Fanfic Slam Dunk
ดาบนั้นคืนสนอง
ส่วนเสริม
Pairing: Rukawa
Kaede x Sakuragi Hanamichi
Rating: SFW
AU: Office
Worker
รองเท้าคู่ใหม่สีดำแดง...อย่างกับวัยรุ่นที่เลือกสีสันของใช้เป็นสัญลักษณ์เลยไม่ใช่หรือไง
เลือกสีที่เป็นเหมือนตัวแทนบุคคลชัดเจนขนาดนี้ เห็นอยู่ชัดๆ ว่ายังมีใจให้เขา
ผมสีแดงอย่างกับใบเมเปิล (คาเอเดะ) นั่นอีก...ชอบเขาเห็นๆ
พวงกุญแจแมวดำที่แขวนกระเป๋าก็ดูเหมือนเขามาก...ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้นให้ถึงได้เอามาใช้
แต่เป็นเพราะชอบเขาต่างหาก
ไหนจะพยายามซ่อนเขาไม่ให้คนอื่นมองอีก ไม่รู้จะหวงอะไรขนาดนั้น
แล้วยังเหตุการณ์ยิบย่อยอื่นๆ...
“นี่แก มาสายไม่ใช่รึไง ยังมัวมาเดินทอดหุ่ยอยู่อีก!”
ตรงเวลาต่างหากเจ้าโง่ อยากเจอฉันเร็วๆ ก็ยอมรับมาเถอะ
“คุณฮารุโกะ ไม่ต้องให้เจ้าจิ้งจอกอ่อนแอนั่นช่วยถือหรอกครับ
ให้ผมถือแทนดีกว่า!”
ไม่อยากให้ฉันเหนื่อยถือของหนักสินะ
แสดงออกเกินหน้าเกินตาไปหน่อยหรือเปล่า
“เฮ้ย กอริใช้ให้ฉันมาเรียกแกไปประชุมเคสงานเคลมน่ะ”
ถึงกับอาสามาตามตัวถึงแผนก
ถ้าอยากคุยกับฉันขนาดนั้นไม่ต้องรอเอางานมาอ้างตลอดก็ได้
“จับหัวคนอื่นแบบนี้ จะเอาจริงๆ ใช่มั้ยหา! วันนี้ต้องตายกันไปข้าง
รุคาว่า!”
หน้าแดงแปร๊ดตอนถูกลูบหัว คงเขินจัด
เวลารุคาว่า คาเอเดะเฝ้ามองซากุรางิ ฮานามิจิ
เขารู้สึกอยู่เรื่อยว่าเจ้าลิงตัวนี้ช่างไม่รู้จักเก็บอาการเอาเสียเลย
ทว่าคนอื่นดันไม่เฉลียวใจ เห็นเป็นการหาเรื่องเสียมากกว่า
ก็แค่ชอบเขามากแต่ซึนเดเระไม่ใช่เหรอ?
ดูเหมือนนอกจากรุคาว่าจะไม่มีใครมองใจจริงซากุรางิออก ตาไม่มีแววกันหมด
ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันคือวันเปิดเรียนสุดท้ายตอนชั้นมัธยมต้น
ตอนนั้นเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนแหลกสลายเหลือเพียงคำว่าเพื่อนร่วมชั้น
ช่วงเวลาสิบปีที่ห่างหายกันไป เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
อีกฝ่ายตัวสูงใหญ่ขึ้นเป็นคนละคน ใบหน้าดุดันขึ้น บุคลิกก็ก้าวร้าวขึ้นมาก
ทว่าตอนที่ได้พบหน้ายังสามารถหวนระลึกได้ทันที บางทีซากุรางิ
ฮานามิจิคงไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น
ตลอดมา รุคาว่าไม่เคยเสียใจภายหลัง
ต่อให้ในอดีตเคยเก็บดอกไม้จากซากุรางที่เคยโยนทิ้งกลับมาและพยายามยื้อสภาพที่สูญเสียความสวยงามไปหมดด้วยการนำมาทำเรซิ่น
ทั้งยังโยนมันใส่ลิ้นชัก ทิ้งไม่ลงจนทุกวันนี้
...เขาไม่รู้หรอกว่าทำไปทำไม
แต่ก็ไม่ได้เสียใจที่ปฏิเสธคำสารภาพรัก
ในเมื่อนั่นเป็นคำตอบจากใจจริง
รุคาว่าไม่เคยคิดเกินเลยกับซากุรางิ ฮานามิจิ
เพียงแต่ หลังจากวันที่ปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ของอีกฝ่าย คนคนนั้นหายไปจากข้างกายเขาราวกับหมอกควัน
เมื่อไร้เสียงก่อกวนริมหู โลกคล้ายจะเงียบสงบลง
การปฏิสัมพันธ์ซึ่งลดน้อยลงหน้ามือเป็นหลังมือนับจากนั้น
