Fanfic
Daiya no Ace
Happy
Valentine's Day
Pairing : Miyuki Kazuya x Sawamura Eijun
Rating : SFW
ระหว่างแต่งเรานั่งฟัง Begin with Kiss by ZE:A ล่ะ
เปิดคลอได้นะคะ (จิ้มชื่อเพลงได้เลย)
กัปตันชมรมเบสบอลโรงเรียนมัธยมปลายเซย์โด
มิยูกิ คาซึยะเป็นคนเนื้อหอม
แม้ในหมู่เพื่อนฝูงจะเป็นที่หมั่นไส้แต่ในสายตาคนนอกกลับมีภาพลักษณ์หนุ่มหล่อนักกีฬาที่แข็งแกร่งมาก
วาเลนไทน์แต่ละปีเจ้าตัวได้รับช็อกโกแลตเป็นเครื่องบรรณาการอย่างน้อยๆ ก็สิบชิ้น
มีทั้งนำมาให้ต่อหน้าหรือแอบเอามาวางให้เงียบๆ
ปีนี้มิยูกิได้เป็นกัปตันเต็มตัว แถมเพิ่งพาทีมไปโคชิเอ็งมา
เงื่อนไขเหล่านี้น่าจะทำให้ความนิยมพุ่งกระฉูดยิ่งกว่าปีก่อนๆ
นอกจากนี้คือนักเรียนปี 3 กำลังจะเรียนจบ
หากมีใครที่หน้ามืดมาหลงรักจากใจจริงก็ประวิงเวลารอไม่ได้แล้ว
นี่เป็นโอกาสเหมาะสมที่สุดในการสารภาพความในใจ บรรดาปี 3
ด้วยกันจึงคาดเดาว่าดีไม่ดีจะได้ช็อกโกแลตเกิน 30 ชิ้นเอาได้ อย่าทำเป็นเล่นเชียว
“ถ้าได้เยอะขนาดนั้นก็แย่สิ”
มิยูกิไม่ชอบช็อกโกแลต
สำหรับเขาเทศกาลที่มีแต่คนเอาช็อกโกแลตมาให้เป็นเสมือนฝันร้าย
จะทิ้งหรือยกให้คนอื่นก็ทำไม่ได้เพราะมีความตั้งใจของผู้ให้อยู่เต็มเปี่ยม
ไอ้ครั้นจะกินให้หมดก็สิ้นเปลืองพลังกายพลังใจ
“เพราะงั้นปีนี้เลยจะไม่รับสักชิ้นว่างั้นเหอะ?” อะโซเลิกคิ้ว
กัปตันยิ้มยิงฟัน “มีซาวามุระเป็นตัวเป็นตนแล้ว เกิดหมอนั่นหึงขึ้นมาจะทำยังไง~”
“แกแค่คิดจะใช้ไอ้กร๊วกนั่นเป็นไม้กันหมาไม่ใช่เรอะ?” คุราโมจิรู้ทัน
คู่แบตเตอรีทองคำของเซย์โดเพิ่งคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีก่อน
ตรงกับช่วงวันเกิดของมิยูกิพอดี แม้การปฏิบัติต่อกันของทั้งสองคนไม่ได้ต่างจากเดิมมากมายจนคนรอบข้างทำตัวไม่ถูก
ทว่าบางทีระหว่างซ้อมจะได้กลิ่นชวนคลื่นเหียนของความรักลอยตลบอบอวลในอากาศอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หลายคนลงความเห็นว่าน่าจะเป็นเพราะมิยูกิกำลังได้ใจเกินไปถึงได้ทำให้อากาศเป็นพิษ
ตอนนี้เองก็ชักเหม็นๆ
“ฉันไม่อยากทำให้ซาวามุระไม่สบายใจ
อีกอย่างคนมีแฟนแล้วไม่ควรรับน้ำใจจากใครซี้ซั้ว
การปฏิเสธช็อกโกแลตจากคนอื่นเป็นเรื่องถูกต้องเหมาะสมตามทำนองคลองธรรมอย่างที่สุดไม่ใช่รึ?”
