Tuesday, 20 September 2016

[Fanfic Daiya no A ; Misawa] What if…?

Fanfic Daiya no A

 What if…?

 

 

Pairing : Miyuki Kazuya x Sawamura Eijun

Rating  : SFW

 

 

 Case 01 : ถ้าเอย์จุนโดนยาเสน่ห์ล่ะก็...

  

            “อยู่ๆ มิยูกิเซมไปก็เปล่งออร่าปิ๊งปั๊งจนแสบตา ทำไมกัน...”

 

            เพราะช่วงนี้คนรักบ้าซ้อมเพื่อไล่กวดคู่แข่งอย่างฟุรุยะจนไม่สนใจตน มิยูกิจึงแอบไปหายาเสน่ห์มาผสมใส่คุกกี้ทำเองให้เป็นของว่างสำหรับพิชเชอร์หนุ่มน้อย เขาหวังว่ายาที่จะออกฤทธิ์เพียงสิบสองชั่วโมงจะช่วยให้ช่องว่างที่ห่างเหินกันไปถูกถม...เอย์จุนไม่สนใจเขาเลย เขาเหงา มาอี๋อ๋อกับเขาที

 

            แต่แม้ในใจจะคาดหวังไปไกล มิยูกิกลับตีหน้าซื่ออย่างแนบเนียน

 

            “ฮะๆ ดีใจจังว่าแต่นายกล้าพูดแบบนี้นี่แปลกมากเลย ไม่สบายหรือเปล่า”

 

            ว่าแล้วก็เอาหน้าผากไปชนเพื่อวัดอุณหภูมิ

 

          ...อ่อยสุดๆ อ่อยขนาดนี้แล้วดูซิจะทำยังไงต่อ

 

            ตอนนี้อยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องพัก สถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการโดนคุราโมจิแหวะอกหากทำอะไรเกินเลย แต่เรื่องที่เป็นแฟนกันคนในชมรมรู้ทั่ว นอกจากนี้เพื่อนร่วมทีมยังห่วงว่าพวกเขาจะเครียดสะสมถ้าไม่มีเวลาส่วนตัว พอหาจังหวะแยกออกไปสองคนจึงไม่มีใครเข้ามารบกวน

 

            เอย์จุนขยับตัวหนี สีหน้าอึดอัดเล็กน้อย หลังกลอกตาอย่างลังเลชั่วอึดใจก็ขมวดคิ้วก่อนเงยหน้าพรวดอย่างคนตัดสินใจได้

 

            จากนั้นโถมตัวเข้ามากอดมิยูกิแล้วพูดอู้อี้อยู่กับหน้าท้อง

 

            “ว่าอะไรนะ” มิยูกิได้ยินไม่ชัดจึงถามเพื่อความแน่ใจ เด็กหนุ่มลูบผมนุ่มๆ อย่างรักใคร่ขณะก้มหน้าลงสูดกลิ่นแชมพูจากคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

 

            ใบหน้าน่ารักเงยขึ้น อานุภาพการช้อนตามองรุนแรงเหลือจะกล่าว

 

            “กอดไม่ได้รึไง”

 

            สีหน้างอนๆ กับน้ำเสียงเอาแต่ใจ...

 

มิยูกิเงยหน้าป้องกันเลือดกำเดาหยดในสภาพแว่นร้าว

 

นี่สิ... สิ่งที่เขารอคอย นี่แหละ... สิ่งที่ใฝ่หามาแสนนาน ต่อให้ยอมรับว่ารักเขาแต่เอย์จุนไม่ค่อยมาออดอ้อนอย่างนี้ การปฏิบัติตัวแทบไม่ต่างจากสมัยก่อนคบกัน จริงๆ มิยูกิก็ชอบที่เอย์จุนยังเป็นเอย์จุนคนเดิม เพียงแต่บางทีก็อยากมีโมเมนต์หวานๆ ตามประสาคนรักบ้าง

 

โชคดีที่คนรักไม่ใช่คนขี้อาย ตรงจุดนี้จะว่ามาดแมนสมชายเลยยังได้...มีอะไรพูดอย่างตรงไปตรงมาตลอด ทว่าจะให้มาถึงเนื้อถึงตัวก่อนน่ะ อย่าหวัง

 

ไม่เคยรุกเข้าหาเลย

 

