Thursday, 22 September 2016

[Fanfic Daiya no A ; Misawa] แว่นตา


Fanfic Daiya no A

แว่นตา



Pairing : Miyuki Kazuya x Sawamura Eijun

Rating  : SFW





วันนี้เป็นวันอันน่าอภิรมย์ จะว่าไป นี่อาจนับว่าเป็นเดทแรกก็ได้



เคยได้ยินมาว่าแว่นตาเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง...แต่มิยูกิไม่ได้ใส่แว่นเพราะหวังผลจากความเชื่อที่หาข้อสรุปไม่ได้พรรค์นั้น สายตาของเขามีปัญหาจริงๆ หากก็แอบคิดว่าแว่นตาอาจเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ตัวเองดูดีก็ได้

ถึงแม้เขาจะคิดว่าตัวเองหน้าตาดีอยู่แล้วก็เถอะ

เอาล่ะ...ส่วนสาเหตุที่ต้องยกแว่นตามาเป็นประเด็นน่ะ...


“แกเป็นใครฟะ! มาอยู่ที่นี่ได้ไง!


เพราะซาวามุระ เอย์จุน เจ้าพิชเชอร์บ้าที่ชี้หน้าเขาอยู่นี่ไง...แค่ถอดแว่นก็จำแฟนตัวเองไม่ได้แล้วงั้นเรอะ นี่มันเรื่องตลกประเทศไหนเนี่ย

ล้อกันเล่นสินะ

“ซาวามุระ อย่าชี้หน้าสิ” มิยูกิยิ้มหวานพลางเดินเข้าไปใกล้

เท่านั้นเอง หน้าแมวทำการแปรสภาพเป็นหน้าคน เอย์จุนกระพริบตาปริบ “เสียงนี่...มิยูกิเซมไป?”

...จำไม่ได้จริงๆ หรอกเรอะ
           
เด็กหนุ่มเหงื่อตก จากตั้งใจจะทำเนียนแต๊ะอั๋งชาวบ้านกลายเป็นยืนตัวแข็งเมื่อจิตใจได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เอย์จุนเห็นดังนั้นก็รีบลนลานมาปลอบใจ
           
“นะ...เอ่อ คือ...อ๊ะ! หล่อมาก หล่อสุดๆ เลย ฮ่าๆๆๆ แหม่ หล่อจนจำไม่ได้เลยนะเนี่ย!

         
ไม่ดีใจเลยเฟ้ย...

         
“เอ...” เห็นคนรักสีหน้าไม่ดีขึ้นเป็นเอย์จุนบ้างแล้วที่เหงื่อตก พิชเชอร์หนุ่มน้อยยืนเก้ๆ กังๆ ขวางประตู หันรีหันขวางราวจะหาตัวช่วยก่อนจะสะดุ้งเมื่อนึกได้ว่าอยู่ในห้องกับมิยูกิเพียงสองคน เขาขมวดคิ้วมุ่น จากนั้นทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก หลังสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เรียกขวัญก็กลั้นใจเดินมากอดเอวคนตัวสูงกว่าแล้วพูดเสียงอ่อย “...โทษทีนะ”

           
เปรี๊ยะ...

           
แว่นร้าว...อ๊ะ ไม่สิ ไม่ได้ใส่แว่นนี่นา
           
แต่ถ้าใส่คงมีสภาพเป็นซากในพริบตา
           
มิยูกิกอดตอบคนรักโดยไม่ต้องคิด

...แหม แค่งอนนิดหน่อยก็ได้ซาวามุระมากอดนี่โคตรกำไร มีแต่ได้แบบนี้คราวหน้าต้องเอาไม้นี้มาเล่นอีก แคชเชอร์คนเก่งหน้าบานก่อนลากคนรักไปนั่งสบายๆ ที่มุมหนึ่งของห้อง


           
“ทำเลนส์แว่นแตกงั้นเหรอ แย่แฮะ” เอย์จุนพึมพำขณะมองซากแว่นซึ่งเลนส์ร้าวๆ หลุดออกมาฝั่งหนึ่ง น่าสงสารจริงๆ ไปโดนอะไรมานะ
           
เจ้าของแว่นเพียงแต่ยิ้มเฉย
           
บอกไม่ได้เด็ดขาดว่าแว่นตาคู่หูทำหน้าที่ได้ดีแล้ว ใครใช้ให้ซาวามุระน่ารักเกินไปกันล่ะ...
           
