Fanfic Jujutsu Kaisen ft. Boku no Hero Academia
จะทุบเฟรนด์โซนต้องทำยังไง?
Pairing : Fushiguro
Megumi x Itadori Yuji feat Todoroki Shoto (x Midoriya Izuku)
Rating : SFW
ช่วงนี้โทโดโรกิ โชโตะมีเรื่องกลุ้มใจ ถึงแม้จะมีเพื่อนหลายคน
และแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนดีทั้งยังพึ่งพาได้
ทว่าเรื่องกลุ้มใจของเขาคงไม่อาจนำไปปรึกษากับเพื่อนๆ กลุ่มดังกล่าว แน่นอนว่าครอบครัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง…เพราะอะไรน่ะรึ? หนึ่งเพราะสรรหาคำพูดมาบรรยายไม่เก่งและขัดเขินเมื่อต้องเอ่ยออกจากปาก
สองคือเรื่องกวนใจที่ว่าเป็นเรื่องของ ‘เพื่อน’ นั่นเอง
เช่นนั้นแล้วควรทำอย่างไร?
ก็ต้องใช้โลกออนไลน์น่ะสิ
บอร์ดต่างๆ
หรือสื่อโซเชียลมีเดียมีคนมากหน้าหลายตา
นอกจากนี้ยังไม่ต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงในการสนทนากับพวกเขา โทโดโรกิสามารถเปิดเผยใจจริงได้มากกว่าโลกแห่งความเป็นจริง
เรื่องอะไรที่ไม่กล้าถามกล้าระบาย
พอล็อกอินสวมไอดีประจำตัวก็สามารถปลดห่วงในใจออกได้เกินครึ่ง
บอร์ดสนทนาที่โทโดโรกิมักแวะเวียนไปหาประสบการณ์บ่อยๆ
ในระยะนี้เป็นหัวข้อเกี่ยวกับ ‘เพื่อน’...ไม่ว่าจะเป็นการกระทู้พลีชีพขอความช่วยเหลือว่าจะจีบเพื่อนยังไง
กระทู้ร้องห่มร้องไห้บอกว่าเพื่อนไปมีแฟนแล้วรู้งี้สารภาพรักก็ดีหรอก
หรือแม้แต่กระทู้พร่ำรำพันว่าเพื่อนที่ตนแอบหลงรักวันนี้ส่องประกายเจิดจ้าแค่ไหน
อ่านไปก็บันทึกข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเองเซฟเก็บไว้
เพราะโทโดโรกิ
โชโตะก็เป็นหนึ่งในสมาชิกภาคีคนแอบรักเพื่อน
ด้วยโทโดโรกิคร่ำหวอดในบอร์ดสนทนากลุ่ม
‘เพื่อนไม่จริง’ เขาจึงทราบดีว่าสมาชิกขาประจำของกลุ่มนี้มีใครบ้าง
และแต่ละคนมีปัญหาในใจเรื่องอะไร
ยูสเซอร์หนึ่งซึ่งมักจะเห็นแวะเวียนมาคอยคอมเมนต์และแสดงความคิดเห็นอยู่บ่อยๆ คือ Anonymous000
ไอดีนี้ไม่เคยตั้งกระทู้เลย ปรกติแล้วจะเอาแต่คอมเมนต์อย่างเดียว
ที่โทโดโรกิจดจำไอดีนี้ได้แม่นเพราะอีกฝ่ายโผล่ไปตอบทุกกระทู้จริงๆ
ทุกคำตอบล้วนสั้นกระชับ ทว่าแฝงความเห็นใจต่อเพื่อนร่วมชะตากรรมอย่างจริงใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่โทโดโรกิเห็นกระทู้สนทนาซึ่งตั้งโดย
Anonymous000
เขาประหลาดใจจนต้องลุกจากเก้าอี้ไปปั่นจิ้งหรีดหนึ่งรอบ
เมื่อกลับมาอีกครั้งและเห็นชื่อดังกล่าวโชว์หราอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ในฐานะเจ้าของกระทู้ค่อยยอมเชื่อว่าตัวเองตาไม่ฝาด
โทโดโรกินั่งนิ่งๆ
ครู่หนึ่งรอให้อาการวิงเวียนบางเบาจางหาย
จากนั้นขยับเมาส์คลิกเปิดกระทู้ดังกล่าวขึ้นมา เนื้อหาในกระทู้ยาวจนน่าตกใจทีเดียว
อย่างกับไม่ใช่ Anonymous000 ที่มักคอมเมนต์จบใน
1 บรรทัด
Topic: ถ้าคนที่ชอบมีสเปกชัดเจนแต่ไม่ใช่เราจะทำยังไงดี
by Anonymous000
คนคนนั้นของจขกท.เป็นนักเรียนใหม่
เรารู้จักกันมาได้ครึ่งปีแล้ว ทั้งที่จขกท.เป็นเพื่อนคนแรก คิดว่าเขาน่าจะสนิทกับเรามากที่สุด
แต่ดันไปทำตัวคุ้นเคยกับคนอื่นมากกว่าหน้าตาเฉย เรียกชื่อต้นคนเพิ่งเจอหน้าบ้างล่ะ
เรียกชื่อเล่นคนเพิ่งเจอหน้าบ้างล่ะ
ถึงจะน่าหงุดหงิดที่เที่ยวเข้ากับใครได้ดีไปทั่ว แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ของเขา เขาน่ารักมาก
จขกท.เห็นเขาไม่สนใจเรื่องรักๆ
ใคร่ๆ ก็เลยเข้าใจไปว่าเพราะไม่เจอคนตรงสเปกเลยไม่ได้คบหาใครสักที
แต่...วันก่อนจขกท.ได้ยินว่าเพื่อนเก่าที่ตรงสเปกของคนคนนั้นกำลังคุยกับเพื่อนว่าจะสารภาพรักกับเขา
ความจริงเขาเป็นคนน่ารักและไม่ได้ตัดสินคนจากภายนอก
จขกท.ยังไม่เชื่อเต็มร้อยว่าเขาจะตกลงคบใครเพียงเพราะรูปร่างหน้าตาตรงสเปก
แต่บางทีเขาก็ชอบทำอะไรคาดไม่ถึง อาจจะใจอ่อนยอมคบด้วยแบบไม่คิดอะไรมาก
เกิดผ่าไปตอบรับขึ้นมาก็ไม่น่าแปลกใจ
ซึ่งจะให้จขกท.ยอมแพ้เลยก็ยอมรับไม่ได้
พอจะมีหนทางไหนที่ทำให้คนไม่ตรงสเปกเข้าตาเขาบ้างไหม รบกวนเพื่อนๆ ช่วยแนะนำหน่อย
โทโดโรกินั่งอ่านจนจบอย่างใจเย็น
เขาเลื่อนเคอเซอร์เพื่อดูกระแสตอบรับจากพรรคพวกในบอร์ด ปรากฏว่าท็อปคอมเมนต์คือ
Jian: ‘คุณ Anonymous000 ไม่ต้องอวยคนนั้นของตัวเองตลอดก็ได้นะ ก๊ากกกกกก’
คนกำลังกลุ้มใจ ยังจะไปหัวเราะเยาะอีก
จิตมโนธรรมในใจทำเอาแน่นหน้าอก
โทโดโรกิในฐานะคนแอบรักเพื่อนมีอารมณ์ร่วมกับ Anonymous000 อย่างมาก
พอคิดว่าถ้าเป็นตัวเองต้องเจอเรื่องแบบนี้ก็คงนั่งไม่ติดที่เหมือนกัน
เขาพยายามกลั่นกรองคำตอบที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมชะตากรรม
จากนั้นจรดนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างเชื่องช้า
โซบะ: ‘จะให้ไปขัดขวางการสารภาพรักก็เล่นสกปรกเกินไปหน่อย
ผมว่าจขกท.สารภาพรักตัดหน้าไปเลยดีไหม?’
