Fanfic Slam Dunk
ฉากนี้ (ไม่มี) ในสแลมดังก์
Pairing: Rukawa Kaede x
Sakuragi Hanamichi
Rating: SFW
Note: Chapter ref from manga
ตอนที่ 8
นอกจากงีบหลับ สิ่งที่รุคาว่าสนใจคือการเล่นบาส เขาค่อนข้างขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างถึงขั้นเข้ากับใครไม่เก่ง
เมื่อเจอความเฉยเมยของเขา ต่อให้มีคนคิดเข้าหาสุดท้ายก็เลิกล้มความพยายามและถอยหนีออกไปเอง...ยกเว้น
ซากุรางิ ฮานามิจิที่แตกต่างออกไปนิดหน่อย ตอนเจอกันครั้งแรก เจ้าหัวแดงตั้งตัวเป็นศัตรูอย่างไม่มีเหตุผล
พุ่งเข้าใส่รุคาว่าอย่างไม่กลัวตาย
รุคาว่าไม่ได้สนใจอะไร อีกฝ่ายจะคิดอย่างไรไม่เกี่ยวกับเขา
เขาไม่เดือดร้อน รับมือไปตามสถานการณ์ก็พอ
ทว่ากลับมาเจอกันอีกในชมรม แถมเจ้านั่นยังเข้ามาจ้องเสียใกล้
จนแล้วจนรอดก็ไม่ถอยหนีออกไปเสียที
กริยาท่าทางยามยืนล้วงกางเกงยืดคอจดๆ จ้องๆ ดูไม่ต่างจากนักเลงปลายแถว
แม้รุคาว่าเฉยใส่อย่างที่ทำเป็นประจำก็ไม่นำพา ไม่เพียงสืบเท้าเข้ามาใกล้ขึ้น ยังมีหน้าพล่ามน้ำลายแตกฟองว่าตัวเองชนะกัปตันทีมมาแล้ว
กำปั้นกัปตันซึ่งถูกยกมาอวดอ้างจึงทุบเข้าให้ที่หลังศีรษะ
“...”
หัวสีแดงที่โดนชกจนเซมาด้านหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจ
นาทีนั้นแม้ไม่อยากยอมรับแต่รุคาว่าที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับคนอื่นรู้สึกตกใจอยู่นิดหน่อย
อย่างไรก็ตาม ตอนที่กัปตันอาคางิประกาศว่าเป้าหมายชมรมคือการพิชิตแชมป์ทั่วประเทศและบอกให้สมาชิกเตรียมใจรับการฝึกหนัก
บรรดาเด็กเข้าใหม่ชมรมบาสมีเพียงเจ้าโง่ผมแดงคนนั้นที่ตอบรับอย่างกระตือรือร้นว่า ‘แน่อยู่แล้ว’
อยู่คนเดียว
ถึงจะน่ารำคาญ แต่ก็ไม่เลวนี่หว่า
ตอนที่ 11
ชมรมบาสของโชโฮคุไม่นับว่ามีชื่อเสียงโดดเด่นเป็นพิเศษ
แม้กัปตันคนปัจจุบัน อาคางิ ทาเคโนริจะมีชื่อเสียงในฐานะผู้เล่นอยู่บ้าง
แต่เพราะไม่เคยประสบความสำเร็จในพาทีมไปสร้างผลงานในระดับประเทศ
ภาพจำจากคนภายนอกจึงมุ่งไปยังโค้ชประจำทีมอย่างอาจารย์อันไซ ทว่าหลังรุคาว่า
คาเอเดะเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรม บรรยากาศในชมรมพลันคึกคักขึ้นมาก...คึกคักด้วยเสียงจากสาวๆ
ที่มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและร้องเชียร์อย่างกระตือรือร้น
ในวันนี้ที่พวกเจ้าหล่อนก็ยังคงส่งเสียงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
อายาโกะซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมัธยมต้นของพ่อหนุ่มเนื้อหอมถึงกับถองศอกแซว “กิ๊วๆ
เสน่ห์แรงไม่เบานี่”
ส่วนซากุรางิ ฮานามิจิคำรามฮึ่มฮั่ม
อดรนทนไม่ไหวเดินตึงตังไปทางประตูโรงยิม รู้สึกหงุดหงิดใจเกินทน
“รุคาว่า รุคาว่า อยู่ได้...”