“ว่าแต่นายไม่มีแว่นสำรองเหรอ ตอนนี้ใส่คอนแทคเลนส์อยู่ใช่รึเปล่า”
           
“อ้อ” มิยูกิลูบเปลือกตาตัวเอง สำหรับเขาที่สวมแว่นอยู่ตลอดเวลา บอกได้แต่ว่าไม่ชินเอาเสียเลย “นั่นเป็นแว่นสำรองน่ะ ก่อนหน้านี้แว่นที่ใช้ประจำพังไปแล้วแต่ยังไม่ว่างไปตัดใหม่สักที ส่วนคอนแทคเลนส์...ก็นะ นี่ก็อันสุดท้ายแล้วล่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปคงลำบากหน่อย”
           
ตอนนี้เป็นกลางอาทิตย์ ให้เข้าเมืองไปซื้อคงไม่ไหว
           
มิยูกิตั้งใจว่าจะอดทนอีกสองสามวันแล้วไปตัดแว่นใหม่พร้อมซื้อคอนแทคเลนส์ทีเดียว เรื่องจะหวังให้อาทิตย์นี้การเรียนเป็นไปอย่างราบรื่นนี่เลิกหวังได้เลย...เป็นอย่างนี้คงอ่านหนังสือดีๆ ไม่ได้ แต่ก็อย่างว่า...ทนอีกไม่กี่วันเอง สอบก็ไม่มี เขาไม่อยากดิ้นรน
           
“งั้นวันเสาร์นี้ไปตัดแว่นกันเถอะ!
           
เอย์จุนเอ่ยชวนอย่างร่าเริงขณะวางอดีตแว่นตาลงข้างตัว ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วที่เจ้าตัวแทบไม่สบตาเลย
           
เจ้าของแว่นลังเลชั่วอึดใจก่อนเรียกคนอ่อนวัยกว่า “ซาวามุระ”
           
“หืม?”
           
“ฉันตอนถอดแว่นเนี่ย แย่มากเลยเหรอ”
           
เขามั่นใจมาตลอดเลยนะว่าตัวเองหล่อ ยิ่งถอดแว่นจนเห็นหน้าชัดๆ ยิ่งต้องตะลึงไม่ใช่เหรอ...แล้วดูหมอนั่นตอนเห็นหน้าเขาสิ...แถมยังทำเหมือนอยากให้กลับไปใส่แว่นเร็วๆ อีก...
           
ไอ้ที่ไม่หลงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกมันก็ดีหรอก แต่แบบนี้ก็แปลว่าเขาเอาหน้าเข้าล่อไม่ได้เช่นกัน
           
พับแผนเรื่องอ่อยด้วยหน้าตาไปได้เลย
         
ชิ...ต้องหาทางอื่นมาทำให้หวั่นไหวแทนสินะ
           
ได้ยินคำถาม เอย์จุนทำหน้าลำบากใจ เด็กหนุ่มนั่งขัดสมาธิอยู่ฝั่งตรงข้าม สองมือกำข้อเท้าเอาไว้ขณะโยกตัวไปมา “คือ...มันไม่คุ้นน่ะ นั่นสินะ ก็นายไม่เคยถอดแว่นนี่นา”
           
แต่นี่มันถึงขั้นจำไม่ได้เลยนะเฟ้ย จะว่าไม่คุ้นไม่ได้แล้วนะ
         
คงไม่ใช่ตลอดมาเห็นเขาเป็นที่แขวนแว่นใช่ไหม!
           
มิยูกิเกือบจะหยิบแว่นตากันลมมาใส่หลายต่อหลายครั้งแล้วด้วยซ้ำ เขากลัวจะโดนหาว่าเวอร์หรอกเลยข่มใจทนไม่หยิบมาสวม เอย์จุนแทบไม่มองหน้าเขาตรงๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว...ไม่ดีเลย อุตส่าห์หาเวลาอยู่สองต่อสองได้แล้วทั้งที
           
ขณะที่คนหนึ่งกำลังหงุดหงิดใจเอย์จุนกลับอารมณ์ดีมาก
           
“อยากให้ถึงวันเสาร์ไวๆ จังน้า ฉันไม่เคยไปไหนมาไหนกับนายสองคนเลยนี่นา”
           
“...”
           