“ไม่ต้องพล่ามมาก แค่บอกว่า ‘ยะฮู้
ปีนี้ใช้ซาวามุระเป็นข้ออ้างปฏิเสธช็อกโกแลตได้ละเฟ้ย!’ ก็จบ”
“คุราโมจิ นายทำให้ฉันดูแย่” มิยูกิส่ายหน้าไปมา
ตีหน้าโศกเศร้าเยี่ยงผู้ถูกป้ายสีความเท็จ
ความดันโลหิตคนฟังพุ่งกระฉูดแต่พยายามกัดฟันถามทั้งที่กำหมัดแน่น
“กำลังจะบอกว่าตัวแกไม่ได้เป็นคนแย่ๆ งั้นสิ?”
“เรียกว่าเป็นคนหน้าตาดีดีกว่า”
เส้นความอดทนสุดท้ายของแบตเตอร์ไม้ 1 ขาดสะบั้นมันเดี๋ยวนั้น
“...ฉันจะตื้บมัน
อย่ามาจับ! บอกว่าอย่ามาจับไง!”
คืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ กัปตันชมรมรอดชีวิตจากเหตุปองร้ายของรองกัปตันหวุดหวิด
ถึงแม้เสียงส่วนใหญ่จะเหยียบย่ำซ้ำเติมเชียร์ให้คุราโมจิ
โยอิจิสั่งสอนคนอวดดีให้สำนักสักที
ทว่าเซย์โดยังพอเหลือคนมีคุณธรรมและสามัญสำนึกเยี่ยงวิญญูชนอยู่บ้าง
กัปตันคนใส่แว่นผู้ไม่เจียมเนื้อเจียมตัวจึงปกป้องร่างกายและใบหน้าที่เจ้าตัวสุดแสนจะภาคภูมิใจไปได้
แต่แม้ทำร้ายร่างกายไม่ได้ ยังมีวิธีเล่นงานคนอื่นอยู่อีกถมไป
คุราโมจิ โยอิจิเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน...ชิชะ ไอ้เจ้ามิยูกิจะเหิมเกริมไปหน่อยแล้ว
“เฮ้ย ซาวามุระ”
รูมเมทรุ่นน้องกลิ้งเกลือกอยู่กลางห้อง 5
มือประคองการ์ตูนสาวน้อยที่ยืมมาจากเพื่อนร่วมห้องอย่างทะนุถนอม
พอได้ยินเสียงเรียกก็ม้วนตัวทีหนึ่ง ใช้คางเกยหมอนหนุนแล้วเหลือบตามอง “หือ?”
“มะรืนนี้ก็วาเลนไทน์แล้ว แกจะให้อะไรมิยูกิมันบ้างไหม”
แม้ไม่รู้ว่ากรณีคนให้เป็นแฟนหนุ่มรุ่นน้อง
มิยูกิยังคิดปฏิเสธไม่รับช็อกโกแลตเหมือนคนอื่นหรือไม่ ทว่าถ้าซาวามุระ
เอย์จุนไม่ให้ช็อกโกแลตเฉพาะเจ้าตัวอยู่คนเดียว...น่าสนุกอยู่นะ
วาเลนไทน์ปีที่แล้วยังเป็นช่วงที่เอย์จุนตามตื๊อมิยูกิอยู่
และเป็นหนึ่งในเจ้าของช็อกโกแลตที่แอบเอาไปให้เจ้าแว่นเนื้อหอมคนนั้น
ปกติมิยูกิมักรับน้ำใจทุกคน แต่ปีที่แล้วเจ้าตัวปฏิเสธไม่รับช็อกโกแลตจากเอย์จุน
คาดว่าคงต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวายหรือตะขิดตะขวงใจนั่นแหละ
มีผู้ชายเอาช็อกโกแลตใจจริงมาให้ยังพอรับ แต่ผู้ชายคนนั้นเป็นรุ่นน้องในชมรมมันกระดากใจ
เอย์จุนถึงต้องแอบเอาไปให้แทน
คุราโมจิคาดหวังว่ารุ่นน้องจะงอน หรือไม่ก็เข็ดหลาบ
ทว่าความเป็นจริงช่างโหดร้าย
“ต้องให้สิ
เป็นแฟนนะ”
คุราโมจิลอบร้องเชอะในใจ ทั้งอย่างนั้นก็ไม่ได้ยอมแพ้ พยายามเป่าหูเอย์จุนเพื่อขัดขวางความสุขเจ้าคนน่าหมั่นไส้คนหนึ่งเต็มที่
“แกไม่โกรธมั่งเรอะ ไอ้หมอนั่นมันปฏิเสธแกอยู่คนเดียวเมื่อปีก่อนนะเว้ย ฉันว่า...”
