Saturday, 11 February 2023

[Fanfic Slam Dunk ; RuHana] ว่าด้วยเรื่องของผม

Fanfic Slam Dunk

ว่าด้วยเรื่องของผม

 

Pairing: Rukawa Kaede x Sakuragi Hanamichi

Rating:   SFW

AU:      Pro player

 

 

              อาจเพราะวันนี้ทีมของตัวเองเพิ่งแพ้มาหมาดๆ ซากุรางิ ฮานามิจิจึงค่อนข้างหงุดหงิดงุ่นง่าน เห็นอะไรเป็นขวางหูขวางตาไปหมด เขาถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 12 ต่อให้บอกปากเปียกปากแฉะว่าล้มนิดเดียวไม่เจ็บไม่คันสักนิดยังโน้มน้าวโค้ชไม่ได้ สุดท้ายต้องมองดูทีมที่ขาดอัจฉริยะพ่ายแพ้ไปด้วยคะแนนทิ้งห่าง 12 แต้ม

              หงุดหงิดๆๆ

              พอจบการแข่งขันของตัวเองแล้วตามไปเกาะขอบสนามชมการแข่งอีกแมตช์ ตะโกนเชียร์ตะโกนด่าอย่างไรฟอร์เวิร์ดของทีมที่เชียร์ก็สู้รุคาว่า คาเอเดะไม่ได้ เสียงกรี๊ดเชียร์รุคาว่ารึก็น่ารำคาญไม่แพ้กัน เมื่อทีมของรุคาว่าเอาชนะไปด้วยคะแนนทิ้งห่าง 14 แต้ม ระดับความหงุดหงิดของซากุรางิจึงชนเพดาน

              หงุดหงิดๆๆๆๆๆๆ!

              “เพราะผมตรงสลวยนี่ใช่มั้ย!

              รุคาว่าที่โดนกำผมหน้าม้ากะทันหัน “...”

เขาตั้งใจจะดูว่าเท้าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าพอหย่อนก้นนั่งลงบนพื้นกลับถูกขยุ้มผมเสียได้ วันนี้เหนื่อยล้าจากการแข่งขันมาพอแล้ว ดึกดื่นควรจะนอน ทว่าซากุรางิที่สวมชุดนอนแบบเดียวกันและหอมกลิ่นแชมพูเดียวกันกลับพินิจพิจารณาผมสีดำของรุคาว่าราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาต ไม่รู้ในสมองน้อยๆ นั่นคิดอะไรอยู่

ระหว่างเดินทางกลับบ้านเห็นเอาแต่นั่งกอดอกทำหน้าบูดเป็นลูกลิงหน้ารถ รุคาว่าคิดว่าซากุรางิอารมณ์ไม่ดีเพราะถูกเปลี่ยนตัวออกจากเกมจึงไม่หยิบยกเรื่องใดๆ อันน่าจะสะเทือนจิตใจอีกฝ่ายมาพูดถึง...แต่ดูเหมือนจะมองเจ้าหมอนี่ในแง่คนปกติมากไปหน่อย

รุคาว่าปล่อยให้สิ่งมีชีวิตเข้าใจยากศึกษารากผมตนต่อไป ตัวเองยกเท้าข้างที่ข้อเท้าแพลงของคนบนเตียงขึ้นมาวางบนตักแล้วนำถุงน้ำแข็งทำเองออกมาประคบให้เจลเย็นในบ้านหมดแล้ว เดี๋ยวต้องจดไว้ว่าต้องไปซื้อมาสำรอง

เท้าของซากุรางิหยาบกร้านมาก ทั้งที่ใช้งานหนักแต่ไม่ยอมสวมถุงเท้า ทุกวันนี้แม้จะดีกว่าสมัยเรียนมากแล้วแต่ก็มักจะเปลือยเท้าสวมรองเท้าอยู่บ่อยๆ ช่วงไหนเท้าแตกหนักจะว่าง่ายสวมถุงเท้าและทายา แต่ถ้าอาการดีขึ้นหน่อยความเคยชินเดิมๆ จะกำเริบ จากนั้นเท้าจะพังยับเยินอีกครั้ง กลายเป็นวัฏจักรวนเวียนไม่รู้จบอันน่าสังเวช...ระหว่างช่วยเด็กโข่งประคบเย็น รุคาว่าใจลอยคิดเรื่อยเปื่อย

“มา 1 on 1 กันเถอะ ใครแพ้ต้องโดนตัดผม” ซากุรางิที่นั่งห้อยขาลงข้างเตียงส่งเสียงจากเหนือศีรษะ

รุคาว่ากุมเท้าแตกกร้านด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างขยับถุงน้ำแข็งประคบเย็นอย่างเชื่องช้าต่อไป เขาตอบโดยไม่เงยหน้าว่า “ฉันไม่แข่งกับพวกเจ็บแล้วยังไม่เจียม”

“อัจฉริยะไร้เทียมทาน ไม่เจ็บไม่คันเฟ้ยอุก ไอ้...!!

“ไม่เจ็บ?”

