Fanfic Slam Dunk
ว่าด้วยเรื่องของผม
Pairing: Rukawa Kaede x
Sakuragi Hanamichi
Rating: SFW
AU: Pro
player
อาจเพราะวันนี้ทีมของตัวเองเพิ่งแพ้มาหมาดๆ ซากุรางิ ฮานามิจิจึงค่อนข้างหงุดหงิดงุ่นง่าน
เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตาไปหมด เขาถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 12
ต่อให้บอกปากเปียกปากแฉะว่าล้มนิดเดียวไม่เจ็บไม่คันสักนิดยังโน้มน้าวโค้ชไม่ได้
สุดท้ายต้องมองดูทีมที่ขาดอัจฉริยะพ่ายแพ้ไปด้วยคะแนนทิ้งห่าง 12 แต้ม
หงุดหงิดๆๆ
พอจบการแข่งขันของตัวเองแล้วตามไปเกาะขอบสนามชมการแข่งอีกแมตช์
ตะโกนเชียร์ตะโกนด่าอย่างไรฟอร์เวิร์ดของทีมที่เชียร์ก็สู้รุคาว่า คาเอเดะไม่ได้
เสียงกรี๊ดเชียร์รุคาว่ารึก็น่ารำคาญไม่แพ้กัน เมื่อทีมของรุคาว่าเอาชนะไปด้วยคะแนนทิ้งห่าง
14 แต้ม ระดับความหงุดหงิดของซากุรางิจึงชนเพดาน
หงุดหงิดๆๆๆๆๆๆ!
“เพราะผมตรงสลวยนี่ใช่มั้ย!”
รุคาว่าที่โดนกำผมหน้าม้ากะทันหัน “...”
เขาตั้งใจจะดูว่าเท้าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรบ้าง
ปรากฏว่าพอหย่อนก้นนั่งลงบนพื้นกลับถูกขยุ้มผมเสียได้
วันนี้เหนื่อยล้าจากการแข่งขันมาพอแล้ว ดึกดื่นควรจะนอน ทว่าซากุรางิที่สวมชุดนอนแบบเดียวกันและหอมกลิ่นแชมพูเดียวกันกลับพินิจพิจารณาผมสีดำของรุคาว่าราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาต
ไม่รู้ในสมองน้อยๆ นั่นคิดอะไรอยู่
ระหว่างเดินทางกลับบ้านเห็นเอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าบูดเป็นลูกลิงหน้ารถ
รุคาว่าคิดว่าซากุรางิอารมณ์ไม่ดีเพราะถูกเปลี่ยนตัวออกจากเกมจึงไม่หยิบยกเรื่องใดๆ
อันน่าจะสะเทือนจิตใจอีกฝ่ายมาพูดถึง...แต่ดูเหมือนจะมองเจ้าหมอนี่ในแง่คนปกติมากไปหน่อย
รุคาว่าปล่อยให้สิ่งมีชีวิตเข้าใจยากศึกษารากผมตนต่อไป
ตัวเองยกเท้าข้างที่ข้อเท้าแพลงของคนบนเตียงขึ้นมาวางบนตักแล้วนำถุงน้ำแข็งทำเองออกมาประคบให้…เจลเย็นในบ้านหมดแล้ว
เดี๋ยวต้องจดไว้ว่าต้องไปซื้อมาสำรอง
เท้าของซากุรางิหยาบกร้านมาก
ทั้งที่ใช้งานหนักแต่ไม่ยอมสวมถุงเท้า ทุกวันนี้แม้จะดีกว่าสมัยเรียนมากแล้วแต่ก็มักจะเปลือยเท้าสวมรองเท้าอยู่บ่อยๆ
ช่วงไหนเท้าแตกหนักจะว่าง่ายสวมถุงเท้าและทายา แต่ถ้าอาการดีขึ้นหน่อยความเคยชินเดิมๆ
จะกำเริบ จากนั้นเท้าจะพังยับเยินอีกครั้ง กลายเป็นวัฏจักรวนเวียนไม่รู้จบอันน่าสังเวช...ระหว่างช่วยเด็กโข่งประคบเย็น
รุคาว่าใจลอยคิดเรื่อยเปื่อย
“มา 1 on 1 กันเถอะ
ใครแพ้ต้องโดนตัดผม” ซากุรางิที่นั่งห้อยขาลงข้างเตียงส่งเสียงจากเหนือศีรษะ
รุคาว่ากุมเท้าแตกกร้านด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างขยับถุงน้ำแข็งประคบเย็นอย่างเชื่องช้าต่อไป
เขาตอบโดยไม่เงยหน้าว่า “ฉันไม่แข่งกับพวกเจ็บแล้วยังไม่เจียม”
“อัจฉริยะไร้เทียมทาน ไม่เจ็บไม่คันเฟ้ย! อุก ไอ้...!!”
“ไม่เจ็บ?”
“แค่ตกใจเฉยๆ!”