หนุ่มแว่นอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ความรู้สึกอยากเป็นที่ต้องการของคนรักเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไปหาเครื่องทุ่นแรงอย่างยาเสน่ห์มาใช้เพราะธรรมชาติมันขับเคลื่อน...ใช่ ตามนั้นแหละ เขาไม่ใช่คนไม่ดีซะหน่อย เพราะธรรมชาติน่ะ ธรรมชาติ

           

“ทำไมเอาแต่เงยหน้าล่ะ ไม่อยากเห็นฉันเหรอ”

           

แขนที่โอบรอบเอวออกแรงมากขึ้น เนื่องจากมิยูกิกำลังนั่งขัดสมาธิ ส่วนเอย์จุนนอนราบโดยพาดร่างกายช่วงบนไว้บนตัก...กล่าวได้ว่าตำแหน่งใบหน้าอีกฝ่ายอยู่ในพื้นที่อันตรายอย่างมาก คนใส่แว่นจำต้องป้องกันความเสี่ยงโดยบอกคนรักทั้งที่แหงนหน้าคอตั้งบ่า

           

“ซาวามุระ นั่งกอดฉันดีๆ ได้มั้ย”

           

ได้ยินแล้วเอย์จุนทำท่าจะปีนมานั่งตักในสภาพหันหน้าเข้าหากัน มิยูกิต้องรีบเบรกอีกครั้ง

           

“ฉัน...อยากให้นายกอดจากข้างหลังน่ะ”

           

เจอคำร้องเรื่องมาก คนฟังทำแก้มป่อง กระนั้นก็ยอมนั่งซ้อนด้านหลังแล้วกอดรอบเอวคนรักแต่โดยดี ไออุ่นที่ได้รับผ่านแผ่นหลังทำเอาเซาท์พาวพิชเชอร์เริ่มเคลิ้มจนลืมเรื่องหงุดหงิดเมื่อครู่ไปสิ้น

 

ด้วยส่วนสูงที่น้อยกว่าเล็กน้อยทำให้เวลานั่งซ้อนด้านหลังใบหน้าอยู่บริเวณลำคอของมิยูกิพอดี เอย์จุนสูดจมูกฟุดฟิดก่อนเผยรอยยิ้มออกมา

           

“มิยูกิเซมไปหอมจัง”

           

ของเหลวสีแดงทะลักผ่านร่องนิ้ว

           

ดูท่าจะคิดผิดที่ให้ร่างกายเอย์จุนมาใกล้ชิดแทบทุกส่วน...แล้วยังลมหายใจที่เป่ารดซอกคอนั่นอีก มิยูกิไม่ได้อยากทำเรื่องอกุศล อยากจะจู๋จี๋ธรรมดา มันผิดพลาดตั้งแต่ปล่อยให้เอย์จุนพุ่งเข้ามานัวเนียแล้ว เขาสมควรเว้นระยะให้เหมาะสม ไม่ใช่ดี๊ด๊าปฏิเสธไม่ลงอย่างนี้!

           

ใช่แล้ว ก่อนเตลิดต้องรีบควบคุมสถานการณ์...!

           

“ซาวามุระ ดูอนิเมกันมั้ย”

           

“อ๊ะ ดูๆเพื่อนที่ห้องอัด ‘เพลงรักสองหัวใจ’ เผื่อไว้ให้ด้วยล่ะ ดูกันเถอะ!

           

โชคดีที่เอย์จุนยอมผละออกไปโดยง่าย เด็กหนุ่มตะลีตะลานคุ้ยข้าวของในขณะที่มิยูกิลอบถอนหายใจ ผ่านไปได้สักพักเอย์จุนก็หันกลับมา บอกว่าหาไม่เจอ มิยูกินึกขึ้นได้ว่าคุราโมจิกรอกหูให้ดู ‘อีวานเกเลี่ยน’ และดูเหมือนเพื่อนหน้าโหดจะเอาแผ่นมาไว้ที่หอด้วย

           

ผู้พักอาศัยห้องอื่นเริ่มทำการสำรวจทรัพย์สินของเพื่อน ปรากฏว่าเจอดีวีดีจริงๆ...เป็นหนังแฮะ

           

มิยูกิใส่แผ่นเข้าเครื่องแล้วมานั่งประจำที่ พอจัดท่านั่งเรียบร้อยเอย์จุนก็รีบเถิบมานั่งข้างๆ แล้วจับมือเขาเอาไว้ ครั้นมิยูกิหันไปทำหน้าล้อเลียนพิชเชอร์คนเก่งก็พูดเสียงดังฟังชัด

           

“ฉันอยากจับมิยูกิน่ะ!

