Sunday, 26 February 2023

[Fanfic Slam Dunk ; RuHana] ฉากนี้ (ไม่มี) ในสแลมดังก์

Fanfic Slam Dunk

ฉากนี้ (ไม่มี) ในสแลมดังก์

 

Pairing: Rukawa Kaede x Sakuragi Hanamichi

Rating:   SFW

Note:      Chapter ref from manga

 

ตอนที่ 8

                นอกจากงีบหลับ สิ่งที่รุคาว่าสนใจคือการเล่นบาส เขาค่อนข้างขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างถึงขั้นเข้ากับใครไม่เก่ง เมื่อเจอความเฉยเมยของเขา ต่อให้มีคนคิดเข้าหาสุดท้ายก็เลิกล้มความพยายามและถอยหนีออกไปเอง...ยกเว้น ซากุรางิ ฮานามิจิที่แตกต่างออกไปนิดหน่อย ตอนเจอกันครั้งแรก เจ้าหัวแดงตั้งตัวเป็นศัตรูอย่างไม่มีเหตุผล พุ่งเข้าใส่รุคาว่าอย่างไม่กลัวตาย

รุคาว่าไม่ได้สนใจอะไร อีกฝ่ายจะคิดอย่างไรไม่เกี่ยวกับเขา เขาไม่เดือดร้อน รับมือไปตามสถานการณ์ก็พอ

                ทว่ากลับมาเจอกันอีกในชมรม แถมเจ้านั่นยังเข้ามาจ้องเสียใกล้

                จนแล้วจนรอดก็ไม่ถอยหนีออกไปเสียที

                กริยาท่าทางยามยืนล้วงกางเกงยืดคอจดๆ จ้องๆ ดูไม่ต่างจากนักเลงปลายแถว แม้รุคาว่าเฉยใส่อย่างที่ทำเป็นประจำก็ไม่นำพา ไม่เพียงสืบเท้าเข้ามาใกล้ขึ้น ยังมีหน้าพล่ามน้ำลายแตกฟองว่าตัวเองชนะกัปตันทีมมาแล้ว กำปั้นกัปตันซึ่งถูกยกมาอวดอ้างจึงทุบเข้าให้ที่หลังศีรษะ

“...”

หัวสีแดงที่โดนชกจนเซมาด้านหน้าเข้ามาใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจ นาทีนั้นแม้ไม่อยากยอมรับแต่รุคาว่าที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับคนอื่นรู้สึกตกใจอยู่นิดหน่อย

อย่างไรก็ตาม ตอนที่กัปตันอาคางิประกาศว่าเป้าหมายชมรมคือการพิชิตแชมป์ทั่วประเทศและบอกให้สมาชิกเตรียมใจรับการฝึกหนัก บรรดาเด็กเข้าใหม่ชมรมบาสมีเพียงเจ้าโง่ผมแดงคนนั้นที่ตอบรับอย่างกระตือรือร้นว่า แน่อยู่แล้ว อยู่คนเดียว

ถึงจะน่ารำคาญ แต่ก็ไม่เลวนี่หว่า

              

ตอนที่ 11

                ชมรมบาสของโชโฮคุไม่นับว่ามีชื่อเสียงโดดเด่นเป็นพิเศษ แม้กัปตันคนปัจจุบัน อาคางิ ทาเคโนริจะมีชื่อเสียงในฐานะผู้เล่นอยู่บ้าง แต่เพราะไม่เคยประสบความสำเร็จในพาทีมไปสร้างผลงานในระดับประเทศ ภาพจำจากคนภายนอกจึงมุ่งไปยังโค้ชประจำทีมอย่างอาจารย์อันไซ ทว่าหลังรุคาว่า คาเอเดะเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรม บรรยากาศในชมรมพลันคึกคักขึ้นมาก...คึกคักด้วยเสียงจากสาวๆ ที่มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนและร้องเชียร์อย่างกระตือรือร้น

                ในวันนี้ที่พวกเจ้าหล่อนก็ยังคงส่งเสียงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อายาโกะซึ่งเคยเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนมัธยมต้นของพ่อหนุ่มเนื้อหอมถึงกับถองศอกแซว “กิ๊วๆ เสน่ห์แรงไม่เบานี่”

ส่วนซากุรางิ ฮานามิจิคำรามฮึ่มฮั่ม อดรนทนไม่ไหวเดินตึงตังไปทางประตูโรงยิม รู้สึกหงุดหงิดใจเกินทน

                “รุคาว่า รุคาว่า อยู่ได้...”

