Sunday, 19 February 2023

[Fanfic Slam Dunk ; RuHana] ดาบนั้นคืนสนอง (ส่วนเสริม)

Fanfic Slam Dunk

ดาบนั้นคืนสนอง

ส่วนเสริม

 

Pairing: Rukawa Kaede x Sakuragi Hanamichi

Rating:   SFW

AU:         Office Worker

             


รองเท้าคู่ใหม่สีดำแดง...อย่างกับวัยรุ่นที่เลือกสีสันของใช้เป็นสัญลักษณ์เลยไม่ใช่หรือไง เลือกสีที่เป็นเหมือนตัวแทนบุคคลชัดเจนขนาดนี้ เห็นอยู่ชัดๆ ว่ายังมีใจให้เขา

ผมสีแดงอย่างกับใบเมเปิล (คาเอเดะ) นั่นอีก...ชอบเขาเห็นๆ

พวงกุญแจแมวดำที่แขวนกระเป๋าก็ดูเหมือนเขามาก...ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้นให้ถึงได้เอามาใช้ แต่เป็นเพราะชอบเขาต่างหาก

              ไหนจะพยายามซ่อนเขาไม่ให้คนอื่นมองอีก ไม่รู้จะหวงอะไรขนาดนั้น

              แล้วยังเหตุการณ์ยิบย่อยอื่นๆ...

              “นี่แก มาสายไม่ใช่รึไง ยังมัวมาเดินทอดหุ่ยอยู่อีก!

              ตรงเวลาต่างหากเจ้าโง่ อยากเจอฉันเร็วๆ ก็ยอมรับมาเถอะ

              “คุณฮารุโกะ ไม่ต้องให้เจ้าจิ้งจอกอ่อนแอนั่นช่วยถือหรอกครับ ให้ผมถือแทนดีกว่า!

              ไม่อยากให้ฉันเหนื่อยถือของหนักสินะ แสดงออกเกินหน้าเกินตาไปหน่อยหรือเปล่า

              “เฮ้ย กอริใช้ให้ฉันมาเรียกแกไปประชุมเคสงานเคลมน่ะ”

              ถึงกับอาสามาตามตัวถึงแผนก ถ้าอยากคุยกับฉันขนาดนั้นไม่ต้องรอเอางานมาอ้างตลอดก็ได้

              “จับหัวคนอื่นแบบนี้ จะเอาจริงๆ ใช่มั้ยหาวันนี้ต้องตายกันไปข้าง รุคาว่า!

              หน้าแดงแปร๊ดตอนถูกลูบหัว คงเขินจัด

              เวลารุคาว่า คาเอเดะเฝ้ามองซากุรางิ ฮานามิจิ เขารู้สึกอยู่เรื่อยว่าเจ้าลิงตัวนี้ช่างไม่รู้จักเก็บอาการเอาเสียเลย ทว่าคนอื่นดันไม่เฉลียวใจ เห็นเป็นการหาเรื่องเสียมากกว่า

              ก็แค่ชอบเขามากแต่ซึนเดเระไม่ใช่เหรอ?

              ดูเหมือนนอกจากรุคาว่าจะไม่มีใครมองใจจริงซากุรางิออก ตาไม่มีแววกันหมด

 


ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันคือวันเปิดเรียนสุดท้ายตอนชั้นมัธยมต้น ตอนนั้นเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนแหลกสลายเหลือเพียงคำว่าเพื่อนร่วมชั้น ช่วงเวลาสิบปีที่ห่างหายกันไป เมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง อีกฝ่ายตัวสูงใหญ่ขึ้นเป็นคนละคน ใบหน้าดุดันขึ้น บุคลิกก็ก้าวร้าวขึ้นมาก ทว่าตอนที่ได้พบหน้ายังสามารถหวนระลึกได้ทันที บางทีซากุรางิ ฮานามิจิคงไม่ได้เปลี่ยนไปมากขนาดนั้น

ตลอดมา รุคาว่าไม่เคยเสียใจภายหลัง

ต่อให้ในอดีตเคยเก็บดอกไม้จากซากุรางที่เคยโยนทิ้งกลับมาและพยายามยื้อสภาพที่สูญเสียความสวยงามไปหมดด้วยการนำมาทำเรซิ่น ทั้งยังโยนมันใส่ลิ้นชัก ทิ้งไม่ลงจนทุกวันนี้

