Fanfic Jujutsu Kaisen
Tattoo
Pairing :
Fushiguro Megumi x Itadori Yuji
Rating :
SFW
คุกิซาคิ โนบาระหมุนตัวสะบัดกระโปรงยาวสีครีม ยกแขนเท้าเอว
จากนั้นเชิดหน้ายิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ
“เป็นไง ฉันซื้อมาในราคาลด 60% เชียวนะ!”
“สวยดี!”
วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นวันพักผ่อน เหล่าปี 1
โรงเรียนไสยเวทโตเกียววางแผนเปิดหนังดูเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากภารกิจตลอดสัปดาห์
เดิมทีนัดเวลากันไว้ว่าจะมารวมตัวเฝ้าหน้าจอกันตอนบ่ายโมง
แต่จนตอนนี้บ่ายโมงครึ่งโทรทัศน์ก็ยังไม่ได้เปิดเพราะคุกิซาคิอยากอวดชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน
อิตาโดริ ยูจิกับฟุชิงุโระ
เมงุมิยึดครองโซฟาตัวยาวคนละด้าน คนแรกยังพอมีปฏิกิริยาตอบสนอง
ตั้งใจดูไม่พอยังวิจารณ์พร้อมชูนิ้วโป้งให้ แต่คนหลังสีหน้าไร้อารมณ์สุดขีด
นั่งเคี้ยวแอปเปิ้ลไม่พูดไม่จา
เดิมทีเป็นสองคนนี้ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานชมคนสวยใส่ชุดใหม่ก็ห่อเหี่ยวพออยู่แล้ว
นี่ยังกล้าไม่สนใจเธออีกแน่ะ คุกิซาคิย่างสามขุมเข้าหาฟุชิงุโระ เกิดเงาดำทาบทับอีกฝ่ายทั้งตัว
“หัดมีอารมณ์ร่วมบ้างสิยะ นี่ คิดว่าเป็นไง?”
ฟุชิงุโระมองสาวน้อยผมสั้นหมุนตัวโชว์อีกรอบ คิดในใจว่า
‘เป็นไงงั้นเหรอ?
เป็นอันธพาลน่ะสิ’ ทว่าเพื่อรักษาความสงบสุขในวันหยุด
เขาเลือกคล้อยตามความต้องการของเพื่อนด้วยการเออออไปคำหนึ่ง
“สวยดี”
“...”
คลังคำศัพท์พวกนายมีน้อยหรือแค่ไม่ได้สนใจดูกันแน่หา?
อุตส่าห์ได้ออกมาอยู่โตเกียว ได้ช็อปปิ้งหาเสื้อผ้าสวยๆ
ควานหาเครื่องประทินโฉมดีๆ มาสนองความกระหายจากสมัยอยู่บ้านนอก
คนรอบตัวกลับมีแต่พวกผู้ชายไร้ความละเอียดอ่อนเสียนี่
คุกิซากิที่เส้นเลือดข้างขมับกระตุกยิกๆ ร้อง ‘อ้อ’
แล้วเอ่ยถามต่อ
“เหรอๆ สวยยังไงฮึ”
“แบบว่า...” รัศมีคุกคามทิ่มแทงผิวหนังในระยะประชิด
อิตาโดริเบียดตัวซุกมุมโซฟาราวจะหลบซ่อน เขากลอกตาไปมาขณะคิดสรรปั้นคำเยินยอ “เสื้อแขนสั้นดูเหมาะดี
เอ่อ...เธอเพิ่งไปสักมาด้วย โชว์รอยสักได้พอดีเลย”
ทั้งที่เจตนาดี ตั้งใจเสริมสร้างความมั่นใจและอยากให้เพื่อนร่าเริง
คุกิซาคิกลับปรี๊ดแตก
“ฉันซื้อกระโปรงมาย่ะ! กระโปรง!
ได้ยินไหมว่ากระโปรง! ให้ดูกระโปรง!
ที่สะบัดกระโปรงให้ดูนี่ไม่เฉลียวใจสักหน่อยเลยเรอะ!” ใจจริงอยากจะทึ้งกระโปรงว่านี่ไง! เนี่ย! ที่จะให้ชมน่ะไม่ใช่เสื้อ! ทว่าคุกิซาคิหักใจทำร้ายกระโปรงตัวใหม่ไม่ลง
ตอนนี้จึงตกอยู่ในสภาพกำหมัดใกล้ระเบิด
อิตาโดริเสหลบตา “…เอ่อ”
“...”
