Monday, 27 May 2019

[Fanfic Naruto ; ShikaTema] แต่งงาน...?

Fanfic Naruto

แต่งงาน...?



Pairing : Shikamaru x Temari

Rating  : SFW





สองปีให้หลังนับจากจบสงคราม บ้านเมืองกลับมาสงบสุข แต่ละคนดำเนินชีวิตตามครรลอง นอกจากวุฒิภาวะที่เพิ่มขึ้นตามอายุกับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ดูๆ ไปแล้วก็ไม่มีอะไรต่างจากเมื่อตอนก่อนสงครามมากนัก

อ้อ...

ยกเว้นนารุโตะที่แต่งงานทิ้งเพื่อนฝูงไปก่อน

ชิกามารุนั่งคิดเรื่อยเปื่อยขณะนั่งในร้านเนื้อย่างคิว เพราะหนังท้องตึง กินต่อไม่ไหว ตอนนี้เลยนั่งรอให้เพื่อนซี้หุ่นตุ้ยนุ้ยคนข้างๆ โซ้ยจนกว่าจะพอใจ

สมาชิกทีมสิบไม่ใช่เด็กๆ กันแล้ว มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบทำให้เวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน เมื่อมีเวลาจึงมักจะนัดรวมพล และเวลาเหล่านั้นก็เป็นช่วงเวลาอันแสนสำคัญสำหรับชิกามารุ เขาเคยได้ยินมาว่าคนแก่ชอบคิดถึงเรื่องเก่าๆ ทว่าชิกามารุที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบกลับหวนนึกถึงเรื่องในอดีตบ่อยมาก...นึกถึงสมัยที่ตนยังเอาแต่บ่นรำคาญไม่ขาดปาก สมัยที่พ่อและครูอาสึมะยังไม่ตาย...

อิโนะซึ่งคีบเนื้อเข้าปากไปเพียงสามชิ้นด้วยเหตุผลว่ากำลังไดเอทชวนคุยขึ้นมาเมื่อเห็นเพื่อนนั่งหง่าว

“ฉันเองก็อยากเป็นเจ้าสาวแสนสวยบ้างจัง”

...หัวข้อสนทนายังคงเป็นเรื่องรักๆ ตามความชอบของเจ้าตัว มาพูดเรื่องเป็นเจ้าสาวเอาในเวลาแบบนี้ คิดยังไงก็ได้คำตอบแต่ว่าน่าจะเป็นอิทธิพลจากการชิงสละโสดของฮินาตะ

ชิกามารุเท้าคางมองออกไปนอกร้าน ปากพ่นถ้อยคำในสมองออกมาสั้นๆ

“กับซาอิน่ะเหรอ”

นึกถึงสีหน้ายิ้มแย้มแบบเดียวตลอดศกของอดีตราก...ไม่ว่ายังไงก็ไม่อาจจินตนาการภาพซาอิแต่งงานกับใครสักคนได้ อันที่จริงคนแบบนั้นมาคบหากับอิโนะได้ก็เป็นเรื่องน่าตกใจมากแล้ว จริงอยู่ว่า ความกลวงเปล่า ของซาอิถูกถมจนเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาก กระนั้นเด็กหนุ่มผิวซีดเซียวก็ยังดูเป็นคนหยั่งยากเหมือนเดิม

อิโนะหน้าบึ้งเมื่อจับกระแสเสียงเนือยจัดบ่งความรำคาญได้

“ทำหน้ายังงั้นหมายความว่ายังไงยะ การแต่งงานคือความฝันของผู้หญิงทุกคนนะจะบอกให้”

“อ้อเหรอ” ขิกามารุตอบขอไปที

เขาไม่สนใจการแต่งงาน...จริงๆ ควรบอกว่าไม่อยากแต่งงาน แต่ไหนแต่ไรมาก็เห็นการแต่งงานเป็นเรื่องยุ่งยากน่ารำคาญ สาเหตุสำคัญคือเขารำคาญผู้หญิง...มีแต่ทัศนคติแง่ลบกับผู้หญิง แล้วจะให้แต่งงานสร้างครอบครัวได้ยังไง

หากถามว่าอยากแต่งงานไหม ตอบได้คำเดียวว่าไม่อยาก...ทนรับสภาพแบบพ่อไม่ไหวแน่ เพียงแต่ถ้าต้องแต่งจริงๆ ก็อยากแต่งงานกับผู้หญิงธรรมดาแล้วใช้ชีวิตธรรมดา ผลาญเวลาเล่นไปวันๆ

เคยคิดแบบนั้น

ทว่าตัวเขาในตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อน...

“งั้นเทมาริซังล่ะ? นายไม่คิดจะแต่งงานกับเขาหรือไง?” อิโนะจี้ตรงจุด

...ใช่แล้ว เพราะเทมาริไงล่ะ

อย่างน้อยชิกามารุตอนนี้ก็รักคนอื่นแล้ว...เป็นเรื่องที่แม้แต่ตัวเองยังตกใจ เขาไม่คิดว่าตนจะมีความรู้สึกแบบนี้ให้ใครสักคนได้ แถมผู้หญิงคนดังกล่าวยังเป็นผู้หญิงที่ต่างจากผู้หญิงในอุดมคติไกลโข เทมาริไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคำว่าผู้หญิงธรรมดาเลย...ไม่เลยสักนิด ขนาดในบรรดานินจาด้วยกันยังนับเป็นนินจามากความสามารถ จะบอกว่าเป็นผู้ใช้ลมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนินจายังได้ หรือถ้าไม่ใช่ที่หนึ่งก็ต้องเป็นที่สองล่ะ

ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยคิดไกลไปถึงขั้นแต่งงานอยู่ดี

บางทีเทมาริก็คงไม่คิดเหมือนกัน

ไม่รู้อ่านความคิดเขาออกหรืออย่างไร อิโนะซึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามยกแขนขึ้นกอดอก ดวงตาสีน้ำทะเลข้างหนึ่งจ้องชิกามารุเขม็ง

“นี่นายคบเล่นๆ เหรอ”

“แล้วอยู่ๆ มาเปิดประเด็นซักฟอกฉันทำไมล่ะเนี่ย ไม่เกี่ยวกับเธอซะหน่อย”

แม้ไม่ชอบใจนิดๆ ที่อิโนะใช้คำว่า คบเล่นๆ ทว่าตอนนี้เรื่องที่ชิกามารุสนใจคือนั่งกินเนื้อย่างกันอยู่ดีๆ ทำไมมาตั้งท่าตบตีกันเพราะเรื่องแต่งงานได้ นอกจากนี้ไม่ว่าเขาจะครองตัวเป็นโสดหรือแต่งงานอิโนะก็ไม่เกี่ยวจริงๆ เธอสามารถห่วงใยหรือวิตกกังวลได้ในฐานะเพื่อน แต่การมาก้าวก่ายการดำเนินชีวิตมันเป็นอีกประเด็น