...เขาไม่รู้หรอกว่าทำไปทำไม

แต่ก็ไม่ได้เสียใจที่ปฏิเสธคำสารภาพรัก

ในเมื่อนั่นเป็นคำตอบจากใจจริง

รุคาว่าไม่เคยคิดเกินเลยกับซากุรางิ ฮานามิจิ

เพียงแต่ หลังจากวันที่ปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ของอีกฝ่าย คนคนนั้นหายไปจากข้างกายเขาราวกับหมอกควัน เมื่อไร้เสียงก่อกวนริมหู โลกคล้ายจะเงียบสงบลง การปฏิสัมพันธ์ซึ่งลดน้อยลงหน้ามือเป็นหลังมือนับจากนั้น ทุกครั้งล้วนมีแต่การกระทบกระทั่ง ขนาดรุคาว่ายังไม่เข้าใจว่าตนเคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่เข้ากันได้ดีกับเจ้าคนน่ารำคาญคนนี้ได้ยังไง

พวกเขาเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีกจริงๆ

แม้จะน่าเสียดาย แต่ช่วยไม่ได้

ในฐานะเพื่อนร่วมงาน พวกเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากันไม่ต่างจากสมัยก่อน ถึงแม้ไม่ได้ร่วมงานใกล้ชิดแต่เจอหน้ากันทีต้องมีปากเสียงที ช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ คนอื่นไม่เคยชินกับการสื่อสารกันของพวกเขาและเผยสีหน้าหวาดผวาเมื่อสถานการณ์เริ่มรุนแรง มิยางิ เรียวตะแนะนำซากุรางิให้ ‘ต่างคนต่างอยู่’ แม้ซากุรางิโต้แย้งอย่างดื้อรั้นอยู่พักใหญ่เพราะไม่อยากเป็นฝ่ายลดเกียรติตัวเองยอมลงให้รุคาว่า แต่สุดท้ายหลังโดนย้ำซ้ำๆ ก็ยอมรับฟังคำพูดของรุ่นพี่

รุคาว่าเห็นใบหน้าบูดบึ้งแยกเขี้ยวยิงฟันจนชินตาแล้ว กระทั่งได้พบว่าอันที่จริงซากุรางิมีรุ่นพี่ที่สนิทกันมากในบริษัทด้วย ตอนรวมกลุ่มกับมิยางิ เรียวตะ และมิสึอิ ฮิซาชิ สีหน้าท่าทางสนิทชิดเชื้ออย่างยิ่ง สิ่งที่รุคาว่าพูดแล้วเจ้าตัวไม่ฟัง หากเป็นสองคนนั้นจะยอมรับฟังและไว้หน้าไม่น้อย

เช่นเหตุการณ์คราวนี้

เป็นช่วงเวลาราวๆ 2 เดือนที่ซากุรางิ ฮานามิจิไม่ต่อปากต่อคำกับรุคาว่าเลย

เมื่ออยู่ต่อหน้าจะทำเป็นมองไม่เห็น ต่อให้รุคาว่าจงใจพูดกระตุ้นยั่วยุก็จะเก็บอารมณ์และถอยห่างออกไป ไม่อาละวาดฟาดงวงฟาดงา มิยางิกับมิซึอิคอยขยี้หัวชมอยู่ด้านข้าง...ทำดีแล้ว ทำดีมาก เป็นผู้ใหญ่แล้วนี่!

ทว่าทุกอย่างพังลงเพราะพวกเขาอาศัยอยู่ใกล้กัน วันหยุดหนึ่ง ซากุรางิออกมาซื้อของเข้าบ้าน รุคาว่าที่กำลังเล่นบาสมือลื่นชู้ตลูกเลยแป้นไปกระแทกหัวแดงๆ ซึ่งกำลังเดินผ่านไปพอดี พอวางมวยกันหนึ่งยก ซากุรางิ ฮานามิจิก็เลิกอดทนอดกลั้นและกลับมาทะเลาะกับรุคาว่าเหมือนเดิม เมื่อวันทำงานมาถึงและเห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มิยางิถึงกับถอนหายใจยาว

สำหรับรุคาว่า...ซากุรางิ ฮานามิจิยามเอะอะมะเทิ่งน่ารำคาญหาใดเปรียบ

ถึงอย่างนั้นก็ยังรำคาญน้อยกว่าตอนที่เจ้าตัวทำเหมือนลืมเอาปากมาจากบ้านและเสแสร้งเรียบร้อย โดยเฉพาะเมื่อแม้แต่ตอนที่ฝืนทำตัวเป็นมิตรสุดชีวิตขนาดนั้นก็ยังไม่เคยมองมาทางเขาและยิ้มให้แม้แต่ครั้งเดียว

