Sunday, 14 February 2021

[Fanfic Daiya no A ; Misawa] Happy Valentine's Day

Fanfic Daiya no Ace

Happy Valentine's Day

 

 

 

Pairing   : Miyuki Kazuya x Sawamura Eijun

Rating    : SFW

ระหว่างแต่งเรานั่งฟัง Begin with Kiss by ZE:A ล่ะ เปิดคลอได้นะคะ (จิ้มชื่อเพลงได้เลย)

 

 

 

กัปตันชมรมเบสบอลโรงเรียนมัธยมปลายเซย์โด มิยูกิ คาซึยะเป็นคนเนื้อหอม แม้ในหมู่เพื่อนฝูงจะเป็นที่หมั่นไส้แต่ในสายตาคนนอกกลับมีภาพลักษณ์หนุ่มหล่อนักกีฬาที่แข็งแกร่งมาก วาเลนไทน์แต่ละปีเจ้าตัวได้รับช็อกโกแลตเป็นเครื่องบรรณาการอย่างน้อยๆ ก็สิบชิ้น มีทั้งนำมาให้ต่อหน้าหรือแอบเอามาวางให้เงียบๆ

                ปีนี้มิยูกิได้เป็นกัปตันเต็มตัว แถมเพิ่งพาทีมไปโคชิเอ็งมา เงื่อนไขเหล่านี้น่าจะทำให้ความนิยมพุ่งกระฉูดยิ่งกว่าปีก่อนๆ นอกจากนี้คือนักเรียนปี 3 กำลังจะเรียนจบ หากมีใครที่หน้ามืดมาหลงรักจากใจจริงก็ประวิงเวลารอไม่ได้แล้ว นี่เป็นโอกาสเหมาะสมที่สุดในการสารภาพความในใจ บรรดาปี 3 ด้วยกันจึงคาดเดาว่าดีไม่ดีจะได้ช็อกโกแลตเกิน 30 ชิ้นเอาได้ อย่าทำเป็นเล่นเชียว

                “ถ้าได้เยอะขนาดนั้นก็แย่สิ”

                มิยูกิไม่ชอบช็อกโกแลต

                สำหรับเขาเทศกาลที่มีแต่คนเอาช็อกโกแลตมาให้เป็นเสมือนฝันร้าย จะทิ้งหรือยกให้คนอื่นก็ทำไม่ได้เพราะมีความตั้งใจของผู้ให้อยู่เต็มเปี่ยม ไอ้ครั้นจะกินให้หมดก็สิ้นเปลืองพลังกายพลังใจ

                 “เพราะงั้นปีนี้เลยจะไม่รับสักชิ้นว่างั้นเหอะ?” อะโซเลิกคิ้ว

                กัปตันยิ้มยิงฟัน “มีซาวามุระเป็นตัวเป็นตนแล้ว เกิดหมอนั่นหึงขึ้นมาจะทำยังไง~

                “แกแค่คิดจะใช้ไอ้กร๊วกนั่นเป็นไม้กันหมาไม่ใช่เรอะ?” คุราโมจิรู้ทัน

                คู่แบตเตอรีทองคำของเซย์โดเพิ่งคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีก่อน ตรงกับช่วงวันเกิดของมิยูกิพอดี แม้การปฏิบัติต่อกันของทั้งสองคนไม่ได้ต่างจากเดิมมากมายจนคนรอบข้างทำตัวไม่ถูก ทว่าบางทีระหว่างซ้อมจะได้กลิ่นชวนคลื่นเหียนของความรักลอยตลบอบอวลในอากาศอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลายคนลงความเห็นว่าน่าจะเป็นเพราะมิยูกิกำลังได้ใจเกินไปถึงได้ทำให้อากาศเป็นพิษ

                ตอนนี้เองก็ชักเหม็นๆ

                “ฉันไม่อยากทำให้ซาวามุระไม่สบายใจ อีกอย่างคนมีแฟนแล้วไม่ควรรับน้ำใจจากใครซี้ซั้ว การปฏิเสธช็อกโกแลตจากคนอื่นเป็นเรื่องถูกต้องเหมาะสมตามทำนองคลองธรรมอย่างที่สุดไม่ใช่รึ?”