ซากุรางิหน้างอง้ำ คิดในใจว่าเล่นทีเผลอนี่หว่า
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้กังวลว่ารุคาว่าจะซี้ซั้วบีบเท้าตนอีก
การโจมตีกะทันหันสงบปากสงบคำอัจฉริยะท่านหนึ่งได้เดี๋ยวเดียวเท่านั้น
ใจเขายังไม่เป็นสุข ดังนั้นจึงเริ่มท้าตีท้าต่อยใหม่ในเวลาอันสั้น
“สักหน่อยเหอะน่า จะได้เปลี่ยนทรงผมไง
อัจฉริยะคนนี้จะบรรจงไถหัวให้เกลี้ยงเกลาเอง”
เรื่องที่ว่าทำไมถึงอยากกล้อนผมของรุคาว่าหรือทำไมมาเกี่ยวพันถึงเส้นผมได้...ซากุรางิลืมไปหมดแล้ว
ตอนนี้ในหัวเหลือแต่ความต้องการอยากลบผมดำตรงแสนสวยออกไปเท่านั้น
ยังไงรุคาว่าตอนนี้ก็ไม่ติดสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์เกี่ยวกับผม ตัดๆ
ไปก็ไม่เห็นเป็นไรเลย!
รุคาว่าไม่รู้ว่าผมบนหัวตัวเองทำไมถึงไปหนักบนหัวคนอื่น
แม้เขาไม่มีปัญหากับการไว้ทรงสกินเฮดเข้าคู่กับตัวต้นคิด
แต่ความพยศในตัวทำให้ไม่ยอมคล้อยตามคำสั่งใครง่ายๆ
โดยเฉพาะเมื่อคู่กรณีคุยโวอย่างมาดมั่นว่าจะชนะแน่นอน
“คนชนะเป็นคนโกนเหรอ”
“ใช่!” เห็นรุคาว่าเริ่มสนใจ
ซากุรางิชักกระดี๊กระด๊า
จากนั้นก็มีอันต้องชะงักเมื่อเห็นดวงตาสีดำตกลงมายังผมสีแดงซึ่งมีความยาวราว 3-4
เซนติเมตร...จะโกนไม่โกนก็ไม่เห็นต่างกันเลย ใบหน้าราบเรียบของรุคาว่าบอกแบบนั้น
ซากุรางิเกลี้ยกล่อมอีกสักพัก บอกว่าจะไถเป็นลวดลายก็ได้
โกนให้เกลี้ยงก็ได้...นู่นนี่นั่นสารพัด รุคาว่าที่จับคางครุ่นคิดถึงได้ยอมตอบตกลงเหมือนจำใจ
“ได้ แข่งก็แข่ง”
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องทะนุถนอมเท้า
รุคาว่าเป็นคนกำหนดเงื่อนไขการแข่งโดยให้แข่งชู้ต 10 ลูก แม้ซากุรางิไม่เห็นด้วยแต่ต่อรองได้เท่านี้ยังดีกว่าไม่มีโอกาสแข่ง
อีกทั้งซากุรางิผู้มั่นใจในตัวเองอย่างหนักมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่า
แข่งอะไรเราก็ชนะหมดแหละว้า!
นักกีฬาอาชีพหาเงินได้ไม่น้อย ยังมีงานโฆษณาและอื่นๆ
สมทบรายรับอีก พอวันๆ เอาแต่ฝึกซ้อมไม่ได้ใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ
รายได้ของโปรดาวรุ่งสองคนก็สามารถผ่อนบ้านหลังใหญ่ได้ เพราะเป็นคนเล่นบาสทั้งคู่
บริเวณบ้านจึงแบ่งส่วนหนึ่งทำเป็นพื้นที่สำหรับฝึกซ้อม
นอกจากห้องสำหรับวางอุปกรณ์ฝึกกล้ามเนื้อยังมีแป้นบาสกลางแจ้งด้วย ต่อให้อยากลองมือดึกดื่นมืดค่ำอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา
“ถ้าเสมอกันก็มาตัวตัวตัดสิน”
ไฟสู้ของซากุรางิยังคงอยู่
รุคาว่าตบหลังมือตัวเองดังเพียะ
สลัดซากยุงทิ้งแล้วปฏิเสธอย่างหนักแน่น “ถ้าเสมอกันใครใช้เวลาน้อยกว่าชนะ”
รู้จักกันมาสิบกว่าปี
รุคาว่าและซากุรางิเคยเผชิญหน้ากันทั้งตอนฝึกซ้อมและในสนามทางการมาจนนับไม่หวาดไม่ไหว
จุดอ่อนจุดแข็งรวมทั้งทักษะและความเคยชินต่างๆ ล้วนรู้ไส้รู้พุงกันดี
ถึงอย่างนั้นในการดวลแบบตัวต่อตัว รุคาว่า
คาเอเดะเคยพ่ายแพ้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น น้อยจนนับถ้วนด้วยมือเพียงข้างเดียว