การเลือกปฏิบัตินี้เองที่เป็นจุดสังเกต รุคาว่าคิดว่าเพราะอดีตร่วมกันทำให้ซากุรางิปิดกั้นตัวเองอย่างหนัก ทว่าความเชื่อมั่นพิลึกๆ บอกว่าตนไม่ได้ถูกเกลียดแน่นอน ไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้

ราวกับจะช่วยพิสูจน์ความเชื่อมั่นดังกล่าว รุคาว่าบังเอิญได้ยินบทสนทนาของ 3 สหายต่างแผนกที่มักจะรวมหัวไปใช้เวลาพักด้วยกัน

“ไอ้เด็กนี่มันเซนสิทีฟเรื่องรุคาว่าน่าดูเลยแฮะ หลงรักรึไง?”

“อย่าพูดจาชวนขนลุกสิมิตจี้!

ไม่ได้คิดไปเองจริงๆ ด้วย

ระดับความมั่นใจพุ่งปรี๊ด

เมื่อพินิจดูให้ดีแล้ว อาการเป็นปรปักษ์ทั้งหลายคลับคล้ายว่ากำลังเรียกร้องความสนใจอยู่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดให้ลึกซึ้งแต่ดูๆ ไปก็มีหลายสิ่งที่แอบแฝงใต้การแสดงออกอันรุนแรง

ยิ่งเฝ้าสังเกตยิ่งมั่นใจ

เจ้านั่นชอบเขา

กระนั้น คงเพราะเคยถูกปฏิเสธมาแล้ว ต่อให้การแสดงออกของซากุรางิจะโผงผางสุดแสน เจ้าตัวก็ไม่มีทีท่าจะสารภาพรักซ้ำสอง

              เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่และได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง ความคิดของรุคาว่าต่างไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างมาก ถึงขั้นเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ซากุรางิจะหายซึนเดเระและยอมเดินมาสารภาพรักเสียที เขาปฏิเสธทุกคนที่ทอดไมตรีให้เพราะมีคนที่แน่วแน่รอคอย แต่จนแล้วจนรอด ล่วงเลยไปนานนับปี เจ้านั่นก็ยังนิ่งเฉยและยิ้มโง่ๆ ให้น้องสาวหัวหน้าแผนกตนเองอยู่ได้

กระทั่งในงานเลี้ยงวันสิ้นปีของบริษัท

“กรุณา...คบกับผมด้วยครับ”

รุคาว่า คาเอเดะถึงบางอ้อ

ที่แท้ซากุรางิ ฮานามิจิก็รอนับวันที่ 1 มกราคม วันเกิดของเขาเป็นวันคบกันวันแรกนี่เอง

ยกตัวเองเป็นของขวัญ แถมยังใส่ใจเลือกวันครบรอบอีก...เป็นคนโรแมนติกกว่าที่คิด

อย่างไรก็ตาม คนซึนเดเระคนนั้นยังคงความซึนเดเระไว้อยู่ รุคาว่าเหนื่อยใจที่เห็นเจ้าตัวพยายามแสดงออกว่า ‘ฉันฝืนใจสุดๆ’ ‘ไม่ได้อยากทำแบบนี้ซะหน่อย’ ‘ถูกบังคับต่างหาก’ แต่เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายจึงไม่หักหาญน้ำใจเปิดโปงความจริง รุคาว่าผู้เอาใจใส่เข้าใจดีว่าซากุรางิต้องการเวลาปรับตัวอีกหน่อย...ก็ขี้อายขนาดนั้นนี่นา ช่วงนี้จะตามน้ำทำตัวเหมือนเดิมไปก่อนแล้วกัน

ทว่าตอนงานเลี้ยงวันเกิด GM รุคาว่าที่เมาไม่รู้เรื่องกลับโดนขโมยจูบเสียนี่

ในความทรงจำเลือนรางด้วยพิษสุรา คนรักผมสีแดงสั้นเกรียนพามาส่งถึงหน้าประตูบ้าน ทั้งจูบทั้งกัดตนจนเกิดแผลร้อนในเล็กๆ