           

“อื้อ ตามสบาย”

         

สุขีจริงหนอ~

           

...ความซื่อตรงนี่มันดีจริงๆ แถมเจ้าตัวยังทึ่มระดับเทพจนไม่รู้สึกสักนิดว่าท่าทีของตนผิดไปจากปกติ เป็นคนทั่วไปต้องแปลกใจแล้วแน่ๆ ว่าทำไมถึงได้อยากเข้ามาใกล้ชิดทั้งที่ก่อนหน้าไม่เคยรู้สึกอยากทำพฤติกรรมดังกล่าว

           

คนวางยาชาวบ้านหน้าบานด้วยความปลาบปลื้ม

           

เครื่องเล่นเริ่มอ่านแผ่น และแล้วคู่รักตรงนี้ก็ได้ตระหนักว่ามันเป็นอนิเมเวอร์ชั่นหนังโรงที่ไม่เหมาะแก่การดูไปจู๋จี๋ไปเลยแม้แต่น้อย ยิ่งดูเอย์จุนยิ่งขมวดคิ้ว

           

“ลุงแว่นนั่นเป็นพ่อพระเอกเหรอ”

           

“นี่ เซเล่คืออะไรอะ”

           

“อีวาตัวไหนเป็นตัวไหนเนี่ย”

           

สมาธิหดหายลงเรื่อยๆ ยิ่งนานยิ่งไม่สนใจมองจอ ความซวยลงหัวมิยูกิเมื่อคนรักเริ่มหันมาสนใจตนแทน เอย์จุนคงคิดว่าเขากำลังตั้งใจดูหนังเลยหยุดพูดไปแล้วพักใหญ่ เพียงแต่เบียดตัวอยู่ข้างๆ แล้วทำท่าจะหลับเท่านั้น ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังไม่ยอมปล่อยมือมิยูกิจนกระทั่งผล็อยหลับไป

           

มิยูกิมองคนรักยิ้มๆ นี่ก็ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้วหลังจากหนังเริ่มเล่น เขาตั้งใจจะดูให้จบสมกับที่อุตส่าห์เสียเวลามานาน จากนั้นจะอุ้มเอย์จุนไปนอนดีๆ บนเตียงค่อยจรลีกลับห้องตัวเอง

           

“อือ...มิยูกิ...”

           

ได้ยินเสียงงึมงำ เอย์จุนขดตัวเข้าหาก่อนหัวเราะเบาๆ ในสภาพยังหลับตาพริ้ม

           

เลนส์แว่นแตกกระจาย

         

...ฮึ่ย ขอจูบสักทีเหอะ!

           

มิยูกิแกะมือข้างนั้นออกอย่างแผ่วเบา เขาวางร่างเอย์จุนให้นอนราบอย่างนุ่มนวลก่อนประคองใบหน้านั้นขึ้นเล็กน้อยแล้วโน้มตัวลง หมายจะสัมผัสริมฝีปากนุ่มนิ่มพอให้ดับกระหาย

           

จังหวะนั้นประตูกระแทกเปิดดังปัง

           

“มิยูกิ ได้เวลากลับห้อง...!

           

คุราโมจิยืนแข็งค้างอยู่บริเวณทางเข้า สิ่งที่เห็นคือรุ่นน้องกำลังขยี้ตาชุ่มน้ำด้วยสีหน้าครึ่งหลับครึ่งตื่น (เพราะเสียงประตู) โดยมีแคชเชอร์หน้าแว่นคร่อมทับ...

           

ลมเย็นๆ จากภายนอกพัดหวิว

           

จากนั้น...

 

         

“เอ็งทำอะไรซาวามุระวะ!

 

           

ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยครับท่าน...

           

อยากบอกแบบนั้นแต่กระทั่งอ้าปากมิยูกิยังอ้าไม่ทัน

 

 

Result from Case 01 : โดนคุราโมจิกระทืบ

 

 

 

Case 02 : ถ้ามิยูกิกลายเป็นทานุกิล่ะก็...