อิโนะหน้าบูดหนักกว่าเก่า จากนั้นกระแทกเสียงใส่เหมือนต้องการระบายอารมณ์ “อย่างนายมีแฟนได้ก็ปาฏิหาริย์แล้วย่ะ ทำเป็นหยิ่งไปเถอะ บางทีเทมาริซังอาจจะไม่เอาคนอย่างนายก็ได้ เป็นฉันก็ไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายที่อายุน้อยกว่าตัวเองหรอก แบร่”

คิ้วเรียวๆ เหนือดวงตาเฉยชากระตุกทีหนึ่ง

คำพูดของอิโนะแทงใจดังฉึก

ความคิดไพล่ย้อนกลับไปหาเหตุการณ์ซึ่งผ่านมาไม่นานนักอย่างอดไม่ได้

ตอนไปหาของขวัญแต่งงานรวมทั้งมองหาที่ฮันนีมูนให้พวกนารุโตะ เขาไปกับเทมาริสองคน ตอนนั้นเทมาริเข้าใจเจตนาเขาผิด นึกว่าชิกามารุคิดจะแต่งงานแล้วมองหาที่ฮันนีมูนของตัวเองในอนาคต เธอแสดงอาการขัดเขินมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาและพยายามบอกว่าตัวเองไม่พร้อม...พอรู้ตัวทีหลังว่าเข้าใจผิดก็โกรธจนหน้าแดง

จริงๆ ชิกามารุไม่ได้สนใจเรื่องแต่งงานอยู่แล้ว...มันไม่ได้หมายความว่าเขาไม่จริงจังกับเทมาริ เพียงแต่การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ เป็นจุดหักเหสำคัญของชีวิต และไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดของความรักด้วย ยกตัวอย่างเช่นการโง่งมรักใครสักคน คิดว่าคนนี้แหละเนื้อคู่ จะแต่งงานให้ได้...ปรากฏว่าแต่งงานแล้วเข้ากันไม่ได้ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันหายเกลี้ยง แบบนั้นอย่าแต่งเลยดีกว่า

นอกจากนี้ยังมีกรณีนิสัยเปลี่ยนหลังแต่งงาน สมัยคบกันก็ดีๆ อยู่หรอก แต่พอแต่งงานดันกลายเป็นอีกคนเสียฉิบ...

ให้มารับการเปลี่ยนแปลงแบบนั้น ชิกามารุไม่อยากเสี่ยง

ความสัมพันธ์ของเขาและเทมาริในตอนนี้ราบรื่นดี หากไปเปลี่ยนแปลงอะไรเข้า ไม่แน่ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลดีเสมอไป ชิกามารุไม่ได้คิดว่าตนเองขี้ขลาด เพียงแต่อยากเลี่ยงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

อย่างไรก็ตาม คำพูดของอิโนะยังรบกวนจิตใจอยู่เนืองๆ วันนั้นทั้งวันจึงสลัดเสียงเจื้อยแจ้วของเพื่อนร่วมกลุ่มไม่หลุด

บางทีเทมาริซังอาจจะไม่เอาคนอย่างนายก็ได้

ขณะกลับมานอนกลิ้งอยู่กับฟูกเพื่อหลับพักผ่อน เขาลองทบทวนเรื่องของเทมาริอย่างจริงจัง เท่าที่รู้จักกันมา เทมาริไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ชอบปั่นหัวผู้ชายเล่น คำว่า ไม่พร้อม ของเธออาจมีความหมายเหมือนกับ ไม่พร้อม ของชิกามารุ

ถึงอย่างนั้นพอลองใคร่ครวญสถานะของอีกฝ่ายให้ดี ชิกามารุอดเป็นกังวลไม่ได้

นอกจากเป็นนินจาหัวกะทิของหมู่บ้าน เทมาริยังเป็นลูกสาวของอดีตคาเสะคาเงะและเป็นพี่สาวของคาเสะคาเงะรุ่นปัจจุบัน กล่าวได้เต็มปากว่าเป็นบุคคลสำคัญ มีสถานะพิเศษ ฉะนั้น...

แต่งการเมือง

คำนี้ผุดในหัวอย่างไม่อาจเลี่ยง

ด้วยวัยอย่างพวกเขาจะถูกคนรอบข้างกดดันให้แต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และแม้ชิกามารุจะเคยนิยามเทมาริว่าเป็นยัยสาวโหด แต่เจ้าหล่อนเป็นคนรักครอบครัวและคิดคำนึงถึงน้องชายอย่างมาก ลองบอกว่าเป็นการทำเพื่อน้องชาย ไม่แน่แม่นั่นอาจพยักหน้ารับเมื่อเกิดเหตุการณ์คลุมถุงชนขึ้นมาจริงๆ

หัวคิ้วขยับชนกันอย่างห้ามไม่อยู่

น่ารำคาญชะมัด

ทั้งที่เวลานอนเป็นเวลาพักผ่อนที่ดีที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่ชิกามารุรอคอยมากที่สุดของวัน กระนั้นเขากลับหลับไม่สนิทตลอดคืน




เนื่องด้วยเป็นตัวแทนหมู่บ้านที่สมาพันธ์ ชิกามารุจึงได้พบปะเทมาริที่เป็นตัวแทนจากสึนะงาคุเระตลอดในช่วงสองปีที่ผ่านมา ว่ากันตามตรง ในบรรดาทุกคนทั้งหมด เขาสนิทกับเจ้าหล่อนมากที่สุดจนความสัมพันธ์พัฒนาเลยเถิดเกินคำว่าเพื่อนพ้อง

กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เจอกันตลอดเวลา

เดิมทีอยู่คนละหมู่บ้าน แถมงานนอกเหนือจากส่วนของสมาพันธ์ยังมีให้รับผิดชอบ ต่อให้ไปสมาคมก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เจอกันทุกครั้ง เอาเข้าจริงเรื่องที่คุยกันส่วนมากก็มีแต่เรื่องงาน...คงเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่น่าเบื่อสิ้นดีสำหรับคนอื่น

ชิกามารุเกาท้ายทอยอย่างหน่ายเซ็งขณะคัดแยกภารกิจสำหรับนินจาแต่ละแคว้น

ถ้าเขาไม่อยากแต่งสุดท้ายเทมาริก็ต้องแต่งกับคนอื่นสินะ...

สงครามจบไปแล้ว แต่ละหมู่บ้านอยู่ในช่วงกำลังฟื้นฟูและรวมตัวเป็นพันธมิตรกันมากขึ้น อีกหนทางหนึ่งในการสร้างสายใยอันดีคือการแต่งงานระหว่างบุคคลสำคัญ ในโคโนฮะไม่มีใครคิดอยากจับโฮคาเงะคนปัจจุบันแต่งงาน ทว่าหมู่บ้านอื่นไม่ใช่ ชิกามารุเคยได้ยินคนอื่นๆ ในสึนะงาคุเระพึมพำถึงข่าวลือว่าคนเฒ่าคนแก่ผู้มีบทบาทในการดูแลหมู่บ้านอยากให้กาอาระแต่งงาน...