ที่หายหน้าบางมารุกคืบอย่างใจกล้าคงเพราะเห็นว่าเขาเมานั่นแหละ

ดังนั้นรุคาว่าที่ตื่นเช้ามาทายาแก้ร้อนในอย่างครึ้มอกครึ้มใจจึงเริ่มวางแผนเดท เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าโง่นั่นจะต้องใช้ความกล้าเฮือกสุดท้ายหมดสิ้นแล้ว ขั้นถัดไปตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร ยังไงก็เป็นแฟน ให้ฝ่ายเดียวเหนื่อยหาทางพัฒนาความสัมพันธ์ นั่นไม่เรียกว่าเป็นเรื่องของคนสองคนหรอก

รุคาว่าเปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อดูว่าควรเดทที่ไหนอย่างไร เขาใช้เวลาทั้งวันคิดอย่างละเอียด สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าควรเริ่มจากพื้นฐานอย่างการไปดูหนัง อย่างไรก็ตาม ซากุรางิ ฮานามิจิคงเขินจัดระเบิดตัวเองไปเรียบร้อย แวะไปหาถึงบ้านไม่เจอทั้งเสาร์อาทิตย์จนต้องไปดักรอหน้าออฟฟิศวันจันทร์ ผลจากการไปนั่งรอแต่เช้า...อืม เขินมากจริงด้วย

รุกเขาตั้งขนาดนั้น แถมเป็นการลงมือกับคนเมาอีก ต่อให้ทางรุคาว่าไม่ถือสาแต่จะละอายใจก็เข้าใจได้

อย่างไรก็ตาม จูบไปครั้งหนึ่งเหมือนได้ปลดล็อกกลอนที่มองไม่เห็น การกระชับความสัมพันธ์หลังจากนั้นราบรื่นขึ้นมาก คงเพราะปลงตกว่าขนาดจูบยังจูบไปแล้ว ยังจะมาแคร์อะไรอีก นอกจากหันหน้าเข้าหากันได้อย่างสงบ แม้แต่การแตะต้องร่างกายก็สามารถทำได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

ที่ยังกวนใจรุคาว่าคือแผลใจของซากุรางิสาหัสน่าดู

ตัวรุคาว่าซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง ต่อให้ปัจจุบันมีสถานะคนรักอย่างเต็มภาคภูมิ ทว่าเมื่อก่อนเขาไม่ได้รักซากุรางิ ตราบใดที่ไม่มีความคิดเกินเลย จะกี่ครั้งกี่หนเขาก็ไม่มีทางรับรัก อย่างไรก็ตาม แม้จะขอโทษแทนตัวเองในวัยเยาว์ที่พูดจาโหดร้ายเพราะไม่รู้ประสา กำแพงในใจของซากุรางิก็หยั่งรากลงไปลึกเกินจะถอนออกในชั่วข้ามคืน สมองเข้าใจดีว่าตนเองเป็นต้นเหตุ และในเวลาอันสั้นไม่มีทางเยียวยาสำเร็จ แต่รุคาว่าเจ็บใจเสมอยามคนรักของตัวเองหัวเราะร่าให้คนอื่น

เขาอยากให้ตาคู่นั้นมองมายังตนตอนยิ้มบ้าง

การยอมแบ่งพื้นที่ให้คนอื่น...แค่ช่วงนี้ที่ยกให้เป็นกรณีพิเศษ

อย่างน้อยตอนพูดถึงคนพวกนั้น ซากุรางิ ฮานามิจิก็อารมณ์ดีมากพอจะยิ้มให้ตนเห็น ต่อให้ไม่ใช่รอยยิ้มที่มอบให้รุคาว่าโดยตรง แต่เขาอดทนรอได้ มันเป็นเป้าหมายที่ต้องใช้ระยะเวลาอีกหน่อยกว่าจะสำเร็จมรรคผล เวลาในการรอน่ะมีเหลือเฟือ

เพียงแต่...