                “ไม่ต้องพล่ามมาก แค่บอกว่า ‘ยะฮู้ ปีนี้ใช้ซาวามุระเป็นข้ออ้างปฏิเสธช็อกโกแลตได้ละเฟ้ย!’ ก็จบ”

                “คุราโมจิ นายทำให้ฉันดูแย่” มิยูกิส่ายหน้าไปมา ตีหน้าโศกเศร้าเยี่ยงผู้ถูกป้ายสีความเท็จ

                ความดันโลหิตคนฟังพุ่งกระฉูดแต่พยายามกัดฟันถามทั้งที่กำหมัดแน่น “กำลังจะบอกว่าตัวแกไม่ได้เป็นคนแย่ๆ งั้นสิ?”

                “เรียกว่าเป็นคนหน้าตาดีดีกว่า”

                เส้นความอดทนสุดท้ายของแบตเตอร์ไม้ 1 ขาดสะบั้นมันเดี๋ยวนั้น

“...ฉันจะตื้บมัน อย่ามาจับบอกว่าอย่ามาจับไง!

                คืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ กัปตันชมรมรอดชีวิตจากเหตุปองร้ายของรองกัปตันหวุดหวิด ถึงแม้เสียงส่วนใหญ่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมเชียร์ให้คุราโมจิ โยอิจิสั่งสอนคนอวดดีให้สำนักสักที ทว่าเซย์โดยังพอเหลือคนมีคุณธรรมและสามัญสำนึกเยี่ยงวิญญูชนอยู่บ้าง กัปตันคนใส่แว่นผู้ไม่เจียมเนื้อเจียมตัวจึงปกป้องร่างกายและใบหน้าที่เจ้าตัวสุดแสนจะภาคภูมิใจไปได้

 

 

                แต่แม้ทำร้ายร่างกายไม่ได้ ยังมีวิธีเล่นงานคนอื่นอยู่อีกถมไป คุราโมจิ โยอิจิเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน...ชิชะ ไอ้เจ้ามิยูกิจะเหิมเกริมไปหน่อยแล้ว

                “เฮ้ย ซาวามุระ”

                รูมเมทรุ่นน้องกลิ้งเกลือกอยู่กลางห้อง 5 มือประคองการ์ตูนสาวน้อยที่ยืมมาจากเพื่อนร่วมห้องอย่างทะนุถนอม พอได้ยินเสียงเรียกก็ม้วนตัวทีหนึ่ง ใช้คางเกยหมอนหนุนแล้วเหลือบตามอง “หือ?”

                “มะรืนนี้ก็วาเลนไทน์แล้ว แกจะให้อะไรมิยูกิมันบ้างไหม”

                แม้ไม่รู้ว่ากรณีคนให้เป็นแฟนหนุ่มรุ่นน้อง มิยูกิยังคิดปฏิเสธไม่รับช็อกโกแลตเหมือนคนอื่นหรือไม่ ทว่าถ้าซาวามุระ เอย์จุนไม่ให้ช็อกโกแลตเฉพาะเจ้าตัวอยู่คนเดียว...น่าสนุกอยู่นะ

                วาเลนไทน์ปีที่แล้วยังเป็นช่วงที่เอย์จุนตามตื๊อมิยูกิอยู่ และเป็นหนึ่งในเจ้าของช็อกโกแลตที่แอบเอาไปให้เจ้าแว่นเนื้อหอมคนนั้น ปกติมิยูกิมักรับน้ำใจทุกคน แต่ปีที่แล้วเจ้าตัวปฏิเสธไม่รับช็อกโกแลตจากเอย์จุน คาดว่าคงต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายหรือตะขิดตะขวงใจนั่นแหละ มีผู้ชายเอาช็อกโกแลตใจจริงมาให้ยังพอรับ แต่ผู้ชายคนนั้นเป็นรุ่นน้องในชมรมมันกระดากใจ เอย์จุนถึงต้องแอบเอาไปให้แทน