ขนาดคาเสะคาเงะยังถูกคาดหวัง แล้วคนใกล้ชิดล่ะ?

ชิกามารุวางปากกาแล้วยกเอกสารย้ายไปไว้ในกอง อ่านแล้วจากนั้นอ้าปากหาวกว้างจนน้ำตาซึม เรียบร้อยค่อยลุกจากเก้าอี้เพื่อไปหาอะไรเทใส่ท้องซึ่งเริ่มส่งเสียงประท้วง ตอนเดินออกจากเคหาสน์คาเงะ บังเอิญได้เจอเพื่อนนินจาร่วมรุ่นพอดี

“งาย ชิกามารุ!

เด็กหนุ่มผมสีทอง ข้างแก้มทั้งสองมีรอยขีดสามเส้น นารุโตะโบกไม้โบกมือทักทายอย่างร่าเริงอยู่ข้างๆ ซากุระ ดูเหมือนจะช่วยเพื่อนร่วมกลุ่มหอบหิ้วตำราแพทย์

“ฮั่นแน่ จะออกไปส่งเทมาริใช่มั้ยล่ะ!

เทมาริ?

ชิกามารุซึ่งจะออกไปหาข้าวกินขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่ออันแสนจะคุ้นหู หากวิเคราะห์ตามคำพูดเจ้าเพื่อนบ้าก็เท่ากับว่าเทมาริอยู่ในโคโนฮะ และคำว่าจะกลับก็หมายถึงเธอคงมาอยู่ที่นี่นานแล้วและได้เวลากลับทะเลทราย อย่างไรก็ตาม ชิกามารุส่งจดหมายโต้ตอบกับหญิงสาวอยู่สม่ำเสมอ หากเธอมาโคโนฮะก็น่าจะบอกเขาก่อน ดังนั้นจึงไม่สมเหตุสมผลเลยที่เธอมาปรากฏตัวที่นี่แล้วเขาไม่รู้

“แต่ยืนเฉยอย่างนี้คงไม่ใช่มั้ง” ซากุระเอียงคอขณะค้าน “งั้นนายจะไปไหนล่ะเนี่ย”

ฉันต่างหากที่อยากถามว่าชื่อเทมาริโผล่มาได้ยังไง...

สงสัยก็สงสัยแต่ศักดิ์ศรีอันน้อยนิดที่มีติดตัวบังคับปากให้หุบสนิท ชั่วดียังไงตัวเองก็เป็นคนรักของแม่สาวทะเลทราย หากถามก็เท่ากับไม่รู้ว่าหญิงสาวมาโคโนฮะ ชิกามารุเทียบเวลาในใจ หากเทมาริอยู่ที่นี่และกำลังกลับจริง เวลาให้โอ้เอ้คงไม่เหลืออยู่แล้ว เพื่อยืนยันให้แน่ใจ เขาอยากไปเช็คดูสักหน่อย

“ไปกินข้าว”

เด็กหนุ่มตอบห้วนก่อนสาวเท้าเร็วๆ ตีจาก เมื่อพ้นสายตาเพื่อนร่วมรุ่นก็ดีดตัวพุ่งไปทางประตูหน้าหมู่บ้าน หากยังไม่ทันถึงก็พบเป้าหมายเข้าที่หน้าเคหาสน์คาเงะเข้าเสียก่อน หญิงสาวผมสีบลอนด์ผู้แบกพัดขนาดยักษ์ที่กลางหลัง เธอยืนรวมกับผู้ชายสองคน กำลังสนทนาด้วยสีหน้าซึ่งไม่สู้ดีนัก

อยู่จริงๆ ด้วย

ชิกามารุตกใจ หากพอปลายเท้าสัมผัสพื้น หญิงสาวผู้มีประสาทสัมผัสเฉียบแหลมก็เงยหน้าชิงทักเขาขึ้นมาก่อน ดวงตาเรียวยาวสีเขียวครามฉายความประหลาดใจ

“นาย...ไม่ได้กำลังทำงานอยู่รึไง”

“เธอนั่นแหละ...” ...อุตส่าห์มาถึงโคโนฮะทำไมไม่บอกสักคำ

ความคิดประหวัดไปถึงคำพูดของเพื่อนสาวสมัยเด็ก...บางทีเทมาริซังอาจจะไม่เอาคนอย่างนายก็ได้...ต่อให้จิตสำนึกฝั่งเหตุผลบอกว่าการไม่บอกน่าจะมีสาเหตุ อย่างเช่นมีภาระเร่งด่วน ไม่มีเวลาส่งจดหมายมาบอกก่อนเพราะถ้าจะส่งตัวก็มาถึงที่หมายแล้ว จะส่งไปทำไม...อะไรทำนองนี้

ทว่าการที่มาถึงแล้วไม่บอกนี่สิ

หรือเธอจะเบื่อเขาแล้วจริงๆ...

คนที่พร่ำบนแต่คำว่าน่าเบื่อน่ารำคาญจนเป็นนิสัยเริ่มเกิดความรู้สึกไม่อยากถูกเบื่อขึ้นมาเป็นครั้งแรก อันที่จริงตอนเจอกันครั้งสุดท้ายเทมาริก็ดูปกติและไม่มีทีท่าอะไรเป็นพิเศษ เขาไม่ควรคิดมาก ทว่าหลังใคร่ครวญเรื่องสถานะเจ้าหล่อนเป็นจริงเป็นจัง ความคิดมากมายก็ไม่อาจหลุดจากหัวได้โดยง่าย

เทมาริมองเขาด้วยดวงตาซึ่งแฝงความเสียใจเล็กๆ หลังมองทิศทางของประตูหมู่บ้าน

“เอาเถอะ ได้เห็นนายก็ดีแล้ว เอาไว้จะส่งจดหมายมาทีหลัง” เธอว่าพลางยิ้มออกมาจางๆ “ถึงจะน่าเสียดายแต่คงต้องลากันตรงนี้”

ชิกามารุมีเรื่องมากมายอยากคุยกับเธอแต่สีหน้าท่าทางเทมาริแสดงชัดว่ามีเรื่องเร่งด่วน เด็กหนุ่มชั่งใจความปรารถนาส่วนตัวกับความมีเหตุผล เมื่อหากึ่งกลางของสองทางได้จึงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแสร้งทำเป็นเยือกเย็น

“ไปส่งไหม?”