เพิ่งจะส่งขึ้นหน้ากระทู้ได้ไม่กี่นาทีดันมีคนมาตอบคอมเมนต์เสียนี่
Plus Ultra!!: ‘@โซบะ
สารภาพรักตัดหน้าผมว่าก็เล่นตุกติกอยู่เหมือนกันนะ’
Yatagarasu: ‘@โซบะ
จริงๆ ถ้ามันได้ผลซะอย่างจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ
ขอแค่อย่าไปคุกคามคู่กรณีจนเขาอึดอัดก็พอแล้วล่ะ แต่ส่วนตัวฉันว่า ต้องโชว์ charisma
ให้รู้ว่าไม่มีใครดีไปกว่าเรานี่แหละถึงจะเข้าท่า!!!’
ซาลาเปาไส้เนื้อ: ‘@Yatagarasu charisma คือไรอะ?’
ที่บ้านมันเฮงซวย: ‘@ซาลาเปาไส้เนื้อ มีเน็ตเข้ากระทู้แต่ใช้กูเกิลไม่เป็นเหรอ?’
พี่โม่น่ารักที่สุด
J: ‘@โซบะ
มัวแต่ห่วงเรื่องสกปรกไม่สกปรกถึงหนีจากกลุ่มนี้ไม่รอดไง
ต้องทำเรื่องที่จะเรียกความสนใจได้แน่นอนสิ @Yatagarasu เฮ้
ใครเขาจะอยากทำให้อึดอัดล่ะ เหมารวมแบบนี้ก็เกินไปหน่อยไหม ว่าแต่แอคนี้ขี้โม้จังแฮะ
เสนออะไรเป็นนามธรรมไม่เห็นมีประโยชน์’
Yatagarasu: ‘@พี่โม่น่ารักที่สุด
J เกรียนคีย์บอร์ดหุบนิ้วไปเลย
ไอดีนายสมัครบอร์ดนี้มาตั้งหลายปีแล้วแสดงว่าเป็นพวกขี้แพ้ในชีวิตจริงเหมือนกันนั่นแหละ
มีหน้ามาว่าคนอื่นนี่ไม่ละอายใจหน่อยเรอะ olo’
กลายเป็นลากเข้ารกเข้าพงเถียงกันเองซะแล้ว
คนที่ตอบกระทู้แรกในบอร์ดนี้ของ Anonymous000 ตรงประเด็นมีเพียงหยิบมือเท่านั้นเอง
ตัวอย่างเช่น
ชาติ ศาสนา
คุโรโกจจิ: ‘ผมใช้วิธีชนซึ่งๆ หน้าเอา ชอบก็บอกว่าชอบ! ตอนนี้ยังไม่สำเร็จก็จริง แต่อย่างน้อยก็ไม่มีใครมาจีบแข่งนะ
จขกท.พยายามเข้า!’
Makoto: ‘ผมพยายามเข้าใจความชอบและงานอดิเรกของเขา
ใช้เวลาทำอะไรร่วมกัน ถ้าแสดงความจริงใจให้เห็นก็คงได้รับใจจริงตอบกลับมาสักวัน
มาพยายามไปด้วยกันนะครับ’
บอร์ดใหญ่มีกลุ่มย่อยมากมาย
แต่กลุ่ม ‘เพื่อนไม่จริง’ ล้วนมีแต่สมาชิกผู้ประสบปัญหาทลายกำแพงความเป็นเพื่อนไม่สำเร็จ
ว่ากันตามตรง หากป่วยไข้ต้องให้หมอถูกแขนงมารักษา
มาขอความช่วยเหลือจากคนที่เอาตัวเองยังไม่รอดอย่างนี้ไม่รู้จะช่วยอะไรได้บ้างไหม
ถ้าจะพูดให้ระคายหูก็เหมือนพวกที่แพ้สงครามมานั่งเลียแผลกันเอง
อย่างไรก็ตาม
การได้แบ่งปันประสบการณ์การดิ้นรนหนีพ้นจากคำว่า ‘เพื่อน’
ของทุกคนย่อมไม่เสียเปล่า หากเอามาปรับใช้ให้เหมาะสมก็น่าจะได้เรื่องสิน่า
ฟุชิงุโระ
เมงุมินั่งเล่นสมาร์ทโฟนในร้านฟาสต์ฟู้ด
ที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือเพื่อนร่วมชั้นที่มักไปไหนมาไหนด้วยกัน คนหนึ่งคือสาวสวยผมสั้นคุกิซาคิ
โนบาระ อีกคนคือเจ้าหนุ่มบ้าพลังอิตาโดริ ยูจิ การจับกลุ่มแบบชาย 2 หญิง 1
มักเรียกสายตาคลุมเครือจากคนรอบข้าง เชื่อว่าหลายคนต้องจินตนาการเพริศแพร้วไปว่า 2
หนุ่มแอบหลงรักสาวเจ้าคนเดียวกัน
แต่แท้จริงแล้วคนที่ฟุชิงุโระมีใจให้คืออิตาโดริ
ยูจิต่างหาก
และเขาก็กำลังกลัดกลุ้มอย่างมากเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรให้อิตาโดริหันมามองตนมากเกินกว่าเพื่อน
“ฉันต้องมีแฟนคนแรกย่ะ
อย่าหวังเลยว่าจะช่วย”
จะด้วยสัญชาตญาณหญิงหรืออะไรไม่ทราบ
ที่แน่ๆ คือคุกิซาคิรู้ว่าใจฟุชิงุโระหลุดลอยไปอยู่กับใคร ทีแรกฟุชิงุโระคิดว่าเป็นเพื่อนกัน
น่าจะช่วยมาดันหลังกันได้ ทั้งอย่างนั้นเจ้าหล่อนกลับแยกเขี้ยวกางเล็บใส่
ประกาศตัวชัดเจนว่ายิ่งเป็นเพื่อนยิ่งไม่ช่วย ไม่พอยังขู่แฟ่ดๆ ต่อว่าถ้ากล้าทิ้งไปสวีทวี้ดวิ้วกันสองคนเมื่อไหร่แม่จะสาปเรียงตัว