 

            ซาวามุระ เอย์จุน : “อ้าว งั้นก็รับบอลไม่ได้แล้วน่ะสิ...แย่จัง โอ๊ะโอคุมุระนี่ๆๆๆ...ว่างรึเปล่า!” (วิ่งไปหารุ่นน้องอย่างรวดเร็ว)

 

            ฟุรุยะ ซาโตรุ : “ถ้าเป็นหมียังว่าไปอย่าง...” (ถอนหายใจ)

 

            โคมินาโตะ ฮารุอิจิ : “คะ...คือว่า ทานุกิเนี่ยกินอะไรเหรอครับ ขอผมป้อนอาหารได้มั้ย ผมไม่เคยป้อนอาหารสัตว์มาก่อนเลย...อยากลองดูบ้างจัง...”

 

            คุราโมจิ โยอิจิ : “ย้าฮ่าๆวันตายของแกมาถึงแล้ว ฐานที่เอาแต่เกรียนคนอื่นมาเป็นเวลานาน ในที่สุดสวรรค์ก็มีตา ดีล่ะฉันจะถอนขนแกให้หมดตัวแล้วแห่ประจานให้โลกเห็นว่าแคชเชอร์สุดหล่อตอนนี้มีสารรูปแบบไหน!”

 

            มาเอโซโนะ เคนตะ : “ฉันจะช่วยคุราโมจิถ่ายรูปแล้วอัพลงเฟซบุ๊ค ไอจี ทวิตเตอร์ให้เอง ไม่ต้องห่วงนะมิยูกิ หึหึหึหึ”

 

            คาวาคามิ โนริฟุมิ : “กัปตันเป็นแบบนี้ ทีมต้องวุ่นวายแน่ ก่อนอื่นต้องคัดเลือกผู้เล่นแทน...ฮะหาวิธีกลับร่างเรื่องนั้นท่าจะเกินกำลัง คิดเรื่องทีมกันก่อนเถอะ อดทนไปก่อนนะมิยูกิ...”

 

            โคมินาโตะ เรียวสุเกะ : “เห...ทานุกิพูดได้เหรอเอาไปขายให้คณะละครสัตว์น่าจะได้หลายเงินนะ...”

 

            ยูกิ เท็ตสึยะ : “นี่สินะที่เขาเรียกกงเกวียนกำเกวียน...” (ทำหน้าจริงจัง)

 

            อิซาชิกิ จุน : “สมน้ำหน้า!

 

 

Result from Case 02 : ไม่มีคนคิดจะช่วยหาทางคืนร่างเลย

 

 

 

 

Case 03 : ถ้าเอย์จุนกับมิยูกิสลับร่างกันล่ะก็...

  

            [Eijun’s Part]

 

          ต้องมาอยู่ในร่างแคชเชอร์ที่ตนอยากจับคู่ด้วยมากที่สุด เอย์จุนอยากจะร้องไห้ที่ไม่มีคู่ซ้อม หนำซ้ำร่างกายมิยูกิยังขว้างบอลอย่างที่เคยขว้างไม่ได้ สภาพการมานั่งเรียนข้ามชั้นปียิ่งแย่หนัก ระดับชั้นตัวเองยังเอาตัวไม่รอดดันต้องมานั่งในห้องเรียนของเด็กชั้นปีสูงกว่า

 

อยากจะหัวใจวายตาย

           

“มิยูกิคุง เป็นอะไรไปเหรอ ดูไม่ร่าเริงเลยนะ” เพื่อนร่วมห้องของมิยูกิเข้ามาทักด้วยความเป็นห่วง

           

คนที่รู้เรื่องที่ทั้งสองคนสลับร่างกันมีเพียงคุราโมจิกับฮารุอิจิเท่านั้น เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นจึงต้องพยายามสวมบทบาทเป็นมิยูกิสุดชีวิต

           

แต่พยายามได้ไม่ถึงนาทีเอย์จุนก็ต้องล้มเลิก เปลี่ยนไปใช้สีหน้าและน้ำเสียงแบบตัวเองแทน

           

“อือ พอดีหิวแล้วน่ะ”

           

...อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าหิว แต่อยากกินอะไรหวานๆ แก้เครียด ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างมิยูกิแล้วต้องมาอาบน้ำเข้าเรียนโดยไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจ จิตใจมันปรับสภาพไม่ทัน

           

เมื่อไหร่จะได้กลับร่างตัวเองนะ...

           

“หิวเหรอ ฉันมีขนมนะ กินมั้ย”

           

ขนมจุบจิบยื่นมาให้อย่างมีไมตรีจิต กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลลอยแตะจมูก เอย์จุนในร่างมิยูกิเงยหน้าพรวดจากโต๊ะ มือหยิบขนมที่สาวน้อยผมหางม้าส่งมาให้ เด็กหนุ่มยิ้มกว้างพลางกล่าวด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างร่าเริง

           

“ขอบใจนะเป็นคนดีจัง!