ปรากฏว่าเทมาริซึ่งกำลังหมุนตัวเตรียมเดินจากไปหันมาหัวเราะให้ เธอพูดติดตลก “ขืนเดินทอดหุ่ยไปกับนายมีหวังเสียเวลาโดยใช่เหตุ”

กล่าวจบจึงบอกลาแล้วยิ้มให้อีกครั้ง...วิธียิ้มแบบเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป

ชิกามารุมองแผ่นหลังคนรักที่จากไปนานแล้วอยู่ครู่ใหญ่ เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าตอนแรกตั้งใจออกมาหาอะไรใส่ท้อง เมื่อนึกได้จึงหันหลังกลับเพื่อทำตามเป้าหมายเดิมแต่ดูเหมือนความหิวจะปลิวหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้




วันเดียวกับที่เทมาริออกจากโคโนฮะเพื่อกลับทะเลทราย เพราะเอาแต่หงุดหงิดงุ่นง่าน ว่าที่ผู้นำตระกูลนาราตัดสินใจเขียนจดหมายหนึ่งฉบับให้คนรัก รู้ดีว่าต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะถึงมือผู้รับและได้จดหมายตอบ แต่ถ้าไม่ทำอะไรตัวเองก็อยู่ไม่สุข อย่างน้อยการได้ลงมือทำอะไรบ้างช่วยให้จิตใจสงบลง

เนื้อความในจดหมายที่ส่งไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ปกติชิกามารุจะเขียนเล่าเรื่องชีวิตประจำวันและบ่นเรื่อยเปื่อย จดหมายคราวนี้ก็เช่นกัน...แค่เพิ่มข้อความคล้ายตัดพ้อต่อว่าที่เทมาริมาโคโนฮะและคิดจะกลับโดยไม่บอกกล่าวเข้าไปนิดหน่อย

เขาใช้เวลาในการคิดก่อนเขียนนานมากเมื่อเทียบเวลาตามปกติ กระนั้น ขนาดคิดแล้วคิดอีกยังต้องโยนกระดาษทิ้งแล้วเขียนใหม่อีกสามครั้งถึงได้พอใจในสิ่งที่ปรากฏบนกระดาษ เด็กหนุ่มรับไม่ได้ที่ตัวเองทำตัวเหมือนสาวน้อยแสนงอน จดหมายที่ส่งไปจึงคัดกรองแล้วว่าไม่มีเนื้อหาทำลายศักดิ์ศรีตัวเองพรรค์นั้น

ผ่านไปเจ็ดวันยังไม่มีจดหมายตอบกลับจากคุโนะอิจิผู้ห่างไกล...ไม่เป็นไร บางทีหนนี้อาจใช้เวลาขนส่งของนานผิดปกติก็ได้

ผ่านไปสิบวันยังไม่มีจดหมายตอบกลับจากคุโนะอิจิผู้ห่างไกล...ไม่เป็นไร บางทีอาจยุ่งจนไม่มีเวลาตอบทันที

ผ่านไปสิบหกวันยังไม่มีจดหมายตอบกลับจากคุโนะอิจิผู้ห่างไกล...ไม่เป็นไร บางทีอาจต้องไปทำภารกิจต่างหมู่บ้าน

ผ่านไปยี่สิบวัน...

ผ่านไปสามสิบวัน...



“ชิกามารุ หน้านายไม่ไหวแล้วนะ”


โจจิพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง

ชิกามารุไม่ใช่คนขยันยิ้มอยู่แล้ว พอทำหน้าบึ้งตาขวางเลยยิ่งดูเข้าถึงยาก เจ้าตัวก็ไม่ใช่ไม่รู้...รู้จนอยากอาเจียนเลยล่ะว่าตัวเองอารมณ์ไม่ดีขนาดไหน การรอคอยโดยไม่มีเป้าหมายเป็นอะไรที่แย่มาก ผนวกกับมีเรื่องรบกวนจิตใจอยู่ก่อนสีหน้าจึงแย่จนกู่ไม่กลับ ตอนนี้คนที่จะเข้ามาทักทายพูดด้วยมีแต่คนที่คบหากันสนิทสนม สำหรับคนรู้จักผิวเผินนั้น ดูเหมือนไม่มีกระทั่งความคิดจะส่งเสียงทัก

คนใกล้ชิดต่างรู้ดี แม้ขี้รำคาญขนาดไหน หากสิ่งที่ทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนได้ขนาดนี้มีอยู่ไม่กี่เรื่อง

หนึ่งคืองาน

สองคือคนใกล้ชิด

ทึกทักเอาเองจากการไม่มีภารกิจน่าปวดหัว ต้นตอที่ทำให้ชิกามารุทำหน้าเหมือนมีคนติดหนี้หลายล้านย่อมต้องมาจากคนใกล้ชิด และคนใกล้ชิดคนนั้นก็น่าจะเป็น...


“โดนทิ้งจริงๆ แล้วหรือไง”


อิโนะจีบปากจีบคอหัวเราะโฮะๆ

ต่อให้เป็นสุภาพบุรุษเต็มเปี่ยมแต่ตอนนี้ชักอยากให้คาถาเงารัดคอกับยัยคนที่เอาแต่หัวเราะถากถางตรงหน้าขึ้นมาตงิดๆ...

ชิกามารุเท้าคางด้วยมือข้างถนัด อีกข้างจัดการฉกเนื้อบนตะแกรงเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ ราวจะระบายอารมณ์ ดูท่าคงสัมผัสออร่า รมณ์บ่จอย ได้อย่างชัดแจ้ง โจจิซึ่งไม่ยอมผ่อนปรนให้ในเรื่องของกินถึงไม่ตำหนิเพื่อนสนิทฐานคีบเนื้อที่ตนย่างเอาไว้

“แล้วเหตุผลล่ะ มีคนใหม่หรือนายน่าเบื่อ?”

“อิโนะ พอน่า” เมื่อเห็นเพื่อนยังเอาเพื่อนอีกคนมาเล่นอย่างสนุกสนานไม่หยุด โจจิปรามอย่างอ่อนใจในฐานะคนกลาง

คนโดนดุหน้าง้ำ “อะไรยะ ทีตานั่นเอาแต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับไม่เห็นว่าอะไรมั่ง! ผู้ชายนี่เอาแต่เข้าข้างกันแล้วหาว่าผู้หญิงงี่เง่าล่ะสิ!