เขามีเพื่อนแค่สองคน
นอกจาก 2 คนนี้...ไม่สิ แอบชอบไปคนก็เหลือตัวช่วยแค่คนเดียว
แถมคนเดียวที่ว่ายังใจจืดไม่ยอมช่วย...เอาเป็นว่าไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใครอีก
ได้แต่ขอความช่วยเหลือจากในเว็บบอร์ดอย่างคนจนตรอก
เมื่อวานกลั้นใจเปิดกระทู้ไปกระทู้หนึ่ง
ไม่รู้จะมีใครมาตอบไหม...ฟุชิงุโระไม่อยากยอมรับว่าแอบป๊อดอยู่เหมือนกันถึงได้ประวิงเวลาไม่ยอมไปดูสักทีว่าระเบิดที่ตนวางเอาไว้ถูกมองเมินหรือแสดงแสงยานุภาพไปแล้ว
ต่อให้ตอนนี้กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่
เขายังคงไม่กล้าเปิดเข้าไปอ่านความเห็นของกระทู้พลีชีพที่ว่า
“ฟุชิงุโร้~ ไม่กินเหรอ”
อิตาโดริ
ยูจิเขมือบเฟรนช์ฟรายกล่องใหญ่หมดเกลี้ยง แต่เบอร์เกอร์ 2 ชั้นชิ้นที่ 2
ยังไม่หมดจึงตั้งใจจะลุกไปซื้อเครื่องเคียงมาเพิ่ม ทว่าก่อนลุกออกไป เห็นเพื่อนซี้ฝั่งตรงข้ามเหม่อลอยเป็นพักๆ
อาหารตรงหน้าแทบไม่พร่อง ทำเอาอดสงสัยไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า
สาวน้อยคนเดียวในโต๊ะเหลือบตามองเจ้าหนุ่มผมดำคนซึมกะทือ
สมองอันชาญฉลาดทำความเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
เธอไหว้วานอิตาโดริอย่างเป็นธรรมชาติ “ฉันฝากซื้อพายสับปะรดหน่อย”
“เอ๊ะ
ไม่ใช่จะลดน้ำหนั---“
“อยากตายเหรอ?”
“จะไปเดี๋ยวนี้ครับผม”
ก่อนโดนเตะเจาะยาง
อิตาโดริที่ไม่ได้ซื่อบื้อจนเกินเยียวยากวาดขยะลงถาดอาหารแล้วลุกออกจากโต๊ะเพื่อเก็บทิ้งและไปซื้อของมานั่งกินต่อ
รอจนตัวปัญหาหายแว้บออกจากโต๊ะสี่ที่นั่ง คุกิซาคิทักฟุชิงุโระโดยที่ยังมีหลอดน้ำอัดลมในปาก
“ว่าไงเรา~”
“...”
ใหญ่มาจากไหนน่ะแม่คุณ
ครั้นเห็นสายตาเจือความรำคาญ
มุมปากคุกิซาคิยิ่งหยักเป็นรอยยิ้มรู้ทัน ถ้าเป็นการ์ตูนคงได้ยินเสียงหัวเราะ ‘คึๆๆๆ’ อันชั่วร้ายเป็นแน่แท้
“ฉันรู้นะ!
นายวางแผนสารภาพรักแต่ล้มเหลวมาตลอดใช่ไหมล่ะ!”
ฟุชิงุโระหักนิ้วชี้ที่ชี้หน้าตนลงไป
สองตามองเพื่อนสาวที่เริ่มตบโต๊ะขำก๊ากไม่ไว้หน้า “เธอนี่มัน...”
ความพยายามตลอดหลายครั้งที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องน่าขันสำหรับคนอื่นไปเสียแล้ว
ฟุชิงุโระไม่รู้ว่าโดนจับได้มากแค่ไหน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งสินะ
จากการอ่านคำแนะนำในเว็บบอร์ดแล้วนำมาปฏิบัติตาม
ฟุชิงุโระ เมงุมิทำมาหลายสิ่งหลายอย่างมาก ตัวอย่างเช่น...ทำข้าวกล่องสื่อรักโชว์เสน่ห์ปลายจวัก
แต่อิตาโดริกินอะไรก็อร่อยไปหมด แถมสักแต่จะกิน ตกแต่งมาอย่างไรไม่ทันมองด้วยซ้ำ
สัญลักษณ์สื่อความนัยทั้งหลายโดนกวาดลงท้องในพริบตา...ล้มเหลว
ชวนไปเดทสองต่อสองวันหยุด
กลับชวนคนอื่นมาด้วยเป็นพรวน ทั้งเพื่อน ทั้งรุ่นพี่ ทั้งอาจารย์ หาจังหวะอยู่กันสองคนได้ก็เป็นจังหวะที่นักท่องเที่ยวรายล้อมเต็มไปหมด
หาความเป็นส่วนตัวไม่ได้
แน่นอนว่าจะหาจังหวะสารภาพรักหรือสวีทหวานก็หมดสิทธิ์...ล้มเหลว
แนะนำเพลงรักไป
ไม่ได้คิดถึงความหมายลึกซึ้ง แนะนำหนังสือไป หลับคาหนังสือ...ล้มเหลวหมด
ล้มเหลว
ล้มเหลว ล้มเหลว...
ฟุชิงุโระ
เมงุมิเข้าตาจน
...แล้วยัยคนนี้ยังมาซ้ำเติมอีก
“อะแน่ะๆ
อย่ามาทำตาแข็งใส่ฉันนะ ตัวเองไม่ได้ความแล้วคิดจะมาโทษคนอื่นเหรอ?