“แต่ผมเป็นคนเดียวที่เป็นแฟนมิยูกินะ ตอนนี้ผมเป็นแฟน
ไม่เหมือนปีก่อนสักหน่อย บางทีปีก่อนมิยูกิอาจจะเขินก็ได้! อ๊ะ หรือนี่ตั้งใจจะแกล้งอะไรผมไม่ก็มิยูกิอยู่น่ะ?!”
“...”
ฉันล่ะเกลียดเด็กดีเซนส์ดีอย่างแกจริงๆ
จากที่นั่งกระตือรือร้นเตรียมสุมไฟ คุราโมจิ
โยอิจิเผยสีหน้าเบื่อหน่ายจากบนเก้าอี้ ยกธงขาวในการสร้างรอยร้าวให้ไอ้คู่รักเหม็นหึ่งคู่นี้
“ไอ้หมอนั่นไม่ใช่แค่ปฏิเสธแกไม่รู้กี่รอบ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ยอมช่วยแกซ้อมรับลูก
ขนาดตอนนี้ยังช่วยฟุรุยะมันซ้อมอยู่เลย แกจะรักใคร่เอาใจอะไรมันนักหนา”
“อะไรนะ ช่วยรับลูกให้ฟุรุยะอยู่งั้นเหรอ?”
จู่ๆ น้ำเสียงของรุ่นน้องก็กลับตาลปัตร
นอกจากแฝงความเคืองแค้นเต็มเปี่ยมยังน่าจะดังไปถึงห้องข้างๆ
คุราโมจิยังไม่ทันเปลี่ยนสภาพอารมณ์ก็ได้ยินเอซของชมรมพ่นไฟต่อเนื่อง
“อ๊ากกก แล้วบอกว่าไม่ว่างเลยไม่อยู่ช่วยซ้อม หน็อย
ไอ้เจ้าทานุกินั่น! ดีล่ะ คุราโมจิเซมไป
ผมจะไม่ให้ช็อกโกแลตมิยูกิ!”
ง่ายๆ งี้เลย?
...เอาเรื่องเบสบอลมาจูงจมูกได้ผลที่สุดหรือนี่
จดไว้ๆ
ด้วยเหตุนี้
ด้วยแผนการร้ายของใครบางคนนี้
ในวันวาเลนไทน์อันแสนคึกคัก มิยูกิ
คาซึยะจึงไม่ได้รับช็อกโกแลตจากซาวามุระ
เอย์จุน...แม้แต่ช็อกโกแลตราคาถูกรสหวานเจี๊ยบก็ไม่เห็นแม้แต่เปลือก
กัปตันชมรมปฏิเสธช็อกโกแลตคนอื่นมาทั้งวัน
ในใจเฝ้ารอคอยเพียงช็อกโกแลตจากแฟนหนุ่มรุ่นน้อง
เขารู้สึกเสียใจทีหลังอยู่บ้างที่ปีก่อนปฏิเสธช็อกโกแลตจากอีกฝ่าย
ดังนั้นจึงตั้งใจจะแก้ตัวในปีนี้ ไม่ว่าช็อกโกแลตที่อีกฝ่ายให้จะเป็นแบบไหน
รสชาติดีหรือห่วยแตก เขาก็จะกินอย่างตั้งอกตั้งใจ
แต่เจอหน้าตอนเช้าก็แล้ว กลางวันก็แล้ว เย็นก็แล้ว...