“ไม่ได้ถึงพูดเรื่องนั้นสักหน่อย...” โจจิอ่อนใจเหลือคณา

ทางด้านชิกามารุนั้น ตั้งแต่เข้ามานั่งในร้านก็ยังสงวนปากสงวนคำไม่พูดอะไร นับว่าผิดวิสัยเพราะคนนั่งโจ้ต้องเป็นโจจิ ทว่าวันนี้เขากินเยอะนำหน้ามือวางอันดับหนึ่งไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ จะใครก็คงไม่นึกว่าคนอย่างชิกามารุก็มีปัญหาเรื่องความรักจนทำเอาเขวไปได้เหมือนกัน นี่ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวเสียศูนย์ขนาดหนักโจจิก็อยากแซวอยู่หรอก

หนุ่มร่างท้วมนึกในใจ...วันนี้บรรยากาศไม่ดีเลย

“แหม เอาเถอะ ฉันน่ะเป็นผู้หญิงที่ทั้งสวยและใจกว้าง” อิโนะกลับลำทั้งที่เพิ่งทำกระฟัดกระเฟียด เธอควานมือหาอะไรพักหนึ่ง ไม่นานจึงหยิบบางอย่างออกมาส่งให้เพื่อน “เจอคุณป้าเมื่อเช้า เขาฝากมาให้...เพราะดูเหมือนนายจะรอร้อรอจนนั่งไม่ติดที่น่ะนะ”

สิ่งนั้นคือซองสีขาวทรงเหลี่ยม

ชิกามารุหน้าเปลี่ยนสีทันควัน พอคาดเดาอะไรได้ก็รีบฉกของจากมือเพื่อน เกือบจะแกะซองตรงนั้นด้วยความใจร้อนอยู่แล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงอิโนะหัวเราะหุหุมีเลศนัย ครั้นเห็นเขานิ่งไป รอยยิ้มงามหยดย้อยคลี่ออกบนใบหน้ารูปไข่

“ไม่เปิดอ่านเลยเหรอ จดหมายจากเทมาริซังน่ะ~

“นี่ส่วนของฉัน กลับก่อนล่ะ”

มือล้วงเงินวางลงบนโต๊ะก่อนรีบจรลีหนีออกจากที่นั่งเพราะไม่อาจทนสายตาล้อเลียนต่อได้ ครั้นพ้นสายตาคนชอบแซว ชิกามารุทิ้งมาด ฉีกซองจดหมายดังแควก



ฉันจะไปโคโนฮะพอดี ไว้คุยกันตอนนั้นดีกว่ามั้ง
เทมาริ



แผ่นกระดาษพับเรียบร้อยมีข้อความห้วนสั้นเพียงสองบรรทัด

แค่เนี้ย...?

ชิกามารุที่รอจดหมายฉบับนี้มาร่วมเดือนถึงกับทำหน้าไม่ถูก...หมายความว่าเขาต้องรอเจ้าหล่อนมาปรากฏตัวอีกครั้งงั้นสินะ ยังต้องรอต่อสินะ?

เด็กหนุ่มเคยรู้สึกไม่พอใจระยะทางอันห่างไกลระหว่างสึนะกับโคโนฮะมาหลายครั้ง แต่เพิ่งจะเคยไม่ชอบจนเข้าขั้นเกลียดก็หนนี้ ใช่จะไม่รู้ว่าปกติเทมาริเป็นฝ่ายมาหาเพราะตัวเองแทบไม่มีภารกิจให้ออกนอกหมู่บ้าน คนที่อยู่เฉยๆ ไม่มีสิทธิ์บ่น...แต่บางคราวเขาก็อยากจะหายตัวไปโผล่ที่สึนะเหมือนกัน

น่าเสียดาย ชิกามารุเป็นบุคลากรแนวหลังจำพวกนั่งโต๊ะวางแผน เขาได้รับงานให้อยู่ติดที่มาสักพักแล้ว ลงมือปฏิบัติภารกิจภาคสนามด้วยตัวเองครั้งล่าสุดก็ตอนซาอิหายตัวไป

จดหมายในมือทำเอาความกระตือรือร้นที่อุตส่าห์โผล่พรวดขึ้นมาดิ่งลงฮวบฮาบ ชิกามารุแทบจะเดินลากเท้ากลับบ้านอยู่รอมร่อ

“กลับมาแล้วครับ”

โยชินะผู้เป็นมารดาเยี่ยมหน้าออกมามองพลางเอ็ด “ช้าจริง ปล่อยให้แขกมารอตั้งนาน!

เขาคร้านจะต่อปากต่อคำกับแม่จึงไม่นำพาและเดินไปยังส่วนที่ใช้รับรองแขกขณะคิดในใจว่าใครจะมาหาเอาเย็นย่ำป่านนี้

จากนั้น นารา ชิกามารุแทบสำลักอากาศเมื่อเห็นร่างคนที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสง่างาม

“เฮ้ย...!

เทมาริผินหน้ากลับมามองเมื่อได้ยินเสียงอุทานไม่เหลือมาดของว่าที่เจ้าบ้าน เธอถลึงตาเล็กน้อยเมื่อเห็นชัดๆ ว่าคนที่รอกลับมาแล้ว

“ฉันไม่ใช่ผีนะยะ”

ชิกามารุไม่ได้มองท่าทางดังกล่าว เขาชะโงกตัวไปอีกทาง พอพบว่าแม่หลีกทางอย่างรู้งานค่อยผ่อนลมหายใจโล่งอก...จะอย่างไรก็ไม่อยากเสียมาดให้แม่เห็น เขาบ่นผู้หญิงมาเยอะ ถ้าต้องมีสภาพอย่างพ่อให้แม่เห็นแล้วรู้สึกขายขี้หน้าแปลกๆ

หรือก็คือ...ชิกามารุมีลางสังหรณ์ว่าอาจจะได้หลุดมาดในอนาคตอันใกล้

...เพราะผู้หญิงตรงหน้า

ใครจะไปคิดว่าตัวมาถึงเร็วขนาดนี้...

“ไม่นั่งรึ?”

เทมาริบุ้ยใบ้ไปยังที่นั่งว่างข้างตัว เจ้าหล่อนวางตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองยังไงยังงั้น

แม้จะเคยแวะเวียนมาบ้านตระกูลนาราบ้าง แต่เพราะไม่มีเวลามานั่งสบายๆ การมานั่งแช่อยู่ที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ...ต่อให้มีเวลาพวกเขาก็จะไปนั่งคุยสัพเพเหระกันที่อื่นมากกว่า การที่เธอไม่เกร็งเลยไม่รู้จะบอกว่าเป็นเรื่องดีหรือแย่กันแน่

ชิกามารุนั่งตามคำเชิญแม้จะเป็นฝ่ายเจ้าบ้าน ตามองดังโงะบนโต๊ะ นึกในใจว่าแม่รู้ได้ยังไงว่าเทมาริชอบอะไร ผู้หญิงนี่น่ากลัวชะมัด

“เอาล่ะ ฉันว่านายมีเรื่องอยากคุยกับฉันนะ ไอ้อารมณ์แบบสาวน้อยขี้งอนนั่นมันอะไรกันฮึ พ่อขี้แย”

“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้น”

คนขี้แยหน้าแดงวาบ ผ่านมาตั้งไม่รู้กี่ปี ทำไมยังงัดเอาชื่อพรรค์นั้นออกมาใช้อีก ชิกามารุมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้แย เคยพลาดพลั้งเสียน้ำตาก็ไม่กี่หน แต่แม่นี่กลับจำซะแม่นราวกับเขาเอะอะเป็นร้องไห้ยังไงยังงั้น