ทว่าแม้จะวางท่าใหญ่โต
เอาเข้าจริงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวน้อยกลุ่มใหญ่กลับแสดงท่าทีไม่ต่างจากสัตว์ใหญ่แสนเชื่อง
ออกแนวหวาดนิดๆ ด้วยซ้ำ โหนกแก้มแดงไม่แพ้สีผม
อายาโกะปิดปากหัวเราะคิกคัก
บอกว่าซากุรางิเป็นพวกแพ้ผู้หญิง
รุคาว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างประหลาด...เหมือนกับตอนได้ยินว่าซากุรางิกำลังดวลกับกัปตันที่โรงยิม
ตอนนั้นเขาถึงกับพาตัวเองมาดูการแข่งขันที่เรียกว่าแข่งยังไม่ได้ทั้งที่ตั้งใจจะออกจากห้องเรียนช้ากว่านั้นอีกนิด
ครั้งนี้เช่นกัน...อดใจไม่ไหวต้องชะเง้อตัวมองไปทางเจ้าหัวแดง
สาวๆ เหล่านั้นรุมทึ้งด้วยวาจาอย่างไม่ปรานีปราศรัย
แยงกี้...ตัวเบ้อเร่อ...น่ากลัว...
ทำเหมือนผวา
เอาเข้าจริงไม่เห็นกลัวอย่างปากพูด
แสดงว่าความรู้สึกอยากเมียงมองรุคาว่าเหนือกว่าความหวาดหวั่นต่อตัวซากุรางิ
แยงกี้หัวแดงตัวเบ้อเร่อผู้น่ากลัวคว่ำปาก
ไม่ชอบใจ
ซากุรางิ
ฮานามิจิจึง...กระชากประตูปิดดังโครมมันซะเลย ทั้งอาคางิ ฮารุโกะ ทั้งสาวๆ
กลุ่มนี้ แค่หน้าตาหล่อหน่อยก็ถูกล่อลวงซะแล้ว อยากดูรุคาว่างั้นเรอะ? อย่าหวังเลย!
ตอนที่ 21
กีฬาบาสไม่ได้แพร่หลายเท่าใดนัก แป้นบาสสำหรับฝึกซ้อมนอกจากในโรงยิมของโรงเรียนจึงมีไม่มาก
รุคาว่าออกมาซ้อมเช้าตามกิจวัตร กลับพบว่าโดนมือดีตัดหน้าไปก่อนแล้ว
คนที่ปาดหน้าเค้กคือเจ้าลิงหัวแดงที่เป็นมือใหม่หัดเล่นบาส
รุคาว่าเป็นสักขีพยานเห็นความอเจอนาถบนสนามอีกฝ่ายมาตั้งแต่เริ่มจับลูกหนัง
ไม่คิดว่าเจ้านี่จะมาซ้อมมือนอกเวลาชมรมด้วย
ไล่ที่ก็ไม่ได้เพราะไม่ใช่พื้นที่ส่วนบุคคล สิ่งที่เขาควรทำคือใช้เวลาอันมีค่าไปฝึกอย่างอื่น
ไปที่อื่นเถอะ
อยู่ไปก็ไม่ได้อะไร
แต่ท้ายที่สุดก็อยู่ดูเจ้างั่งนั่นจับลูกเก้ๆ กังๆ จนกระทั่งชู้ตลูกแรกลงห่วงสำเร็จ
ตอนที่ 25
ฐานะที่เป็นว่าที่กัปตัน ซากุรางิเลือกนั่งที่นั่งติดอาคางิเพื่อประกาศศักดาว่าข้าใหญ่
แต่เขาไม่คิดว่าเจ้าจิ้งจอกรุคาว่าจะเสนอหน้ามานั่งข้างตนบนรถไฟ
แรกเริ่มซากุรางิคิดว่ารุคาว่าสั่นกลัวจึงมาสังเกตการณ์คู่แข่ง
ที่ไหนได้...ไอ้หมอนี่มันมาจ้องจับผิดต่างหาก มีอย่างที่ไหนต่อปากต่อคำได้ทุกประโยค
ไม่ว่าตนพูดอะไรออกไปต้องมีเสียงเนือยๆ ดังสวนมาจากทางด้านขวาอยู่เรื่อย
“สั่นจนติดอ่างยังจะคุย”
“แหกปากซะดัง”
แกไม่ใช่พวกพูดน้อยรึไง?
