Tuesday, 9 February 2021

[Fanfic Naruto ; ShikaTema] What a drag...

 Fanfic Naruto

What a drag…

 

 

Pairing   : Shikamaru x Temari

Rate       : SFW

 

 

เพราะเกลียดเรื่องยุ่งยากชิกามารุจึงไม่ใส่ใจเรื่องทรงผม ตั้งแต่เล็กจนโต เขาปล่อยผมตามธรรมชาติและรวบขึ้นไปทื่อๆ...ทั้งสะดวกและสบาย ไม่ทิ้งผมปรกหน้าผากหรือต้นคอให้รำคาญใจ แค่คอยตัดสม่ำเสมอไม่ให้ผมยาวจนเกินไปก็พอ

ผู้ชายบ้านนาราเองก็ไว้ผมแบบนี้กันทั้งนั้น

การรวบผมเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับชิกามารุ

เพียงแต่...

ชายหนุ่มเหลือบมองภรรยา

“...อะไร?” เมื่อถูกจับจ้อง เทมาริหันมามอง

ชิกามารุกำลังมองผมของเทมาริซึ่งมัดเป็นแกละสี่แกละเขม็ง สีหน้าฉายชัดว่า...ทำไมต้องทำอะไรยุ่งยากอย่างการแบ่งผมเท่าๆ กันเป็นสี่ส่วนแล้วค่อยมัด แค่เห็นก็เหนื่อยแล้ว

แบ่งซ้ายขวาบนล่าง ยุ่งยากเป็นบ้า

“มีอะไรไม่พอใจหรือไง”

เมื่อชิกามารุยังจ้องไม่เลิก หนำซ้ำยังไม่ตอบรับคำเรียก เทมาริเลิกคิ้ว เพิ่มระดับเสียงขึ้นอีกหน่อย เท่านั้นเอง คนเกลียดความยุ่งยากถึงได้รู้สึกตัว

ชายหนุ่มเอียงคอน้อยๆ รู้สึกคล้ายทำตัวไม่ถูก ความจริงชิกามารุอยากจับผมของอีกฝ่าย แต่ตอนนี้ยังเขินๆ อยู่ อาจเพราะเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานกระมังหรือบางที ตอนนี้อาจจะเขินกว่าตอนก่อนแต่งก็ได้ ในเมื่อคำเรียกขานความสัมพันธ์เปลี่ยนไป

หลังกระแอมเบาๆ แก้เก้อ เขาตอบง่ายๆ ว่า “เปล่า ไม่มีอะไร”

นั่นเป็นคำบอกปัดที่ใช้กันเกร่อที่สุด

ดวงตาเรียวยาวสีน้ำทะเลหรี่ลง

แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่ามีอะไรแน่ๆ ไม่รู้ทำไมต้องเลี่ยงด้วยการบอกว่า ‘ไม่มีอะไร’ เทมาริไม่คิดว่าตนเองเป็นคนใจแคบ นอกจากนี้เธอยังแต่งให้เขาแล้ว หากมีปัญหาอะไรก็ควรเปิดอกคุยกันไม่ใช่หรือ ชิกามารุคิดเรื่องอะไรที่ลำบากใจจะบอกเธออยู่รึไง

ความคิดนั้นเป็นแรงผลักดัน เมื่อรวมเข้ากับความคาใจส่วนตัว หญิงสาวเปิดโอกาสให้สามีอีกครั้ง

“มีอะไรอยากพูดก็พูดมา ฉันไม่โกรธหรอก”

ชิกามารุไม่ได้เกรงว่าภรรยาจะโกรธแต่แรก เขาแค่รู้สึกว่าเรื่องที่ตนคิดมันไร้สาระเกินกว่าจะใส่ใจ ใครจะคิดว่าเทมาริดันมาสนอกสนใจไล่บี้เอาความอย่างนี้ แต่พูดก็พูดเถอะ...คำว่าไม่โกรธหรอกของผู้หญิงมันเชื่อได้ที่ไหนกัน สมมติเจ้าหล่อนถามว่าอ้วนไหม ลองเขาบอกว่าอ้วนก็มาโกรธใส่ทีหลังใช่ไหมล่ะ