...ทำเหมือนเขาเป็นเด็กอยู่ได้

ต่อให้รู้เต็มอกว่าตัวเองอายุเท่ากาอาระที่เป็นน้องชายของเทมาริ แต่สำหรับชิกามารุ เขาเป็นคนรัก ไม่ใช่น้องชาย ย่อมไม่ต้องการถูกมองด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูของพี่สาว

“ปกตินายไม่น่าจะงอนเรื่องที่ฉันคิดจะมาก็มา ไปก็ไปนี่...ถึงปกติฉันจะบอกก่อนเวลามาโคโนฮะก็เถอะ” เทมาริเริ่มพูดก่อนเมื่อชิกามารุเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมเปิดประเด็นเสียที กิริยานั่งกินขนมอย่างใจเย็นพลางพูดพลางแสนขัดตาคนที่ตอนนี้ทำตัวเอื่อยเฉื่อยไม่ออกยิ่งนัก “มีเรื่องอะไรกวนใจหรือไง”

คำว่า ไม่มี เกือบจะหลุดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ โชคดีที่หุบปากกลืนคำนั้นลงคอทันท่วงที

เทมาริอ่านชิกามารุออก และไม่สบอารมณ์อย่างแรงเวลาเขาปิดบังเรื่องที่ทำให้คิดมากหรือทุกข์ใจ

ฝ่ายชายเผลอกำมือแน่นด้วยอึดอัดใจ รสชาติของหมัดที่เคยอัดปลิวเมื่อไม่นานมานี้ยังฝังแน่นอยู่ในแก้ม แต่ที่ฝังลึกยิ่งกว่านั้นคือภาพหางตาเปียกชื้นของเจ้าหล่อน

หากปฏิเสธว่า ไม่มี ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอย่างไม่ต้องสงสัย

ชิกามารุกัดฟันต่อสู้กับศักดิ์ศรีภายในตัว

“นายไม่ได้มีเรื่องจะพูดหรือไง” เรียวคิ้วเหนือดวงตาสีเขียวครามขยับเข้าหากันเล็กน้อย มือเรียวสวยวางไม้เปล่าลงบนจาน จากนั้นยกชาที่เริ่มเย็นชืดขึ้นมาดื่มล้างคอ รอจนกระทั่งกลืนชาก้นแก้วหมด ชิกามารุก็ยังขมวดคิ้วทำหน้าเคร่งไม่เลิก หญิงสาวพ่นลมหายใจยาว “ฉันไม่ได้ว่างหรอกนะ ถ้าไม่มีธุระอะไรงั้นขอตัว”

“อะไรนะ...!” คนเงียบเงยหน้าพรวด เจอเสียงตัวเองโดยไม่ต้องหา

เทมาริไหวไหล่ “ดูไม่รู้เรอะ ฉันกำลังกลับสึนะ โคโนฮะเป็นทางผ่านเลยแวะมาได้ไงยะ”

“...!

“เป็นผู้ชายให้ผู้หญิงมานั่งรอตั้งชั่วโมงครึ่ง สุดท้ายก็ไม่เห็นมีเรื่องอะไร เสียเวลาชะมัด”

“เดี๋ยวๆๆ!” เพราะหญิงสาวผมทองเริ่มเปิดปากบ่น ชิกามารุที่ทำความเข้าใจเหตุการณ์ไม่ทันจึงต้องขัดกระแสและถามเรื่องที่ค้างคาใจก่อน “แล้วจดหมายของฉัน...ไม่สิ ตอนที่ออกจากโคโนฮะเมื่อเดือนก่อน ไม่ใช่ว่าเธอกลับสึนะหรอกเหรอ...”

“หา...?”

“...ที่ออกจาโคโนฮะครั้งที่แล้วเธอไม่ได้กลับสึนะเหรอ งั้นทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย”

...รีบขนาดไม่ให้ฉันเดินไปส่ง

ชิกามารุไม่ได้ยินเสียง หา เล็กๆ ที่ดังขึ้น และย่อมไม่ทันสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ปูดเป็นริ้วบริเวณข้างขมับและข้อมือของหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม กว่าจะรู้ตัวว่าสถานการณ์เลวร้าย เทมาริก็เกิดอาการ องค์ลง เรียบร้อย

“เพราะกาอาระอาการไม่ค่อยดีน่ะสิ!” หญิงสาวแทบจะตบโต๊ะเมื่อชิกามารุลงน้ำหนักเสียงเกินธรรมดา พอดวงตาสีน้ำตาลมองมาอย่างตั้งข้อสงสัยเหมือนตามไม่ทัน คราวนี้คนรักครอบครัวแทบจะแผดเสียงใส่ “กาอาระป่วยเชียวนะ! หมอนั่นป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว ไม่สิ เคยป่วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ แถมอยู่ๆ ไข้ขึ้นเกือบสี่สิบองศา ถึงจะมียาสำหรับรักษาคาเสะคาเงะอยู่แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายทันทีสักหน่อย! หมอที่สึนะก็ไม่เหมือนที่โคโนฮะด้วย ระบบรักษาต่างกันมากเพราะทรัพยากรในพื้นที่ต่างกันเกินไป ไม่ใช่แค่นั้น กาอาระยังเอาแต่จะลุกมาทำงานอยู่นั่น เดิมทีฉันก็ไม่ได้อยากออกมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนคาเงะอยู่แล้ว พอมาโคโนฮะเลยต้องรีบกลับไงล่ะ! เกิดกาอาระเป็นอะไรไปขึ้นมาจะทำยังไง!

“อะ...เอ้อ...”

ระหว่างรุกไล่ นิ้วชี้ของเทมาริพุ่งมาจิ้มหว่างคิ้วจนเกือบจะแทงทะลุ กระนั้นชิกามารุรู้สึกว่าไม่ควรขัดกระแสอารมณ์ของคนรักในตอนนี้

“แล้วมันอะไรกันยะ ขนาดออกจากโคโนฮะแล้วกลับไปอีกรอบกาอาระก็ยังไม่หายดี ฉันก็รู้หรอกนะว่าตั้งแต่ได้เป็นคาเงะกาอาระชอบฝืนตัวเองน่ะ แต่ทีมแพทย์จะห่วยแตกเกินไปแล้ว ทำไมถึงดูแลคาเสะคาเงะไม่ได้! แถมที่น่าโมโหกว่านั้น หน้าที่คุ้มครองกาอาระเป็นของฉัน ฉันที่ไม่ควรห่างจากเขาดันต้องไปตกลงการเจรจาต่างแคว้นในฐานะตัวแทนคาเงะต่อ! ตาบ้าแถวนี้ก็มางอนอะไรไร้สาระ! นี่ถ้าไม่ใช่ได้ข่าวมาว่ากาอาระหายดีแล้วฉันก็อยากชกนายสักหมัดด้วยซ้ำ!