                คุราโมจิคาดหวังว่ารุ่นน้องจะงอน หรือไม่ก็เข็ดหลาบ ทว่าความเป็นจริงช่างโหดร้าย

“ต้องให้สิ เป็นแฟนนะ”

                คุราโมจิลอบร้องเชอะในใจ ทั้งอย่างนั้นก็ไม่ได้ยอมแพ้ พยายามเป่าหูเอย์จุนเพื่อขัดขวางความสุขเจ้าคนน่าหมั่นไส้คนหนึ่งเต็มที่ “แกไม่โกรธมั่งเรอะ ไอ้หมอนั่นมันปฏิเสธแกอยู่คนเดียวเมื่อปีก่อนนะเว้ย ฉันว่า...”

                “แต่ผมเป็นคนเดียวที่เป็นแฟนมิยูกินะ ตอนนี้ผมเป็นแฟน ไม่เหมือนปีก่อนสักหน่อย บางทีปีก่อนมิยูกิอาจจะเขินก็ได้อ๊ะ หรือนี่ตั้งใจจะแกล้งอะไรผมไม่ก็มิยูกิอยู่น่ะ?!

                “...”

                ฉันล่ะเกลียดเด็กดีเซนส์ดีอย่างแกจริงๆ

                จากที่นั่งกระตือรือร้นเตรียมสุมไฟ คุราโมจิ โยอิจิเผยสีหน้าเบื่อหน่ายจากบนเก้าอี้ ยกธงขาวในการสร้างรอยร้าวให้ไอ้คู่รักเหม็นหึ่งคู่นี้ “ไอ้หมอนั่นไม่ใช่แค่ปฏิเสธแกไม่รู้กี่รอบ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ยอมช่วยแกซ้อมรับลูก ขนาดตอนนี้ยังช่วยฟุรุยะมันซ้อมอยู่เลย แกจะรักใคร่เอาใจอะไรมันนักหนา”

                “อะไรนะ ช่วยรับลูกให้ฟุรุยะอยู่งั้นเหรอ?”

                จู่ๆ น้ำเสียงของรุ่นน้องก็กลับตาลปัตร นอกจากแฝงความเคืองแค้นเต็มเปี่ยมยังน่าจะดังไปถึงห้องข้างๆ คุราโมจิยังไม่ทันเปลี่ยนสภาพอารมณ์ก็ได้ยินเอซของชมรมพ่นไฟต่อเนื่อง

                “อ๊ากกก แล้วบอกว่าไม่ว่างเลยไม่อยู่ช่วยซ้อม หน็อย ไอ้เจ้าทานุกินั่นดีล่ะ คุราโมจิเซมไป ผมจะไม่ให้ช็อกโกแลตมิยูกิ!

                ง่ายๆ งี้เลย?

                ...เอาเรื่องเบสบอลมาจูงจมูกได้ผลที่สุดหรือนี่

                จดไว้ๆ

 

               

                ด้วยเหตุนี้

                ด้วยแผนการร้ายของใครบางคนนี้

                ในวันวาเลนไทน์อันแสนคึกคัก มิยูกิ คาซึยะจึงไม่ได้รับช็อกโกแลตจากซาวามุระ เอย์จุน...แม้แต่ช็อกโกแลตราคาถูกรสหวานเจี๊ยบก็ไม่เห็นแม้แต่เปลือก

                กัปตันชมรมปฏิเสธช็อกโกแลตคนอื่นมาทั้งวัน ในใจเฝ้ารอคอยเพียงช็อกโกแลตจากแฟนหนุ่มรุ่นน้อง เขารู้สึกเสียใจทีหลังอยู่บ้างที่ปีก่อนปฏิเสธช็อกโกแลตจากอีกฝ่าย ดังนั้นจึงตั้งใจจะแก้ตัวในปีนี้ ไม่ว่าช็อกโกแลตที่อีกฝ่ายให้จะเป็นแบบไหน รสชาติดีหรือห่วยแตก เขาก็จะกินอย่างตั้งอกตั้งใจ

                แต่เจอหน้าตอนเช้าก็แล้ว กลางวันก็แล้ว เย็นก็แล้ว...