 

“หาโยเฮไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า”

เรื่องให้กุญแจบ้านช่องกับ ‘เพื่อน’ แต่มองข้ามหัวแฟน อันนี้รับไม่ได้อยู่หน่อยๆ

ดูเหมือนมิโตะ โยเฮจะรู้จักกับซากุรางิ ฮานามิจิตั้งแต่ช่วงที่ซากุรางิเลิกคบตน ตลอดสิบปีที่ผ่านมาก็คบหาร่ำเรียนมาด้วยกัน เพราะเคยเป็นรูมเมตช่วงเรียนมหาลัย ตอนแย็บถามว่าให้กุญแจบ้านไปแบบนี้ไม่กลัวหรือไง ซากุรางิถึงได้ตอบอย่างมั่นอกมั่นใจตามข้างต้น

เปรียบเทียบกันแล้ว ช่วงเวลาที่รุคาว่าคบหากับซากุรางิสั้นกว่ามาก ในด้านเหตุผล รุคาว่ายอมรับและเข้าใจการตัดสินใจนี้ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าคนไม่ได้เรื่องมักพึ่งพาน้ำใจเรียกเพื่อนคนดังกล่าวมาช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านอยู่เนืองๆ กระนั้น เมื่อนึกภาพชายอื่นสามารถเปิดประตูบ้านซากุรางิได้ตามใจชอบ ส่วนตนต้องนั่งรอหน้าประตูจนกว่าเจ้าของบ้านจะมาเปิดให้...มันอดขุ่นใจไม่ได้จริงๆ

รุคาว่าอยากได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษเหมือนกัน

ยังไงก็คบกันมาครึ่งปีแล้ว ต่อให้ไม่สนิทใจเท่าเพื่อนที่คบกันมาสิบกว่าปี แต่อย่างน้อยก็ไม่อยากถูกปฏิบัติแบบพลเมืองชั้นรอง หากฐานะคนรักไม่ช่วยให้ได้รับการปฏิบัติดีกว่า แค่ได้รับเท่าๆ กันกับเจ้าหมอนั่นก็ยังดี

อนึ่ง จะให้บอกว่าเอากุญแจบ้านมาให้ฉันด้วยสิ ไม่ไปขโมยของหรอก...

พูดแบบนี้ไม่ได้แน่

ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ข้างในสมองของรุคาว่าตีกันวุ่นวาย ซากุรางิ ฮานามิจิที่เดินเคียงไหล่มองใบหน้าด้านข้างของเขา หยุดเท้าลงกะทันหัน รูม่านตาหดเล็ก อ้าปากหวอเป็นหน้าตาโง่เง่ายามแสดงอาการตกใจตามมาตรฐาน

“ระ หรือว่า…แกกำลังหึงเรอะ?!

“...?”

ที่พูดมานี่...อยากเห็นเขาหึง?

รุคาว่าชั่งใจว่าควรตอบรับอย่างใด ให้บอกตามตรงว่าแกหลงฉันหัวปักหัวปำขนาดนี้ยังจำเป็นต้องหึงอีกเหรอ หรือควรจะสนองความต้องการอีกฝ่ายด้วยการตามน้ำไปว่าหึงดี?

ช่วงหลังมานี้ซากุรางิปรับตัวเข้าหารุคาว่ามากขึ้น เวลาหากิจกรรมทำร่วมกันในวันหยุดก็ไม่ได้ยึดเอาความชอบตัวเองเป็นหลักแล้ว วันนี้ที่ชวนกันออกมาเล่นบาส ทักษะก้าวหน้าจากช่วงเริ่มเล่นใหม่ๆ มาก เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ชวนเล่นบาสส่งๆ เพียงเพราะรุคาว่าชอบ อีกฝ่ายคิดมีส่วนร่วมในความชอบของรุคาว่าจริงๆ

นี่มันช่าง

อ้อ อยู่กลางถนน

จูบไม่ได้

ชิ...

รุคาว่าดึงสติกลับมาทันท่วงที เขาบอกตัวเองว่ากลับถึงบ้านค่อยว่ากัน พร้อมกันนั้นก็คิดสะระตะว่าจะทำยังไงกับเจ้าหัวแดงผู้ชอบจู่โจมทีเผลอดี

“เอ้า”

โยนลูกบาสเกตบอลให้ซากุรางิถือเป็นอย่างแรก จากนั้นใช้มือซึ่งได้รับอิสระทั้งสองข้างปลดกุญแจดอกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ไม่นาน กุญแจดอกเล็กถูกโยนใส่คนผมแดงตามลูกบาสไปติดๆ

“อะไรน่ะ?” ซากุรางิ ฮานามิจิมีแต่ความงุนงง เพราะไม่อยากเชื่อว่ารุคาว่ารู้สึกหึงหวงเป็นถึงได้ถามออกไปแบบไม่ทันคิด ปรากฏว่าหลังเจอความเงียบยาวนานนับนาทีกลับได้รับลูกบาสกับกุญแจเสียอย่างนั้น

“กุญแจสำรอง”

“หา?” หากไม่ใช่ว่ากำลังถือลูกบาสอยู่ ซากุรางิได้ปรี่เข้ามาเขย่าคอไปแล้ว “สำรองอะไร ให้ฉันทำไมแกคิดจะทำอะไรอีกเนี่ย?”