“...ใจเย็นก่อน”

ชิกามารุรีบรินชายื่นให้เมื่อเทมาริพูดไม่หยุดจนหายใจไม่ทัน เธอหอบแฮ่ก พอเห็นเขายื่นชาให้ใหม่ก็ยกดื่มพรวดแบบไม่สนมารยาทเพื่อแก้อาการคอแห้งจากการพูดใส่อารมณ์ต่อเนื่อง

สรุปคือ...

กาอาระป่วย > เทมาริต้องออกมาทำภารกิจที่โคโนฮะ (เลยรีบกลับเพราะเป็นห่วงน้องชาย) > กลับสึนะ > ต้องไปทำภารกิจอื่นต่ออีก > ขากลับผ่านโคโนฮะเลยแวะมาที่นี่

ดูเหมือนตอนนี้จะอยากกลับไปดูน้องชายที่หายแล้วให้เห็นกับตาถึงได้บอกว่าจะกลับถ้าชิกามารุไม่มีเรื่องอะไร

“ดีขึ้นบ้างรึยัง?” เด็กหนุ่มผู้ไม่ชมชอบการเผชิญหน้ากับ สตรีพิโรธ พยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ หากเป็นกรณีปกติคงทำเมินไปแล้ว แต่กรณีนี้มันเมินไม่ได้นี่สิ...

ดวงตาครบคู่เห็นคนรักกระแทกตัวนั่งอย่างฮึดฮัด เธอรักน้องชายมากแค่ไหนทำไมเขาจะไม่รู้ กาอาระในอดีตคือปิศาจร้ายที่พร้อมสังหารคนรอบตัว ทั้งอย่างนั้นเทมาริก็ยังรักคนที่ในอดีตสามารถฆ่าตนเองได้อย่างไม่ลังเลจากใจ ความทุ่มเททั้งมวล นอกจากเพื่อหมู่บ้านยังเพื่อน้องชายผู้ครองตำแหน่งคาเสะคาเงะคนปัจจุบัน

เธอเป็นบ้าได้เพราะน้องชาย

และดูเหมือนอาการน้อยใจนิดๆ หน่อยๆ ของเขาจะกระแทกอารมณ์คุณเธออย่างจัง

ชิกามารุพลันสำนึกได้ในตอนนั้นว่าถ้าอยากอยู่กับเทมาริอย่างสงบ บางทีก็ต้องทิ้งมาดไร้สาระไปบ้าง เจ้าหล่อนดูจะไม่พิสมัยกับการรับมือนิสัยเอาแต่ใจแบบเด็กๆ เขาควรเปิดอกคุยตรงๆ ไม่ใช่ทำงอนแล้วไม่พูดอะไรรอเธอมาง้อ...

ถึงไม่อยากยอมรับแต่ดูเหมือนการกระทำของตนจะเป็นไปในทางนั้น

คิดว่าไม่อยากถูกมองเป็นเด็ก แต่ขืนทำตัวไม่รู้จักโตเห็นทีจะโทษเทมาริไม่ได้ที่ไม่มองตนเป็นผู้ใหญ่ ชิกามารุถอนหายใจพลางลูบท้ายทอยอย่างอึดอัด

“อิโนะ...บอกว่าเธอจะทิ้งฉัน...”

สตรีแสนสง่าที่นั่งกอดอกนับหนึ่งถึงสิบชะงักงันไปชั่วอึดใจ สมองทำงานเร็วรี่ และแล้วคนหัวดีก็พอจะเข้าใจอะไรได้รางๆ

“คิดว่าฉันละเลยไม่ติดต่อเพราะเบื่อนายหรือไง?”

“...”

คนคิดมากไม่ตอบคำ ได้แต่เหลือบมองทางอื่นไปตามประสา ให้ตายก็ไม่ยอมรับเป็นคำพูดว่าเทมาริพูดถูก...แค่นี้ก็อับอายจนไม่อาจบรรยาย ชิกามารุพร่ำบ่นนิสัยของผู้หญิงมาตลอด แน่นอนว่าเรื่องคิดเองเออเองก็อยู่ในสารบบอคติที่ใส่พานถวายให้เหล่าสตรี การมีอาการแบบนี้เองจึงสร้างความอับอายให้อย่างยิ่งยวด จึงไม่อาจสบตาคนรักตรงๆ ได้

เทมาริผุดยิ้มออกมานิดๆ เมื่อเห็นสีหน้าดังกล่าว เธอดูใจเย็นลงมากทีเดียว

“งี่เง่าชะมัด ถ้าฉันคิดจะตัดนายทิ้งคงไม่ปฏิเสธเรื่องดูตัวหรอกย่ะ”

ริ้วสีแดงที่พาดผ่านโหนกแก้มจางลงจนเกือบจะซีดขาว ชิกามารุเบิกตาโต “ดูตะ...”

“ไม่ได้ไป ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น”

“...”

นึกอยากชกตัวเองฐานไม่รู้จักคุมสีหน้าแต่ขืนชกจริงคงตลกพิลึก เด็กหนุ่มสูดลมหายใจตั้งสติ ควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ให้ออกอาการโล่งอกเกินเหตุ เทมาริก็ดีเหลือแสน...ไม่พูดอะไรหักหน้าเขาในเวลาแบบนี้

ชิกามารุกลั้นใจทวนความคิดที่แล่นพล่าน มันวิ่งวนในสมองมาสักพักใหญ่แล้ว อันที่จริงเขาได้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่หลายวันก่อน เพียงแต่ไม่รู้ว่าควรพูดออกไปในเวลานี้หรือไม่

เด็กหนุ่มลังเลอึดใจหนึ่ง หลังตรองไปมาเสร็จหลายตลบ เขาเอ่ยเรียกคนรัก

“เทมาริ”

“อะไร”

“ถ้า...เป็นฉันล่ะ...”

