Saturday, 13 February 2021

[Fanfic Jujutsu Kaisen ; FushiIta] Tattoo

Fanfic Jujutsu Kaisen

Tattoo

 

 

Pairing   : Fushiguro Megumi x Itadori Yuji

Rating    : SFW

 

               

คุกิซาคิ โนบาระหมุนตัวสะบัดกระโปรงยาวสีครีม ยกแขนเท้าเอว จากนั้นเชิดหน้ายิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ

                “เป็นไง ฉันซื้อมาในราคาลด 60% เชียวนะ!

“สวยดี!

วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นวันพักผ่อน เหล่าปี 1 โรงเรียนไสยเวทโตเกียววางแผนเปิดหนังดูเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากภารกิจตลอดสัปดาห์ เดิมทีนัดเวลากันไว้ว่าจะมารวมตัวเฝ้าหน้าจอกันตอนบ่ายโมง แต่จนตอนนี้บ่ายโมงครึ่งโทรทัศน์ก็ยังไม่ได้เปิดเพราะคุกิซาคิอยากอวดชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน

                อิตาโดริ ยูจิกับฟุชิงุโระ เมงุมิยึดครองโซฟาตัวยาวคนละด้าน คนแรกยังพอมีปฏิกิริยาตอบสนอง ตั้งใจดูไม่พอยังวิจารณ์พร้อมชูนิ้วโป้งให้ แต่คนหลังสีหน้าไร้อารมณ์สุดขีด นั่งเคี้ยวแอปเปิ้ลไม่พูดไม่จา

                เดิมทีเป็นสองคนนี้ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานชมคนสวยใส่ชุดใหม่ก็ห่อเหี่ยวพออยู่แล้ว นี่ยังกล้าไม่สนใจเธออีกแน่ะ คุกิซาคิย่างสามขุมเข้าหาฟุชิงุโระ เกิดเงาดำทาบทับอีกฝ่ายทั้งตัว “หัดมีอารมณ์ร่วมบ้างสิยะ นี่ คิดว่าเป็นไง?”

                ฟุชิงุโระมองสาวน้อยผมสั้นหมุนตัวโชว์อีกรอบ คิดในใจว่า เป็นไงงั้นเหรอ? เป็นอันธพาลน่ะสิ ทว่าเพื่อรักษาความสงบสุขในวันหยุด เขาเลือกคล้อยตามความต้องการของเพื่อนด้วยการเออออไปคำหนึ่ง

                “สวยดี”

                “...”

                คลังคำศัพท์พวกนายมีน้อยหรือแค่ไม่ได้สนใจดูกันแน่หา?

                อุตส่าห์ได้ออกมาอยู่โตเกียว ได้ช็อปปิ้งหาเสื้อผ้าสวยๆ ควานหาเครื่องประทินโฉมดีๆ มาสนองความกระหายจากสมัยอยู่บ้านนอก คนรอบตัวกลับมีแต่พวกผู้ชายไร้ความละเอียดอ่อนเสียนี่ คุกิซากิที่เส้นเลือดข้างขมับกระตุกยิกๆ ร้อง อ้อ แล้วเอ่ยถามต่อ

                “เหรอๆ สวยยังไงฮึ”

                “แบบว่า...” รัศมีคุกคามทิ่มแทงผิวหนังในระยะประชิด อิตาโดริเบียดตัวซุกมุมโซฟาราวจะหลบซ่อน เขากลอกตาไปมาขณะคิดสรรปั้นคำเยินยอ “เสื้อแขนสั้นดูเหมาะดี เอ่อ...เธอเพิ่งไปสักมาด้วย โชว์รอยสักได้พอดีเลย”

                ทั้งที่เจตนาดี ตั้งใจเสริมสร้างความมั่นใจและอยากให้เพื่อนร่าเริง คุกิซาคิกลับปรี๊ดแตก

                “ฉันซื้อกระโปรงมาย่ะ! กระโปรง! ได้ยินไหมว่ากระโปรง! ให้ดูกระโปรง! ที่สะบัดกระโปรงให้ดูนี่ไม่เฉลียวใจสักหน่อยเลยเรอะ!” ใจจริงอยากจะทึ้งกระโปรงว่านี่ไง! เนี่ย! ที่จะให้ชมน่ะไม่ใช่เสื้อ! ทว่าคุกิซาคิหักใจทำร้ายกระโปรงตัวใหม่ไม่ลง ตอนนี้จึงตกอยู่ในสภาพกำหมัดใกล้ระเบิด

                อิตาโดริเสหลบตา “เอ่อ”

                “...”