ทว่าแม้จะวางท่าใหญ่โต เอาเข้าจริงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวน้อยกลุ่มใหญ่กลับแสดงท่าทีไม่ต่างจากสัตว์ใหญ่แสนเชื่อง ออกแนวหวาดนิดๆ ด้วยซ้ำ โหนกแก้มแดงไม่แพ้สีผม

อายาโกะปิดปากหัวเราะคิกคัก บอกว่าซากุรางิเป็นพวกแพ้ผู้หญิง

รุคาว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างประหลาด...เหมือนกับตอนได้ยินว่าซากุรางิกำลังดวลกับกัปตันที่โรงยิม ตอนนั้นเขาถึงกับพาตัวเองมาดูการแข่งขันที่เรียกว่าแข่งยังไม่ได้ทั้งที่ตั้งใจจะออกจากห้องเรียนช้ากว่านั้นอีกนิด ครั้งนี้เช่นกัน...อดใจไม่ไหวต้องชะเง้อตัวมองไปทางเจ้าหัวแดง

สาวๆ เหล่านั้นรุมทึ้งด้วยวาจาอย่างไม่ปรานีปราศรัย

แยงกี้...ตัวเบ้อเร่อ...น่ากลัว...

ทำเหมือนผวา เอาเข้าจริงไม่เห็นกลัวอย่างปากพูด แสดงว่าความรู้สึกอยากเมียงมองรุคาว่าเหนือกว่าความหวาดหวั่นต่อตัวซากุรางิ

แยงกี้หัวแดงตัวเบ้อเร่อผู้น่ากลัวคว่ำปาก

ไม่ชอบใจ

ซากุรางิ ฮานามิจิจึง...กระชากประตูปิดดังโครมมันซะเลย ทั้งอาคางิ ฮารุโกะ ทั้งสาวๆ กลุ่มนี้ แค่หน้าตาหล่อหน่อยก็ถูกล่อลวงซะแล้ว อยากดูรุคาว่างั้นเรอะ? อย่าหวังเลย!

 

ตอนที่ 21

                กีฬาบาสไม่ได้แพร่หลายเท่าใดนัก แป้นบาสสำหรับฝึกซ้อมนอกจากในโรงยิมของโรงเรียนจึงมีไม่มาก รุคาว่าออกมาซ้อมเช้าตามกิจวัตร กลับพบว่าโดนมือดีตัดหน้าไปก่อนแล้ว คนที่ปาดหน้าเค้กคือเจ้าลิงหัวแดงที่เป็นมือใหม่หัดเล่นบาส รุคาว่าเป็นสักขีพยานเห็นความอเจอนาถบนสนามอีกฝ่ายมาตั้งแต่เริ่มจับลูกหนัง ไม่คิดว่าเจ้านี่จะมาซ้อมมือนอกเวลาชมรมด้วย

                ไล่ที่ก็ไม่ได้เพราะไม่ใช่พื้นที่ส่วนบุคคล สิ่งที่เขาควรทำคือใช้เวลาอันมีค่าไปฝึกอย่างอื่น

                ไปที่อื่นเถอะ

                อยู่ไปก็ไม่ได้อะไร

                แต่ท้ายที่สุดก็อยู่ดูเจ้างั่งนั่นจับลูกเก้ๆ กังๆ จนกระทั่งชู้ตลูกแรกลงห่วงสำเร็จ

 

ตอนที่ 25

                ฐานะที่เป็นว่าที่กัปตัน ซากุรางิเลือกนั่งที่นั่งติดอาคางิเพื่อประกาศศักดาว่าข้าใหญ่ แต่เขาไม่คิดว่าเจ้าจิ้งจอกรุคาว่าจะเสนอหน้ามานั่งข้างตนบนรถไฟ