“แค่ตกใจเฉยๆ!

ซากุรางิหน้างอง้ำ คิดในใจว่าเล่นทีเผลอนี่หว่า ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้กังวลว่ารุคาว่าจะซี้ซั้วบีบเท้าตนอีก

การโจมตีกะทันหันสงบปากสงบคำอัจฉริยะท่านหนึ่งได้เดี๋ยวเดียวเท่านั้น ใจเขายังไม่เป็นสุข ดังนั้นจึงเริ่มท้าตีท้าต่อยใหม่ในเวลาอันสั้น

“สักหน่อยเหอะน่า จะได้เปลี่ยนทรงผมไง อัจฉริยะคนนี้จะบรรจงไถหัวให้เกลี้ยงเกลาเอง”

เรื่องที่ว่าทำไมถึงอยากกล้อนผมของรุคาว่าหรือทำไมมาเกี่ยวพันถึงเส้นผมได้...ซากุรางิลืมไปหมดแล้ว ตอนนี้ในหัวเหลือแต่ความต้องการอยากลบผมดำตรงแสนสวยออกไปเท่านั้น ยังไงรุคาว่าตอนนี้ก็ไม่ติดสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์เกี่ยวกับผม ตัดๆ ไปก็ไม่เห็นเป็นไรเลย!

รุคาว่าไม่รู้ว่าผมบนหัวตัวเองทำไมถึงไปหนักบนหัวคนอื่น แม้เขาไม่มีปัญหากับการไว้ทรงสกินเฮดเข้าคู่กับตัวต้นคิด แต่ความพยศในตัวทำให้ไม่ยอมคล้อยตามคำสั่งใครง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อคู่กรณีคุยโวอย่างมาดมั่นว่าจะชนะแน่นอน

“คนชนะเป็นคนโกนเหรอ”

“ใช่!” เห็นรุคาว่าเริ่มสนใจ ซากุรางิชักกระดี๊กระด๊า จากนั้นก็มีอันต้องชะงักเมื่อเห็นดวงตาสีดำตกลงมายังผมสีแดงซึ่งมีความยาวราว 3-4 เซนติเมตร...จะโกนไม่โกนก็ไม่เห็นต่างกันเลย ใบหน้าราบเรียบของรุคาว่าบอกแบบนั้น

ซากุรางิเกลี้ยกล่อมอีกสักพัก บอกว่าจะไถเป็นลวดลายก็ได้ โกนให้เกลี้ยงก็ได้...นู่นนี่นั่นสารพัด รุคาว่าที่จับคางครุ่นคิดถึงได้ยอมตอบตกลงเหมือนจำใจ

“ได้ แข่งก็แข่ง”

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องทะนุถนอมเท้า รุคาว่าเป็นคนกำหนดเงื่อนไขการแข่งโดยให้แข่งชู้ต 10 ลูก แม้ซากุรางิไม่เห็นด้วยแต่ต่อรองได้เท่านี้ยังดีกว่าไม่มีโอกาสแข่ง อีกทั้งซากุรางิผู้มั่นใจในตัวเองอย่างหนักมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่า แข่งอะไรเราก็ชนะหมดแหละว้า!

นักกีฬาอาชีพหาเงินได้ไม่น้อย ยังมีงานโฆษณาและอื่นๆ สมทบรายรับอีก พอวันๆ เอาแต่ฝึกซ้อมไม่ได้ใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อ รายได้ของโปรดาวรุ่งสองคนก็สามารถผ่อนบ้านหลังใหญ่ได้ เพราะเป็นคนเล่นบาสทั้งคู่ บริเวณบ้านจึงแบ่งส่วนหนึ่งทำเป็นพื้นที่สำหรับฝึกซ้อม นอกจากห้องสำหรับวางอุปกรณ์ฝึกกล้ามเนื้อยังมีแป้นบาสกลางแจ้งด้วย ต่อให้อยากลองมือดึกดื่นมืดค่ำอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา

“ถ้าเสมอกันก็มาตัวตัวตัดสิน” ไฟสู้ของซากุรางิยังคงอยู่

รุคาว่าตบหลังมือตัวเองดังเพียะ สลัดซากยุงทิ้งแล้วปฏิเสธอย่างหนักแน่น “ถ้าเสมอกันใครใช้เวลาน้อยกว่าชนะ”

                รู้จักกันมาสิบกว่าปี รุคาว่าและซากุรางิเคยเผชิญหน้ากันทั้งตอนฝึกซ้อมและในสนามทางการมาจนนับไม่หวาดไม่ไหว จุดอ่อนจุดแข็งรวมทั้งทักษะและความเคยชินต่างๆ ล้วนรู้ไส้รู้พุงกันดี ถึงอย่างนั้นในการดวลแบบตัวต่อตัว รุคาว่า คาเอเดะเคยพ่ายแพ้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น น้อยจนนับถ้วนด้วยมือเพียงข้างเดียว

                ครั้งนี้ก็เช่นกัน

                ต่อให้ไม่อยากประชันขันแข่งกับคนเจ็บ แต่เมื่อลงสนามแล้ว รุคาว่าไม่เคยออมมือแม้แต่ครั้งเดียว