                “กระโปรง...ก็สวยดี”

                และแล้วเจ้าหนุ่มผู้ได้ฉายาว่า เสือ เมื่อสมัยเรียนม.ต้นก็มีอันต้องโหยหวน สิ้นฤทธิ์คามือแม่สาวป่าเถื่อน

                อย่างไรก็ดีคำวิพากษ์วิจารณ์ของอิตาโดริไม่ได้แย่เสียทีเดียว อย่างน้อยๆ ก็ดึงความสนใจของฟุชิงุโระไว้ได้ ดวงตาสีดำขลับของเด็กหนุ่มหน้าตายมองต้นแขนของคุกิซาคิ โนบาระ พบว่ามีดอกกุหลาบสีแดงบานสะพรั่งบนต้นแขนสีขาวหนึ่งดอก แม้ความยาวรวมจะไม่เกินนิ้วก้อยแต่สีสันตัดสีผิวชัดเจนสะดุดตา เนื่องจากพวกเขามักแต่งเครื่องแบบ และเครื่องแบบนักเรียนหญิงก็ปกปิดมิดชิด หากอิตาโดริไม่พูดขึ้นมาคงอีกสักพักกว่าฟุชิงุโระจะสังเกตเห็นรอยสักดังกล่าว

                “ทำไมถึงสักล่ะ”

                คุกิซาคิตุ้บตั้บคนจนพอใจแล้วถึงผละมาจัดเสื้อผ้าหน้าผมพลางตอบคำถาม “เอาไว้ซ่อนแผลเป็นน่ะ สวยดีไม่ใช่เหรอ?”

                แม้เป็นนักเรียนม.ปลาย ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ใช้คุณไสยที่มีจำนวนเพียงหยิบมือเช่นกัน เมื่อตัดสินใจพาตัวเองเข้าสู่วังวนที่มีแต่การต่อสู้และต้องสละเลือดเนื้ออยู่ตลอดเวลาเช่นนี้การบาดเจ็บกลับมาไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร  แทนที่จะมัวงอแงกับบาดแผลที่ไม่มีวันจางหายมิสู้อยู่ร่วมกับมันอย่างปกติสุขจะดีกว่า

                ฟุชิงุโระมองรอยสักของคุกิซาคิ ด้วยตัวเองไม่สนใจวาดลวดลายลบไม่ได้ลงบนร่างกาย พอเห็นรอยสักรูปดอกกุหลาบจึงมีแต่ความคิดว่าตอนสักคงเจ็บแย่...

                หือ?

                หางตามองเห็นอะไรแวบๆ

                “อิตาโดริ”

                ฟุชิงุโระขยับเข้าใกล้เพื่อนวัยเดียวกัน เจ้าของชื่อในตอนนี้สวมเสื้อแขนยาว ทว่าชายแขนเสื้อเลิกขึ้นมาถึงศอกเพราะเมื่อครู่โดนใครบางคนจับหยิกจนเนื้อเขียว อย่างไรก็ดี จุดรวมสายตาของฟุชิงุโระไม่ใช่บริเวณที่อิตาโดริกำลังลูบป้อยๆ คลายเจ็บ หากเป็นดอกกุหลาบขนาดเท่ากับดอกกุหลาบบนแขนของคุกิซาคิต่างหาก

                ท้องแขนของอิตาโดริมีดอกกุหลาบขนาดเท่ากัน...แบบเดียวกันกับคุกิซาคิ

                นาทีที่เห็นรอยสักดังกล่าวเต็มตา ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้าใส่ ก่อนสมองจะหยุดยั้งได้ทัน ฟุชิงุโระก็คว้าอิตาโดริเอาไว้แล้ว เขาจับข้อมืออีกฝ่ายแน่น

                “นายเองก็ไปสักมาด้วยเหรอ? ทำไมชอบหาเรื่องเจ็บตัวนักหา?”

                “เฮ้ยๆ” จู่ๆ ก็จับเค้าลางความขุ่นขึ้งได้จากฟุชิงุโระ คุกิซาคิเก็บโหมดล้อเล่นลงไปชั่วคราว เธอแตะบ่าเด็กหนุ่มผมสีดำผู้กำลังเผยโฉมหน้ายากจะพบเห็น พยายามอธิบาย “อิตาโดริน่ะ...”

                “ไปกับคุกิซาคิตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมรอยสักคู่เนี่ยนะ?”

                “...”

                ไม่ฟังเลยนี่หว่า

                คุกิซาคิเก็บความคิดต่อล้อต่อเถียงลงไปทันที เธอลอบส่งสายตากับอิตาโดริ สื่อสารทางเทเลพาธี (?) ภายในชั่วพริบตาที่สบตากัน

            นายจัดการเองนะ ไฟท์ติ้ง

            อ่าวเฮ้ย...

แล้งน้ำใจเป็นบ้า!

เนื่องจากเป็นเป้าโดยตรงทั้งยังถูกล็อกตัวไว้ สถานการณ์ของทางอิตาโดริจึงต่างออกไปจากคุกิซาคิ ยัยคนใจจืดทำไม่รู้ไม่ชี้ได้ แต่อิตาโดริต้องเผชิญหน้ากับฟุชิงุโระท่าเดียว ยังดีว่าเป็นเด็กหนุ่มผู้แข็งแรงสุขภาพดี แม้แรงที่ฟุชิงุโระจับแขนอยู่จะไม่ใช่น้อยๆ ก็ไม่ระคายผิวแต่อย่างใด

                ตอนนี้สิ่งที่อิตาโดริสนใจคือเกิดอะไรขึ้นกับฟุชิงุโระต่างหาก

                เหมือนหมอนี่จะหงุดหงิดขึ้นมากะทันหันยังไงยังงั้น

                ทำไมล่ะ?

                “ฟุชิงุโระ” แขนขวาข้างที่เป็นอิสระจับข้อมือของฟุชิงุโระพร้อมบีบเบาๆ เป็นสัญญาณว่าให้ตั้งสติหน่อย

เมื่อถูกมองด้วยสายตาจริงจังและโดนจับตัว ฟุชิงุโระคล้ายสำเหนียกได้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ ประกายชีวิตกลับสู่ดวงตาสองข้าง พร้อมกันนั้นอาการเกร็งเครียดก็บรรเทาลง

                แต่ยังไม่ได้ปล่อยมือที่จับอิตาโดริแต่อย่างใด

                เห็นเพื่อนใจเย็นลงแล้ว อิตาโดริชำเลืองไปทางคุกิซาคิ เห็นเจ้าหล่อนไหวไหล่ สื่อความนัยว่านายอธิบายต่อไปเลย ด้วยเหตุนี้เขาจึงชี้ไปยังบริเวณที่มีรอยสัก...จุดที่ฟุชิงุโระจับเสียแน่นนั่นแหละ

                “ฉันว่า...อืม ปล่อยก่อนดีไหม?”

                “โทษที”

                หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มจับสังเกตสองหนุ่มอย่างละเอียด...อิตาโดริสะบัดแขนช้ำๆ ไปมา ยังคงเย็นใจ ไม่สะทกสะท้าน ไม่โกรธเคือง ดูเหมือนจะสับสนงุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนมากกว่า ในทางกลับกัน ฟุชิงุโระ เมงุมิที่อารมณ์แปรปรวนกะทันหันกลับหูแดง หนำซ้ำยังมีร่องรอยความอับอายเร้นอยู่ภายใต้สีหน้าแสร้งทำเป็นเยือกเย็น

                สัญชาตญาณของคุกิซาคิบอกอะไรอย่างหนึ่ง

            หึงหวง...?

                “ฟังนะฟุชิงุโระ” อิตาโดริเอ่ย น้ำเสียงหนักแน่น สีหน้าจริงจัง คุกิซาคิกำลังคิดว่า หรือหมอนี่จะรู้ตัวเหมือนกัน? ทว่าเขาหักหลังเธอด้วยประโยคถัดไป “การสักไม่ใช่การรนหาที่ตายนะ”

                “...” คุกิซาคิ

                “...” ฟุชิงุโระ

                “ก่อนหน้านี้ฉันอาจจะทำแต่อะไรเสี่ยงๆ นายเลยเป็นห่วงสินะ...น่าซึ้งใจจริงๆ แต่ว่า นายต้องแยกแยะสิ การลงเข็มสักไม่ใช่การแทงทะลุให้ตายสักหน่อย มันเป็นการวาดลวดลายลงบนร่างกายเฉยๆ ขนาดง่าวๆ อย่างฉันยังเข้าใจ นายเอง...”