                เฮ้ ช็อกโกแลตฉันล่ะ?

                ในใจมิยูกิถามคำถามนี้ไปแล้วเกินร้อยรอบ มองดูเอย์จุนพูดคุยหัวเราะสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อนก็ได้แต่นั่งกัดเล็บตัดพ้อจากมุมมืด

                เวลาล่วงเลยไปจนหมดช่วงซ้อมรอบค่ำ อีกไม่กี่ชั่วโมง วันที่ 14 กุมภาพันธ์จะผ่านพ้น แต่จากการจับผิดสุดชีวิต มิยูกิมองไม่เห็นเค้าลางว่าเอย์จุนมีเซอร์ไพรส์อะไรซุกซ่อน ท่าทางเหมือนไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้จริงๆ

                สีหน้าของแคชเชอร์คนเก่งเก็บอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป เห็นเขาทำทะเล้นไม่ออกอย่างทุกที เพื่อนฝูงแสนดีต่างพากันมาให้กำลังใจ

                “หวาย วันแห่งความรักที่ไม่ได้ช็อกโกแลตจากหวานใจตัวจริงว่ะเฮ้ย”

                “ทำคนอื่นไว้มากก็งี้”

                “ซาวามุระเข็ดจากปีก่อนล่ะมั้ง”

                “หรือจะใกล้เลิก?”

                 จากแค่หูกระดิก มาเสียงสุดท้ายนี่แหละที่ทนฟังไม่ได้อีก

                มิยูกิ คาซึยะเก็บรอยยิ้ม ใบหน้ามืดทะมึน น้ำเสียงเย็นยะเยือก “ไอ้พวกตรงนั้นน่ะ หุบปากซะทีได้ไหม?”

                “...”

                บรรดานกกระจอกรังแตกเพราะไอสังหารจากท่านกัปตัน ส่วนตัวต้นเรื่องลุกจากเก้าอี้ วางโน้ตที่บันทึกเอาไว้ระหว่างดูเทปการแข่งขันบนโต๊ะให้พรรคพวกคนที่เหลือนำไปจัดการต่อ ในเวลานี้เหล่าคนข้างเคียงรู้งานกันหมด ไม่อยากรู้อยากเห็นทั้งสิ้นว่ามิยูกิคิดไปไหน นอกจากลูบจมูกแล้วเอ่ยว่า ‘เหนื่อยหน่อยนะ’ ก็ทำเพียงแค่เก็บโน้ตที่กัปตันวางทิ้งไว้เท่านั้น

                แต่มิยูกิเดินออกไปได้ไม่นานก็เลี้ยวกลับมา

                “เห็นซาวามุระหรือเปล่า?”

                ชิราสุรับหน้าที่หน่วยกล้าตาย “เหมือนจะกลับห้อง 5 ไปพร้อมพวกคาเนมารุนะ”

                กัปตันเอ่ยขอบคุณ จากนั้นผละออกไปเป็นรอบที่สอง

                ความสงบกลับคืนโรงอาหาร พายุย้ายถิ่นฐานไปยังห้อง 5

                อาซาดะ ฮิโรฟุมิเหงื่อแตกซิกเมื่อเห็นรอยยิ้มเคลือบยาพิษของกัปตันปี 3 เดิมทีเขาไม่ถนัดโอภาปราศรัยกับคนไม่คุ้นเคย พอคู่กรณีเป็นรุ่นพี่ อาการตื่นเกร็งยิ่งทบทวี แม้ปกติมิยูกิ คาซึยะจะมีบุคลิกติดทะเล้นและยิ้มแย้มอยู่เสมอ มาคราวนี้แม้สีหน้าสีตาเจ้าตัวรับแขก ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไม่น่าเข้าใกล้เท่าไรนัก นั่นยิ่งทำให้อาซาดะวางตัวไม่ถูก