นอกจากรอซ้ำเติมฉันทำอะไรรึไงฮึ?” คุกิซาคิยืดอกพูดอย่างผึ่งผาย
เห็นเธอตรงไปตรงมาขนาดนี้ ฟุชิงุโระต่อว่าต่อขานไม่ออก
เด็กหนุ่มผู้กลัดกลุ้มไม่อยากเห็นสายตาล้อเลียนอีกจึงกลั้นใจลองเปิดกระทู้ของตัวเองดู
ผลตอบรับน่าชื่นใจ...คนมาตอบถล่มทลาย ไม่ว่าจะมีความเห็นเป็นประโยชน์มากน้อยแค่ไหนแต่ในบรรดาคอมเมนต์มากมายมหาศาลก็น่าจะพอมีอะไรนำมาประยุกต์ใช้ได้บ้าง
เนื่องจากอาหารส่วนของตัวเองยังไม่หมด
ระหว่างนั่งอ่านคอมเมนต์ ฟุชิงุโระละเลียดตักมันบดคำเล็กๆ กิน แต่แล้วก็มีอันต้องสำลักเมื่อเจอคอมเมนต์กระแทกใจดำ
Norma: ‘ถ้ายังไม่ได้สารภาพรักก็สารภาพรักก่อนเถอะครับ
รอสารภาพรักล้มเหลวค่อยมาหาวิธีจีบต่อก็ไม่สาย มัวแต่อ้อมค้อมไปมา ลองอีกฝ่ายไม่รู้ว่าคุณคิดยังไงมันก็ไปไหนไม่ได้หรอก’
คอมเมนต์ดึกๆ
เมื่อวานแต่ถูกดันขึ้นเป็นทอปคอมเมนต์ด้วยคะแนนสูงปรี๊ด มีคนเข้ามาตอบกลับคอมเมนต์นี้เพียบ
กว่าครึ่งก่นด่า บอกว่ามันง่ายดายอย่างที่นั่งพิมพ์ไหมล่ะ
ทว่าก็มีอีกไม่น้อยที่เห็นด้วย
ฟุชิงุโระถอนหายใจพลางกดปิดกระทู้ตัวเองมาดูความเคลื่อนไหวของคนอื่น
ปรากฏว่ามีกระทู้ใหม่ของคุณ ‘โซบะ’ ผุดขึ้นมา
ไม่รู้เกิดแรงดลใจอะไร นิ้วของฟุชิงุโระถึงได้รีบกดเปิดกระทู้
Topic: ผมลองสารภาพรักกับคนที่ชอบแล้วล่ะ
by โซบะ
เมื่อวานตอนเปิดอ่านกระทู้หนึ่งในบอร์ด
ผมเห็นคอมเมนต์ของคุณ Norma บอกให้ลองสารภาพรักกับคนที่ชอบก่อนค่อยคิดหาวิธีอย่างอื่น
ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียวันนี้ผมเลยไปสารภาพรักมาแบบไม่ได้คาดหวังอะไรเท่าไหร่
ขอใช้พื้นที่ตรงนี้แชร์ประสบการณ์กับคนอื่นๆ นะครับ
ไม่มีอะไรมาก
ตอนเจอหน้ากันเมื่อเช้า ผมพูดออกไปเลย “ฉันชอบนาย ให้ฉันเป็นแฟนนายได้ไหม?”
เขายิ้มน่ารักมากๆ
ให้ผม น่ารักมากๆ น่ารักสุดๆ แต่ดันบอกว่าผมที่เด๋อๆ น่ะน่ารัก
สรุปคือเขาตกลง
และผมไม่โสดแล้ว
จบการอวดแชร์ประสบการณ์แต่เพียงเท่านี้
ไอ้พวกติดเฟรนด์โซนด์ที่เหลือ พยายามเข้าละกัน
คอมเมนต์ด้านล่างเต็มไปด้วยคำจำพวก
‘กวน Teen’ หรือไม่ก็ ‘ไอ้คนทรยศ’ ทว่านายโซบะคนนี้อวดเสร็จก็หายเข้ากลีบเมฆ
ไม่ลงมาตบตีคลุกฝุ่นกับพวกติดกำแพงเฟรนด์โซนราวจะประกาศว่าไม่เห็นอยู่ในสายตา
(คิดไปเอง)
บางทีอาจกำลังหัวเราะเยาะจากมุมใดมุมหนึ่งของโลกอันไพศาลว่าเรามันคนละชั้นกันก็ได้
(คิดไปเอง)
ร้านฟาสต์ฟู้ดซึ่งเปิดเรดิโอกระจายเสียงเล่นเพลง
‘เป็นได้แค่เพื่อน’ พอดีราวจะตอกย้ำซ้ำเติม
เทียบกับผนังร้านสีฉูดฉาดสดใส สีหน้าฟุชิงุโระครึ้มลงทุกจังหวะหายใจ ระหว่างนั้น
คุกิซาคิเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อใบหน้ารวมทั้งแววตาอีกฝ่ายอยู่ตลอด
“อะไรอีกล่ะ
ยอมแพ้แล้ว?”
“พูดเรื่องดีๆ ไม่ได้จะเงียบไว้ก็ไม่มีใครว่าหรอกนะ”
ถึงแม้กระทู้ที่เพิ่งอ่านจะน่ารำคาญอย่างมาก
ส่วนหนึ่งในใจของฟุชิงุโระค่อนข้างเห็นด้วยว่าดีเลวอย่างไรก็ต้องสารภาพรักก่อน
โดยเฉพาะกับอิตาโดริ
ยูจิ...เจ้าคนกะโหลกหนาทั้งในความหมายตรงตัวและความหมายเชิงเปรียบเทียบ
ต้องสารภาพรักให้สำเร็จก่อน
ใช่ว่าก่อนหน้านี้ฟุชิงุโระรุกจีบอย่างอ้อมค้อมเพียงอย่างเดียว
เขาพยายามสารภาพรักอย่างตรงไปตรงมามาแล้วหลายครั้ง...ติดขัดตรงจังหวะนรกทุกครั้งราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง
หากไม่หนังหน้าบางจนระเบิดตัวเองกลางคันก็มี กขค. หรือเหตุการณ์อะไรเกิดแทรกทำให้สารภาพรักไม่สำเร็จเสียทุกที
“จะวาเลนไทน์แล้วด้วยสิ
ในโรงเรียนเรา เจ้าหมอนั่นเนื้อหอมเอาเรื่อง ระวังโดนตัดหน้าล่ะ” จู่ๆ คุกิซาคิ
โนบาระโพล่งคำพูดคล้ายผลักดันขึ้นมา เธอใช้หลอดเขี่ยน้ำแข็งในแก้วน้ำ
พูดเรื่อยเปื่อยต่อไป “ฉันอยู่กับพวกนาย หนีไม่พ้นที่จะโดนมองแรงอยู่แล้ว
ขอใช้ประสบการณ์ตรงบอกเลยแล้วกันว่าคนเล็งอิตาโดริเยอะ บรรดาสาวๆ ที่หลงหมอนั่น ถ้าไม่ใช่พวกเหนียมอายก็แค่ฝ่าดงพรรคพวกชมรมกีฬากับพวกเราเข้าประชิดตัวตามจีบไม่ได้
วาเลนไทน์ปีนี้พวกรุ่นพี่อาจกระตือรือร้นขึ้นมาเป็นพิเศษจนทุบคนขวางทางกระเจิงหมดก็ได้นะเออ
ระวังแพ้พวกหล่อนล่ะ”
“นี่เธอหนุนหลังฉันอยู่เรอะ?”
“ก็แค่ให้ข้อมูลคนกันเอง”
ว่าพลางแบมือระดับไหล่
อันที่จริงยังมีอีกเรื่องที่คุกิซาคิไม่ได้พูด...คือฟุชิงุโระเองก็เนื้อหอมพอตัว
มีคนมาสะกิดเธอขอให้เป็นแม่สื่อจนนับนิ้วมือไม่ถ้วนเชียวล่ะ...แต่มีรึเธอจะยอมช่วย
อย่างที่บอกว่ายังไงก็อยากมีแฟนก่อนเจ้าสองคนนี้
เรื่องอะไรจะยอมเป็นสะพานให้คนอื่นเหยียบไปสู่ความรักอันสดใสกัน?
