Fanfic Daiya no A
What if…?
Pairing : Miyuki Kazuya x Sawamura Eijun
Rating :
SFW
Case 01 : ถ้าเอย์จุนโดนยาเสน่ห์ล่ะก็...
“อยู่ๆ มิยูกิเซมไปก็เปล่งออร่าปิ๊งปั๊งจนแสบตา ทำไมกัน...”
เพราะช่วงนี้คนรักบ้าซ้อมเพื่อไล่กวดคู่แข่งอย่างฟุรุยะจนไม่สนใจตน
มิยูกิจึงแอบไปหายาเสน่ห์มาผสมใส่คุกกี้ทำเองให้เป็นของว่างสำหรับพิชเชอร์หนุ่มน้อย
เขาหวังว่ายาที่จะออกฤทธิ์เพียงสิบสองชั่วโมงจะช่วยให้ช่องว่างที่ห่างเหินกันไปถูกถม...เอย์จุนไม่สนใจเขาเลย
เขาเหงา มาอี๋อ๋อกับเขาที
แต่แม้ในใจจะคาดหวังไปไกล มิยูกิกลับตีหน้าซื่ออย่างแนบเนียน
“ฮะๆ ดีใจจัง~ ว่าแต่นายกล้าพูดแบบนี้นี่แปลกมากเลย
ไม่สบายหรือเปล่า”
ว่าแล้วก็เอาหน้าผากไปชนเพื่อวัดอุณหภูมิ
...อ่อยสุดๆ อ่อยขนาดนี้แล้วดูซิจะทำยังไงต่อ
ตอนนี้อยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องพัก
สถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการโดนคุราโมจิแหวะอกหากทำอะไรเกินเลย
แต่เรื่องที่เป็นแฟนกันคนในชมรมรู้ทั่ว
นอกจากนี้เพื่อนร่วมทีมยังห่วงว่าพวกเขาจะเครียดสะสมถ้าไม่มีเวลาส่วนตัว
พอหาจังหวะแยกออกไปสองคนจึงไม่มีใครเข้ามารบกวน
เอย์จุนขยับตัวหนี สีหน้าอึดอัดเล็กน้อย
หลังกลอกตาอย่างลังเลชั่วอึดใจก็ขมวดคิ้วก่อนเงยหน้าพรวดอย่างคนตัดสินใจได้
จากนั้นโถมตัวเข้ามากอดมิยูกิแล้วพูดอู้อี้อยู่กับหน้าท้อง
“ว่าอะไรนะ” มิยูกิได้ยินไม่ชัดจึงถามเพื่อความแน่ใจ เด็กหนุ่มลูบผมนุ่มๆ
อย่างรักใคร่ขณะก้มหน้าลงสูดกลิ่นแชมพูจากคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ
ใบหน้าน่ารักเงยขึ้น อานุภาพการช้อนตามองรุนแรงเหลือจะกล่าว
“กอดไม่ได้รึไง”
สีหน้างอนๆ กับน้ำเสียงเอาแต่ใจ...