“เนอะ!

           
ยิ้มแบบนั้น....ยิ้มแบบนั้น....
         
เจ้าเทวดาน้อยนี่!
           
ความขุ่นเคืองหายไปในพริบตาเดียว

           
           
ก็...ตามที่ว่ามา ตอนนี้มิยูกิกับเอย์จุนจึงออกมาเตร่อยู่ข้างนอก
           
ตอนมิยูกิบอกว่าจะออกไปตัดแว่นในวันเสาร์กับรุ่นน้องมีคนไม่กลัวตายขอมาด้วยโดยบอกว่าไม่ได้ออกมาตะลอนข้างนอกนานแล้ว

เอย์จุนท่าทางดี๊ด๊า บอกว่าไปหลายๆ คนน่าสนุกดี มิยูกิแทบว้าก...ใครกันที่บอกว่าอยากไปกับเขาสองคนน่ะ?! รักษาคำพูดหน่อยเซ่ นี่นายไม่อยากไปเดทกับแฟนตัวเองหรอกเรอะ!

ทว่าเจ้าคนปากไม่มีหูรูดคนนั้นกลับคำกะทันหันเมื่อเห็นรังสีอำมหิตจากมิยูกิที่คนยืนข้างๆ อย่างเอย์จุนสัมผัสไม่ได้...เจ้าตัวรีบบอกเปลี่ยนใจ ขอออกไปคนเดียวดีกว่าแล้วพับประเด็นนี้ลง
           
เอย์จุนพึมพำว่างั้นเหรอด้วยท่าทีเสียดายในขณะที่ออร่าอำมหิตจากมิยูกิหายวับ
         
เท่านี้ก็จะเป็นเดท
           
เด็กหนุ่มเผลอดันสันจมูกอันว่างเปล่าไร้แว่นตา ใบหน้าด้านบนที่ดำมืดกับเสียงหัวเราะหึๆ พาคนรอบข้างขนลุกเกรียว ไม่มีใครบอกว่าอยากไปเป็นก้างขวางคออีก

ดังนั้นเมื่อวันเสาร์มาถึงจึงเหลือกันสองคนสมใจ มิยูกิอ้างว่าตามองไม่ค่อยเห็นแล้วเกาะหนึบคนรักออกนอกหน้า ส่วนเอย์จุนแม้จะเขินจนอยากผลักคนตัวสูงออกไปให้พ้นทว่าสถานการณ์มันบังคับ เขาปฏิเสธไม่ออก...ก็มิยูกิมองไม่เห็นนี่นา

เด็กหนุ่มหยวนให้แต่มีข้อแม้ว่าต้องรอให้พ้นรั้วโรงเรียนไปก่อน
           
...ไม่ได้รู้สึกถึงแผนชั่วของใครบางคนสักนิด
           
เอย์จุนคิดว่าเรื่องที่พวกเขาคบกันเป็นความลับจึงไม่กล้าใกล้ชิดกับมิยูกิเกินเหตุตราบใดที่คนรอบข้างมีโอกาสโผล่มาจ๊ะเอ๋
           
หารู้ไม่ว่าเขารู้กันทั่ว

แค่ไม่พูดไม่ได้หมายความว่ามันเป็นความลับซะหน่อย...แต่มิยูกิก็ยังปล่อยให้คนตัวเล็กกว่าเข้าใจผิดว่าคนรอบข้างไม่รู้เรื่องต่อไป

ทำไมน่ะเหรอ?