                “เดี๋ยว ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าการสักกับรนหาที่ตายมันเกี่ยวกัน?” เนื่องจากทนฟังไม่ได้ ฟุชิงุโระที่เพิ่งใจเย็นลงหมาดๆ ทำท่าจะอารมณ์พุ่งปรี๊ดในเวลาอันรวดเร็ว เขารีบยกมือส่งสัญญาณให้คู่กรณีหยุดพูด

                ระหว่างสองหนุ่มกำลังโต้คารม หนึ่งสาวที่เหลือ ณ ที่นั้นหาที่ว่างหย่อนก้นลงนั่ง ฉวยขนมบนโต๊ะมาได้ก็นั่งกินเป็นกับแกล้มระหว่างชมละครบทสดนำแสดงโดยไอ้พวกงี่เง่าหัวช้า 2 หน่อ...โฮ่ ป๊อปคอร์นรสชีสที่อิตาโดริซื้อมาอร่อยไม่เลวแฮะ

                “ก็นายบอกว่าฉันชอบหาเรื่องเจ็บตัวอะ” อิตาโดริไม่คิดว่าความสามารถในการเชื่อมโยงเหตุและผลของตนมีปัญหาตรงไหน สีหน้าที่แสดงออกแปะป้ายตัวโตๆ ประกาศความรู้สึกเจ้าของ...ทำไมอะ ฉันทำไรผิด ดูเหมือนสุนัขตัวโตหูลู่หางตกเพราะถูกเจ้าของดุไม่มีผิดเพี้ยน

                “...”

                หมอนั่นไม่ได้เข้าใจผิดว่านายรนหาที่ตายเพราะไปสักย่ะ แค่ไม่อยากให้เจ็บตัวทุกกรณีล่ะไม่ว่า แหม ทีฉันสักล่ะไม่พูดอะไรนะ...ระหว่างนั่งดู คุกิซาคิสอดแทรกความเห็นในใจเป็นระยะๆ

                ฟุชิงุโระเห็นสีหน้าดังกล่าวก็ไม่สามารถแก้ความเข้าใจผิดได้เพราะหน้าบางเกินกว่าจะบอกความจริง ตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปากอย่างน่าสงสาร

                “อีกอย่างนึง” อิตาโดริไม่ได้สังเกตท่าทีผู้ฟัง ระหว่างพูดต่อเขาพับแขนเสื้อลง เปิดแขนให้ดูชัดๆ ผิวบริเวณที่โดนจับเสียแน่นซีดลงเพราะขาดเลือดหล่อเลี้ยง รอยสักรูปกุหลาบเองก็หน้าตาไม่เหมือนเดิม

                ...มันแหว่ง

                “อย่างที่เห็น ไอ้นี่มันไม่ใช่รอยสักของจริง เรียกว่าไงนะ รอยสักชั่วคราว? สติ๊กเกอร์?”

                คำแถลงไขมีแต่จะทำให้ฟุชิงุโระ เมงุมิอับจนคำพูด อายยิ่งกว่าเดิมอีก

                ความจริงเป็นอย่างนี้...คุกิซาคิ โนบาระตั้งใจไปสักทับรอยแผลเป็น ตอนนั้นอิตาโดริ ยูจิอยู่กับเธอ หรือหากจะพูดให้ตรงกว่านั้นคือทั้งสองคนไปโซ้ยขนมหวานที่จัดโปรมาคู่จ่ายหนึ่ง ระหว่างทางหลังกินจนอิ่มหนำบังเอิญเจอร้านสักคุกิซาคิจึงแวะเข้าไปดูแล้วตัดสินใจปุบปับมันเดี๋ยวนั้นว่าจะจองคิว

                ก่อนลองสักจริง พี่สาวเจ้าของร้านทำแบบสติ๊กเกอร์ให้มาลองติดผิวเพื่อดูสี อิตาโดริแค่เห็นว่ามันดูน่าสนุกดีเลยขอปันมาลองแปะตัวเองบ้าง

ไม่ได้หาเรื่องเจ็บตัวหรือคิดสักลายคู่กับคุกิซาคิแต่อย่างใด

                ตั้งแต่ต้นจนจบ ฟุชิงุโระนั่งก้มหน้าประสานมือรับฟังโดยไม่ส่งเสียงสักแอะ

                อิตาโดริรอปฏิกิริยาตอบสนองจากอีกฝ่ายอยู่ คนนั่งข้างๆ ดันนิ่งสนิทเป็นหุ่นยนต์ถ่านหมด เขาป้องปากกระซิบกระซาบข้างหูเพื่อนสาวตัวต้นเรื่องแทน “สรุปฟุชิงุโระเป็นไรอะ?”