แรกเริ่มซากุรางิคิดว่ารุคาว่าสั่นกลัวจึงมาสังเกตการณ์คู่แข่ง ที่ไหนได้...ไอ้หมอนี่มันมาจ้องจับผิดต่างหาก มีอย่างที่ไหนต่อปากต่อคำได้ทุกประโยค ไม่ว่าตนพูดอะไรออกไปต้องมีเสียงเนือยๆ ดังสวนมาจากทางด้านขวาอยู่เรื่อย

                “สั่นจนติดอ่างยังจะคุย”

                “แหกปากซะดัง”

            แกไม่ใช่พวกพูดน้อยรึไง?

                โดนสกัดดาวรุ่งทุกดอกยังไงก็ต้องของขึ้น หาว่าอัจฉริยะตื่นเต้นจนต้องทำเสียงดังกลบเกลื่อนงั้นเรอะ ฝีมือแค่ระดับเด็กม.ต้นทำเป็นปากดี อย่างไรก็ตาม จับผิดยังดีเสียกว่าอยู่นอกสายตา รุคาว่าจับตามองตนทุกย่างก้าวอย่างนี้ถือว่าตามีแวว...รู้จักระแวดระวังอัจฉริยะซะด้วย

ซากุรางิหมายมั่นปั้นมือในใจ เห็นทีต้องถล่มอุโอสึมิกับเซ็นโดให้ดูเป็นขวัญตาสนองความคาดหวังซะหน่อยแล้ว

 

ตอนที่ 32

                แม้จะนั่งเป็นตัวสำรองข้างสนาม ซากุรางิยังรักษามาตรฐานจอมก่อเรื่องได้อย่างน่าชื่นชม โวยวายหาเรื่องเอากับคนในทีมเดียวกันน่ะแล้วไปเถอะ...อย่างน้อยยังตะครุบตัวจับมาอบรมได้ ทว่าเจ้าตัวดีถึงขั้นไปสวนก้นโค้ชทาโอกะของเรียวนัน ซี้ซั้วพลิกป้ายคะแนนเอาเอง แถมยังดอดไปสอดแนมตอนโค้ชทีมศัตรูกำลังให้คำแนะนำนักกีฬาอีก

                รุคาว่ามองพฤติกรรมเหล่านั้นจากไกลๆ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วย....หน้าโง่ หน้าโง่มาก หน้าโง่ที่สุด

                กระนั้น ท่ามกลางทีมเรียวนันที่ของขึ้นกันหมด เซ็นโดกลับหัวเราะและดูจะไม่ถือสาหาความเอากับพฤติกรรมไร้มารยาทสุดกู่เหล่านั้นเลย

                “...”

                เสียงสัญญาณปริศนาดังขึ้นในใจรุคาว่า

                เจ้าหัวแดงจอมก่อเรื่องแห่งโชโฮคุถูกลากตัวไปเก็บตรงที่นั่งตัวสำรอง ถูกมัดติดเก้าอี้ และถูกอายาโกะพ่นสเปรย์เย็นใส่ให้หัวเย็นลง ทั้งที่รวบตัวให้ห่างตาจากเรียวนั้นแล้ว เซ็นโดที่ลงสนามและเผชิญหน้ารุคาว่ายังมีแก่ใจเหล่มองตัวปัญหาหัวแดงอยู่เรื่อยๆ มิหนำซ้ำหลังชู้ตลูกทำคะแนนได้ยังละสายตาจากสนามไปกระดิกนิ้วเรียกซากุรางิอีกต่างหาก

                รุคาว่ามองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

                ไม่รู้ทำไมถึงนึกรำคาญและอยากเอาชนะปิดแมตช์กับเรียวนันให้เร็วขึ้นอีกหน่อย

 

ตอนที่ 34

                ตั้งแต่ตอนเดินทางมาก็เห็นทนโท่ว่าซากุรางิตื่นเต้น ถึงแม้ตอนนั่งข้างสนามจะปากดีก่อเรื่องได้เหมือนเคย แต่พอลงสนามจริงกลับเป็นไก่อ่อน หูตามืดมัว มองอะไรไม่เห็น เกร็งตั้งแต่หัวจรดเท้า สุดท้ายก็ทำฟาวล์ชนิดทนดูไม่ได้ สร้างปัญหาให้ทีมไม่หยุด