                รุ่นพี่รูมเมท 2 คนก็พร้อมใจกันไม่อยู่ อาซาดะบังเกิดความรู้สึกว่าการโดนโยนเข้าถ้ำเสือคงเป็นอย่างนี้กระมัง

                “ซาวามุระเซมไปไปแปรงฟัน ยังไม่กลับมาเลยครับ” หนุ่มน้อยหลบตาอ้อมแอ้มตอบ

                เคราะห์ร้ายไม่ได้อยู่กับอาซาดะนานนัก ซาวามุระ เอย์จุนเดินถือแก้วน้ำกลับมาในจังหวะนั้นพอดี หากเมื่อกี้รู้สึกว่าตนเองโดนโยนเข้าถ้ำเสือ ตอนนี้คงเหมือนมีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์มาช่วยจับโยนออกจากถ้ำ...เป็นความรู้สึกซับซ้อนประมาณนั้น เอาเป็นว่าโล่งใจและดีใจมาก อาซาดะอยากจะจับเอซชมรมใส่พานแล้วถวายให้กัปตันชมรมเหลือเกิน ฟังดูเป็นความคิดที่เลวร้ายเหมือนกัน เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยออกจากถ้ำเสือแท้ๆ กลับอยากโยนผู้มีพระคุณให้เสือกิน...แต่คนเป็นแฟนกันยังไงก็ไม่มีอะไรหรอก ตอนนี้อาซาดะห่วงตัวเองมากกว่าน่ะ

                เอย์จุนมองมิยูกิเล็กน้อย จากนั้นผลุบเข้าห้องเพื่อนำอุปกรณ์แปรงฟันไปเก็บ

                “เดี๋ยวฉันกลับมานะ”

                เมื่อกลับออกมา เอซเลือดร้อนผู้ยังกระปรี้กระเปร่าแม้ในยามดึกดื่นตบไหล่รุ่นน้องอย่างวางมาด จากนั้นเดินตามแฟนหนุ่มไปอีกทาง

                อาซาดะมองส่งแผ่นหลังทั้งสอง คิดในใจว่า...อย่าทะเลาะกันกลับมานะครับ ไม่อย่างนั้นคุราโมจิเซมไปอาจจะรำคาญซาวามุระเซมไปจนองค์ลงกลางดึกก็ได้

               

 

                ความวิตกกังวลของอาซาดะ ฮิโรฟุมิเกินความเป็นจริงไปพอสมควร มิยูกิกับเอย์จุนไม่ได้ทะเลาะกัน หรือต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงก็จะจับเข่าคืนดีได้ในเวลาอันรวดเร็วเสมอมา

                กับแค่ผิดหวังเพราะไม่ได้ของขวัญวันวาเลนไทน์ไม่ทำให้มิยูกิ คาซึยะผู้มีความคิดอ่านอย่างผู้ใหญ่น้อยใจอาละวาดเป็นเด็กน้อยหรอก

                เขาเพียงแต่ผิดหวังเพราะหวังไว้มากเกินไปเท่านั้น

                อีกอย่าง...