                “ฉันชื่อคุกิซาคิ โนบาระไหมหา? มาถามอะไรกับคุกิซาคิ โนบาระไม่ทราบ?”

                แม้คำถามไม่ดัง แต่ก็ไม่จัดว่าเบา คนน่าจะเป็นอะไร จึงได้ยินเต็มสองหู ผิวหน้าจากแค่อุ่นๆ ค่อนไปทางร้อน ตอนนี้อุณหภูมิพุ่งไปจนถึงจุดที่แทบจะไหม้เกรียม ฟุชิงุโระ เมงุมิลุกขึ้นยืนไม่มีปี่มีขลุ่ย “ขอไปสงบสติอารมณ์แป๊บนึง”

                เด็กหนุ่มผมดำในชุดไปรเวทย้วยๆ เดินตัวแข็งออกไปโดยไม่เหลียวหลัง อิตาโดริตะโกนตามด้วยความปรารถนาดี “งั้นเดี๋ยวเริ่มเปิดหนังบ่ายสองนะ กลับมาไม่ทันไม่รอนะ!

                แม้อยากรู้ว่าฟุชิงุโระเป็นอะไรแต่อิตาโดริมีสามัญสำนึกพอจะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร รอจนเพื่อนอารมณ์เย็นลงแล้วค่อยไปซ่อกแซ่กถามก็ไม่เสียหาย

                “ชอบคนซื่อบื้อนี่ดวงซวยเนอะ” คุกิซาคิ โนบาระเท้าคางพึมพำลอยๆ โดยที่ยังกินปลาเส้น

                อิตาโดริเอียงคอ “อะไรซวยๆ นะ?”

                “พูดว่า ใครกล้ามีแฟนก่อนฉันระวังจะซวยโดยไม่รู้ตัวน่ะ”

                “เอ๊ะ? ใครอะ?”

                “เหอะๆ”

                “?”

                ไม่มีการขยายความคำพูดปริศนาต่อจากนั้น และการคาดคั้นเอากับคนไม่อยากพูดเป็นการกระทำอันเปลืองแรงโดยไร้ประโยชน์

ระหว่างรอสมาชิกคนสุดท้ายกลับมา สองหนุ่มสาวผู้ว่างจัดหาอะไรทำฆ่าเวลาด้วยการลบรอยสักปลอมออก...สภาพแขนอิตาโดริน่าอนาถเหลือจะกล่าวเพราะเพิ่งโดนจับจนช้ำยังมาโดนขัดถูจนแดงเถือก ตอนฟุชิงุโระผู้เรียกคืนความเยือกเย็นได้แล้วกลับมาสมทบตอนบ่ายสองสี่นาที ท้องแขนของอิตาโดริ ยูจิก็สะอาดสะอ้าน ไม่มีดอกกุหลาบน่าชังดอกนั้นอยู่อีก ฟุชิงุโระคิดว่าดีแล้ว...หากสัญลักษณ์แห่งความอับอายนั่นยังอยู่ ตนอาจจะหลบฉากกลับไปอุดอู้อยู่ในห้องพักคนเดียวทั้งวันเลยก็เป็นได้

 

Talk

ทันเมงุยูจิวีคด้วยล่ะ รีบไปหน่อยแต่ก็ทันนะ วีคนึงแน่ะ!

1 comment:

  1. แอแง๊ ชอบความเมงุมิโดนแกงจังเลย555555555555 ไงล่ะ พ่อคนปากหนัก เจอคนซื่อบื้อเข้าไป ไปไม่ถูกเลยล่ะสิกร้ากกก อีกอย่างคือการเขียนคาร์ เราชอบมากก โนบาระคือโนบาระจริงๆ แบบใช่เลย🤣 ขอบคุณนะค้า🙇‍♂️ (((อยากให้คุณนักเขียนลง readawrite จังเลยค่ะแง๊ เราอยากโดเนทม๊ากกㅠㅠ ขอพูดตรงๆว่าอยากเสียเงินให้ค่ะฮืออ))

    ReplyDelete