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ต่อให้ไม่อยากประชันขันแข่งกับคนเจ็บ
แต่เมื่อลงสนามแล้ว รุคาว่าไม่เคยออมมือแม้แต่ครั้งเดียว
เขาชนะขาดลอย
ซากุรางิ
ฮานามิจิเพิ่งจะอารมณ์ดีได้ไม่นานด้วยมโนภาพรุคาว่าหัวล้านอารมณ์บูดขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
เขาไม่ได้ลงแข่ง ทีมแพ้ แข่งชู้ตกับรุคาว่าก็แพ้ แถมยังเจ็บเท้า...ไม่สิ
ไม่เจ็บสักหน่อย ไม่ได้เจ็บเลยเหอะ
เอาเป็นว่าพออดโกนผมสีดำนั่นทิ้งแล้วหงุดหงิดมาก
เมื่อกลับมาถึงห้องนอนซึ่งอุ่นกว่าอากาศด้านนอกมาก
ซากุรางิถอดเสื้อคลุมที่สวมทับชุดนอนทิ้ง ตั้งท่าเตรียมโผเข้าหาเตียง ทว่ารุคาว่าจับตัวเอาไว้
บ่ายนิ้วหัวแม่มือไปทางประตูห้องน้ำ
ภาษากายและน้ำเสียงบ่งชัดว่าไม่ยินยอมให้ปฏิเสธ
“ห้องน้ำ”
ซากุรางิย่นหน้า กำสาบเสื้อแน่น
“ไม่! เหงื่อไม่ออกสักหน่อย
ใครจะไปอาบน้ำอีกรอบกันเล่า”
ในแง่ของพละกำลังล้วนๆ
รุคาว่าเสียเปรียบเล็กน้อย ยิ่งตอนนี้สภาพร่างกายซากุรางิไม่สมบูรณ์
เรื่องจะใช้กำลังบังคับซากุรางิจึงเป็นไปไม่ได้ และไม่เคยทำได้ลงมาโดยตลอด
เห็นสภาพเหมือนกำลังพองขนขู่ของอีกฝ่าย
รุคาว่าที่ตัดสินใจได้แล้วจำต้องเอ่ยย้ำ “ใครแพ้โดนโกนผม”
“...”
ซากุรางิที่ไม่คิดว่าจะต้องถูกจับโกนหัวตอนห้าทุ่มรู้สึกพูดไม่ออก
สุดท้ายผู้แพ้ต้องยอมรับชะตากรรมเดินเข้าห้องน้ำ
ซากุรางิมองเงาสะท้อนในกระจก บอกลาสีแดงบนหัวที่เพิ่งเติมสีไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
รู้สึกเสียดายขึ้นมาครามครัน
ทว่ารุคาว่าที่เดินตามหลังเข้ามาไม่ได้คุ้ยหาปัตตาเลี่ยนไร้สายมาถือไว้
...สิ่งที่อยู่ในมือคือใบมีดโกนอันเล็ก
ซากุรางิมองใบหน้านิ่งสนิทจนยากจะเดาอารมณ์สลับกับอาวุธร้ายแรงในมือขาวสะอาด...สังหรณ์ใจไม่ดีอย่างรุนแรง
ห้องน้ำภายในห้องนอนชั้นสองเกิดสงครามย่อมๆ
หลังจากนั้น
“นั่นมันกางเกง! แก๊!
หยุดนะ!”
“ไม่อยู่นิ่งๆ
เดี๋ยวก็โดนบาดหรอก”
“ตกลงกันไว้ว่าจะโกนผมไม่ใช่เรอะ! ไอ้....!
พอได้แล้ว!”
“โกนให้อยู่นี่ไง
ขาเจ็บก็อย่าซ่านัก เอ้า...พาดขาบนไหล่ฉันก็ได้”
“บัดซบ...ฉัน ฉันไม่มีหน้าไปเจอคนแล้ว...”
“นอกจากฉันจะมีใครเห็น”
“ฮึก...ไอ้คนชั่ว...”
หน้าประวัติศาสตร์ชีวิตของซากุรางิ
ฮานามิจิถูกบันทึกไว้ว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่ซวยที่สุดตั้งแต่มีชีวิตอยู่มา
ส่วนรุคาว่า คาเอเดะที่แค่กะแกล้งคนเล่นกลับได้ค้นพบประตูบานใหม่อย่างคาดไม่ถึง...จะความรู้สึกยามสัมผัสก็ดี
หรือสีหน้าอับอายของซากุรางิก็ดี...
หลังจากนั้นรุคาว่า
คาเอเดะจะถือใบมีดโกนย่างสามขุมเข้าใส่อีกครั้งแล้วครั้งเล่า
ซึ่งภาพเหล่านั้นกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวของซากุรางิ
ฮานามิจิ
Talk
ดาบฯ
พาร์ทสามไม่ยาวมากแต่เร่งอันนี้มาก่อนไฟจะหมดเลยปิดจบออกมาก่อนสำเร็จ จริงๆ
ยังมีไอเดียที่อยากเห็นเกี่ยวกับคู่รักรุฮานะอยู่หลายอย่างเลย
คู่รักสไตล์คู่กัดก็อร่อย ฟืด
No comments:
Post a Comment