มิยูกิเงยหน้าป้องกันเลือดกำเดาหยดในสภาพแว่นร้าว
นี่สิ... สิ่งที่เขารอคอย นี่แหละ... สิ่งที่ใฝ่หามาแสนนาน
ต่อให้ยอมรับว่ารักเขาแต่เอย์จุนไม่ค่อยมาออดอ้อนอย่างนี้
การปฏิบัติตัวแทบไม่ต่างจากสมัยก่อนคบกัน จริงๆ
มิยูกิก็ชอบที่เอย์จุนยังเป็นเอย์จุนคนเดิม เพียงแต่บางทีก็อยากมีโมเมนต์หวานๆ
ตามประสาคนรักบ้าง
โชคดีที่คนรักไม่ใช่คนขี้อาย
ตรงจุดนี้จะว่ามาดแมนสมชายเลยยังได้...มีอะไรพูดอย่างตรงไปตรงมาตลอด
ทว่าจะให้มาถึงเนื้อถึงตัวก่อนน่ะ อย่าหวัง
ไม่เคยรุกเข้าหาเลย
หนุ่มแว่นอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
ความรู้สึกอยากเป็นที่ต้องการของคนรักเกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไปหาเครื่องทุ่นแรงอย่างยาเสน่ห์มาใช้เพราะธรรมชาติมันขับเคลื่อน...ใช่
ตามนั้นแหละ เขาไม่ใช่คนไม่ดีซะหน่อย เพราะธรรมชาติน่ะ ธรรมชาติ
“ทำไมเอาแต่เงยหน้าล่ะ ไม่อยากเห็นฉันเหรอ”
แขนที่โอบรอบเอวออกแรงมากขึ้น เนื่องจากมิยูกิกำลังนั่งขัดสมาธิ
ส่วนเอย์จุนนอนราบโดยพาดร่างกายช่วงบนไว้บนตัก...กล่าวได้ว่าตำแหน่งใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างมาก
คนใส่แว่นจำต้องป้องกันความเสี่ยงโดยบอกคนรักทั้งที่แหงนหน้าคอตั้งบ่า
“ซาวามุระ นั่งกอดฉันดีๆ ได้มั้ย”
ได้ยินแล้วเอย์จุนทำท่าจะปีนมานั่งตักในสภาพหันหน้าเข้าหากัน
มิยูกิต้องรีบเบรกอีกครั้ง
“ฉัน...อยากให้นายกอดจากข้างหลังน่ะ”
เจอคำร้องเรื่องมาก คนฟังทำแก้มป่อง กระนั้นก็ยอมนั่งซ้อนด้านหลังแล้วกอดรอบเอวคนรักแต่โดยดี
ไออุ่นที่ได้รับผ่านแผ่นหลังทำเอาเซาท์พาวพิชเชอร์เริ่มเคลิ้มจนลืมเรื่องหงุดหงิดเมื่อครู่ไปสิ้น
ด้วยส่วนสูงที่น้อยกว่าเล็กน้อยทำให้เวลานั่งซ้อนด้านหลังใบหน้าอยู่บริเวณลำคอของมิยูกิพอดี
เอย์จุนสูดจมูกฟุดฟิดก่อนเผยรอยยิ้มออกมา
“มิยูกิเซมไปหอมจัง”
ของเหลวสีแดงทะลักผ่านร่องนิ้ว
ดูท่าจะคิดผิดที่ให้ร่างกายเอย์จุนมาใกล้ชิดแทบทุกส่วน...แล้วยังลมหายใจที่เป่ารดซอกคอนั่นอีก
มิยูกิไม่ได้อยากทำเรื่องอกุศล อยากจะจู๋จี๋ธรรมดา
มันผิดพลาดตั้งแต่ปล่อยให้เอย์จุนพุ่งเข้ามานัวเนียแล้ว
เขาสมควรเว้นระยะให้เหมาะสม ไม่ใช่ดี๊ด๊าปฏิเสธไม่ลงอย่างนี้!
ใช่แล้ว ก่อนเตลิดต้องรีบควบคุมสถานการณ์...!
“ซาวามุระ ดูอนิเมกันมั้ย”
“อ๊ะ ดูๆ! เพื่อนที่ห้องอัด ‘เพลงรักสองหัวใจ’ เผื่อไว้ให้ด้วยล่ะ ดูกันเถอะ!”
โชคดีที่เอย์จุนยอมผละออกไปโดยง่าย เด็กหนุ่มตะลีตะลานคุ้ยข้าวของในขณะที่มิยูกิลอบถอนหายใจ
ผ่านไปได้สักพักเอย์จุนก็หันกลับมา บอกว่าหาไม่เจอ
มิยูกินึกขึ้นได้ว่าคุราโมจิกรอกหูให้ดู ‘อีวานเกเลี่ยน’ และดูเหมือนเพื่อนหน้าโหดจะเอาแผ่นมาไว้ที่หอด้วย
ผู้พักอาศัยห้องอื่นเริ่มทำการสำรวจทรัพย์สินของเพื่อน
ปรากฏว่าเจอดีวีดีจริงๆ...เป็นหนังแฮะ
มิยูกิใส่แผ่นเข้าเครื่องแล้วมานั่งประจำที่
พอจัดท่านั่งเรียบร้อยเอย์จุนก็รีบเถิบมานั่งข้างๆ แล้วจับมือเขาเอาไว้
ครั้นมิยูกิหันไปทำหน้าล้อเลียนพิชเชอร์คนเก่งก็พูดเสียงดังฟังชัด
“ฉันอยากจับมิยูกิน่ะ!”