เฮ้ ช็อกโกแลตฉันล่ะ?
ในใจมิยูกิถามคำถามนี้ไปแล้วเกินร้อยรอบ
มองดูเอย์จุนพูดคุยหัวเราะสนุกสนานกับกลุ่มเพื่อนก็ได้แต่นั่งกัดเล็บตัดพ้อจากมุมมืด
เวลาล่วงเลยไปจนหมดช่วงซ้อมรอบค่ำ อีกไม่กี่ชั่วโมง วันที่ 14
กุมภาพันธ์จะผ่านพ้น แต่จากการจับผิดสุดชีวิต
มิยูกิมองไม่เห็นเค้าลางว่าเอย์จุนมีเซอร์ไพรส์อะไรซุกซ่อน
ท่าทางเหมือนไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้จริงๆ
สีหน้าของแคชเชอร์คนเก่งเก็บอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป
เห็นเขาทำทะเล้นไม่ออกอย่างทุกที เพื่อนฝูงแสนดีต่างพากันมาให้กำลังใจ
“หวาย วันแห่งความรักที่ไม่ได้ช็อกโกแลตจากหวานใจตัวจริงว่ะเฮ้ย”
“ทำคนอื่นไว้มากก็งี้”
“ซาวามุระเข็ดจากปีก่อนล่ะมั้ง”
“หรือจะใกล้เลิก?”
จากแค่หูกระดิก มาเสียงสุดท้ายนี่แหละที่ทนฟังไม่ได้อีก
มิยูกิ คาซึยะเก็บรอยยิ้ม ใบหน้ามืดทะมึน น้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ไอ้พวกตรงนั้นน่ะ หุบปากซะทีได้ไหม?”
“...”
บรรดานกกระจอกรังแตกเพราะไอสังหารจากท่านกัปตัน
ส่วนตัวต้นเรื่องลุกจากเก้าอี้ วางโน้ตที่บันทึกเอาไว้ระหว่างดูเทปการแข่งขันบนโต๊ะให้พรรคพวกคนที่เหลือนำไปจัดการต่อ
ในเวลานี้เหล่าคนข้างเคียงรู้งานกันหมด
ไม่อยากรู้อยากเห็นทั้งสิ้นว่ามิยูกิคิดไปไหน นอกจากลูบจมูกแล้วเอ่ยว่า ‘เหนื่อยหน่อยนะ’ ก็ทำเพียงแค่เก็บโน้ตที่กัปตันวางทิ้งไว้เท่านั้น
แต่มิยูกิเดินออกไปได้ไม่นานก็เลี้ยวกลับมา
“เห็นซาวามุระหรือเปล่า?”