“กระโปรง...ก็สวยดี”
และแล้วเจ้าหนุ่มผู้ได้ฉายาว่า ‘เสือ’
เมื่อสมัยเรียนม.ต้นก็มีอันต้องโหยหวน สิ้นฤทธิ์คามือแม่สาวป่าเถื่อน
อย่างไรก็ดีคำวิพากษ์วิจารณ์ของอิตาโดริไม่ได้แย่เสียทีเดียว
อย่างน้อยๆ ก็ดึงความสนใจของฟุชิงุโระไว้ได้ ดวงตาสีดำขลับของเด็กหนุ่มหน้าตายมองต้นแขนของคุกิซาคิ
โนบาระ พบว่ามีดอกกุหลาบสีแดงบานสะพรั่งบนต้นแขนสีขาวหนึ่งดอก แม้ความยาวรวมจะไม่เกินนิ้วก้อยแต่สีสันตัดสีผิวชัดเจนสะดุดตา
เนื่องจากพวกเขามักแต่งเครื่องแบบ และเครื่องแบบนักเรียนหญิงก็ปกปิดมิดชิด
หากอิตาโดริไม่พูดขึ้นมาคงอีกสักพักกว่าฟุชิงุโระจะสังเกตเห็นรอยสักดังกล่าว
“ทำไมถึงสักล่ะ”
คุกิซาคิตุ้บตั้บคนจนพอใจแล้วถึงผละมาจัดเสื้อผ้าหน้าผมพลางตอบคำถาม
“เอาไว้ซ่อนแผลเป็นน่ะ สวยดีไม่ใช่เหรอ?”
แม้เป็นนักเรียนม.ปลาย ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ใช้คุณไสยที่มีจำนวนเพียงหยิบมือเช่นกัน
เมื่อตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่วังวนที่มีแต่การต่อสู้และต้องสละเลือดเนื้ออยู่ตลอดเวลาเช่นนี้การบาดเจ็บกลับมาไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แทนที่จะมัวงอแงกับบาดแผลที่ไม่มีวันจางหายมิสู้อยู่ร่วมกับมันอย่างปกติสุขจะดีกว่า
ฟุชิงุโระมองรอยสักของคุกิซาคิ
ด้วยตัวเองไม่สนใจวาดลวดลายลบไม่ได้ลงบนร่างกาย
พอเห็นรอยสักรูปดอกกุหลาบจึงมีแต่ความคิดว่าตอนสักคงเจ็บแย่...
หือ?
หางตามองเห็นอะไรแวบๆ
“อิตาโดริ”
ฟุชิงุโระขยับเข้าใกล้เพื่อนวัยเดียวกัน เจ้าของชื่อในตอนนี้สวมเสื้อแขนยาว
ทว่าชายแขนเสื้อเลิกขึ้นมาถึงศอกเพราะเมื่อครู่โดนใครบางคนจับหยิกจนเนื้อเขียว
อย่างไรก็ดี จุดรวมสายตาของฟุชิงุโระไม่ใช่บริเวณที่อิตาโดริกำลังลูบป้อยๆ
คลายเจ็บ หากเป็นดอกกุหลาบขนาดเท่ากับดอกกุหลาบบนแขนของคุกิซาคิต่างหาก
ท้องแขนของอิตาโดริมีดอกกุหลาบขนาดเท่ากัน...แบบเดียวกันกับคุกิซาคิ
นาทีที่เห็นรอยสักดังกล่าวเต็มตา
ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้าใส่ ก่อนสมองจะหยุดยั้งได้ทัน ฟุชิงุโระก็คว้าอิตาโดริเอาไว้แล้ว
เขาจับข้อมืออีกฝ่ายแน่น
“นายเองก็ไปสักมาด้วยเหรอ? ทำไมชอบหาเรื่องเจ็บตัวนักหา?”
“เฮ้ยๆ” จู่ๆ ก็จับเค้าลางความขุ่นขึ้งได้จากฟุชิงุโระ
คุกิซาคิเก็บโหมดล้อเล่นลงไปชั่วคราว เธอแตะบ่าเด็กหนุ่มผมสีดำผู้กำลังเผยโฉมหน้ายากจะพบเห็น
พยายามอธิบาย “อิตาโดริน่ะ...”
“ไปกับคุกิซาคิตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมรอยสักคู่เนี่ยนะ?”
“...”
ไม่ฟังเลยนี่หว่า
คุกิซาคิเก็บความคิดต่อล้อต่อเถียงลงไปทันที เธอลอบส่งสายตากับอิตาโดริ
สื่อสารทางเทเลพาธี (?) ภายในชั่วพริบตาที่สบตากัน
‘นายจัดการเองนะ ไฟท์ติ้ง’
‘อ่าวเฮ้ย...’
แล้งน้ำใจเป็นบ้า!
เนื่องจากเป็นเป้าโดยตรงทั้งยังถูกล็อกตัวไว้ สถานการณ์ของทางอิตาโดริจึงต่างออกไปจากคุกิซาคิ
ยัยคนใจจืดทำไม่รู้ไม่ชี้ได้ แต่อิตาโดริต้องเผชิญหน้ากับฟุชิงุโระท่าเดียว ยังดีว่าเป็นเด็กหนุ่มผู้แข็งแรงสุขภาพดี
แม้แรงที่ฟุชิงุโระจับแขนอยู่จะไม่ใช่น้อยๆ ก็ไม่ระคายผิวแต่อย่างใด
ตอนนี้สิ่งที่อิตาโดริสนใจคือเกิดอะไรขึ้นกับฟุชิงุโระต่างหาก
เหมือนหมอนี่จะหงุดหงิดขึ้นมากะทันหันยังไงยังงั้น
ทำไมล่ะ?
“ฟุชิงุโระ” แขนขวาข้างที่เป็นอิสระจับข้อมือของฟุชิงุโระพร้อมบีบเบาๆ
เป็นสัญญาณว่าให้ตั้งสติหน่อย
เมื่อถูกมองด้วยสายตาจริงจังและโดนจับตัว
ฟุชิงุโระคล้ายสำเหนียกได้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ ประกายชีวิตกลับสู่ดวงตาสองข้าง
พร้อมกันนั้นอาการเกร็งเครียดก็บรรเทาลง
แต่ยังไม่ได้ปล่อยมือที่จับอิตาโดริแต่อย่างใด
เห็นเพื่อนใจเย็นลงแล้ว อิตาโดริชำเลืองไปทางคุกิซาคิ เห็นเจ้าหล่อนไหวไหล่
สื่อความนัยว่านายอธิบายต่อไปเลย ด้วยเหตุนี้เขาจึงชี้ไปยังบริเวณที่มีรอยสัก...จุดที่ฟุชิงุโระจับเสียแน่นนั่นแหละ
“ฉันว่า...อืม ปล่อยก่อนดีไหม?”
“โทษที”
หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มจับสังเกตสองหนุ่มอย่างละเอียด...อิตาโดริสะบัดแขนช้ำๆ
ไปมา ยังคงเย็นใจ ไม่สะทกสะท้าน ไม่โกรธเคือง
ดูเหมือนจะสับสนงุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนมากกว่า ในทางกลับกัน
ฟุชิงุโระ เมงุมิที่อารมณ์แปรปรวนกะทันหันกลับหูแดง
หนำซ้ำยังมีร่องรอยความอับอายเร้นอยู่ภายใต้สีหน้าแสร้งทำเป็นเยือกเย็น
สัญชาตญาณของคุกิซาคิบอกอะไรอย่างหนึ่ง
หึงหวง...?
“ฟังนะฟุชิงุโระ” อิตาโดริเอ่ย น้ำเสียงหนักแน่น
สีหน้าจริงจัง คุกิซาคิกำลังคิดว่า ‘หรือหมอนี่จะรู้ตัวเหมือนกัน?’ ทว่าเขาหักหลังเธอด้วยประโยคถัดไป “การสักไม่ใช่การรนหาที่ตายนะ”
“...” คุกิซาคิ
“...” ฟุชิงุโระ
“ก่อนหน้านี้ฉันอาจจะทำแต่อะไรเสี่ยงๆ นายเลยเป็นห่วงสินะ...น่าซึ้งใจจริงๆ
แต่ว่า นายต้องแยกแยะสิ การลงเข็มสักไม่ใช่การแทงทะลุให้ตายสักหน่อย
มันเป็นการวาดลวดลายลงบนร่างกายเฉยๆ ขนาดง่าวๆ อย่างฉันยังเข้าใจ นายเอง...”