กระนั้น
ระหว่างให้อิตาโดริหรือฟุชิงุโระไปคบกับใครไม่รู้ ให้คบคนกันเองที่รู้นิสัยใจคอถ่องแท้ย่อมดีกว่า
“ลองถือโอกาสวาเลนไทน์สารภาพรักดูสิ”
นี่อาจนับว่าเป็นประโยคที่จริงใจที่สุดของคุกิซาคิ
โนบาระในวันนี้แล้ว
ฟุชิงุโระประสานสายตากับเธอ
คำแนะนำของเพื่อนสาวเสมือนหนึ่งตะปูตอกย้ำเป้าหมายลงกลางใจ และในตอนที่อิตาโดริ
ยูจิถือถาดอาหารพร้อมของทานเล่นเป็นกองกลับมา พอเห็นอีกฝ่าย...ก็เหมือนมีค้อนยักษ์มาตอกตะปูให้ฝังแน่นลงลึกยิ่งกว่าเดิม
ฟุชิงุโระยอมรับอย่างซื่อสัตย์ว่าตนปล่อยอีกฝ่ายไปหาคนอื่นไม่ได้จริงๆ
เขาชอบอิตาโดริ
ยูจิมากเกินไป
ด้วยเวลาค่อนข้างกระชั้นทำให้เหลือทางเลือกสำหรับ ‘ส่วย’
วันวาเลนไทน์ไม่มากนัก แรกสุดฟุชิงุโระคิดจะให้ช็อกโกแลต
ทว่าเห็นวิธีทำแล้วยอมแพ้ แต่ไอ้ครั้นจะซื้อช็อกโกแลตสำเร็จรูป
ความเอาจริงเอาจังบางอย่างในตัวกลับไม่ยินยอมถึงได้เบนเป้าไปหาดอกไม้แทน
อย่างไรก็ตาม
อิตาโดริคงไม่ดีใจหากได้รับดอกไม้ เลี้ยงข้าวสักจานน่าจะดีใจกว่าได้รับกุหลาบด้วยซ้ำ
ไปๆ มาๆ
ก็เลยกลับมาลังเลเรื่องทำช็อกโกแลตอีกรอบ
“ทำขนมดีไหม?
พวกเบเกอรี่ที่เป็นรสช็อกโกแลตน่ะ”
ระหว่างนั่งกลุ้มใจดูคลิปสอนทำช็อกโกแลตในเน็ต
คุณแม่โผล่มาจากด้านหลังแล้วเอ่ยเสนอแนะประโยคหนึ่ง ทำเอาฟุชิงุโระที่กำลังจดจ่ออยู่กับการจดสูตรตกใจจนลากปากกายาวไปครึ่งหน้ากระดาษ
เห็นดังนั้นเสียงยั่วเย้ายิ่งแฝงแววล้อเลียน
“อยากให้แม่ช่วยรึเปล่า?”
โบราณว่าด้านได้อายอด
ฟุชิงุโระไม่ปฏิเสธน้ำใจ กระนั้นการต้องมาทำขนมให้คนที่ชอบร่วมกับแม่บังเกิดเกล้าก็ต้องอาศัยความกล้าหาญอยู่พอควร
เขาระแวดระวังจนเกร็งไปทั้งตัว
รอว่าเมื่อไหร่แม่จะถามถึงสาเหตุที่นึกครึ้มอยากทำช็อกโกแลต
แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ปริปาก เพียงช่วยทำและสอนอย่างใจเย็นตั้งแต่ต้นจนจบ
ปลุกปล้ำกันอยู่ครึ่งวันถึงได้คัพเค้กช็อกโกแลตหอมฉุยน่ารับประทาน
ฟุชิงุโระพึงพอใจมาก
แต่แล้วพ่อโผล่มาจากไหนไม่รู้ หยิบอันหน้าตาสวยๆ ไปกินจนหมด เขาสู้รบปรบมืออีกฝ่ายไม่ไหวเลยได้แต่ยื้อแย่งอันที่พอจะดูได้ที่สุดจากกองที่เหลือมาเก็บใส่กล่องก่อนโดนสวาปามไม่เหลือ
ลางร้ายหรือเปล่าเนี่ย...
โดนขัดแข้งขัดขาตั้งแต่ที่บ้าน
จิตใจหวั่นไหวกลัวเป็นสัญญาณบอกเหตุไม่ดี เมื่อถึงวันวาเลนไทน์
ฟุชิงุโระถือกล่องกระดาษมาโรงเรียนแล้วนั่งมอง สองจิตสองใจว่าจะเอายังไงดี
พอมองคัพเค้กที่ทุ่มสุดฝีมือทำหลายหนเข้าพลันอุปาทานไปเองว่ามันหน้าตาขี้ริ้ว...ยิ่งมองยิ่งเสียความมั่นใจ
ไอ้พ่อเฮงซวย
ตั้งแต่เช้ายันเที่ยง
ฟุชิงุโระพลาดจังหวะสารภาพรักครั้งแล้วครั้งเล่า พออ้าปากจะชวนไปหาที่เงียบๆ
เพื่อบอกความในใจก็เกิดอาการเสียความมั่นใจแล้วใจเสาะกะทันหัน...ซ้ำไปซ้ำมาจนน่าโมโห
ที่พอจะเรียกได้ว่าสำเร็จหน่อยคือกันท่าคนที่พุ่งเข้ามาหมายจะสารภาพรัก
จนตอนนี้แม้ตัวเองยังสารภาพรักไม่สำเร็จก็ยังไม่มีใครหน้าไหนเข้ามาสารภาพรักกับอิตาโดริได้เหมือนกัน
ใครจะยอมเสียเปรียบไปมากกว่านี้กันเล่า!
“ฟุชิงุโระ
เป็นอะไรหรือเปล่า”
ออดเข้าเรียนภาคบ่ายดังแล้ว
อิตาโดริกับคุกิซาคิที่เรียนห้องเดียวกันกำลังจะเดินกลับห้องตัวเอง
ทว่าเห็นสีหน้าฟุชิงุโระอึมครึมหม่นหมองราวกับโดนบังคับให้อมยาขม
ทั้งคู่ละล้าละลังด้วยความเป็นห่วง
คนกลุ้มใจยกมือโบกปัดๆ
“ไม่มีอะไร ไปเรียนเถอะ”
“ถ้ามีเรื่องอยากเล่ายินดีรับฟังเสมอนะ”
อิตาโดริยังไม่คลายกังวล
ฟุชิงุโระอยากจะสวนกลับไปนักว่าใครกันล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้
เขากลืนเลือดร้อนๆ ของวัยหนุ่มลงท้อง ปลอบตัวเองอย่าผลีผลามพูดอะไรไม่เข้าท่า
ในเมื่อเป็นการสารภาพรักครั้งแรกก็ควรให้มันโรแมนติกสักหน่อย
จะโพล่งออกไปเพราะความหงุดหงิดไม่ได้
ดังนั้นจึงเอ่ยย้ำคำเดิม
“ไปเรียนได้แล้ว”
คล้อยหลังผละออกมาจากเด็กหนุ่มผิวซีดผมดำ
อิตาโดริ ยูจิเผยสีหน้าวิตกกังวล นิ้วสะกิดเพื่อนสาวคนข้างๆ ยิกๆ “คุกิซาคิ
ฉันว่า...”