ชิราสุรับหน้าที่หน่วยกล้าตาย “เหมือนจะกลับห้อง 5
ไปพร้อมพวกคาเนมารุนะ”
กัปตันเอ่ยขอบคุณ จากนั้นผละออกไปเป็นรอบที่สอง
ความสงบกลับคืนโรงอาหาร พายุย้ายถิ่นฐานไปยังห้อง 5
อาซาดะ ฮิโรฟุมิเหงื่อแตกซิกเมื่อเห็นรอยยิ้มเคลือบยาพิษของกัปตันปี
3 เดิมทีเขาไม่ถนัดโอภาปราศรัยกับคนไม่คุ้นเคย พอคู่กรณีเป็นรุ่นพี่
อาการตื่นเกร็งยิ่งทบทวี แม้ปกติมิยูกิ คาซึยะจะมีบุคลิกติดทะเล้นและยิ้มแย้มอยู่เสมอ
มาคราวนี้แม้สีหน้าสีตาเจ้าตัวรับแขก
ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไม่น่าเข้าใกล้เท่าไรนัก นั่นยิ่งทำให้อาซาดะวางตัวไม่ถูก
รุ่นพี่รูมเมท 2 คนก็พร้อมใจกันไม่อยู่
อาซาดะบังเกิดความรู้สึกว่าการโดนโยนเข้าถ้ำเสือคงเป็นอย่างนี้กระมัง
“ซาวามุระเซมไปไปแปรงฟัน ยังไม่กลับมาเลยครับ”
หนุ่มน้อยหลบตาอ้อมแอ้มตอบ
เคราะห์ร้ายไม่ได้อยู่กับอาซาดะนานนัก ซาวามุระ
เอย์จุนเดินถือแก้วน้ำกลับมาในจังหวะนั้นพอดี
หากเมื่อกี้รู้สึกว่าตนเองโดนโยนเข้าถ้ำเสือ
ตอนนี้คงเหมือนมีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์มาช่วยจับโยนออกจากถ้ำ...เป็นความรู้สึกซับซ้อนประมาณนั้น
เอาเป็นว่าโล่งใจและดีใจมาก อาซาดะอยากจะจับเอซชมรมใส่พานแล้วถวายให้กัปตันชมรมเหลือเกิน
ฟังดูเป็นความคิดที่เลวร้ายเหมือนกัน เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยออกจากถ้ำเสือแท้ๆ
กลับอยากโยนผู้มีพระคุณให้เสือกิน...แต่คนเป็นแฟนกันยังไงก็ไม่มีอะไรหรอก
ตอนนี้อาซาดะห่วงตัวเองมากกว่าน่ะ
เอย์จุนมองมิยูกิเล็กน้อย จากนั้นผลุบเข้าห้องเพื่อนำอุปกรณ์แปรงฟันไปเก็บ
“เดี๋ยวฉันกลับมานะ”
เมื่อกลับออกมา
เอซเลือดร้อนผู้ยังกระปรี้กระเปร่าแม้ในยามดึกดื่นตบไหล่รุ่นน้องอย่างวางมาด
จากนั้นเดินตามแฟนหนุ่มไปอีกทาง
อาซาดะมองส่งแผ่นหลังทั้งสอง คิดในใจว่า...อย่าทะเลาะกันกลับมานะครับ
ไม่อย่างนั้นคุราโมจิเซมไปอาจจะรำคาญซาวามุระเซมไปจนองค์ลงกลางดึกก็ได้
ความวิตกกังวลของอาซาดะ ฮิโรฟุมิเกินความเป็นจริงไปพอสมควร
มิยูกิกับเอย์จุนไม่ได้ทะเลาะกัน หรือต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงก็จะจับเข่าคืนดีได้ในเวลาอันรวดเร็วเสมอมา
กับแค่ผิดหวังเพราะไม่ได้ของขวัญวันวาเลนไทน์ไม่ทำให้มิยูกิ
คาซึยะผู้มีความคิดอ่านอย่างผู้ใหญ่น้อยใจอาละวาดเป็นเด็กน้อยหรอก
เขาเพียงแต่ผิดหวังเพราะหวังไว้มากเกินไปเท่านั้น
อีกอย่าง...