ทุกครั้งล้วนมีแต่การกระทบกระทั่ง
ขนาดรุคาว่ายังไม่เข้าใจว่าตนเคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่เข้ากันได้ดีกับเจ้าคนน่ารำคาญคนนี้ได้ยังไง
พวกเขาเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีกจริงๆ
แม้จะน่าเสียดาย แต่ช่วยไม่ได้
ในฐานะเพื่อนร่วมงาน พวกเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากันไม่ต่างจากสมัยก่อน
ถึงแม้ไม่ได้ร่วมงานใกล้ชิดแต่เจอหน้ากันทีต้องมีปากเสียงที
ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ
คนอื่นไม่เคยชินกับการสื่อสารกันของพวกเขาและเผยสีหน้าหวาดผวาเมื่อสถานการณ์เริ่มรุนแรง
มิยางิ เรียวตะแนะนำซากุรางิให้ ‘ต่างคนต่างอยู่’ แม้ซากุรางิโต้แย้งอย่างดื้อรั้นอยู่พักใหญ่เพราะไม่อยากเป็นฝ่ายลดเกียรติตัวเองยอมลงให้รุคาว่า
แต่สุดท้ายหลังโดนย้ำซ้ำๆ ก็ยอมรับฟังคำพูดของรุ่นพี่
รุคาว่าเห็นใบหน้าบูดบึ้งแยกเขี้ยวยิงฟันจนชินตาแล้ว
กระทั่งได้พบว่าอันที่จริงซากุรางิมีรุ่นพี่ที่สนิทกันมากในบริษัทด้วย
ตอนรวมกลุ่มกับมิยางิ เรียวตะ และมิสึอิ ฮิซาชิ สีหน้าท่าทางสนิทชิดเชื้ออย่างยิ่ง
สิ่งที่รุคาว่าพูดแล้วเจ้าตัวไม่ฟัง หากเป็นสองคนนั้นจะยอมรับฟังและไว้หน้าไม่น้อย
เช่นเหตุการณ์คราวนี้
เป็นช่วงเวลาราวๆ 2 เดือนที่ซากุรางิ ฮานามิจิไม่ต่อปากต่อคำกับรุคาว่าเลย
เมื่ออยู่ต่อหน้าจะทำเป็นมองไม่เห็น
ต่อให้รุคาว่าจงใจพูดกระตุ้นยั่วยุก็จะเก็บอารมณ์และถอยห่างออกไป
ไม่อาละวาดฟาดงวงฟาดงา มิยางิกับมิซึอิคอยขยี้หัวชมอยู่ด้านข้าง...ทำดีแล้ว
ทำดีมาก เป็นผู้ใหญ่แล้วนี่!
ทว่าทุกอย่างพังลงเพราะพวกเขาอาศัยอยู่ใกล้กัน วันหยุดหนึ่ง
ซากุรางิออกมาซื้อของเข้าบ้าน
รุคาว่าที่กำลังเล่นบาสมือลื่นชู้ตลูกเลยแป้นไปกระแทกหัวแดงๆ
ซึ่งกำลังเดินผ่านไปพอดี พอวางมวยกันหนึ่งยก ซากุรางิ
ฮานามิจิก็เลิกอดทนอดกลั้นและกลับมาทะเลาะกับรุคาว่าเหมือนเดิม
เมื่อวันทำงานมาถึงและเห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มิยางิถึงกับถอนหายใจยาว
สำหรับรุคาว่า...ซากุรางิ ฮานามิจิยามเอะอะมะเทิ่งน่ารำคาญหาใดเปรียบ
ถึงอย่างนั้นก็ยังรำคาญน้อยกว่าตอนที่เจ้าตัวทำเหมือนลืมเอาปากมาจากบ้านและเสแสร้งเรียบร้อย
โดยเฉพาะเมื่อแม้แต่ตอนที่ฝืนทำตัวเป็นมิตรสุดชีวิตขนาดนั้นก็ยังไม่เคยมองมาทางเขาและยิ้มให้แม้แต่ครั้งเดียว
การเลือกปฏิบัตินี้เองที่เป็นจุดสังเกต
รุคาว่าคิดว่าเพราะอดีตร่วมกันทำให้ซากุรางิปิดกั้นตัวเองอย่างหนัก
ทว่าความเชื่อมั่นพิลึกๆ บอกว่าตนไม่ได้ถูกเกลียดแน่นอน ไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้
ราวกับจะช่วยพิสูจน์ความเชื่อมั่นดังกล่าว
รุคาว่าบังเอิญได้ยินบทสนทนาของ 3 สหายต่างแผนกที่มักจะรวมหัวไปใช้เวลาพักด้วยกัน
“ไอ้เด็กนี่มันเซนสิทีฟเรื่องรุคาว่าน่าดูเลยแฮะ หลงรักรึไง?”