“เฉยไว้”
“คุกิซาคี้~”
“ไม่ต้องมาโอด
ไม่ต้องมางี้ดๆ ข้างหู ไม่ต้องมากระพริบตาปริบๆ” สาวผมสั้นเอ่ยเป็นชุด
ทั้งที่ไม่แม้แต่จะเหลียวไปมองแต่กลับพูดถูกเผง
อิตาโดริเดินตามเจ้าหล่อน
แอบเหลียวมองห้องเรียนด้านหลังแทบจะทุกสองก้าว ขนาดมองไม่เห็นคุกิซาคิยังรำคาญ
เธอคว้าฮู้ดสีแดง กระชากเบาๆ เข้าหาตัวหมายส่งสัญญาณให้เร่งกลับห้องเรียน ปากก็กำลังจะบ่น
แต่อิตาโดริโพล่งขัดขึ้นมาก่อน
“ฟุชิงุโระจะสารภาพรักฉันใช่ไหมล่ะ?
พยายามขนาดนั้นน่ารักออกไม่ใช่เหรอ เลิกแกล้งหมอนั่นเถอะน่า”
คนฟังเก็บคำบ่นก่อนหน้า
จิ๊ปากบ่นเรื่องใหม่ “ก็เพราะเพื่อนสองคนจะทรยศฉันไปคบกันเองไม่ใช่รึไง ถ้าไม่เอาคืนนิดๆ
หน่อยๆ ก่อนใจมันไม่ปลอดโปร่งย่ะ แล้วก็...นี่! นายน่ะ! ใจแข็งหน่อยสิยะ อย่าโร่ไปสารภาพรักหมอนั่นตัดหน้าเชียว อดทนไว้เข้าใจไหม
ร่วมมือกับฉันมาขนาดนี้ถ้าไม่นึกเสียดายก็คิดเสียว่าจะไปทำลายความตั้งใจฟุชิงุโระไม่ได้
โอเค้? หมอนั่นพยายามสารภาพรักมาตั้งหลายหนแล้วเหลวตลอด ต้องให้สารภาพสำเร็จด้วยตัวเองสิ”
ถ้าจะให้เท้าความ...
เป็นเรื่องตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว...อิตาโดริ
ยูจิรู้สึกตัวขึ้นมาว่า ‘อ๊ะ เราชอบฟุชิงุโระ’
อาจด้วยอิทธิพลของโทโด
อาโออิ ชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้พยายามโมเมให้อิตาโดริเป็นน้องชายร่วมสาบาน...รายละเอียดช่างมันแล้วกัน
เอาเป็นว่าโทโดเป็นชายหนุ่มผู้กำลังจมลึกในห้วงรัก วันๆ เฝ้าฝันอยากคบหาเป็นแฟนกับ
‘ทาคาดะจัง’ สาวต่างโรงเรียน อีกฝ่ายเพียรกรอกหูอิตาโดริซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าความรักดีอย่างไร
ความรักขับเคลื่อนคนได้มากแค่ โลกนี้หมุนด้วยความรักได้อย่างไร รวมๆ
คือโน้มน้าวให้อิตาโดริมีความรักสุดชีวิต
ในทางกลับกัน
พี่ชายบุญธรรมของอิตาโดริกลับแตกต่างจากโทโดมาก โจโซพร่ำบอกว่าอิตาโดริยังเด็ก
ยังไม่ต้องรีบร้อนมีความรัก
ใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนค่อยคิดเรื่องคู่ครองเถอะ...ดูจะไม่อยากให้มีแฟนเอามากๆ
เจ้าตัวหูผึ่งทุกครั้งเวลาอิตาโดริพูดอะไรก็ตามเกี่ยวกับความรัก
แทบจะพุ่งเข้ามาจับไหล่แล้วฟูมฟายว่า ‘อย่าทิ้งพี่ไปนะ!’ ทำให้เขาลำบากใจพอสมควร
โทโดเป็นตัวแปรทำให้อิตาโดริตระหนักถึงความรัก
ส่วนโจโซเป็นปราการขวางกั้นการมีคนรัก
ด้วยเหตุนี้แม้รู้ตัวว่าหลงรักคนอื่นเข้าให้แล้ว
อิตาโดริยังคงคงเยือกเย็นและไม่บุ่มบ่ามรุกจีบคนในใจเหมือนอย่างโทโด
ทว่าเมื่อได้มีความรัก
มุมมองต่อฟุชิงุโระย่อมผิดเพี้ยนไปจากเดิม ถึงขั้นคิดเข้าข้างตัวเองอยู่บ่อยๆ
ว่าพฤติกรรมของฟุชิงุโระดูเหมือนจะมีใจให้ตนอยู่เหมือนกัน?
อิตาโดริไม่สามารถปรึกษาโจโซได้
พี่ชายบุญธรรมต้องหลั่งน้ำตาเลือดแน่ๆ หากก็ไม่อาจเล่าให้โทโดฟังได้อีกเช่นกัน รายนี้น่าจะกระตือรือร้นเกินกว่าเหตุ
หนำซ้ำอาจจะเอาไปโพนทะนาให้ฟุชิงุโระรู้เข้าว่าตนคิดไม่ซื่อ
แต่จะเก็บเงียบก็อึดอัดเกิน
อิตาโดริจึงเอาไปบ่นเรื่อยเปื่อยให้คุกิซาคิฟัง
เธอคนนี้เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม เป็นคนที่ใกล้ชิดกับตนและฟุชิงุโระมากที่สุด
อันที่จริงนอกจากอยากระบายความฟุ้งซ่าน
เขาแอบหวังให้คุกิซาคิฟาดหัวเรียกสติสักผัวะสองผัวะ ตะคอกว่าเลิกคิดไปเองได้แล้ว
นายกำลังมโน! มิคาด...แทนที่จะทุบ กลับสะบัดหน้าร้องเชอะ
เอ่ยว่า ‘ก็ไม่เห็นจะซื่อบื้อนี่’ ซะงั้น
ก็คือ...ไม่ใช่รักข้างเดียว?
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนั้น
จะพี่จริงพี่เก๊ก็ไม่อยู่ในสารบบความคิดอีกต่อไป อิตาโดริแทบจะบินไปหาฟุชิงุโระ
สารภาพรักดีกว่า! แบบนี้ต้องสารภาพรัก!
