว่าตัวเองงี่เง่าแค่ไหน เขาแค่หนีจากคำตอบที่ไม่อยากยอมรับเท่านั้น

คำตอบน่ะ...รู้ตั้งนานแล้ว

เขาน่ะ...






Talk
เราชอบหนุ่มซึนเดเระที่พยายามซื่อตรงแต่ทำไม่ได้นะคะ <3

2 comments:

  1. เเต่งคู่นี้อีกนะเราชอบหนูโอคุมุระน้อยจริงๆน่ารัก เคมีๆกับเอย์จุนมากๆๆๆ

    ReplyDelete
  2. ค้างมากกกกก ขออีกนะค้าาา ชอบคู่นี้สุดๆๆ รองจากมิซาว่า

    ReplyDelete