“อย่าพูดจาชวนขนลุกสิมิตจี้!”
ไม่ได้คิดไปเองจริงๆ ด้วย
ระดับความมั่นใจพุ่งปรี๊ด
เมื่อพินิจดูให้ดีแล้ว
อาการเป็นปรปักษ์ทั้งหลายคลับคล้ายว่ากำลังเรียกร้องความสนใจอยู่เหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดให้ลึกซึ้งแต่ดูๆ
ไปก็มีหลายสิ่งที่แอบแฝงใต้การแสดงออกอันรุนแรง
ยิ่งเฝ้าสังเกตยิ่งมั่นใจ
เจ้านั่นชอบเขา
กระนั้น คงเพราะเคยถูกปฏิเสธมาแล้ว
ต่อให้การแสดงออกของซากุรางิจะโผงผางสุดแสน เจ้าตัวก็ไม่มีทีท่าจะสารภาพรักซ้ำสอง
เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่และได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง
ความคิดของรุคาว่าต่างไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างมาก ถึงขั้นเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ซากุรางิจะหายซึนเดเระและยอมเดินมาสารภาพรักเสียที
เขาปฏิเสธทุกคนที่ทอดไมตรีให้เพราะมีคนที่แน่วแน่รอคอย แต่จนแล้วจนรอด
ล่วงเลยไปนานนับปี เจ้านั่นก็ยังนิ่งเฉยและยิ้มโง่ๆ
ให้น้องสาวหัวหน้าแผนกตนเองอยู่ได้
กระทั่งในงานเลี้ยงวันสิ้นปีของบริษัท
“กรุณา...คบกับผมด้วยครับ”
รุคาว่า คาเอเดะถึงบางอ้อ
ที่แท้ซากุรางิ ฮานามิจิก็รอนับวันที่ 1 มกราคม
วันเกิดของเขาเป็นวันคบกันวันแรกนี่เอง
ยกตัวเองเป็นของขวัญ
แถมยังใส่ใจเลือกวันครบรอบอีก...เป็นคนโรแมนติกกว่าที่คิด
อย่างไรก็ตาม คนซึนเดเระคนนั้นยังคงความซึนเดเระไว้อยู่
รุคาว่าเหนื่อยใจที่เห็นเจ้าตัวพยายามแสดงออกว่า ‘ฉันฝืนใจสุดๆ’ ‘ไม่ได้อยากทำแบบนี้ซะหน่อย’ ‘ถูกบังคับต่างหาก’ แต่เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายจึงไม่หักหาญน้ำใจเปิดโปงความจริง
รุคาว่าผู้เอาใจใส่เข้าใจดีว่าซากุรางิต้องการเวลาปรับตัวอีกหน่อย...ก็ขี้อายขนาดนั้นนี่นา
ช่วงนี้จะตามน้ำทำตัวเหมือนเดิมไปก่อนแล้วกัน
ทว่าตอนงานเลี้ยงวันเกิด GM รุคาว่าที่เมาไม่รู้เรื่องกลับโดนขโมยจูบเสียนี่
ในความทรงจำเลือนรางด้วยพิษสุรา
คนรักผมสีแดงสั้นเกรียนพามาส่งถึงหน้าประตูบ้าน
ทั้งจูบทั้งกัดตนจนเกิดแผลร้อนในเล็กๆ
ที่หายหน้าบางมารุกคืบอย่างใจกล้าคงเพราะเห็นว่าเขาเมานั่นแหละ
ดังนั้นรุคาว่าที่ตื่นเช้ามาทายาแก้ร้อนในอย่างครึ้มอกครึ้มใจจึงเริ่มวางแผนเดท
เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าโง่นั่นจะต้องใช้ความกล้าเฮือกสุดท้ายหมดสิ้นแล้ว
ขั้นถัดไปตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร ยังไงก็เป็นแฟน
ให้ฝ่ายเดียวเหนื่อยหาทางพัฒนาความสัมพันธ์ นั่นไม่เรียกว่าเป็นเรื่องของคนสองคนหรอก
รุคาว่าเปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อดูว่าควรเดทที่ไหนอย่างไร
เขาใช้เวลาทั้งวันคิดอย่างละเอียด
สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าควรเริ่มจากพื้นฐานอย่างการไปดูหนัง อย่างไรก็ตาม ซากุรางิ
ฮานามิจิคงเขินจัดระเบิดตัวเองไปเรียบร้อย แวะไปหาถึงบ้านไม่เจอทั้งเสาร์อาทิตย์จนต้องไปดักรอหน้าออฟฟิศวันจันทร์
ผลจากการไปนั่งรอแต่เช้า...อืม เขินมากจริงด้วย
รุกเขาตั้งขนาดนั้น แถมเป็นการลงมือกับคนเมาอีก
ต่อให้ทางรุคาว่าไม่ถือสาแต่จะละอายใจก็เข้าใจได้
อย่างไรก็ตาม จูบไปครั้งหนึ่งเหมือนได้ปลดล็อกกลอนที่มองไม่เห็น
การกระชับความสัมพันธ์หลังจากนั้นราบรื่นขึ้นมาก
คงเพราะปลงตกว่าขนาดจูบยังจูบไปแล้ว ยังจะมาแคร์อะไรอีก
นอกจากหันหน้าเข้าหากันได้อย่างสงบ
แม้แต่การแตะต้องร่างกายก็สามารถทำได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ
ที่ยังกวนใจรุคาว่าคือแผลใจของซากุรางิสาหัสน่าดู
ตัวรุคาว่าซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง
ต่อให้ปัจจุบันมีสถานะคนรักอย่างเต็มภาคภูมิ ทว่าเมื่อก่อนเขาไม่ได้รักซากุรางิ
ตราบใดที่ไม่มีความคิดเกินเลย จะกี่ครั้งกี่หนเขาก็ไม่มีทางรับรัก อย่างไรก็ตาม
แม้จะขอโทษแทนตัวเองในวัยเยาว์ที่พูดจาโหดร้ายเพราะไม่รู้ประสา
กำแพงในใจของซากุรางิก็หยั่งรากลงไปลึกเกินจะถอนออกในชั่วข้ามคืน
สมองเข้าใจดีว่าตนเองเป็นต้นเหตุ และในเวลาอันสั้นไม่มีทางเยียวยาสำเร็จ
แต่รุคาว่าเจ็บใจเสมอยามคนรักของตัวเองหัวเราะร่าให้คนอื่น
เขาอยากให้ตาคู่นั้นมองมายังตนตอนยิ้มบ้าง
การยอมแบ่งพื้นที่ให้คนอื่น...แค่ช่วงนี้ที่ยกให้เป็นกรณีพิเศษ
อย่างน้อยตอนพูดถึงคนพวกนั้น ซากุรางิ
ฮานามิจิก็อารมณ์ดีมากพอจะยิ้มให้ตนเห็น
ต่อให้ไม่ใช่รอยยิ้มที่มอบให้รุคาว่าโดยตรง แต่เขาอดทนรอได้
มันเป็นเป้าหมายที่ต้องใช้ระยะเวลาอีกหน่อยกว่าจะสำเร็จมรรคผล
เวลาในการรอน่ะมีเหลือเฟือ
เพียงแต่...