“อื้อ ตามสบาย”
สุขีจริงหนอ~
...ความซื่อตรงนี่มันดีจริงๆ
แถมเจ้าตัวยังทึ่มระดับเทพจนไม่รู้สึกสักนิดว่าท่าทีของตนผิดไปจากปกติ
เป็นคนทั่วไปต้องแปลกใจแล้วแน่ๆ ว่าทำไมถึงได้อยากเข้ามาใกล้ชิดทั้งที่ก่อนหน้าไม่เคยรู้สึกอยากทำพฤติกรรมดังกล่าว
คนวางยาชาวบ้านหน้าบานด้วยความปลาบปลื้ม
เครื่องเล่นเริ่มอ่านแผ่น
และแล้วคู่รักตรงนี้ก็ได้ตระหนักว่ามันเป็นอนิเมเวอร์ชั่นหนังโรงที่ไม่เหมาะแก่การดูไปจู๋จี๋ไปเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งดูเอย์จุนยิ่งขมวดคิ้ว
“ลุงแว่นนั่นเป็นพ่อพระเอกเหรอ”
“นี่ เซเล่คืออะไรอะ”
“อีวาตัวไหนเป็นตัวไหนเนี่ย”
สมาธิหดหายลงเรื่อยๆ ยิ่งนานยิ่งไม่สนใจมองจอ
ความซวยลงหัวมิยูกิเมื่อคนรักเริ่มหันมาสนใจตนแทน
เอย์จุนคงคิดว่าเขากำลังตั้งใจดูหนังเลยหยุดพูดไปแล้วพักใหญ่
เพียงแต่เบียดตัวอยู่ข้างๆ แล้วทำท่าจะหลับเท่านั้น
ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังไม่ยอมปล่อยมือมิยูกิจนกระทั่งผล็อยหลับไป
มิยูกิมองคนรักยิ้มๆ นี่ก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้วหลังจากหนังเริ่มเล่น
เขาตั้งใจจะดูให้จบสมกับที่อุตส่าห์เสียเวลามานาน จากนั้นจะอุ้มเอย์จุนไปนอนดีๆ
บนเตียงค่อยจรลีกลับห้องตัวเอง
“อือ...มิยูกิ...”
ได้ยินเสียงงึมงำ เอย์จุนขดตัวเข้าหาก่อนหัวเราะเบาๆ
ในสภาพยังหลับตาพริ้ม
เลนส์แว่นแตกกระจาย
...ฮึ่ย ขอจูบสักทีเหอะ!
มิยูกิแกะมือข้างนั้นออกอย่างแผ่วเบา
เขาวางร่างเอย์จุนให้นอนราบอย่างนุ่มนวลก่อนประคองใบหน้านั้นขึ้นเล็กน้อยแล้วโน้มตัวลง
หมายจะสัมผัสริมฝีปากนุ่มนิ่มพอให้ดับกระหาย
จังหวะนั้นประตูกระแทกเปิดดังปัง
“มิยูกิ ได้เวลากลับห้อง...!”
คุราโมจิยืนแข็งค้างอยู่บริเวณทางเข้า
สิ่งที่เห็นคือรุ่นน้องกำลังขยี้ตาชุ่มน้ำด้วยสีหน้าครึ่งหลับครึ่งตื่น
(เพราะเสียงประตู) โดยมีแคชเชอร์หน้าแว่นคร่อมทับ...
ลมเย็นๆ จากภายนอกพัดหวิว
จากนั้น...
“เอ็งทำอะไรซาวามุระวะ!”
ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยครับท่าน...
อยากบอกแบบนั้นแต่กระทั่งอ้าปากมิยูกิยังอ้าไม่ทัน
Result
from Case 01 : โดนคุราโมจิกระทืบ
Case
02 : ถ้ามิยูกิกลายเป็นทานุกิล่ะก็...
ซาวามุระ เอย์จุน : “อ้าว
งั้นก็รับบอลไม่ได้แล้วน่ะสิ...แย่จัง โอ๊ะ! โอคุมุระ! นี่ๆๆๆ...ว่างรึเปล่า!” (วิ่งไปหารุ่นน้องอย่างรวดเร็ว)
ฟุรุยะ ซาโตรุ : “ถ้าเป็นหมียังว่าไปอย่าง...”