“เดี๋ยว ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าการสักกับรนหาที่ตายมันเกี่ยวกัน?”
เนื่องจากทนฟังไม่ได้ ฟุชิงุโระที่เพิ่งใจเย็นลงหมาดๆ ทำท่าจะอารมณ์พุ่งปรี๊ดในเวลาอันรวดเร็ว
เขารีบยกมือส่งสัญญาณให้คู่กรณีหยุดพูด
ระหว่างสองหนุ่มกำลังโต้คารม หนึ่งสาวที่เหลือ ณ
ที่นั้นหาที่ว่างหย่อนก้นลงนั่ง ฉวยขนมบนโต๊ะมาได้ก็นั่งกินเป็นกับแกล้มระหว่างชมละครบทสดนำแสดงโดยไอ้พวกงี่เง่าหัวช้า
2 หน่อ...โฮ่ ป๊อปคอร์นรสชีสที่อิตาโดริซื้อมาอร่อยไม่เลวแฮะ
“ก็นายบอกว่าฉันชอบหาเรื่องเจ็บตัวอะ”
อิตาโดริไม่คิดว่าความสามารถในการเชื่อมโยงเหตุและผลของตนมีปัญหาตรงไหน
สีหน้าที่แสดงออกแปะป้ายตัวโตๆ ประกาศความรู้สึกเจ้าของ...ทำไมอะ ฉันทำไรผิด
ดูเหมือนสุนัขตัวโตหูลู่หางตกเพราะถูกเจ้าของดุไม่มีผิดเพี้ยน
“...”
หมอนั่นไม่ได้เข้าใจผิดว่านายรนหาที่ตายเพราะไปสักย่ะ
แค่ไม่อยากให้เจ็บตัวทุกกรณีล่ะไม่ว่า แหม ทีฉันสักล่ะไม่พูดอะไรนะ...ระหว่างนั่งดู
คุกิซาคิสอดแทรกความเห็นในใจเป็นระยะๆ
ฟุชิงุโระเห็นสีหน้าดังกล่าวก็ไม่สามารถแก้ความเข้าใจผิดได้เพราะหน้าบางเกินกว่าจะบอกความจริง
ตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปากอย่างน่าสงสาร
“อีกอย่างนึง” อิตาโดริไม่ได้สังเกตท่าทีผู้ฟัง ระหว่างพูดต่อเขาพับแขนเสื้อลง
เปิดแขนให้ดูชัดๆ ผิวบริเวณที่โดนจับเสียแน่นซีดลงเพราะขาดเลือดหล่อเลี้ยง
รอยสักรูปกุหลาบเองก็หน้าตาไม่เหมือนเดิม
...มันแหว่ง
“อย่างที่เห็น ไอ้นี่มันไม่ใช่รอยสักของจริง
เรียกว่าไงนะ รอยสักชั่วคราว? สติ๊กเกอร์?”
คำแถลงไขมีแต่จะทำให้ฟุชิงุโระ เมงุมิอับจนคำพูด อายยิ่งกว่าเดิมอีก
ความจริงเป็นอย่างนี้...คุกิซาคิ
โนบาระตั้งใจไปสักทับรอยแผลเป็น ตอนนั้นอิตาโดริ ยูจิอยู่กับเธอ
หรือหากจะพูดให้ตรงกว่านั้นคือทั้งสองคนไปโซ้ยขนมหวานที่จัดโปรมาคู่จ่ายหนึ่ง
ระหว่างทางหลังกินจนอิ่มหนำบังเอิญเจอร้านสักคุกิซาคิจึงแวะเข้าไปดูแล้วตัดสินใจปุบปับมันเดี๋ยวนั้นว่าจะจองคิว
ก่อนลองสักจริง
พี่สาวเจ้าของร้านทำแบบสติ๊กเกอร์ให้มาลองติดผิวเพื่อดูสี อิตาโดริแค่เห็นว่ามันดูน่าสนุกดีเลยขอปันมาลองแปะตัวเองบ้าง
ไม่ได้หาเรื่องเจ็บตัวหรือคิดสักลายคู่กับคุกิซาคิแต่อย่างใด
ตั้งแต่ต้นจนจบ
ฟุชิงุโระนั่งก้มหน้าประสานมือรับฟังโดยไม่ส่งเสียงสักแอะ
อิตาโดริรอปฏิกิริยาตอบสนองจากอีกฝ่ายอยู่ คนนั่งข้างๆ ดันนิ่งสนิทเป็นหุ่นยนต์ถ่านหมด
เขาป้องปากกระซิบกระซาบข้างหูเพื่อนสาวตัวต้นเรื่องแทน “สรุปฟุชิงุโระเป็นไรอะ?”