โดนสกัดดาวรุ่งทุกดอกยังไงก็ต้องของขึ้น
หาว่าอัจฉริยะตื่นเต้นจนต้องทำเสียงดังกลบเกลื่อนงั้นเรอะ
ฝีมือแค่ระดับเด็กม.ต้นทำเป็นปากดี อย่างไรก็ตาม จับผิดยังดีเสียกว่าอยู่นอกสายตา รุคาว่าจับตามองตนทุกย่างก้าวอย่างนี้ถือว่าตามีแวว...รู้จักระแวดระวังอัจฉริยะซะด้วย
ซากุรางิหมายมั่นปั้นมือในใจ
เห็นทีต้องถล่มอุโอสึมิกับเซ็นโดให้ดูเป็นขวัญตาสนองความคาดหวังซะหน่อยแล้ว
ตอนที่ 32
แม้จะนั่งเป็นตัวสำรองข้างสนาม ซากุรางิยังรักษามาตรฐานจอมก่อเรื่องได้อย่างน่าชื่นชม
โวยวายหาเรื่องเอากับคนในทีมเดียวกันน่ะแล้วไปเถอะ...อย่างน้อยยังตะครุบตัวจับมาอบรมได้
ทว่าเจ้าตัวดีถึงขั้นไปสวนก้นโค้ชทาโอกะของเรียวนัน ซี้ซั้วพลิกป้ายคะแนนเอาเอง
แถมยังดอดไปสอดแนมตอนโค้ชทีมศัตรูกำลังให้คำแนะนำนักกีฬาอีก
รุคาว่ามองพฤติกรรมเหล่านั้นจากไกลๆ
พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วย....หน้าโง่ หน้าโง่มาก หน้าโง่ที่สุด
กระนั้น ท่ามกลางทีมเรียวนันที่ของขึ้นกันหมด เซ็นโดกลับหัวเราะและดูจะไม่ถือสาหาความเอากับพฤติกรรมไร้มารยาทสุดกู่เหล่านั้นเลย
“...”
เสียงสัญญาณปริศนาดังขึ้นในใจรุคาว่า
เจ้าหัวแดงจอมก่อเรื่องแห่งโชโฮคุถูกลากตัวไปเก็บตรงที่นั่งตัวสำรอง
ถูกมัดติดเก้าอี้ และถูกอายาโกะพ่นสเปรย์เย็นใส่ให้หัวเย็นลง
ทั้งที่รวบตัวให้ห่างตาจากเรียวนั้นแล้ว เซ็นโดที่ลงสนามและเผชิญหน้ารุคาว่ายังมีแก่ใจเหล่มองตัวปัญหาหัวแดงอยู่เรื่อยๆ
มิหนำซ้ำหลังชู้ตลูกทำคะแนนได้ยังละสายตาจากสนามไปกระดิกนิ้วเรียกซากุรางิอีกต่างหาก
รุคาว่ามองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
ไม่รู้ทำไมถึงนึกรำคาญและอยากเอาชนะปิดแมตช์กับเรียวนันให้เร็วขึ้นอีกหน่อย
ตอนที่ 34
ตั้งแต่ตอนเดินทางมาก็เห็นทนโท่ว่าซากุรางิตื่นเต้น
ถึงแม้ตอนนั่งข้างสนามจะปากดีก่อเรื่องได้เหมือนเคย
แต่พอลงสนามจริงกลับเป็นไก่อ่อน หูตามืดมัว มองอะไรไม่เห็น เกร็งตั้งแต่หัวจรดเท้า
สุดท้ายก็ทำฟาวล์ชนิดทนดูไม่ได้ สร้างปัญหาให้ทีมไม่หยุด
อาการตื่นสนามนี้เป็นเรื่องปกติของมือใหม่
แต่ถ้าปล่อยเอาไว้จะกลายเป็นตัวภาระ
รุคาว่าหวนนึกถึงความพยายามของเจ้าโง่นี่ที่อุตส่าห์ไปฝึกชู้ต
จากนั้นนึกถึงนิสัยหุนหันพลันแล่นจุดเดือดต่ำตอนประกาศออกจากชมรมเอาง่ายๆ ของอีกฝ่าย
ถ้าในศึกเปิดตัวไม่ได้นำผลการฝึกมาใช้แต่ดันก่อเรื่องอับอายขายขี้หน้าจนไม่ได้ผลลัพธ์อันดี
เจ้าหมอนี่จะเป็นยังไงต่อไปนะ?