(ถอนหายใจ)
โคมินาโตะ ฮารุอิจิ : “คะ...คือว่า
ทานุกิเนี่ยกินอะไรเหรอครับ ขอผมป้อนอาหารได้มั้ย
ผมไม่เคยป้อนอาหารสัตว์มาก่อนเลย...อยากลองดูบ้างจัง...”
คุราโมจิ โยอิจิ : “ย้าฮ่าๆ! วันตายของแกมาถึงแล้ว ฐานที่เอาแต่เกรียนคนอื่นมาเป็นเวลานาน
ในที่สุดสวรรค์ก็มีตา ดีล่ะ! ฉันจะถอนขนแกให้หมดตัวแล้วแห่ประจานให้โลกเห็นว่าแคชเชอร์สุดหล่อตอนนี้มีสารรูปแบบไหน!”
มาเอโซโนะ เคนตะ : “ฉันจะช่วยคุราโมจิถ่ายรูปแล้วอัพลงเฟซบุ๊ค
ไอจี ทวิตเตอร์ให้เอง ไม่ต้องห่วงนะมิยูกิ หึหึหึหึ”
คาวาคามิ โนริฟุมิ : “กัปตันเป็นแบบนี้
ทีมต้องวุ่นวายแน่ ก่อนอื่นต้องคัดเลือกผู้เล่นแทน...ฮะ? หาวิธีกลับร่าง? เรื่องนั้นท่าจะเกินกำลัง
คิดเรื่องทีมกันก่อนเถอะ อดทนไปก่อนนะมิยูกิ...”
โคมินาโตะ เรียวสุเกะ : “เห...ทานุกิพูดได้เหรอ? เอาไปขายให้คณะละครสัตว์น่าจะได้หลายเงินนะ...”
ยูกิ เท็ตสึยะ : “นี่สินะที่เขาเรียกกงเกวียนกำเกวียน...”
(ทำหน้าจริงจัง)
อิซาชิกิ จุน : “สมน้ำหน้า!”
Result
from Case 02 : ไม่มีคนคิดจะช่วยหาทางคืนร่างเลย
Case
03 : ถ้าเอย์จุนกับมิยูกิสลับร่างกันล่ะก็...
[Eijun’s
Part]
ต้องมาอยู่ในร่างแคชเชอร์ที่ตนอยากจับคู่ด้วยมากที่สุด
เอย์จุนอยากจะร้องไห้ที่ไม่มีคู่ซ้อม
หนำซ้ำร่างกายมิยูกิยังขว้างบอลอย่างที่เคยขว้างไม่ได้
สภาพการมานั่งเรียนข้ามชั้นปียิ่งแย่หนัก ระดับชั้นตัวเองยังเอาตัวไม่รอดดันต้องมานั่งในห้องเรียนของเด็กชั้นปีสูงกว่า
อยากจะหัวใจวายตาย
“มิยูกิคุง เป็นอะไรไปเหรอ ดูไม่ร่าเริงเลยนะ”
เพื่อนร่วมห้องของมิยูกิเข้ามาทักด้วยความเป็นห่วง
คนที่รู้เรื่องที่ทั้งสองคนสลับร่างกันมีเพียงคุราโมจิกับฮารุอิจิเท่านั้น
เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นจึงต้องพยายามสวมบทบาทเป็นมิยูกิสุดชีวิต
แต่พยายามได้ไม่ถึงนาทีเอย์จุนก็ต้องล้มเลิก
เปลี่ยนไปใช้สีหน้าและน้ำเสียงแบบตัวเองแทน
“อือ พอดีหิวแล้วน่ะ”
...อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าหิว แต่อยากกินอะไรหวานๆ แก้เครียด
ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างมิยูกิแล้วต้องมาอาบน้ำเข้าเรียนโดยไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจ
จิตใจมันปรับสภาพไม่ทัน
เมื่อไหร่จะได้กลับร่างตัวเองนะ...