ก็เพราะท่าทางกลัวคนเห็นตอนเขาเข้าหามันน่ารักมากไงล่ะ
           
“ว่าแต่ร้านมันอยู่ตรงไหนอะ”
           
เอย์จุนมองซ้ายขวา มือข้างหนึ่งถือใบปลิวที่รับแจกมาจากหัวมุมถนน ส่วนอีกข้างโดนที่แขวนแว่นยึดไปจับราวกับกลัวหลงทางทั้งที่เป็นเจ้าถิ่น
           
มิยูกิเดินทอดน่อง ไม่กระตือรือร้นเท่าที่ควร ตอนตอบน้ำเสียงยังยานคางเหมือนกำลังกลั้นหาว “เอาน่าใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ถึง”
           
ตามกำหนดการที่วางไว้เขายังมีเวลาเอ้อระเหยทำตัวเป็นคู่รักอีกนิดหน่อยกว่าจะถึงร้าน มิยูกิวางแผนเป็นช่องเป็นฉากว่าตัดแว่นเสร็จแล้วจะไปไหนต่อ กินข้าวกลางวันที่ไหน จากนั้นไปซื้ออะไร เนื่องจากปกติเอาแต่บ้าเบสบอล แม้จะแค่ออกมาซื้อของก็ยังต้องทำการบ้านก่อนมาว่าจะทำอะไรบ้าง
           
ต้องทำตัวพึ่งพาได้
           
ไม่งั้นเสียศักดิ์ศรีตาย
           
ทั้งคู่มาถึงร้านตัดแว่นในไม่นานหลังจากนั้น คนสายตาปกติอย่างเอย์จุนเพิ่งเคยเข้าร้านทำนองนี้เป็นครั้งแรกเนื่องจากคนรอบตัวไม่มีใครเป็นมนุษย์แว่นอย่างมิยูกิสักคน เด็กหนุ่มดูสนอกสนใจข้าวของรอบตัว เดินไปนู่นมานี่เหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุงไม่มีผิด
           
พนักงานมองพวกเขายิ้มๆ ไม่แสดงสีหน้าแปลกประหลาดแม้แต่นิดเมื่อเห็นหนุ่มน้อยหน้าตาดีสองคนเดินจับมือตัวติดกันเข้ามาในร้าน เจ้าหล่อนยังคงผายมือต้อนรับอย่างมืออาชีพ
           
เพราะมีช่างประจำร้านมิยูกิใช้เวลาไม่นานก็ได้แว่นตาใหม่เอี่ยมอ่อง เอย์จุนช่วยเลือกให้ และมันก็ถูกใจเขาไม่น้อย เด็กหนุ่มอารมณ์ดีอย่างมาก

จนกระทั่งมาถึงร้านอาหาร เอย์จุนบอกให้เขารีบใส่แว่น

คนฟังคิ้วกระตุก อารมณ์ดีๆ เริ่มจาง
           
ทำไมต้องรีบขนาดนั้น....
           
ใจจริงมิยูกิไม่อยากรีบลองของใหม่ ช่วงที่คอนแทคเลนส์หมดเขาฟันกำไรเล็กๆ น้อยๆ จากเอย์จุนได้ทุกวัน พอคิดว่าจะไม่มีข้ออ้างให้เข้าไปนัวเนียแล้วมันอดเสียดายไม่ได้
           
แต่เห็นหน้าคาดหวังนั่นแล้ว...เฮ้อ จะไม่ให้ตามใจได้ไงล่ะ
           
“เอ้า พอใจรึยัง”
           
เอย์จุนยิ้มแป้น “แบบนี้แหละดีแล้ว!
           
มุมปากคนฟังกระตุกนิดๆ “นี่นาย...ชอบฉันจริงๆ ใช่ไหม ไม่ได้ชอบแว่นแน่นะ”
           
โกโก้พุ่งพรวดจากปาก...โชคดีที่กลืนลงไปเยอะแล้วเลยหกเลอะไม่เท่าไหร่ เอย์จุนรีบคว้ากระดาษทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดคราบสกปรกทันที
           
“ถามอะไรของนายเนี่ย ใครจะไปชอบแว่นกันหา!
           
ดีนะที่อาหารของเขายังไม่มา เอย์จุนมองจานอาหารตรงหน้ามิยูกิซึ่งรอดพ้นอันตรายไปได้หวุดหวิด นึกอยากต่อว่าคนบ้าที่ถามอะไรงี่เง่าชะมัด เขาเลยตกใจจนพลาดทุเรศๆ เลยเนี่ย...เสียภาพพจน์อนาคตเอซหมด
           
“ก็นายเอาแต่อยากให้ฉันใส่แว่นนี่นา”
           
“นั่นน่ะ...”
           