“ฉันชื่อคุกิซาคิ โนบาระไหมหา? มาถามอะไรกับคุกิซาคิ
โนบาระไม่ทราบ?”
แม้คำถามไม่ดัง แต่ก็ไม่จัดว่าเบา ‘คนน่าจะเป็นอะไร’ จึงได้ยินเต็มสองหู ผิวหน้าจากแค่อุ่นๆ ค่อนไปทางร้อน ตอนนี้อุณหภูมิพุ่งไปจนถึงจุดที่แทบจะไหม้เกรียม
ฟุชิงุโระ เมงุมิลุกขึ้นยืนไม่มีปี่มีขลุ่ย “ขอไปสงบสติอารมณ์แป๊บนึง”
เด็กหนุ่มผมดำในชุดไปรเวทย้วยๆ
เดินตัวแข็งออกไปโดยไม่เหลียวหลัง อิตาโดริตะโกนตามด้วยความปรารถนาดี “งั้นเดี๋ยวเริ่มเปิดหนังบ่ายสองนะ
กลับมาไม่ทันไม่รอนะ!”
แม้อยากรู้ว่าฟุชิงุโระเป็นอะไรแต่อิตาโดริมีสามัญสำนึกพอจะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร
รอจนเพื่อนอารมณ์เย็นลงแล้วค่อยไปซ่อกแซ่กถามก็ไม่เสียหาย
“ชอบคนซื่อบื้อนี่ดวงซวยเนอะ” คุกิซาคิ
โนบาระเท้าคางพึมพำลอยๆ โดยที่ยังกินปลาเส้น
อิตาโดริเอียงคอ “อะไรซวยๆ นะ?”
“พูดว่า ใครกล้ามีแฟนก่อนฉันระวังจะซวยโดยไม่รู้ตัวน่ะ”
“เอ๊ะ? ใครอะ?”
“เหอะๆ”
“?”
ไม่มีการขยายความคำพูดปริศนาต่อจากนั้น และการคาดคั้นเอากับคนไม่อยากพูดเป็นการกระทำอันเปลืองแรงโดยไร้ประโยชน์
ระหว่างรอสมาชิกคนสุดท้ายกลับมา
สองหนุ่มสาวผู้ว่างจัดหาอะไรทำฆ่าเวลาด้วยการลบรอยสักปลอมออก...สภาพแขนอิตาโดริน่าอนาถเหลือจะกล่าวเพราะเพิ่งโดนจับจนช้ำยังมาโดนขัดถูจนแดงเถือก
ตอนฟุชิงุโระผู้เรียกคืนความเยือกเย็นได้แล้วกลับมาสมทบตอนบ่ายสองสี่นาที
ท้องแขนของอิตาโดริ ยูจิก็สะอาดสะอ้าน ไม่มีดอกกุหลาบน่าชังดอกนั้นอยู่อีก ฟุชิงุโระคิดว่าดีแล้ว...หากสัญลักษณ์แห่งความอับอายนั่นยังอยู่
ตนอาจจะหลบฉากกลับไปอุดอู้อยู่ในห้องพักคนเดียวทั้งวันเลยก็เป็นได้
Talk
ทันเมงุยูจิวีคด้วยล่ะ
รีบไปหน่อยแต่ก็ทันนะ วีคนึงแน่ะ!
แอแง๊ ชอบความเมงุมิโดนแกงจังเลย555555555555 ไงล่ะ พ่อคนปากหนัก เจอคนซื่อบื้อเข้าไป ไปไม่ถูกเลยล่ะสิกร้ากกก อีกอย่างคือการเขียนคาร์ เราชอบมากก โนบาระคือโนบาระจริงๆ แบบใช่เลย🤣 ขอบคุณนะค้า🙇♂️ (((อยากให้คุณนักเขียนลง readawrite จังเลยค่ะแง๊ เราอยากโดเนทม๊ากกㅠㅠ ขอพูดตรงๆว่าอยากเสียเงินให้ค่ะฮืออ))
ReplyDelete