“หิวเหรอ ฉันมีขนมนะ กินมั้ย”
ขนมจุบจิบยื่นมาให้อย่างมีไมตรีจิต กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลลอยแตะจมูก
เอย์จุนในร่างมิยูกิเงยหน้าพรวดจากโต๊ะ มือหยิบขนมที่สาวน้อยผมหางม้าส่งมาให้
เด็กหนุ่มยิ้มกว้างพลางกล่าวด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างร่าเริง
“ขอบใจนะ! เป็นคนดีจัง!”
สาวๆ
ในห้องที่เห็นเหตุการณ์หน้าแดงเรียงแถวก่อนพร้อมใจกันเป็นลมคาที่
[Miyuki’s
Part]
ดันมาอยู่ในร่างบากะมุระเสียได้ จะว่าดีก็ดี จะว่าร้ายก็ร้าย
อย่างน้อยๆ
ตอนอาบน้ำเมื่อเช้าได้ชำระล้างร่างกายทุกซอกทุกมุมจนแทบจะอาบเลือดกำเดาแทนน้ำ...อย่างน้อยก็คุ้มแล้ว
เพียงแต่มาอยู่ในร่างเอย์จุนสมองกลับไม่โง่ตาม
ด้วยเหตุนี้งานที่คาเนมารุเอามากองให้ทำจึงทำได้ไร้อุปสรรค...ใช่ ทำได้
แล้วทำไมต้องโดนสมุดแพ่นกบาลก่อนได้ทำด้วย
มิยูกิเพิ่งได้รับรู้ความเลวร้ายที่เอย์จุนได้เผชิญก็ตอนนี้
ตอนตื่นนอนเมื่อเช้าก็เหมือนกัน
เพราะตกใจที่ตื่นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคย
พอส่องกระจกแล้วพบว่าหน้าตากลายเป็นซาวามุระ เอย์จุนแล้วตกใจจนร้องเสียงดังคุราโมจิก็เข้ามาชาร์จด้วยคอบร้าทวิสต์...โดนกับตัวนี่ร้องแทบไม่ออก
เด็กนั่นทนไหวได้ยังไงเนี่ย
สรุปคือเจ็บตัวไม่ได้หยุดได้หย่อน
อีกเรื่องที่แย่มากคือหมอนี่รู้จักคนไปทั่ว เดินไปไหนมาไหนมีแต่คนทัก
ทำเอามิยูกิกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะไม่รู้จักคนเหล่านั้น
ขนาดลุงภารโรงยังเข้ามาทักเลย คอนเนคชั่นเยอะเกินเหตุแล้วนะเฮ้ย!
มิยูกิได้แต่ยิ้มแหยทักทายโดยหลีกเลี่ยงการเรียกชื่อ
เขาคิดว่าทำถูกแล้ว
และจะไม่มีใครติดใจอะไรเพราะปกติเอย์จุนก็ชอบเรียกคนโน้นคนนี้ด้วยชื่อแปลกๆ
“อะไรกัน คราวนี้กระทั่งชื่อที่ไม่อยากให้เรียกยังลืมเลยเหรอ
สมองนายท่าจะไม่ไหวแล้วจริงๆ นะ ซาวามุระ ไม่อยากเชื่อเลย
ยังโง่ลงได้อีกเหรอเนี่ย”
...โดนเหมาว่าโง่ลงซะแล้ว
ทำให้ถูกมองด้วยสายตาเวทนาเสียได้...โทษทีนะ ซาวามุระ
Result
of Case 03 : 1.มิยูกิเนื้อหอมx2
2.เอย์จุนถูกมองว่าโง่ลงx2
น่าร้ากกกก ><
ReplyDeleteโอ่ยยยยยยย ฟิลกู้ดมากเลยยยย
สนุกมากเลยค่ะ>_< เอย์จุนทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมด ส่วนหมีเเกนี่เเอบหื่นใช่ย่อย โชคดีที่พี่โยมาทัน ไม่รู้น้องจะโดนมากกว่าจูบหรือเปล่า(รีดเเอบหื่น-_-'')สมนำ้หน้าที่กลายเป็นทานุกิ กรรมตามทันอย่างที่กัปตันว่าเลย ตอนสุดท้ายนี่เเอบสงสารเอย์จุนสุดๆค่ะ(ฮา)ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ดันถูกมองว่าโง่ลงx2ไปอีก55 เเต่งอีกนะคะ ชอบภาษาเเละการเล่าเรื่องของไรท์มากๆค่ะ
ReplyDelete