                “ซาวามุระ”

                มิยูกิหยุดเท้าตอนมาถึงข้างหอพักเซย์ชิน เมื่อร้างคนรายล้อม เสียงของกัปตันฟังก้องกังวานในอากาศกว่าทุกที

เอย์จุนเผลอใจเต้นแรง เขารีบยืนตัวตรง ตั้งใจฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

                ร่างที่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แทนที่จะบอกว่าขุ่นข้อง กลับดูคล้ายยุ่งยากใจ มิยูกิแสดงอารมณ์ซับซ้อนออกมาพักหนึ่ง กระทั่งตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้ว มือขวาจึงควานเข้าไปในแจ๊คเกตตัวนอก สิ่งที่ติดมือออกมาคือกล่องบางๆ ขนาดประมาณฝ่ามือห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงิน

                ไม่มีการประดับประดาอื่นใด เป็นเพียงกล่องเรียบๆ

                แต่เอย์จุนรู้โดยสัญชาตญาณว่าเป็นช็อกโกแลต...เผลอๆ จะทำเองห่อเองเสียด้วย

                “จริงๆ ตั้งใจว่าจะรอแลกกับนาย แต่ดูเหมือนนายจะไม่ได้เตรียมอะไรมาให้ฉันสินะ”

                ต่อให้ปกติซื่อบื้อขนาดไหนก็มีช่วงเวลาที่ฉลาดเฉลียวหัวไวอยู่เหมือนกัน นัยยะในคำพูดเมื่อครู่ของมิยูกิไม่ได้เหน็บแนมส่อเสียด ดูเหมือนจะแค่เขินที่ต้องเป็นฝ่ายให้ช็อกโกแลตก่อน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความเขินยังมีความผิดหวังเจืออยู่เบาบาง

                ท่าทางมิยูกิจะมั่นใจมากว่าต้องได้อะไรแน่ๆ

                “ถือเสียว่าชดเชยกับเรื่องปีก่อนแล้วกัน” จะยังไงก็เป็นแฟนหนุ่ม นอกจากนี้ยังเป็นแคชเชอร์ที่คอยดูแลพิชเชอร์มาปีกว่า มิยูกิสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอารมณ์ของเอย์จุน ด้วยเกรงอีกฝ่ายจะเริ่มตำหนิตนเองและเงื่องหงอย คนแก่กว่าเลยพยายามเปลี่ยนบรรยากาศ “เจ๊ากันแล้วนะทีนี้ ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่”

                “...มิยูกิเซมไป” เอย์จุนเบะปาก หน้าแดงก่ำ ทำนบน้ำตาเจียนจะพัง

                เจ้าของชื่อรีบเสเปลี่ยนเรื่อง “ยังไงก็รับไปก่อนได้ไหม ถือนานๆ เมื่อยแขนเหมือนกันนะ”

                เนื่องจากกำลังอ่อนไหว เอย์จุนจึงไม่ใช้นิ้วชี้สองข้างชี้ใส่แล้วร้องว่า ‘กิ๊วๆ เขินใช่ปะล่า’ แต่เลือกที่จะรับช็อกโกแลตมาอย่างเชื่อฟัง ในตอนแรกเขาคิดจะใส่กระเป๋ากางเกง ทว่าขนาดของมันใหญ่เกินไปจึงต้องถือเอาไว้แทน

                มิยูกิมองกริยางุ่มง่ามนั่นแล้วอมยิ้มในใจ...เห็นเจ้านี่ดีใจก็ดีแล้ว ความกล้าที่เรียกมาไม่เสียเปล่าแล้วล่ะ

                จิตวิญญาณหนุ่มน้อยแรกรุ่นผู้ขวยเขินในการแสดงความรักโดนปัดทิ้งออกไปเมื่อเห็นเอย์จุนเริ่มเขินอายยิ่งกว่าตัวเอง ใบหน้า (แสร้งทำเป็น) สงบนิ่งผุดรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แถมพอก้าวเข้าไปใกล้ๆ หมายจะยลหน้ายลตาคนน่ารักให้ชัดๆ สักหน่อยมือไม้ก็เริ่มเลื้อย

                เอย์จุนไม่ทันรู้สึกตัวว่าโดนโอบไหล่แล้ว

                “ปีหน้ามาทำช็อกโกแลตด้วยกันเถอะ เป็นเค้กก็ดีนะ”

                “อื้อ!

                “...”