จะเลิกเล่นบาสจริงๆ เลยไหม?
ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยแฮะ...
ดังนั้นร่างกายจึงเคลื่อนไหวไปเอง...เตะงัดก้นจนหน้าทิ่ม
“แกจะมัวตื่นเต้นไปถึงไหนกันฮึ?”
รีบตั้งสติแล้วกลับมามั่นหน้าได้แล้วเจ้างั่ง
ซากุรางิหายตื่นสนามทันตาเห็น แม้ผลจากการตีกันตุบตับหลังจากนั้นจะเจ็บอยู่บ้าง
แต่ช่วยให้เจ้าเด็กอ่อนหัดคนหนึ่งรู้ความขึ้นมาก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ
ตอนที่ 37
รุคาว่าเป็นตะคริว
นาทีที่คนอื่นกรูเข้าหาเพื่อนร่วมชั้นหน้าจิ้งจอกและทราบถึงขีดจำกัดร่างกายของอีกฝ่าย
แวบแรกซากุรางินึกดีใจว่าตัวเองจะได้ฉายเดี่ยวโชว์ผลงานเจิดจรัส
ต่อเมื่อเห็นเรียวนันฮึกเหิมดีอกดีใจยิ่งกว่าตนเท่านั้นแหละ
เขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันควัน
ไอ้กระจอกนี่ทำทีมเสียชื่อเสียง ปล่อยให้นั่งสลอนโดนเพ่งเล็งต่อไม่ได้แล้ว
เรียวนันปากดีใหญ่แล้วนะนั่น
แกยอมได้รึไง?
เฮอะ ตะคริวงั้นเหรอ? ซากุรางิเตะขารุคาว่าป้าบเข้าให้
สบโอกาสเอาคืนเล็กๆ ที่โดนเตะตูดกลางสายตาประชาชีเมื่อครู่
พอเล่นงานคนไม่มีทางสู้เสร็จ
ซากุรางิปรี่เข้าใส่โค้ช บอกให้รีบเก็บตัวเจ้าคนหมดแรงออกไป เจ้าของเสื้อเบอร์ 11 ที่น่าจะเป็นตะคริวกลับลุกขึ้นมาเตะก้นคนเจ้ากี้เจ้าการแล้วแก้ตัวว่าแค่สะดุดล้ม
ซ้ำยังย้ำชัดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนตัว
ซากุรางิแค่นเสียงในใจ...โธ่เอ๊ย
ถึงจะอ่อนด๋อยแต่ก็พอใช้ได้อยู่บ้างนี่หว่า
คนอื่นประคบประหงมเกินไปถึงลุกยืนเองไม่ได้ไงล่ะ
ต้องให้อัจฉริยะคอยดูแลอยู่เรื่อย!
Talk
ตอนนี้น่าจะมีเนื้อหาเพิ่มมาทีหลัง
(มั้งนะ) ใจจริงอยากจะเก็บมาชงจนจบเรื่องเลย แต่จะฟิตมั้ยนี่สิ