           

สาวๆ ในห้องที่เห็นเหตุการณ์หน้าแดงเรียงแถวก่อนพร้อมใจกันเป็นลมคาที่

 

           

[Miyuki’s Part]

           

ดันมาอยู่ในร่างบากะมุระเสียได้ จะว่าดีก็ดี จะว่าร้ายก็ร้าย อย่างน้อยๆ ตอนอาบน้ำเมื่อเช้าได้ชำระล้างร่างกายทุกซอกทุกมุมจนแทบจะอาบเลือดกำเดาแทนน้ำ...อย่างน้อยก็คุ้มแล้ว

           

เพียงแต่มาอยู่ในร่างเอย์จุนสมองกลับไม่โง่ตาม ด้วยเหตุนี้งานที่คาเนมารุเอามากองให้ทำจึงทำได้ไร้อุปสรรค...ใช่ ทำได้ แล้วทำไมต้องโดนสมุดแพ่นกบาลก่อนได้ทำด้วย มิยูกิเพิ่งได้รับรู้ความเลวร้ายที่เอย์จุนได้เผชิญก็ตอนนี้

 

ตอนตื่นนอนเมื่อเช้าก็เหมือนกัน เพราะตกใจที่ตื่นมาในห้องที่ไม่คุ้นเคย พอส่องกระจกแล้วพบว่าหน้าตากลายเป็นซาวามุระ เอย์จุนแล้วตกใจจนร้องเสียงดังคุราโมจิก็เข้ามาชาร์จด้วยคอบร้าทวิสต์...โดนกับตัวนี่ร้องแทบไม่ออก เด็กนั่นทนไหวได้ยังไงเนี่ย

 

สรุปคือเจ็บตัวไม่ได้หยุดได้หย่อน

 

อีกเรื่องที่แย่มากคือหมอนี่รู้จักคนไปทั่ว เดินไปไหนมาไหนมีแต่คนทัก ทำเอามิยูกิกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเพราะไม่รู้จักคนเหล่านั้น ขนาดลุงภารโรงยังเข้ามาทักเลย คอนเนคชั่นเยอะเกินเหตุแล้วนะเฮ้ย!

 

มิยูกิได้แต่ยิ้มแหยทักทายโดยหลีกเลี่ยงการเรียกชื่อ เขาคิดว่าทำถูกแล้ว และจะไม่มีใครติดใจอะไรเพราะปกติเอย์จุนก็ชอบเรียกคนโน้นคนนี้ด้วยชื่อแปลกๆ

 

“อะไรกัน คราวนี้กระทั่งชื่อที่ไม่อยากให้เรียกยังลืมเลยเหรอ สมองนายท่าจะไม่ไหวแล้วจริงๆ นะ ซาวามุระ ไม่อยากเชื่อเลย ยังโง่ลงได้อีกเหรอเนี่ย”

 

...โดนเหมาว่าโง่ลงซะแล้ว

 

ทำให้ถูกมองด้วยสายตาเวทนาเสียได้...โทษทีนะ ซาวามุระ

 

 

Result of Case 03 :      1.มิยูกิเนื้อหอมx2

                            2.เอย์จุนถูกมองว่าโง่ลงx2

 

 

2 comments:

  1. น่าร้ากกกก ><
    โอ่ยยยยยยย ฟิลกู้ดมากเลยยยย

    ReplyDelete
  2. สนุกมากเลยค่ะ>_< เอย์จุนทำอะไรก็น่าเอ็นดูไปหมด ส่วนหมีเเกนี่เเอบหื่นใช่ย่อย โชคดีที่พี่โยมาทัน ไม่รู้น้องจะโดนมากกว่าจูบหรือเปล่า(รีดเเอบหื่น-_-'')สมนำ้หน้าที่กลายเป็นทานุกิ กรรมตามทันอย่างที่กัปตันว่าเลย ตอนสุดท้ายนี่เเอบสงสารเอย์จุนสุดๆค่ะ(ฮา)ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ดันถูกมองว่าโง่ลงx2ไปอีก55 เเต่งอีกนะคะ ชอบภาษาเเละการเล่าเรื่องของไรท์มากๆค่ะ

    ReplyDelete