เทมารินั้น แม้จุดเดือดต่ำ หากก็เป็นคนมีเหตุผล ไม่มีทางขุ่นเคืองกับความสงสัยเล็กๆ น้อยๆ เพียงเท่านี้แน่ ว่าที่ที่ปรึกษาโฮคาเงะรุ่นถัดไปลังเลเพียงชั่วครู่ก็ถามออกไปตรงๆ

เมื่อถามจบ...

“...”

จะพูดอะไรก็พูดสิ...

ชายหนุ่มนั่งลุ้นว่าภรรยาจะพูดอะไรหลังนั่งเงียบเหมือนหุ่นยนต์ถ่านหมด

ปรากฏว่าแม่เจ้าประคุณหัวเราะลั่น

“ไร้สาระ!

คร้าบๆ รู้แล้วว่าไร้สาระ...ไม่เห็นต้องขำเหมือนเก็บกดมานานอย่างนั้นเลย

เห็นแล้วชิกามารุรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกพิกล อย่างไรก็ตาม เขาชอบเห็นเทมาริยิ้ม แม้จะเคืองหน่อยๆ แต่ครั้งนี้จะยอมให้ก็ได้

ก่อนหน้านี้ภรรยาเคยผูกผมสองข้างซึ่งชิกามารุก็คิดว่ามันเหมาะกับเธอดี อันที่จริงจะผูกแกละสองข้างหรือสี่ข้างก็ล้วนเหมาะกับเทมาริทั้งสิ้น บางทีสาเหตุที่เทมาริต้องลำบากมัดผมแบบนั้นคงเพราะผมเยอะเกินไปจนรวบเป็นหางม้าได้ยาก

“พอทำจนชินมันก็ไม่ยุ่งยากอะไรหรอก” เทมาริไหวไหล่ขณะนึกถึงการมัดผมซึ่งทำเป็นกิจวัตรทุกเช้า เธอยกยิ้มนึกสนุกขณะมองดวงตาเล็กๆ ซึ่งเหมือนจะเหนื่อยหน่ายไปกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ของชายผู้นั่งไม่ไกลไปจากคน “อยากลองมัดดูไหม?”

“...”

อาจเพราะว่างจัดหรืออยากเล่นผมของภรรยา ชิกามารุไม่ปฏิเสธ


 

ยุ่งยากเป็นบ้า...

ตรงข้ามกับเทมาริซึ่งนั่งกินขนมแกล้มชาสบายใจ ชิกามารุผู้นั่งอยู่ด้านหลังและกำลังทดลองมัดผมให้คนอื่นเป็นครั้งแรกในชีวิตเหงื่อตกมองผมอันเละเทะของภรรยา แบ่งผมไม่เท่ากันไม่พอ เมื่อตำแหน่งที่มัดรวบไม่สมมาตรก็ดูพิลึกจนต้องขมวดคิ้ว ลองรวบใหม่ก็ไม่ให้ผลอันน่าพอใจ

“ยอมแพ้แล้วเหรอ”

ปลายนิ้วเย็นๆ ซึ่งสัมผัสหลังหูและต้นคอจั๊กจี้จนต้องย่นคอบ่อยครั้ง กระนั้นก็เป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับเทมาริที่ได้เห็นสีหน้าจนใจของพ่อคนเก่ง

เทมาริผูกผมสี่ข้างจนชิน ช่วงที่ผูกสองข้างก็แค่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ สุดท้ายถึงได้กลับมาไว้ทรงเดิม