รุคาว่า คาเอเดะจมอยู่ในห้วงความคิดของตนจนไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น อันที่จริงเพราะคนรักตัวเองมักจะโวยวายไร้สาระบ่อยๆ ตัวเขาจึงฝึกทักษะปิดกั้นเสียงจนเชี่ยวชาญ

ในอนาคตอันใกล้เดี๋ยวก็ต้องอยู่ด้วยกัน หากความสัมพันธ์ไปถึงตรงนั้นแล้ว คงไม่มีโอกาสทำเรื่องอย่างการมอบกุญแจบ้านให้คนรักเพื่อแสดงความใกล้ชิดสนิทสนม ในเมื่อซากุรางิยังไม่พร้อมให้กุญแจแก่ตน รุคาว่าที่ไม่อยากรีรอเพราะเกรงจะหมดโอกาสสร้างความทรงจำจึงเป็นฝ่ายไปปั๊มกุญแจสำรองเผื่อไว้แล้วมอบให้แทน

หรือเจ้าโง่นี่จะคิดเรื่องอยู่ด้วยกันแล้วถึงมองข้ามเรื่องให้กุญแจบ้านไป?

ใช่จะเป็นไปไม่ได้

แต่สมัยคบกันก็ควรสร้างความทรงจำไว้รำลึกถึงตอนแก่เฒ่าบ้างสิ ไม่นึกถึงอนาคตเอาซะเลย

“ทำหน้าตาอะไรของแกหา เฮ้ย ไอ้เจ้าจิ้งจอกตัวนี้ ฟังคนเขาพูดสิเว้ยแกวางแผนอะไรไว้ คิดจะมารีดไถอะไรฉันทีหลังแลกกับกุญแจถูกๆ นี่ใช่มั้ย แกจะเอายังไง ต้องการอะไรเฮ้ย บอกให้ฟังไง อย่าเมินเซ่!

น็อตในหัวซากุรางิหลุดไปแล้ว แต่อย่างน้อยคำพูดพล่ามก็ดึงรุคาว่ากลับสู่โลกมนุษย์ได้ ตอนได้ยินว่าต้องการอะไร ฟองอากาศความคิดแตกโพละ สมองพลันกระหวัดถึงเรซิ่นดอกไม้ขนาดเท่าเล็บหัวแม่มือในลิ้นชัก

รุคาว่าสบดวงตาสีน้ำตาล พ่นออกมาคำหนึ่งว่า “ดอกไม้”

คนฟังตามไม่ทัน “ดอกไม้ดอกไม้มายังไง?”

“จะเอาดอกไม้” รุคาว่าย้ำ

ดอกไม้ที่ได้รับมาเมื่อตอนม.ต้นเป็นดอกไม้ที่ปลูกตกแต่งโรงเรียนดอกเล็กๆ ซากุรางิเก็บมาส่งๆ ด้วยคิดว่าตอนสารภาพรักจำเป็นต้องมีดอกไม้ มันไม่ได้มีความหมายแอบแฝงใดเป็นพิเศษ ไม่มีได้มีราคาค่างวด ทว่าของที่น่าจะไร้ราคากลับมีมูลค่าทางจิตใจสูงลิบ ถึงแม้รุคาว่าจะฝืนยืดอายุมาได้ แต่ตอนที่นำมาทำเรซิ่นมันเหี่ยวเฉาหมดแล้ว

เป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญดันมีสภาพอเนจอนาถเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของลางร้าย

บางครั้งเวลานำเรซิ่นชิ้นนั้นออกมาดู เห็นดอกไม้เหี่ยวเฉาที่ถูกนำมาถนอมเมื่อสาย รุคาว่าเป็นต้องกังวลถึงหนุ่มดอกไม้ของตนอยู่เรื่อย

แก้ตัวใหม่ด้วยดอกไม้ดอกแรกหลังคบกันอย่างเป็นทางการดีกว่า

ซากุรางิ ฮานามิจิไม่เข้าใจสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้คือไม่มีโอกาสได้คัดค้าน ร่างใหญ่โตถูกรุนหลังรวดเดียวไปจนถึงร้านขายดอกไม้ที่อยู่ใกล้ที่สุด โดนบังคับให้ซื้อดอกไม้แลกกุญแจบ้านโดยปริยาย