“ซาวามุระ”
มิยูกิหยุดเท้าตอนมาถึงข้างหอพักเซย์ชิน เมื่อร้างคนรายล้อม
เสียงของกัปตันฟังก้องกังวานในอากาศกว่าทุกที
เอย์จุนเผลอใจเต้นแรง
เขารีบยืนตัวตรง ตั้งใจฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
ร่างที่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แทนที่จะบอกว่าขุ่นข้อง
กลับดูคล้ายยุ่งยากใจ มิยูกิแสดงอารมณ์ซับซ้อนออกมาพักหนึ่ง
กระทั่งตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้ว มือขวาจึงควานเข้าไปในแจ๊คเกตตัวนอก
สิ่งที่ติดมือออกมาคือกล่องบางๆ ขนาดประมาณฝ่ามือห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงิน
ไม่มีการประดับประดาอื่นใด เป็นเพียงกล่องเรียบๆ
แต่เอย์จุนรู้โดยสัญชาตญาณว่าเป็นช็อกโกแลต...เผลอๆ
จะทำเองห่อเองเสียด้วย
“จริงๆ ตั้งใจว่าจะรอแลกกับนาย
แต่ดูเหมือนนายจะไม่ได้เตรียมอะไรมาให้ฉันสินะ”
ต่อให้ปกติซื่อบื้อขนาดไหนก็มีช่วงเวลาที่ฉลาดเฉลียวหัวไวอยู่เหมือนกัน
นัยยะในคำพูดเมื่อครู่ของมิยูกิไม่ได้เหน็บแนมส่อเสียด
ดูเหมือนจะแค่เขินที่ต้องเป็นฝ่ายให้ช็อกโกแลตก่อน อย่างไรก็ตาม
นอกเหนือจากความเขินยังมีความผิดหวังเจืออยู่เบาบาง
ท่าทางมิยูกิจะมั่นใจมากว่าต้องได้อะไรแน่ๆ
“ถือเสียว่าชดเชยกับเรื่องปีก่อนแล้วกัน” จะยังไงก็เป็นแฟนหนุ่ม
นอกจากนี้ยังเป็นแคชเชอร์ที่คอยดูแลพิชเชอร์มาปีกว่า
มิยูกิสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอารมณ์ของเอย์จุน
ด้วยเกรงอีกฝ่ายจะเริ่มตำหนิตนเองและเงื่องหงอย คนแก่กว่าเลยพยายามเปลี่ยนบรรยากาศ
“เจ๊ากันแล้วนะทีนี้ ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่”
“...มิยูกิเซมไป” เอย์จุนเบะปาก หน้าแดงก่ำ ทำนบน้ำตาเจียนจะพัง
เจ้าของชื่อรีบเสเปลี่ยนเรื่อง “ยังไงก็รับไปก่อนได้ไหม ถือนานๆ
เมื่อยแขนเหมือนกันนะ”
เนื่องจากกำลังอ่อนไหว
เอย์จุนจึงไม่ใช้นิ้วชี้สองข้างชี้ใส่แล้วร้องว่า ‘กิ๊วๆ
เขินใช่ปะล่า’ แต่เลือกที่จะรับช็อกโกแลตมาอย่างเชื่อฟัง
ในตอนแรกเขาคิดจะใส่กระเป๋ากางเกง ทว่าขนาดของมันใหญ่เกินไปจึงต้องถือเอาไว้แทน
มิยูกิมองกริยางุ่มง่ามนั่นแล้วอมยิ้มในใจ...เห็นเจ้านี่ดีใจก็ดีแล้ว
ความกล้าที่เรียกมาไม่เสียเปล่าแล้วล่ะ
จิตวิญญาณหนุ่มน้อยแรกรุ่นผู้ขวยเขินในการแสดงความรักโดนปัดทิ้งออกไปเมื่อเห็นเอย์จุนเริ่มเขินอายยิ่งกว่าตัวเอง
ใบหน้า (แสร้งทำเป็น) สงบนิ่งผุดรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แถมพอก้าวเข้าไปใกล้ๆ
หมายจะยลหน้ายลตาคนน่ารักให้ชัดๆ สักหน่อยมือไม้ก็เริ่มเลื้อย
เอย์จุนไม่ทันรู้สึกตัวว่าโดนโอบไหล่แล้ว
“ปีหน้ามาทำช็อกโกแลตด้วยกันเถอะ เป็นเค้กก็ดีนะ”
“อื้อ!”
“...”