ทว่าคุกิซาคิไม่ยอม
เพื่อนสองคนจะคบกัน
แบบนี้เธอก็เป็นส่วนเกินสิ อารามหมั่นไส้เต็มกำลังทำให้คุกิซาคิ
โนบาระร้องขออิตาโดริ บอกให้เขาวางเฉยไปก่อน อย่าเพิ่งสารภาพรัก ถ้าฟุชิงุโระคิดจะสารภาพรักก็ให้แกล้งโง่เสีย
จนกว่าเธอจะแกล้งคนจนพอใจแล้ว ตอนนั้นจะยอมถอยให้
เพราะมีมารผจญขวางทางเต็มรูปแบบนี่เอง
ที่ผ่านมาฟุชิงุโระ เมงุมิจึงสารภาพรักไม่เคยสำเร็จ
อิตาโดริเองก็ปวดใจสุดประมาณภายใต้ใบหน้าซื่อตรงไร้พิษภัย
กระนั้นเมื่อนึกถึงความรู้สึกของคุกิซาคิ เขาอดทดรอเพื่อเธอ
จนวาเลนไทน์มาถึงนี่แหละ...วันนี้ฟุชิงุโระดูคาดหวังเป็นพิเศษ
ทั้งยังลับๆ ล่อๆ ถืออะไรเอาไว้ คงไม่พ้นของขวัญสำหรับวันแห่งความรัก
อิตาโดริมองเห็นอีกฝ่ายพยายามข่มกลั้นความเขินอายอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแล้วหุบปากอยู่หลายครั้ง
ยอมรับตามตรงเลยว่าเกือบสติหลุดพุ่งเข้าไปกอดแล้วพร่ำขอโทษที่ตนทำเป็นโง่มาหลายเดือน
ตลอดคาบเรียนช่วงบ่าย
อิตาโดริหูลู่หางตก เฝ้ามองคุกิซาคิที่นั่งโต๊ะด้านหน้าตนด้วยสายตาตัดพ้อ
แทบจะได้ยินเสียง ‘คนใจร้าย’ อย่างน้อยเนื้อต่ำใจดังเอคโค่ในมโนสำนึก
ทำไมอิตาโดริจะไม่รู้ว่าเพื่อนสาวเป็นพวกปากร้ายใจดี
เขาอาศัยตีเหล็กตอนยังร้อน
เห็นแผ่นหลังบอบบางที่ทำทีเป็นตั้งใจเรียนแผ่บรรยากาศอ่อนลง
มือก็ฉีกกระดาษแผ่นน้อย คว้าปากกาเขียนปราดๆ แล้วส่งให้คนโต๊ะหน้า
แรกเริ่มคุกิซาคิตั้งใจจะขยำแล้วโยนทิ้ง...แต่เธอใจอ่อน
เมื่อคลี่ออกดู
บนโน้ตแผ่นเล็กเขียนว่า ‘ยกโทษให้เก๊าเถอะน้า’ มุมด้านล่างยังมีหัวเสือที่วาดเป็นการ์ตูนจิบิกำลังมองเธอทั้งน้ำตาคลอ
คุกิซาคิระบายลมหายใจยาวเหยียด
ผลจากลูกอ้อน
(?) สุดแรงกายแรงใจของใครบางคน เงื่อนไขใหม่ลดเหลือแค่
ขอเพียงฟุชิงุโระสารภาพรักสำเร็จ อยากจะทำยังไงต่อก็เชิญเลย คุกิซาคิ โนบาระจะไม่สร้างสถานการณ์ขัดขวางแล้ว
อิตาโดริก็ไม่จำเป็นต้องแกล้งโง่อีกต่อไปเช่นกัน
ฟังแล้วเจ้าหนุ่มที่แกล้งโง่มานานพยักหน้ารับรัวๆ
เขารู้ดีว่าที่เพื่อนยังคงเหลือเงื่อนไขและไม่ยอมให้ตนเป็นฝ่ายไปสารภาพรักก็เพื่อรักษาหน้าของตัวเอง
ต่อให้อิตาโดริมั่นใจว่าจะอย่างไรพวกเขาสามคนก็จะยังรักใคร่กลมเกลียวกันดีเหมือนเดิม
ทว่าในเมื่อไม่ได้อยู่ในจุดเดียวกับคุกิซาคิ เขาอาจละเลยอะไรบางอย่างไปได้ นอกจากนี้อาจไม่ละเอียดอ่อนพอจะเข้าใจความกังวลและไม่สบายใจของเธอ
ที่ผ่านมาเขาจึงคล้อยตามยอมให้ทุกสิ่งอย่างและไม่นึกรำคาญแม้แต่น้อย
คุกิซาคิก็เป็นเพื่อนคนสำคัญของอิตาโดริ...เป็นคนที่เขาให้ความสำคัญมากๆ
อิตาโดริอยากทะนุถนอมความรู้สึกของเธอ
หลังเลิกเรียน
บรรยากาศยังคงตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบแห่งรักของเหล่าวัยรุ่น ใครยังหาโอกาสสารภาพความในใจไม่ได้ต่างรีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้
ระหว่างทางเดินออกไปสมทบกับฟุชิงุโระ
อิตาโดริกับคุกิซาคิเห็นหนุ่มสาวมากหน้าหลายตาพูดคุยกันด้วยอาการตกประหม่า
และอีกหลายคนกำลังลุกลี้ลุกลนคล้ายพยายามตามหาอะไร
ความรักหนอความรัก
“ว่าแต่ฟุชิงุโระตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ”
จนเย็นวันวาเลนไทน์แล้วแต่ยังไม่ได้สารภาพรักสักที
คุกิซาคิคาดว่าอาการคงไม่ดีนักหรอก
และเมื่อพบฟุชิงุโระข้างแปลงดอกไม้อันเป็นจุดนัดพบประจำก็พบว่ารายนี้สีหน้าย่ำแย่อย่างที่คิด
เห็นสีหน้านั้นแล้ว
คุกิซาคิคิดว่าตัวเองช่างบาปหนานัก
ถึงขนาดต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่าตูทำเกินไปจริงๆ ดิ? ดังนั้นเพื่อเป็นการชดเชยให้เล็กๆ
น้อยๆ เธอเปลี่ยนใจหยุดเท้าทันทีทันใด คว้าโทรศัพท์มาส่งข้อความหาฟุชิงุโระ อ้างส่งๆ
ว่ามีการบ้านค้าง จะรีบกลับไปทำ
ถือว่าเปิดโอกาสให้อยู่กับอิตาโดริสองต่อสองแล้วนะ!
ส่งข้อความเสร็จก็มองโทรศัพท์ด้วยสายตาปลาบปลื้มราวกับได้ทำความดีครั้งใหญ่
เธอตบไหล่อิตาโดริหลังจากนั้น
‘พยายามเข้าไอ้หนุ่ม!’