“ทำไมต้องทำอะไรยุ่งยากด้วย” คนเป็นสามีขมวดคิ้วบ่น ดูจะถอดใจแล้ว ตอนนี้จึงเพียงนั่งลูบผม ไม่พยายามรวบอีก

เทมาริลูบผมซึ่งผ่านมือคนอื่นจนฟูฟ่องให้เรียบลง เห็นชิกามารุหน้าหงิกเพราะทำผมให้ตนดีๆ ไม่ได้พลันนึกอยากระเบิดเสียงหัวเราะอีกรอบ

“ถอดใจง่ายจริงนะ ถ้ามีลูกสาวขึ้นมาคิดจะให้ลูกไว้ผมสั้นอย่างเดียวด้วยหรือเปล่าล่ะ”

เด็กผู้หญิงมีความรักสวยรักงามและอยากดูน่ารักเป็นเรื่องปกติ แต่เทมารินึกภาพชิกามารุช่วยแต่งเนื้อแต่งตัวให้ลูกสาวไม่ออกเลย จริงอยู่ว่าเขารักเด็ก ทว่าเอ็นดูเด็กไม่ได้หมายความว่ามีความพร้อมและยินดีเลี้ยงเด็ก ลองเป็นลูกตัวเองเท่ากับต้องดูแลตลอดเวลา ไม่เหมือนลูกคนอื่นที่เห็นหน้าแล้วทักทายตามอัธยาศัยก็เพียงพอ

ฟังคำภรรยา ชิกามารุทำหน้ายุ่งนิดหนึ่ง

ใช่ว่าจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้น่ะนะ

ดังนั้นในอีกสองวันถัดมา เทมาริมีอันต้องประหลาดใจเมื่อสามีขอยืมตัวมาเป็นหุ่นทดลอง

ผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง นารา ชิกามารุคร่ำเคร่งรังสรรค์ผลงานอย่างเก้ๆ กังๆ ออกมาได้สำเร็จ

“ใช้ได้อยู่นี่”

ออกจะน่าตลกที่ผูกแกละสี่ข้างไม่ได้แต่ถักเปียออกมาได้ไม่เลว...ใช่แล้ว เงาสะท้อนในกระจกคือเทมาริที่ผูกผมเปียสองข้าง ด้านหลังคือเจ้าของผลงานสุดบรรเจิดซึ่งดูคันไม้คันมืออยากแก้ตัว

นับจากนั้นมา ในแต่ละสัปดาห์ ชิกามารุจะมาขอ ‘ฝึกมือ’ ราวสองถึงสามหน ด้วยความยาวผมปรกบ่าอาจทำอะไรไม่ได้มาก ทว่าชิกามารุยังอุตส่าห์ทดลองได้หลายทรง นานวันเข้าเวลาไม่ได้ผูกผมแกละออกจากบ้าน คนรอบข้างจะออกปากแซวอยู่เนืองๆ...ชีวิตหลังแต่งงานท่าจะสุขีดีเสียเหลือเกินนะ!

ตอนเทมาริตั้งครรภ์ แม้ปากชิกามารุบอกว่าจะลูกชายหรือลูกสาวก็รักหมด แต่เทมาริแอบเห็นสามีถือหนังสือการทำทรงผมเด็กผู้หญิง...

พอคลอดลูกชายที่ท่าทางจะเจริญรอยตามยีนเด่นบ้านนารา พ่อบังเกิดเกล้าถึงกับพรูลมหายใจ

“จะเหมือนฉันไหมนะ?”

“ไม่ให้เหมือนพ่อตัวเองแล้วจะให้เหมือนใครได้อีกล่ะ?”

...ถ้าเหมือนก็แสดงว่าเจ้าเด็กนี่โตไปจะไว้ผมยาวแล้วรอรวบผมอย่างเดียวแน่ๆ

ชิกามารุได้แต่ซุกคู่มือการทำทรงผมเด็กหญิงไว้ตรงซอกหลืบของชั้นหนังสือ

 


No comments:

Post a Comment