“หา? โยเฮไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า”
เรื่องให้กุญแจบ้านช่องกับ ‘เพื่อน’ แต่มองข้ามหัวแฟน
อันนี้รับไม่ได้อยู่หน่อยๆ
ดูเหมือนมิโตะ โยเฮจะรู้จักกับซากุรางิ
ฮานามิจิตั้งแต่ช่วงที่ซากุรางิเลิกคบตน
ตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็คบหาร่ำเรียนมาด้วยกัน เพราะเคยเป็นรูมเมตช่วงเรียนมหาลัย ตอนแย็บถามว่าให้กุญแจบ้านไปแบบนี้ไม่กลัวหรือไง
ซากุรางิถึงได้ตอบอย่างมั่นอกมั่นใจตามข้างต้น
เปรียบเทียบกันแล้ว ช่วงเวลาที่รุคาว่าคบหากับซากุรางิสั้นกว่ามาก
ในด้านเหตุผล รุคาว่ายอมรับและเข้าใจการตัดสินใจนี้
โดยเฉพาะเมื่อเจ้าคนไม่ได้เรื่องมักพึ่งพาน้ำใจเรียกเพื่อนคนดังกล่าวมาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านอยู่เนืองๆ
กระนั้น เมื่อนึกภาพชายอื่นสามารถเปิดประตูบ้านซากุรางิได้ตามใจชอบ
ส่วนตนต้องนั่งรอหน้าประตูจนกว่าเจ้าของบ้านจะมาเปิดให้...มันอดขุ่นใจไม่ได้จริงๆ
รุคาว่าอยากได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษเหมือนกัน
ยังไงก็คบกันมาครึ่งปีแล้ว
ต่อให้ไม่สนิทใจเท่าเพื่อนที่คบกันมาสิบกว่าปี
แต่อย่างน้อยก็ไม่อยากถูกปฏิบัติแบบพลเมืองชั้นรอง
หากฐานะคนรักไม่ช่วยให้ได้รับการปฏิบัติดีกว่า แค่ได้รับเท่าๆ
กันกับเจ้าหมอนั่นก็ยังดี
อนึ่ง จะให้บอกว่าเอากุญแจบ้านมาให้ฉันด้วยสิ ไม่ไปขโมยของหรอก...
พูดแบบนี้ไม่ได้แน่
ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ข้างในสมองของรุคาว่าตีกันวุ่นวาย ซากุรางิ
ฮานามิจิที่เดินเคียงไหล่มองใบหน้าด้านข้างของเขา หยุดเท้าลงกะทันหัน
รูม่านตาหดเล็ก อ้าปากหวอ…เป็นหน้าตาโง่เง่ายามแสดงอาการตกใจตามมาตรฐาน
“ระ หรือว่า…แกกำลังหึงเรอะ?!”
“...?”
ที่พูดมานี่...อยากเห็นเขาหึง?
รุคาว่าชั่งใจว่าควรตอบรับอย่างใด ให้บอกตามตรงว่า…แกหลงฉันหัวปักหัวปำขนาดนี้ยังจำเป็นต้องหึงอีกเหรอ
หรือควรจะสนองความต้องการอีกฝ่ายด้วยการตามน้ำไปว่าหึงดี?
ช่วงหลังมานี้ซากุรางิปรับตัวเข้าหารุคาว่ามากขึ้น เวลาหากิจกรรมทำร่วมกันในวันหยุดก็ไม่ได้ยึดเอาความชอบตัวเองเป็นหลักแล้ว
วันนี้ที่ชวนกันออกมาเล่นบาส ทักษะก้าวหน้าจากช่วงเริ่มเล่นใหม่ๆ มาก
เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ชวนเล่นบาสส่งๆ เพียงเพราะรุคาว่าชอบ
อีกฝ่ายคิดมีส่วนร่วมในความชอบของรุคาว่าจริงๆ
นี่มันช่าง…
…อ้อ อยู่กลางถนน
จูบไม่ได้
ชิ...
รุคาว่าดึงสติกลับมาทันท่วงที เขาบอกตัวเองว่ากลับถึงบ้านค่อยว่ากัน
พร้อมกันนั้นก็คิดสะระตะว่าจะทำยังไงกับเจ้าหัวแดงผู้ชอบจู่โจมทีเผลอดี
“เอ้า”
โยนลูกบาสเกตบอลให้ซากุรางิถือเป็นอย่างแรก
จากนั้นใช้มือซึ่งได้รับอิสระทั้งสองข้างปลดกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์
ไม่นาน กุญแจดอกเล็กถูกโยนใส่คนผมแดงตามลูกบาสไปติดๆ
“อะไรน่ะ?” ซากุรางิ ฮานามิจิมีแต่ความงุนงง
เพราะไม่อยากเชื่อว่ารุคาว่ารู้สึกหึงหวงเป็นถึงได้ถามออกไปแบบไม่ทันคิด
ปรากฏว่าหลังเจอความเงียบยาวนานนับนาทีกลับได้รับลูกบาสกับกุญแจเสียอย่างนั้น
“กุญแจสำรอง”
“หา?” หากไม่ใช่ว่ากำลังถือลูกบาสอยู่ ซากุรางิได้ปรี่เข้ามาเขย่าคอไปแล้ว
“สำรองอะไร ให้ฉันทำไม? แกคิดจะทำอะไรอีกเนี่ย?”