เพราะพอมิยูกิมองไม่เห็นแล้วจะชอบมากระแซะอยู่ใกล้ๆ น่ะสิ แล้วยัง...
           
“ซาวามุระ”
           
มิยูกิเท้าคาง ปั้นหน้าจริงจังเต็มที่ ตอนแรกเขาสงสัยจริงๆ แต่พอเห็นใบหน้าน่ารักแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ก็พอเดาได้ครึ่งหนึ่งแล้วว่าสาเหตุของการอยากให้เขาสวมแว่นคืออะไร กระนั้นเขาก็อยากฟังเจ้าตัวสารภาพจากปากตรงๆ อยู่ดี
           
แหม ดูทำหน้าเข้า
           
นี่ถ้าไม่ได้อยู่ในร้านอาหารนะ...
           
“ฉัน...” เอย์จุนย่นคิ้ว กำมือแน่น
           
“...”
           
“...คือ”
           
“...”
           
“แบบว่า...”
           
“...”
           
“...”
           
“ช่างเถอะ ถ้าไม่มีแว่นแล้วหน้าฉันคงดูไม่ได้เลยล่ะสิ” มิยูกิแสร้งหันหน้าหนีไปอีกทาง...กดดันเข้าไปอีก
           
“อ๊า! โธ่เว้ย ก็ได้! ฉันเขิน ฉันอาย...ไม่ได้หรือไงฮะ!” เอย์จุนผุดลุกจากเก้าอี้ ทุบโต๊ะดังปัง ใบหูและลำคอแดงแปร๊ดจนไม่รู้จะแดงยังไง “พอสบตานายตรงๆ แล้วใจเต้นแรงจนน่าอายเลยเฟ้ย! เพราะงั้นเลยอยากให้ใส่แว่นไว้ไง! เจ้าบ้ามิยูกิ ฉันพูดขนาดนี้แล้วพอใจหรือยังหา!!
           
“...”
           
ความจริงที่ได้ฟังเกินความคาดหมายไปเล็กน้อย มิยูกิเบิกตาโต ริมฝีปากเผยอออกนิดๆ ตกใจจนเก็บสีหน้าไม่อยู่
         
คันหัวใจยุบยิบยังไงไม่รู้
           
เขาอยากดึงคนหน้าแดงตรงหน้ามากอดแรงๆ นี่ถ้าไม่มีโต๊ะกั้นก็คงทำไปแล้ว...สายตาคนไม่รู้จักเขาไม่แคร์หรอก ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา

คนอะไรขนาดทำหน้าบึ้งยังน่ารัก
           
เอย์จุนทนมองรอยยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ได้ เด็กหนุ่มหน้าแดงกว่าเดิม หลังร้องเฮอะไปทีหนึ่งก็ทรุดตัวนั่งลงอีกครั้งแล้วเสหยิบแก้วน้ำมาดูดน้ำที่เหลือก้นแก้วจนหมด
           
มิยูกิหัวเราะคิก

           
“เอ่อ...ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ...”

           
บรรยากาศดีๆ หายวับเมื่อบุคคลที่สามปรากฏตัว พนักงานเสิร์ฟสาวน้อยวัยใสยิ้มเกร็ง มือที่ถือถาดอาหารสั่นน้อยๆ เธอยืนรอมาได้สักแป๊บนึงแล้วแต่ไม่รู้จะเข้ามาแทรกจังหวะไหนดี
           
พิชเชอร์วัยละอ่อนเห็นออมเล็ตฟูนุ่มบนถาดแล้วน้ำลายหก เขาลืมเรื่องมิยูกิชั่วคราวและหันไปกระตือรือร้นกับมื้อกลางวันแทน
           
มิยูกิเพียงมองยิ้มๆ อย่างเดิม แม้อาหารที่เขาสั่งมาจะไม่มีควันขึ้นแล้วแต่เด็กหนุ่มก็ยังทานจนหมดอย่างเอร็ดอร่อย

         
คราวหน้าลองเอาแว่นไปซ่อนแล้วใช้คอนแทคเลนส์สักพักดีกว่า
           
           
           

No comments:

Post a Comment