...มิยูกิที่ครึ้มใจอยากแหย่คนเล่นเจอรอยยิ้มขวยเขินเคาน์เตอร์แอทแทกทีเดียวจอด
ขณะกำลังวิ่งพล่านหาสมองที่ระเบิดตัวดังตู้มให้กลับมาทำงาน
รุ่นน้องก็โจมตีซ้ำระลอกสอง ก้มหน้ามองช็อกโกแลต เอ่ยยิ้มๆ
“ผมชอบมิยูกิเซมไปมากจริงๆ นั่นแหละ”
“...”
ยอมแพ้แล้วครับ...
เพราะข้างตัวเงียบไป เอย์จุนหันมองว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า
พบว่ามิยูกิ คาซึยะแหงนหน้าคอตั้งบ่า ใช้มือข้างที่ไม่ได้โอบเอย์จุนกุมจมูก
นอกจากนี้คือ...ไอ้ที่ไหลเป็นแนวนี่มัน น้ำตา?
“นี่ มิยูกิเซมไป เป็นอะไรไปน่ะ”
จะตายแล้ว อย่ามาดึงเสื้อแล้วช้อนตามองได้มั้ย?
หน้าตาตอนนี้คงดูไม่ได้ มิยูกิตัดสินใจกอดคนข้างตัวเต็มแขน
ซุกหน้าลงกับไหล่อีกฝ่ายขณะสงบอารมณ์อันพลุ่งพล่านของวัยว้าวุ่นพร้อมลอบเช็ดเลือดกำเดา
นาทีนี้เขาไม่สนใจแล้วว่าเพราะอะไรเอย์จุนถึงไม่ยอมให้ของขวัญวันวาเลนไทน์
มันไม่สำคัญสักนิด
แค่ได้รู้ว่าเอย์จุนชอบตนขนาดนี้
เรื่องอื่นน่ะจะยังไงก็ได้
“ผมชอบมิยูกิเซมไปที่สุดเลย!”
ฝ่ามือหยาบกร้านจากการจับบอลตบหลังแปะๆ
เอย์จุนถูไถใบหน้ากับผมสีน้ำตาลพลางหัวเราะเขินๆ
“...”
“ชอบม้ากมากกกก”
“...”
“ชอบกว่าทุกคน! ชอบที่สุด!“
“พอแล้ว”
“เอ๊ะ?”
วงแขนที่โอบรัดตัวคลายออก
มืออุ่นๆ ประคองหลังศีรษะ
นิ้วแทรกเข้าไปในกลุ่มผมอย่างนุ่มนวล
แล้วเสียงช่างจ้อก็โดนกลืนหายไปกะทันหัน
เช้าวันถัดมาคู่รักเพี้ยนประจำชมรมกลับมาแผ่บรรยากาศเหม็นความรักเหมือนเดิมโดยไม่มีใครทราบสาเหตุ
นอกจากนี้ยังพร้อมใจกันป่วยอย่างน่าสงสัยด้วย
พวกปีสามขวัญกล้าแซะถามถึงแมสก์บนใบหน้ากัปตัน
ทว่าพอถามไปได้ครึ่งทางก็เห็นดวงตาหลังแว่นหรี่โค้งกรุ้มกริ่มเหมือนอยากอวดอะไรบางอย่างแทบทนไม่ไหว
ต่อมความอยากรู้อยากเห็นพลันโดนอารามหมั่นไส้ข่มจนฝ่อทันควัน
เรื่องที่ว่ามิยูกิ
คาซึยะหายงอนแฟนหนุ่มรุ่นน้องได้อย่างไรจึงถูกฝังกลบลงไปทั้งอย่างนั้น
Talk
หมวกแว่น นายเป็นคนเดียวเลยนะที่ลงให้วันวาเลนไทน์พอดีอะ
เรื่องนี้ไม่ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนในสนามรักด้วยนะเฟ้ย เอามาเลยสองร้อย *แบมือ*
No comments:
Post a Comment