รุคาว่า คาเอเดะจมอยู่ในห้วงความคิดของตนจนไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น
อันที่จริงเพราะคนรักตัวเองมักจะโวยวายไร้สาระบ่อยๆ
ตัวเขาจึงฝึกทักษะปิดกั้นเสียงจนเชี่ยวชาญ
ในอนาคตอันใกล้เดี๋ยวก็ต้องอยู่ด้วยกัน
หากความสัมพันธ์ไปถึงตรงนั้นแล้ว
คงไม่มีโอกาสทำเรื่องอย่างการมอบกุญแจบ้านให้คนรักเพื่อแสดงความใกล้ชิดสนิทสนม
ในเมื่อซากุรางิยังไม่พร้อมให้กุญแจแก่ตน
รุคาว่าที่ไม่อยากรีรอเพราะเกรงจะหมดโอกาสสร้างความทรงจำจึงเป็นฝ่ายไปปั๊มกุญแจสำรองเผื่อไว้แล้วมอบให้แทน
หรือเจ้าโง่นี่จะคิดเรื่องอยู่ด้วยกันแล้วถึงมองข้ามเรื่องให้กุญแจบ้านไป?
ใช่จะเป็นไปไม่ได้…
แต่สมัยคบกันก็ควรสร้างความทรงจำไว้รำลึกถึงตอนแก่เฒ่าบ้างสิ
ไม่นึกถึงอนาคตเอาซะเลย
“ทำหน้าตาอะไรของแกหา เฮ้ย ไอ้เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ ฟังคนเขาพูดสิเว้ย! แกวางแผนอะไรไว้
คิดจะมารีดไถอะไรฉันทีหลังแลกกับกุญแจถูกๆ นี่ใช่มั้ย แกจะเอายังไง ต้องการอะไร…เฮ้ย บอกให้ฟังไง อย่าเมินเซ่!”
น็อตในหัวซากุรางิหลุดไปแล้ว
แต่อย่างน้อยคำพูดพล่ามก็ดึงรุคาว่ากลับสู่โลกมนุษย์ได้ ตอนได้ยินว่าต้องการอะไร
ฟองอากาศความคิดแตกโพละ
สมองพลันกระหวัดถึงเรซิ่นดอกไม้ขนาดเท่าเล็บหัวแม่มือในลิ้นชัก
รุคาว่าสบดวงตาสีน้ำตาล พ่นออกมาคำหนึ่งว่า “ดอกไม้”
คนฟังตามไม่ทัน “ดอกไม้? ดอกไม้มายังไง?”
“จะเอาดอกไม้” รุคาว่าย้ำ
ดอกไม้ที่ได้รับมาเมื่อตอนม.ต้นเป็นดอกไม้ที่ปลูกตกแต่งโรงเรียนดอกเล็กๆ
ซากุรางิเก็บมาส่งๆ ด้วยคิดว่าตอนสารภาพรักจำเป็นต้องมีดอกไม้
มันไม่ได้มีความหมายแอบแฝงใดเป็นพิเศษ ไม่มีได้มีราคาค่างวด
ทว่าของที่น่าจะไร้ราคากลับมีมูลค่าทางจิตใจสูงลิบ ถึงแม้รุคาว่าจะฝืนยืดอายุมาได้
แต่ตอนที่นำมาทำเรซิ่นมันเหี่ยวเฉาหมดแล้ว
เป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญดันมีสภาพอเนจอนาถเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของลางร้าย
บางครั้งเวลานำเรซิ่นชิ้นนั้นออกมาดู
เห็นดอกไม้เหี่ยวเฉาที่ถูกนำมาถนอมเมื่อสาย
รุคาว่าเป็นต้องกังวลถึงหนุ่มดอกไม้ของตนอยู่เรื่อย
แก้ตัวใหม่ด้วยดอกไม้ดอกแรกหลังคบกันอย่างเป็นทางการดีกว่า
ซากุรางิ ฮานามิจิไม่เข้าใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น
นอกจากนี้คือไม่มีโอกาสได้คัดค้าน
ร่างใหญ่โตถูกรุนหลังรวดเดียวไปจนถึงร้านขายดอกไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
โดนบังคับให้ซื้อดอกไม้แลกกุญแจบ้านโดยปริยาย
นอกจากบาสเกตบอล รุคาว่าแทบไม่ได้แสดงความสนใจต่อสิ่งใดเลย
ทว่าเมื่อถูกรายล้อมไปด้วยพรรณไม้หลากสีสัน
ใบหน้าหล่อเหลาดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างประหลาด เขาลากฝีเท้าเดินไปทางนู้นทางนี้
พูดพึมพำเสียงเบากับตัวเอง...อันนี้เอาไปทำจานรองแก้วคู่กันน่าจะไม่เลว...สีเดียวกับผมเลยแฮะ...มีแต่ใบเขียวๆ
ไม่เอา...