                เขาชนะขาดลอย

 

                ซากุรางิ ฮานามิจิเพิ่งจะอารมณ์ดีได้ไม่นานด้วยมโนภาพรุคาว่าหัวล้านอารมณ์บูดขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่ได้ลงแข่ง ทีมแพ้ แข่งชู้ตกับรุคาว่าก็แพ้ แถมยังเจ็บเท้า...ไม่สิ ไม่เจ็บสักหน่อย ไม่ได้เจ็บเลยเหอะ

เอาเป็นว่าพออดโกนผมสีดำนั่นทิ้งแล้วหงุดหงิดมาก

                เมื่อกลับมาถึงห้องนอนซึ่งอุ่นกว่าอากาศด้านนอกมาก ซากุรางิถอดเสื้อคลุมที่สวมทับชุดนอนทิ้ง ตั้งท่าเตรียมโผเข้าหาเตียง ทว่ารุคาว่าจับตัวเอาไว้ บ่ายนิ้วหัวแม่มือไปทางประตูห้องน้ำ ภาษากายและน้ำเสียงบ่งชัดว่าไม่ยินยอมให้ปฏิเสธ

                “ห้องน้ำ”

                ซากุรางิย่นหน้า กำสาบเสื้อแน่น “ไม่! เหงื่อไม่ออกสักหน่อย ใครจะไปอาบน้ำอีกรอบกันเล่า”

                ในแง่ของพละกำลังล้วนๆ รุคาว่าเสียเปรียบเล็กน้อย ยิ่งตอนนี้สภาพร่างกายซากุรางิไม่สมบูรณ์ เรื่องจะใช้กำลังบังคับซากุรางิจึงเป็นไปไม่ได้ และไม่เคยทำได้ลงมาโดยตลอด

                เห็นสภาพเหมือนกำลังพองขนขู่ของอีกฝ่าย รุคาว่าที่ตัดสินใจได้แล้วจำต้องเอ่ยย้ำ “ใครแพ้โดนโกนผม”

                “...” ซากุรางิที่ไม่คิดว่าจะต้องถูกจับโกนหัวตอนห้าทุ่มรู้สึกพูดไม่ออก

                สุดท้ายผู้แพ้ต้องยอมรับชะตากรรมเดินเข้าห้องน้ำ ซากุรางิมองเงาสะท้อนในกระจก บอกลาสีแดงบนหัวที่เพิ่งเติมสีไปเมื่อสัปดาห์ก่อน รู้สึกเสียดายขึ้นมาครามครัน

                ทว่ารุคาว่าที่เดินตามหลังเข้ามาไม่ได้คุ้ยหาปัตตาเลี่ยนไร้สายมาถือไว้

                ...สิ่งที่อยู่ในมือคือใบมีดโกนอันเล็ก

                ซากุรางิมองใบหน้านิ่งสนิทจนยากจะเดาอารมณ์สลับกับอาวุธร้ายแรงในมือขาวสะอาด...สังหรณ์ใจไม่ดีอย่างรุนแรง

                ห้องน้ำภายในห้องนอนชั้นสองเกิดสงครามย่อมๆ หลังจากนั้น

                “นั่นมันกางเกง! แก๊! หยุดนะ!

                “ไม่อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวก็โดนบาดหรอก”

                “ตกลงกันไว้ว่าจะโกนผมไม่ใช่เรอะ! ไอ้....! พอได้แล้ว!

                “โกนให้อยู่นี่ไง ขาเจ็บก็อย่าซ่านัก เอ้า...พาดขาบนไหล่ฉันก็ได้”

                “บัดซบ...ฉัน ฉันไม่มีหน้าไปเจอคนแล้ว...”

                “นอกจากฉันจะมีใครเห็น”

                “ฮึก...ไอ้คนชั่ว...”

                หน้าประวัติศาสตร์ชีวิตของซากุรางิ ฮานามิจิถูกบันทึกไว้ว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่ซวยที่สุดตั้งแต่มีชีวิตอยู่มา ส่วนรุคาว่า คาเอเดะที่แค่กะแกล้งคนเล่นกลับได้ค้นพบประตูบานใหม่อย่างคาดไม่ถึง...จะความรู้สึกยามสัมผัสก็ดี หรือสีหน้าอับอายของซากุรางิก็ดี...

หลังจากนั้นรุคาว่า คาเอเดะจะถือใบมีดโกนย่างสามขุมเข้าใส่อีกครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งภาพเหล่านั้นกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวของซากุรางิ ฮานามิจิ

 

 

Talk

ดาบฯ พาร์ทสามไม่ยาวมากแต่เร่งอันนี้มาก่อนไฟจะหมดเลยปิดจบออกมาก่อนสำเร็จ จริงๆ ยังมีไอเดียที่อยากเห็นเกี่ยวกับคู่รักรุฮานะอยู่หลายอย่างเลย คู่รักสไตล์คู่กัดก็อร่อย ฟืด


No comments:

Post a Comment