“จะพูดอะไรก็พูดให้มันชัดๆ” เธอว่าหนักแน่น แม้ใจเย็นลงแล้วแต่ก่อนหน้านี้ที่อารมณ์ปะทุ เพลิงอารมณ์ยังไม่มอดโดยสิ้นเชิง เห็นชิกามารุยึกยักไม่เป็นอย่างเคยจึงขัดใจ “จะเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคต การกระทำต้องชัดเจน ให้มันขึงขังหน่อยสิ”

“...เวลาส่วนตัวไม่ใช่เวลางานซะหน่อย” ชิกามารุอุบอิบ แก้ตัวในใจว่าเวลาปฏิบัติหน้าที่ตนไม่เป็นแบบนี้หรอกน่า

เหตุผลนี้เทมาริยกให้ได้ เวลาส่วนตัวขืนเอาแต่เคร่งเครียดมีหวังประสาทกิน เสียงแข็งๆ ฮึกเหิมจึงอ่อนลงหนึ่งระดับ

“งั้นนายจะพูดอะไร”

“เธอรีบอีกรึไง”

สุ้มเสียงคล้ายน้อยใจจนคนฟังนึกอยากดึงแก้ม...ดูเอาเถอะ ตาคนนี้

เทมาริชอบเห็นชิกามารุด้านที่คนอื่นไม่ได้เห็นเป็นที่สุด แน่นอนว่าอาการแบบเด็กๆ นี้ไม่ได้ขัดตาเธอแม้แต่นิดเดียว ขอแค่ไม่มากเกินไปและแสดงออกถูกจังหวะ หญิงสาวจะนึกอยากกอดคนตรงหน้าแน่นๆ ขึ้นมา

“ถ้าคนดูตัวเป็นฉัน...เธอจะไปดูตัวหรือเปล่า”

“...”

“...”

“นี่กำลังขอแต่งงาน?”

“...อืม”

“ไม่มีวิธีพูดที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง”

“เข้าใจตรงกันก็พอแล้วนี่ ผู้หญิงนี่น่ารำคาญชะมัด” ชิกามารุเลี่ยงไปบ่นแก้กระดาก รู้ตัวว่ากำลังเหยียบเส้นแบ่งศักดิ์ศรีกับความปรารถนาจากส่วนลึกเต็มเท้า หากโดนรุกเร้ามากไปกว่านี้ บางทีอาจเลือกหนีความจริงและทำเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ทำเรื่องน่าอายใดทั้งสิ้น เขาคงหน้าบางกว่าที่ตัวเองคิด มาแค่นี้ก็ทนเดินหน้าต่อไม่ได้แล้ว

เทมาริสัมผัสได้ว่าชิกามารุยืนอยู่ริมหน้าผาแล้ว ขืนรุกไล่ต่อคงตายกันไปข้าง หญิงสาวถอนหายใจออกมา หากมุมปากกลับหยักขึ้นน้อยๆ

“อยากให้ฉันตอบว่ายังไงล่ะ”

“...เรื่องของตัวเองก็คิดเองซะสิ”

“ปากอย่างนี้ทำเอาอยากเปลี่ยนคำตอบเป็นไม่อยากไปเลย”

“...!

คนหัวไวอย่างชิกามารุถอดความออกอย่างรวดเร็ว...เขาถามว่าถ้าคนดูตัวเป็นเขา จะไปดูตัวหรือเปล่า ในเมื่อบอกไปแล้วว่าเป็นการขอแต่งงาน ถ้าตอบว่า ไป ก็หมายความว่า ตกลง ดังนั้น ที่เทมาริบอกว่าอยากเปลี่ยนคำตอบเป็นไม่ไปก็หมายความว่าคำตอบจริงๆ คือ ไป นั่นเอง

“...หลังจากนี้ เรื่องปากเปราะน่ะ ถ้าเพลาๆ ลงได้ก็ดี แล้วก็นอกจากเรื่องงานแล้ว หวังว่าจะตรงไปตรงมาในการใช้ชีวิตประจำวันได้มากขึ้นหน่อยนะ”

...ถ้าไม่พูดต่อจะดีมากเลย

อาจเพราะต่างฝ่ายต่างเก้อเขินจากการเพิ่งตกลงกันในเรื่องสำคัญของชีวิตถึงได้พากันเงียบเมื่อสมองทำงานหนักจนคิดเรื่องมาสนทนาต่อไม่ออก

วันนั้นขณะเดินออกไปส่งเทมาริถึงประตูหมู่บ้าน นอกจากคำลาสั้นๆ ทั้งสองจำไม่ได้เลยว่าคุยอะไรกันอีก




ต่อให้เป็นการขอแต่งงานแบบพิลึกพิลั่นแต่ก็เป็นการขอแต่งงานอยู่ดี ชิกามารุไม่เสียใจทีหลังเลย แม้จะมีเพลียบ้างกับความดุดันเข้มงวดของอีกฝ่าย หากเขาก็เข้าใจดีว่าไม่มีทางที่ใครคนหนึ่งจะพอใจทุกสิ่งทุกอย่างของอีกคนได้

เอาเป็นว่าครอบครัวของเขาก็สุขสันต์ดี

“ทำไมพ่อมาซื้อดอกไม้ล่ะ”

ลูกชายในวัยกำลังปีกกล้าขาแข็งเอ่ยถามตอนพบกันระหว่างทาง

อิโนะซึ่งเป็นคนจัดช่อดอกไม้ให้ปิดปากหัวเราะล้อเลียนแต่ไม่ได้พูดแซว

ชิกามารุพยายามบังคับหน้าตัวเองไม่ให้แดงจนเห็นได้ชัด ทว่าจะทำได้ไหมนั้นไม่สามารถตอบได้ เขาตอบเลี่ยงๆ ไป “พอแต่งงานแล้วก็ต้องหัดจำวันสำคัญเอาไว้บ้าง”

“ยุ่งยากตายชัก”

“โตแล้วก็รู้เองน่ะแหละ” คนโตแล้วและมีลูกเป็นตัวเป็นตนบ่นงึมงำ

นารา ชิกาไดไหวไหล่ด้วยไม่เห็นเป็นเรื่องสลักสำคัญ ก่อนออกไปเล่นกับเพื่อนต่อ เขาไม่ลืมถ่ายทอดคำพูดจากมารดาให้ชายตรงหน้าฟัง

“แม่บอกว่าวันนี้เตรียมมือเย็นไว้มือใหญ่ด้วยล่ะ” เด็กชายไม่รู้ว่าทำไมพ่อถึงดูเก้อเขิน กระนั้นก็เอ่ยต่อไป “ถ้ามีงานอะไรแล้วพักไว้ก่อนได้ก็พักไว้ก่อนนะฮะ แม่บอกแบบนี้ถ้าพ่อไม่มากินข้าวเย็นที่บ้านมีหวังพิโรธแหง”

“รู้แล้วน่า”

ลูกชายตัวดีขอตัวแยกไปอีกทาง ส่วนชิกามารุจ่ายค่าดอกไม้ให้เจ้าของร้านคนกันเองก่อนเดินกลับบ้านด้วยสีหน้ายากจะพบเห็นจนคนรู้จักได้แต่นึกฉงนในใจว่าไปอารมณ์ดีมาจากไหน 


การแต่งงานนี่ก็ดีเหมือนกันนะ









Talk

เรามููฟออนจากคู่นี้ไม่ด้ายยยยย แงงงง รักที่สุดเลยค่าาาาาาาาาาา


1 comment:

  1. พึ่งได้มีโอกาสอ่านค่ะ ชอบคู่นี้มากๆ ขอบคุณนะคะไรท์

    ReplyDelete