รุคาว่าที่บังคับยัดเยียดกุญแจให้คนอื่นแล้วเรียกร้องขอของตอบแทนมักจะโผล่มายืนลอยหน้าลอยตาออกคำสั่งอยู่ใกล้ๆ
ซากุรางิ...เลือกดอกเล็กกว่านี้หน่อยบ้างล่ะ สีหมองๆ ไม่เอาบ้างล่ะ
ซ้ำยังจู้จี้จุกจิกไปถึงตำหนิกับรอยช้ำเล็กๆ น้อยๆ
นานๆ ทีจะได้ยินรุคาว่า คาเอเดะพูดอะไรยาวๆ
แต่ซากุรางิฟังไม่เข้าหูเพราะรำคาญเสียก่อน เขาไม่สนว่ารุคาว่าจะพูดอะไร
ประเด็นสำคัญคือเงินที่มีซื้ออะไรได้บ้างต่างหาก ทว่าเลือกอะไรไปก็ไม่ถูกใจเสียที
พอบอกอยากได้อะไรให้เลือกเอาเองตามใจชอบก็ไปกระตุ้นต่อมโมโหเข้าอีก
“แกเป็นคนให้ไม่ใช่เรอะ”
“วะ ก็แกเรื่องมากขนาดนี้ เลือกเองไปเลยไป๊ จะได้จบๆ”
หนุ่มตัวใหญ่สองคนแทบจะต่อยปากกันกลางร้าน พนักงานหญิงกลัวก็กลัว
แต่ต้องพาขาสั่นๆ เดินมาห้ามทัพ เธออยู่ในวัยประมาณมัธยมปลาย
ถ้าไม่ใช่พนักงานพาร์ทไทม์ก็น่าจะเป็นลูกหลานเจ้าของร้าน
“เลือกสีก่อนเป็นไงคะ?”
รุคาว่าที่ยังคงจับหัวซากุรางิเหมือนจับลูกบาสไม่ยอมละมือ
ระหว่างหลุบตาครุ่นคิด มือก็ลูบขึ้นลงให้ผมเส้นสั้นๆ ตำฝ่ามือและท้องนิ้ว
“ดอกไม้...สีแดง...”
“สีแดงสินะคะ เดี๋ยวช่วยแนะนำให้ค่ะ!”
ได้เธอช่วยแนะนำสถานการณ์ค่อยดีขึ้น
ดอกสึบากิสีแดงจากการช่วยสมทบทุนเพิ่มเติมของรุคาว่าในวันนั้น
ภายหลังถูกนำไปทำเป็นจานรองแก้ว 2
ชิ้นเข้ากับแก้วคู่และกลายเป็นของใช้ประจำบ้านที่รุคาว่า
คาเอเดะหวงนักหนาชิ้นหนึ่ง
Talk
สารภาพตามตรงว่าตอนแรกออกมาดราม่าค่ะ แต่เพราะตั้งใจให้มันออกมาตลกๆ
หน่อย (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จมั้ย...)
เลยลบแก้เกือบทั้งยวงจนออกมาเป็นแบบนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องจากมุมมองของรุคาว่า
สารจากตอนนี้จึงอาจมีบางจุดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง (?) ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ
5555555555555
ส่วนตัวชอบความมั่นหน้าของรุคาว่าตั้งแต่ในเนื้อเรื่องหลักแล้ว ใครๆ
ก็เห็นว่าฮานามิจิเล่นบาสเพื่อฮารุโกะจัง ทำไมมั่นหน้าสั่งให้เขาไล่ตามตัวเองได้ฮึ
555555555555
No comments:
Post a Comment