‘ไอ้หนุ่ม’ คิ้วกระตุก...ไม่ต้องมาขยิบตาเลยแน่ะ
สุดท้ายอิตาโดริก็ต้องกลับบ้านพร้อมฟุชิงุโระเพียงสองคน
เนื่องจากตอนนี้ได้บัตรผ่านมาจากคุกิซาคิแล้ว ขอเพียงฟุชิงุโระสารภาพรักสำเร็จ
อิตาโดริยินดีเปลี่ยนชื่อเรียกความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย เพียงแต่...
เกร็งมากเลยแฮะ...
อาจเพราะล้มเหลวติดกันจนเสียกำลังใจ
ต่อให้ยังสงวนกิริยา คงไว้ซึ่งความสงบนิ่ง ทว่าสีหน้าปิดความกลัดกลุ้มไม่มิด อิตาโดริได้แต่ข่มกลั้นความรู้สึกอยากเข้าไปกอดโอ๋
ความงุ่นง่านของรักข้างเดียวมันยุ่งยาก
เป็นไปได้เขาก็อยากให้ฟุชิงุโระคลายความกังวลได้โดยเร็ว
ติดก็ตรงตนสัญญากับคุกิซาคิไว้แล้วว่าจะไม่เป็นฝ่ายสารภาพรักก่อน
“ฉันมีขนม
หาที่แวะนั่งกินกันหน่อยไหม” ฟุชิงุโระเอ่ยชวนตอนเดินลากเท้ามาถึงประตูโรงเรียน
คนถูกชวนไม่ปฏิเสธ
“ได้สิ”
ที่หมายคือสวนสาธารณะใกล้โรงเรียน
นอกจากคนมาออกกำลังกายยามเย็นยังมีคู่รักทั้งหน้าใหม่หน้าเก่ามากมาย
เรียกได้ว่าคนเยอะกว่าทุกที
สองหนุ่มหาที่นั่งแบบมีโต๊ะไม่ได้จึงนั่งลงยังม้านั่งว่างๆ
จากนั้นฟุชิงุโระก็หยิบคัพเค้กช็อกโกแลตออกมา อิตาโดรินั่งรอ...รอว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะยื่นมาทางตน
ขนมในมือเพื่อนหน้าตาน่ากิน เห็นแล้วท้องว่างๆ ก็ส่งเสียงโครกครากด้วยความหิว ลืมสนิทว่ามีความนัยแอบแฝงหรือเปล่า
ฟุชิงุโระซึ่งกำลังเตรียมใจ
พอมองข้างตัวแล้วเห็นดวงตาคนข้างๆ จ้องของกินในมือด้วยดวงตาวาววับ น้ำลายหยดแหมะ
ความหนักอึ้งในอกพลันมลายหายไปเหลือเพียงความอ่อนใจแกมเอ็นดู มือขยับไปเองไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ขอบใจ!”
เมื่อเห็นมือสีซีดยื่นขนมให้เสียที
อิตาโดริรีบส่งเข้าปากอย่างกระตือรือร้น
ฟุชิงุโระมองสีหน้าเต็มตื้นของอิตาโดริ
เห็นอีกฝ่ายกินขนมที่ตัวเองตั้งใจทำอย่างเอร็ดอร่อย แววตายิ่งอ่อนลง
กระทั่งมุมปากยังยกเป็นรอยยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัว
อาจด้วยอารมณ์พาไป
ที่สุดแล้วเขาเอ่ยคำนั้นออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“ฉันชอบนายนะ”
ส่วนผลลัพธ์...
ต่อให้เจอคู่รักเด็กม.ปลายที่ดูเหมือนปลาคาร์พกับบร็อคโคลี่
ฟุชิงุโระ เมงุมิก็ไม่ขัดหูขัดตา ตอนกลับถึงบ้านแล้วโดนพ่อเขี่ยพริกหวานให้ก็ไม่โกรธเคืองแต่อย่างใด
คืนวันนั้น
เขาเข้าไปตอบกระทู้ ‘ถ้าคนที่ชอบมีสเปกชัดเจนแต่ไม่ใช่เราจะทำยังไงดี
by Anonymous000’ สั้นๆ
หยิบยืมวาทะอวดเบ่งที่จำได้ขึ้นใจมาใช้
Anonymous000:
‘จขกท. หลุดเฟรนด์โซนแล้วล่ะ ไอ้พวกติดเฟรนด์โซนด์ที่เหลือ
พยายามเข้าละกัน’
จากนั้นต่อสายตรงไปอวด
เอ้ย...ไปรายงานความคืบหน้ากับคุกิซาคิ โนบาระ ปรากฏว่าแม่เจ้าประคุณร่ายคำสาปแช่งมายาวเหยียดจนต้องตัดสายหนีแล้วโทรไปหาแฟนหนุ่มหมาดๆ
ของตนให้ช่วยปลอบใจแทน
เสียงของอิตาโดริที่ได้ยินจากโทรศัพท์
แม้เคยฟังมาหลายครั้งหลายหน วันนี้กลับแตกต่างจากทุกคราวอย่างประหลาด
ฟุชิงุโระไล้ริมฝีปากล่างอย่างเผลอไผลขณะฟังเสียงปลายสาย
ต่อให้จบบทสนทนาลงไปแล้วก็ยังคงกดความตื่นเต้นลงไปไม่ได้
คืนนั้นเขานอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ พลิกตัวไปมาค่อนคืนกว่าจะหลับลง
วาเลนไทน์ปีที่
17 เป็นวาเลนไทน์ที่ดีที่สุดของฟุชิงุโระ เมงุมิเลยล่ะ
Talk
ส่วนบ้านอิตาโดริพี่จ๋ายังไม่รู้เรื่องค่ะ
ถ้ารู้ก็เรื่องใหญ่ ห้าห้าห้าห้าห้า
((ก่อนอื่นขอหวีดที่ตัวเองชิปตรงทุกคู่กับคุณไรท์ก่อน ทั้งโทโดอิซึ คิคุโระ ฟุชิอิตา กี๊ดดดดดดดดดดดีใจมากกก😳)) ตอนนี้ขายขำได้อร่อยมากค่ะ555555 ขำตั้งแต่ต้นยันจบเลย ยิ่งคู่ชิปตรงกันคือรักที่สุดเลยค่ะ💕 อีกอย่างคือชอบคสพของยูจิกับบาระจังมากก มันตรงกับในหัวเลยค่ะว่าเขาสองคนน่าจะเป็นประมาณนี้😭 เด่กน้อยของมัมหมีมันรักเพื่อนจริงๆนะ T_T /ขอบคุณคับบบ
ReplyDeleteน่ารักมาาาาาก ชิปตรงกันด้วย แง้
ReplyDeleteTo Kise นายต้องสู้ต่อไปนะ ออกจากเฟรนโซนให้ได้ล่ะ!!