นอกจากบาสเกตบอล รุคาว่าแทบไม่ได้แสดงความสนใจต่อสิ่งใดเลย ทว่าเมื่อถูกรายล้อมไปด้วยพรรณไม้หลากสีสัน ใบหน้าหล่อเหลาดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างประหลาด เขาลากฝีเท้าเดินไปทางนู้นทางนี้ พูดพึมพำเสียงเบากับตัวเอง...อันนี้เอาไปทำจานรองแก้วคู่กันน่าจะไม่เลว...สีเดียวกับผมเลยแฮะ...มีแต่ใบเขียวๆ ไม่เอา...

รุคาว่าที่บังคับยัดเยียดกุญแจให้คนอื่นแล้วเรียกร้องขอของตอบแทนมักจะโผล่มายืนลอยหน้าลอยตาออกคำสั่งอยู่ใกล้ๆ ซากุรางิ...เลือกดอกเล็กกว่านี้หน่อยบ้างล่ะ สีหมองๆ ไม่เอาบ้างล่ะ ซ้ำยังจู้จี้จุกจิกไปถึงตำหนิกับรอยช้ำเล็กๆ น้อยๆ

นานๆ ทีจะได้ยินรุคาว่า คาเอเดะพูดอะไรยาวๆ แต่ซากุรางิฟังไม่เข้าหูเพราะรำคาญเสียก่อน เขาไม่สนว่ารุคาว่าจะพูดอะไร ประเด็นสำคัญคือเงินที่มีซื้ออะไรได้บ้างต่างหาก ทว่าเลือกอะไรไปก็ไม่ถูกใจเสียที พอบอกอยากได้อะไรให้เลือกเอาเองตามใจชอบก็ไปกระตุ้นต่อมโมโหเข้าอีก

“แกเป็นคนให้ไม่ใช่เรอะ”

“วะ ก็แกเรื่องมากขนาดนี้ เลือกเองไปเลยไป๊ จะได้จบๆ”

หนุ่มตัวใหญ่สองคนแทบจะต่อยปากกันกลางร้าน พนักงานหญิงกลัวก็กลัว แต่ต้องพาขาสั่นๆ เดินมาห้ามทัพ เธออยู่ในวัยประมาณมัธยมปลาย ถ้าไม่ใช่พนักงานพาร์ทไทม์ก็น่าจะเป็นลูกหลานเจ้าของร้าน

“เลือกสีก่อนเป็นไงคะ?”

รุคาว่าที่ยังคงจับหัวซากุรางิเหมือนจับลูกบาสไม่ยอมละมือ ระหว่างหลุบตาครุ่นคิด มือก็ลูบขึ้นลงให้ผมเส้นสั้นๆ ตำฝ่ามือและท้องนิ้ว

“ดอกไม้...สีแดง...”

“สีแดงสินะคะ เดี๋ยวช่วยแนะนำให้ค่ะ!

ได้เธอช่วยแนะนำสถานการณ์ค่อยดีขึ้น

ดอกสึบากิสีแดงจากการช่วยสมทบทุนเพิ่มเติมของรุคาว่าในวันนั้น ภายหลังถูกนำไปทำเป็นจานรองแก้ว 2 ชิ้นเข้ากับแก้วคู่และกลายเป็นของใช้ประจำบ้านที่รุคาว่า คาเอเดะหวงนักหนาชิ้นหนึ่ง



 

Talk

สารภาพตามตรงว่าตอนแรกออกมาดราม่าค่ะ แต่เพราะตั้งใจให้มันออกมาตลกๆ หน่อย (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าประสบความสำเร็จมั้ย...) เลยลบแก้เกือบทั้งยวงจนออกมาเป็นแบบนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องจากมุมมองของรุคาว่า สารจากตอนนี้จึงอาจมีบางจุดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง (?) ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ 5555555555555

ส่วนตัวชอบความมั่นหน้าของรุคาว่าตั้งแต่ในเนื้อเรื่องหลักแล้ว ใครๆ ก็เห็นว่าฮานามิจิเล่นบาสเพื่อฮารุโกะจัง ทำไมมั่นหน้าสั่งให้เขาไล่ตามตัวเองได้ฮึ 555555555555

 

 

 

No comments:

Post a Comment