                ...มิยูกิที่ครึ้มใจอยากแหย่คนเล่นเจอรอยยิ้มขวยเขินเคาน์เตอร์แอทแทกทีเดียวจอด ขณะกำลังวิ่งพล่านหาสมองที่ระเบิดตัวดังตู้มให้กลับมาทำงาน รุ่นน้องก็โจมตีซ้ำระลอกสอง ก้มหน้ามองช็อกโกแลต เอ่ยยิ้มๆ

                “ผมชอบมิยูกิเซมไปมากจริงๆ นั่นแหละ”

                “...”

                ยอมแพ้แล้วครับ...

                เพราะข้างตัวเงียบไป เอย์จุนหันมองว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า พบว่ามิยูกิ คาซึยะแหงนหน้าคอตั้งบ่า ใช้มือข้างที่ไม่ได้โอบเอย์จุนกุมจมูก นอกจากนี้คือ...ไอ้ที่ไหลเป็นแนวนี่มัน น้ำตา?

                “นี่ มิยูกิเซมไป เป็นอะไรไปน่ะ”

            จะตายแล้ว อย่ามาดึงเสื้อแล้วช้อนตามองได้มั้ย?

                หน้าตาตอนนี้คงดูไม่ได้ มิยูกิตัดสินใจกอดคนข้างตัวเต็มแขน ซุกหน้าลงกับไหล่อีกฝ่ายขณะสงบอารมณ์อันพลุ่งพล่านของวัยว้าวุ่นพร้อมลอบเช็ดเลือดกำเดา นาทีนี้เขาไม่สนใจแล้วว่าเพราะอะไรเอย์จุนถึงไม่ยอมให้ของขวัญวันวาเลนไทน์ มันไม่สำคัญสักนิด

แค่ได้รู้ว่าเอย์จุนชอบตนขนาดนี้ เรื่องอื่นน่ะจะยังไงก็ได้

                “ผมชอบมิยูกิเซมไปที่สุดเลย!” ฝ่ามือหยาบกร้านจากการจับบอลตบหลังแปะๆ เอย์จุนถูไถใบหน้ากับผมสีน้ำตาลพลางหัวเราะเขินๆ

                “...”

                “ชอบม้ากมากกกก”

                “...”

                “ชอบกว่าทุกคนชอบที่สุด!

                “พอแล้ว”

                “เอ๊ะ?”

                วงแขนที่โอบรัดตัวคลายออก

                มืออุ่นๆ ประคองหลังศีรษะ

นิ้วแทรกเข้าไปในกลุ่มผมอย่างนุ่มนวล

                แล้วเสียงช่างจ้อก็โดนกลืนหายไปกะทันหัน

 

 

                เช้าวันถัดมาคู่รักเพี้ยนประจำชมรมกลับมาแผ่บรรยากาศเหม็นความรักเหมือนเดิมโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ นอกจากนี้ยังพร้อมใจกันป่วยอย่างน่าสงสัยด้วย

พวกปีสามขวัญกล้าแซะถามถึงแมสก์บนใบหน้ากัปตัน ทว่าพอถามไปได้ครึ่งทางก็เห็นดวงตาหลังแว่นหรี่โค้งกรุ้มกริ่มเหมือนอยากอวดอะไรบางอย่างแทบทนไม่ไหว ต่อมความอยากรู้อยากเห็นพลันโดนอารามหมั่นไส้ข่มจนฝ่อทันควัน

เรื่องที่ว่ามิยูกิ คาซึยะหายงอนแฟนหนุ่มรุ่นน้องได้อย่างไรจึงถูกฝังกลบลงไปทั้งอย่างนั้น

 

 

 

                Talk

                หมวกแว่น นายเป็นคนเดียวเลยนะที่ลงให้วันวาเลนไทน์พอดีอะ เรื่องนี้ไม่ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนในสนามรักด้วยนะเฟ้ย เอามาเลยสองร้อย *แบมือ*

 

No comments:

Post a Comment