                อาการตื่นสนามนี้เป็นเรื่องปกติของมือใหม่ แต่ถ้าปล่อยเอาไว้จะกลายเป็นตัวภาระ

                รุคาว่าหวนนึกถึงความพยายามของเจ้าโง่นี่ที่อุตส่าห์ไปฝึกชู้ต จากนั้นนึกถึงนิสัยหุนหันพลันแล่นจุดเดือดต่ำตอนประกาศออกจากชมรมเอาง่ายๆ ของอีกฝ่าย

                ถ้าในศึกเปิดตัวไม่ได้นำผลการฝึกมาใช้แต่ดันก่อเรื่องอับอายขายขี้หน้าจนไม่ได้ผลลัพธ์อันดี เจ้าหมอนี่จะเป็นยังไงต่อไปนะ?

                จะเลิกเล่นบาสจริงๆ เลยไหม?

                ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยแฮะ...

                ดังนั้นร่างกายจึงเคลื่อนไหวไปเอง...เตะงัดก้นจนหน้าทิ่ม

                “แกจะมัวตื่นเต้นไปถึงไหนกันฮึ?”

                รีบตั้งสติแล้วกลับมามั่นหน้าได้แล้วเจ้างั่ง

                ซากุรางิหายตื่นสนามทันตาเห็น แม้ผลจากการตีกันตุบตับหลังจากนั้นจะเจ็บอยู่บ้าง แต่ช่วยให้เจ้าเด็กอ่อนหัดคนหนึ่งรู้ความขึ้นมาก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ

 

ตอนที่ 37

                รุคาว่าเป็นตะคริว

                นาทีที่คนอื่นกรูเข้าหาเพื่อนร่วมชั้นหน้าจิ้งจอกและทราบถึงขีดจำกัดร่างกายของอีกฝ่าย แวบแรกซากุรางินึกดีใจว่าตัวเองจะได้ฉายเดี่ยวโชว์ผลงานเจิดจรัส ต่อเมื่อเห็นเรียวนันฮึกเหิมดีอกดีใจยิ่งกว่าตนเท่านั้นแหละ เขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันควัน

                ไอ้กระจอกนี่ทำทีมเสียชื่อเสียง ปล่อยให้นั่งสลอนโดนเพ่งเล็งต่อไม่ได้แล้ว

                เรียวนันปากดีใหญ่แล้วนะนั่น

                แกยอมได้รึไง?

                เฮอะ ตะคริวงั้นเหรอ? ซากุรางิเตะขารุคาว่าป้าบเข้าให้ สบโอกาสเอาคืนเล็กๆ ที่โดนเตะตูดกลางสายตาประชาชีเมื่อครู่

พอเล่นงานคนไม่มีทางสู้เสร็จ ซากุรางิปรี่เข้าใส่โค้ช บอกให้รีบเก็บตัวเจ้าคนหมดแรงออกไป เจ้าของเสื้อเบอร์ 11 ที่น่าจะเป็นตะคริวกลับลุกขึ้นมาเตะก้นคนเจ้ากี้เจ้าการแล้วแก้ตัวว่าแค่สะดุดล้ม ซ้ำยังย้ำชัดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนตัว

                ซากุรางิแค่นเสียงในใจ...โธ่เอ๊ย ถึงจะอ่อนด๋อยแต่ก็พอใช้ได้อยู่บ้างนี่หว่า คนอื่นประคบประหงมเกินไปถึงลุกยืนเองไม่ได้ไงล่ะ

                ต้องให้อัจฉริยะคอยดูแลอยู่เรื่อย!

 

 

Talk

ตอนนี้น่าจะมีเนื้อหาเพิ่มมาทีหลัง (มั้งนะ) ใจจริงอยากจะเก็บมาชงจนจบเรื่องเลย แต่จะฟิตมั้ยนี่สิ


No comments:

Post a Comment